• marttrinii
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : marttrinii@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-06-09
  • จำนวนเรื่อง : 269
  • จำนวนผู้ชม : 39066
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
jjy
ลองวาดฝันเท่าที่มือไป ในขณะที่โลกทรรศน์มีสิทธิ์งง... ตอนแวบกันนิดนึง ณ.จุดบังเอิญ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jjy
วันอังคาร ที่ 17 เมษายน 2561
Posted by marttrinii , ผู้อ่าน : 440 , 04:04:37 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

 

 

 

 

 

 

                   หญ้าเสือหมอบและหญ้าดอกขาวมันขึ้น จนอานองต์ดูแลให้ชาโต

ไม่ไหว  ค่าจ้างแพงตอนที่ทศวรรษหกสิบของชาตกาลของอานองต์นี้  แน่นอน

 

                   อนุสนธิเรื่องหญ้าเสือหมอบที่ชาโตอานองเต

เดิมหญ้าที่ชาโตอานองเตที่เกลียดที่สุดคือหญ้าคา

เพราะชนิดนี้มันคาจริงๆคคือคาราคาซังและทำลายยาก

แม้มียาปราบหญ้าเข้ามา ก็ยังต้องทบทวนมันอีกครั้ง

เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ดีที่ชาโต

 

                    ต้องไถ ต้องมีคันไถเหล็กและควายแรงดี  ที่ชาโตก่อนนี้มี 

 สมัยก่อนนั้น  ใช้ควายไถและคนทำ  คนทีทำคือ มาโน

เก่งมากในการเฆี่ยนควายและคุมคันไถ

ปีหนึ่งๆ ก็ต้องไถนา ส่วนสวนนั้น ไถครั้งเดียวเพื่อให้หญ้าหมดไปแล้วจบ

ต่อไปจึงใช้อ้ายงอ)สบถ)(มีดงอชาวสวน อปกรณ์ทำสวนชนิดหลักของชาวสวน)

แต่พอมาที่ ทศวรรษที่สิบต้นๆองชีวิตของอานองต์

หญ้าชนิดใหม่คือหญ้าดอกาว

มันระบาดได้ดีมากเท่าหญ้าคา แต่หญ้าดอกขาวนั้นเอาออกง่าย โตไวทันใจไม่ต้องปลูก  มันมากับอารยธรรมของยาแีดชนิดพ่นและฆ่าหญ้า

กล่าวคือเมื่อ ฉีดยา่าหญ้าแล้ว  ต่อไปก็จะมีหญ้าชนิดนี้ขึ้นมา

ส่วนหญ้าคานั้นรากลึกตายยาก ถอนด้วยมือไม่ขึ้น ต้องขดและไถ

สมัยก่อนการขดด้วยจอบเป็นนเครื่องของแรงงานในยุคโบราณตอนปลายนี้

ส่วนต้นเสือหมอบนั้น  เค้าแพร่ไวเช่นกัน  แต่ไม่เก่งเท่า หญ้าคาและหญ้าดอกขาว

  เพราะเสือหมอเป็นไม้พุ่มนาดเล็กที่นกเล็กชอบเกาะ

ส่วนหญ้าคาและหญ้าดอกขาว นกเกาะไม่ได้ เพราะหญ้าคาเป็นหญ้าใบเลี้ยงเดียว

ส่วนหญ้าดอกขาวเป็นหญ้าวัชชพิชล้มลุกคลุกคลานไปทั่ว

 

ป่าหญ้าคาที่ชาโตอานองเต

และป่าเสือหมอบเคยมีศพคนหรือควายนอนตายอยู่

อานองต์เคยเห็นภาพนี้ตอนเป็นเด็กเมื่อไปเที่ยวเล่นกับ ยานา

ช่วงหลักเลิกเรียน  มีพี่เลี้ยง  คือ  นะคา  คอยติดตามไป

จนคนผ่านไปสังเกตไม่เห็น  นอกจากการสังเกตด้วยกลิ่น

 

 

แต่มาที่อานองต์  ปรัชญามีว่า  หญ้าคาก็ดี

หญ้าดอกขาวก็ดี  ต้นเสือหมอบก็ดี

 เป็นพืชเสือหมอบ   อานองต์ขออนุรักษ์เอาไว้ให้ขึ้นให้พอใจ

เพราเป็นพืชสมุนไพร

ตามสูตรของท่านบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ แหงอินเดียภารตะเดิม

 

 

ท่านมีปรัชญาว่า

ต้นไม้ทุกชนิดเป็นยา

ที่ท่านสอบหมอยาได้มา

หลังพบข้อสอบว่า

ต้นไม้อะไรทำยาได้บ้างโดยนัยยะนี้

ถ้าอานองต์กล่าวไม่ผิด

 

 

 

 

อานองต์จึงคิดอนุรักษ์วัชชพืชสามชนิดนี้

มาตั้งแต่บัดนั้น

หลังรับมรดกแล้วอานองต์ก็ยังอนุรักษ์

 

แต่มาภายหลัง จากเหตุผลทางซิวิก(civic)ของชุมชนอานองเตเกิดขึ้นมา

 

วัชชพืชทุกชนิด หญ้าคาเสือหมอบและหญ้าดอกขาวต้องไม่มี  เป็นโยบาย

ใครไม่มีเงินกู้เงินมาไถ  ไปทำให้เรียบร้อย

อานองต์หมดสิทธิ์การกู้ยืมเงินเพราะในวัยสนธยาภาพกาลเสียแล้ว 

เหตุผลดังจึงยกเว้นไป

 

 

แต่ทุกคเคารพในเสียงข้างมาก และเคารพในสิทธิฝ่ายข้างน้อยเสมอ 

เมื่อ

สภาอานองเตจัดถกประชุมขึ้นทุกครั้งคือ

นโยบายกำหนด   ไม่แบบอัดตูดเป็ด(สบถ)

อันเป็นนโยบายแม่บทแต่ประการใด

ที่เกิดมีขึ้นทุกครั้งที่ประชุมออกกฏกติกาเพื่อชุมขนนี้

ให้จงสวัสดีตามจารีตและประเพณีที่ควรเป็น

 

 

 

 

แต่อานองต์คิดว่า ซิวิคข้อนี้ชุมชนคิดได้ดี

ที่มันควรจะเป็น  อานองต์จึงทำรั้วล้อมรอบ

ลวดหนามสี่ชั้น แทนกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก

รอบชาโตอานองเต

 

 

 

แม้กระนั้นกันแล้ว  ดอกแห้งของวัชพืชที่ชาวอานองเตไม่ต้องการ

ยังไปกับสายลมแรง  เพื่อไปรบกวนชนิดไร้ทิศทาง คือกระจายไปทั่ว

ส่งผลให้เพื่อนชาวอานองเตลำบากในการดูแล 

เมื่อเวลาลมพัดมาฉุดกระโชกกระชากกระโชกอย่างแรง

มา

 

และกระแสลมจะนำดอกแห้งไปรบกวนเพื่อนชุมขนอื่น

  ตกลงอานองต์เห็นใจท้ายสุด

  อานองต์ก็จัดการทำลายมันอย่างพอดีให้หมดไป

แต่ปลูกชนิดอื่นมาแทนที่ไม่รบกวนใคร

และกำหนดพิชที่มีปัญหาให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่จำเป็นเพื่อยังชีพได้คงมีต่อไป

ที่ประชุมผ่าน

 

 

 

  

 

 

การที่จะเอาจากแรงของอาสนองต์มี เพราะค่าแรงงานแพง 

และ เพราะอานองต์มีภัยชีวิตที่รุมเร้าปรากฏชัด

 

และประจักษ์อยู่ในสมองของชาวอานองเตทุกคน

ต่อมาการผ่อนปรนจึงเกิดขึ้น ถ้ามิเช่นนั้น  หรือเพราะมิฉะนั้น

การทบทวนหนี้สินที่ทุกคนที่มีกับเฮเลนนาและปีเตอร์ในอดีต

จะถูกทนายความของอานองต์นำมาทบทวน

 ตามคำมั่นและสัญญา

 

 

เรื่องทุกอย่างของต้นไม้สามชนิดนี้จึงลบและลืมไปไป 

ชนิดรอข้อยุติใหม่ที่จะมาถึงในอนาคตกาล

แต่อานองต์ยังคงอนุรักษ์ทุกอย่างตามที่ตั้งใจต่อไป

เพราะหญ้าคาทำจากคาได้แลัเป็นยาแผนโบราณ

หญ้าดอกขาวเป็นยา

ต้นเสือหมอบเป็นยา

 

จากภูมิการเรียนวิชาแพทย์แผนโบราณของอานองต์

  และจากสายตรงจากหมอยาโมนา และบรรพบุรุษอื่นที่ประจักษ์ 

เช่นหมอดังของชาวอานองเตที่ชื่อว่า หมอแก่โชนี คือว่าอย่างนั้น

  แต่สอบตกหลายครั้ง จนอานองต์งดสอบ  เพราะความจำเสื่อม

เอาแต่ตำราและความรู้มาตีความเอาและนำไปใช้ส่วนตนเท่านั้น

เมื่อแพทย์แผนปัจจุบันงานล้นมือในหัวข้อการดูแลตนเองแบบองค์รวม

 

 

อนึ่ง  ชาโตอานองเตนี้มีสองภาค

  ภาคหนึ่งอยู่ในทะเลลึกด้านตะวันออก

ที่ถูกพายุและน้ำทะเลพัดพาไปและจมอยู่ในทะเล

  ในยุคที่ทะเลมีน้อยกว่าแผ่นดิน

คือแผ่นดินติดกันก่อนโน้น  แบบลอยมาลอยไป แยกกัน รวมกันของปฐพีโลก

 

 

จนมีการแยกออกมาเพราะน้ำธารก้อนภูเขาน้ำแข็งโลกละลาย

(ดูในปะวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์โลกและแนวความคิดของคิดในเรื่องนี้)

  อานองต์ต้องทำพิธีกรรมเพื่อลงไปดูแลชาอานองเตโตภาคที่จมอยู่ใต้น้ำทะเลนั้นได้

ส่วนชาโตอานองเตภาคที่สองนั้อยู่บนแผ่นดินนี้ 

ที่อานองวต์อาศับและใช้มันอยู่ทุกวันที่

เผ่ากิยองตินกำลังใช้มายากลเอาหนูตายมาปล่อยไว้ที่ชาโตอานองเต

 

 

ให้มีกลิ่นเหม็นเพื่อทำสงครามจิตวิทยากับอานองต์ 

 เพื่อขับไล่อานองต์ที่เขาไม่ชอบให้อานองต์ย้ายไปอยู่ที่อื่นเสีย

หรือไปอยู่กับกับเผ่าดิบองจิ ที่เป็นนโยบายแม่บท 

  ซึ่งมีแหล่งกำหเนิดทางความคิดมาจากผลประโยชน์

ที่เผ่ากิยองตินตั้งจ้องเอาไว้ 

 

อันเป็นอาการข้างเคียงที่สามารถระบุได้

และเป็นพยานได้โดยเผ่าดิบองจิดังกล่าว

 

 

ชาโตอานองเตมีสามหลัง

ชาโตใหญ่เป็นเรือนของโมนา

ตกทอดมาส่เฮเลนนผ่านการปลดหนี้ของปีเตอร์

 

 

เรือนสองอานองเตสอง

เรือนเพาะชำและพักผ่อนเล่นของเฮเลนนาขณะมีชวิตอยู่

 

และมีห้องพักเล่นของอานองต์ช่วงยังไม่ได้รับมรดก

  เพราะมาโนมอบให้หนึ่งห้องในชาโตที่หนึ่ง

แต่อานองต์ไม่ชอบอยู่ใกล้ไฟคือมาโน

และกายี

จนต่อมาเฮลนนาเข้าไปยึดครองเป็นห้องอ่านหนังสือส่วนตัวในยามค่ำคืน

 

 

อย่างไรก็ตาม  ชาโตอานองเตสร้างไม่ทันเสร็จดี

  มาโนตายลง ด้วยวัณโรคปอดที่เชื่อว่ามีเชื่อแทรกซ้อนและวิบากชีวิต

  ท้ายสุดติดเชื้ออนุมูลอิสระสายพันธุ์อื่นมาเป็นผล

 

เพราะการใช้ชีวิตสมบุกสมบันในกานรเดินทางผจญภัย

 

 

 อันเกิด มาจากการเดินทางไกลรอบเอเซีย

ในสมัยบั้นปลายชีวิตของท่าน 

ที่เดินทางด้วยเท้ากับเพื่อนคนหนึ่งที่ชื่อว่า เกตี  เพื่อนยากที่พบเจตนากันในครึงทางที่พบ

 

 

 

                   เรือนอานองเตที่สาม ที่กินหลับนอนของเฮเลนนา

 

 

แม้ว่า ในชาโตอานองเตจะมีข้อมูลแอบแฝง

และข้อมูลสายตรง ข้อมูงเชิงอ้างอิง และแนวคิดนึกต่าง ๆ

  ที่มาจากสมองของมนุษย์   และข้อมูลเบ็ดเสร็จเชิงนิยายอีกมากมาย

แต่ว่านวนิยายชาโตอาอเตที่สี่   

เป็นอีกมิติในการหักมุมมมอง 

 

เพื่อสู้และเดินสู่แลบะเข้ากับโลกได้ในโลกในมติใหม่

  ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปมากนัก 

นอกจากเจตนาและจินตนาการและอาการทางความคิดที่จะวาด

ออกไปให้ไกลที่สุดเทาาที่จะไกลได้และ 

ที่จะทำให้มีการเสพขี้นได้ในทุกชั้นบริโภคที่สื่อนี้อย่างปลอดภัย

 

 

ทั้งในยามรักกัน ยามเกลียดกัน  ในตลอดสำนวน

ที่ชวนจินตนาการว่า  ทั้งในยามทิวาวัน และอีกทั้งในยามรัตติกาลแห่งคืน 

ที่ไม่มีมลพิษและมลทินวิสัยต่อผู้ติดตาม

 

หรือผู้เสพที่ศิริวิไลซ์ และผู้ติดตามทุกชนิด

ทุกประการ  หามีโทษแต่ประการใดไม่

เป็นสำคัญ  และที่สำคัญผู้ยังมีชีวิตริอดอยู่

เพื่อรังสรรค์ปั้นแต่งให้ได้แรงรักและแรงศรัทธา

 

 

 

คืออานองต์ยังคงฝัน

คล้ายคนฝันว่าถ้าเกิดเป็นนกท่าจะดี

เพื่อบินไปไหนมาไหน

   ได้โดยเสรีล 

 

  ไม่ต้องมีพิธีกรรมเรื่องหนังสือเดินทางข้ามชาติหรืออะไร

รอรถ

รอตั๋ว

อะไร อีกมากมาย

รวมทั้งกาลและเวลาที่อดใจต้องรอคอย

 

 

  หรือเมื่อมีอารมณ์แบบสถานภาพเฉกเช่น 

 

"ฝนโปรยมาเมื่อฝนอยาก ลมโชยไปเมื่อลมชอบ"

 

    อันเป็นบรรทัดของนวนิยายนี้   

และ ภาพยนตร์ประกอนจินตนิยายนี้

ตลอดที้งเรื่องจนกว่าเรื่องจะจบลง แม้อานองต์ตายลง

จะมีทายาทสานต่อไปอีกเพื่อให้จบสมบูรณ์

และจงสวัสดี

 

 



/1
the voice iland3/9ปุ้ยvsตุ้ม เสน่ห์หา21oct2012

test

View All