• marttrinii
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : marttrinii@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-06-09
  • จำนวนเรื่อง : 289
  • จำนวนผู้ชม : 58173
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
jjy
ลองวาดฝันเท่าที่มือไป ในขณะที่โลกทรรศน์มีสิทธิ์งง... ตอนแวบกันนิดนึง ณ.จุดบังเอิญ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jjy
วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม 2560
Posted by marttrinii , ผู้อ่าน : 722 , 06:22:22 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

jjy5026

ผมฟังเพลงบาช์คตามเคยคือว่าตาปกติ

ผมพยายามจะให้ตัวเองพิมพ์งานนี้ให้เสร็จ
เพราะชักจะเบื่อและเหนื่อยในตนเอง

ผมได้คติจากรหัสลับจากการเรียนวิชากรีกสมัยมหาลัย
ว่าคนกรีกโบราณเขาเข้าใจสร้างรหัสให้คนรุ่นหลัง
เข้าพบอารยธรรมเก่าแก่ของเขาได้
แทนการเปิดเผบไว้โดยตรง
โดยคนโดยคนโบราณ
การสร้างรหัสเอาไว้
ต่อมามีผู้ถอดรหัสได้
จึงรู้ความจริงของกรีกโบราณได้ทั้งหมดว่ามีอะไรซ่อนอยู่ที่ไหนและอย่างไร

ขออภัยไม่เปิดชื่อจริงทั้งหมดเอาไว้ในที่นี้ปัญหาการคนอ้างองและเวลาสืบค้น

เป็นว่ารหัสลับที่เรื่องในบล็อกนี้ใช้ย่อชื่อเรื่อง
มันเป็นมาอย่างนั้นก็แล้วกัน
ถ้าให้เรื่องการสืบค้นมากนัก
มากนักสมองผมอาจจะหยุดเดินทันที

 

แล้วต่อมามีคนหนึ่งผมลืมแล้วเขาพบและอ่านได้ถอดรหัสได้
จนได้พบอารยธรรมกรีกรุ่นเก่าสุดในอารยธรรมกรีกขึ้นมานี้ได้
และท้ายสุดคนที่พบรหัสนี้ได้ประสบอุบัติรถคว่ำตายต่อมา

ผมจึงเห็นว่านี้ดี
ทำให้ง่ายต่อการจดจำและเก็บรักษาค้นคว้า

เรื่องราวนี้ผมจึงใช้รหัสบ้างเป็นรหัส
มันง่ายและสะดวกในการเซิร์ทข้อมูล
เจเจวาย JJYและมีหมายเลขตอนที่เขียน
โดยเจเจวายคือชื่อและแซ่แต้ภาษาจีนของผมนั่นเอง
เพื่อการติดตามได้สะดวกและง่ายขึ้น


เพราะคนสมัยต่อมาเปิดเนต
เนตนี้นเยอะมาก
งงหูตาดับตับแตก
จนไม่รู้ว่าจะเอาอันไหนอย่างไร
มันมากมายเหลือเกิน
ข้อมูลกรองได้บ้างไม่ได้กรองบ้าง
เพราะเนตมันเป็นห้องสมุดพิสดาร


ผมจึงใช้รหัสอย่างเขาบ้าง


บ้านอานองเตนี้
ท่านอธิบดีกรมการปกครองเคยบินมาแจก
เรือบินเฮลิคอปเตอร์ร่อนลงที่กลางสนามหญ้ากีฬารร. "ยายบอกมา"และผมก็เชื่อ
ใบวุฒิบัตรอบรมคนฝึก ลอสอชอบอ ลสชบ ที่ รร.ชื่อปกปิดที่หน้าบ้านอนองเตนั้น
ยายผมก็ฝึกกับเขาเหมือนกันได้ผ่้าพันคอมาลูกเสือชาวบ้านมา


สมัยมี ลอ สอชอ บอลสชบ กำลังเฟื่อง
สมัยมีทอ สอปอ ชอ ทสปช กอ รอ มอ นอ กรมน
ลอ สอ ชอบอ
ผมก็ร่วมกับเขาด้วยและมีหน้าที่ใช้อาวุธได้คุ้มครองหมู่บ้าน
เดินยามสะพายปืนที่ทางราชการให้ใช้กลางคืน
งานนี้อันนี้ฟรี
ช่วยเหลือราชการภาคประชาชนตามคำสั่งสำนักนายกสมัยนั้น


ที่บ้านอานองเตผมกำลังเซ่่นไว้ทุกข์แม่
เพราะครอบครัวนี้มีโศกนาฏกรรมเชิงลึก
ต่อกันระหว่างพ่อแม่ลูก
เรื่องนี้ดูคล้ายวรรณคดีในพื้นที่คือรู้ทุกคนสำหรับคนเก่า

ผมจึงมีอะไรพิสดารตามเรื่องที่เป็นมา
และผมประกาศว่า
งดเยี่ยม
งดขอทุกอย่าง
งดสังคมด้วย
จนกว่าการไว้ทุกข์ของผมจะจบลง
เขียนป้ายติดไว้ที่หน้าบ้านว่า
เคยป่วยเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งตามใบรับรองแพทย์
และหนังสือประกาศว่าทรัพย์ทั้งหมดของข้าพเจ้าเมื่อตายลงมอบให้ทุนนิธิหรือมูลนิธิตามพินัยกรรม
ห้อยไว้
เพื่อให้รู้ว่า...
กันคนรุ่นหลังมีปัญหาและไขข้อข้องใจ
เพื่อความบริสุทธิ์ใจของทุกฝ่าย
และเคลียร์


เพราะบ้านอานองเต
สภาพแล้วมันไม่เหมือนก่อน
จึงไม่เหมาะไปขายขี้หน้าเขา
เปล่า
ที่จะทำเหมือนแต่เก่าก่อนได้หลังสงครามชีวิตผ่านมา60ปีของพ่อแม่ลูก

จึงงดอย่างนี้
มิใช่เห็นแก่ตัว
หรือลืมพวกอะไรทำนองนั้น


ของใช้ผมซื้อมาบูรณะและทำอะไรเพื่อรักษา
ทุกอย่างที่แม่ทิ้งไว้ให้ดี
ตามเจตนารมณ์ของท่าน

ห้ามยืมจนกว่างานไว้ทุกข์จะ
เสร็จสิ้นสมบูรณ์
จนไม่มีใครตำหนิหรือพูดได้


ตนเองตั้งใจจะให้เกัยรติตายายแม่พ่อและผม
อย่างสมใจแล้ว
ในฐานะที่บ้านอานองเตรู้จักดีแล้วแล้ว
จึงค่อยว่ากันไปใหม่


อย่างไรก็ตามผมตาดหวังว่าทุกอย่างนี้
ที่เหลือเมื่อผมตายลง
จัดให้มูลนิธจักดการให้ซึ่งตั้งหลังตายของผมโดยพินัยกรรม
แต่ตอนนี้มีเพียงทุนนิธิ
ตอนนี้ไม่รับสมทบหรือรับบริจาคจากใครผู้ใดอะไรทั้งสิ้น


เว้นกรณีพิเศษลูกหนี้พ่อแม่หรือผมเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตามคนในหมู่บ้านชุมชนอานองเตที่ผมสมมุติขี้นมานี้
เขาเจริญและรวยขึ้น
ดีกว่ายายและตาผมในปัจจุบันเป็นเสียอีก
ตลาดงานไม่มีคำว่าตกงาน
เก็บขี้ยางวันหนึ่งได้ห้าร้อยบาทสบายเลยตอนนี้
ที่หมู่บ้านอานองเต

ไม่ต้องมาเก็บมะพร้าวหล่นในบ้านสวนอานองเตเหมือนอย่างอดีตที่เขาเคยทำกัน
เอาก็ยังอยู่ได้
ตอนนี้ขอทุกคน
ขออย่างเดียวอย่าขึ้้เกียจ


กระท่อมกัญชา
เขาห้ามปลูกแล้วเดี๋ยวนี้
เมื่อขาดตัวนี้แล้ว

มีสิ่งอื่นแทนคืออาหารคุณภาพ
และอย่าขี้ลักขโมยอยูได้


แต่ประวัติหมู่บ้านนี้
แปลกมีนักโทษประหารชีวิตถี่จัดเกืดขึ้น
คนที่นี่อาจจะแรง
สงสัยมีแทองคำเป็นสาเหตุ
ผมคิดว่าอย่างนั้น


สถิติเทียบคนโดย
ผมสร้างมันขึ้นมาให้เทียบเคียง
แทนเอาสูตรตรีบุรัมย์มา
(ตึกคณิตศาสตร์ที่ใช้สอนที่หาลัยเปิด
มีชื่อแห่งหนึ่งที่สอนคณิตศาสตร์เชิงซ้อนมากมาย)

คิดตามคิดลึกเปลืองหน้ากระดาษอธิบาย
เทียบอย่างนี้แล้วกันคือ

เอาสิบส่วนตั้งเป็นเครื่องวัดดัชนีคนรวยที่อานองเต
คึนอดีตมัยผมเป็นเด็ก
มีไม่ถึง5ส่วนที่เจริญพึ่งพาตนเองได้

แต่ปัจจุบันที่นี้พึ่งพาตนเองได้
ยกฐานะขึ้นมาเลยถึง7ส่วนแล้ว
แสดงว่า
ขุมชนพัฒนากันเจริญมาก

เพราะยางพารา ปาล์ม
คนเคยจนเ
เดี่ยวนี้มีรายได้วันละเป็น
หมื่น
พัน
แสนแล้ว


สมัยก่อนสังคมที่นี่มีกันทำกินได้พอเพียงเพื่อยังชีพเท่านั้น
น้อยนักที่มีอันจะกินเหมือนตาผม
คนที่ตามคนไว
ไม่ทันก็ไปเก็บขี้ยาง
แม้คนงานพม่าเขาจะเข้ารับไปทำหมด
แต่ตลาดคนไทยก็มีว่างอีกเยอะ
สำหรับคนที่ขยันเก็บขี้ยาง
เปิดกว้าง

สมัยก่อยายผมที่บ้านอานองเตนำหน้า
เรื่องการทำบุญวัด
เมื่อมีกิจกรร เช่น การก่อสร้างงานวัด
เริ่มเลย100บาทสำหรับที่บ้นอานองเตทำบุญนำร่อง
นอกนั้นช่วยคนละบาท ห้าบาท สิบบาท
ก็ยากแล้วหรือนับว่าดีที่สุดแล้ว


แต่คนที่ร่วมทำบุญเหล่านั้นเพียงห้าบาทสิบบาท
นั้นเดี่ยวนี้
เขารวยกันหมดแล้ว
แสดงว่า บ้านอานองเต
และเพื่อนชุมชนรวยขึ้นมากทีเดียวถึงเจ็ดส่วน


แต่บ้านอานองเตตอนนี้เหลือแต่คความหลัง
รวยไม่ถึงห้าขีดเลย
รุ่นผมรับมรดก

ผมจึงจะทอดทิ้ง
และพูดได้ว่า
เราลาก่อนสำหรับทุกคน


ปล่อยให้พึ่งพากันเองเถอะ
ใครไม่เชื่อฟังให้ใช้กฎหมาย
มิใช่ใช้กฎหมู่
หรือสร้างเผ่ากิยองตินแบบ
ฃึ้นมารบกวนคนอื่นที่บริสุทธิ์

และการไว้ทุกข์พ่อแม่ผมนั้น
ถ้าลงตัวจะสร้างเรือนให่อีกหนึ่งหลัง
ไม่มีมอดปลวกหนูงูมากวน แขกมาเยือนอานองเต
สาบายใจได้

 

 

แยกดออกจากเดิมเด็ดขดมารองรนับแขกทั้งหลาย
ส่วนบ้านเก่าอานองเตเก็ฐไว้เป็นอมตะ
เพราะปลวกมันทำเรื่องรื้อถอนให้อยู่ณนี้
และไม่เหมาะและแพงเกินไปที่จะมาซ่อมเพื่อ
รองรับอดีตอีกตอไป
นอกจากรองรับผมเพียงคนเดียว
และผีพ่อและแม่และเพื่อนๆของท่านที่ตายไปแล้ว
แต่ยังรักและมีเยื่อใยต่อกัน


กับแมวหนึ่งตัวหมาหนึ่วตัวและนกหนึ่งฝูง
ก็ประมาณนั้น
ผมมีเจตนา

โลกและมนุษย์และบ้านแอานองเตมันได้เวลาแล้ว
ที่เราจะต้อมมีความจริงในตนเอง
เพราะโลกอยู่ในระบบ เทียบเคียง
ดีเอ็นเอดีเอ็นเอ (deoxyribonucleic acid; DNA)
เป็นกรดนิวคลิอิก (Nucleic acid) ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต คำอ้างอิง


หมดเวลาที่จะมาพร่ำเพรื่อ
หรือขี้เกียจหรือเหลวไหล
เราตต้องไม่โกหกตัวเอง
คอยเอาเปรียบเพื่อน
แต่แต่ผมคิดว่าน่าจะให้เอาเปรียยบตนเอง
มากกว่าเพราะมันจะไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง

 

ผมยังคงฟังเพลงของบาช์คอยู่
ถามว่าผมรู้เรื่องอะไรบ้างเกี่ยวกับบาช์ค
ผมขอตอบว่าไมรู้
แล้วฟังไปทำไม
มันเปลืองกระแสไฟ

ผมตอบว่า
ผมฟังเพราะมันเพลงแต่ละชิ้นของท่านนี้มันกินใจผม
และผมชอบมัน
มันเพลินดี

มาที่บ้านอานองเต
ฝนตก
เมื่อฝนตกถนนเปียก
และหัวผมก็เปียก
และต้องหายาแก้หวัดกิน
หรือไม่ก็กาแฟแก่ๆหนึ่งแก้ว
เขาว่าช่วยได้ดี


บางครั้งผมเอาอย่าง

ฝนที่เมืองอานองเตไม่มีลูกเห็บ
ทำไให้ผมคิดถึงตอนอยู่ที่อังกฤษ
ไปที่จังหวัดหนึ่ง
พบว่าขณะอากาศหนาวเย็นมาก
และมีฝนลูกเห็บตกลงมา
ผมเห็นมันเป็นครั้งแรกในชีวิต

รู้สึกมันก้อนเท่าน้ำแข็งก้อนที่ทุบ

เมื่อลูกเห็บโปรยลงมาจากท้องฟ้าพร้อมฝน
ผมรีบวิ่วงเข้าหาที่กำบัง
เมื่อลูกเห็บลง
เพราะผมกลัวว่าโดนหัวตกใส่หัว
แล้วหัวผมจะโน

สังเกตเห็นหลายคนกำลังวิ่งเข้าที่กำบัง
เหมือนผมแต่ฝรั่งไม่ยักกลัว แต่ผมกลัวเพราะไม่เคยเห็น
มิใช่แต่ผม

มันเป็นกอนน้ำแข็งดิบๆนี่เอง
ผมรู้สึกว่า
มันแข็งพอลงหัวแล้ว
มันจะเจ็บนิดๆ
ตอนนั้น
ผมทนได้ก้อนไม่ใหญนัก


ผมนึกออกแล้วที่ไหน
ที่นั่นเมืองโคเวนทรี อังกฤษ เมืองนี้ผมจำได้ว่าเป็นเมืองเป็นเมืองอุตสาหกรรม
และเมืองนี้คนที่วาดภาพเหมือนให้ผมบอกว่า
"เมืองนี้เคยถูกบอมส์สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง"

เอาละฝนหายแล้ว
อากาศดีขึ้นอารณ์เย็นดีขึ้น

มาที่บ้านอานองเต
จกดหมายไปรษณีย์เขามาส่งที่ตู้ไปรษณ๊ย์หน้าบ้าน
ผมซื้อตู้ใส่จดหมายเฉพาะมาติดไว้ให้
เพื่อรับจดหมาย
และทำกล่องเพื่อใส่วัสดุภัณฑ์ชนิดใหญ่ได้ขนาดเอาแยกส่วนไว้ให้อีกต่างหาก

ติดไว้ที่กำแพงรั้วเหล็กประตูทางเข้าบ้านอานองเตประตูหลัก


แต่พบว่าไปรษณีย์เขามาส่งจม....เขาไม่ใส่เข้าหรือลงตู้ให้
แต่ไว้บนหลังตู้รับวัสดุภัณฑ์
มันเปียกเมื่อฝนตกโดน


ผมไม่ฉุน
ผมคิดว่าคงจะมีเหตุอะไรสักอย่าง
เขามาส่งเขารวมๆจดหมายไว้บนหลังตู้พัสดุภัณฑ์
เรียกว่าบันช์ภาษาอังกฤษ
คือหลายฉบับบรวมกันมียางรัดให้

เวลาล่วงเลยไปสองเดือนผมมาที่หน้าประตูนี้อีก
และก้มลงดู้วัสดุภัณฑ์
เพราะอาจจะมีงูเข้าไปอยู่
แต่เปล่าครับ
ที่ผมเจอคือแม่ไก่นอนกกฟักไข่อยู่


ผมจึงได้ความคิดว่า
ที่ ไปรษณีย์บุรุษไม่ส่งสอดจดหมายเข้าตู้...วัสดุภัณฑ์
แม้เป็นพัสดุไปรษณีย์
เป็นเพราะเขาเกรงใจแม่ไก่ฟักหรือไม่
หรือกลัวไก่จะจิกมือเอา

การส่งจดหมายตอนนี้
บ้านเมืองกำลังพัฒนายกกำลังสอง
คนรับจดหมายมาก
คนเขียนจดหมายมา
ไปรษณ์ต้อบงทำงานมาก
และบ้านแต่ละบ้านไม่ติดกันในภูธร
การส่งจดหมายจึงต้องใช้เวลา


ผมดีใจที่ไม่สติแตก
โทรไปบอกนปทนายไปรษณีย์ประจำสถานีพื้นที่
เพื่อบอกว่าทำไมไปรษณีย์บุรุษไม่
ส่งจดหมายเข้าตู้ที่ผมจัดไว้ให้

ถ้าผมทำอย่างนั้น
คงเชยแหลก
เขาคงคิดว่า
ผมน่าจะหรือ
สงสัยผมจะปัญญาอ่อน


ที่น่าจะรู้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

สำหรับจดหมายสมัยนี้
มีไปรษณีย์ส่งบริการทั่วไทยสะดวกมาก


แต่ถ้าย้อนหลังไปสมัยบ้านอานองเตหลังเก่า 65ปี

ผมจำได้ว่าไปรษณ์เขาอยู่ที่สถานีรถไฟ
โดยสถานีเป็นคนรับและส่งจดหมายให้เรา
ส่วนใหญ่จะใช้โทรเลข
เราต้องไปที่สถานีรถไฟ
ให้เสมียนที่สถานีทำให้

เมื่อจะรับจดหมายต้องไปที่
ตู้จดหมายมาที่ติดไว้ที่หน้าสถานีรถไฟ
สถานีรถไฟเป็นจุดยุทธศาาตร์การขนส่งทางจดหมาย
ในสมัยก่อน

แต่ปัจจุบันที่เมืองอานองเต
มีรถไฟเป็นพาหะในการนำจดหมายส่งรวมห่อไปสู่พื้นที่อื่น
หรือ
ไปรษณีย์มีรถขนช่วงส่งเอง
ตามห่อที่จะไปสู่เมืองต่างๆที่มีจดหมายถึง
หรือมีธุรกิจไปรษณ๊ย์มีไปถึง

มาที่สถานีรถไฟ
อดีตหกสิบปีที่แล้วจนปัจจุบัน
รูปร่างสถานีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป


สมัยยนั้นรถไฟใช้หัวรถจักรฟืนไอน้ำทำงาน
ให้รถไฟขับเคลื่อน
มีเสียงหกวูด
เสียงชึกกะชักเมื่อมันแล่นไปบนราง
หรือที่เรารู้กันว่าตามสูตรการวิ่งของมัน
คล้ายกับว่าถึงก็ชั่งไม่ถึงก็ชั่งเป็นเสียง


เป็นสำเนียงเทียบในเรื่องรถไฟ

รถไฟสมัก่อนคือข้อกำหนดการรู้เวลาโมงยามของชาวบ้านแทนนาฬิกา
เพราะแสงตะวันบางครั้งมันไม่เที่ยง
เหมือนเสียงรถไฟมา
นาฬิกาประจำบ้านดูเหมือนไม่ค่อยจะมี

สมัยนั้น


แต่ที่บ้านอานองเต
มีเรื่องแปลกไปกว่านั้นไม่เหมือนเพื่อน
คือมีนาฬิกาใช้เป็นนาฬิกาแขวนชนิดไขลาน
ไม่มีตัวเลขบอกมีแต่ขีด
ผมดูไม่เป็น


แต่ผมเดาเอาตามเคย

ไม่รู้ว่าตาไปได้ความคิดมาจากไหน
ตาเอานาฬิกาเรือนนี้มา
มันเดินดีมากเมื่อไขลานไว้เต็มและไม่เคยเสีย
ไขลานนานๆครั้ง


แต่เจ้าเข็มนาฬิกาเดินตามหน้าปัด
มันไม่มีตัวเลข
เพื่อสื่อให้เข้าใจได้ง่าย
มันเป็นภาษาเลขโรมันผมมาทราบทีหลัง
เมื่อเข้าเรียนประถมปลายแล้ว


อันนี้มาในสมัยนี้เท่ห์อย่าบอกใคร
ถ้ายังติดห้อยแขวนอยู่ที่บ้านใครอีก


ตาเขามีอะไรแปลกๆดี
เป็นวัฒนธรรมการเลือกใช้ของของตา


ตาเกิดเมืองไทย
แต่ไปเรียนหนังสือและอยู่ที่ไฮหลำจีน
จนโตเต็มวัยแล้วกลับไทย


ประวัติการศึกษาของตาผมไมรู้
แต่ภาษษไทยนี้เขียนเก่งไวยากรณ์ดีกว่าแม่และยายเป็น


คือหลังพ่อตายแล้ว
ตาไม่สบายใจที่แม่มีผัวใหม่
ตาจึงเดินทางไปอยู่ที่เกาะไฮหลำ
สมัยก่อนนั้น
แน่นอนการเดินทางข้ามทะเลไปจีน
ต้องใช้เรือใบแทนเรือบินและรถยนต์

ทำให้ผมคิดว่า
คนนโบราณนี้อย่างกรณี


เช่นสมัยบก่อน
ที่อียิปต์ๆเป็นสถานที่
คนกรีกเข้ามาชุบตัวเรียนหนังสือที่อียิปต์
เมื่อโตขึ้น
ถือว่าคนกรีกคนนั้นนั้นมีระดับ


เหมือนคนไทยไปเรียนนอก
ถือว่าใช้ได้ในปัจจุบัน
หรือเหมือนเด็กบ้านนอกมาเรียนหนังสือในกรุงเมื่อโตแล้ว
คนไทยสมัยก่อนถือว่าใช้ได้


สมัยก่อนอียิปต์มีความสำคัญ
มากทางการศึกษา
คนในยุโรปโดยเฉพาะชาวกรีกจะเดินทางไปที่อียิปต์
เหมือนอย่างเรา
ไปเรียนอเมริกาอังกฤษหรือฝรั่งเศสกลับมา
ถือว่าคนนั้นมีการศึกษาดี


อบ่างไรก็ตาม
ต่อมาจักวรรดิคือกรีกและต่อมาคือโรมัน และเป็นยุโรปปัจจุบันมาเรื่อย
แทนอดีตของเมโซโปเตเมีย และอียิปต์....
จนเป็นปัจจุบันที่เห็น

เอาละผมไมทำใหเรื่องสืบค้นญาตินี้เป็นเรื่องยาว
แบบหนังสือสามก๊กเป็นแน่
ไม่ต้องห่วง
อีกนิดคงจบ


จะจบก่อนที่จะยาวเป็นหนังสือสามก็กแน่นอน

เพราะอันนี้เป็นเรื่องเล่าแบบทวนอดีตเพื่อแสวงหาปัจจุบันให้ถูกต้องเท่านั้่น
มิใช่นิยายเต็มรูปแบบ
ถ้าเยิ่นเย้อขออภัย
ที่เป็นเช่นนี้ผมคิดไม่ออก
จึงเชื่อมโยงไปเรื่อยๆ
จนพบความจริง


และหาข้อยุติได้ในที่สุด
เมื่อไปอย่างนี้
ประมาณนั้น


ผมจำได้ว่า
คอมและเนตนี้
ผมพยายามเปิดตรงนี้
ไช้ตรงโน้น
เปิดบ่อยๆจนเคยชิน
ผมใช้ทฤษฎบ้างเล็กน้อบจนสอบผ่านหน่วยกิต
ผมตอนเรียหาลัยมาได้
ผมจึงเล่นคอมเป็นเล่นเนตเป็น


แต่ก็มีเพียงเท่านั้น
จะเชี่ยวชาญในเรื่องอะไร
ต้องฝึกเรื่องนั้นๆ
ด้วยการใช้ประสบการณ์ตรงเท่านั้น
มันจึงคงจะได้ผลเป็นอย่างยิ่งได้
และไม่ต้องเสียสตังค์เสียเวลาและเสียอารมณ์
ผมคิดว่าอย่างนั้น


แต่ถ้าชนิดมั่วๆแต่อ่านและลอกหรือเล่นตามเพื่อน
แบบครูพักลักจำ
อันนี้ผมไม่เคยทดลองเลย
คงยากที่เข้าสู้ประตูเส้นชัยเนตและพคอมนี้ไปได้
เรื่องอินเตอร์เนตและคอมพิวเตอร์
ที่ผมหมายถึง

ในขั้นสุดท้ายของชีวิต
ที่อยู่ใกล้ปากแห่งมัจุราช
สำหรับผม
และตอนนี้แห่งความช้าและเสื่อมสมรรถนะ
ทั้งทางร่างกาย
และจิตใจเหมือนอย่างที่ผมเป็นอยู่

ผมคงต้องงัดเอาการ
วาดรูและการเขียนหนังสือขึ้นมาใช้จากที่เรียนมาแบบตามหน้าที่ของเด็กวัยเรียนตอนนั้น
ทำตามที่ได้เรียนมาและสอบได้ตามข้อบังคับ
และหลักสูตรที่ศิลปินและนักเขียนผ่านเวทีการมา
แบบการสอบต้องมี
ผมได้มาเหมือนอย่างที่เขาเป็น
ผมคงต้องมาใช้ตัวนี้แก้ปัญหาการว่างเวลา


เชื่อว่า
คงจะมีชีวิตด้วยลมหายใจที่มีประโยชน์ขึ้นแน่นอน
ที่มันจะช่วยเอื้อต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันรอบข้างเมื่อมี
หรือกันเหงาอารมณ์ที่ค้างเติ่งในบรรดามี
คงจะต้องเป็นอย่างนั้น
คือเขียนนังสือบ้างพราะมือยังไม่ขาดจากบ่า
วาดรูปบ้างเพราะพเงินค่าสีและค่าผ้าเพื่อวาดลงน้ำมันพอมีซื้อ


แต่เรื่องราวที่ผมทำเป็นบล็อกนี้
มิได้เพื่อการเขียนหนังสือโดยตรง
เพียงแต่เป็นทางออกสู่แนวความคิดอื่นที่
อาจจะทำให้ผมหักมุมได้ลงตัวเท่านั้น


ตามแต่ปัญหาที่ประสบและเผชิญมา


มาที่น้องสาวแม่คนที่สอง
น้องสาวแม่คนนี้ได้ช่วยเป็กำลังสำคัญ
เหมือนกันต่อบ้านอานองเต
แต่ปัจจุบันแยกครัวสมบูรณ์หลังวันแต่งงาน
มีวัวควายถ้วยโถโอชามมีดพร้าหม้อไหอวยและ...เกวียน
ถูกแบ่งไปเรียบร้อย


เพราะตาและยายพยายไม่ให้มาชนกันกับของลูกสาวคนโต
คือแม่ผมหลังตาตาย

และน้องสาวแม่คนที่สองคนนี้
เป็นคนที่เคยถูกส่งเรียนการช่างในโรงเรียนประจำจังหวัด
แต่ว่าต้องออกและถูกตาสั่งให้กลับบ้าน
เพราะไปทำของส่วนตัวหายประจำ
เมื่อไปเรียนหนังสือ


ขณะผมเป็นเด็กน้าคนนี้เคยวเป็นพี่เลี้ยงผม
คงลำบากเหมือนกัน
เพราะอาชีพนี้ผมเคยทำ
และผมโดนตีทุกวัน
เพราะทำเด็กร้องไห้จะเล่าอยู่ในเรื่องน้องสาวแม่คนที่สาม


อย่างไรก็ตาม
แต่น้องสาวแม่คนนี้และทุกคน
ไม่ลำบากเท่าแม่ผม


เพราะแม่ผมเปิดศักาชสร้างบ้านอานองเตและสวนมาด้วยมือมา
พร้อมตากับยาย
ทุกสิ่งที่เห็นอยู่เป็นฝีมือแม่และตาและยายผม
เพราะอดีตของทวดทิ้งไว้ให้ยายเพียง
มะพร้าวสองสามต้นมะม่วงหนึ่งต้นและที่ดินนิดนึงเท่านั้น

น้าคนที่สองหรือน้องสาวแม่คนที่สองคนนี้
เคยเป็นแม่ครัวให้บ้านอานองเตก่อนและหลังแม่แต่งงาน

น้องสาวแม่คนที่สองนี้แต่งงานกับคนต่างพื้นบ้าน

จากข้อมูลนั้นมีว่า
ตาชอบเล้นสะสมพระเครื่อง
ตอนเป็นหนุ่มจนกระทั่งตาตายลงไป
ที่สนามพระมีชื่อแห่งหนึ่ง
ตาได้พูดคุยถูกคอกับเซียนนักเล่นการพระ
ที่นั่นท่านให้เช่าพระ(เช่าพระคือขายพระ)
ต่อมารู้จักมักคุ้นกับตา
จนไปมาหาสู่ระหว่างบ้านอานองเตและท่านนั้น
จึงชักนำให้หลานท่านมารู้จักกับน้องสาวแม่คนนี้
ขณะท่านมาเยี่ยมบ้านอานองเต
ผมจำได้ผมเคยเดินเหยียบหลังให้เมียท่าน
เมื่อท่านเดินทางมาและเมื่อยขึ้นมา


และในที่สุดแต่งงานกันมีลูกหลายคนผมจำไม่ได้

เพราะผมไม่ได้ใช้ชีวิตอยูที่บ้านอานองเตตลอดเวลา
แต่จำไดว่าลูกสาวของน้องแม่คนนี้มีสองคน
มาอยู่ที่บ้านอานองเต
เพื่อคอยดูแลยาย
และให้ยายอบรมและเรียนหนังสือที่ รร ประชาบาลหน้าบ้านอานองเต
แบบเด็กฝากยาย

เวลาผมมาบ้านอานองเดตหาแม่และเคยเห็น

ตกลงน้องสาวแม่คนนี้
แต่งงานเสร็จแล้วไปอยู่กันในต่างพื้นที่
ที่ไกลประมาณ100กม.ทางใต้จากบ้านอานองเต

สามีของน้าคนนี้มีอัธยาสัยอันนีดีงาม
แต่สุขภาพไม่แข็งแรง
เป็นโรคลำไส้รูปหล่อพูดภาษษกลาง พูดภาษาท้องถิ่นไม่เป็น
เคยแต่งงานมาแล้วและมีลูกติด


น้าคนนี้เขาทำมาหากินกันสองผัวเมียคือทำไร่
ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด
อาศัยความรักมีความั่นคงทางครอบครัว
เพราะมีความรักกันอารีอารอบต่อกันดี

แม่ได้ตอบแทนบุญคุณ
น้องสาวคนที่สองคนี้
ที่เคยเป็นพี่เลี้ยบงให้ลูกคือผม
ต่อน้าคนนี้เป็นที่หนึ่งหน่วย


ก่อนหรือหลังจากที่ดินทั้งหมดของบ้านอานองเตถูกปรับปรุง
คราวมีหนี้และขาดทุน
อันนี้มีรายละเอียดอีกแต่ผมไม่แวะเล่าตรงนี้
เพราะผมไม่ได่อยู่ช่วงทำนิติกรรมและสัญญาที่แม่ทำให้
ในการการค้าบางอย่างในอดตที่ถูกกฏหฟาย ผมเคยเล่ามาแล้ส


เรื่องที่เป็นสาเหตุให้แม่สึกจากชี
มาปลดหนี้โดยการมาอยูคืนดีกับพ่อ
มาอยู่รวมกันครั้งที่สองของพ่อและแม่ผม


จากการแยกกันชั่วคราวโดยในกฏหมายมากว่า
กว่า15ปีที่เคยเล่ามาแล้วบ้าง


และน้าคนนี้ที่เป็นน้องสาวแม่ก่อนที่จะแต่งงานกับสามี
ตาและยายเคยคิดจะพาไปทำเมียน้อยพ่อผมครั้งหนึ่ง
โดยให้ไปอยู่กับพ่อและทำการค้าหาบขนมขาย
แต่ว่าไม่ลงตัว


คือพ่อไม่ชอบ
และน้องแม่คนนี้ก็ไม่เห็นด้วย
เพราะนิสัยไม่ตรงกัน


ท้ายสุดตาและยายตกลงยกน้องสาวแม่คนที่สองนี้
ให้หลานชายของเซียนพระที่
ตาพบในสนามพระมีชื่อแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

ฐานะน้าเขยของผมคนนี้ไม่ดี
แม่และพ่อเคยช่วยไปทำปาลม์
ปลูกให้ิอย่างดีในแปลงที่ของเขาเป็นเจ้าของ
โดยมรดกตกทอดจากตา


ทำให้อย่างดี
มีปาลม์ได้ผล
แต่ต่อมาลูกหลานเขารื้อหมด
รวมทั้งมะพร้าวเดิมที่ตายายและแม่เคยทำ
สมัยยังไม่มีผลผลิตเป็นหลักของบ้านอานองเต
เขาขายหมด


จนกระทั่งเขามาปลูกยางแลกสับปะรดวิธี
ยางตอนนี้ยังไม่ค่อยโต
ทราบว่า
และที่ดินแปลงนี้อยู่ในห้วงอันตราย
เพาะลูกๆทุกคนของน้องสาวแม่คนที่สองคนนี้มีฐานะทางการเงินแลบะงานไม่มั่น
คงเหมือนน้องสาวแม่คนที่หนึ่งเลย

และมีปัญหาทางจริยธรรมมา

เกิดขึ้นทำให้เป็นปัญหาคาใจมาทางผมหนึ่งข้อ
คือสุสานตาที่ติดในโฉนดของน้องสาวแม่คนทมี่สองคนนี้

และยายอยู่ในเขตแดนของน้าคนนี้
และน้าคนนี้ต้องรับผิดชอบโดยกฏหมายและวิถีประชาเป็นด่านแรกในทุกกรณี
ตามที่ตาและยายกำหนดไว้


ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงทรัพย์คือขายขาดหรือมีปัญหา
จะโยกย้ายสุสานตามาไว้
ที่ผมโดยพลการนั้นย่อมไม่ได้รับอนุญาตจากทางบ้านอานองเต
และถือว่าผิด
และทำไม่ได้


เพราะผมไม่เห็นด้วย

ในข้อต้องรับอนุญาตผมก่อน

แม้เป็นบรรพบุรุษต้นสายปลายบางเดียวกัน
อันนี้มาในหัวข้อความรับผิดชอบ
และหน้าที่

สุสานตาต้องมีคนรับผิดดชอบ
ตลอดกาลเหมือนที่ผมจะทำให้พ่อและแม่ผมอยู่
ในตอนนี้

แต่สมมุติว่าผมแข็งแรงและรวยออกหน้าออกตา
แน่นอนอันนั้นจะแบบไหนผมไม่ว่า
แน่นอนแต่นี่สถานการณ์ผมเลวร้ายกว่าลูกน้องสาวแม่ทุกคน
เสียแล้เว


แน่นอนทางจริยธรรมผมยินดีอะไรก็ได้
ทุกประการสำหรับตาและยาย
ในหัวข้อเพื่อตายและยายและความหลังทั้งหมด


แต่นี้พ่อแม่ผมแยกทางกันเดินบ้างอยู่กันบ้าง
มีลูกหนี้
หนี้หาย
มีปัญหาตอนก่อนตาย
คือตายไม่สงบ

แม้แต่จะดูดูแล้วเรียบร้อย
เพราะผมเข้ามาจัดการและปกปิดเรื่องลิ้นกับฟันเอาไว้
เอาไว้

นิติกรรมที่แม่ทำให้น้องสาวคนที่สอง
เน้ในหัวข้อจะกล่าวถึงเรื่อง
การโอนโฉนดในฐานะทีแม่ได้รับอำนาจปกครองมอบมาจากตาและยายนั้น
คือให้ดูแลทรัพย์สินให้น้อง


กล่าวการโอนขณะพ่อและแม่มารวมกันแล้วตามสภาพปรากฏ
การโอนนี้ต้องมีพ่อเห็นชอบและเซ็นชื่อในโฉนดการโอน
แต่ไม่ได้ทำ
แต่ทางที่ดินผ่านไปให้โดยให้แม่เซ็นแต่ผู้เดียว
ผ่านไปด้วยมิติอีกอย่างหนึ่ง

แต่พบในเวลาต่อมาว่า

พ่อบอกว่าไม่ถูก
แต่ละไว้ในฐานเข้าใจ
ว่าค่อยพูดทีหลัง

และที่ดินแปลงที่แม่มอบให้น้าไปนี้เมื่อสมบูรณ์เป็นโฉนดแล้ว
ทราบว่าเข้าธนาคารจำนองจำนำต่อมา
ส่วนข่าวคืบหน้าอื่นๆ
ผมไม่ทราบ

และขณะนี้ผมและญาติสายนี้ทุกคนมองหน้ากันไม่ติด
และมีปัญหาเชิงอนุพันธ์ขึ้นมา

ส่วนปัญหาอะไร
ถ้าจะมีกับบ้านอานองอีกคือผมเป็นผู้จัดการตามคำสั่งศาลเท่านั้น
ส่วนผมจะไม่ใช้อำนาจนี้นอกเหนือจากพินัยกรรมที่แม่มอบมา
หากมีอะไรเพิ่มเติมในกระบวนการพิเศษนอกนี้ให้ไปตกลงกันที่ศาล

ผมจะไม่รับ
รับข้อตกลงด้วยวาจาหรือหนังสือเป็นการส่วนตัว
อย่างใดอย่างหนึ่งทั้งสิ้น


หากมีรายการอะไรที่มิใช่คำสั่งศาลอื่นอีกมาเพิ่มเติมให้ผมปฏิบัติ
ให้ถือว่าสิ่งนอกเหนือจากที่ปรากฏฃเป็นการกระทำ
นั้นนั้นเป็นโมฆียกรรม

เพราะผมอยู่ในสภาพล่อแหลมต่ออันตรายคือไม่มีเสรีภาพในการตัดสินใจ
ทำอะไรตามสิทธิและหน้าที่ที่แท้จริงและอย่างแท้จริง
นอกจากไปหาข้อยุติทางศาลใดใดก่อน


เพราะผมไม่ทราบในรายละเอียด

ต่าง ๆดี


อาจจะมีปัญหาอุบัติเหตุเกิดขึ้น
ในระหว่างตกลงได้
ถ้าเราพบกันในเรื่องเหล่าานี้ที่กล่าวมาแล้ว
ซึ่งผมถือว่าส่วนที่พ่อพูดไว้มีเหตุผล
และต้องแก้ไขให้ถูกด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งในโอกาสต่อไป

ด้วยเหตุผลดังกล่าว
ผมจึงงดเป็นตัวอย่าง
เพราะกลัวถูกทำร้ายร่างกายโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
คคนบางกลุ่มและเผ่ากิยองตินได้
หรือล่อแหลม
ต่อความขาดและคงวามเกิน
และความสงบเรียบร้อยและอาจจะขัดกับศีลธรรมอันดีดีงามอันอาจจะเกิดชขึ้นได้
ถ้าผมไม่งดกิจบางอย่างไว้ก่อน
เช่นการงด
เหมือนงดจัดงานแม่และพ่อ7คืนเปลี่ยนเป็นเป็นคืนเดียว
มีการขอในคืน
ผมสั่งงดงานและพักงานศพนั้นเป็นการชั่วคราว
คือเปิดต่อไปอีกเพื่อการพนันประเพณีงานศพ
มัคนายกวัดตอนนั้น
ได้ขอต่องานศพให้จัดไปอีกโดยยินดีจ่ายค่าใช้จ่ายค่าไฟค่าน้ำให้และแทนผมช่วง
สามคืนที่ขอพิเศษนั้นให้


สามคืนผมยกให้ในฐานะที่ผมที่ผมต้องรับผิดชอบ
ศพแม่และศพพ่อโดยอำนาจเพราะผมเป็นทายาท
และในงานศพพ่อและแม่ผมประกาศงดรับซองช่วยงาน
แม้มีรายการเขาเจาะจงกรณีพิเศษจะตอบแทนมาบ้าง
ซึ่งผมได้มอบเงินจำนวรนนั้น
ให้ตัวแทนนำไปสำรองจ่่ายเปล่า
ให้กับรีายการคนตายในรายการต่อไป
จนกว่าเงินสำรงจ่ายเหล่านั้นจะหมดไป


ทราบว่ามีเงินบางส่วนหายไป

โดยไม่แจ้งให้ผมผู้เป็นทายาทและมีอำนาจตามกฏหมาย
ทราบและลงบัญชีเอาไว้
ผมได้บันทึกไว้เพื่อมอบให้ทนายความดำเนินการตกลงติดตามให้


อันนี้ตามนโยบายของบ้านอานองเตคือ
ผมใม่ติดใจเอาความหรือติดตาม
แต่จะปล่อยและยกประโยชน์ให้กฏแห่งกระทำ
เข้าไปลงโทษและติดตามให้

เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดเกิดขึ้นระหว่างการติดใจไม่ติดใจเอาความนั้น
ผมหมายถึงอย่างนี้คือ
ตรงนี้ผมป้องกันบุคคลที่สาม

คือเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นในความรับผิดชอบของผมและหน้าที่

ผมอาจจจะถูกมองว่าเป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามาารถขึ้นมา
ผมจึงใช้บททนายความเข้าแก้
เพราะทราบแล้วว่าเผ่ากิยองติน
ที่ผมชอบอ้างถึงเป็นเผ่าในมโนคติคืออาจจะเป็นความจริงนอกความคิด
แต่มิใช่ความจริงในความคิดของผม
อย่างงั้น


ส่วนการมอบให้ทนายความดูให้
เมื่อมีเหตุ
มีผลทางกฏหมายและความสามารถของผมตามกฏหมาย
อันนี้เป็นเรื่องสุดวิสัยที่ผมจะยกโทษให้


ที่เมื่อคล้ายกับอาญาเมื่อเกิดขึ้น
คนเสียหายไม่เอาผิด
แต่หลวงเอาผิดได้
อย่างนี้เป็นต้น
นั่นคือสื่อที่ผมหมายถึง

คือได้ทิ้งน่วยของพ่อแม่ที่ไม่เคยทวงน่วยใครเลย
นับจากแต่งงานมาช่วงระยะเวลา80ปีของพ่อและแม่
นับจากการบริจาคน่วยมาตลอดชีวิต เพราะว่าผมไม่ได้แต่งงาน
และงานอื่นๆอีกพ่อและแม่ผมไม่มีเลย80ปีผ่านไปมีแต่ให้กับให้และทิ้งน่วยทั้งหมด


ด้วยเหตุนี้เองผมจึงกล้างดงานทุกอย่างลงได้
เพราะทราบว่าไม่มีปัญหาการทวงน่วยเกิดขึ้นมา


และคำว่าเห็นแก่ตัวของผมก็หมดไป
และกอร์ปกับการเงินของผมมีปัญหาอยู่ด้วย
และประสบภัยจากหลายอย่าง
รวมทั้งจากเผ่ากิยองติน
เผ่าในมโนคติที่ผมคิดว่ามีอยู่จริงอีกด้วย

แม้กระนั้นเมื่อผมดำเนิยการทุกอย่างลงตัวแล้ว
ผมจะมาตั้งน่วยใหม่อีกก็ได้
เมื่อความพร้อมเกิดขึ้น


ในกรณีของผม
ส่วนการทำบุญบริจาคต่างหากนั้น
พ่อและแม่ผมได่้ทำไปแล้วเป็นจำนวนมากในระดับบ้านอานองเตนี้


เมื่อการขอเพิ่มงานศพจากหนึ่งคืนเป็นสามคืน
เพราะผมพบปัญหาความสงบหลังจัดงานศพแม่ในคืนแรกเกิดขึ้น


แต่เมื่อมีผู้ร้องขอ
เขารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในงานสามคืน
ที่เกินจากข้อกำหนดของผม

กล่าวคึอ
ผมงดงานชั่วคราว
เมื่อพร้อมแล้วมาทำศพใหม่
นี่คือหมายกำหนดการจากทายาทคือผม
ซึ่ง
เป็นบุตรคนเดียวที่ทำได้โดยกฎหมาย

งานศพพ่อไว้7คืน
พบว่าบัญชีการเงินสูญหายระหว่างนั้น
ผมไม่มีเวลาไปควบคุมเพราะต้องพยาบาลแม่อยู่
จึงมอบหมายให้คนอื่นดูแลงานศพพ่อแทน
วัดกับบ้นห่างกัน180ก้าวเดิน


ส่วนปัญหามีในงานศพ
ถ้ามีทั้งฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่
ให้ใชวิธีการแก้ตามที่กล่าวมาแล้ว
ในตอนต้นๆดังนี้แล


ส่วนปัญหาที่มีคือ
งานศพแม่ที่ต้องดๆไว้แทนการไว้7คืนถึง10คืน ถึง30คืน
เพราะมีปัญหาความสงบ


ศพแม่ไปฉีดยาฟอร์มาลินให้ที่โรงพยาบาลต่างอำเภอจากบ้นอานองเต
เสียค่าธรรมเนียมฉีดยา
1000บาทเว้นค่ารถพาศพ


ศพพ่อจะพาไปฉีดฟแอร์มาลิน
แต่มีปัญหาความสงบกับญาติท่านหนึ่ง
จึงงดพาไปฉีด
(รายละเอียดจะเล่าให้ฟังในตอนอื่นว่าทำไมมีปัญหา)


แต่ว่าทั้งศพพ่อและแม่ใส่โลงไม้จำปาหรือโลงคอหมูก็เรียก
ซึ่งแพงมาก
ราคาสองโลงนี้มีค่าถึง3ถึง4หมื่นบาท
ผมจำไม่ไดว่าเท่าไหร่กันแน่ต้องเปิดบัญชีดู
แต่เพียงถือเสมือนโลงทองของคนจนแล้วกัน


หลายคนบอกว่าเก็บเงินไว้ใชเองเอาโลงไม้ธรรมดาฉำฉาก็ได้
แตผมต้องการทำปฎิการคุณต่อพ่อและแม่
ผมถือว่าเท่าไหร่หมดตัว
ผมก็ก็ทำไป

ใครจะหาว่าบ้าหรือเห่ออะไรก็ช่าง
เพราะตอนนี้

ผมคิดว่า
เป็นเรื่องของเรา
คือของลูกจากอุทร
เท่านั้นคนอื่นไม่เกี่ยวแล้ว
มีปัญหาอะไรค่อยว่ากันตอนงานศพเสร็จสิ้สมบูรณ์
แล้วอีกครั้งหรือนัดไปศาล
คนอื่นจึงไม่เกี่ยวผมคิดอย่างนั้น

 

ตอนนั้นเป็นกลางคืนผมจำได้ ถ้าผีมีจริงตอนนั้นผีจะดุ
ผมกลัวผีเป็นธรรมชาติของวผม


โลงของพ่อและ
และหาซื้อยากสำหรับศพพ่อและแม่ผม
ผมใช้เงินที่พ่อและแม่เหลือติดกระเป๋า
หลังการตายของท่านทั้งสอง
ใช้แบบเทกระจาด
ซื้อโลงทองหรือโลงไม้จำปาให้ท่านทั้งสอง
เพื่อให้ท่านได้นอนพักผ่อนตลอดกาลได้อย่างสบาย


ผมยอมเสียสละเพราะเป็นครั้งสุดท้ายแห่งชีวิตท่านทั้งสอง
การตายของท่านทั้งสองเว้นระยะห่างกันเจ็ดวัน

แม้ผมไม่มีเงินส่วนตัวติดตัวเลยตอนนั้น
เพราะช่วงเรียนมหาลัยและเตรียมตัวสอบ

 

เมื่อการตายของผู้มีพระคุณสุดจักเอื้อมทั้งสองเกิดขึ้น

 

 

 

ครั้งหนึ่งขณะที่พ่อและแม่ไปช่วยทำสวนปาล์มให้น้าคนนี้
จนงอกงามเก็บผลได้แล้วในเนื้อที่ประมาณยี่สิบไร่เศษ

ที่ดินติดกันระหว่างสามใบเถาของตาและยาย


ตามประวัติงานนี้
พ่อเป็นลมป่วยวัณโรนคกลางวันแสก ๆ ขณะล้มกลิ้งงอยู่คนเดียว
ช่วงไปเก็บหญ้าดูความเรียบรอยสวนปาล์มให้น้องวสาวแม่คที่สองคนนี้
จนมีพลเมืองดีมาพบเข้ามาแจ้งให้ทางแม่
และที่บ้านอานองเตรู้


เป็นผลให้ทุกคน
ต้องพาพ่อใส่รถเฉพาะไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ

และแม่และพ่อได้ทำสวนยางให้คือปลูกดูแลรดน้ำจัดการคนงานฉีดยา
ติดตามเอาใจใส่ทุกอย่าง
โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน


นับเป็นเจ้าแรกในพื้นที่อานองเต
จนต่อมามีการเอาอย่างเกิดขึ้น

แบบลัทธิเอาอย่างขึ้น
จนรวยกันทุกคน


ที่บ้านอานองเต
ไม่มีใครเลยที่คิดว่ายยางพาราจะทำเงินได้ดีกว่ามะพร้าว
ในระดับรายได้รายวัน


ช่วงเริ่มแรก
พ่อและแม่ได้ทำ
สวนยางให้น้องคนที่หนึ่งด้วยประมาณ20ไร่
แม้ว่ามีการปลูกพริกโดยพ่อและแม่ไปในตัวด้วย
เป็นการส่วนตัวบ้าง
เพราะตัวนี้ทำให้สวนยางใหม่ได้ปุ๋ยและการติดตามตลอดเวลา


สวนน้องสาวแม่คนที่หนึ่งนี้
อยู่ห่งจากบ้านอานองเตทางตะวันออกประมาณหนึ่ง กิโลเมตร

 


และมีการช่วยดูแลคล้ายรับจ้างน้องสาว
โดยทำไร่ให้
ตามปกติพ่อและแม่เขามีรายได้จากมะพร้าวในสวนตนเองพอกินพอใช้อยู่แล้ว
แต่ไม่รวยและรายการหาลำไพ่อืนอีกมากมาย
ซึ่งจะเล่าต่อไปเมื่อคิดรำลึกได้

 

ระหว่างนี้เผ่ากิยองตินคอยกวนพ่อและแม่ผมตลอดเวลา
เท่าที่ผมติดตามสังเกตดูพฤติการณ์และพฤติกรรมอันละเอียดอ่อน
และซ่อนเร้นของชนเผ่ากิยองติน


เพราะชนเผ่านี้ผมสืบทราบว่า
เขายึดพ่อแม่และผมเป็นเหยื่อเป้าหมาย
ไปเสียแล้ว

 


อย่างไรก็ตาม
ตามที่ผีเทพพ่อและผีเทพแม่ผมได้ทำตัวอย่างนี้
แต่ในความป็นจริง
ที่ผมเห็นแล้ว

มันเป็นการตอบแทน
และด้วยความรักและห่วงใยในน้องทุกคนมากกว่า


ยุคที่ไม่มีใครทำยางในพิ้นที่บ้านอานองเต
พ่อและแม่จึงเป็นรายแรกนำร่องการทำสวนยาง
ในบ้านชุมชนอานองเตแห่งนี้


ซึ่งต่อการสร้างสวนยาง
ที่บ้านอานองเตและชุมชน
ส่วนใหญเขาปลูกยางแลกปลูกสับปะรด
แต่รายการที่ครอบครัวบ้านอานองเต
ที่พ่อและแม่กระทำต่อกันนี้ให้เปล่าๆในระหว่างน้อง ๆนี้

ที่แม้ทำนี้
ไม่ได้ปลูกอะไรทดแทนอะไร
ปลูกยางให้ดูแลให้ส่วย
เพื่อน้องคนที่หนึ่ง

อีกรายปลูกปาล์มให้และดูแลให้
สำหรับน้องสาวแม่คนที่สอง

แต่หน่อปาล์มและยางเขาพามาเอง
แม่กับพ่อมีหน้าที่ดูและทำให้เปล่าๆอย่างเดียว
ไม่ได้ส่วนแบ่งสักบาทเดียว
จากการช่วยน้องๅทุกคน
เท่าที่ผมพบมา

 

ข้อสรุป
เรื่องยางและปล์มที่พ่อแม่ทำให้น้องนี้
ประสบผลสำเร็จดีมาก
ดีกว่ามะพร้าว
ที่เคยมีเคยเป็น

เพราะยางมีรายได้ประจำวันและมาก
แม้ว่ามีวส่วนแบ่งหกสิบสี่สิบ
แบ่งกับคนกรีดยางก่อนยางเป็นแผ่น
ก็ตาม


เรื่องน้าคนที่สองจบลง

ถ้ามีอะไรจะเชื่อมโยงอีกครั้งในภายหลัง

แมเล่าให้ฟังว่ายุคสร้างตัวนั้นแม่ลำบากมาก
ต้องเดินหาบเร่ขายขนม
ในหมู่บ้านทั้งตำบลทุกวัน เดินด้วยเท้าเปล่า
ใส่รองเท้าไม้เกี๊ยะหรือเท้าเปล่า
วันละยี่สิบ กม.ได้


แต่สมัยก่อนการเดินแบบนี้สนุก
เพราะทำแบบนี้กัน
เป็นแฟชั่นทุกบ้านที่อานองเต
ที่อยากมีรายได้

ขนมลอดช่องสิงคโปร์
ลอดช่องกระทิใบเตย
ขนมอื่นๆผมจำไม่ได้เมื่อแม่เล่า

ในยุคเริ่มแรกนี้
และแม่ยังต้องสร้างสวนกับตาและยายอีก
อันนี้เกิดขึ้นก่อนแม่แต่งาน
แลบะพบรักกับพ่อซึ่งเป็นคนจีน
ทั้งเชื้อชาติจีนและสัญชาติจีน
จากสกุลแซ่แต้
ชาวจีนอพยพเข้าไทยยุควัฒนธรรมจีเปลี่ยนแปลง


พ่อนั้นเดืมมาเป็นคนรับจ้างทำสวนในบ้านอานองเตของตา
เพราะมีคนจีนในตลาดที่น่าเชื่อถือนำพ่อมาฝากมาตา

หลังจากที่พ่อได้รับเข้าทำงานแล้ว
โดยตาซึ่งเป็นคนจีนเชื้อสายสายไฮหลำพูดแต่จิ่วได้
แต่มีสัญชาติไทย
มีทะเบียนราษฎร์เป็นคนไทย
เป็นคนรับรองเข้าทำงาน


และต่อมาโอนหนังสือภูมิลำเนาทะเบียนคนต่างด้าวไทยมาอยู่ที่บ้านอานองเต
พ่อเคยมีคนรักในเมืองจีนแล้วหนึ่งคนเป็นคนจีน
ก่อนที่จะมาพบรักครั้งสองคือแม่ผมซึ่งเป็ฯคนไทย


ตอนผมไปเยี่ยมปู่ที่เมืองจีน
แฟนเก่าของพ่อได้แวะมาหาผมอีกด้วย
ที่บ้านย่า
แต่ห่างกันคนละตำบลเท่านั้น


จำได้ว่ามาหาผมด้วยรถจักรยาน
ผมยกมือไหว้แฟนนเก่าของพ่อผมทันที
ที่ถูกแนะนำให้รู้จัก

สวัสดีครับ
จบ

 

พ่อและแม่
จนมาพบรักและแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับแม่และ
มีลูกคือผมในตลาดดังกล่าว
ผมเกิดเมื่อวันที่ สิบสี่กุมภาพันธ์ตรงกับวันวาเลนไทม์
พศ.2494
ตกฟากช่วงเช้าโดยทำคลดด้วยแพทย์ตำบลอานองเตนั้น

และหลังเกิดผมยังไม่ทันอดนมแม่และพ่อได้แยกทางกันเดิน
แม่ตัดสินใจไปบวชชี
ส่วนพ่อไปทำการค้าทางใต้


จนพ่อได้สิทธิการจับจอง
เพราะสมรสเกับคนไทยแล้ว
เพิ่อทำสวนยาง200ไร่
และพ่อได้มาขอให้แม่สึกจากชี


แต่แม่ทำสมาธิกำลังได้อารมณ์จึงตัดสินใจไม่สึกจากชี


ผลคือพ่อเป็นคนจีน
ถ้าไม่มีเมีย
จดทะเบียนสมรสเป็นคนไทยมา
เซ็นรับรองในการ
รับที่จับจอง200ไร่ร่วมด้วย

นี้เพื่อนำที่ดินจับจองนี้ไปทำสวนยาง
ทางเจ้าหน้าที่ไทยไม่ยอมอนุญาตให้คนต่างดาวทำได้ เป็นระเบียบในสมัยน้้น


ต่อไปน้าคนที่สามหรือนองของแม่คนที่สาม

น้าคนนี้มีปัญหาเรื่อง
การลิดรอนสิทธิที่ผมกำลังจะกล่าวถึง
ซึ่งไม่ติดใจอะไรกันแล้วเพราะคู่ความตายไปหมดแล้ว

แต่ที่กล่าวขึ้นมามันเป็นวรรณคดีเพื่อการสืบค้นญาติเท่านั้น
อันเป็นวัฒนธรรมในการสืบค้นในยุค ดีเอ็นเอนี้ด้วย


ก่อนอื่นมีความคิดแทรกบรรเจิดขึ้นมา
ผมจึงต้องคิดแทรกตรงนี้
อย่างงัยเสีย
เราต้องพัฒนาตนเองเป็นแรงงานเท่ากับกำลังเร่ง
ตามสูตรคือเอ็มเท่ากับวียกกำลังสอง

เพราะคนต้องการทำอะไรให้พอใจเร็วและใช้ได้และไม่ตายเพราะความผิดพลาด
เพราะฉะนั้น
การปลูกอะไรเท่ากับการลงทุน
ดอกเบี้ยจะงอกขึ้นทุกวัน
เหมือนต้นไม้ที่มีรากงอกเมื่อ
ออกผลมันจึงเท่ากับดอกเบี้ยทบต้น
เราไม่มีแรงเข้าตลาดหุ้น
เพราะสมองมันล้า
เพราะวัยจำกัด
รากของต้นไม้ที่โดนน้ำงอกออกมากับดินที่ฝังไว้
ยากันเชื้อโรคที่เราคอยปิดกั้นภัยกิยองติน
เท่ากับดอกผลที่เราลงทุน
และเชื่อว่าบั้นปลาย
เราจะได้ทุนคืนกับพร้อมกับดอกในการลงทุน
มันอาจจะมีความตายเป็นคำตอบ
แต่ว่าทุกคนต้องตาย
แต่ทุกคนไม่ต้องจนไม่ต้องรวยหรือรวยได้

เราต้องทำการปลูกอะไรก็ได้แม้แต่หญ้าให้
มีผลเท่ากับวียกกำลังสอง
นั้นหมายความกำลังคือเอ็มพลานเท่ากับ
ที่เราเรียนมาคือ
วีคูณด้วยทีกำลังสองหรือวีกำลังสอง

จึงได้ผลผลิตที่เรากว่าเครื่อง
เพราะโลกเจริญขึ้นมาเพราะเครื่องยนต์กลไก
มิใช้แรงของคน
แต่เพราะสมองของคน

จึงเท่ากับว่าเรามีสมองเร็วกว่าเครื่อง
เราต้องทำให้ต้นไม้อะไรก็ได้ขึ้น
โตเช้าโตเย็น
ไม่คำนึงภถุงดอกผงที่จตะได้
ขอเพียงอย่าให้ต้นมันตาย
และแห้งเหี่ยวอย่างเดียว
ในขั้นนี้

และเชื่อว่าผลที่ตามเราค่อยพูดถึง
เราผลิคแดดได้ผลิตฝนได้ใส่ปุ่ย
ผลหรือลูกต้องตามมาแน่นอน
เพียงใช้ึความพอดีนิดเดียว

เราก็เรากว่าเครื่อง
ต้นไม่จะให้ผลผลิตที่เร็วกว่าแสงเร็วกว่าตความเร็วแสงและเสียง
และเร็วกว่าทุกอย่าง
จนหาที่ปลูกอะไรไม่ได้
ตองเดินทางไปจับจับที่ดิน
เพื่อเอาสิทธิที่ทำกิน


บนโลกอื่นเช่นโลกพระจันทร์ที่เราเห็นในคืนเพ๊ญ
และยังมีอีกหลายโลกในจักรวาล
ที่เรีนยกว่าดาว
มีแผ่นดินอีกมาดกที่เราเพาะปลูกได้
เพราะเราสาามารถสรรหาสิ่งทดเทิดเมื่อขาดได้
แล้วอะไรก็อยู่ในกำมือขแองคนเป็นแน่แท้

มนุษย์จึงเป็นตัวกำหนดสรรพสิ่งที่ท่านว่าไว้จริง
เมื่อลองทำและคิดโโยวิธี
ผมว่าอย่างนั้น
ใครจะไม่เชื่อหรือจะเชื่อเรื่องของเขา
ตอนนี้เราเชื่อคนเอง

ต้นไม้หลายชนิดเช่นไผ่ตงไผ่สีสุก
หายไปตยไปจตมสูตร

ต้นกล้วยสรรหามาปลูกขนาดกรมกล้วยอะไรของจา
ติดตามมาดูเพื่อเอาพันธ์ติดต่อมา
แต่เศร้ามีอุปสรรค
และทั้งหมดได้หายไปและตายไป
บางอย่างแอาจจะเป็นฝีมือของเผ่ากิยองติน
แต่บางอย่างเป็นฝีมือของธรรมชาติบริสุมธ์

บัวหลายชนิดเช่นบัวกระด้ง
ผมเอามาปลูกซื้อมาจากตลาดนัดกลางและตลาดสดนัดสากลกรุงเทพฯ
ไม่มีเหลือตายหมดหายหมด

ยังอีกหลายอบ่างที่ผมนึกไม่ออกและทวนรำลึกความทรงจำไใม่ได้
ว่าปลูกและซื้ออะไรมาบ้าง
เรามีสิทธิที่จะปลูกอะไรก็ได้
ไม่มีใครห้าม
แม้ต้นไม้ที่เขาห้าม
ยังขออนุญาจากทางราชการได้
เมื่อมี้หตุผลพอเหมาะ


ฉะนั้นเราจึงมีเสรีภาพในการปลูกและปลูก
เหมือนเราสร้างมนุษย์ได้จากมดลูกโยนีผู้หญิง

เราจะปลูกอะไร

ถ้าใครห้ามนั่นคือซาตาน
นอกกฎหมาย
มีภัยมีเหตุขัดข้องแก้ไขได้
แต่มิใช่การทำลายล้าง


เพราะฉะนั้น
การปะทะกันทางความคิดแนวนี้
อาจจะเป็นเป็นหัวข้อสงคราม
โดยบังเอิญและโดยอุบัติเหตุ

แม้แต่ต้นพลูเขา
ที่ตาปลูกและต้นไม้เท้าย่ายม่องที่ตาเคยปลูกๆไว้ที่
บ้านอานองเตเก่ายังตายไม่มีเหลือ

เมื่อผมเห็นว่าสิ่งที่ตาปลูกๆไว้นั่นคงดีบ้าง


วัหนึ่ง
ในอดีตที่นานมาแล้ว

ผมคาดการณ์ไว้ไม่ผิด
เอาพันธุ์พลูเขานั้นมาปลูกไว้
ปรากฏว่า
ขึ้นและเหลืออยู่


โชคดีที่เราทราบทีหลังว่า
มันคือสะค้าเขา

ส่วนสะค้านนั้นซึ่งปลูกยากมาก

สะค้านยาธาตุแก้โรคลม
หรือธาตุลม
สะค้านปลูกยากและไม่ค่อยจขึ้น
ต้องใช้มืออาชีพจริงๆ
หรือว่าที่มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
มันจะขึ้น


เถาชี้กาแดงหายากมาก
มาปลูกไว้แต่เดี๋ยวนี้ตายหมด
ผมต้องหาสาเหตุแห่งการตายของต้นไม้เหล่านี้ให้ได้
ไม่คาดผิดใคร

เพราะธรรมชาติมันจัดการให้เราเหมือน
อาญาที่เราไม่เอาผิดและยอมความไม่ได้
แต่หลวงจะเอาผิดให้


อันนี้เป็นความดีความงดงามที่ท่านตราไว้
ให้เป็นบรรทัดฐานและ
ความยุติธรมของมนุษย์
ที่มันควรจะคงไว้
และสุกใสเหมือนดาวประกายพรึก
ดาวพระศุกร์ท่านก็ว่า

 

ผมจำดาวนี่แม่น
เพราะตอนที่ผมไปเดินยามให้ชุมชนอานองเต
ผมจะเลิกกลับยามได้


พอดีทุกครั้งผมเลิกยามเดินกลับบ้านอานองเต
ผมเงยหน้าขึ้นมองฟ้า
พบดาวดวงนี้
ทำหน้าที่แจ่มใสแทนพระจันทรและพระอาทิตย์
ในยามค่ำคืน

ในตอนก่อนเช้าตรู่ทุกเช้าใหม่ของวัน


ยิ่งหน้าเดือนมืดจะพบเขาลอยสุกใสมาก
สถิตอยู่กลางนภา


และมันเเป็นเหมือนดาวประดับราตรีที่สุกใส่ที่สุด
ที่ผมเคยเห็น
บนท้องฟ้ามีดาวอีกมากแต่ไม่สดใส
เหมือนดาวดวงนี้


หมายเหตุแก้
เรื่องฟัก เรื่องแฟงและน้ำเต้า
อันนี้อาจมีปัญหาสับสนการเรียกชื่อและพื้นที่ใช้
ผมหมายถึงเอาตามคติชนวิทยาแล้ว
มันง่ายต่อการสื่อกันเข้าใจ
ที่ผมหมายถึงคือ ขี้พร้า คือที่เขาเรียกกันว่าไปอีกอย่างหลายแบบ
เฉพาะตัวเป็นฟักเป็นแฟงอะไร

กรุณาดูอีกครั้งในสืบค้นเชื่อมโยงอื่น ๆ
ขี้พร้าที่ผมพบเห็นที่แม่เคยปลูกไว้กิน
มันขึ้นสัพเพสัตตา ตามต้นไม้แล้วมีลูกยาวใหญ่ห้อยลงมา
หรือที่ปลูกเองแล้วขึ้น


ลูกสีเขียว
แต่มันมีปุยผมเรียกอย่างนี้
คือปุยสีขาวปกปิดผิวเดิมมันอีกครั้ง


เมื่อแก่แล้วเก็บไว้ได้นาน
เมล็ดมันสามารถนำมาปลูกอีกได้
แต่ต้องตากแดดให้แห้งก่อน
แกงส้ม หรือ แกงกระทิ หรือผัด
แต่ที่ผมชอบมาก


คือต้มกับเห็ดหอมมีมะนาวดองและมีขาไก่
อันนี้ผมชอบกิน
และ


ท่านบอกว่าขี้พร้าเป็นพืช

ที่ให้ผลประโยชน์ทางสมุนไพรคือแก้ร้อนในได้
และยังนำมาทำแช่อิ่มแห้งกินได้อีก


แม้ผมไม่ได้ทำแช่อิ่ม
แต่ผมจะซื้อกินที่แช่อิ่มมีขายตามร้านขาย
ของหวาน
ชนิดอบแห้งของคนจีนสมัยก่อน


อันนี้ชื่อว่าขึ้พร้า
ผมพบและรู้จักมันในภาคกลางตอนล่าง
หรือภาคตะวันตกของไทย


ส่วนที่อื่นอาจจะเรียกต่างกัน

 


ส่งผู้เชี่ยวชาญการเรียกชื่อ
อีกครั้ง
เพื่อทำให้ความเข้าใจตรงกัน

อีกอีหนึ่งคือน้ำเต้า

ส่วนนี้คือเรารู้จักกันเป็นผักสวนครัวพื้นบ้าน
ผมชอบกินที่ต้มใส่เกลือ
นิดหน่อย
แม่ทำให้กิน


และนำมาผักกับหมูและต้นกุยช่าย
เหมือดด้วยน้ำพริกแมงดานา
ผมก็ชอบกิน


แม่ชอบปลูกและชอบกินต้นกุยช่าย
ผมพึ่งทราบข้อมูลว่า
ต้นกุยช่ายนี้
มันมีสมุนไพรวิทยาอยูกับตัวนี้42อย่าง
แต่แม่ชอบกินอย่างนั้น
จากข้อมูลทางอินเตอร์เนต
08/07/60

มิได้หมายถึง
จะเอาหรือประโยชน์สมุนไพรอะไรจากกุยช่าย
หรือถ้าแม่ไม่เคยเล่า และผมไม่สนใจจะถาม
เพราะแม่เป็นคนไม่ชอบพูดมากและจู้จี้จุกจิก


เงินแม่ชอบแต่เมื่อนำเงินมาให้แม่
แม่จะถามก่อนว่า
เพื่ออะไร
เงื่อนไขอะไรเสมอ


และเมื่อผมนำเงินมาให้แม่ใช้กินขนม
แม่ผมจะบอกว่า

เอากลับไป
และเก็บไว้ใช้เองแทน

แต่ถ้าแม่อยากได้อะไรจะบอกให้ไปหามาให้

แต่เงินแม่ออกให้เอง
แม่ไม่ค่อยจะมี

น้ำเต้าที่ผมว่านี้
ผลแก่มันสีเหลืองอมเชียวสีผสมครับ
สามารถเก็บไว้ได้นาน


คติเดียวกันกับลูกขึ้พร้าเหมือนกัน
โปรดเทียบเคียงอ้างอิงเชื่อมโยงเอา
แต่ที่ผมหมายถึงขี้พร้าและ น้ำเต้า
คือสิ่งที่กล่าวมาแล้า

แต่ในบทก่อนผมพบว่า
เรียกฟักเรียกแฟงหมายถึงสองสิ่งนี้
จึงได้โปรดเข้าใจตามนี้อีกครั้งด้วย
เพื่อให้ความเข้าใจตรงกันก่อนที่จะสื่อต่อไป

เพราะงานบล็อกตัวนี้
มิใช่อ่านเอาเรื่องทีเดียว
แต่เป็นการอ่านอกเวลา ตามที่ผมได้เคยบอกไว้แล้ว
เอาเป็นว่ามันคงได้ประโยชน์ทางใดทางหนึ่งบ้าง
เมื่อมีคนมาพบเข้า
และเมื่อเสียเวลาอ่านมัน

น้ำเต้าผมเคยอ่านนิทาน
ในฝรั่งเป็นเรื่องเรื่องผีหลอก

มันมีชื่อว่าพัมกินส์ใน-ภาษาอังกฤษpumkin

 

 

ผมฟังเบธอเฟนชั่วโมงนี้ได้อารมณ์ดี
ตอนนี้เวลาเย็นเรียกว่าเข้าพลบค่ำ
ฝนไม่ตกวันนี้ทั้งวัน
เงียบสงบไม่มีเสียงเบสจากงานวัดอีกแล้ว
หมดเทศกาล


ผมต้องใช้แอร์เพราะอากาศที่บ้านอานองเตเสีย
และผมมีปัญหาสุขภาพ
ต้องใช้แอร์ยอมเปลืองเงิน
เพราะเงินที่มี
เพื่อรักษาตัว ไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องอื่นที่ตามมา
ขอให้ตัวไม่เจ็บไม่ไข้
แต่ไม่ใช้เงินเกินกว่าเหตุ


เพราะเดี๋ยวจะไม่มีใช้
เรื่องหลังการตายของผมนั้นทุนนิธิและมูลนิธีที่คาดว่านั้
เหลือเฟือเพื่อดูแลสิ่งที่ต้องดู
ตามที่ผมคาดไว้
หลังผมตายลง

แต่ตอนนี้ผมอิสระแม่สั่งว่าทำอะไรตามใจชอบ
และไม่ได้สั่งว่าต้องทำนิธิหรือมูลนิธิอะไรด้วยซ้ำรวมทั้งพ่อ
ก็ว่าอย่างนั้น
อันนี้เป็นเอธิคของผมเอง
ที่เรียนรู้มา
และก็ไม่คิดว่าจะเอามาแสวงหาประโยชน์อะไรนอกเสียจากภาวะของมัน
ความมีความเป็นในตัวมันเองเท่านั้น

เอาละมาเข้าเรื่อง

อย่างไรก็ตามจะว่าเรื่องลิดรอนสิทธิ
ที่ผมได้สูญเสียไปที่จะได้ชีวิตตั้งไข่ได้ในช่วงหนึ่ง
เมื่อพ่อและแม่กลับมาคืนดีกัน
ตามภาวะที่ควรจะเป็นในชีวิตไป


แต่ไปกล่าวเรื่องอื่นแทรกตลอดเวลา
เพราะว่าความทรงจำผมเริ่มเลือน
เพราะฉะนั้นอันไหนคิดได้ก่อนก็ว่าแทรกเรื่องนั้นไปก่อน

มิฉะนั้นก็ไม่ต้องทำอะไร
คือคิดไม่ออกสนธิกันไม่ได้

สมองของผมจากมีระเบียบและระบบ
ในวัยนี้ระเบียบและระบบไม่มี


สงสัยเพราะเหตุนี้
เขาจึงให้สิทธิคนสูงอายุและบำนาญ
ในการแสวงหาความสุขให้มากที่สุด
เท่าที่จะมากได้ก่อนตาย
สงสัยเป็นเพราะอนย่างนั้น
ผมก็รู้สึกว่าอย่างนั้น

และก็ถูก
เพราะว่าบุพพการีชนอันเราต้องหวนรำลึกถึงความดีที่ท่านได้
ทำไว้
แก่ทุกคน

ชีวิตนับจาก
ยุคไดโนเสาร์เต่าล้านปี
ซากมันเขายังเอามาใส่พิพิธภัณฑ์เอาไว้ดูต่างหน้าเลย
ในแผนกประวัติศาสตร์สิ่งมีชีวิต
ที่ของมีชีวิตจริงเหมือนก่อนไม่หลงเหลืออีกแล้ว
เอาไว้เช่นใดก็เช่นนั้น


เผ่ากิองตินรายหนึ่งแกเป็นเผ่ากิยอยองตินโดยสภาพ

นับให้เป็นเผ่าดิบองจิก็ได้ตาคนนี้
กล่าวคือเขามารับจ้างขึ้นมะพรวงวดทีสวนอานองเตผม
ผมมีแต่ใหเแกได้เปรียบ
เพราะผมจะได้อุทิศไปให้ตาผมที่นอนตายแห้งอยู่ี่วัดข้างบ้านเขา
ตามประเพณีและวัฒนธรรมเก็บศพคนเก่าไว้รำลึกที่คนนิยมทำ


และเพราะแกรู้จักกับตาผมคนหนึ่งที่บวชและอายุยืนที่สุดระดับ109ปี

คือ

วันหนึ่งผมถามแกว่า
มีปัญหาของหายอยู่ร่ำไป
ทำอย่างไรทีตา "ผมถาม"
แกตอบผมว่ามันไมฟังหรอกพี่หลวง "แกตอบ"
แกตอบผมอย่างนี้

นี้แสดงว่าคนเรานั้นต้องมีปัญหาอย่างนี้
ภัยสังคมที่ผมและบ้านอานองเตอย่างนี้อยู่ร่ำไป

ผมจึงได้ความคิดตามมาว่า
มีทางเดียวคือการระวังและดูแล
ไว้ใจทางวางใจคนหรือใครไม่ได้เลย

ผมมีปรัชญาอย่างหนึ่งคือว่า
จะทำอะไรต้องไม่มีปัญหา
หรือคาดว่ามจะมีปัญหา
ถ้ามี
ผมจะไม่ทำ
เพราะทำไปก็เสียเปล่า
เสียแรงเปล่าเสียเงินเปล่า
ฝันค้างเปล่าๆ


สุดท้ายไม่ทำแต่ทำที่คาดว่าใช้ได้และได้ผลจึงทำ
ทำค่อยทำ
แม้จตะจนก็ยอม
แม้จะเป็นทาสก็ยอม
แม้จะถูกเผ่ากิยองจตินแกล้งก็ยอม
แม้จะถูกตราหน้าจากโลกว่าเป็นผู้แพ้ก็ยอม


ตาผมเป็นคนที่ผมองแล้วว่า
เป็นคนสมถะในความคิดวันนี้ของผม
ชีวิตตาเหมือนผ้าพับไว้
ผมขจอชม


ตาทำอะไรเป็นแถวเป็นแนวและตาตั้งตัวได้
ตาไม่ผิดลูกเมียใคร
ตามีเมียคนเดียว


ก่อนตามาพบยาย
ผมที่เป็นแม่ของแม่ผมนั้น
คนนี้
ตาเคยมีแฟนเก่ามารึเปล่า
ผมไมทราบ
และผมไม่กล้าถาม


รู้อย่างเดียวตาขึ้นศาลแพ้ความเรื่องมรดกพ่อแม่ของตา
เพราะเอกสารที่พ่อของตาทำไว้ให้
ตาทำหาย
จึงแพ้ความศาลในสมัยนั้น

ตามีศีลห้าในศาสนาพุทธะอย่างเคร่งครัด
ตาเคยกินปรอท
ปรอทที่เขาทำทองที่ใช้กับทองคำ
ตาไปได้มาจากบ้านหลานที่ทำทองที่กรุงเทพฯ
บ้านอยู่หน้าวัดเทพศิรินทร์ กรุงเทพฯ

ตาและยายเป็นคนโกงและดุมาก
ในเรื่องความผิดขอลลูกหลานที่เกิดขึ้นในครอบครัวอานองเต
ผมจำได้ว่า
แม่เคยเล่าว่า

เวลาตีลูกเในเมื่อทำผิด
ท่านใช้ไม้กระบองทีเดียว
มิใช่ไม้เรียว
แต่ตีที่ก้น


หลักอีกอย่างของตามีว่า

เมื่อใช้สิ่งใดให้ไว้ตามเดิม
ห้ามวางทั่ว
ตามอำเภออำใจ

ถ้าพบใครในบ้านอานองเตทำ

โดนทำโทษสถานหนัก
ทุกคนในบ้านอานองเตกลัวและจำ

 

ตาชอบเดินทางไปทะเลในเวลากลางคืนเดือนหงาย
ไปคนเดียวไม่กลัวเสือกินเมื่อต้องเดินข้ามป่า
ไม่กลัวคนทำร้ายเพราะสมัยนั้นบ้านอานองเต
น่ากลัวและอันตรายมาก


ผมจำได้ว่าเรื่องการทำโทษ เกิดขึ้นกับผม
คือหน้าร้อนไม่มีน้ำบ่อที่บ้านอานองเต
ที่ตาขุดเองและผมเคยลงในกะมา
เอากะมาลงไปกวาดน้ำขุ่นขึ้นจากแอ่งรอนำใส่ก้นบ่อ

เพื่อ
เวลบาน้ำผุดในตอนกลางคืนและตอนเช้าจากตาน้ำ
จะได้เอากะมาที่ติดเชือกมาหย่อนตักน้ำใสไปกินและใช้ได้

บ่อนี้ลึกมากมีถึงยี่สิบปลอก
หน้ามีน้ำบ่อ
คนใกล้เคียงบ้านอานองเตมาใช้น้ำบ่อนี้ทุกครัวเรือน

 

ส่วนบ่อเก่าของพ่อและแม่ของแม่คุณ(คำนี้เป็นสรรพนามพิเศษเรีกชื่อ)คือยายผม
นั้นเก่ามาก
จนนับวันขุดไม่พบ
ตอนนี้มิได้เป็นมรดกตกทอดมาถึงยายแล้ว
ตามคำสั่งของทวดหรือมรดกเก่าซึ่งมี
อีกชุดหนึ่งก่อนสมัยบ้านอานองเตเกิด

เมื่อสมัยน้ำแห้ง
ที่บ้านอานองเตเก่า
หมายเหตุกะมาตักน้ำคือภาชนะตามคติชนนิยมวิทยา
เป็นอุปกรณ์สำหรับหย่อนตักน้ำบ่อขึ้นมากินและใช้หรือล้างหน้าได้
มันเบาและมันไม่ทำให้
น้ำก้นบ่อขุ่นทำด้วยกาบหมาก

เมื่อฝนไม่มี

ผมและน้าคนหนึ่งหรือน้องคนที่สอง
ของแม่
ท่านจะมีหน้าที่เอาล้อที่บ้านอานองเต
ไปขนน้ำจากบ่อเพื่อนบ้านใกล้เคียง
ที่มีบ่ออยูมีน้ำผุดจากคลอง
และบ่อนี้อยู่กลางลำคลองที่ไม่มีน้ำไหลช่วงหน้าแล้ง
ห่างจากบ้านอานองเตห้าร้อยเมตรทางใต้

ต้องทำเช่นนั้นทุกวันมิฉะนั้น
บ้านอานองเตเก่าไม่มีน้ำใช้


บังเอิญวันหนึ่งมีคนมารอท่าเข้าคิวเอาน้ำที่บ่อนี้มาก
ผลคือ
น้าและผมซึ่งเป็นเพื่อนมาเอาน้ำที่บรรทุกด้วยล้อตามคำสั่งตาและยาย


รถเทียมควายที่เรียกว่าล้อๆหนึ่งบรรทุกได้ลายปี๊บๆ
มีผ้าขาวสะอาดปิดพร้อมใบไม้ไว้บนฝาปี๊บที่เปิดรูแล้ว
เพื่อกันน้ำกระฉอกเมื่อควายลากล้อผ่านทางเกวียนเพื่อกลับบ้านอานองเต

ผลปรากฏว่า
เราต้องกลับบ้านมืดกว่าทุกวันปกติ
มาก

เพราะรอคิวยาวค่ำเย็นวันนั้น
ยายจึงให้คนมาตาม
เพระคิดว่า
น้าสาวคนนี้โดนฉุดไป
กลับมาโดนตากับยายด่า
ฟาดด้วยไม้กระบองอันใหญ่จนล้ม

แต่ผมไม่โดนทำโทษ
เพราะว่าไร้เดียงสา
แลบะเพราะว่าเป็นเด็ก
เพราะไปเพื่อนน้องสาวแม่คนที่สองเท่านั้น
ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร


ที่บ้านอนองเตถึอนักยิ่งกว่าศาานาสียอีก
คือ
ถ้าไม่แต่งงานห้าม
ยุ่งกันกับใครเด็ดขาดไม่ว่าลูกสาวลูกชายของตาคนไหน
ถ้าตยยายรู้เข้าโนไม้กระบองแนอน

ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งเดินไปกลางสวน
พบแตงโมสวนเพื่อนตาเลื้อยเข้ามาในสวนของตาเอง
ลูกพอแก่เชื่อว่ากินได้
ตอนนั้นที่ผมเข้าใจว่าแตงโมแก่หรือไม่แกเพื่อกินได้
ผมจึงเอามากินที่นั่นในกลางสวน
แม้ขอแล้วจากเจ้าของสวน
ปรากฏว่าตาทราบเข้าถูกทำโทษ
ฐานไม่สุภาพไปกินกลางสวน
แทนที่จะมานั่งกินให้เรียบร้อยที่บ้าน
และตาถือว่าเป็นอาการของการลักขโมย


ผมมีความผิด เพราะทำอย่างนี้
และถูกตาเรียกมาทำโทษ
หลังเสร็จอาหารค่ำของทุกคน


และโทษครั้งนั้นอาการหนักมาก
ตาทำอย่างไรครับ
มาดูกันต่อไป


เอาตะปูตอกที่นิ้วเล็บเลยทีเดียว
และทิ้งไวหนึ่ระยะแล้วถอดตะปูออก


ขั้นตอนการทำอย่างนี้
อ่านเรื่องว่า
ทำไมทำโทษก่อน
แก้ตัวว่า
ไม่ได้ลัก
แต่เหมือนไปลักเขามา
กิน
ถือว่าซนเกินกว่าเหตุ

ท่านทำโทษผมอย่างนี้

เอาน้ำแอลกอฮอล์มาทาที่ข้อนิ้วก้อยปล้องที่สอง
ข้างขวาหรืซ้าย
ผมจำไม่ได้
แล้วเอาตะปูมาและฆ้อน

ท่านบอกให้วางมือลง

ตะปูตอกลงที่เนื้อข้างนิ้วก้อยปล้องที่สอง
และเอาฆ่้อนตอกลงกับโต๊ะตัวยาว
ไม่มีเลือดไหลออกจากแผลและไม่เจ็บ
เมื่อตาถอดตะปูออกจากเนื้อ


พบว่าต่อมาแผลหายสนิทและต่อมาไม่เป็นแผลเป็น


การทำโทษครั้งนี้
ทำให้ทุกคนกลัวกัน
ไปทั้งบ่านอานองเต


อย่างไรก็ตาม
เป็นผลให้ยายทะเลาะกับตาอยู่สองวันต่อมา


และวันที่สองตากับยายปิดประตูบ้านตีกัน
สองผัวเมียไม่มีใครอยู่
มีกลานยายนคนหนึ่งเข้ามาเห็น
ห้ามแต่ท่านทั้งสองไม่ฟัง


ผลคือยายกัดหน้าผากตาขาดไปหนึ่งชิ้น
สาวนตาทำฟันยายหักไปหนึ่งซี่


ส่วน
อาการที่เขาทะเลาะตีกันนั้นผมไม่เห็น
แต่ได้ยินเสียงทะเละกัน
เพราะกลัว
ไม่กล้าเข้าไปซุ่มแอบดู


ต่อมาเพื่อนตาที่ตาเอามาจากเมืองไฮหลำ
ที่ผมไปขอเอาแตงโมมากินแบบไม่สุภาพ
ท่านนั้นเพื่อนตาคนนี้เป็่นเซียนการพนัน
และที่สุดขายที่ดินั้นให้คนอื่นเวลาสืบต่อมา
และย้ายไปอยู่ที่อื่น
ลูกสาว
ของเพือนตาคนนี้เป็นเพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกับแม่ผมในรร. ประชาบาล
สมัยยุคกระทรวงธรรมการ

ตาสวดขอฝน
ฝนตกลงมาได้จ
ตาสูนย์ฝีเป็น
สามารถทำให้ฝีไข่ดันหาย
คางทูมหาย
เสกด้วยปูนแดงที่กินกับหมาก
เพื่อนบ้านอานองเตชอบมาใช้บริการ
บริการนี้ฟรี
สมัยนั้น

 

ตาทำอิฐบล็อกแบบเก่าเท่าอิฐบล็อกปัจจุบัน
จากแกลบดินขาวดินเหนียว
และเผาออกมาเป็นก้อนทำกำแพงบ้านได้
แต่ไม่มีใครนิยมเอาอย่าง


ตาปลูกลำไยมีลูกเป็นลำไยเถาหนึ่งต้น
ปลูกกาแฟหนึ่งต้นมีลูก
ปลูกส้มโอไว้หนึ่งต้นมีลูก
ตาชอบปลูกดอกไม้ต้นไม้ว่านสมุนไพรทุกชนิด
ที่ได้มาจากการเดินทางไกล

ต้นไม้ที่ตาปลูกมี
ดาวเรือง
เฟื่องฟ้า
รักเร่
หงอนไก่
ดาวเรือง
สามเดือน
ต้นแม่ช้อยนางรำ
สร้อยทอง
ต้นเยบิลลา
ทานตะวัน
คุณนายตื่นสาย
มะลิ
ชะบา
กุหลาบ
ต้นคว่ำตายหงายเป็น

 

แต่ยายชอบปลูกต้นเข็มแดงที่บ้านอานองเตหลังใหม่
ต้นเฟื้่องฟ้าต้นใหญ่มากขึ้นข้างบ่อ
เมื่อตาตายแล้ว
ยายได้มอบให้โรงเรียนที่บ้านอนองเต


แตต่อมา รร ทำลายหรือตาย
เพราะเห็นไม่มีแล้ว
เมื่อผมกลับมาจากอังกฤษ

ทั้งหมดทมี่กล่าวมาถ้าตาทำโทษเกินไป
ผมไมถือ
เพราะโดยส่วนตัวท่านดีกับผมมากในฐานะที่เกิดมาเป็นหลานคนโตของท่าน
แต่ที่นำมากล่าวในที่นี้
เพำราะเพื่อประโยชน์ในแง่คติชนวิทยาบางอย่างได้

ตาชอบแต่งตัวเป็นเถน
แต่ไม่เป็นเถนสังกัดอะไรสำนักไหน
แต่ถือศีลห้าอยู่บ้านที่ที่บ้านอานองเตเดิม
ที่บ้นตาเก่ามีกัง 2 -3ตัว
ลิงเสนก็

มีคนมารับจ้างปอกมะพร้าว
ตลอดเวลาที่บ้านตา
มะพร้าวใส่เชิงควายหรือล้อควายไปส่งตลาด
ด้วยตนเอง

มีร้านรับซื้อมะพร้าวเป็นธนาคารของบ้านอานองเต
ทางร้านส่งขึ้นตู้รถไฟไปส่งต่อตลาดกรุงเทพฯ


การทำอะไรสมัยก่อนเขาไม่มีคนงาน
แต่เขาเอาแรงกัน
ทำเกณฑ์แรงบ้านใดเมื่อติดแรง เมื่อมี
งานบ้านไหนก็ต้องไปคืนแรง
มีการเลี้ยงกันอิ่มหนำสำราญ
สมันก่อนทำกันอย่างนี้
โดยเฉพาะงานก่อสร้างไม่ต้องจ้างใช้แรง
แบบเอาแรงกันมาทำ

แต่ปัจจุบันต้องมีค่าแรงงานซึ่งแพงมาก
มีหลายระดับตามความเก่งของช่างคือ
300 500 1000
เป็นต้นต่อวัน

สมัยก่อนทำงานเวลาเดือนหงายด้วย
ทำกลางคืนปลูกผักกลางคืน ขุดดินกลางคืน
กลางวันอากาศร้อนอบอ้าว
นิยมทำกลางคืน ไม่หนวกหูใคร เพราะบ้านอยู่ห่างกันมาก
ที่บ้านอานองเตชอบทำงานกลางคืนเช่นกัน
เหมือนสมัยนี้คนกรีดยางกรีดกลางคืน
ทำกลางคืนเพราะ
ยางออกน้ำยางตอนกลางคืน
เอาละวันนี้ผมนึกได้เท่านี้

 

และที่บ้านอานองเตใช้ไฟตะเกียงน้ำมันก๊าด (เคโรซีน ภาษาอังกฤษ: Kerosene)

และตะเกียงเจ้าพายุเท่านั้น

ไม่มีน้ำประปาหรือไฟฟ้าแรงสูงใช้เหมือนปัจจุบัน

จึงจือหยาง

<div data-href="https://developers.facebook.com/docs/plugins/comments#configurator" data-width="450" data-numposts="20"></div>



/1
the voice iland3/9ปุ้ยvsตุ้ม เสน่ห์หา21oct2012

test

View All