• Jui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nopprasornn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 398
  • จำนวนผู้ชม : 1152071
  • จำนวนผู้โหวต : 629
  • ส่ง msg :
  • โหวต 629 คน
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน 2551
Posted by Jui , ผู้อ่าน : 3895 , 06:41:22 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จูตี้...จักรพรรดิ Visionไกลของราชวงศ์ หมิง

 

หลังจากที่ผมนั่งซุ่มอ่านหนังสือ “1421 ปีที่จีนค้นพบโลก” และติดตามข้อเขียนของประวัติศาสตร์เกี่ยวกัย เจิ้งเหอ (郑和) หรือที่เราคนไทยรู้จักในนาม “ซำปอกง” ผู้ซึ่งเดินทางจากประเทศจีนมาเยือนประเทศไทย เมื่อ 570-600 กว่าปีก่อน และเป็นผู้สร้าง พระหลวงพ่อโต และ วัดพนัญเชิง ที่ อยุธยา ทำให้ผมอยากทราบถึงกษัตริย์ที่ปกครองประเทศจีนในสมัยนั้น ผู้ซึ่งออกคำสั่งให้ เจิ้งเหอ ออกเดินทางสู่ท้องทะเลถึง 7 ครั้ง และเหตุผลในการต้องออกเดินทางสู่ท้องทะเล

 

จูตี้ หรือ หมิงเฉิงจู่

 

จักรพรรดิองค์นี้มีนามว่า จูตี้ (朱棣) เป็นราชโอรสองค์ที่ 4 ของ จูหยวนจาง ผู้สถาปนาราชวงศ์ หมิง หรือ ต้าหมิง(大明) ราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองโดยชนชาติฮั่น หรือ คนจีน จากกองทัพประชาชนที่ลุกฮือก่อกบฎต่อราชวงศ์หยวน นำโดย จูหยวนจาง ในปี ค.ศ. 1368 ตั้งเมืองหลวงเป็นราชธานีอยู่ที่เมือง นานจิง และขนานพระองค์ว่า หมิงไท่จู่ (明太祖) เนื่องจากการที่ จูหยวนหวาง เป็นคนที่ขี้หวาดระแวงจึงปราบปรามขุนนางที่มีคุณูปการต่อแผ่นดินเป็นจำนานมาก และส่งราชโอรส 24 พระองค์ไปครอบครองเป็นเจ้ารัฐประจำหัวเมืองต่างๆ รวมทั้ง จูตี้ ที่ไปปกครองอยู่รัฐเอี๋ยน (燕王)

 

ในปีที่ จูหยวนจาง หรือ หมิงไท่จู่ ทรงมีพระชนม์มายุ 64 ชันษา รัชทายาท จูเปียว(朱标) กลับด่วนสิ้นพระชนม์กระทันหัน จูหยวนจาง เสียพระทัยมากึงได้แต่งตั้ง จูหยุ่นเหวิน(朱允炆)บุตรชายของ จูเปียว ขึ้นเป็นรัชทายาทแทน ซึ่งเป็นการตัดสินพระทัยในครั้งนี้ที่ถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์

 

หลังจากที่ หมิงไท่จู่ สวรรคต จูหยุ่นเหวิน ขึ้นครองราชย์ด้วยวัยเพียง 21 พรรษามีพระนามว่าฮุ่ยตี้ (惠帝) มีชื่อรัชกาลว่า เจี้ยนเหวิน (建文) หลังก้าวสู่บัลลังก์มังกรไม่นาน ฮุ่ยตี้ ทรงเชื่อข้อเสนอที่ให้ยกเลิกเจ้ารัฐหัวเมืองของขุนนางใหญ่จึงทยอยปลดเจ้ารัฐโจว รัฐไต้ รัฐฉี รัฐเซียง โดยบางคนถูกลดขั้นเป็นสามัญชน บ้างก็ถูกประหาร อีกทั้งใช้ข้ออ้างป้องกันชายแดง โยกย้ายกองกำลังของจูตี้ เจ้ารัฐเอี๋ยน เพื่อเตรียมปลดในลำดับต่อไป ทว่าคำสั่งนี้ถูกเจ้ารัฐเอี๋ยนได้แก้ลำด้วยการใช้ข้ออ้าง “กำจัดขุนนางชั่วข้างกายฮ่องเต้” (清君側) เคลื่อนทัพลงใต้ ยกพลมุ่งลงมายังนานจิง โดยเรียกชื่อกองทัพว่า “กองทหารจิ้งหนัน” (靖难之役)ที่มีความหมายว่า กองทหารกำจัดเภทภัยภายในขึ้น

 

สงครามกลางเมืองครั้งนี้กินเวลายืดเยื้อกว่า3 ปีจนถึงปี ค.ศ. 1402 เมื่อกองทัพของจูตี้บุกถึงเมืองหลวง หลีจิ่งหลง แม่ทัพรักษาเมืองได้เปิดประตูเมืองให้ทัพจิ้งหนานเข้าเมือง ทว่าในยามนั้น กลับมองเห็นว่าพระราชวังเกิดเพลิงลุกโหมพวยพุ่ง กว่าที่ จูตี้ เจ้ารัฐเอี้ยนได้ส่งทหารเพื่อไปดับเพลิง ก็พบว่ามีคนถูกคลอกตายไปแล้วไม่น้อย ในขณะที่ หมิงฮุ่ยตี้ ก็เหมือนหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งนักประวัติศาสตร์ได้เรียกเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า “การจลาจลจิ้งหนาน” (靖难之变)

 

เมื่อยึดครองเมืองอิ้งเทียนได้แล้ว จูตี้ จึงปราบดาภิเษกตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ ทรงมีพระนามว่า หมิงเฉิงจู่ (明成祖) และตั้งชื่อรัชกาลว่า “หย่งเล่อ” (永乐) หลังทรงครองราชย์แล้ว ในปีแรกของรัชกาลหย่งเล่อ ทรงเปลี่ยนชื่อ เป่ยผิง เป็น เป่ยจิง (ปักกิ่ง) อีกทั้งมีดำริจะย้ายศูนย์กลางการปกครองขึ้นไปอยู่ทางเหนือ ดังนั้นในปี ค.ศ.1416 ทรงมีรับสั่งสร้างพระราชวังขึ้นที่ปักกิ่ง ใช้ระยะเวลาการสร้างถึงเกือบ 4 ปี ด้วยการระดมช่างฝีมือจากเหอหนัน ซันตง ซานซี และ อันฮุยจำนวนหลายแสนคน จนสำเร็จเสร็จสิ้นในราวปี ค.ศ. 1420 จากนั้นในปี ค.ศ. 1422 จึงมีราชโองการให้ย้ายราชธานีจาก นานจิง ไปยัง ปักกิ่ง อย่างเป็นทางการ

 

สุสานสือซานหลิง(十三陵)  ของราชวงศ์หมิง สร้างโดย ฮ่องเต้หมิงเฉิงจู่ ถือเป็นสุสานที่มีทำเลฮวงจุ้ยดีที่สุดในประเทศจีน

 

หมิงเฉิงจู่ เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับด้านวิทยาการความรู้ โดยรับสั่งให้รวบรวมสรรพวิชาที่มีมาตั้งแต่ในอดีตไม่ว่าจะเป็นดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ พยากรณ์ศาสตร์ ปรัชญา ศาสนา ศิลปะ ฯลฯขึ้น มีการระดมบุคคลากร 147 คน เข้ามาช่วยกันจัดเรียบเรียง และออกมาเป็นเล่มในครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1404 ทว่า หมิงเฉิงจู่ ยังเห็นว่าตำราดังกล่าวยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์พอ จึงให้ทำการปรับปรุงแก้ไขอีกครั้ง คราวนี้มีการใช้คนเรียบเรียงและเขียนทั้งสิ้นมากถึง 2,169 คน และใช้ หอคัมภีร์เหวินยวน (文渊阁) ที่ นานจิง เป็นที่เก็บตำรา การเรียบเรียงแก้ไขครั้งนี้ได้ลุล่วงในปี 1407 และคัดลอกเย็บเล่มเสร็จสิ้นในปีถัดมา มีจำนวนทั้งสิ้น 22,877 บรรพ จัดเรียบเรียงเป็น 11,095 เล่ม ฮ่องเต้หมิงเฉิงจู่ ได้พระราชทานนามว่า สารานุกรมหย่งเล่อ (永乐大典)

 

ในประวัติศาสตร์ที่เล่าสืบต่อกันมา หลังจาก หมิงเฉิงจู่ ได้ชิงบัลลังก์มาจากพระนัดดา สิ่งที่ส่งผลให้ไม่สบายพระทัยมาโดยตลอดก็คือหลังเกิดเพลิงไหม้พระราชวังแล้ว กลับไม่สามารถค้นพบพระศพของ หมิงฮุ่ยตี้ (จูหยุ่นเหวิน) และเพื่อสืบเรื่องราวดังกล่าวให้ชัดเจน จึงมีพระประสงค์ที่จะส่งขุนนางออกไปเพื่อตามหาร่องรอยอย่างลับๆภายหลัง หมิงเฉิงจู่ ทรงมีดำริว่า หมิงฮุ่ยตี้ อาจจะหลบหนีออกไปทางทะเล จึงตัดสินพระทัยที่จะสร้างขบวนเรือเพื่อเดินทางไปค้นหา โดยพระองค์ได้มอบหมายภาระหน้าที่นี้ให้กับ เจิ้งเหอ (郑和) ขันทีที่ติดตามพระองค์มาเป็นเวลานาน

 

ในปี ค.ศ. 1405 ขบวนเรือของ เจิ้งเหอ อันประกอบด้วยเรือที่ประกอบด้วยเรือสินค้า เรือรบ และเรือสนับสนุนในแบบต่างๆ โดยแบ่งเป็นเรือใหญ่จำนวน 62 ลำ และเรือเล็กอีกมากกว่า 200 ลำ พร้อมด้วยผู้คนกว่า 27,800 คน อันประกอบด้วยลูกเรือ ทหาร ช่างเทคนิค นักพยากรณ์อากาศ แพทย์ และล่าม และแล้วกองเรือยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์จีนและของโลกในยุคนั้นจึงได้เริ่มออกเดินทางโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะตามหาร่องรอยของ หมิงฮุ่ยตี้ รวมไปถึงเจริญสัมพันธไมตรีกับแว่นแคว้นต่างๆ อีกทั้งเป็นการไปแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้าอีกด้วย

เจิ้งเหอ ได้ออกกองเรือเดินสมุทรทั้งสิ้น 7 ครั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1405 –1433 นับเป็นระยะเวลาเกือบ 30 ปี และเดินทางเป็นระยะทางมากกว่า 50,000 กิโลเมตร ผ่านดินแดนกว่า 30 ประเทศจากทะเลจีนใต้ไปจนถึงชายฝั่งตะวันออกของแอฟริกา โดยกองเรือภายใต้การนำพาของ ขันทีเจิ้งเหอ ผู้นี้ได้เคยติดต่อกับอาณาจักรอยุธยาด้วย นอกจากนั้น กาวิน แมนซี (Gavin Menzies) อดีตทหารเรือชาวอังกฤษ ได้เคยนำเสนอทฤษฎีที่ว่า ในการเดินเรือครั้งหนึ่งของ เจิ้งเหอ เขาน่าจะไปไกลถึงทวีปอเมริกา ซึ่งหากเป็นจริง เขาก็จะเป็นผู้ค้นพบทวีปอเมริกาก่อนโคลัมบัสเกือบร้อยปี

 

มีผู้กล่าวหาว่า สาเหตุการล่มสลายของ ราชวงศ์หมิง ส่วนหนึ่งมาจากการฟอนเฟะของการปกครองที่ขันทีเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง และอีกส่วนหนึ่งมาจากการที่ จูตี้ หรือ หมิงเฉินจู่ เผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรบุคคลเป็นจำนวนมากในการสร้างกองทัพเรือมหาสมบัติเพื่อติดตามข่าวของ หมิงฮุยตี้ ฮ่องเต้องค์ก่อนและเจริญสัมพันธกับต่างประเทศ

 

แต่ถ้าเรามาศึกษาประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นให้ดี จะพบว่า การค้าขายและเจริญสัมพันธไมตรีกับทางตะวันตกในสมัยก่อนผ่าน เส้นทางสายไหม(Silk Road) ของประเทศจีนได้ถูกปิดลง เนื่องจากสงครามศาสนา Crusade ระหว่างศาสนาคริสต์และมุสลิม ซึ่งแบ่งแยกเอเชียออกจากยุโรป เส้นทางที่พอทำการค้าได้ คือเส้นทางทางเรือ ผมคิดว่า ข้ออ้างของ จูตี้ เพื่อสืบหาฮ่องเต้องค์ก่อนเป็นเพียงกุศโลบายของ หมิงเฉิงจู่ เพื่อให้ขุนนางของพระองค์รับไปปฎิบัติในการเดินเรืออย่างเต็มใจ แต่จริงๆแล้วเป็นเรื่องผลประโยชน์ทางการค้า  

 

สิ่งที่น่าสนใจถ้าอ้างถึงทฤษฎีของ กาวิน แมนซี ซึ่งกล่าวอ้างว่า ในช่วงนั้นยุโรปยังเป็นคนเถื่อน และวิวัฒนาการและความรู้ยังไม่พัฒนาเท่าประเทศจีน เป็นไปได้ว่า ประเทศในแถบเอเชียมีการค้าขายทางเรือทะเลกันมาตั้งนานแล้ว ก่อนที่เราจะค้าขายกับยุโรปหรือตะวันตก ชาวต่างชาติที่เข้ามาค้าขายกับประเทศไทยก็เป็นพวก แขกมัวร์ หรือ ชาวเปอร์เซีย ก่อนที่จะเป็น ชาวโปรตุเกส ชาติแรกของยุโรปที่เข้ามาในเอเชีย เพราะการเดินเรือของโปรตุเกส รุดหน้ากว่าชาติอื่นในยุโรปในยุคนั้น แล้วตามมาด้วยประเทศสเปญ

 

ในขณะเดียวกัน ประเทศจีน ที่อ้างตัวเองเป็น ประเทศศูนย์กลางของโลก ตามชื่อเรียกประเทศว่าจงกั๊ว(中国)เป็นไปได้มากที่ หมิงเฉิงจู่ ถือโอกาสที่กองเรือจีนออกทำการค้าหาเหตุสำรวจโลก และทรัพยากรธรรมชาติของโลกไปในตัว สัตว์ประหลาดอย่างเช่น ยีราฟ สัตว์ในทวีปแอฟริกา นำเข้าสู่ประเทศจีนในช่วงยุคนี้ แต่ในปลายสมัยเมื่อมีการโอนถ่ายอำนาจให้ฮ่องเต้องค์ใหม่ ฮ่องเต้องค์ใหม่ไม่เข้าใจถึง วิสัยทัศน์ ของ หมิงเฉิงจู่ ประกอบกับประชากรเดือดร้อนเนื่องจากการเดินทางสำรวจทะเลของ เจิ้งเหอ อาจได้ผลประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะได้ เนื่องจากประเทศต่างๆที่เรือมหาสมบัติของจีนไปถึง ยังไม่พัฒนาหรือเจริญรุ่งเรืองพอที่จะทำมาค้าขายกันได้ จึงทำให้ฮ่องเต้องค์ใหม่ตัดสินใจยกเลิกโครงการณ์นี้และปิดประเทศด้านการเดินเรือ ทำให้วิวัฒนาการการเดินเรือของจีนต้องหยุดลง

 

เมื่อมาอ่าน 1421 ปีที่จีนค้นพบโลก ถ้าทฤษฎีนี้เป็นจริงตามที่ กาวิน แมนซี นำเสนอ น่าเสียดายจริงๆที่ฮ่องเต้องค์ต่อมาไม่ยอมสานต่อโครงการนี้ ไม่งั้นแทนที่ชาวตะวันตกที่พัฒนาจนเป็นประเทศพัฒนาแล้วและครองโลกในปัจจุบัน อาจจะกลายเป็นชาวตะวันออกก็ได้  เพราะกองเรือมหาสมบัติของ เจิ้งเหอ ที่ไปทำการค้าและสำรวจโลกไม่ได้มีแต่เรือของประเทศจีน แต่ยังนำเรือสินค้าของประเทศญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย และประเทศในเอเชียตะวันออกกลางร่วมเดินทางไปด้วย..

 

เมื่อเขียนมาถึงตอนนี้แล้วเสียดายวิถีการคิดของคนเอเชียซึ่งมักไม่ยอมถ่ายทอดและมีการบันทึกไว้ให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานเหมือนชาวตะวันตกให้ไว้เรียนรู้ และทราบว่า หลังจาก หมิงเฉิงจู่ สิ้นพระชนม์ ยังมีการทำลายบันทึกและเอกสารที่กองเรือของเจิ้งเหอ บันทึกไว้ทำลายทิ้งซะเป็นส่วนมากด้วย เหลือทิ้งไว้เพียง 1-2 เล่ม ใครสนใจลองไปหาอ่านต่อเองนะครับ.....



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31
TheQueenofNostalgia วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

(0)
หนูอ่าน 1421 จบแล้วพี่
วางไม่ลง และตื่นเต้นไปกับแม่ทัพ 5 คนมากๆ

ในขณะที่จีนเฟื่องฟูในวิทยาการมาก่อน
ก็กลับหยุดลงเมื่อปิดประเทศ ยุโรป ก็โผล่พ้นยุคมืดของศาสนจักรพอดี
ความคิดเห็นที่ 30
เจ๊กดำ วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 06.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amornkrampff

(0)
ที่หนานจิง มีพิพิธภัณฑ์ของเจิ้งเหอ ในภาดวาพที่เล่าถึงการเดินทางไปแต่ละประเทศโดยเรือ นั้น มีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย เรียกว่า เจิ้งเหอพี่แกไปมาทั้ว

สนใจประวัติของเจิ้งเหอมาก เนื่องจาก ธุรกิจที่ทำอยู่ก็เกี่ยวกับเรือ เลยนับถือว่า เป็นบิดาแห่งการเดินเรือของครอบครัวเรา
ความคิดเห็นที่ 29
auguzzy วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

(0)
หลายครั้งที่อดีต ปจบ. ไม่ต่างกันเลยครับ

บ้านเราก้อเช่นกัน
ล่ม
สลาย
หายนะ
หากคนในชาติขาดความร่วมมือ
ความคิดเห็นที่ 28
chedtha วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 23.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

(0)
ขอบคุณครับ สำหรับประวัติศาสตร์จีน
ได้เรียนรู้อดีตไว้ เพื่อคาดเดาเหตุการณ์ที่อาจซ้ำรอย เกิดขึ้นในอนาคต
ความคิดเห็นที่ 27
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

(0)
เดี๋ยวเข้างานกะดึกเที่ยงคืน..แล้วจะมาอ่านในโอกาสต่อไปนะครับ..เพราะต้องค่อยๆๆๆทำความเข้าใจนะเรื่องประวัติศาสตร์...
ความคิดเห็นที่ 26
chai14 วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kittichaiblog
Independent Living

(0)
น่าสนใจมากครับ
โหวตให้ครับ
ความคิดเห็นที่ 25
AJ.p วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TheTaleOfFourTribes
- - " หูยาว จ้าวป่า " - - (นะจ๊ะ)

(0)
สนุกกว่าที่คิดแฮะ
ความคิดเห็นที่ 24
นานาจิตตัง วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 19.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yorwor
บ้านหลังใหม่ฮะ --- >>>> http://www.oknation.net/blog/mouthshell

(0)
ขอบคุณที่ให้สาระดีๆครับ

เชิญมารับมาชมภาพสวยๆจากบางกอกครับ
ความคิดเห็นที่ 23
phiroj วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phiroj
"..... ฟุตบอลไม่ใช่ความเป็นความตาย... แต่มันมีความหมายมากกว่านั้น "  : บิล แชงค์ลี่ย์

(0)
ผู้ค้นพบโลกตัวจริงใช่มั้ยครับ
ความคิดเห็นที่ 22
ปฐม วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 22.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

(0)
ตอบพี่คนโท (พี่จุ้ย ผมขอเสือกหน่อยอย่าว่ากันเน้อ)

มันเป็นคนละเหตุการณ์ครับพี่คนโท ในยุคนั้นมันสมัยฉิน ซึ่งพวกเจ้าเกาและนักบวชหลอกจิ๋นซีว่าจะเอาเรือออกไปหายาอายุวัฒนะ จนเรือไปถึงฝั่งที่เขาอ้างว่าเป็นชาวญี่ปุ่นในปัจจุบัน (แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชาวญี่ปุ่นก็ตอบว่า พวกเขาไม่ใช่คนจีนเพราะเขามีความเป็นชนเผ่ามาแต่เดิม (ซึ่งถ้าดูตามหลักฐานบ้างก็พอฟังได้ล่ะครับ) เลยยังถกเถียงกันอยู่ว่าคณะนั้นเป็นโคตรเหง้าของชาวญี่ปุ่นหรือเปล่า)

แต่สิ่งที่นำเสนอในเอนทรี่นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดในสมัยหมิงซึ่งมีอายุห่างกันกว่าเกือบสองพันปีทีเดียว (ถ้าผมคำนวณไม่ผิดนะ) และจริง ๆ แล้วกองเรือมหาสมบัติเหล่านี้ก็เคยมาถึงไทยด้วย (ตามคำอ้างเรื่อง ซำปอกง วัดพนัญเชิงอยุธยา)
ความคิดเห็นที่ 21
eddie วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supermodels
http://eddiekomdie.hi5.com

(0)
แวะมาเพิ่มเติมความรู้ที่ยังไม่เคยรู้ครับ
ความคิดเห็นที่ 20
roselobster วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

(0)
พี่จุ้ย..

ทำไมไม่มาร่วมงานโอเคล่ะค่ะพี่
ความคิดเห็นที่ 19
red-devils วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 20.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/red-devils

(0)
คนจีนนี่เค้าเก่งมาตั้งแต่ สมยั่กนอเลยนะครับ

ในโอลิมปิกจีนก็แจ่งกับต่างชาติได้ไม่น้อยหน้าเลย
เก่งจริงๆครับ
ความคิดเห็นที่ 18
อธิฏฐาน วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 18.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

(0)
ขบวนเรือของ เจิ้งเหอ อันประกอบด้วยเรือที่ประกอบด้วยเรือสินค้า เรือรบ และเรือสนับสนุนในแบบต่างๆ โดยแบ่งเป็นเรือใหญ่จำนวน 62 ลำ และเรือเล็กอีกมากกว่า 200 ลำ พร้อมด้วยผู้คนกว่า 27,800 คน
..........
นับว่าเป็นขบวนเรือที่ยิ่งใหญ่มากเลยค่ะ คงมีเรือที่ใช้บรรทุกเสบียงอาหารไปหลายลำ ถึงจะพอเพียงกับผูโดยสาร
ความคิดเห็นที่ 17
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 18.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

(0)
เหตุการณ์ก่อนส่งเจิ้งเหอออกทะเล ใช่เป็นเรื่องที่เอามาเขียนเป็น "เจาะเวลาหาจิ๋นซี"หรือเปล่า ชักสับสน
ความคิดเห็นที่ 16
auguzzy วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

(0)
สวรรค์ประทานสมองให้เค้ามากกว่าเรา แต่ให้ของเรามากกว่าเค้า มั้งครับ
ความคิดเห็นที่ 15
Jui วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(0)

มันเป็นภูมิปัญญาของปัจจุบัน
มาตั้งนานแล้วครับ
พอดีเราไม่หันมาใส่ใจ
เพราะเรามัวแต่มอง
ตะวันตก
ความคิดเห็นที่ 14
Jui วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(0)

ข้อมูลมีอยู่ทั่วไปครับคุณครู
พอดีเรื่องนี้อ่านแล้วสนใจครับ
ความคิดเห็นที่ 13
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 13.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

(0)
ภูมิปัญญาตะวันออกแต่อดีตกาล
อาจกลายศูนย์กลางทางภูมิปัญญา
ของโลกในอนาคต
ความคิดเห็นที่ 12
Jui วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(0)

ใช่...เสียดายจริงๆ
ไม่งั้นชาวเอเชีย
ครองโลกตั้งนานแล้ว
ความคิดเห็นที่ 11
ครูเก๋ วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clear
www.facebook.com/callmeclear

(0)
ข้อมูลปึ้กดีแท้ค่า ขยันหาจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 10
เจเจค่ะ วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

(0)
เสียดายอ่ะค่ะพี่จุ้ย

explicit knowledge นี้
ความคิดเห็นที่ 9
เจเจค่ะ วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

(0)
แว้ก

แว้ก
ความคิดเห็นที่ 8
Jui วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 07.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(0)

อยากให้เห็นวิสัยทัศน์ของคนเอเชีย
เราก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าชาวตะวันตก
แต่ที่เสียดายไม่มีคนสานต่อ
ความคิดเห็นที่ 7
ปอจู วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 07.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Paojoo1974
มีไม่กี่ชาติบนโลกใบนี้ที่มี  "ภาษา (พูดและเขียน) เป็นของตัวเอง"และเราคือหนึ่งในนั้น...ภูมิใจมั้ยคะ...?? (ชมรมรักษ์ภาษาไทย)

(0)
สวัสดีค่ะ.....คุณ.. Jui
คนไทย...คนจีน...ล้วนแล้วแต่เป็นพี่น้องกัน
ป.ล..ขนาดตำราไม่ค่อยจะมี.....คุณยังหามาเขียน.....จนได้บทความที่มีเนื้อหาขนาดนี้
น่านับถือค่ะ.....
ความคิดเห็นที่ 6
Jui วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 07.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(0)

ต้องรอดูกันต่อไปครับ
หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น
ความคิดเห็นที่ 5
สายล่อฟ้า วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 07.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/theerapongbh

(0)
แต่ตอนนี้...ศูนย์กลางโลก...

อาจจะเปลี่ยนทิศมาอยู่ทางตะวันออกก็ได้นะครับ...


ความคิดเห็นที่ 4
Jui วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 07.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(0)

ขอบคุณ..คุณสุภาวรรณ
ที่มาเยี่ยมเยือนบ่อยๆ
ความคิดเห็นที่ 3
Supawan วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 07.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

(0)
สวัสดียามเช้าค่ะ ..

ขอบคุณ สำหรับบทความ
ความคิดเห็นที่ 2
Jui วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 06.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(0)
สวัสดีครับท่าน
วันนี้ไปร่วมงานโอเคเนชั่นไหม
ฝากไปด้วยคนนะ
ความคิดเห็นที่ 1
paedophile วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 06.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น

(0)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน