• จอมขวัญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jomquan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-08
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 191376
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2482 คน
จอมขวัญ
นอกจอสี่เหลี่ยม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jomquan
วันเสาร์ ที่ 26 มกราคม 2551
Posted by จอมขวัญ , ผู้อ่าน : 6608 , 08:12:40 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ใบเฟิร์นข้าหลวง โหวตเรื่องนี้

สื่อไม่ควรเป็นกลาง

“เป็นกลาง” เป็นคุณสรรพที่น่ากลัว ถ้าเราสรุปว่า สื่อต้องเป็นกลางเท่านั้น

จากเมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่คุยกับคุณว่า กระแสงานข่าวกำลังมาแรง แต่ถ้าไหลตามกระแสนั้นอย่างรวดเร็ว ก็ไม่เหนื่อยดี แต่แล้วก็ต้องรีบดึงตัวเองออกจากกระแสนั้นเพื่อนั่งคิดให้ดีก่อนว่า มาถูกทางไหม และใช้ความเร็วมากเกินไปหรือเปล่า

ช่วงนี้มีผู้รู้และนักคิดหลายท่านได้ชวนดิฉันนั่งคุยว่า สื่อกำลังทำหน้าที่เต็มกำลังและวิ่งไปถูกทางจริงหรือ...ดิฉันเชื่อว่าทุกสื่อทุกค่ายกำลังทำหน้าที่ของตัวเองเต็มสูบและตั้งใจดีให้งานมีประโยชน์ แต่กำแพงแก้วเพดานล่องหนอาจทำให้เราอยู่กับที่วิ่งไปไหนไม่ได้หาทางออกที่ดีกว่าไม่เจอ

สื่อโทรทัศน์โดนวิจารณ์มากในช่วงที่ผ่านมาว่า ถูกครอบงำ ไม่เป็นกลาง รับใช้ฝ่ายนั้น เลียขาฝ่ายนี้ เอียง...ต่างๆ นานา ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คนทำงานสื่อต้องพิจารณาตัวเอง แต่แม้คำนั้นจะมาจากคนที่ไม่ได้อยู่ตรงกลางเสียเอง สื่อก็ยังต้องเปิดใจน้อมรับคำกระทบความรู้สึกนั้นเช่นกัน เพียงแต่ต้องยึดจุดที่เรายืนให้มั่นแล้วก้าวต่อไป

เป็นเรื่องปกติไปแล้วที่จะมี “คำวิจารณ์จัดตั้ง” เพื่อทำลายความมั่นใจ ทำร้ายความรู้สึก ถ้ามีฝ่ายหนึ่งรักเราเห็นว่าเราทำงานดี เป็นกลาง ตรง กล้า อีกฝ่ายก็จะมองว่า เราทำงานแย่ เอียง ก้าวร้าว เลือกข้าง เสียงสะท้อนเหล่านี้จะมีเข้ามาปะปนกับความรู้สึกของผู้ชมตัวจริงอยู่เสมอ

ทั้งที่ความจริงแล้วสื่อไม่ควรเป็นกลางซะด้วยซ้ำ หากคำนิยามของ “เป็นกลาง” หมายความว่า ไม่มีวิจารณญาณ แยกแยะถูกผิดไม่ออก ไม่กล้าบอกขาวดำ หน้ามึนไปเรื่อย คิดแค่ว่าปลอดภัยไม่โดนด่าเป็นพอ...ซึ่งก็ควรจะพอจริงๆ แล้วหยุดหน้าที่ตัวเองไป เพราะทำงานไปก็ไม่สร้างประโยชน์แก่สังคม แต่ถ้า “เป็นกลาง” คือ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่ลำเอียง ไร้อคติ สื่อถึงจะสมควรเป็นกลาง

คุณสุทธิชัยเคยบอกว่า คำว่า “เป็นกลาง” ในภาษาไทยอาจถูกแปลหรือตีความผิด แต่ถ้าเทียบเป็นภาษาฝรั่ง สื่อควร “impartial” ไม่ใช่ “neutral”

มีนักคิดคนหนึ่งพูดกับดิฉันว่า “คุณขวัญ ทำไมเรายังต้องการให้สื่อเป็นกลางอยู่อีก ผมว่ามันไม่ชัดเจน มันเป็นเรื่องปกติที่สื่อเองต้องมีจุดยืนทางใดทางหนึ่ง แต่ถ้าเราต้องการให้สื่อทำหน้าที่อย่างถูกต้อง ในความหมายเดียวกับเป็นกลาง เราน่าจะบอกว่า ‘สื่อต้องเป็นธรรม’ จะตรงความหมายกว่าไหม” ดิฉันทำตาโตแล้วก็ยิ้มตอบกลับไปว่า “คุณเป็นคนแรกเลยที่พูดกับขวัญว่า สื่อไม่ต้องเป็นกลาง และคำว่าเป็นธรรมก็ชัดเจนที่สุดจริงๆ ถ้าเราต้องการนิยามจุดยืนของสื่อ โดยไม่ต้องตีความหมายคำว่าเป็นกลางที่เสี่ยงจะนิยามต่างกัน”

หลังจากการทำหน้าที่รายงานหรือสัมภาษณ์ สื่อ ค่ายข่าว หรือแม้แต่คนข่าวมักจะโดนจัดหมวดหมู่เสมอว่า เราอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะกระแสที่ผ่านมาในช่วงที่สังคมแบ่งแยก มีพวก มีขั้ว ทำให้เราแทบจะทุกคนถูกแบ่งแยกตามไปด้วย ทั้งที่ความจริงแล้ว การจัดประเภทไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสรุปในเวลาสั้นๆ ว่า ใครยืนฟากไหน อยู่ข้างใคร

การสัมภาษณ์เป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่ทำให้คนทำสื่อโทรทัศน์ถูกจัดกลุ่ม ที่จริงแล้วในการสัมภาษณ์โดยเฉพาะสัมภาษณ์คนที่ทำงานการเมือง คนทำหน้าที่ต้องตั้งคำถามตรงในประเด็นที่ชัดเจน ซึ่งเป้าหมายไม่ใช่เพื่อ รุก-ต้อน-ไล่บี้ เพื่อให้แขกรับเชิญจนมุมแล้วก็สับจนเละ แต่หน้าที่ของเราคือ ถามในสิ่งที่ประชาชนต้องการรู้ มีสิทธิจะรู้ ในทางกลับกัน ดิฉันก็แน่ใจว่าผู้ถูกสัมภาษณ์ส่วนใหญ่ที่ใจกว้างและเข้าใจหน้าที่สื่อ ก็ต้องการให้เราถามแบบนั้นเช่นกัน เพราะนั่นคือโอกาสที่ดีของเขาที่จะได้พูดในสิ่งที่ประชาชนสงสัย และเมื่อมีคนกล้าถาม แต่ละท่านก็จะมีโอกาสได้พูดให้ชัดเจน

ผลที่ควรออกมาคือ คนที่สงสัยจะได้ฟังคำตอบต่อคำถามในใจ และคนที่ต้องตอบนั้นก็จะสบายใจมากขึ้นที่ได้พูดในสิ่งที่หลายคนสงสัยอยู่ แต่ในช่วงนี้พอเราสัมภาษณ์แล้ว ทั้งผู้ถามและผู้ตอบ ยิ่งถูกจัดประเภทชัดขึ้น เป้าหมายจริงๆ ของงานกลายเป็นประเด็นรอง ขณะที่สิ่งซึ่งกลับขึ้นมาเป็นเรื่องแรกๆ กลายเป็นว่า ไล่บี้, จับผิด, ชงคำถาม, อวยพวกเดียวกัน…และปิดท้ายสุดคลาสิคว่า ไม่เป็นกลาง! แต่ก็มีเสียงสะท้อนไม่น้อยที่มองเห็นว่า เออ หายสงสัย, อืม เข้าใจคนตอบคนนี้มากขึ้นนะ, อ๋อ อย่างนี้เหรอ...แต่เสียงสะท้อนที่ว่านี้อาจจะเบาสักหน่อย

หลายคนมองเห็นปัญหานี้ จึงไม่แปลกใจที่ช่วงปีที่ผ่านมา มีคนชวนดิฉันคุยเรื่องบทบาทและหน้าที่ของสื่ออยู่บ่อยๆ และดิฉันก็อธิบายซ้ำๆ ว่า สื่อถูกบีบรัดในหลายด้าน ทั้งคำนิยาม ความคาดหวัง ค่านิยม ความนิยม มาตรฐาน คำวิจารณ์

ผู้น้อยอย่างดิฉันมองว่า เหล่านี้คือสิ่งที่เราควรสวนกระแส แม้ว่าธุรกิจข่าวโทรทัศน์จะเป็นขาขึ้นและกำลังวิ่งเร็ว และเราอาจใช้ความเร่งมากไปและเสียดายแรงดันแรงดันกระแสกันอยู่หรือเปล่า...ถ้านั่งสบายๆ รายงานผิวๆ ว่ากันไปเนียนๆ ยิ้มหวานๆ ก็ดีอยู่ ไม่ต้องรับแรงกระแทก แต่ผู้ชมจะได้อะไร แล้วดิฉันจะกล้ายืนยันกับผู้ชมหรือว่า ได้ทำงานรับใช้ทุกท่านอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว

 

สื่อต้องชี้นำ

“ชี้นำ” เป็นกิริยาสุดสะพรึง ถ้าเราคิดว่า สื่อห้ามชี้นำเด็ดขาด

คำอธิบายว่า “ชี้นำ” คืออะไร คงเป็นทางออกเดียวเหมือนกับการนิยามคำว่า “เป็นกลาง” เพราะถ้าเรามีคำจำกัดความเดียวกันก็น่าจะทำให้เรามีมาตรฐานทางความคิดไปทางเดียวกัน แม้จะคิดต่างกันก็ตาม เพราะความจริงแล้ว ก็มีคนไม่น้อยที่บอกว่า “เป็นสื่อก็ต้องชี้นำในทางที่ถูก”

ถ้าการชี้นำ คือ การชี้ผิดจุดและนำไปผิดทาง...ก็แน่นอนว่าไม่ควรทำ แต่ถ้าชี้นำไปถูกที่ถูกทาง...ก็ต้องทำ แต่เมื่อเทียบนิยามกับการทำหน้าที่จริง มันไม่ง่ายขนาดนี้น่ะสิคะ เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า เรากำลังชี้นำเรื่องอะไร กับใคร เพื่อสิ่งใด

ยกตัวอย่าง การรายงานข่าวช่วงก่อนเลือกตั้ง ทุกพรรคพูดเรื่อง “เรียนฟรี รักษาฟรี” ในการรายงาน เราพูดแค่ว่าพรรคนั้นพรรคนี้มีนโยบายที่ว่าก็ได้ แต่ถ้าชี้ของจริงว่า “เรียนฟรีมันเป็นเรื่องที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 ตั้งแต่ก่อนจะถูกฉีกแล้ว แล้วรัฐบาลช่วงนั้นทำไมไม่ทำซะล่ะคะ เรื่องนี้ไม่ใหม่เลย แล้วเรื่องนี้ไม่ว่าพรรคไหนขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็ต้องทำ เพราะรัฐธรรมนูญปี 50 ก็เขียนไว้เหมือนเดิม สำคัญที่ว่าทำให้ได้สักทีเถอะค่ะ” อย่างนี้จะแปลว่าคนรายงานชี้นำผิดๆ และทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคที่เคยเป็นรัฐบาลในช่วงใช้รัฐธรรมนูญปี 40 หรือเปล่าคะ

การชี้นำจะถูกนำไปผูกโยงกับความเป็นกลาง เพราะสองคำนี้มักจะถูกนิยามต่างกันในความคิดแต่ละคนและในคนแต่ละกลุ่ม ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คนพูดฝ่ายเดียวว่าเป็นกลางและชี้นำผิดหรือไม่ แต่อยู่ที่ผู้ฟังด้วยว่าได้ฟังอย่างเป็นกลางและมีมุมมองต่อการชี้นำอย่างไร

หน้าที่รับผิดชอบของคนที่ทำงานกับการตรวจสอบและนำเสนอข้อมูล ไม่สามารถเพิกเฉยต่อสิ่งที่ประชาชนควรรู้ได้ แต่การรายงานนั้นย่อมต้องมีแรงกระแทกกลับจากคนที่เสียประโยชน์หรือผู้ที่คิดต่าง ซึ่งในสังคมเสรี เราย่อมต้องเข้าใจและเคารพความแตกต่างนั้น

หัวข้อสำคัญสำหรับการทำงานสื่อสารมวลชน คือ การเฝ้าดูสังคมอย่างไม่วางเฉย เพราะสังคมเติบโตและเปลี่ยนแปลงทุกวัน ซึ่งหมายความว่า ความแตกต่างและหลากหลายย่อมจะเกิดขึ้นทุกวินาที และสิ่งที่สื่อมวลชนควรจะทำต่อความหลากหลายและแตกต่างนั้น คือ การทำให้ค่านิยมเดิมเติบโตและปรับเปลี่ยนไปด้วย เพราะบรรทัดฐานหลายอย่างไม่สามารถยืนอยู่ได้ตลอดไป

ยกตัวอย่างง่ายๆ เรื่องการแต่งตัวรัดรูป สั้นกุด เปิดเผย ของเด็กผู้หญิง สมควรถูกวิจารณ์...จริงหรือ? ในเมื่อเราพยายามจะผลักดันความเป็นตัวของตัวเอง มั่นใจในตัวเอง รู้จักคิด รู้จักทำ ใส่หัวเด็กรุ่นหลังเสมอ สมมติว่ามีข่าวเด็กสาวที่แต่งตัวอย่างนั้นถูกข่มขืน เราควรโทษว่าเด็กเหล่านั้นเป็นผู้ชักนำภัยมาสู่ตัวเอง...อย่างนั้นหรือ? ในเมื่อไม่มีใครมีสิทธิข่มขืนหรือกระทำการทางเพศใดๆ โดยปราศจากความยินยอม ไม่ว่ากฎหมายจะเขียนกำหนดไว้อย่างไรก็ตามมิใช่หรือ

มีสองอย่างที่เราน่าสนใจคือ หนึ่ง การออกความเห็นส่วนตัวในเรื่องบางอย่าง ถ้าผู้รายงานข่าวนั้น มีอาวุโสทั้งด้านวัย ความรู้ และประสบการณ์ และที่สำคัญคือมีข้อมูลจริงในเชิงลึก เป็นน่าจะสมเหตุผลให้เกิดการวิพากษ์ในการรายงานข่าวไปด้วยโดยไม่ต้องกลัวว่าจะไม่เป็นกลาง หรือชี้นำ เพราะการตรวจสอบจะเกิดขึ้นกับตัวผู้วิพากษ์เองว่า เรื่องนั้นแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร เป็นอย่างนั้นจริงหรือเลอะเทอะ เพราะถ้าเป็นอย่างหลังสิ่งนั้นจะมีผลและเป็นบทเรียนต่อคนทำงานสื่อในแง่ความน่าเชื่อถือ และทำให้ระยะในการยืนของเส้นทางงานสั้นลงไปเอง

สอง การออกความเห็นส่วนตัวของผู้รายงานที่ยังไม่มีอาวุโสเป็นที่ยอมรับ ไม่ใช่จะฟังไม่ได้ เพราะกรณีนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมมีความเข้าใจในความหลากหลายและแตกต่าง หากแต่ต้องอยู่บนเหตุผลและเป็นการสะท้อนแทนกลุ่มคน มิใช่ส่วนตัวคนเดียวโดดๆ

ถ้าดิฉันออกความคิดเห็นในรายการว่า “จะไปโทษเด็กผู้หญิงที่ถูกข่มขืนฝ่ายเดียวว่าแต่งตัวโป๊ ทำให้ถูกข่มขืนก็ไม่ได้ มันเป็นสิทธิส่วนบุคคลของเขานะคะ จะมาใช้เป็นข้ออ้างมาข่มขืนได้ยังไง...” อย่างนี้จะเข้าข่ายชี้นำ ให้ท้าย และส่งเสริมให้น้องๆ ผู้หญิงแต่งตัวโป๊หรือไม่คะ เพราะประโยคจบของข้อความทั้งหมด คือ “…แต่น้องๆ ก็ต้องคิดเผื่อด้วยนะว่า การแต่งตัวแบบที่เราชอบตามสิทธิของเรามันคุ้มหรือเปล่า ในเมื่อเราก็ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของคนอื่นไม่ได้” เพราะดิฉันคิดว่า สิทธิยังเป็นของทุกคน แต่งตัวโป๊ไม่ใช่เรื่องต้องด่า ถูกข่มขืนไม่ใช่เรื่องต้องซ้ำเติม แต่เขาต้องคิดให้เป็นว่า ข้อดีข้อเสียของการใช้สิทธินั้นมีอะไร แล้วชั่งน้ำหนักให้เป็น

ช่วงหลังมานี้ การออกความคิดเห็นส่วนตัวในการรายงานข่าว มักถูกวิจารณ์และกลายเป็นเรื่องต้องห้าม ซึ่งดิฉันกลับเห็นต่างออกไปว่า นั่นคือการปิดกั้นค่านิยมของสังคมไม่ให้ขยับเปลี่ยนรูป

การชี้นำบางอย่างเกิดขึ้นเพื่อทำความเข้าใจความหลากหลาย-เพื่อไกล่เกลี่ยความแตกต่าง-เพื่อส่งสัญญาณให้ตรวจสอบ หรือเพื่อเปิดมุมมองให้กว้างขึ้น ถ้าเรานิยามการ “ชี้นำ” ในทางเดียวกัน แม้เราจะคิดต่อประเด็นที่ชี้นำนั้นต่างกัน เราก็จะเข้าใจตรงกันอยู่ดีว่า ทำไมสื่อถึงจำเป็นต้องชี้นำค่ะ 

                                          





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
chatcha วันที่ : 01/03/2009 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chatsha
" May the force be with you. "

ไม่ต้องเป็นกลางหรอกค่ะ ในความเป็นจริงสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกเรามันมีที่มาที่ไปเสมอ การที่ทำตัวเป็นกลางอาจจะทำให้ประชาชนบางกลุ่มลังเล ว่าสิ่งไหนถูกต้องกับสิ่งไหนที่ผิด แยกไม่ออก ส่วนมากพวกที่บอกว่าเป็นกลางน่าจะมีปัญหาเรื่องต่อมความกล้าเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมมันอุดตันมากกว่า

อยากให้มีนักข่าวดีๆที่กล้าพูด (เช่นพี่กนก) ดีก็บอกดี ไม่ดีก็บอกไม่ดีไปเลย จะมาเป็นกลางสร้างภาพทำไมกัน ในเมื่อในใจมันมีคำตอบให้กับตัวเองอยู่แล้ว

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
ardusias วันที่ : 31/01/2009 เวลา : 09.13 น.

ท่าจะยากทั้งที่เป็นธรรมและชี้นำ ในสิ่งที่ถูกต้อง
เพราะสื่อส่วนมากก็ถูกซื้อไว้แล้ว ที่เหลือก็just play it safe

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
นายดินแดง วันที่ : 31/01/2009 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dindang19
ซักวัน เรา ๆ ท่าน ๆ จำถูกโลก กำจัด


คุณจอมขวัญ สวยขึ้นทุกวันในรายการจมูกมด อาจเป็นเพราะมาอยู่ ช่องสีละวัน ช่องนี้เน้นสวย
คุณจอมขวัญเป็นคนดึงเรตติ้งในรายการมาก ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเคยทำงานกับคุณสุทธิชัยหยุ่น (เพราะติดภาพจากที่เคยจัดรายการกับคุณสุทธิชัย ..ที่เน้นวิเคราะห์ วิจารณ์)ที่จะพูดอะไร จะแสดงออกอย่างไรก็อึกอัก... การกล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็นตามสติปัญญาตนเองนั้น ผมว่าน่าติดตามกว่าการที่มานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟัง คิดว่าคงไม่มีใครอยากดูเด็กมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟัง หน้าจึดก็พอแล้ว ยังอ่านข่าวให้ฟัง จึดไปกันใหญ่ ความเห็นผมคิดว่า สื่อควรแสดงความคิดเห็นได้ตามความเหมาะสม จะกลางหรือไม่นึ้น ไม่ขอออกความคิดเห็น แต่การแสดงความคิดเห็นในฐานะเป็นมนุษย์ที่มีความรู้สิกเป็นของตนเอง ชอบบอกชอบ ไม่ชอบบอกไม่ชอบ ไม่ต้องแทงกั๊ก ไม่อย่างนั้น ก็ไปทำข่าวบันเทิงซะก็หมดเรื่องไป ไม่ต้องมาทำข่าวการเมือง

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
wako วันที่ : 03/09/2008 เวลา : 03.36 น.
โลกกว้างๆรอให้เราค้นหา

สื่อต้องมีความเป็นธรรม มองถูกคือถูก ผิดคือผิด ไม่ควรที่จะเข้าข้างฝ่ายใหน เป็นที่น่าสังเกตประเทศที่เจริญแล้วสื่อบ้านเค้าจะมีบทบาทมากและมีอิสระในการนำเสนอเรื่องราว(แต่ก็อยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมสื่อ )และบ้านเค้าเมืองเค้าก็พัฒนาเร็วมาก ถามว่าวันนี้สื่อไทยพัฒนาและมีอิสระมากแค่ใหนในการนำเสนอข่าวสารให้ประชาชนได้รับรู้ สื่อที่ดีในบ้านเราบางทีอาจจะถูกจำกัดบทบาท ถูกริดรอนสิทธิ์ในการนำเสนอ ยิ่งถ้านำเสนอข่าวแล้วไม่เป็นที่น่าพอใจของผู้นำหรือคนในข่าว ก็จะถูกตรวจสอบ โดนตำหนิ น่าเห็นใจสื่อไทย อยากให้สื่อไทยเป็นกระบอกเสียงของประชาชนมากกว่านี้ และมีอิสระในการทำงานมากกว่านี้ เอาใจช่วยคะ

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
ธราธพ วันที่ : 29/07/2008 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thammasuth

ผมก็ได้ที่พึ่งอีกหนึ่งที่แล้วสิครับเนี่ย...
ขอบคุณครับ ที่เห็นแก่ข้อเท็จจริงมากกว่ากฏเชยๆ ที่บางทีนำมาใช้ในสถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
JUNK วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/junk

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับแต่ผมมีข้อ คิดเห็นนิดหน่อยครับ เกี่ยวกับรายการ จมูกมด นะครับ ผมได้เลือกที่จะติดตามดูรายการจมูกมด เนื่องจาก เมื่อเปรียบเทียบรายการข่าวในช่วงเวลาเดียวกันของช่อง ฟรีที่วีทุกๆช่องแล้ว รายการนี้ถือว่าน่าติดตามที่สุด แต่รายการในวันที่ 2 กรกฏาคม ได้มีการเสนอประเด็นที่พี่น้องประชาชนชาวไทย กำลังสนใจ และติดตามก็คือ กรณี เขาพระวิหาร ซึ่งในรายการได้มีการ กร่าวถึงเขคพื้นที่ทับซ้อน ประตูที่ถูกปิดของทั้งสองประเทศ รวมถึงบ้านเรือนของชาวเขมรที่มาตั้งอยู่ หลังหระตูของเขตแดนไทย ทำสกู๊ปโดยสัมพาดผู้ประกอบการพ่อค้า แม่ค้าใตลาดผามออีแดง นอดจากนั้นยังมีการ สัมพาดสด ผู้ว่าราชการจังหวัด กับ หอการค้าจังหวัด
โดยสรุป เนื้อหาที่สื่ออกมาให้ผู้ชมในรายการวันนี้
กร่าวถึงการที่พ่อค้าแม่ค้าขายข้องไม่ได้ เศรษฐกิจ การท้องเที่ยว ซบเซา โดยพ่อค้าแม่ต้าอยากให้เปิดแดน ไม่อยากให้ มีการม็อบ ส่วนทางหอการค้า อยากให้ ท่าผู้ว่าช่าวดูแล ให้กลับสู่สถานการณ์ปกติโดยไว และ ผู้ว่าราชการจังหวัด กร่าว ว่าเรื่องนี้ทางรัฐบาลกำลังคุยกัน แบบรัฐต่อรัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอันดีของทั้งสองประเทศ โดยกร่าวว่า อดีตก่อนหน้ามีการปิดประตูจุดผ่านแดน มาก่อน สามครั้ง การที่รายการจมูกมดได้นำเสนอเนื้อหาข่าวนี้ในวันที่ 2 กรกฏาคมซึ่งเป็นวันที่ ประเทศเขมรจะมีการเสนอปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ที่คนไทยอาจจะต้องเสียดินแดน หรือ อำนาจอธิปไตยบนพื้นที่ ซึ่งศาลปกครองได้มีคำสั่งคุ้มครอง ยับยั้งมติ ครม. ที่ยังไม่ชัดเจน การกร่าวถึง อดีตการปิดจุดผ่านแดน ทั้งสามครังรวมถึงครั้งนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ในสายตาของผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ในสายตาของพี่น้องประชาชนจำนวนไม่น้อยเห็นว่า ครั้งนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของจุดผ่านแดนนี้ และ หากประเทศไทยต้องเสียเขตแดนเพิมให้กับ เขมรอีก พ่อค้าแม่ค้ออาจจะไม่ต้องมาขายของเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์อีกต่อไป แต่คงไม่ต้องขายทั้งเจ็ดวันเลย ในแง่ของหอการค้าแล้ว การที่เขมรสามารถขึ้นทะเบียน ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้นั้น คงทำให้ นักธุรกิจนายทุน ทั้งหลายแห่กันเข้ามา ยึดพื้นที่ในการทำการค้า การท้องเที่ยว กัน แม้จะเสียดินแดนไป คงไม่สำญเท่าไหร่ .... แต่ที่น่าสงสัยที่สุด ในฐานะของประชาชนคนไทย ที่มีความรู้น้อยคนหนึ่ง คือ ตกลงแล้ว พื้อนที่ๆชาวเขมร มาตั้งบ้านเรือนอยู่หลายร้อยครอบครัวนั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ของประเทศใด การที่กลุ่มคนรักชาติกลุ่มหนึ่ง หรือกลุ่มธรรมยาตรา เพื่อแสดงออกถึงการไม่ยอมรับที่ชาวเขมรมาตั้งครอบครัวอยู่บนพื้นที่นั้น ส่วนชาวเขมรนอกจากประชาชนแล้ว ก็ยังมีเจ้าหน้าทีพร้อมอาวุธอยู่ดูแล
สรุปว่า
1.พื้นที่นั้นเป็นของเขมรใช่หรือไม่
2.คำกร่าวของแม่ค้า ผู้ว่า หอการค้า สรุปได้ว่า กลุ่มธรรมยาตราผู้รักชาติ เป็นผู้สร้าปัญหาใช่หรือไม่
3.รัฐบาลคือผู้ที่ แก้ปัญหานี้ หรือเป็นผู้สร้าปัญหานี้ขึ้นมากันแน่
4.การเจรจาแบบรัฐต่อรัฐโดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้นั้นนจะแก้ปัญหาหรือจะสร้างปัญหาไปอีกนานแสนนานกันแน่
5.อะไรที่เรียกว่า WIN - WINเขมรขึ้นมรดกโลกแล้วไทยได้อะไร
6.การผูกมัดว่า ไทย เขมร ต้องพัฒนาพื้นที่ร่าวกันนั้นเป็นการยอมรับว่าเขตพื้นที่ทับซ้อนน้น ที่ไทยต่อสู้ว่าเป็นของไทย ที่อยู่ในเขตสันปันน้ำนั้น ยอมให้เขมนเข้ามามีส่วยร่วมใช่หรือไม่
7.ท่าคิดได้ว่าใหนๆก็ใหน อะไรที่ทับซ้อนก็ต้องทำร่วมกัน เหตทางการไทยไม่ขอขึ้นทะเบียนร่วมกับเขมรเหมือนทีรัฐบาลที่ผ่านๆมาทำ
8.เหตุใดการออกมติ ครม. ให้ รมต.ต่างประเทศ ไปเซ็นสัญญา หรือที่นายนพดล ปัทมะ เรียกว่าแถลงการร่วมนั้นต้องรีบดำเนินการเช่นนี้

ในท้ายที่สุด ที่ผมได้แสดงความคิดเห็นในที่นี้มันอาจจะดูนอกประเด็น "สื่อไม่ควรเป็นกลาง" ไปมากมายนั้นเนื่อจากพอผมได้อ่านเรื่องของของคุณจอมขวัญแล้วชื่นชมและเห็นด้วยเป็นอย่างมาก ว่าสื่อนั้นไม่ควรเป็นกลาง และสื่อต้องชี้นำ ให้สั่งคมและผู้ที่ได้เสพ สื่อเข้าไปนั้นได้รับรู้มากกว่าการที่ จะมีใครมาบอกว่า วันนี้มี ใคร ทำอะไร ที่ใหน ใครพูดอะไร จำนวนเท่าไหร่ ตำแหน่งอะไร หน้าตาเป็นไง ระดับฐานะ เป็นเช่นไร สื่อต้องชี้นำให้เห็นว่า มันเป็นสิ่งที่ถูกหรือผิด ดีหรือชั่ว เป็นประโยชน์หรือโทษ ต่อสั่งคม แยกให้ออกระหว่าง เรื่องส่วนตัว กับเรื่องส่วนรวม การนำเสนอก็ต้องให้รอบด้าน หากมองว่าสิ่งที่นำเสนอในรายการจมูกมดวันนี้เป็นเรื่องจริง และถูกต้อง ผมไม่เถียงแต่เนื้อหาที่แสดงออกมา บทสัมพาด และบทสรุป มันทำให้ผมอดรู้สึกไม่ได้ว่า ทางรายการตั้งใจชูประเด็นของผลกระทบที่มีคนมาประท้วง และทำให้ต้องปิดจุดผ่านแดน ทำให้เกิดปัญหาขึ้นทุกอย่าง แท้ที่จริงแล้ว สิ่งนี้ไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหา หากอยากนำเสนอในแง่มุมนี้ก็ควรที่จะ ต่อด้วยประเด็นของเขตแดนและการสัมพาด นักวิชาการถึงเรื่องการที่วั้นนี้ จะมีการยื่นจดทะเบียนมรดกโลก ไทย ได้ เสียอะไรบ้าง น่าจะดูดีกว่า ท่าบอกว่าสื่อจะต้องชี้นำก็น่าจะเป็นประเด็นหลังมากกว่าที่จะต้องชี้นำ เรื่องใหนที่ใหญ่กว่า เรื่องใหนเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องใหนเป็นเรื่องส่วยรวม เรื่องของประเทศชาติ หากสรุปว่า เรื่องการค้าสัมคัญถึงขนาดเสียดินแดนก็ยอม อีกหน่อย เพื่อนบ้านเราก็จะดำเนินการเช่นเดียวกับเขมร กรณีนี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบนพื้นดิน ซึ่งมองด้วยตาก็เห็น ได้ชัดเจน ต่อไปหากเกิดขึ้นใน ทะเล คุณคิดว่า การดำเนินการของรัฐเช่นนี้ จะทำให้ประเทศ ได้หรือเสียประโยชน์กันแน่ การที่รัฐบาลทำสิ่งใดแล้วประชาชนไม่สามรรู้ได้ว่ารัฐทำอะไร กว่าจะรู้ก็ไม่สามารถแก้ไขสิ่งใดได้นั้น สื่อสามสวลชนจะต้องทำหน้าที่นำข้อเท็จจริงนั้นมาตีแผ่ให้กับประชาชนได้ทราบ

เรื่องความเป็นกลางนั้น ในความคิดของผมนั้น กลางจะต้องตั้งอยู่บนความถูกต้อง ท่าเป็นเรื่องของ กลุ่มสองกลุ่มที่ภูกต้องทั้งสองกลุ่ม เราก็จะเป็นกลาง แต่ท่ามีกลุ่มนึงถูก แต่อีกกลุ่มผิด เราก็ต้องเลือกที่ถูกมาก่อน ในท่างพุทธศาสนาแล้ว พื้นฐานของบุคคลควรดำรงด้วย ศีลห้า ซึ่งไม่มีความเป็นกลางอยู่ในห้าข้อนี้
ปาณาติปาตา เวรมณี
อทินนาทานา เวรมณี
กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี
สุราเมรยะมัชชะปมาทัฏฐานา เวรมณี
หากกระทำแบบ เป็นกลาง มันมีความหมายว่าอย่างใด

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
มาลัยอิสรา วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/womenfreedom
Another World is Possible!

ความคิดเห็นที่ 11
มาลัยอิสรา วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 14.27 น.
http://www.oknation.net/blog/womenfreedom
โครงการศึกษาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสตรีศึกษา วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โทร. 0–2613–3605, E–mail : women@tu.ac.th,wysp@tu.ac.th



please click to see our news
http://www.oknation.net/blog/womenfreedom/2008/04/26/entry-1

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
เอกนาม วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 00.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/four-panya

ขอเพิ่มอีก 2 ข้อ นอกจาก "ไม่ต้องเป็นกลาง " และ "ต้องชี้นำ" แล้ว
1.สื่อต้องไม่เล่นกับกระแส ไม่ตามกระแส (มีจุดยืน มี Focus ที่ชัดเจน)
2.สื่อต้องตรวจสอบสื่อด้วยกันเอง และเตือนสื่อด้วยกันเองอย่างตรงไปตรงมา

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
เทียมกวี วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tikrs

ชอบมากครับ สวย เก่ง ดูรายการของคุณจอมขวัญตลอดครับ จมูกมด เจาะใจ ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
อโรมา วันที่ : 01/02/2008 เวลา : 01.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panorama

โอ้โห้..พี่ขวัญคะนึกว่าลืมเนชั่นไปแล้วหายนานเลยนะคะ..แต่ก้อติดตามรายการที่พี่เป็นพิธีกรอยู่ตลอดนะคะ... (ช่วงนี้ดูผอมไปนะคะพี่...เป็นห่วงค่ะ)

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
lung139 วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 00.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lung139

สื่อไม่ควรเป็นกลางและสื่อต้องชี้นำ เป็นสิ่งที่ถูกเผงเลย ที่จริงคนทำสื่อบ้านเราน่าจะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานะความเป็นจริง เท่าที่เห็นส่วนใหญ่ก็จะบอกตัวเองว่าเราเป็นกลาง แต่เอาเข้าจริงมันไม่ใช่เลย เพราะฉะนั้นสื่อทั้งหลายน่าจะเปลี่ยนมุมมองใหม่เพื่อให้ผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าสื่อแต่ละที่มีการนำเสนอข่าวให้เป็นจริงและชัดเจนเพียงใด เพราะคนรุ่นใหม่สามารถรับได้ทุกสถานะการณ์อยู่แล้ว ดูเหมือนการนำเสนอข่าวการเลือกตั้งที่อเมริกา สื่อต่างประเทศจะบอกชัดเจนเลยว่า สื่อแต่ละที่สนับสนุนใครและไม่สนับสนุนใคร ซึ่งถือว่าเป็นการชี้นำที่ดีเพื่อให้เราได้รู้สิ่งที่เกิดขึ้นของสื่อทั้งหลาย แต่ที่สุดก็เหมือนอย่าที่ว่ามาคือผู้บริโภคจะเป็นผู้เลือกเอง

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
reallemons วันที่ : 30/01/2008 เวลา : 17.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/reallemons

สวัสดีค่ะ คุณจอมขวัญ
ใช่ค่ะ
-สื่อต้องเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่ลำเอียง ไร้อคติ
-สื่อต้องเป็นธรรม เป็นธรรม ต่อทุกฝ่าย
สุดท้าย สื่อจะต้องชี้นำ ชี้นำไปในทางที่ถูกต้อง โดยเป็นกลางและเป็นธรรมที่สุด

ขอบคุณค่ะ
reallemons

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
ปริศนา วันที่ : 29/01/2008 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jitrapat

สวัสดีพี่จอมขวัญนะคะ
สุขสบายดีนะคะ ตื่นมาดูทุกเช้าแต่แปลกๆไป
ปกติเจอในชีพจรโลก
สื่อต้องมีคุณธรรมและสื่อต้องไม่เป็นกลาง
สื่อต้องกล้าบอกว่าอะไรคือดำ อะไรคือขาว ไม่ต้องบอกว่าสีเทา ก็เปรียบเหมือนพวกรักประชาธิปไตยก็จะตรงกันข้ามกับคอมมิวนิสต์คะ

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
gla วันที่ : 27/01/2008 เวลา : 20.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/glagla

ใช่ครับ คำว่าเป็นกลางนี่ถูกต้องเลย

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
รักษ์สยาม วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oldsiam
LONG LIVE THE KING 

คุณจอมขวัญนี่สวยจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
Nozz วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 19.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nozzila
:A40: คืออะไร หาคำตอบได้ที่http://www.oknation.net/blog/nozzila/2008/04/25/entry-1

สวัสดีคับคุณจอมขวัญ เบื่อคำว่าเป็นกลางจิงๆ มักจะมี e-แอบมา ผสม เข้าไปด้วย มักจะเป็นกลุ่มอำนาจเก่า ซะส่วนใหญ่

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
นาราด้า วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 19.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tarot
http://www.oknation.net/blog/narada ไพ่ยิปซีทำนายชีวิต

สวัสดีค่ะ....
ต่างรอดูว่าสื่อจะทำอย่างไรต่อไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
บุญชัย วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 18.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonchai
 

แต่คุณจอมขวัญที่หายจากบล็อกไปนานๆก็ไม่ค่อยดีนะครับ..ขอแซวเสียหน่อย..

ยังเป็นกำลังใจให้สื่อ hot คนนี้นะครับ..

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
kittinunn วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kittinunn
Fight for what we believe in.

การชี้นำของสื่อ มีหลักคิดอยู่อย่างหนึ่งก็คือ

• นำเสนอตามความเป็นจริง อย่างที่เห็นกันอยู่
• ยึดหลักความเป็นธรรม และความสมดุลของทั้งสองฝ่าย
• ปราศจากอิทธิพลภายนอก และความผูกพันส่วนตัว

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ปอจู วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 17.16 น.
มีไม่กี่ชาติบนโลกใบนี้ที่มี  "ภาษา (พูดและเขียน) เป็นของตัวเอง"และเราคือหนึ่งในนั้น...ภูมิใจมั้ยคะ...?? (ชมรมรักษ์ภาษาไทย)

คิดว่าในรัฐบาลนี้ !!!
สื่อที่เป็นกลางเท่านั้น ที่จะสามารถยืนอยู่ได้
แต่เป็นกลางใจนักการเมืองนะค่ะ !!! อิ อิ อิ
ขอให้รักษาจุดยืนอย่างนี้ตลอดไปนะค่ะ
สวัสดีค่ะ !!!

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
เดอะเจมส์ วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 17.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suchat

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่สื่อจะมีจุดยืนที่แตกต่างกัน เพราะสื่อก็เป็นเพียงองค์กรหนึ่งซึ่งประกอบด้วยบุคคล และแต่ละบุคคลก็ย่อมมีเพื่อน การนำเสนอของสื่อย่อมมีความสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือการบริโภคสื่อว่าใช้วิจารณญาณได้อย่างเข้าใจได้แค่ไหน กลุ่มบริโภคสื่อย่อมมีทั้งความเหมือนและความแตกต่าง ผมมีความเห็นว่าหน้าที่ของสื่อของการนำเสนอข้อมูลที่ Fact ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
Jui วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 17.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

รับไว้พิจารณาครับ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
hathai วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hathai

มีผู้ใหญ่ในวงการสื่อบอกว่า "สื่อเป็นกลางไม่ได้" สื่อต้องยืนข้างความ "ถูกต้อง"และ "เป็นธรรม"

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
มะอึก วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

คำว่าเป็นกลางของสื่อคือ....เสนอข่าวให้เท่าเทียมกันทั้งสองฝ่าย หรือทั้งลบและบวก
ชี้นำ...ก็ชี้นำไปตามเนื้อผ้า จะชี้นำว่าจมูกอันบานเบอะของท่านนายกสวย ก็ชี้นำได้ เพราะเป็นเรื่องธรรมดา ๆ

ส่วนท่านผู้ชมจะมองจมูกนายกอย่างไร ไม่มีใครสรุปได้หรอกครับ
.
แอบดูคุณจอมขวัญทุก ๆ เช้า ช่อง 7 ด้วยความภาคภูมิใจครับ
โหวต...................
.

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
hathai วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hathai

ขอเสริมแนวคิดของคุณจอมขวัญในประเด็นเรื่อง "สื่อไม่ควรเป็นกลางและสื่อควรชี้นำ" ซึ่งเห็นด้วยทั้งสองประเด็น

ดังนั้นจึงขอเสริมว่า ห้วงเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมาสังคมสื่อค่อนข้างจะเจ็บปวดเมื่อถูกผลักไสให้เลือกข้าง และมีคำถามอยู่เสมอว่า "สื่อทั้งหนังสือพิมพ์-ทีวี-วิทยุ" เป็นของใครกัน

และห้วงเวลาแห่งความแตกแยกที่ผ่านมาสื่อก็ไม่เคยสรุปบทเรียนเลยว่า สรุปแล้วสื่อมีส่วนทำให้สังคมแตกแยกหรือไม่ คำตอบในทัศนะดิฉัน คือ "มีส่วนมากทีเดียว" เพราะสื่อเป็นผู้รายงานความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่นั่นก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า "ไม่รายงานข่าวนั้น"

เพราะความขัดแย้งมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่ความเป็นสื่อที่มีหลักยืนที่มั่นคง ไม่เอน ตามกระแส เมื่อเห็นว่า สังคมกำลังเริ่มสับสน "สื่อ" ควรเสิร์ฟข้อมูลให้มากๆๆ เพื่อเป็นเมนูให้ประชาชนได้เลือกตักข้อสมอง ถือว่าเป็นผู้หาทางออกต่อสังคม หรือที่คุณจอมขวัญบอกว่า "ชี้นำสังคม"

โดยสื่อนั้นมีบทบาทต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และที่ผ่านมาสื่อก็ยืนอยู่บนหลักของตัวเอง ไม่เกิดการสรุปบทเรียนร่วมกัน (เพราะสังคมสื่อมีความเป็นตัวตนสูง-เป็นปัจเจกชน) จึงไม่เคยหารือกันว่า "จะสรุปความเจ็บปวด" ในการแบ่งขั้ว แยกค่ายของสังคมได้อย่างไร

เพราะต้องยอมรับว่า สังคมไทยทั้งก่อนปฎิวัติ-หลังปฏิวัติ เรามีความเจ็บปวดในแยกค่ายกันอยู่

และตอนนี้ "สังคมสื่อ" ก็ยังไม่ได้หันหน้ามาคุยกันเลยว่า จะสรุปบทเรียนกันอย่างไร???

ทั้งๆ ที่สังคมไทยกำลังก้าวสู่ปัญหาอันใหญ่หลวงอยู่เบื้องหน้านี้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
แต๋งแต๋ง วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/usah
การพัฒนาประเทศเริ่มจากตนเองสู่วงกว้างคือสังคม จากบ้านเรือนสู่ชุมชน  จากชุมชนไปสู่ประเทศชาติ   จากวันนี้สู่วันหน้า เริ่มในบัดดล


สื่อเป็นกลาง
-ไม่ใช่สื่ออยู่ตรงกลางระหว่างความเห็นหรือกลุ่มคนสองฝ่าย
-สื่อเป็นกลางคือการนำเสนอข้อเท็จจริงโดยไม่คำนึงว่าข้อเท็จจริงจะเป็นผลประโยชน์หรือเข้าทางฝ่ายใด

สื่อต้องชี้นำ
-คือการชี้นำไปสู่ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ชี้นำให้เข้าข้างใด ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเกิดผลดีผลเสียแก่ฝ่ายใด

"....หน้าที่รับผิดชอบของคนที่ทำงานกับการตรวจสอบและนำเสนอข้อมูล ไม่สามารถเพิกเฉยต่อสิ่งที่ประชาชนควรรู้ได้ ...." คำพูดนี้ถูกต้อง


"...หัวข้อสำคัญสำหรับการทำงานสื่อสารมวลชน คือ การเฝ้าดูสังคมอย่างไม่วางเฉย เพราะสังคมเติบโตและเปลี่ยนแปลงทุกวัน ซึ่งหมายความว่า ความแตกต่างและหลากหลายย่อมจะเกิดขึ้นทุกวินาที และสิ่งที่สื่อมวลชนควรจะทำต่อความหลากหลายและแตกต่างนั้น คือ การทำให้ค่านิยมเดิมเติบโตและปรับเปลี่ยนไปด้วย เพราะบรรทัดฐานหลายอย่างไม่สามารถยืนอยู่ได้ตลอดไป..." คำพูดนี้คือหน้าที่อีกกรณีหนึ่ง

การนำเสนอผ่านสื่อ เรื่องการเรียนฟรี การรักษาฟรี นั้นสิ่งที่สื่อจะต้องถามพรรคการเมืองเพิ่มคือ จะเอางบประมาณที่ไหนหรือจัดสรรทรัพยากรเพื่อหลักประกันสองเรื่องนี้อย่างไร?มีข้อมูลที่อ้างอิงให้มั่นใจได้หรือไม่ว่าจะทำได้อย่างมีคุณภาพจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 16.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg


ผมว่า
"เป็นกลาง" น่าจะแค่
ให้ โอกาสกับทุกฝ่าย ครับ
แต่ การจะเชียร์ใคร
เป็น เรื่องของสื่อ ครับ
เพราะ
ในสังคมปัจจุบัน
สื่อ ก็มี พวก ครับ
จะต้องยึด ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหลัก
แต่ อย่าให้มาก จน น่าเกลียด ครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
สุวิริโย วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...

เห็นด้วยอย่างที่สุดครับ สื่อต้องชี้นำ และนำไปในทิศทางที่ถูกต้องด้วย....
แต่คงเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก..
เพราะสื่อขึ้นอยู่กับทุนและผู้บริโภค...
ทำอย่างไรให้สื่อเป็นผู้ชี้นำสังคมในขณะที่มีจำนวนผู้ชมจำนวนมาก มีผู้สนับสนุนรายการที่ทำให้สื่อที่ว่านี้ตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคง...
น่าเสียดายรายการ itv ในอดีต ถ้าคุณทักษิณไม่ซื้อ รายการทีวีในบ้านเราคงดีกว่านี้มาก...

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ป้ารุ วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 15.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

เด็ก ๆ ที่บ้านเขาแยกคำว่า "ข่าว" กับ "บทความ"
ว่าข่าว คือการนำเสนอข้อเท็จจริง ในขณะที่บทความเป็นการนำเสนอข้อคิดเห็น
เพราะฉะนั้นสื่อน่าจะทำหน้าที่ได้ทั้งให้ข้อเท็จจริง และ เสนอความเห็น
โดยแยกแยะว่าขณะนั้นกำลังนำเสนออะไร
คนอ่านก็คงเข้าใจได้ว่าอะไรเป็นอะไรค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 15.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/underthesamesun

สื่อที่เป็นกลางเท่ากับสื่อที่ตายแล้ว

สื่อควรมีชีวิตและวิญญาณ
บอกสังคมว่ามีอะไร ที่ไหน อย่างไร
ดีหรือไม่ดีอย่างไร
ถ้าสื่อไม่บอกหรือบอกไม่ได้ก็
แต่ขออย่างเดียว อย่าใส่ร้ายป้ายสีเกินไปด้วยอคติเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 15.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

ชี้ทางบรรเทาทุกข์
และชี้สุขเกษมสานต์

ชี้ได้ครับ ฟันธง

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
กร วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 14.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paper-making
K O  R N

การบริโภคอาหารอะไรก็ตามเราต้องเลือกสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่มีสิ่งเจือปนของสารพิษและเชื้อโรคต่างๆที่ร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกัน
การบริโภคสื่อก็เหมือนกัน ฉันใดก็ฉันนั้น ก็ต้องเลือกบริโภคสื่อที่ไม่มีผลทำร้ายให้จิตใจขุ่นมัว ควรเลือกบริโภคข่าวในแง่บวก สร้างสรรค์ ที่ทำให้ใจเบิกบานและเปี่ยมสุข ก็จะทำให้สังคมมีความน่าอยู่มากขึ้น
เราอาจจะไม่มีบทบาทอะไรที่จะทำให้สื่อเสนอข่าวในแง่บวก เพื่อจะช่วยให้สังคม ประเทศชาติ มีความผาสุข แต่อย่าลืมว่าการที่จะเกิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ จะมาจากสิ่งที่เล็กๆมาก่อน ฉะนั้นเริ่มที่ตัวเราก่อนถ้าตัวเราไม่เริ่มเสนอข่าวอย่างสร้างสรรค์ก่อนแล้วจะหวังให้ใครทำ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
นายหัวไทร วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 14.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naiman

ต้องหาความหมายของคำว่า "เป็นกลาง" และอธิบายความให้ได้ว่า เป็นกลางคืออะไร คือต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายหรือไม่ ให้โอกาสกับผู้ถูกกล่าวหาแค่ไหน อย่างไร นั้น คือเป็นกลางหรือเปล่า

เป็นกลางอาจจะไม่ได้หมายถึงการยืนอยู่กับทั้งสองฝ่าย หรืออยู่ตรงกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในท่ามกลางความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นการเมือง หรือ การทหาร หรือระหว่างประเทศก็ตาม

แต่ในท่ามกลางความขัดแย้ง แย่งชิง สื่อต้องให้ข้อมูลกับประชาชน กับผู้บริโภคข่าวสาร เพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งการให้ข้อมูล ให้ข้อเท็จจริง ไม่ใช่การชี้นำ

การชี้นำ เป็นงานจิตวิทยามวลชน ทารทหาร ตำรวจ หรือหน่วยงานความมั่นคงจะใช้กันมากในการชี้นำประชาชนให้มาอยู่ข้างฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
กรมกุชะ วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 14.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cradm

มาตรฐานของสื่อ คือ fact ครับ
ถ้านอกเหนือจากนั้น คือ ลีลาและสีสันฉพาะตัว
การไม่เป็นกลาง หรือ ชี้นำ จึงเป็นจุดผกผันทางอารมณ์ของผู้บริโภค ณ ห้วงเวลาหนึ่งๆ

การขว้างหินใส่กระจกรถเป็นข่าว แน่นอนก็ต้องเป็นการชี้นำ,การบันทึกคลิปวีดีโอเด็กหญิงจิกหัวตีกัน เป็นข่าวและก็แน่นอนก็ต้องเป็นการชี้นำ เกิดวัฒนธรรมเลียนแบบ...
แต่ทุกอย่างเป็น fact

เช่นเดียวกับความเป็นกลางทางการเมือง ครั้งหนึ่งมีการวิพากษ์ว่า หัวเขียวอิงทรท. หัวบานเย็นอิงปชป. ITV อิงทรท. AStv อิงพันธมิตร ฯลฯ แล้วบางสถานีก็ประสบเคราะห์กรรมต่างกรรมต่างวาระกันไป

ความเป็นสื่อชี้นำและไม่เป็นกลางนั้น มีได้ มีจริงและมีแล้ว เพียงแต่ว่า เจ๊งล้งจ้ง เพราะ "ความไม่เป็นกลาง"และ "การชี้นำ"นั้นมันขาด fact ซึ่งเป็นมาตรฐานสื่อ

ผู้บริโภคสื่อเป็นดัชนีครับ....

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

หน้าที่ของสื่อ ต้องเสนอข่าวที่เกิดขึ้น และข่าวนั้นต้องเกิดขึ้นจริง ตามตำราที่ว่า WHO WHAT WHEN WHERE WHY HOW โดยไม่ Bias
ข่าวที่นำเสนอต่อประชาชนต้องมิใช่(ย้ำมิใช่) ข่าวสร้าง ข่าวปล่อย ข่าวลือ ข่าวที่ตั้งประเด็นมาให้เขาทะเลาะกัน จากนั้นก็เอาไมค์จ่อมากคนโน้นที คนนี้ที เพื่อให้เป็นข่าวนำมาขายกิน(ทาง TV วิทยุ และ น.ส.พ.)ได้ทุกวัน ผู้สื่อข่าวที่ดีและเก่งจริงต้องสามารถพิสูจน์ข่าวนั้น ว่าเกิดขึ้นจริงเป็นอย่างไร ???..
มิใช่มาจากคำพูดจากของทั้งฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล ต้องเอาเรื่องที่เกิดขึ้นจริงนั้นมาตีแผ่ให้ได้แบบหนังเรื่อง THE STRING
ปัจจุบันนี้ข่าวมักเกิดจาก นักข่าวเอาไมค์จ่อปากนักการเมือง มะรุมมะตุ้มนักการเมือง และนั่งคอยหน้าตึกประชุม ครม. อย่างไร้ระเบียบ จนเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว
ตอนนี้ ห่วงว่า TPBS จะเอาวิธีการได้ข่าวแบบนี้กับเขาด้วย
อีกประการหนึ่ง พิธีกรที่นำเสนอข่าวก็แสดง Ego เก่งทุกคน เช่น หยอกข่าว ล้อข่าว เอาผู้นำมาล้อเป็นเพื่อนเล่น
ครับ...!! เพราะจริงใจ จึงบอกมายังนักสื่อสารมวลชนพึงคำนึงถึงผู้เสพข่าว...ไม่ได้เข้าข้างใครทั้งสิ้น ...พับผ่า..!!

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ท่าชนะ วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 13.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Karida

สวัสดีช่วงบ่ายค่ะคุณจอมขวัญ

สื่อควรเป็นกลาง กลางคือการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เช่นเดียวกับคำสอนของพระพุทธศาสนาให้เราเดินทางสายกลางประมาณนั้น แต่เมื่อสังคมเปลี่ยนไป ดิฉันเห็นว่า สื่อไม่ควรจะเป็นกลาง แต่ควรเลือกข้างมากกว่า คือข้างที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องไปเลย ส่วนการชี้นำ มันคล้ายกับการตั้งคำถามในทางกฎหมายนะ บางคำถามที่ทนายถามอาจเป็นคำถามชี้นำ ชี้นำตามแต่ใจคนถามอยากให้ตอบหรือเปล่า ถ้าสื่อคิดจะชี้นำ แต่เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ต้องการชี้นำให้คนในสังคมเข้าใจ เห็นด้วย ก็ควรอย่างยิ่ง แต่ถ้าชี้นำเพื่อต้องการให้เป็นไปตามที่สือคิด และต้องการ ก็คงไม่ถูกนักหรอกนะคะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
kengrimsay วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 13.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kengrimsay

สื่อจะ"ชี้นำ"หรือจะ"เป็นกลาง"หรือไม่ผมว่าไม่ได้มีความสำคัญอะไร เพราะสื่อก็เป็นเพียงอาชีพแขนงหนึ่งเท่านั้น
ดังนั้นคนที่ทำสื่อย่อมมีทั้งดีและเลว

ทุกอย่างมันสำคัญที่ผู้เสพสื่อเท่านั้น จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แค่นั้นเอง

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 13.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

เราก็เรียนมาเหมือนๆกัน หน้าที่สื่อหลักๆ ก็ให้ข่าวสาร ให้ความรู้ ให้ความบันเทิง

"การชี้นำ" ก็น่าจะอยู่ในหมวด การให้ความรู้ ให้รู้เท่าทันนักการเมือง

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

ความเป็นกลาง กับ ความเที่ยงตรง เที่ยงธรรม

ความหมายใกล้เคียงกัน แต่ไม่เหมือนกันเพราะใช้คนละสถานการณ์

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
อดิศักดิ์ วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak

welcome home oknation!

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
redribbons07 วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ความเป็นกลางของสื่อในความรู้สึกฉัน คือการเสนอ fact

ส่วนคำว่า"ชี้นำ"นั้น ก็คือการแสดงความคิดเห็น ซึ่งคนอ่านอาจจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ ดังนั้นจึงอาจจะชี้นำได้หรือไม่สามารถชี้นำก็ได้

โปรดใช้วิจารณญาณในการเสพสื่อ


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 13.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

หลักสำคัญ เราเรียกว่า "อวิโรธนะ" ความไม่คลาดเคลื่อนแห่งธรรม

คือยึด ธรรม เป็นที่ตั้ง

เรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะสื่อครับ นักการเมือง ข้าราชการ ประชาชนทั่วไป

หากยึด "ความไม่คลาดเคลื่อนแห่งธรรม" สังคมจะรู้จักแยกแยะดีชั่ว

ผมจำภาษาอังกฤษไม่ได้ ทางยุโรปถือหลักนี้แหละ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

มาเยี่ยมด้วยความศรัทธา

สื่อจะต้องให้เกิดการรับรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้รับข้อมูล และเป็นธรรม

แต่เรื่องนี้ พูดยาก ครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
komidea วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 12.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/komdhamma

สื่อ...ต้องอยู่กับความถูกต้อง..ครับ..

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 12.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting

หากจะชี้นำ
สื่อคงต้องวิเคราะห์ผลข้างหน้าหลายก้าว

เดี๋ยวหลงทางกันหมด


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
pen วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 11.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pen
ปากกาคืออาวุธ จับประยุทธ์เพื่อสัจจะธรรม ความจริงคือคำมั่น พันธเกียรติเพื่อปวงชน

ถึงคุณจอมขวัญ

อึดอัดกับ"กรอบของความคิดเห็น"

เจ้าเรือนขอเชิญคุณจอมขวัญใช้ "บล็อก" เป็นที่เปิดโลกทัศน์ ในภาวะที่จำกัดในการนำเสนอ เพราะตอนนี้สื่อเสรีที่สุดก็คงเป็นใน "โลกไซเบอร์" ที่เดียวที่พอจะหาได้

และเป็นวิจารณญาณของผู้รับสารล้วนๆ ที่จะเลือกเสพและเลือกคิดตาม

และอีกอย่างหนึ่งที่เจ้าเรือนอยากเห็น "จอมขวัญ" ก็ คือบทบาทสื่อชี้นำแบบ hard talk ซึ่งเจ้าเรือนว่า "จอมขวัญ" ไม่แพ้ใครในสยามประเทศ

เผลอๆก็ talk of the town ได้ไม่แพ้ทีวีจอตู้ครับ เพียงแต่เปลียนเวทีเท่านั้นเอง

แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนและคิดถึงเสมอ
เรือนปากกา บ้านแม่ริม
pen

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
มนต์อักษรา วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 08.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/monauksara
"ความฝันเมื่อวานนี้  อาจจะเป็นไปได้ในวันนี้  และกลายเป็นจริงในวันพรุ่งนี้"

สวัสดียามเช้าค่ะคุณจอมขวัญ

สื่อต้องชี้นำมันเหมือนเป็นดาบสองคมนะคะ ในสายตาของคนรับสื่อเราก็ไม่รู้นี่ค่ะว่าสื่อไหนจริงใจ หรือไม่จริงใจที่ชี้นำหวังดีหรือไม่หวังดี มีอะไรซ่อนเร้นอยู่หรือเปล่า มันดูยากเหลือเกินค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
tanatach วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 08.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

ครับ..สื่อ..ที่เป็นกลาง...ไม่มีครับ...
มีแค่...สื่อที่พยายาม..จะเป็นกลาง..
ความรู้สึก...ความคิด..จับให้มันอยู่นิ่งไม่ได้..
ทำได้อย่างดี...ก็แค่ตะล่อมให้มันอยู่ในกรอบ
มันจึงออกมา...ออกมาในรูปความเป็นกลาง..ที่ชิด..ที่กระเดียดไปทางข้างใดข้างหนึ่งเสมอ
..................
แม้แต่..ผู้พิภากษา ที่พิจารณาคดีตามพยานหลักฐานที่มีอยู่.....ไม่เอาความรู้..ความจริงที่ตนเองมีอยู่มาใช้กับการตัดสิน
แต่..เมื่ออ่านคำพิภากษา...เรามักเห็นหลายอากัปกิริยาที่ไม่สอดคล้องกับเนื้อหาในคำพิภากษานั้น
แต่ในสื่อ...ความรู้สึกส่วนตัว...ออกมาสู่สาธารณะเสมอ..แม้จะมีความพยายามจะเป็นกลางมากแล้วก็ตาม
กรอบของคามคิด...กรอบของความเชื่อ...มันไม่ได้มีรูปร่างตายตัว...เราไม่สามารถหาจุดกึ่งกลางมันได้
ทุกสื่อในโลก...แค่พยายามจะเป็นกลางเท่านั้น
ธนธัช

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
sixty วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/4teen
อย่านำความขาดแคลนมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน

ขอชื่นชมว่าคุณจอมขวัญเป็นสื่อที่เข้าใจ ว่าอะไรเป็นอะไร

ถูกต้องครับสื่อต้องชี้นำ..แต่ต้องชี้นำในทางที่ถูกต้อง ซึ่งตรงนี้สื่อเองจะต้องมีความรู้ก่อนการชี้นำ เพราะถ้าสื่อรู้มาผิด การชี้นำก็ต้องผิดวันยังค่ำ.. นี่คือกำแพงจำกัดการชี้นำอยู่ใช่มั้ยครับ

และอีกอย่างที่สื่อจะต้องลดให้น้อยลงคือ อคติ เพราะคนสื่อก็คือคนที่มีเลือดเนื้อและจิตวิญญาณอดที่จะมองตัวข่าวด้วยความลำเอียงไม่ได้ ซึ่งคนสื่อจะต้องลดตรงนี้ลงให้มากที่สุด การลดอคติลงได้มากคือคนสื่อจะต้องเป็นผู้รู้นั่นเอง

ขอบคุณครับที่เขียนให้อ่านกันอย่างมีแง่มุมที่เป็นประโยชน์

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
thesaint วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


----ที่สุดแล้วถึงเวลาที่สื่อต่องเลือกข้างครับ... ข้างความถูกต้อง... แทนที่จะนิ่งเฉย ปล่อยให้ทุกสิ่งผ่านไป ---

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กิต วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ไม่ผิดหวังที่รออ่านครับ

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กิต วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 08.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

มาแล้วครับ


มาช่วยปัดฝุ่นครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 08.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

สวัสดียามเช้ามีวามสุขมากๆนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Dancing!

Lovely:)

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]