• marttrinii
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : marttrinii@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-06-09
  • จำนวนเรื่อง : 108
  • จำนวนผู้ชม : 17428
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
jjy
ทำเท่าที่มือเป็น ในขณะที่ตามีสิทธิ์ดู เมื่อมาพบเจอ jjy
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jjy
วันจันทร์ ที่ 16 เมษายน 2561
Posted by marttrinii , ผู้อ่าน : 455 , 21:02:55 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

              ข้อแก้อรรถที่พึงทราบมีอยู่ว่า

ตอนที่อานองต์ไปอยู่ที่เมืองออกซฟอร์ดนี้ 

แม้เคยสัญญากับเพื่อนว่าจะพยายามเข้าไป

  เมื่อมาถึงที่นี่ในค่ำคืนวันจากลาจากท่านที่นับถือและรู้จัก

                      ทำไมไม่เข้าออกซฟอร์ดให้ได้ 

ในเมื่อพบแม่บุญธรรมที่ดีและดังที่พบแล้วนั้น 

คือจะ

                       ตอนที่อานองต์ไปอยู่ที่เมืองออกซฟอร์ดนี้ 

แม้เคยสัญญากับเพื่อว่าจะพยายามเข้าไป

เมื่อมาถึงที่นี่ในคำ่คืนวันจากลาจากท่านที่นับถือและรู้จัก 

                    ทำไมไม่เข้าออกซฟอร์ดให้ได้ 

ในเมื่อพบแม่บุญธรรมที่ดีและดังที่พบแล้วนั้น  จะ

และยังพบพ่อบุญธรรมอีกซึ่งท่านมีฐานะดีเจ้าของบริษััทและรู้จักมักคุ้นกับ

เจ้านายไทยสายราชวงศ์อีก

 

การที่อานองต์ไม่ตัดสินใจมุ่งมั่นเข้า มหาวิทยาลัยนี้ให้ได้เพราะ

เหตุผลตัวหนึ่งคืออานองต์มีปรัชญาเริ่องเชิงชั้นทางการเงินเฉพาะตัวที่จะใช้เงินรักษาอาหารใจให้ตนเอง  ที่มีเรื่องการเงิรผิดพลาดไป  เมื่อมาถึงเมืองนี้แล้ว  มิได้โหกแต่อย่างใดให้เสียอารมณ์ไม่

ถ้าหากเข้าไปได้จะลำบาก  ลำพังทนที่เขามีให้มากมาย นั้นคงไม่พอเพียงสำหรับอานองต์  เมื่อปัญหาสุขภาพเพิ่มการเตบโตขึ้นมาโดยบังเอิญ  คือป่วยเป็นมะเร็ง  กับการใช้ชีวิต

ตามทัศนคติของอานองต์  คือทำอะไรตามสบายเหมือนปรัชญาของโทนิ ที่ทำเท่าทำได้เมื่อเหนื่อยก็พัก เมื่อหายเหนื่อยทำต่อนั้นเอง

 

"หมั่นไส้"  อันนี้ไม่เถียง  เพราะความที่อานองต์เห็นโลกรู้จักโลกใบนี้ดี

ว่าทำอะไรแล้วต้องสบายในทั้งตอนเริ่มต้นท่ามกลางและที่สุดจึงจะทำ  เพราะถ้าขืนทำอาจจะมีปัญหาสังคม

ปัญหาชีวิต และปัญหาการเรียนไม่จบกลับมา

ด้วยเหตุเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงข้อนี้

คือเมื่อกลับมาเมืองไทยแล้วก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยปิดได้สอบผ่านได้ถึงสองปริญญา

เพื่อทดเทิดกับที่ผิดหวังไม่ได้เข้าเรียน  ออกซฟอร์ดตามเจตนาเดิมเอาไว้

แต่หาใช่่จะ   จะขี้เกียจหรือคร้านจิต  ที่จะพยายามเข้าเรียนที่ออกซหฟอร์ดนี้มั้ย

 

 

เพราะทางเลือกตามสบายยังมีอีกมากเป็นตลาดวิชา  และเชื่อว่า การสอบเป็นเพียงเงื่อนไขอย่างหนึ่ง

เพื่อการวัดผลเท่านั้น  แต่ว่า เงื่อนไขที่เรียนแบบไม่ต้องสอบก็น่าจะเป็นทางเลือกใหม่เช่นกัน  เมื่อมีความพร้อมและความลงตัวน้อย  แต่อย่างไรก็ตามเอาจริงๆ อาจจะได้หรือตกก็ไม่รู้  แต่ความพยายามของคนอยู่ที่ไหน

ความสำเร็จอยู่ที่นั้นแน่นอน  เผ่าดิบองจิกล่าวยืนยันไว้ มันคือสิ่่งสำคัญ

ว่าสิ่งที่กล่าวมานี้ที่จะโดนใจทุกคนที่ขวนขวายกันมาแล้วว่าสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้อย่างไร  ก่อนอื่น โ อ เอ ต้องคล่องชนิดเยี่ยมทีเดียว  และไม่บ้าเสียก่อน คือสุขภาพดี เล่นดนตรีเป็น กีฬาดี เป็นคนดี  และมีกำลังใจ  อดทน แข็งแรง  มุมานะและบากบั่น  ทุกอย่างมันคงไม่หายไปไหน  ถ้าลองก้่าวไปอีกนิด  มิใช่ทำตนเป็นแบบท่าดีทีเหลว มนุษย์อย่างนี้คงไม่มีใครชอบแน่นอน

 

จากหลักการศึกษาและปรัชญาทางการเงิน ของมีไว้เพื่อได้โอกาสของโลกมีว่า

 

ใครหัวดีไม่มีเงินจะขอรับทุนได้ มีมากมายตลาดทุน

ขอเพียงให้เราเรียนเก่งและทันเพื่อน  แม้จะไม่มีเงินทุนเดิม  กรณีของอานองต?มีปัญหาเฉพาะเอาอย่างไม่ได้  เชื่อว่าอย่างนั้น

ด้วยเหตุผลไม่มีเงิน อัน     นี้้ดัดไปได้เลย

อานองต์ว่าอย่างนั้น

 

แต่อย่างไรก็ตามอานองต์มีเพื่อนมากมายตามมโนคติที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยออกซหอร์ดก็มากมาย มิได้คาดหวังเพื่อพึ่งกัน  เพราะพอจบแล้วต่างคนต่างไป  ส่วนอานองตืผิดหวัง  แต่ก็เป็นมนุษย์ต้อไปได้

นางเอกในเรื่องชาโตอานองเตนี้ ก็พบกันที่ออกซฟอร์ด

 

และจากการที่ผิดหวังในการเข้าไปในมหาวิทยาลัยนี้ตามทะเบียน  แต่ก็เป็นนักศีกษาทางเลือกที่นี่ชนิดหนึ่งที่สามารถ

ใช้ห้องสมุดทุกชนิดได้ และก็ใช้มันอย่างจุใจ  แม้้องสมุดOriental department ที่กรุงลอนดอน อานองต์ยังเคยไปใช้มา แน่นอนพิธีกรรมากเพราะเก้บเอกสารหายากของโลกตะวันออกมีที่นี้ แม้สมัยกรุงเก่าไทยที่ถูกพม่าเผาที่นี่ยังพอหามีถ้า  เราพยายามค้นไปเชื่อมโขงไป  ที่ไปพบมา รายละเอียดค่อยศึกษาอีกครั้ง  

มิหนำซ้ำยังเข้าไปสภาประสาทปริญญาบัตรได้อีก

ตอนพ่อเพื่อนเข้ามารับปริญญากิติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยนี้จากประเทศไนจีเรีย อานองต์เป็นเพื่อนกับลูกสาวของท่าน

และอานองต์ได้เดินเล่นทุกวันเข้านอกออกในเกือบทุกคณะที่มหาวิทยาลัยนี้(จัดฉากได้เลยภาพยนตร์)

เช่น ไครส  เชิร์ต  (ล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่หก   ตอนยังเป็นเจ้าฟ้าอยู่  ทรงศึกษาที่คณะนี้)  เลดี้ มากาเรต ฮอลล์  และ เที่ยวสะพาน และเที่ยวเดินนับก้อนอิฐที่โรมันมาปูให้  ผู้นำกองทัพโมัน และคนสำคัญในประวัติศาสตร์โรมันเคยมาเมืองออกซฟอร์ดนี้  และบางท่านมีรูปปั้นเอาไว้  จะพบตามกำแพงด้านหน้าของบางคณะ  จมูกหายไปบ้าง  เพราะเก่ามาก  แต่ตากแดดตากฝน  และมีอีกในร่ม   ตามสถานที่เรียนของแต่ละคณะแม้ไม่เสมอไป  ที่ออกซฟอร์ดนี้  เป็นเช่นนั้นเอง

 

ตอนอยู่ที่เมืองนี้  อานองต์ชอบใช้จักรยานมากมันดีและสะดวกและเท่ห์ที่สุด  ใช้ขาปั่น  มีสนามบยิงปืนอีกต่างหาก   จักรยานไม่มีชนชั้น  รถยนต์ใช้บ้างเมื่อยามจำเป็นย ามอยาก เทื่อว  อยากออกไปดูหิมะสีขาวในตอนกลางคืน  ที่มีสีนวลตาตัดกับแสงจันทร์  กลางทุ่งนาฟ้ากว้าง  ที่ไม่มีมลทิลพิษเลย  นอกจากหิมะสีปยฝ้ายอันเย็นเยือก   อานยองต์ชอบเที่ยวไปคนเดียวเพราะอิสระ  บนถนนสายเปลี่ยวขัดจราจร    แต่บางครั้งเมื่อเพื่อว่าง ๆและลงตัว  ไปกับเพื่อนก็มี คือตามสะดวกทำ  เมื่อไม่สะดวกไม่ทำ

 

จนได้รู้ว่า

ที่เมืองนี้ชื่ออกซฟอร์ด  เพราะมันFord over the Ox นั้นคือ วัวและสะพาน  มาเกี่ยวข้องกันจนเป็นชื่อออกซฟอร์ด

และได้เที่ยวสวนพฤษชาติที่หน้ามอดเลนคณะอีกด้วย  มีกวางเล่นเดินอย่างเสรีกลางพุ่มไม้ใหญ่มีใบดกมากปกคลุม

แสนสนุก

และได้ทำจักรยานล้ม นิ้วมืิอบาดเจ็บ

เหตุเกิด  เพราะไฟถนนดับ เจอเพียงแสงสลัวขณะปั่นจักรยานในดงหิมะโปรย ช่วงคนงานเหมืองถ่านหินนัดหยุดงาน  ไฟฟ้าดับหมดทั้งอังกฤษ  จนต้องแบ่งสรรปันกระแสไฟฟ้า    เพื่อพาไฟใช้กันตามเมืองมณฑลต่างๆ มันดับอยู่หลายวันทีเดียว  จนกว่าทางฝ่ายรัฐบาลและคนงานเหมืองแร่จะตกลงกันได้

อานองต์ทึ่งในเหตุการณ์นี้มาก

 

อนึ่งนวนิยายชาโตอานองเตที่สี่ นี้เป็นนวนิยาย  เป็นเรื่องแต่งขึ้น  แต่มีเหตุการณ์บางตอนสมจริงบางรายการผสมแต่ง    ประกอบเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ในระดับนวนิยาย

เข้ามา จึงต้องนำบุคคลจริงสถานที่จริงมาผสมกันไป

แม้เรื่องที่เกี่ยวกับเมืองไทยและบุคคลที่เกี่ยวข้องก็เช่นกันเป็นเพื่อการชมจัดฉากการถ่ายฉากภาพยนตร์เท่านั้น(มิได้เน้นการท่องเที่ยวไปโน่นไปนี่)

 

ส่วนความจริงนั้นบางครั้งนีี้มีค่าน้อยมากที่จะพูดถึง

 

แต่มิได้อ้างมาเพื่อผลประโยชน์อันใดเป็นสัจจะ

 

ส่วนเรื่องเมืองต่างๆ ชื่อบุคคลที่ไม่สามารถอ้างอิงทางทะเบียนว่ามีตัวตนอยู่

เป็นเพียงมโนทั้งสิ้น  เช่นชาโตอานองเต  เมืองอานอง  ชาวอานองเตเป็นต้น  ขื่อดาราทั้งสิ้นเป็นมโน  ส่วนชื่อและสถานที่จริงนั้น  ตามเนื้อผ้าจะกล่าวไว้  ตามความเหมาะสม  เพราะการต้องจัดฉากภาพยนตร์ในจินตนิยายนี้

เป็นเรื่องแต่เพื่อให้สำนวนมันทำงานได้ดีขึ้นกว่า นำของจริงมากล่าว  เพราะอาจจะมีสิ่งไม่จริงหรือเว่อร์ไป  มันจะมีปัญหาตามมาได้  จึงเป็นเช่นนั้นเอง  เอาพอเห็นภาพถ่ายที่มีเจ้าพอเห็นได้เชื่อมโยงกันได้พอประมาณ 

 

เผ่ากิยองตินเผ่ารับบทฝ่ายเลว ก็เช่นกันเป็นเผ่าที่มโนขึ้นคือ เผ่ากิยองตินฝ่ายชั่ว    ส่วนเผ่าดิบองจิมโนว่าเป็นเผ่าฝ่าย   ที่มีแต่ฝ่ายดี    ที่เสนอให้เห็นความแตกต่างของสองเผ่านี้  อันเป็นหังวใจของเรื่องในนวนิยาย  เป็นเผ่าฝ่ายดีและฝ่ายชั่วทะเลาะกัน  แต่ในท้ายสุดที่ได้ข้อสรุปว่าเป็นที่เชื่อว่าเผ่าฝ่ายดีต้องชนะแน่นอนตามสัจธรรมของโลกและคุณธรรมของมนุษย์ที่ดีงามจะพึงมีกัน

อนึ่งตอนอยู่ที่อังกฤษและตะวันตกอานองต์ติดหนังสือต่อไปนี้มาก The Times, the Economist ' 

Private Eyes, The Punch, The Encounter.

 

ส่วนตอนอยู่ที่กรุงเทพฯติดนิตยสารชาวกรุง

 

วันนี้เอาแถลงการณ์เท่านี้ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และทำเจตนาให้ตรงกัน

เพื่อจะได้ใช้เป็นอาหารทางความคิดได้ถนัดขึ้น

และที่กล่าวมาทั้งหมด เพื่อมิให้แนวความคิดในการเขียนและการติดตาม

ด้านความเข้าใจและความคิดจะได้ไม่กระเจิงไปทั่ว

เป็นเหตุผลในการประกาศนี้

จึงเอาเท่านี้ก่อน

 

อานองต์จำเป็นต้องกินที่น้ำบริสุทธิ์ที่กลั่นมาขาย  ที่ผมดื่มทุกวันๆละหลายแก้ว

พร้อมผลไม้ที่ผมไปสรรหา

ผมขอบพูดกับมัน  เพราะมันอร่อยดี เช่นทุเรียน แต่มันแพงมากเลย  เมื่อเทียบกับสมัยก่อน

 

ส่วนงานนวนิยายเรื่อง  "บ้านทุ่งไร่ละสิบล้าน"   นั้นอานองต์ไปเขียนที่บึงใหญ่    ตกปลาได้  ขณะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเปิดที่นั่น  ที่ไทย กรุงเทพฯ  แห่งหนึ่่ง   ที่ชื่อว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหง  อานองต์เคยโหวตให้มีมหาวิทยาลัยเปิดนี้ตอนเป็นเด็กหนุ่ม   เพราะสมัยก่อนไม่มอเปิด   จึงดำริให้มีกัน   ที่อังกฤษเขานิยมก็มีกัน   กล่าวคืออานองต์พร้อมด้วย   สส. ชื่อดังท่านหนึ่ง  ท่านเสนอแลลงคะแนนให้  คือมีมติให้รัฐสภาออกกฎหมายเปิดมหาวิทยาลัยเปิดนี้

 

และเรื่อง"บ้านทุ่งไร่้ละหกล้าน" ผมไม่ได้เขียนต่อเพราะพอดีน้ำท่วมเมืองขนาดปลา"ปิรัญญา"หลุดเพราะน้ำท่วมจากใครไมทราบรู้   แต่ถ้ามันอาละวาดมาพบขาอ่อนเนรากำลังลุยน้ำ   แน่นอน ที่น่ากลัว  คือถ้ามันกัดขาคงขาดสองท่อน เชื่อว่าอย่างนั้น  

อานองต์ต้องลุยน้ำเพื่อไปพักที่กระท่อมเชิงบึงใหญ่ทุกวัน  ตอนนั้น  บึงนี้เกิดจากจากหลุมดินขุด    ที่เขาเอาดินมาถมที่จะสร้างมหาวิทยาลัยเปิดของมหาวิืทยาลัยรามคำแหงสองนั้นเอง  ซึ่งที่เดิมของมหาวิทยาลัยรามคำแหงสองนี้  เป็นท้องทุ่งนาฟ้ากว้างที่มีงู  และ กบเขียดมากมาย  มีที่พอแหงนดูเรือบินกำลังร่อนลงสนามบินสากลเก่าของไทยที่สนามบินดอนเมืองได้สมัยนั้น เท่าที่ทราบและเท่าาที่เขาบอกมา

 

และ  "บ้านทุ่งไรละหกล้าน" ปัจจุบันนี้อานองต์เลิกเขียนแล้ว  ได้บทเดียวเลิก  และบทแรกบทเดียวนี้เลิกทำเพราะป๋วย  และเพราะหลงลืมวัตถุดิบและทำบางส่วนหายไปกับน้ำที่ท่วมด้วยที่อานองต์จำได้  มิได้มุสาวาทาเวรมณีแต่ประการใดเป็นสัจจะ

ต่อมาทราบว่า  เรื่องนี้ได้รับการตีการพิมพ์ในนิตยสารชื่อดังฉบับหนึ่งและได้ค่าเขียนเป็นสิ่งตอบแทน  เพราะพบเงินค่าตอบแทนพร้อมหนังสือฉบับที่พิมพ์ส่งมาที่ตู้ไปรษณีย์กลางที่เช่าที่กะนจดหมายหาย  เมื่อมีการรับส่งมีปัญหา  และอานองต์จำเป็นที่ต้องไปไขตู้   ทุกอาทิตย์ก่อนกลับเข้าห้องพักหรือบ้านที่ฝั่งธนบุรี  นอน  หรือ  มาเยี่ยมเฮเลนนาที่อานองเต   ประจำ  และเมื่อเฮเลนนาเรียกหา เงินค่าเขียนจ่ายเป็น ธณานัติอย่างถูกต้อง  ที่เขาส่งมาให้เป็นจำนวนเงินจำนวนหนึ่ง  ท่านส่งมาด้วยวิธีการลงทะเบียน

 



/1
the voice iland3/9ปุ้ยvsตุ้ม เสน่ห์หา21oct2012

test

View All