• หมอเจี๊ยบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jnares_surgeon@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-15
  • จำนวนเรื่อง : 51
  • จำนวนผู้ชม : 65428
  • ส่ง msg :
  • โหวต 80 คน
มีเรื่องราวดีๆ มาแบ่งปันครับ
ถึงผู้หญิงจะชอบทำตัววุ่นวาย - - ถึงผู้หญิงจะยากแก่การเข้าใจ !! แต่เชื่อไหม .. ไม่มีวันไหนที่ผมไม่รักคุณ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jnares
วันพุธ ที่ 19 มีนาคม 2551
Posted by หมอเจี๊ยบ , ผู้อ่าน : 1150 , 18:14:52 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทความนี้ไม่ได้มีความมุ่งหมายให้แพทย์

ปฏิเสธการรักษาคนไข้แต่มุ่งหมายให้แพทย์

ตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่จะสูญเสียอิสรภาพ  

หรือพูดง่ายๆ ว่า “คุก” นั้น ...

ไม่ได้อยู่ไกลตัวเลย  

 

ผมมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า 

ถ้าแพทย์ได้ไปทำการตรวจรักษาคนไข้

ด้วยเจตนาที่จะให้หายจากความเจ็บป่วย  

แม้ว่าในที่สุดการกระทำดังกล่าว  

ในทางกฎหมายจะเข้าเกณฑ์ที่เรียกว่า

“ประมาท”  ผมก็คิดเสมอว่า

จะได้รับความเมตตาจากศาลที่จะ

“รอการลงโทษ” หรือที่เราเรียกกันทั่วไปว่า

“การรอลงอาญา”  ในกรณีที่ศาลเห็นว่า 

การกระทำความผิดนั้นมีโทษจำคุก  

ทำไมผมจึงคิดเช่นนั้น  

 

ผมมีเหตุผลอยู่สองประการ

เหตุผลประการที่หนึ่ง    

มีกฎหมายที่ศาลสามารถใช้

ดุลยพินิจดังกล่าวได้เป็นกรณีศึกษา

เห็นว่ามี 2 ช่องทางคือ    

 

1  เหตุบรรเทาโทษในเรื่อง

“มีคุณความดีมาแต่ก่อน” ตาม ปอ.มาตรา

78 วรรค 2  ซึ่งบัญญัติว่า  

“เหตุบรรเทาโทษนั้นได้แก่ผู้กระทำผิดนั้น

เป็นผู้โฉดเขลาเบาปัญญาตกอยู่ในความทุกข์

อย่างสาหัส  มีคุณความดีมาแต่ก่อน  

รู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้าย

แห่งความผิดนั้น  ลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงาน

หรือให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่

การพิจารณาหรือเหตุอื่นที่ศาลเห็นว่ามี

ลักษณะทำนองเดียวกัน”    

 

2  เหตุที่จะรอการลงโทษตาม ปอ.มาตรา 56  

ซึ่งบัญญัติว่า  “ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษ

จำคุกและในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกิน

3 ปี  ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุก

มาก่อนหรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน

แต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำ

โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ  

เมื่อศาลได้คำนึงถึงอายุ  ประวัติ  

ความประพฤติ  สติปัญญา   

การศึกษาอบรม สุขภาพ  

ภาวะแห่งจิต  นิสัย  อาชีพ  

และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้นหรือสภาพความผิด  

หรือเหตุอื่นอันควรปราณีแล้ว

เห็นเป็นการสมควร  ศาลจะพิพากษาว่า

ผู้นั้นมีความผิดแต่รอการกำหนดโทษไว้หรือ 

กำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้แล้ว

ปล่อยตัวไปเพื่อให้ผู้นั้นกลับตัว  

ภายในเวลาที่ศาลจะได้กำหนด  

แต่ต้องไม่เกิน 5 ปี  นับแต่วันที่ศาลพิพากษา  

โดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติ

ของผู้นั้นด้วยก็ได้”    

 

เหตุผลประการที่สอง   

แนวคำพิพากษาที่คนทั่วไปในสังคม

ต่างได้รับรู้ความผิดฐาน 

“ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย”  

ที่เป็นที่รับรู้กันทั่วไปคือกรณีที่ดารานักร้อง  

ขับรถยนต์โดยประมาทแล้วชนคนตาย  

ถ้าคิดแบบคนธรรมดาสามัญ  

ดารานักร้องอาจง่วงนอน  

ขับรถด้วยความเร็วแล้วชนคนตาย  

ส่วนแพทย์นั้นตั้งใจไปทำการรักษา

เพื่อให้คนไข้หายจากความเจ็บป่วย  

แล้วคนไข้ตาย  ผมจึงคาดหวังว่า  

แพทย์จะได้รับความเมตตาจากศาลให้

“รอลงอาญา”  เช่นกัน  

 

แต่เหตุผลสองประการดังกล่าว

อาจคาดหวังให้มีผลอย่างที่คิดไม่ได้อีกต่อไป  

ยิ่งทราบว่าแพทย์ท่านที่ถูกลงโทษจำคุก

ดังกล่าวไม่ได้อยู่เวรแต่ไปช่วยเหลือ  

แพทย์อีกท่านหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายกย่องมาก

ในความรู้สึกของผม   

 

แต่ท้ายที่สุดผลที่ได้รับกลับเป็นอย่างที่

พวกเราทราบกันดีอยู่ทำให้รู้สึกว่า 

ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับคนไข้

แย่ลงมากและปัจจุบันประชาชนทั่วไป

คาดหวังจากแพทย์มากเกินไป

โดยคาดหวังว่าไม่ให้มีความผิดพลาด  

ซึ่งถ้าทุกคนถามตัวเองคงจะตอบได้ว่า  

ไม่มีใครในโลกนี้ไม่เคยผิดพลาด  

แล้วทำไมคาดหวังให้แพทย์ต้องไม่ผิดพลาด 

จะไม่เป็นการเรียกร้องเกินกว่าความเป็นจริง

ของมนุษย์หรือ  !!!!

 

ในทางกฎหมาย 

อาจารย์ผู้สอนที่เนติบัณฑิตยสภา  

ก็สอนเสมอว่าความผิดพลาดเป็นธรรมดา

ของมนุษย์ศาลยุติธรรมก็เห็นสัจจะธรรม

ในข้อนี้จึงให้มีศาลถึง 3 ชั้น  

โดยคาดหวังให้ศาลสูงแก้ไขข้อผิดพลาด

ของศาลล่างเมื่อเทียบการทำงานของ

ผู้พิพากษากับการรักษาผู้ป่วยแพทย์    

 

ในการรักษาผู้ป่วย  

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง  

การเปลี่ยนแปลงที่แพทย์ต้องตัดสินใจ

ในการรักษาอาจใช้เวลาเป็นวินาทีหรือนาที  

ส่วนการพิพากษาคดีนั้นเมื่อผู้พิพากษา

ฟังข้อเท็จจริงเป็นข้อยุติแล้วท่านยังมีเวลา   

ไปเปิดตำรา  ไปค้นคำพิพากษาศาลฎีกา  

เรียกได้ว่าท่านมีเวลาการตัดสินใจ

และเขียนคำพิพากษาเป็นวันหรือสัปดาห์  

ในความเป็นจริงก็ยังพบว่า

คำพิพากษาของศาลล่างก็ถูกกลับ

โดยศาลสูงจำนวนไม่น้อย  

ถึงขนาดมีการรื้อฟื้นคดีขึ้นใหม่

ในคดีที่ศาลฎีกาตัดสินไปแล้ว  

เช่น “คดีเชอร์รีแอน”  ก็ยังมีให้เห็นได้    

แล้วทำไมสังคมกลับคาดหวังให้แพทย์

ทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้    

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำพิพากษานี้

สั่นคลอนจิตใจของแพทย์เป็นอย่างยิ่ง  

และปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า  

คำพิพากษานี้มีผลต่อการตัดสินใจต่างๆ

ในการรักษาคนไข้อย่างแน่นอน  

เพราะแพทย์ก็เป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ

เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

ในปัจจุบันการฟ้องแพทย์ในทางแพ่ง

เพื่อเรียกค่าเสียหายดูจะเป็นเรื่องธรรมดา

ไปแล้ว  

 

แต่การฟ้องอาญาเพื่อให้แพทย์ติดคุก

ดูจะเกินไปจริงๆ แม้จะอ้างว่า 

ไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นก็ฟังไม่ขึ้น

เพราะความผิดฐาน 

“ประมาทเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย”  

ตาม ปอ. 291 บัญญัติว่า 

“ผู้ใดกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้น

เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต้องระวาง

โทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกิน

สองหมื่นบาท”

 

ในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้  

สิ่งที่แพทย์ทุกคนพึงกระทำเพื่อให้ตนเอง

อยู่ไกลจากคุกก็คงมีเพียงแต่ทุกครั้ง

ที่ทำการตรวจรักษาคนไข้  

ให้ถามตนเองทุกครั้งว่าได้ใช้ความระมัดระวัง  

ในวิสัยของแพทย์ทั่วไปหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ    

ในพฤติการณ์หรือที่เรียกว่าในสภาพแวดล้อม  

ที่มีความพร้อมในการตรวจรักษา  

ในระดับโรงพยาบาลชุมชน  

โรงพยาบาลจังหวัด  โรงเรียนแพทย์หรือยัง  

 

เพราะถ้าได้ใช้ความระมัดระวัง  

อย่างที่นักกฎหมายเรียกว่า  

“ระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์”  

ก็จะไม่เข้าเกณฑ์ที่เรียกว่า  “ประมาท”  

ซึ่งในกรณีเช่นนี้แม้ผู้ป่วยจะถึงแก่ความตาย  

ก็ไม่เป็นความผิดและพวกเราก็ไม่ต้อง

ติดคุก ..... ครับ    




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
nupui วันที่ : 31/03/2008 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pipui

เดี๋ยวนี้แพทย์ทำงานใช้ทุนไม่ถึงปีก็เจอเรื่องฟ้องแล้ว
ตอนนี้ทำงานไม่กี่ปีก็ลาออกตามๆกันหมดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
prapasri วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 23.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/drhann

หมอเจี๊ยบขา พี่แอ๊ะมาเคาะประตูบ้านและนั่งเล่นบ้านคุณหมอนะคะ

พี่แอ๊ะมากรุงเทพ คงอยู่หลายวัน คิดถึงลูกค่ะ แต่ ต้องมานอนโดดเดี่ยวเดียวดาย เพราะลูกไปขึ้นเวรที่โรงพยาบาลกันทุกคนเลยค่ะ
แต่พรุ่งนี้ ลูกกะต้น บอกว่าจะมาทานข้าวเช้ากับคุณแม่ แล้วจึงไปอยู่เวรต่อค่ะ

ลูกกะติ๊บ จะมาหาแม่ได้วันอาทิตยย์บ่ายๆ แต่ก็นอนกับแม่ไม่ได้อีก...เพราะต้องไปขึ้นเวร

ลูกกะต้า หมอเพลย์บอยสุดที่รักของพี่แอ๊ะ ติดต่อไป เสียงจากโทรศัพท์บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้"
พรุ่งนี้ เค้าคงกลับมาให้มามี้กอดค่ะ มามี้ก็ใจเย็นรอๆๆๆๆๆ

ลูก กระต๊อบ คุยกันได้ทางmsn "รักมามี้ๆๆๆๆๆๆ "
มาจากแดนไกล

เล่าให้คุณหมอฟัง เพื่อให้คุณหมอที่น่ารักทั้งสองท่านเห็นว่าลูกสี่ตนก็สี่แบบค่ะ

การมีลูก มีความสุขมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
prapasri วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/drhann

ดีใจที่น้องมาลีรัตน์ น้องรักของพี่แอ๊ะเข้ามา บ้านคุณหมอเจี๊ยบ ในtopic นี้ เพราะ น้องมาลีรัตน์ทำงานการเมืองภาคประชาชนและคิดดังๆ โดยมีคนยอมฟัง

จะสามารถนำเรื่องนี้ไปช่วยกันคิดดังๆ ได้ว่า เราจะพบกันอย่างไรดีระหว่างคนไข้กับหมอ ให้เห็นใจซึ่งกันและกัน บ้าง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นิธินันท์ วันที่ : 20/03/2008 เวลา : 22.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nithinand

ด้วยความเห็นใจและเข้าใจอย่างยิ่งเช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มาลีรัตน์ วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maleerat

ตามมาจากบ้านหมอใบตองค่ะ เป็นเรื่องที่กระทบใจพอดี สมัยก่อน ความสัมพันธ์ของหมอกัยบคนไข้มีสายใยร้อยรัดเหมือนถักโซ่ไว้ ตัดไม่ตาย ขายไม่ขาด วันนี้กฎหมายบางเรื่องสวิง คำนึงถึงสิทธิคนไข้ แต่ละเลยความสัมพันธ์ของใจ หากไม่มีใจ ไม่มีจริยธรรม หมอก็เป็นเหมือนวิชาชีพอื่นๆ ไม่มีความแตกต่าง แต่คนเขียนกฎหมายไม่เข้าใจ คุณหมอเห็นหรือยังล่ะคะว่า "การเมืองกับชีวิต แยกกันไม่ออก" การเมืองแย่ มันทำให้ชีวิตเราแย่ไปด้วย หมอถึงต้องเป็นหลัก และต้องช่วยแนะคนไข้ให้เลือกคนไปออกกฎหมายดีๆด้วย ว่าจะแวะมาทักเฉยๆ พออ่านเรื่องแล้ว อดไม่ได้ จริงๆไม่ถึงครึ่งของความคิดเลยนะคะเนี่ย คุณหมอว่างๆอ่านที่บล็อกหมอใบตองด้วยนะคะ ไปเม้นท์ไว้ และแวะไปเยี่ยมบล็อกมาลีรัตน์ด้วยนะคะ เราจะได้สื่อความคิดถึงกันบ้าง ขอบคุณค่ะสำหรับการสะท้อนความคิดแทนคุณหมอทั้งหลาย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
redribbons07 วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

เป็นอาชีพที่ต้องอดทนและเสียสละสูงมาก

พลาดก็ไม่ได้หมายถึงชีวิตคนไข้

น่าเห็นใจทั้วสองฝ่าย

ตอนนี้เด็กรุ่นใหม่ ๆ ไม่อยากเป็นหมอกันแล้วค่ะ

แต่ยังไงประเทศไทยก็คงขาดหมอไม่ได้หรอกค่ะ

ขอให้มีกำลังใจในการรักษาคนไข้ต่อไป คะ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
prapasri วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/drhann

ต่อไป คนจะเรียนแพทย์น้อยลง
จริงๆแล้วกฎหมายต้องการ ต้องการจัดการกับแพทย์ที่ไม่สนใจคนไข้ ไม่สนใจใฝ่รู้ แต่แพทย์เหล่านั้นจะพูดเป็นอธิบายแล้วคนไข้รับได้
แต่แพทย์ที่เก่งๆ ทำดีมากๆ แต่ไม่ค่อยอธิบายกับคนไข้ หรืออธิบายแล้วคนไข้ไม่เข้าใจ
คนไข้และญาติจะไม่พอใจ จึงนำไปสู่การฟ้องร้อง
ที่เคยเห็นมานะคะ

มาทราบจะหาจุดลงตัวได้อย่างไร ถ้าท่านที่ผ่านมาเห็นว่าแพทย์ต้องทำงานเหมือนกรรมกร เหมือนทาส แล้วจะสงสารค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]