• JOMO
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jompeg@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-02-09
  • จำนวนเรื่อง : 316
  • จำนวนผู้ชม : 722279
  • ส่ง msg :
  • โหวต 66 คน
สบายดี ลพบุรี...สดใส ไทยแลนด์เดอร์...Jomo - Smooth Asia
บันทึก ความนึกคิด บนทางเดินหลากหลายในไซเบอร์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jomo
วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม 2553
Posted by JOMO , ผู้อ่าน : 3128 , 10:49:24 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Monchai , ลูกแม่ลำดวน โหวตเรื่องนี้

ติดตาม


ดัชนีวัด

ของนาซ่า

เกี่ยวกับ

"""GLOBAL WARMING"""



๑. SEA ICE : น้ำแข็งในทะเลที่ขั้วโลกเหนือ

น้ำแข็งในทะเลที่ขั้วโลกเหนือ เปนน้ำแข็งดั้งเดิมที่คงเหลืออยู่ตลอดปีก่อนเข้าฤดูร้อนของทุกปี (minimum level record) ภาพที่เห็นนี้เปรียบเทียบระหว่างปี 1979 (พศ.๒๕๒๒)จนถึงปี 2007 (พศ.๒๕๕๐)หรือเรียกว่าในช่วงเราๆท่านๆประมาณสามสิบปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำแข็งในทะเลขั้วโลกเหนือใกล้เกาะกรีนแลนด์นั้นลดลงมองด้วยตาเปล่าเห็นเป็นอาณาบริเวณก็ประมาณครึ่งหนึ่งหายไปเสียแล้ว อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าจุดเริ่มต้นของการลดลงคือปีพศ. ๒๕๒๒ แต่เป็นปีเริ่มต้นที่ทางนาซ่าได้บันทึกข้อมูลจากดาวเทียมแต่ก็มีแนวโนม้ลดลงทุกปี
(illustration credit:NASA/Goddard Scientific Visualization Studio) 



๒. SEA LEVEL : ระดับน้ำทะเล

จากการที่แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกละลายเป็นน้ำทะเลในมหาสมุทรบางส่วนดังเช่นในปัจจุบันนี้จะส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล +๑ เมตร และหากละลายไปทั้งหมดที่บริเวณขั้วโลกเหนือจะส่งผลต่อระดับน้ำทะเล +๗ เมตร ในภาพเป็นการมองมาที่ส่วนหนึ่งของโลกที่ภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้จะเห็นว่าหากระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นที่ระดับบวกสองเมตรจะเริ่มเกิดภาวะน้ำท่วมถาวรบริเวณที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลของประเทศต่างๆในอาเซียนเช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และไทย
(credit: Center for Remote Sensing of Ice Sheets)



๓. Carbon Emissions : การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  
หน่วยที่ใช้แสดงปริมาณการปล่อยคาร์บอนต่อปีแต่ละภูมิภาคเท่ากับ (x000 metric tons)ทั้งนี้ประมาณการจากปริมาณน้ำมันหรือพลังงานฟอสซิลที่ใช้ในแต่ละปี ซึ่งไม่มีจุดไหนของโลกลดลงมีแต่เพิ่มน้อยเท่านั้นเว้นรัสเซีย ที่เพิ่มมากเป็นหลักในโลกช่วงนี้คือจีนและอินเดีย ดุแล้วการใช้พลังงานฟอสซิลและการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะมีความสัมพันธ์กันอย่างแกะไม่ออกเลย
(Source : U.S. department of Energy Estimates as of 06.08.23)     





๔. Average Global Temperature :อุณหภูมิเฉลี่ยของโลก
ความต่างของอุณหภูมิโลกระดับพื้นผิวโลกเมื่อเทียบกับเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปในระดับ +/- ๒องศาเซลเซียสจากค่าเฉลี่ย ได้จับสแนปกราฟิกมาสามภาพเปรียบเทียบตั้งแต่ปี๒๔๒๘ซึ่งเป็นปีหนึ่งในยุครัชสมัยรัชกาลที่๕ของไทย หรือโลกเราเมื่อประมาณร้อยยี่สิบห้าปีที่แล้ว เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยจนในปี๒๕๐๗ยุคซิกตี้ของชาวอเมริกันหรือเมื่อสี่สิบห้าปีก่อน จนถึงช่วงปัจจุบันที่อุณหภูมิของโลกมีความเปลี่ยนแปลงมากโดยเฉพาะเขตอบอุ่น และเขตขั้วโลกเหนือของโลก
(illustration credit:NASA/Goddard Scientific Visualization Studio)

เหตุที่โลกเพี้ยน..
จาก๔ดัชนีจะเห็นได้ว่า "ภาวะโลกร้อน"กำลังเข้าใกล้จุดวิกฤตเข้าทุกทีแล้ว เหตุปัจจัยที่ทำให้โลกเราเกิดภาวะเช่นนี้คือ "ภาวะเรือนกระจก-greenhouse effects" ภาวะเหมือนอยู่ในเรือนกระจกเปนอย่างที่เราจินตนาการได้ตามประสพการณ์ชีวิต ลองสมมุติตัวเองนั่งอยู่ในห้องกระจกและมีแสงอาทิตย์ส่องอยู่ แสงเข้าได้ออกได้ แต่ความร้อนออกไม่ได้ ส่วนตัวที่ทำให้บรรยากาศโลกเราเป็นห้องกระจกก็คือก๊าซต่างๆเช่น ไอน้ำในบรรยากาศ(แต่เปลี่ยนสภาพเป็นเมฆเป็นฝนในที่สุด), คาร์บอนไดออกไซด์ (เป็นก๊าซไมเนอร์ในบรรยากาศโลกแต่มีความสำคัญมาก โลกปลดปล่อยกาซคาร์บอนจากการเกิดภูเขาไฟ นอกนั้นส่วนใหญ่จากการดำรงชีวิตของมนุษย์เช่นการทำลายป่า การปรับสภาพภูมิประเทศ การเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมเปนต้น นับเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดที่ทำให้ภาวะเรือนกระจกแปรผัน), ก๊าซมีเทน (เกิดจากธรรมชาติและจากกิจกรรมของมนุษย์เช่นกัน เช่นการหมักปุ๋ย การทำนาปลูกข้าว การฝังกลบขยะเป็นต้น), กรดดินประสิว(ไนตรัส) (เกิดจากการทำปุ๋ย), คลอโรฟลูออโรคาร์บอน (ซีเอฟซี) (อันเป็นสารตั้งต้นของอุปกรณ์อุตสาหกรรมหลากชนิดซึ่งปัจจุบันมีการควบคุมอย่างกว้างขวางในการใช้และปลดปล่อยสู่บรรยากาศโลก)

ภาวะเรือนกระจกไม่สมดุลย์..
ถ้าโลกเรามีภาวะเรือนกระจกไม่สมดุลย์ ลองดูเราอาจกลายเป็นดาวอังคาร (มาร์)ซึ่งมีลักษณะมีชั้นบรรยากาศเบาบางมาก ส่วนใหญ่เป็นคาร์บอนไดออกไซด์แต่ไม่มี มีเทน และไอน้ำอย่างเพียงพอให้ภาวะเรือนกระจกเกิดขึ้นได้ดี ผลคือพื้นผิวที่เย็นยะเยือกและไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่เลย. หรือดูที่ดาวเพื่อนบ้านใกล้อย่างดาวศุกร์ (วีนัส)องค์ประกอบส่วนใหญ่ของบรรยากาศคือ คาร์บอนไดออกไซด์ แต่ที่ไม่เหมือนกับโลกและดาวอังคารคือความหนาแน่นของคาร์บอนไดออกไซด์มีมากกว่าถึงสามร้อยเท่า ผลคือภาวะเรือนกระจกแข็งแรงมากเกินไป อุณหภูมิพื้นผิวร้อนแรงดังนรกบนดิน ร้อนพอที่จะหลอมตะกั่วให้ละลายได้ (จุดหลอมเหลวของตะกั่วเท่ากับ ๓๒๗.๔๖องศาเซลเซียส)

ทางเลือก..วิสัยทัศน์สู่อนาคต
สรุปหากเรามองไปสู่อนาคตมันอาจมีอยู่สองทางคือ ปล่อยให้ภาคกลางของประเทศอยู่ใต้น้ำเมื่อระดับน้ำทะเลของโลกสูงกว่าระดับ+๒เมตร หรือเริ่มปรับตัวการพฤตกรรมการมีส่วนร่วมในการปล่อยกาซเรือนกระจกอย่างสมดุลย์ต่อธรรมชาติเช่น ลดกระบวนการสร้างขยะในชีวิตประจำวัน, ไม่ใช้พลังงานแบบไร้การยั้งคิด, สนับสนุนกิจกรรมภาครัฐและเอกชนที่เหมาะสมเช่นการลดการใช้พลังงานดำใช้พลังงานด้านอื่นเช่นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานนิวเคลียร์ -การพัฒนาและการใช้สาธารณูปโภครวม เช่นรถไฟ ฯลฯ
(ที่มองๆดู ผมเห็นญี่ปุ่นประเทศหนึ่งที่มีวิสัยทัศน์ที่ดีต่อการรักษ์โลกในอนาคตและเร่งทำอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ส่วนของบ้านเรา ขอวิงวอนให้เลิกขัดแข้งขัดขา เลิกโกง เลิกเห็นแก่ตัว และเร่งทำอะไรอะไรให้ลูกหลานดีกว่า ก่อนที่มันจะสายเกินไป.....)


ขอบคุณแหล่งข้อมูล





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Toitoi วันที่ : 24/10/2010 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Toitoi


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Monchai วันที่ : 18/10/2010 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/monchai83

ขอบคุณครับ
มาช่วยกัน รักษาโลก ให้ลูกหลาน
โหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
mode03 วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 18.15 น.


ขอบใจนาซ่านะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศณีรา วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ภาคใต้ไทย..หายแน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
neti วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 13.47 น.

ไม่เพียงแต่น้ำจะท่วมโลก อุณหภูมิของโลกก็จะเปลี่ยนแปลงและจะมีพายุไต้ฝุ่นทอร์นาโดเพิ่มมากขึ้นและรุนแรงขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกที่เคยมีอยู่ทำให้โลกรักษาอุณหภูมิที่พอเหมาะกับมนุษย์ แต่เมื่อถูกทำลายไปด้วยน้ำมือมนุษย์ อุณหภูมิโลกจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน มนุษย์จะอยู่อย่างลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะคนยากไร้อาจจะต้องทะยอยตายไป เพราะทนไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกแม่ลำดวน วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 12.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FriendlygirL
         Leave Well Enough Alone        

ตอนนี้ตนเองก็เปิดแอร์เฉพาะที่จำเป็นถ้าร้อนก็เปิด จากเมื่อก่อนเปิดทุกวัน หลีกเลี่ยงได้ก็พยายามค่ะ

เห็นด้วยกับ "ทางเลือก..วิสัยทัศน์สู่อนาคต"

สิ่งใกล้ๆ ตัวทั้งนั้น ช่วยกันคนละไม้ละมือ ยืดอายุโลกได้แน่นอนค่ะ

+1 โหวตค่ะ ยอดเยี่ยมจริง

สวัสดีค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เลือดนักสู้

การต่อสู้เป็นศิลป์ เราต้องสืบสานวัฒนธรรมการต่อสู้เอาไว้ บางครั้งเพื่อเกรียติยศ บางครั้งเพื่อความอยู่รอด

View All
<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]


อะไรคือจุดอ่อนของสังคมไทย
การศึกษาไม่ดี คนไม่รู้ หลอกง่าย
900 คน
การขี้โกง คนมีกิเลส มักมากเป็นหลัก เงินตราเป็นใหญ่
540 คน
กฏหมาย คนไม่เคารพซึ่งกันและกัน มักง่าย วินัยต่ำ
140 คน
ความไม่เท่าเทียมกัน คนเห็นแก่ตัว ชิงดีชิงเด่น เหยียบย่ำกัน จนรวยเหลื่อมล้ำ
63 คน

  โหวต 1643 คน