• จอมขวัญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jomquan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-08
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 191380
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2482 คน
จอมขวัญ
นอกจอสี่เหลี่ยม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jomquan
วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by จอมขวัญ , ผู้อ่าน : 6144 , 12:34:30 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สองเรื่องนี้ลงในคอลัมน์"ออกอากาศ"ของเนชั่นสุดสัปดาห์

ตอนที่ 1 ลงเมื่อสัปดาห์ก่อน

ตอนที่ 2 จะลงสัปดาห์นี้ (แต่ให้คุณๆ อ่านก่อน)

และอยากได้ความคิดเห็นจากคุณๆ ด้วยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

คุยข่าวเล่าข่าวกันอีกครั้ง 1

กลุ่มมีเดียมอนิเตอร์หรือโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม ออกบทความเรื่อง "รายการคุยข่าว:ปัญหาทางวารสารศาสตร์" สรุปความโดยย่อ(เพราะเนื้อที่ในคอลัมน์มีจำกัด)ได้ว่า เพราะสังคมรีบเร่ง เวลาติดตามข่าวมีไม่มาก ผู้ประกาศข่าวจึงมีหน้าที่เรียบเรียงและย่อยข่าวสารให้อยู่ในรูปที่รับง่ายกว่า มีเดียมอนิเตอร์บอกว่า สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการพูดคุยมากกว่าการอ่านเลยเป็นปัจจัยส่งเสริมความนิยมให้รายการคุยข่าว

มีเดียมอนิเตอร์พูดถึงเหตุผลการกำเนิดรายการคุยข่าวเล่าข่าวสรุปได้ความว่า เพราะสังคมรีบเร่ง เวลาติดตามข่าวมีไม่มาก ผู้ประกาศข่าวจึงมีหน้าที่เรียบเรียงและย่อยข่าวสารให้อยู่ในรูปแบบที่ง่ายกว่า และบอกด้วยว่า สังคมไทยเป็นสังคมการพูดคุยมากกว่าการอ่านเลยเป็นปัจจัยส่งเสริมความนิยมให้กับการคุยข่าว

มีเดียมอนิเตอร์เขียนสมการไว้ว่า

รายการอ่าน/รายงานข่าว คือ

= ผู้ประกาศ+ข่าว+ด้วยวิธีการรายงาน+ปราศจากอคติ/ความคิดเห็น

= ข้อเท็จจริง-ภายใต้บรรยากาศเคร่งขรึม จริงจัง เป็นทางการ

แต่

รายการคุย/เล่าข่าว คือ

= พิธีกรข่าว+ข่าว+ด้วยวิธีการเล่าเรื่อง+มีอคติ/ความคิดเห็น

= ข้อคิดเห็น-ภายใต้บรรยากาศเป็นกันเอง สบายๆ ไม่เป็นทางการ   

มีเดียมอนิเตอร์กล่าวไว้ในบทความว่า ปัญหาของการคุยข่าวเล่าข่าวในทางวารสารศาสตร์ (ซึ่งดิฉันเลือกสรุปความจากบางข้อหลักๆ) คือ ข้อเท็จจริงและความคิดเห็นจะผสมปนเปกันไป เพราะกลวิธีการเล่าเรื่องจากการทำความเข้าใจ จำ และรับรู้เรื่องราว แล้วแปลงออกมาในรูปความเข้าใจของผู้เล่าซึ่งมีการตีความส่วนตัว จึงเกิดเป็นช่องว่างให้ความรู้สึกส่วนตัวปะปนมากับเนื้อหาข่าว ข่าวจึงไม่ใช่ข่าว แต่เป็นความเข้าใจของผู้เล่าซึ่งอาจมีอคติและความคิดเห็นในเชิงให้คุณให้โทษ 

มีเดียมอนิเตอร์กล่าวอีกว่า การเล่าข่าวมักอาศัยข้อมูลจากหนังสือพิมพ์จึงเป็นการทำลายคุณสมบัติเด่นของสื่อโทรทัศน์เรื่องความสด ทันสมัย ปิดท้ายด้วยข้อที่บอกว่า เกิดภาวะปรสิตในระบบข้อมูลข่าวสาร ทำให้ระบบสื่อสารมวลชนและสังคมไทยไม่พัฒนา เพราะผู้เล่าไม่ต้องรับผิดชอบการทำข่าว เพียงแต่ทำหน้าที่อ่านและรายงาน (จากหนังสือพิมพ์) เมื่อไม่ได้ทำข่าวเองจึงไม่จำเป็นต้องร่วมรับผิดชอบหรือตระหนักต่อความยากลำบากในการทำข่าวที่ต้องลงไปค้นคว้าข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ไม่ต้องลงแรงสืบค้นเอกสาร ภาพถ่าย มิต้องเผชิญกับภาวะอันตรายจากการทำข่าว เพียงแต่ซื้อหนังสือพิมพ์วันละไม่กี่ร้อยก็สามารถทำรายการข่าวและขายเวลาโฆษณาได้นาทีละแสนสองแสน ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการผลิตชข่าว เช่น ข่าวเจาะ ข่าวสืบสวน ข่าวคอร์รัปชั่น ที่ควรแจกจ่ายให้กับทีมข่าวกลับตกไปอยู่ที่ค่าตัวผู้เล่าข่าวผู้คุยข่าวค่าตัวแพงเพียงไม่กี่คน ภาวะปรสิตสื่อนี้ย่อมทำให้ผู้ปฏิบัติงายข่าวโทรทัศน์แบบรายการคุยข่าวเล่าข่าวย่อมขาดความเข้าใจและตระหนักในจรรยาบรรณ จริยธรรมทางวิชาชีพไป หรือคำนึกถึงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

เมื่อไม่ได้ทำข่าวเอง ก็ไม่ตระหนักในจริยธรรมสื่อมวลชนและความรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อไม่ต้องรับผิดชอบต่อสังคม ก็ทำให้สังคมไม่พัฒนาไปในทางที่ควรจะเป็น

ในระบอบสังคมแบบประชาธิปไตย ความหลากหลายของข้อมูลและความคิดเห็น เป็นสิ่งที่จำเป็น แต่หากผู้ชมเปิดหน้าจอโทรทัศน์และเจอแต่รายการคุยข่าวเล่าข่าว ก็ทำให้ผู้ชมขาดทางเลือกในการรับชมข่าวสารข้อเท็จจริงล้วนๆ ไป กลายเป็นสังคมข้อมูลข่าวสารที่มีความคิดเห็นปนเปื้อน บิดเบือน  

การที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์พูดถึงความเป็นห่วงว่ารายการคุยข่าวจะมาชี้นำความคิดผู้คนในสังคมนั้นมีส่วนจริงอยู่ไม่น้อย แต่การแก้ไขปัญหาที่โยนความผิดให้สมาคมวิชาชีพลงมารับผิดชอบนั้น อาจไม่เพียงพอ องค์กรสื่อโทรทัศน์นั่นเองที่ควรรับเอาเรื่องนี้ไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไข เพราะประเด็นปัญหาทางวารสารศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากรายการคุยข่าวเล่าข่าวนั้นไม่ใช่เรื่องที่ "เบาๆ สนุกๆ ไม่ซีเรียส" แต่กลับเต็มไปด้วย "ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสังคมข้อมูลข่าวสารที่อ่านเปลี้ยและอันตรายในสังคมประชาธิปไตย" รายการคุยข่าวทำให้ผู้ชมเสพติดความคิดเห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงอีกต่อไป

ทั้งหมดคือเนื้อหาแบบสรุปความจากการรายงานของมีเดียมอนิเตอร์ที่มีความยาวมากกว่านี้ค่ะ แต่เนื้อที่มีจำกัด จึงจำเป็นต้องเลือกประเด็นและรวบความมาไว้ภายในกรอบให้พอ ซึ่งคุณๆ หาอ่านได้จากเว็บไซต์หลายแห่งนะค

ตัวพิมพ์หนาที่เน้นไว้ในคอลัมน์ครั้งนี้ สัปดาห์หน้าดิฉันจะคุยเรื่องนี้ในฐานะคนข่าว นักข่าว ผู้ประกาศข่าว และพิธีกรข่าวกันบ้างค่ะ

และตอนที่ (2) ดิฉันเขียนไว้ว่า

“คุยข่าว” และ ”เล่าข่าว” กันอีกครั้ง (2)

ชวนคุยต่อจากคราวก่อนที่ดิฉันสรุปเนื้อหาบทความของกลุ่มมีเดียมอนิเตอร์หรือโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม ในหัวข้อ “รายการคุยข่าว:ปัญหาทางวารสารศาสตร์” ไว้ในคอลัมน์สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งดิฉันเห็นด้วยในหลายประเด็นแต่ก็เห็นต่างในหลายประเด็นเช่นกัน และดิฉันกล่าวไว้ตั้งแต่ตอนต้นเลยค่ะว่า มุมมองเหล่านี้มิได้อิงจากตำราและทฤษฎีใดทางวารสารศาสตร์ แต่ได้จากการทำงานจริงล้วนๆ...จริงที่การคุยข่าวเล่าข่าวเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีเพื่อนำเสนอข่าวในรูปแบบใหม่ให้น่าสนใจ เข้าใจง่าย และใกล้ชิดผู้ชมมากขึ้น และพบว่าผู้รับข่าวเองก็ต้องการรูปแบบที่เป็นทางเลือกในการเสนอข่าวที่ต่างไป จะเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตที่เร่งรีบหรือเป็นทางออกของความจำเจก็แล้วแต่ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในชั้นแรกของการคุยข่าวเล่าข่าว เพราะอย่างน้อยการสื่อสารทำได้จบกระบวนการคือสารถึงผู้รับ

อย่างแรก รายการการอ่าน/รายงานข่าวไม่ได้ปราศจากอคติและความคิดเห็นร้อยเปอร์เซ็นต์ถ้าผู้เสนอต้องการใส่ลงไปในข่าวจริงๆ ซึ่งทำได้แนบเนียนยิ่งกว่าเพราะการนำเสนอดูเคร่งขรึม จริงจัง และเป็นทางการ ในทางกลับกัน รายการคุย/เล่าขาวไม่ได้มีเฉพาะอคติและความคิดเห็นอย่างที่เขียนไว้ในสมการ เพราะเนื้อหาหลักก็คือการเสนอเนื้อข่าวที่เกิดขึ้น ส่วนการบวกความคิดเห็นหรือมากจนกลายเป็นอคติก็พบได้แต่ไม่ทุกกรณีและไม่ทุกคนที่ทำงานเล่าข่าว 

เมื่อความคิดเห็นหรืออคติเกิดขึ้นในข่าว ผู้ชมก็เข้าใจไม่ยากว่าความคิดเห็นหรืออคตินั้นเกิดขึ้นที่ตัวผู้เล่าข่าวไม่ใช่เนื้อข่าว อย่างที่เราก็เห็นกันว่า ผู้คุยข่าว/เล่าข่าวก็มักจะโดนแบ่งข้างจับวางที่ทางให้ว่าเชียร์ใครไม่ชอบใคร (ชัดเจนในการรายงานข่าวการเมือง) ก็มีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นแย้ง หรือชอบและไม่ชอบคนเล่าข่าวคนนั้นๆ  

รายการเล่าข่าวบางรายการวางรูปแบบนำเสนอโดยให้พิธีกรข่าวแต่ละคนมีบุคลิกต่างกันเพื่อแสดงความเห็นต่อหนึ่งข่าวต่างกัน เหมือนเป็นตัวแทนของผู้ชมแต่ละกลุ่มได้พูดแทนใจในรายการ ซึ่งบางรายการเวิร์คแต่บางรายการก็ไม่เวิร์ค เพราะคนอาจเชื่อได้ว่าพิธีกรคนนั้นคิดอย่างนั้นเป็นอย่างนั้นจริงๆ และก็จะเป็นตัวพิธีกรที่รับบทหนักต่อกระแสวิจารณ์และต่อต้าน ทั้งที่เขาเองก็อาจไมได้คิดอย่างที่พูดในรายการก็ได้ 

ในคอลัมน์สัปดาห์ก่อนที่ดิฉันเน้นตัวพิมพ์หนาไว้ ขอพูดถึงแบบรวบความเพราะเนื้อที่มีจำกัด เช่น ที่มีเดียมอนิเตอร์กล่าวว่า “อาจมีอคติและความคิดเห็นในเชิงให้คุณให้โทษ” หรือ “สังคมข้อมูลข่าวสารที่มีความคิดเห็นปนเปื้อน บิดเบือน”  หรือ “รายการคุยข่าวทำให้ผู้ชมเสพติดความคิดเห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงอีกต่อไป” 

ดิฉันมองว่า ในเบื้องต้นที่เรานำรายการคุยข่าวเล่าข่าวมาใช้ในการเสนอข่าว อาจเกิดข้อห่วงใยที่มีเดียมอนิเตอร์กล่าวบ้าง แต่ไม่ใช่อีกแล้วในตอนนี้ เพราะผู้ชมเองก็เข้าใจและแยกแยะได้ว่ามีอะไรในรายการคุยข่าวเล่าข่าวบ้าง ที่สำคัญเราได้เห็นว่าผู้ชมได้แสดงความคิดเห็นของตัวเองในสื่อยุคใหม่ โดยเฉพาะในอินเทอร์เน็ตหรือแม้แต่บนหน้าจอรายการข่าวผ่านทางเอสเอ็มเอส (ของจริงบ้าง จัดตั้งบ้าง...ก็แล้วแต่) สังคมต้องการการแสดงความคิดเห็น ผู้ชมมีตัวตนมากกว่าเมื่อก่อน เพราะรูปแบบการรายงานข่าวเอื้ออำนวย อย่างแรกที่เราทำสำเร็จคือ คนชมข่าวมากขึ้น อีกอย่างคือ คนมีความคิดเห็นต่อข่าวในสังคมมากขึ้น ที่สำคัญการตรวจสอบข่าวอยู่ในมือผู้ชมนอกเหนือจากนักข่าว และการตรวจสอบสื่อมวลชนก็อยู่ในมือผู้ชมด้วยเช่นกัน 

“ผู้เล่าไม่ต้องรับผิดชอบการทำข่าว เพียงแต่ทำหน้าที่อ่านและรายงาน” หรือ“ขาดความเข้าใจและตระหนักในจรรยาบรรณ จริยธรรมทางวิชาชีพไป หรือคำนึกถึงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น” หรือ “ไม่ตระหนักในจริยธรรมสื่อมวลชนและความรับผิดชอบต่อสังคม” ที่เขียนไว้ในรายงานฉบับนี้ดูจะใจร้ายกับคนทำงานอยู่สักหน่อย แต่ดิฉันยังเชื่อว่ามีเดียมอนิเตอร์คงไม่ตั้งใจเหวี่ยงแหตัดสินคนในวิชาชีพนี้ทั้งหมด แต่ก็ต้องปฏิเสธอย่างจริงจังว่า ถ้ามีอย่างที่มีเดียมอนิเตอร์บอกจริง คงเป็นส่วนน้อยมาก และผลงานจะเป็นตัวบอกว่าแต่ละคนยึดมั่นต่อจริยธรรมวิชาชีพและรับผิดชอบการทำงานรับใช้สังคมเพียงใด

ประเด็นสุดท้าย ดิฉันและอีกหลายคนในงานข่าวโทรทัศน์ไม่สนับสนุนให้มีการอ่านหนังสือพิมพ์ในรายการข่าวโทรทัศน์เช่นกัน เพราะนั่นคือข่าวเก่าหลายชั่วโมงมาแล้ว แต่ข้อจำกัดของรายการข่าวเช้า คือ อาจไม่เกิดอะไรขึ้นเลยตลอดคืน ซึ่งก็ต้องรายงานข่าวเดิมเป็นหลัก แต่ก็หนีได้ด้วยการตามความคืบหน้าและเพิ่มรายละเอียดข้อมูลในข่าวนั้น  อีกมุมคือเราใช้หนังสือพิมพ์เป็นส่วนหนึ่งหรือส่วนเสริมได้บ้าง ไม่จำเป็นต้องตัดตอนไปเลย

blogger คิดเห็นว่ายังไงกันบ้างคะ

(ขอบคุณรูปจากคุณWorryAboutYouค่ะ)

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 68 (0)
แสงปลายฟ้า วันที่ : 02/05/2010 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/monin4433

ประชาชนส่วนใหญ่แยกแยะถูกผิดได้
แต่กลุ่มคนที่แยกไม่ออกกลับเป็นสื่อมวลชน
ผิดหวังในตัวตนของจอมขวัญ หลาวเพ็ชร

ความคิดเห็นที่ 67 (0)
คุรุชล วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 01.08 น.

วันนี้ผมได้ดูรายการที่คุณจัดที่ช่องเนชั่น จำไม่ได้ว่ารายการอะไร คุณได้นำเอาเสือแดงมาออกรายการ ไม่รู้ว่าคุณ กลัวคนเสือแดง หรือว่าคิดว่าการทำเช่นนี้คือความเป็นกลาง ผมผิดหวังครับ คุณคิดว่าการทำเช่นนี้จะมีผลดีต่อสังคมอย่างไร ทั้งๆทีรู้อยู่แล้วว่าคนเสื้อแดง ทำผิดกฎหมายและ เข้าข่ายกบฎอย่างชัดเจนยังได้มานั่งออกทีวี มิใช้ผู้ชุมชุมโดยสงบ จึงขอถามว่า โจรปล้นร้านทองซึ่งมีโทษน้อยกว่ากบฎมากมายจะได้ออกทีวีไหม หรือว่าคุณเห็นด้วยกับเสื้อแดง ถ้าเห็นด้วยกับเสื้อแดงก็คงไม่ผิดอะไร แต่ถ้าคุณคิดว่าการทำอย่างนี้คือความเป็นกลาง คุณผิดแล้ว คุณให้พื้นที่ยืนอย่างเต็มตัวของฝ่ายกบฎ มันก็ต้องคิดว่ามันทำถูกต้อง ทำดีมีคนสนับสนุนมากมาย แน่นอนเมื่อชิงอำนาจมาได้คุณมีโอกาสด้านการงานคุณทันที ถ้าเขาชิงอำนาจไม่ได้ คุณก็อยู่ได้แบบเดิมๆ เพราะประชาธิปัตย์เป็นสุภาพบุรุษ (ซื่อๆ) แบบโง่ๆ เกินคำบรรยาย คุณฉลาดมาก

ความคิดเห็นที่ 66 (0)
พุงกลมชมวิว วันที่ : 11/12/2009 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/P-too

เห็นด้วยครับ เดียวนี้รายการข่าวในหลายๆช่องดังยิ่งตอนเช้าๆ อะไรก็ไม่รู้ หาเนื้อข่าวจริงๆไม่เจอ คุยกันนอกเรื่องนอกราว.....
หลังๆนี้ผมหันมา Nation พอคบได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 65 (0)
Equinox_j_w วันที่ : 04/11/2009 เวลา : 21.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/equinox

ผู้ส่งสาร มีการย่อย และตีความสาร หรือ ข่าว แล้วเอาผลลัพธ์ที่ได้จากการนั้น มาเล่าให้ผู้ชม ผู้รับสารอีกทีผ่านสื่อโทรทัศน์ รายการข่าวประเภทนี้เป็นหนึ่งในหลายๆ วิถีในการรับข่าวสารของคนในยุคนี้ที่ทำงานกันหนัก มีเวลาการทำงาน เวลาว่างๆ ต่างกันไป ผู้ส่งสารถ้าจำเป็นต้องตีความด้วยประสบการณ์ ความรู้ หรืออะไรสุดแท้แต่ เข้าใจว่าน่าจะมีกรอบแนวคิดที่เป็นกลาง ไม่ว่าจะใช้อะไรก็ตามในการตีความ แล้วปล่อยให้การตัดสินว่าข่าวนั้นเป็นอย่างไรกับผู้รับสาร ถ้าจะให้ดี ควรให้สารได้รับการปรับแต่งทางความคิดน้อยที่สุด จนกว่าผู้ชมได้ยินได้ฟัง ข่าวนั้น ส่วนอีกฝ่ายคือ ผู้ชม หรือผู้รับสาร ถ้ารับสารอย่างเดียวโดยไม่คิดตาม พิจารณา อาจดูว่าเป็นการรับสารที่ไม่มีภูมิคุ้มกันไปสักหน่อย ถ้าผู้รับสารมีภูมิคุ้มกัน ทางความคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข่าวได้ ไม่ว่าสารจะผ่านการตีความมาแล้วโดยบุคคลอื่นกี่รอบ เข้าใจว่าปัญหาเรื่องนี้คงจะมี ถ้ามีคงไม่มาก

ความคิดเห็นที่ 64 (0)
บก.เท่งทองแดง วันที่ : 27/07/2009 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bokoteng
แหลงบาย ๆ สไตล์ บก.เท่ง ทองแดง

ทุกคนต่างทำหน้าที่ การนำข่าวคนอื่นมาบ้างแต่ให้เครดิตเขาก็ไม่แปลก

แต่ไม่ใช่ว่าทั้งรายการ ข้าวคนอื่นเพ แบบนั้นอย่าทำดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 63 (0)
ป๊อปบ้าจังเลยอ่ะ วันที่ : 21/03/2009 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/popzaaaa
อันฮายองฮาเซโยวว  โว้ววว^'^Wait a minute, soxน่oEๆ อยากรับมากจิJๆ volวaาxน่oE  นิดนึJๆ กำลัJนึกคำoยู่ Wait a minute, soก่oนๆ oย่าlพิ่JรีUวาJหู ฉัuจะรีUUoกว่า I love U love U ที่lnoโnsมา ^O^]

Fcพี่ขวัญ มีข่าวดีจร้า
พี่ขวัญจะเปงพิธีกรรายการ เช้าข่าวข๊น ข้น(^^เติมเองน๊า คริคริ...) 1 เม.ย. อย่าลืมอดจัยรอดูนะคร่า
(กรี๊ดดด....อยากเจอพี่ขวัญในงานหนังสือจางเลยงิ มะได้เจอนานแว้วเนี่ย คิสเถิงง่า)

ความคิดเห็นที่ 62 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยสนใจข่าวสารความเป็นไปของบ้านเมือง มักจะชอบทางบันเทิงเริงรมย์มากกว่า การนําเสนอข่าวของไทยเลยกลายเป็นอ่านข่าว เล่าข่าวให้คนดูคนฟัง
ตอนที่บุกเบิกใหม่ ๆ ก็ดูแปลกและน่าสนใจ แต่ตอนนี้ช่องไหน ๆ ก็ทํา เลยดูเฝือไม่น่าสนใจ การอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์หรืออินเตอร์เน็ตจะได้สาระมากกว่า

ความคิดเห็นที่ 61 (0)
panvanda วันที่ : 10/03/2009 เวลา : 09.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panvanda

สวัสดีค่ะคุณจอมขวัญ ตอนนี้ยังทำรายการ เจาะใจอยู่หรือเปล่าค่ะ ปัณณ์

ความคิดเห็นที่ 60 (0)
NormalSense วันที่ : 05/03/2009 เวลา : 00.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/normalsense
เฮามันคนม่วนๆ   : ))

:)

คุยข่าว ; ได้ทราบถึงความคิดเห็น ฟังรู้เรื่อง กว่ารายงานข่าวหรืออ่านข่าว แต่ข้อเสียของมันคือ ถ้าคนคุยมีอคติกับข่าว หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เหมือนการตีไข่ ใส่ไข่


รายงานข่าว ; รู้แต่เนื้อข่าวล้วนๆ บางครั้งอาจจะไม่เข้าใจ
ไม่ได้ข้อคิด มุมมอง ความเห็น


ส่วนตัวหนูชอบคุยข่าวมากกว่าค่ะ
แล้วก็ชอบรายการคมชัดลึก ที่พี่จอมขวัญดำเนินรายการอยู่ด้วย ^^

ความคิดเห็นที่ 59 (0)
นวกะ วันที่ : 04/03/2009 เวลา : 16.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navaka

สุขสันต์วันเกิดครับคุณจอม วันเกิดคุณตรงกับวันสำคัญพอดีเลย วันคนชราแห่งชาติไงครับ
ล้อเล่นครับ ขอให้โชคดีตลอดไปและมีความสุขมากๆนะครับคุณจอม

ความคิดเห็นที่ 58 (0)
watcher วันที่ : 02/03/2009 เวลา : 16.24 น.

สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้า 1 วัน ขอให้มีความสุขมากๆ คิดอะไรก็ขอให้ได้ดั่งใจหวัง (ยกเว้นเรื่องคู่ 555 เพราะเราก็ยังไม่มี ต้องอยู่เป็นเพื่อนกัน)

ความคิดเห็นที่ 57 (0)
chatcha วันที่ : 01/03/2009 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chatsha
" May the force be with you. "


จริงๆประชาชนส่วนใหญ่ จะแยกแยะได้เองอยู่แล้วค่ะ การคุยข่าวเป็นสิ่งที่ดี เพราะบางเรื่องเราคิดเองอยู่คนเดียวก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเขาคิดยังไง อย่างน้อยการที่ได้รับฟังทัศนะของพิธีกรข่าวก็เป็นช่องทางนึงที่เราจะได้รับรู้กระแสสังคม

ทำไปเถอะค่ะ ถ้าเราคิดว่ามันอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องและศีลธรรมอันดี จะมีคนดีๆที่เห็นด้วยและเข้าใจเสมอ

ความคิดเห็นที่ 56 (0)
sarfeena วันที่ : 25/02/2009 เวลา : 22.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarafeena
เด็ก......ก็สามารถสร้าง หรือคิดที่จะทำความเข้าใจเรื่องต่างๆได้ดีไม่แพ้ผู้ใหญ่ แต่ะประเด็นคือ แค่ขาดประสบการณ์ สติปัญญา ล้วนมีแก่ทุกผู้ทุกคน ...แต่อะไรล่ะที่นำพา ให้เราทำให้สิ่งผิด อย่าให้สิ่งใดมาทำลายสถาบัน ชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ได้ล่ะ!!

ระดับคนที่รับสารแตกต่างกัน
...มีทั้งแยกแยะ กรองสารได้


บางพวกก็รับไปที่ๆให้มา...
แล้วใช้อะไรเป็นตัววัดล่ะ ?

ความคิดเห็นที่ 55 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 20/02/2009 เวลา : 09.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanna
เฒ่า..เล่าเรื่อง

คุณจอมขวัญครับ หากมีเวลาซื้อผ้าตา ๆ เอ๊ย ไม่ใช่ครับ แหะ แหะ หากมีเวลาคลิกไปที่ Blog ผมอีกครั้งนะครับ มีคนเข้ามาเมนต์ถึงคุณอีกหลายคนครับ แบบว่าส่งกำลังใจผ่านมาทางผมน่ะ จะรับไว้เองก็ใช่ที่ - ฮา(อ้อ ลืมบอก ว่าง ๆ อ่านคอลัมน์ผมใน คม ชัด ลึก บ้างนะครับ มีทุกจันทร์กะพุธ หน้า 10 ส่วนวันเสาร์ก็ คอลัมน์ ตะวันณา ครับ)

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
ครูแดง วันที่ : 20/02/2009 เวลา : 07.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ชอบค่ะ แต่เลือกที่จะฟังจากคนที่เล่าแล้วเราไม่ต้องกรองมาก เราฟังเราอ่านออกค่ะว่าใครคิดอะไรอยู่ ใครรับจ้างใคร หลายครั้งที่นักเล่าข่าวบางคนอาศัยช่องทางนี้ ประจบประแจงผู้มีอำนาจ ทำให้คุณค่าของนักข่าวเสื่อม
-ฝากถึงนักข่าวบางประเภท "ถ้านักข่าวนับถือตัวเองไม่ได้ จะให้ประชาชนเชื่อถือได้อย่างไร ยิ่งคุณครอบงำเรา เรายิ่งรู้สึกว่าคุณกำลังดูถูกประชาชน"
-ชอบฟังคุณพูด ภูมิใจในฐานะผู้หญิงว่า "นี่ไงคุณภาพหญิงไทย ใจเกินร้อย" ก็คนมันชอบ ช่วยไม่ได้ อิๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
dEk-ba วันที่ : 20/02/2009 เวลา : 00.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kornpawee

ชอบรายการที่คุยข่าวมากกว่านะคะ
อย่างน้อยก้อเหมือนว่าได้แลกเปลี่ยนทัศนคติกัน

บางทีก้อแอบเห็นด้วยแววตาขณะพูดว่าคิดอะรัยอยู่

แหมชั่งเป็นอะรัยที่ดูดีจิงๆ

เน๊อะ

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ชอบดูครับ เพราะไม่ต้องซื้อหนังสือพิมพ์อ่านเอง


แต่จะเชื่อแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ พิธีกร คุยข่าว-เล่าข่าว เอง

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 22.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ดีค่ะ คุณจอมขวัญ ในความคิดเห็นของตนเอง คิดว่า อยากฟังข่าวแบบดิบๆ ข่าวแบบที่เป็นข้อเท็จจริงๆ ไม่มีการใสความคิดเห็นของคนเล่า หรือคนอ่านค่ะ อยากฟังข้อมูลจริงๆ และอยากจะวิเคราะห์ด้วยตนเองค่ะ

บางครั้งเมื่อรับรู้ข่าวสาร แล้วต้องมากรองเอาน้ำออก ทำให้เสียเวลา ในการบริโภคข่าวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
theeratatt วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier


ความคิดเห็นที่ 49 (0)
ครูเก๋ วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 19.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clear
www.facebook.com/callmeclear

แสดงความคิดเห็นกันเยอะแล้ว งั้นอิฉันขออ่านอย่างเดียวนะคะ
(ออมสมอง ใช้มากเดี๋ยวหยักเยอะ 55)

ป.ล.ชอบค.ห.๔๑ ของจ่าแป๊ะมั่กๆ ตรงใจจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
mr.bond วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 19.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sparrow
Mrs. Bond

นักเล่าข่าวมีความเอนเอียง มีความคิดเห็นที่เป็นความรู้สึกส่วนตัว การวิเคราะห์วิจารณ์มาจากความรู้สึกนึกคิดและภูมิหลังของตัวเอง นักเล่าข่าวจะมีคนติดตามประจำ (แฟนคลับ) จึงมีโอกาสโน้มน้าว ชักจูง ชี้นำ ประกอบกับคนไทยส่วนหนึ่งมีนิสัยไม่ชอบคิด ไม่ใช้เหตุผล ขาดสติปัญญา จึงทำให้เชื่อได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น "พิธีสืบชะตาอดีตนายกฯ" ถ้าพี่สรยุทธ์เล่าข่าว โน้มน้าว รับรองเสื้อแดงเชื่อว่าเป็นองค์เจ้าฟ้ามูลเมืองแน่ ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เชื่อกันว่าเป็นพระเจ้าตากสินมาเกิด 555

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
บักโก วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buggo
 Dust in the wind  

อ่านบทความของ "มีเดีย มอนิเตอร์" ฉบับเต็มได้ที่นี่ครับ

http://www.oknation.net/blog/teammediamonitor/2009/02/13/entry-1

และอ่านรายงานเรื่องนี้ฉบับเต็มได้ที่นี่
http://mediamonitor.in.th/index.php?option=com_content&task=view&id=132&Itemid=1

และอีกที่นึง
http://mediamonitor.in.th/images/stories/flashpaper/issue_24.swf

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
Dekthep วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 16.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  

คนเล่าข่าว ถ้าไม่มีพื้น ไม่เคยออกสนามทำข่าว เวลาเล่าไม่เนียนครับ ยิ่งยุคนี้มีการใส่ความคิดเห็นเติมเชื้อไฟ ผมไม่ค่อยได้ดูข่าวทีวีครับ

ไม่มีคุณกนก และคุณจอมขวัญในจมูกมด ผมเลยไม่ต้องตื่นแต่เช้า....นอนเพลินเลย...

สวัสดีครับ....หวังว่าคงไม่หาย ทิ้งบ้านนานจนลืม พาสเวิรด์อีกนะครับ

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
บินหลาหาดใหญ่ วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witphoto
APICHART AMMUAY Photographer Journalist

หนังสือพิมพ์กว่าเขาจะได้ภาพข่าวมา กว่าจะได้บทสัมภาษณ์ต่างๆและข้อมูลแบบสนามข่าวแต่มาเจอพิธีกรข่าวเอาหนังสือพิมพ์มากางอ่านให้คนดูทีวีดูแป่งมากๆ ขยายความไปอีกถือว่าเอาเปรียบเพื่อนร่วมวิชาชีพ

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
ปัญจาศรม วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panchalet

เห็นด้วยกับมีเดียมอนิเตอร์เกือบทั้งหมด นักเล่าเป็นพวก
เห็นแก่ได้ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ถือโอกาสที่กฎหมายลิขสิทธิ์เข้าไปคุ้มครองนักข่าวไม่ถึง งานก็ง่าย พาพวกกันมาสลอนหน้าจอ เก่งจริงเล่าคนเดียวสิ พวกนักข่าวเสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน บางครั้งก็เสี่ยงชีวิต กว่าจะได้ข่าวมาสักชิ้นหนึ่ง ผลตอบแทนก็ไม่ได้มากมายอะไร รายได้ต่างกับพวกเล่าข่าวยังกับฟ้ากับดิน บางคนแอ็คอาร์ทอีกต่างหาก
ไม่ทราบว่าติดเชื้อมาจากไอ้ปื๊ด หรือ ไง เผ้าติดตามมาเหมือนกันนะ นักเล่าข่าวตอนนี้ระบาดไปทั่วเลย โดยเฉพาะในอาเซียน มีเกือบทุกประเทศ

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
คุณไก่ วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 13.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kai1

ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของการแข่งขัน ในยุคโลกดิจิตอล ที่บริโภคข่าวสาร รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นผ่านโลกไซเบอร์ที่เรากำลังคุยกันอยู่ สถานีแต่ละช่องก็พยายามที่จะหาจุดขาย หลีกหนีจากความจำเป็นจากอดีตที่ผ่านมา ข้อสำคัญคือทุกคนขยับตามๆ กัน มันก็เลยกลายเป็นประเด็นเพราะจะเกิดการเปรียบเทียบกันขึ้นมา ผู้บริหาร บก.ข่าว ผมคิดว่าควรจะกำหนดว่าช่วงเวลาไหนเป็นช่วงรายงานข่าว ช่วงไหนเป็นช่วงวิเคราะห์ข่าว หรือช่างไหนที่ออกแนวไลฟ์สไตล์ น่าจะเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้เลือกว่าจะดูข่าว หรือดูวิเคราะห์

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
pongsporn วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 12.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pongporn

เอ...คุยข่าว หรือ มาท่องข่าวแข่งกันหนอ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
จ่าแป๊ะ วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/24971954

สำหรับรายการเล่าข่าวที่ผมดูมีเพียง 2 รายการ คือ ของคุณสรยุทธ์ ทางช่อง 3 และรายการของคุณกนก ทางช่อง 9 ผมมีความรู้สึกว่าส่วนตัวว่า คุณสรยุทธ์ เสื้อแดง คุณกนก เสื้อเหลือง แต่ผมก็ชอบกลุ่มคุณกนกมากกว่า

ผมไม่เห็นด้วยอย่างมาก ที่รายการเล่าข่าว เอาข่าวจากหนังสือพิมพ์มาเล่า เพราะว่าผมได้อ่านจากหนังสือพิมพ์ออนไลน์ไปหมดแล้ว รายการเล่าข่าว ควรจะหาข้อมูลเพิ่มเติมต่อจากข่าวที่ลงในหนังสือพิมพ์มาเล่า โดยเอาเรื่องที่หนังสือลงไว้มาเกริ่นนำเท่านั้น เพราะหลังจากที่หนังสือพิมพ์ลงไปแล้ว กว่าจะมาถึงรายการเล่าข่าวอาจจะห่างกันหลายชั่วโมง

อีกอย่างที่รายการเล่าข่าวทางช่อง 3 ปฏิบัติอยู่เสมอก็คือ การเลือกข่าวมาเล่า ในข่าวการเมืองนั้น จะเห็นได้เลยว่า มีการเลือกข่าวที่ตัวเองสนับสนุนหรือชอบ มาเล่ามากกว่าของฝ่ายตรงข้าม (กับความรู้สึกของตน) หรือมีการนำเสนอให้ดูเหมือนว่าเท่าเทียมกัน แต่ในรูปแบบแล้วแตกต่างกัน เช่น โฟนอินของคุณทักษิณ เล่าแล้วให้ฟังเสียงด้วยว่าพูดอย่างไร แต่อีกฝ่ายออกมาวิจารณ์กรณีเดียวกัน กลับใช้วิธีเล่า และแสดงภาพแต่ไม่ให้ฟังเสียงเป็นต้น

ผมอ่านหนังสือพิพม์ออนไลน์ทุกวัน ก็ไม่แตกต่างจากรายการเล่าข่าว บางฉบับมีการลงข่าวแบบเอียงข้างอย่างเห็นได้ชัด แต่ผมก็อ่านเพื่อเปรียบเทียบกันในแต่ละฉบับ หนังสือพิมพ์ก็มีเสื้อเหลืองเสื้อแดงเช่นเดียวกัน

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
เด็ดสะระตี่ วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jinzer

คนเล่าข่าวสมัยนี้ใส่ความรู้สึก มากกว่าข้อมูลที่เป็นจริง

แล้วมาตบท้ายว่า "เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลครับ / ค่ะ"

ถ้าเป็นอย่างนี้บ่อย ๆ ช่วยขึ้นข้อความว่า

"โปรดใช้วิจารณญาณในการชม" ตัวใหญ่ ๆ สัก 30 % ของหน้าจอดีกว่าไหมครับ แล้วจะพูดอะไรก็พูดไป

ฟัง / ดู การเล่าข่าวสมัยนี้แล้ว แทบไม่ได้รับอะไรจากข่าวเท่าที่ควร เพราะเนื้อหาประมาณ 20 - 30 % ที่เหลือ ความรู้สึก ความคิดเห็นของคนเล่าล้วน ๆ

คาดตัวโต ๆ นะครับ

"โปรดใช้วิจารณญาณเป็นอย่างยิ่งในการรับฟังรับชม"

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
ไนน์ไนน์ วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fengshuiscience

ขอแสดงความเห็นด้วยคนครับ พี่ขวัญ

การอ่านข่าวในรูปแบบ เดิมๆ ก็มีข้อดี ที่ว่าอ่านข่าวตรงไปตรงมา ไม่มีความเห็นของผู้อ่านข่าว แต่ มันเหมือนกับเป็นการเอาขยะ มาใส่สมองคน เพราะข่าวที่ส่งมา คนอ่านเองก็ไม่รู้หรอกครับ ว่าผิดหรือถูก อ่านตามข้อความไม่ว่าจะ นสพ บับไหน

ผมเคยอ่าน นสพ มากกว่า 1 บับ ในวันเดียวกัน อ่านข่าวเดียวกัน ยังไม่เหมือนกัน แล้วตนที่อ่านข่าวแบบเดิมๆ ล่ะ จะรู้ไม๊ นี่ประเทศไทย คนที่เขาคิดเองไม่เป็น มีอยู่ก็มากโข ถ้าฟังข่าวผิดๆ อาจก่อความวุ่นวายได้นะครับ

ทีนี้ มาว่ากันในรูปแบบของ การคุยข่าว อันนี้ ก็มีข้อดี ข้อเสีย เช่นกัน

ข้อดีคงหนีไม่พ้น ความบันเทิง ไมทำให้เกิดความเครียด นอกจากนี้ พิธีกรบางท่าน ยังสามารถ ถามคำถามที่ทำให้คนชมได้ฉุกคิด อย่างเช่น คุณ ก. (ไม่ได้ชม เพราะชื่นชอบ เพราะผมไม่รสนิยมชอบผุ้ชายครับ)

นักข่าวบางท่านอ่านข่าวๆเดียวจาก นสพ หลายฉบับ ก็สามารถแจงความแตกต่าง ให้ผู้ชมได้เห็นและคิดตาม

ส่วนข้อเสีย คือผู้จัดบางท่านเจาะข่าวลึกจนน่าเบื่อ ข่าวๆเดียว พูดตั้งแต่ต้นรายการยันเกือบจบรายการ แบบรายการ จมูก อะไรซักอย่างหรือ แบบพี่ ส (คนนี้เป็นบางครั้ง)

และพิธีกร บางท่าน มีอารมย์ รุนแรง เข้าข้าง ลำเอียง จนน่าเกลียด ซึ่งตรงนี้ ผมว่าผู้จัดควบคุมได้

สรุปว่า ผมชอบการคุยข่าว มากกว่าการอ่านข่าวแบบเดิมๆ
ซึ่งการคุยข่าวไม่ได้เพิ่งมี แต่มีการจัดการคุยข่าวทางวิทยุกระจายเสียงมาหลายปีแล้ว บางที่อาจจะ 20-30 ปี ด้วยซ้ำ ท่านผู้เกี่ยวข้องกรุณาอย่าทำให้รายการข่าวเป็นเรื่องหน้าเบื่อเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
ณสยาม วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slaonark

การอ่านข่าว มันจะดูจืดไปไม่มีรสชาด เลยกลายมาเป็นเกือบทุกสถานีมาเล่าข่าว โดยใส่ความเห็นของพิธีกรไป
ถ้าได้พิธีกรที่มีคุณภาพหน่อยก็ดีไป
ถ้าได้พิธีกรหรือนักเล่าข่าวที่มีอคติต่อเนื้อหาข่าวหรือว่า
ต่อตัวเองก็จะทำให้สังคมรับรู้ข่าวสารที่บิดเบือน
จริงๆอยากให้นักเล่าข่าวคำนึงถึง
ข่าวที่จะเล่า เพราะว่าข่าวบางข่าวที่ออกไป
จะมีทั้งผู้ได้รับผลประโยชน์และผู้เสียผลประโยชน์
มันคือเหรียญสองด้านนั้นเอง
เพราะฉนั้นถ้าเราไปอยู่ด้านใดด้านหนึ่ง
อีกด้านหนึ่งก็ไม่พอใจ เพราะฉนั้นทำอย่างไร
ให้พอใจทั้งสองด้านโดยการตัดสินใจอยู่ที่ผู้รับฟัง
การแสดงความคิดเห็นได้แต่ไม่ควรไปสรุป
เพราะจะเกิดผลกระทบต่อตัวละครในข่าวทันที
สิ่งที่ควรกระหนักที่สุด คือจริยธรรมคุณธรรมและ จรรยาบรรณ ของวิชาชีพ
ปัจจุบันนี้ จรรยาบรรณของวิชาชีพแทบจะหาไม่เจอะ
โดนซื้อไปด้วยผลประโยชน์หรือว่าเงินเสียส่วนใหญ่
กลายเป็นทำข่าวเพื่อผลประโยชน์มีให้เห็นกันเกลื่อน
คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคนเสพสื่อ
ที่ได้รับข่าวบิดเบือนความจริง
ถ้ามีความจริงใจ ช่วยกันเถอะครับ บางทีสังคมจะกลับมา
สงบดังเดิมได้บ้าง

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
plejang วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plejang
::  Plejang  ::  + + ... ข อ ใ ห้ รั ก จ ง เ จ ริ ญ ....+ + ::

สวัสดีค่ะ..

แวะมาอ่านต่อ...

สู้สู้ พี่

เปิ้ลจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 09.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

การเล่าข่าว แม้จะดูเป็นกันเอง คนฟัง (หรือก็คือคนดู ) ได้สาระและความเพลิดเพลินไปในตัว แต่บ่อยครั้งที่ดิฉันอดคิดไม่ได้ว่า ภาษาในทีวีน่าจะสุภาพกว่านี้

อย่างเช่นสมัยก่อน ไม่มีการใช้คำว่า .... เออ ..... เพื่อแสดงการรับคำ แต่มักเป็นคำว่า ครับ หรือ ค่ะ หรือยิ้มประกอบการค้อมศีรษะเล็กน้อย

บางที ดูการเล่าข่าวแล้วนึกถึงละครไทยที่วิ๊ดว๊ายจนไม่ได้ดูมานานแล้ว ที่จริงแล้วดูสาวๆเค้าหยอกเล่นกันก็สนุกดีค่ะ เพียงสงสัยว่ากำลังดูข่าว หรือเกมโชว์

บ่นตามประสาคนแก่ค่ะ

http://www.oknation.net/blog/nadrda2

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
ลุงวอ วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 08.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

๑ อย่ามีอคติ ให้เป็นกลางที่สุด
๒ อย่าใส่ไข่เกินงาม
๓ อย่าใส่อารมณ์
๔ อย่าอ่านให้ฟังทั้งหมด
๕ อย่าเสนอในรายละเอียดมากจนเหมือนอยู่ในเหตุการณ์
๖ อย่าสอบสวนเองแทนตำรวจ
๗ วิเคราะห์และออกความเห็นอย่างสร้างสรรค์

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
จอมขวัญ วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 02.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jomquan

ขอบคุณค่ะ ทุกความคิดเห็น
คือไม่ต้องอ่านจนหมดหรอกค่ะ
เพราะเยอะ แล้วก็ตัวหนังสือปวดตา
ที่ใส่ไว้เพราะอยากให้ข้อมูลแลกเปลี่ยนกันเท่านั้นเองค่ะ
ดูหัวข้อก็เชื่อว่าทุกท่านมีความคิดเห็นเรื่องนี้อยู่แล้ว
ขอบคุณนะคะ:)

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
บุญชัย วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 01.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonchai
 

ชอบฟังข่าว จากการคุย/เล่าและวิเคราะห์ข่าวทางทีวี โดยมีการต่อสายคุยกับผู้เกี่ยวข้องกับข่าวนั้น เพื่อขยายความชัดเจนและความคืบหน้าของข่าวนั้น ดังนั้น ข่าวจากทีวี จึงมีคนนิยมดู(ฟรี) มากกว่าจะ(เสียเงิน)ชื้อหนังสือพิมพ์มาอ่านเอง คนมักจะให้ความสนใจข่าวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุปันทันด่วน(ข่าวด่วน/รายการพิเศษ) เพราะไม่อยากเป็นคนตกข่าว
ดังนั้น ผู้เล่าข่าวจึงมีอิทธิพลต่อข่าวที่ตนรายงานอย่างมากในสังคมไทยทุกวันนี้ จนมีนักการเมืองหัวใส ใช้ช่องทางนี้ในการสร้างภาพพจน์ตัวเองให้เป็นประโยชน์ได้ หรืออย่างรายการวิเคราะห์ข่าว ต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องคู่กรณีหรือนักวิชาการทั้งสองฝ่ายได้ชี้แจงข้อคิดเห็นที่เท่าเทียมกัน อย่างการวิเคราะห์ข่าวใน รายการ คม ชัด ลึก ก็ทำได้ดีนะครับ..

ส่วนใครจะเป็นสื่อมวลชน หรือสื่อรับจ้าง อันนี้ก็แล้วแต่สติปัญญาของผู้ชม/ฟังแล้วตรับ แต่ส่วนมากที่เห็นจะขึ้นอยู่กับความพอใจส่วนตัวของผู้รับข่าวเป็นสำคัญ(ผิดถูกไม่รู้..พูดได้โดนใจก็พอ) ซึ่งมันก็ได้สะท้อนออกมาให้เห็นผลแล้วว่า สังคมไทยทุกวันนี้ ทำไมถึงเกิดความขัดแย้ง/แตกแยกอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน...

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
ดินดำ วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 00.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blackbox

จริยธรรมสื่อมวลชนและความรับผิดชอบต่อสังคม...สำคัญครับสำหรับคนเล่าข่าว
สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
driftworm วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 00.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ทนอ่านจนจบไม่ได้ ..
เลิกเรียกว่ารายการ -ข่าว เถอะ มันเหมือนวงกาแฟบนจอตู้มากฝ่า
นั่งคุยกับขาประจำร้านปากซอยมันกว่าเยอะ

และไอ้ที่ว่าย่อยข่าว ก็ไม่เห็นย่อยตรงไหน ตีไข่ น่ะไม่ว่า
.

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
plejang วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 23.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plejang
::  Plejang  ::  + + ... ข อ ใ ห้ รั ก จ ง เ จ ริ ญ ....+ + ::

สวัสดีค่ะ พี่จอมขวัญ...

น้องเปิ้ลเอง..จำได้เปล่า...

แอบเห็น แว๊บ ๆ ที่หน้า 1 oknation....เลยแว๊บมาอ่าน..ก่อนนอน..

อืม อืม ..อ่านไปถึง การรายงานข่าว..กะ การคุยเล่าข่าว...

อืม อืม...ขอสารภาพว่า...ยังอ่านไม่จบ...ขออนุญาตมาอ่านอีกรอบพรุ่งนี้..แบบมีสมาธิและสติที่ครบถ้วน..

เนื่องจากวันนี้เหนื่อยและเพลียมากมาย...เพิ่งจะดูงานเสร็จ...

คิดถึงนะคะ...ยังงัยก็รักษาสุขภาพด้วยคะ....

เปิ้ลจังค่ะ

PS.. พรุ่งนี้มาอ่านต่อแน่นอน...อิอิ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ปยุต วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 23.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ก็ติดตามดูคุณตลอดมานะ
ขอบอกตรงๆเลย นักเล่าข่าวหญิง ถ้าหน้าตาขี้ริ้ว
ขอให้ไปทำหน้าที่หลังกล้องเถอะ นึกว่าช่วยทำบุญให้คนดูก็แล้วกัน (แต่ตัวคุณไม่มีปัญหาประเด็นนี้)
ถ้าจำคุณ ปรีชา นักอ่านข่าวหรือจะเรียกว่าเล่าข่าวก็ได้ของกรมประชาสัมพันธ์(ท่านตายไป2-3ปีแล้ว)อ่านตอน6โมงเช้าทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย
ขอให้ทำแนวนี้ นักเล่าข่าวจะเป็นขวัญใจคนดูคนฟังตลอดไปจนตัวตายก้ยังมีคนกล่าวขวัญถึง(ยึดแนวไม่ผิดศีล 5 ข้อ 4เป็นหลัก -ไม่โกหก หยาบคาย ส่อเสียด เพ้อเจ้อ)
มีความเห็นมาเพื่อประโยชน์ของคนเล่าข่าวและผู้ดูผู้ฟังเพียงเท่านี้ เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
กระดานดำออนไลน์ วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kradandum
เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน :: ระหว่างเลวกับดีไม่มีกลาง

ตอนมีเล่าข่าวใหม่ๆ ก็ดูบ้าง
แต่เดี๋ยวนี้อ่านข่าวในเว็บเป็นส่วนใหญ่ Oknation นี่แหละ หนังสือพิมพ์ก็อ่านฟรีตามร้านและที่ทำงาน ทีวีก็ดูสารคดีของ ไทยทีวีเป็นหลัก บางทีก็เปลี่ยนไปดู (ภาพ) จากช่องของเพื่อนบ้านเรามั่ง ลาวสตาร์, อัปสราทีวี และ VTV ฟังภาษาลาวได้ประเทศเดียว (ฮา)

ไม่ขอออกความเห็นเรื่องคนเล่าข่าวก็แล้วกัน เพราะไม่ค่อยได้ฟังแล้ว

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
จุ่มเท้าทะเลฝัน วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 22.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovemyself
อย่าคิดรำคาญ เพราะเดี่ยวก็ไป แค่พักร้อนผ่อนคลายเท่านั้นเอง

ขอถือโอกาสแสดงความคิดเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องวิธีการ แต่เป็นเรื่องของพฤติการ หมายถความว่า คุยข่าวหากคุยดีก็ได้ประโยชน์ และหากรายงานข่าวนำข้อมูลเท็จมารายงานก็เกิดโทษได้

ทุกสิ่งอาจต้องทำงานกันเป็นทีม สื่อสารมวลชนต้องมีทีมหาข้อมูล และทีมคุยข่าว

รายงานก็เหมือนฝ่ายผลิต คุยข่าวก็เหมือนฝ่ายขาย อะไรทำนองนั้นมั้งนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 22.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

การนำเสนอ อย่าอคติ

ใส่สีตีไข่

ผมไม่ดู ทีวี ฟรีที วี นานแล้ว

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 21.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

คนไทยจำนวนมากที่ดู ฟัง ข่าว ยังขาดความรู้การวิเคราะห์วิจารณ์ความจริงจากข่าวที่เกิดขึ้น จึงเชื่อที่ตามที่พิธีกรบอกเล่าภายใต้บรรยากาศแบบสบายๆ ด้วยทัศนคติแบบคนมี Ego และ Bias

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
boonbloc วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 21.41 น.

ความรู้สึกเกี่ยวกับรายการคุยข่าว (ก่อนอ่านคุยข่าวฯ ของคุณจอมขวัญ)

ผมชอบดูรายการคุยข่าว เพราะว่าสนุกดี (ตามความสนุกของคนเล่าข่าว) ไม่รู้ว่ามันเป็นปฏิกิริยาแบบไหน รู้แต่ว่ามันเป็นธรรมชาติ ถ้าคนเล่ารู้สึกสนุก คนฟังก็สนุก เช่นกัน ถ้ามีคนยิ้มเรา เราก็จะยิ้มตอบเสมอ ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติ

เพราะฉะนั้น ถ้าผม (และน่าจะคนอื่นๆด้วย) อยากรับรู้ ข่าวอย่างสนุก ผ่อนคลายอารมณ์เวลาเครียดกับเรื่องอื่น แน่นอน...การเปิดดูทีวี เป็นพฤติกรรมของคนที่อยากรับความบันเทิงมากกว่าหาเรื่องเครียดใส่ตัว ก็น่าจะอยากรับข่าวสารแบบพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากกว่า

และเรามีเรื่องอื่นที่ต้องจริงจังอยู่แล้ว...

ยอมรับครับว่า หลังจากดูคุยข่าว (เก็บตกฯ หรือข่าวข้นฯ-ช่อง 9) ผมก็ไม่ค่อยสนใจข่าวประกาศเท่าใดนัก

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ (แต่จริง) บางครั้ง รายการข่าวก็ไม่ได้ลึก+รอบด้านเท่ากับรายการคุยข่าว แม้ในเรื่องเดียวกัน ซะอีก

องค์กรใดๆ น่าจะศึกษารายการข่าวที่ไม่รอบด้าน, ให้เวลากับข่าวๆหนึ่งไม่เพียงพอ, อิง, บิดเบือน, นำหรือไม่นำเสนอข่าวด้านใดด้านหนึ่ง, สัมภาษณ์แต่ไม่ออกอากาศ ฯลฯ ซึ่งมีอยู่ไม่น้อย...มากกว่า

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
aumpradya วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aumpradya

สวัสดีครับคุณจอมขวัญ ผมอั้มเองนะครับ
ก็ขอแสดงความคิดเห็นหน่อยนะครับว่า ตอนนี้การนำเสนอข่าวนี้แทบจะไม่้เห็นข้อเท็จจริงอะไรเลยในช่วงนี้ ส่วนใหญ่พาดหัวแบบแรงๆเพื่อดึงดูดความสนใจ ทั้งๆที่เนื้อหาที่แท้จริงจะไม่เป็นเช่นนั้น สมัยนี้จรรยาบรรณของสื่อมวลชนที่ดี การนำเสนอข่าวที่ดีหายไปไหนหมดเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ไทยแท้ วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/scblock

ผมเคยวิพากษ์คุณจอมขวัญแรงๆไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าคุณได้อ่านหรือเปล่าและกำลังจะวิพากษ์อยู่พอดี ไว้ว่างๆจะเขียนถึงอีกทีครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ddit วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 20.52 น.

ตลกจัง...ข่าว...ข่าว...มันคือข่าว...

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanna
เฒ่า..เล่าเรื่อง

คุณจอมขวัญครับ ผมตอบคุณยาวมากจึงแยกไปตอบในBlogของผมแล้วครับ รบกวนเข้าไปอ่านที่โน่นนะครับ หาว่างพอ - ฮา

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
madus วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/madus

1) เคยมีกรณีที่คนเล่าข่าวของเนชันให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริโภคอาหารประกอบกับข่าวที่เล่าแล้วให้ความรู้แก่ประชาชนแต่เป็นความรู้ที่ผิดหน้ามือเป็นหลังมือเลย คือคุณธีระ ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลทางโภชนาการข้างกล่องอาหารว่าหนึ่งหน่วยบริโภค คือหนึ่งวันไม่ควรกินเกินหนึ่งหน่วยบริโภค แต่ความจริงแล้วหนึ่งหน่วยบริโภคคือ ปริมาณของอาหารจำนวนที่ให้สารอาหารเท่ากับที่ระบุไว้ข้างกล่อง ติดตามฟังหลายวันก็ไม่เห็นมีการแก้ข่าว
2) เคยมีกรณีรันเวย์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิร้าวนักเล่าข่าวเห็นรูปก็แสดงความคิดเห็นจนเสียหายทั้งๆที่ไม่มีความรู้ทางวิศวะ โยธาเลย จนสุดท้ายวิศวะกรรมสถานไปตรวจสอบแล้วโครงสร้างไม่เสียหายเป็นการร้าวทางเทคนิคตามที่ผู้ก่อสร้างชี้แจง แต่การเสนอข่าวการตรวจสอบก็ไม่เอิกเริกเหมือนตอนแรก
3) เคยมีข่าวเรื่องตำรวจทำผิดข่มขืนผู้เสียหายที่มาแจ้งความ คนเล่าข่าวก็ด่าประณามตำรวจอยู่ทั้งช่วงประมาณ 20นาทีจนโฆษณา แต่ภายหลังเมื่อสอบสวนพบว่าตำรวจไม่ผิดก็อ่านออกอากาศนิดเดียว
4) เคยมีนักเล่าข่าวอ่านข่าวนักการเมืองคนละฝ่ายกับที่ตนเองชื่นชอบแล้วให้ความเห็นซ้ำเติมใส่สีตีข่าวจนเละเป็นโจ๊ก แต่พอนักการเมืองฝ่ายที่ตนเองชื่นชอบทำผิดกลับให้ความเห็นแก้ตัวแทนเสร็จสรรพและอ่านนิดเดียว
จริงๆแล้วปัญหาเหล่านี้มีผลกระทบมากจน ก่อเกิดความเสียหายหรือไม่ ?

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
backpacker4x4 วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 19.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisawang
http://jimchaisawang.spaces.live.com/

มันเป็นเช่นนั้นละครับ

ถ้าผมชอบคุณ ก เป็นทุนเดิม คุณ ก ว่าอะไรมา ผมก็คล้อยตาม

ถ้าผมชอบคุณ ส คุณ ส ว่าอะไร ผมก็เออด้วย

แต่ที่สุดแล้ว ผมชอบคุณ จ คุณ จ ว่าอะไรมา ผมก็ยังคงชอบคุณ จ อยู่อย่างนั้น.....

อิอิ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

ไม่เพียงแต่จะวิ่งราวข่าว
เอามาลอกเล่าต่อกันทอดๆ
อย่างฉาบฉวยจนไม่เหลือ
เค้าเดิมของข้อเท็จจริงแล้ว

ในหลายต่อหลายกรณี
ยังฉวยโอกาสบิดเบือน
ข้อมูลมือสองมาสนองความเมามันส่วนตัว
แค่หวังเพียงคนฟังคนอ่านสูดปากสะใจกันไปวันๆ
ก็นับแต่จะมีให้เห็นรกเกลื่อนมากขึ้นทุกที
โดยไม่มีเว้นชนิดสื่อ อย่างที่เห็นๆกันอยู่ในขณะนี้

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ThailandNeverDie วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandneverdie
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด..."

รายการอ่าน/รายงานข่าว คือ

= ผู้ประกาศ+ข่าว+ด้วยวิธีการรายงาน+ปราศจากอคติ/ความคิดเห็น

= ข้อเท็จจริง – ภายใต้บรรยากาศเคร่งขรึม จริงจัง เป็นทางการ

แต่

รายการคุย/เล่าข่าว คือ

= พิธีกรข่าว+ข่าว+ด้วยวิธีการเล่าเรื่อง+มีอคติ/ความคิดเห็น

= ข้อคิดเห็น – ภายใต้บรรยากาศเป็นกันเอง สบายๆ ไม่เป็นทางการ
.........................................................................

ทั้งสองกรณี กลุ่มคนที่ได้รับข้อมูลจากรายการประเภทดังกล่าว ย่อมสับสนได้ว่าเป็นข่าว หรือ เป้นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เสนอรายการ เพราะ ผู้นำเสนอเป็นในรายการก็เป็นนักข่าวเสียส่วนใหญ่ (ที่ดูน่าเชื่อถือ)

ความจริงแล้วในการนำเสนอข่าวทั้งสองประเภทนั้น (ทั้งอ่าน/รายงานข่าว และคุยข่าว/เล่าข่าว) ไม่ควรทิ้งประเด็นเรื่องของความจริงจากข่าว ไม่ทำให้เกิดความแตกแยก ไม่มีธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ชี้นำ แต่นุ่มนวลด้วยวิธีแนะนำ ไม่กร้าวร้าว ที่คัญ "ต้องเป็นกลาง"

การคุยข่าว/เล่าข่าว อาจเสนอความคิดเห็นส่วนตัวได้ เพราะเป็นลักษณะของการคุยกัน แต่ก็นั่นแหล่ะ ด้วยเพราะตัวบุคคลที่นำเสนอ เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือและคร่ำหวอดอยู่กับข่าว

ผู้รับสารก็ย่อมคล้อยตาม

ผมเคยดูการรายงานข่าว/อ่านข่าวด้วย ความรู้สึกส่วนตัว และชี้นำ

แต่เอาเถอะ ผมแยกแยะได้ครับ

แต่ที่ไม่ได้...เยอะนะครับคุณจอมขวัญ







ความคิดเห็นที่ 15 (0)
หน่อผุด วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 18.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

ไม่ว่ารายการคุยข่าวหรืออ่านข่าว...ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ ความสำคัญคือเสนอข้อมูลรอบด้านหรือไม่ มีการเลือกเสนอบางมุมแบบหวังผล ให้เกิดการเข้าใจแบบที่ ...ไม่รู้ใคร...อยากให้เป็นหรือไม่ ซึ่งดิฉันไม่ทราบว่าพิธีกรรายการคุยข่าว หรือผู้ประกาศข่าว มีอิสระเพียงใด ผู้ประกาศคงอ่านไปตามเนื้อที่ถูกมอบหมายให้อ่าน คนคุยข่าวมีมั้ย คันปากอยากคุยบางเรื่อง คุ้ยบางมุม แต่คุยไม่ได้

ถ้ามี คนเสพข่าวที่พอมีการศึกษา มีเวลา อ่าน นสพ.หลายฉบับ เช็คข่าวทีวีหลายช่อง ตามข่าวในเน็ต ก็จะรู้ค่ะ ว่าใครชอบใครเชียร์ใคร รอบด้านหรือไม่ คนคุยข่าว บางทีคุยแบบไม่แฮปปี้ คนดูก็พอดูออกนะคะ แล้วทำไมถึงมีแบบไม่แฮปปี้ หรือ บก.ข่าวเป็นปรสิต

แต่คนอีกจำนวนหนึ่ง ที่มีโอกาสเลือกน้อย การศึกษาน้อย เวลาน้อย เลือกชมรายการคุยข่าว ที่ลีลาดี มีลูกล่อลูกชนBias แบบเนียนๆ...อย่างนี้ก็เป็นปรสิตเหมือนกัน

ยุคสมัยนี้ คนคุยข่าว เก็บหนังสือพิมพ์มาเล่า คงเกิดยาก คนคุยข่าวต้องทันสถานการณ์ และยังต้องมีความรู้ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข่าวนั้นๆด้วย ถ้าสมาคมวิชาชีพ สามารถกรองให้คนคุยข่าว เป็นคนมีจริยธรรม มีจรรยาบรรณ ก็จะเป็นคุณูปการต่อสังคมมากค่ะ เพราะมันมีชีวิตชีวา น่าสนใจ

สมัยก่อนที่มีแต่รายการอ่านข่าว...ข่าวมาคนดูเปลี่ยนช่องหนี มันไม่มีสีสันบันเทิง

แต่ถ้ากรองคนคุยข่าวมีจริยธรรมไม่ได้ หรือวันนึงเปลี่ยนไป ก็เสียหาย เป็นอันตรายต่อสังคมเหมือนกัน

ดิฉันขอยกตัวอย่างรายการ คอข่าว เมื่อสัก 2 หรือ 3 สัปดาห์ก่อน คอข่าวที่ไม่มีคุณกนกแล้ว
มีคุณพิษณุ มีคุณหว่อง พิสิฐ และอีกท่านจำชื่อไม่ได้ แทนคุณกนก
ไม่คิดว่ามีการกำหนดบทบาทเล่นเป็นตัวอะไร อันนี้ตามสายตาของดิฉัน
คุยไปคุยมา เข้าเรื่อง พรบ.นิรโทษกรรม คุณหว่อง ค่อนไปทางเห็นด้วย
คุณพิษณุถามให้ชัดว่า แสดงว่าคุณหว่องเห็นด้วยกับ พรบ.นี้หรือ
คุณหว่องยอมรับว่า ผมเห็นด้วย
คุณพิษณุ เริ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไป แต่พยายามเก็บอาการ
และบอกว่า ถ้าอย่างนั้น มันก็จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ไปล่ะสิคุณหว่อง
คุณหว่อง รับผิดชอบการแสดงความเห็นของตัวเองว่า "ก็ไม่รู้แหละ"
ส่วนพิธีกรอีกท่าน เห็นตามคุณพิษณุ

แมลงวันต้องตอมแมลงวันค่ะ คุณจอมขวัญ
ตำรวจรู้สันดานตำรวจด้วยกันฉันใด ทุกวิชาชีพ คนสีเดียวกันรู้ใส้รู้พุงกันมากที่สุดฉันนั้น

สื่อมวลชน...มีบทบาทสำคัญมาก จะนำสังคมเดินไปทางไหน ปฏิรูปสังคมจะสำเร็จได้ ก็ด้วยสื่อนี่ล่ะค่ะ

เม้นท์ซะยาวเลย เป็นกำลังใจให้สื่อมวลชนคุณภาพค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Reds วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Redsscouser
รอย ฮอดสัน อาจจะไม่ใช่ผู้จัดการที่ดีที่สุด แต่เขาอาจจะเป็นผู้จัดการทีมที่เหมาะสมที่สุด ....  

2 แบบ มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ..

ความสำคัญ อยู่ที่ อคติครับ ..

ถ้าไม่มีอคติซะอย่าง มันก็มีความสนุกและอรรถรส ทั้ง 2 แบบครับ

อ่านข่าว ถ้าใส่ความคิดเห็นไปด้วย ผมว่ามันก็กะไรอยู่

แต่ถ้าคุยข่าว และไม่มีความคิดเห็นผมว่ามันก็กะไรอยู่เช่นกัน ...

แต่การเอาข่าว จากหนังสือพิมพ์ มาคุยข่าว ผมว่ามันดูไม่เข้าท่าเท่าไหร่ .. เพราะผมว่า ไม่ทำการบ้านมายังไงก็ไม่รู้ ..


ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 17.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

เพราะชอบเล่าข่าว สังคมก็เลยสับสน

ผู้เล่าเช่นคุณกนกพอทำหน้ามีอารมณ์ ก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น

ผู้อ่าน ผู้เล่า หากขาดจรรยาบรรณ ก็ไม่ต่างจากนักแสดงที่มาเล่าข่าว

ค่าตัวแพง ราคาสูง ก็เป็นที่นิยม

คนเล่าข่าวก็แค่ ดาราผสมผู้รายงานข่าว
ผู้รายนงานข่าวก็คือ นักข่าวผสมผู้รายงานข่าว

เอวัง

หุหุ


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สงราษฎร์ วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Leo

คุณจอมขวัญ..ครับ..
ก่อนอื่น ผมมีความเห็น เกี่ยวกับว่าทำไมรายการเล่าข่าว จึงเป็นที่นิยม กันมากมายก่อน เหตุผล มันเกี่ยวกับ อุปนิสัย และวัฒนธรรม ของการเรียนรู้ ของคนไทยครับ คนไทยไม่ชอบการอ่าน เพราะการอ่าน ยาก กว่าจะอ่านออก อ่านแล้วต้องคิดตาม และต้องวิเคราะห์ตาม อีก กว่าจะรู้เรื่อง ก็ใช้เวลานาน ดังนั้นเมื่อไม่ชอบการอ่าน ก็เลยไม่ชอบการเขียนด้วย
ดังจะเห็นได้จาก การถ่ายทอดเรื่องราวในอดีต ของพวกเรา มักจะเป็นรูปแบบการเล่า มากกว่าการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เรื่องนี้ทำให้เราเสียเปรียบชาวตะวันตกอยู่จนวันนี้ เพราะเราไม่ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน พอมีการโต้แย้งกัน พยานเอกสารมันอยู่ได้นานกว่าชีวิตคน ส่วนพยานบุคคล อายุไม่นานก็ตายหมด...
ดังนั้นเมื่อคนไทยชอบฟังมากกว่าอ่าน และไม่ชอบวิเคราะห์ก่อน ที่จะเชื่อ และหากคนพูดให้ฟัง มีความรู้ความสามารถ ไม่มีอคติ กับสิ่งที่พูด ก็ไม่เป็นไร แต่หากคนพูดเป็นคนไร้ความรับผิดชอบ และเล็งเห็นโอกาสในการที่จะทำให้คนอื่นเชื่อ จากนิสัยของคนฟัง สังคมก็จะวุ่นวายเหมือนปัจจุบัน
รายการเล่าข่าว ที่ผมศรัทธา และเชื่อมั่นที่สุด คือรายการที่คุณสุทธิชัย หยุ่น จัด รวมทั้ง บุคคลากร ที่มีคุณภาพในเครือเนชั่น หลายๆคน ยกเว้น ตี๋คนหนึ่ง ที่ทรยศต่อวิชาชีพ เพราะเงินทำให้คนเปลี่ยนได้...
คนเล่าข่าว หากจะมี Bias จะสามารถแสดงออกได้หลายทาง เช่น
1.เล่นกันตรงๆ บิดเบือนกันตรงๆ ด่ากันตรงๆ
2.แสดงออกทางท่าทาง
3.แสดงออกทางน้ำเสียง
4.แสดงออกด้วยการอ่านข่าวไม่หมด ให้คนฟัง คิดผิดตามที่ตนเองหวัง

ดังนั้นสังคมไทย จึงไม่เหมาะกับคนเล่าข่าว ที่ขาดซึ่งจรรยาบรรณ และจริยธรรม เพราะเหมือนกับเรากำลังเปิดโอกาสให้คนไม่ดี กลุ่มหนึ่ง มีโอกาส และความชอบธรรม ในการปลุกระดมผู้คนในสังคมให้เพิ่มความขัดแย้ง และในที่สุดมันอาจนำสู่ความรุนแรง ระหว่างประชาชนชาวไทยด้วยกันก็ได้
การเล่าข่าว ที่ดี ไม่ต้องมีสีสัน มากมายหรอกครับ แต่ขอให้นำเสนอเรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง และสอนให้คนคิดตาม แต่อย่าได้ครอบงำความคิดของพวกเขา
คุณจอมขวัญ ก็จัดว่า เป็นคนเล่าข่าว ที่ดี คนหนึ่งครับ แต่โปรดพึงระวัง กับดัก ทั้ง 4 ข้อ ที่ผมเขียนไว้ข้างต้นด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
numouse วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numouse
ถ้าเราลดความ "เห็นแก่ตัว" ให้น้อยลงบ้าง อะไรๆ มันคงจะดีกว่านี้ และถ้ายิ่งจัก "ยอม" บ้างคงจะดี

ไม่รุว่านู๋จะกล่าวหาคนไทยไปหรือเปล่าว่า
บางทีคนไทยก็มักจะไม่ค่อยคิดต่อ
เขาพูดมาอย่างไร ฉันก็พูดตามไปอย่างนั้น
แถมอาจจะมีเสริมอีกตังหาก

หรือว่าเป็นเฉพาะกลุ่มรากหญ้าหน๋อ...

ถ้าคนไทยชอบอ่านข่าวบ้าง ฟังข่าวประกอบ
ดูข่าวต่อเติมบ้าง ก็จะรู้ว่า ข่าวนั้นมันแค่ไหน
นักข่าวเสริมนั้นมันดีมากน้อยแค่ไหน
ไม่ใช่ฟังเขาวิจารณ์แล้วก็พลอยเชื่อเขาหมด
นักข่าวเขาก็ต้องหาข่าว เล่าข่าว
แต่เราก็ต้องวิเคราะห์ให้เป็นด้วย
คนไทยถึงไม่ค่อยพัฒนาเท่าไร
เด็กๆ รักการอ่านน้อยลงด้วย ทำให้เชื่อคนง่าย
กลายเป็นว่ามีแต่ผู้ใหญ่ดูข่าว เบื่อข่าว
เด็กดูละคร กรี๊ดกันสนุกเลย

ไม่ได้สาระเลยเม้นท์นี้ ขออภัยด้วยนะคะ
คิดถึงคุณขวัญจัง ไม่เห็นในทีวีเลย

สู้ๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
toymcp วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toymcp
Glory Glory Man United.

ขอบคุณมากครับ K.จอมขวัญ มีประโยชน์มาก ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
MrTote วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MrTote
MrTote : OK Nature - Save Nature, Save Life! - นายโต๋เต๋

จริง ๆ แล้วก็อยู่ที่ผู้บริโภคข่าว ว่าจะเลือกจากไหน รายงานข่าว หรือเล่าข่าว บางคนตื่นเช้าขึ้นมา ไม่มีเวลามานั่งอ่าน นสพ. ก็เปิดทีวี-วิทยุ ฟังคนอ่านข่าวให้ฟัง พร้อมทั้งสอดแทรกทัศนะส่วนตัวของผู้อ่านไปด้วย ฟังไปนาน ๆ เข้าก็ถูกครอบงำความคิด เชื่อเขาไปหมดทุกเรื่อง

บางคนก็ดู-ฟังเล่าข่าว-คุยข่าว แต่ก็มีวิจารณญาณของตนเอง นาน ๆ ไปก็จะเลือกดู-ฟังจากคนเล่าที่มีทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน

ในทัศนะส่วนตัว ผมจะไม่ยึดติดกับ นสพ. ฉบับใดฉบับหนึ่ง หรือข่าวของช่องใดช่องหนึ่งเป็นเวลานาน ๆ เพราะจะถูกครอบงำความคิดได้ ยกตัวอย่างเช่น นสพ. จะซื้อฉบับใดฉบับหนึ่งที่เห็นว่าน่าเชื่อถือ แต่ก็จะซื้อไม่เกินหนึ่งปี จะเปลี่ยนไปซื้อฉบับอื่นแทน เป็นต้น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
kittinunn วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kittinunn
Fight for what we believe in.

สวัสดีครับพี่จอมขวัญ ขออนุญาตเสวนาด้วยนิดนึง

ปัจจุบันนี้ สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีที่เน้นการเล่าข่าวน้อยที่สุด ก็จะต้องยกให้เป็น “ไทยพีบีเอส” ทีวีสาธารณะ เพราะกลิ่นอายในการนำเสนอที่เป็น “รายงานข่าว” จริงๆ ไม่ใช่ “เล่าข่าว” เหมือนเทรนด์รายการข่าวในปัจจุบัน อีกทั้งการเปิดประเด็นที่เป็นสาธารณะ น่าจะเป็นจุดขายที่มีความแตกต่างไปจากรายการข่าวช่องอื่นๆ

ก็ต้องยอมรับกันอยู่ดีว่า รายการข่าวในโทรทัศน์ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่เทรนด์รายการเล่าข่าว หรือคุยข่าว น่าจะได้รับความนิยมจนกระทั่งเป็นกระแสให้ช่องอื่นปรับรูปแบบตาม เพราะกระแสนักเล่าข่าวฟีเวอร์ อย่างท่านกรรมกรข่าวเงินล้านนี่แหละ จึงทำให้ช่องอื่นๆ ต่างเลียนแบบคาแร็กเตอร์โดยใช้คอนเซ็ปต์เป็นตัวของตัวเอง

ไม่เว้นแม้แต่ช่องเนชั่น ที่มีรายการคุยข่าวเหมือนกัน

รายการคุยข่าว เป็นการประยุกต์รายการข่าวภาควิทยุ ให้เข้ากับรายการโทรทัศน์ในปัจจุบัน เพราะข่าวในโทรทัศน์จะเน้นแต่ภาพและเรื่องราว แต่ในข่าววิทยุนั้นไม่ได้มีภาพ จึงต้องใช้วาทะศิลป์สร้างจินตนาการให้ผู้ฟังได้คิดตาม โดยที่ตาไม่จำเป็นต้องเห็นภาพ เพราะข้อจำกัดในการสื่อสารที่มีแต่เสียง

วัฒนธรรมรายการคุยข่าวอาจจะเกิดจากการที่สื่อโทรทัศน์ไม่สามารถเจาะข่าวได้เหมือนหนังสือพิมพ์ แม้จะมีเครื่องไม้เครื่องมือ มีภาพเคลื่อนไหว มีเสียงให้ฟัง แต่เพราะความกลัวจากกลไกอำนาจรัฐ ทำให้ที่สุดต้องรอหนังสือพิมพ์ว่า วันนี้ตีข่าวอะไร แล้วจึงวิเคราะห์ตามหนังสือพิมพ์ เหมือนเป็นการกินตามน้ำ ซึ่งก็ต้องเข้าใจว่า หากโทรทัศน์จะเป็นผู้เปิดประเด็นก่อนใคร โดยเฉพาะการเมือง ก็อาจจะถูกผลตอบรับที่ไม่ดีตามมา เช่นถูกข่มขู่อะไรอย่างนี้

รายการคุยข่าว หรือเล่าข่าว มันคือผลิตผลของการบูรณาการสื่อรูปแบบหนึ่ง ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคน ที่อาจจะเบื่อรูปแบบการนำเสนอแต่ข้อเท็จจริง (Fact) ให้มีสีสันโดยเพิ่มอารมณ์ของข่าวลงไป แม้แต่การใส่ความคิดเห็นลงไปในข่าว ซึ่งถ้าเป็นการรายงานข่าวถือเป็นการผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง

แต่บางทีมันก้ำกึ่งระหว่างรายงานข่าว กับวิเคราะห์ข่าว รายการคุยข่าวจึงอยู่กึ่งกลางระหว่างรายการสองประเภท ด้วยเหตุผลเพื่อให้ผู้ชมคล้อยตามก็เป็นได้

โดยปกติแล้ว นอกจากข่าวที่ทางช่องไปทำ ซึ่งจะมีในรูปแบบของข่าวภาคสนาม และภาพอินเซิร์ซแล้ว ในส่วนของข่าวหนังสือพิมพ์ ที่นักเล่าข่าวบางช่องนิยมเป็นเครื่องมือหากิน เพื่ออ้างอิงได้ว่าข่าวนั้นเกิดขึ้นจริง มีนักข่าวไปทำ แต่ไม่ได้ให้ความดีความชอบแก่หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นๆ

เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้รายการคุยข่าว เป็นที่ด่ากันขรมว่าทำนาบนหลังคน โดยเฉพาะกรรมกรข่าวร้อยล้านนี่แหละ วันๆ หนึ่งก็คุ้ยข่าวจากหนังสือพิมพ์ จากอินเตอร์เน็ต แล้วก็เอามาเล่าให้ผู้ชม เสมือนตัวเองเป็นกูรู รู้มาก ทั้งๆ ที่วันๆ หนึ่งใช้ชีวิตด้วยปาก เป็นพิธีกรออกช่องโน้น ออกช่องนี้ ไม่เคยออกไปทำข่าวเอง

พูดอย่างนี้ก็โดนด่าอีกว่า "ผมทำข่าวมานานกว่า 15 ปี คุณจะรู้ดีกว่าผมได้ยังไง..." บลาๆๆๆๆๆๆ .....

แค่นี้ก่อนละกันครับ สิ่งที่อยากฝากถึงรายการคุยข่าวเล็กๆ น้อยๆ ก็คือ ผู้ผลิตรายการควรสร้างวัตถุดิบขึ้นมาเอง โดยเฉพาะข่าวสืบสวนสอบสวน บางข่าวควรโฟนอินสัมภาษณ์กับแหล่งข่าวเองให้เห็น คุยกับนักข่าวภาคสนามว่าไปเจออะไรมา มากกว่าที่จะคอยพึ่งพาแต่ข่าวหนังสือพิมพ์อย่างเดียว

สบายดีนะครับคุณจอมขวัญ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 15.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

การทำข่าว..จริงๆก็คือการต่อยอดกันไป ต่อยอดกันมา
ข่าวทีวีก็ลอกมาจากหนังสือพิมพ์..เอาไปขยายความ
ข่าวหนังสือพิมพ์ ..ก็รอว่าทีวีนำเรื่องอะไรมา แล้วค่อยไปตาม

ปัญหาก็คือ หนังสือพิมพ์ทำได้แค่นั้น คือต้องออกตามเวลาปิดข่าว
มีแค่ 2 กรอบ คือเช้ากับบ่าย
แต่ทีวี วิทยุ..มีทั้งวัน
ข่าวเดียว สามารถอ่านได้ตั้งแต่เช้า สาย บ่าย เย็น จนถึงก่อนนอน..

ปัญหาคนเล่าข่าวที่ถูกจับตา ก็คือพวกชอบ"ขยายความ" โดยนำข่าวหนังสือพิมพ์มาใช้ประโยชน์(เพื่อตัวเอง-นายจ้าง)
จึงถุกพวกนักข่าวด่าว่าทำนาบนหลังเพื่อน..

สมัยก่อน..ข่าวทีวีมีแต่"อ่าน"..คนจึงไม่สนใจ
วันนี้ข่าวทีวีกลายเป็น"เล่า"..โดยนำหนังสือพิมพ์มาเป็น"เครื่องมือ"ในการเข้าสู่ประเด็น..เลยเป็นเรื่อง
เป็นเรื่องเพราะเลือกอ่านเฉพาะที่ชอบ ไม่ก็ที่นายสั่ง

คนเล่าช่าวคนดังเป็นตัวอย่างชัดเจน

ถ้าคนเล่าข่าว คนอ่านข่าว เคารพผู้ฟัง ผู้ชม
เรื่องนี้ไม่มีปัญหาครับ

ผมเชื่อ่นนั้น !!!

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 13.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

ผมว่าการเล่าข่าวก็มีข้อดีอยู่ อย่างน้อยถ้ามีคนชอบดูต้องหันกลับมาดูแล้วว่าเกิดจากอะไร ไม่ว่าจะรูปแบบรายงานที่ไม่จูงใจ หรือคนไม่มีเวลาในการอ่านหนังสือพิมพ์ครบทุกบรรทัด จนต้องมีคนมาอ่านข่าวให้ หรืออาจจะเป็นเนื้อข่าวในหนังสือพิมพ์คือสิ่งที่ตรงกับรสนิยมของคนไทยมากกว่าเนื้อข่าวจากการรายงานข่าว อย่างน้อยการมีคนดูมากมากๆก็ทำให้คนไทยสนใจข่าวมากขึ้น ส่วนความถูกผิดในเนื้อข่าว ความรับผิดชอบในข่าว ก็ต้องเป็นหน้าที่ของคนในอาชีพล่ะครับที่ต้องสอดส่องดูแล

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
tengpong วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

มีเดียมอนิเตอร์ ในบ้านเราเป็นใครมาจากไหน เต็งพ้ง ยังไม่รุ้จักเลยครับ (เชยซะงั้น)

แต่ถ้ามีและตั้งเป็นองค์กร ที่แข็งแรงก็ดีนะครับ

เพราะอยากให้มีหน้าที่ตรวจสอบ ทั้งคุณธรรมและจริยธรรมของสื่อทุกรูปแบบ อีกทั้งสามารถฟ้องร้อง ทางกฏหมายได้ เหมือนอย่างกรณีที่ องกรลักษณะนี้ในอังกฤษ ฟ้องหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ 2 ฉบับ กรณีเสนอข่าวพ่ออายุ 13 แม่อายุ 15

และอีกสิ่งหนึ่งที่อยากเห็นทั้งในทีวี และวิทยุคือ
การเสนอคำสัมภาษณ์โดยตรง มากกว่าที่คนเล่าข่าว/อ่านข่าว ตัดมาให้ชม ให้ฟังเพียงนิดเดียว แล้วก็วิเคราะห์ หรือวิภาควิจารณ์ แต่เพียงฝ่ายเดียว
เต็งพ้ง เชื่อว่าประชาชน หรือบริโภคข่าว สามารถใช้วิจารณญาณในการฟังคำสัมภาษณ์ และเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเป็นภาษาต่างประเทศ คนเล่าข่าว/อ่านข่าว ก็ต้องทำการบ้านในการแปลอย่างตรงไปตรงมา เพื่อเผยแพร่ต่อไป

อาจจะฟังดูเชย ๆ แต่ก็ถือว่าเป็นคอมเม้นท์หนึ่ง จากแฟนคลับคุณจอมขวัญ ละกันนิ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เด็กการะเกด วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 13.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kara
จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยหัวใจที่ร่าเริง..... 

ส่วนใหญ่ เล่าข่าว ใส่ความคิดตัวเอง
อย่างเมามัน และอคติ ตอนนี้ไม่มี..จมูกมด..
ก้อไม่อยากดูข่าวในทีวี แล้ว...
อ่านในเนต ดีกว่า ไวกว่า..ที่สำคัญ
หลากหลายกว่า แถมคอมเม้นท์ได้ด้วยคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สายชลบนวลี วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 13.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Ekateds

ลืมทักทายครับ
สวัสดีครับคุณ จอมขวัญ

ผมได้ดูจากเทปเท่านั้นเอง ไม่เคยทันรายการสดเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สายชลบนวลี วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Ekateds

อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ + เลือกเฉพาะที่ตนเห็นด้วย หรือ มีความคิดไปในทางเดียวกัน + การวิจารณ์อย่างมีอคติ + ขาดการวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล + ลูกคู่ไม่มีสมอง + สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์แบบเอนเอียง = นักเล่าข่าว

อยากได้รายการข่าวที่เป็นการรายงานข่าวสรุปช่วงค่ำอย่างที่เคยมีครับ มันหายไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ซันญ่า วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

http://www.oknation.net/blog/sonyaUSA/2009/02/18/entry-1

ก็เห็นใน หลายสถานีทำกัน อย่างนั้น

........อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ให้คนชม.....

น่าจะมีข่าวใหม่ กว่าในหนังสือพิมพ์

และการเล่าก็ไม่ควร เอาจากหนังสือพิมพ์อย่างเดียว

ทั้งหมด .....จากฟากฟ้าตะวันตก

.............
http://www.oknation.net/blog/sonyaUSA/2009/02/18/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Dancing!

Lovely:)

View All
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28



[ Add to my favorite ] [ X ]