• Jui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nopprasornn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 398
  • จำนวนผู้ชม : 1218070
  • จำนวนผู้โหวต : 633
  • ส่ง msg :
  • โหวต 633 คน
<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 5 กรกฎาคม 2555
Posted by Jui , ผู้อ่าน : 3240 , 15:54:46 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน

ศาสนาพุทธจะกลายเป็นธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์...เมื่อรัฐบาลท้องถิ่นจีนนำเกาะผู่โถวซันทำแผนการขาย IPO เสนอขายให้ประชาชน

เคยมีคนไทยถามผมว่า ชาวจีนนับถือศาสนาอะไรเป็นหลัก ผมตอบว่า ไม่มีครับ เพราะคนจีนเกิดมาไม่ต้องระบุในใบแจ้งเกิด หรือ สำเนาทะเบียนบ้านว่า ตนนับถือศาสนาอะไร และเป็นที่เข้าใจว่า ความเชื่อทางศาสนาได้ถูกบ่อนทำลายตั้งแต่สมัยปฎิวัติวัฒนธรรมจีน ซึ่งกินเวลานานกว่า 10 ปี บ่มเพาะให้คนจีนไม่เชื่อถือศาสนาใดๆ

แต่มีคนจีนที่นับถือศาสนาไหม ตอบได้เลยว่า มากครับ ทางตอนเหนือของจีนคนจีนต้องปกปิดการนับถือศาสนาเพื่อไม่ให้เป็นภัยแก่ตัวเองและครอบครัว จนกระทั่งสังคมเปิดและรัฐบาลจีนผ่อนปรนให้แสดงออกได้

ส่วนทางตอนใต้ของจีน คนส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจในการบังคับหรือควบคุมของรัฐบาล เพราะอำนาจรัฐจากรัฐบาลกลางแผ่ปกคลุมไปไม่ถีง คนทางใต้จึงมีเสรีภาพที่จะแสดงออกในการนับถือศาสนาได้มากกว่าคนจากภาคกลางหรือภาคเหนือของจีน

ในบรรดาคนเชื่อถือและนับถือศาสนาของจีน มีคนที่นับถือศาสนาพุทธมีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยทั่วประเทศ ประเภทศรัทธาในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มีอยู่เยอะ พวกที่นับถือพุทธคุณและไสยคุณก็มีเยอะ พวกที่นับถือปฎิหารย์ของพระพุทธและเจ้าจีนก็ไม่น้อยไปกว่าเมืองไทย ผู้คนจึงมีศรัทธาไปกราบไหว้วัดและศาลเจ้าจีนเมื่อสังคมเปิดอย่างล้นหลาม ในบรรดาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นต้องมีเกาะผู่โถวซันรวมอยู่ด้วย

เจ้าแม่กวนอิมประดิษฐานบนเกาะผู่โถวซันตรงตำแหน่งที่ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของภูเขาบนเกาะนี้ ในหมู่เกาะโจวซัน มณฑล เจ้อเจียง

ผมได้อ่านข่าวหนึ่งในเวปไซน์พุทธศาสนาของจีนได้มีการอธิปรายถกเถียงกันในความพยายามที่จะนำสถานประกอบการทางศาสนาเปลี่ยนเป็นธุรกิจการพาณิชย์ที่มีผลประกอบการสูงเข้าเสนอให้ประชาชนซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์


บริษัท Putuo Mountain Tourism Development Co. Ltd, ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ the Putuo Mountain Scenic Management Committee พยายามที่จะเดินหน้าเต็มที่เพื่อจะเสนอแผนงานการตลาดเข้าระดมทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์กระดานภายในประเทศ หลังจากที่บริษัทนี้คิดว่า บริษัทได้มีการพิจารณาแบบรอบคอบและมีการเตรียมการมากว่าปี โดยคำแถลงของคณะกรรมการกลางของบริษัท

นาย จางเส้าเล่ย (Zhang Shaolei) ซึ่งทำงานในคณะกรรมการของบริษัทสาขาในเครือของเทศบาลเมืองโจวซัน มณฑลเจ้อเจียง  ทางทิศตะวันออกของจีนแถลงว่า เราตั้งงบเพิ่มประมาณ 750 ล้านหยวน หรือ 118 ล้านยูเอสดอลล่าร์เพื่อนำมาพัฒนาเกาะนี้ โดยที่รัฐบาลท้องถิ่นเป็นผู้ผลักดันในโครงการนี้

แต่นายจางเส้าเล่ยปฎิเสธที่จะเปิดเผยตารางเวลา หรือ ความคิดเห็นของแหล่งที่มาของรายได้ หรือ องค์ประกอบในการจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์

และบริษัท Putuo Mountain Tourism Development Co. Ltd, ก็ไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับโครงการนี้

การขึ้นทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จีนเกี่ยวเนื่องกับสถานที่ที่มีชื่อเสียงทั่วโลกของมรดกจีนไม่ใช่เรื่องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์จีน

ตัวอย่างเช่น Emei Shan Tourism Co. Ltd, (Emei Shan อ่านว่า อี่เหมยซัน แปลว่า ภูเขาอี่เหมย) ซึ่งเป็นบริษัทเบื้องต้นในการมีส่วนร่วมในการจัดการขายตั๋วผ่านทางเข้าชมภูเขาอี่เหมย การบริหารรถกระเช้า และ โรงแรมในภูเขาอี่เหมยซึ่งมีชื่อเสียงทางพุทธสถานของจีน จดทะเบียนในบริษัทหลักทรัพย์กระดานภายในประเทศที่เมืองเซินเจิ้นในปี 1997

ตัวอย่างในเร็วๆนี้ คือ วัดฟ่าเหมิน (Famen Temple) วัดอีกวัดหนึ่งที่มีชื่อเสียงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ในมณฑลส่านซี หยุดการทำ IPO ในเดือนพฤษภาคมหลังจากเตรียมการที่จะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ฮ่องกง จากรายงานของ the China Securities Journal.

ประเด็นนี้กลายเป็นประเด็นร้อนพุ่งเข้าใส่รัฐบาลซึ่งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในการอาศัยวัดหรือพุทธสถานที่มีชื่อเสียงผนวกเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวในการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์

สำนักข่าวซินหัว ยกคำพูดของ หลิวเว่ย (Liu Wei) เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาของประเทศ ซึ่งให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนที่แล้วว่า แผนการและโครงการดังกล่าวขัดและละเมิดต่อสิทธิถูกต้องตามกฎหมายของวงการศาสนา ทำลายภาพพจน์ของศาสนา และทำร้ายความรู้สึกและจิตใจของคนส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนานั้นนั้น

เขากล่าวต่อไปว่า “ถ้ามองในส่วนอื่นๆของโลก ไม่เคยมีสถานที่ประกอบศาสนาหรือศาสนสถานใดๆ ไม่ว่าของศาสนาใดๆเคยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์”

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กรมการศาสนากำลังจัดทำร่างกฎหมายเพื่อที่จะมีนโยบายควบคุมขอบเขตการหารายได้ที่เกิดจากการพยายามพุ่งหากำไรจากผู้มีใจบุญและผู้มีศรัทธาในศาสนา นายจ้าว จั่วอัน (Zhao Zuo’an) อธิบดีกรมการศาสนาเป็นผู้แถลง

การพยายามที่จะนำพุทธสถานเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แสดงให้เห็นการข้ามเส้นอย่างชัดเจน เพราะมันเป็นเรื่องของจิตใจที่คิดแต่เรื่องเงินอย่างเดียวโดยนำสาธารณสมบัติมาหาผลประโยชน์ในทางที่ผิดเพื่อกิจกรรมที่หวังผลกำไรเป็นแรงขับดัน

หลิวเว่ย แจ้งว่า “ตามกฎหมายมาตราที่ 24 ของกฎหมายสาธารณรัฐประชาชนจีนในการคุ้มครองศิลปวัฒนธรรมสมบัติ ยังไม่มีสถานที่ใดของรัฐซึ่งถูกคุ้มครองและอนุรักษ์เนื่องจากคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ซึ่งประกาศเป็นพิธภัณฑ์หรือสถาบันเพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมสมบัติ หรือ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ถูกใช้เป็นสินทรัพย์สมบัติเพื่อประกอบการพาณิชย์”

วัดทางพุทธศาสนาถือว่าเป็นสาธารณสมบัติซึ่งเป็นสมบัติของประเทศ ไม่ใช่สมบัติของผู้บริหารวัด หรือรัฐบาลท้องถิ่น

รายงานเรื่อง วัดเส้าหลิน ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในศิลปต่อสู้ของจีน กังฟู และ พระผู้ฝึกหัดกังฟูดังไปทั่วโลกตั้งอยู่ในมณฑลเหอหนาน วางแผนที่จะจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อสามปีก่อนถูกต่อต้านอย่างหนักจากชาวจีนจนต้องระงับแผนชั่วคราว แต่ก็ยังมีข่าวออกมาเป็นระยะๆ

วัดเส้าหลินมีกำไรอย่างมากในหลายๆปีที่ผ่านมาจากนักท่องเที่ยว การแสดงและเผยแพร่ศิลปการต่อสู้ของวัดไปสู่ทั่วโลก การผลิตภาพยนตร์ และ ร้านค้าออนไลน์

หลิงเซียว (Ling Xiao) ผู้เชี่ยวชาญในการจัดทำ IPO ของบริษัท Zhong Yin Law Firm ให้ความเห็นว่า “รัฐบาลท้องถิ่นส่วนใหญ่โดยธรรมชาติปรารถนาจะสร้างวัดให้เป็นที่ดึงดูดใจและสร้างกำไรยิ่งขึ้น เพราะในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสามารถช่วยสร้างงานในท้องถิ่น และเป็นแหล่งสำคัญของที่มาของรายได้”

ตัวอย่างเช่น Emei Shan Tourism Co. Ltd, มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวภูเขาอี่เหมยเมื่อปีที่แล้ว 2.6 ล้านคนโดยประมาณ มีกำไรเพิ่มขึ้น 31.6% ปีต่อปี ยอดรายได้สุทธิถึง 145 ล้านหยวน รายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าผ่านประตูและค่าธรรมเนียมรถกระเช้าลอยฟ้า

แต่มันก็ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับบริษัทเหล่านั้นซึ่งพึ่งพาแหล่งธรรมชาติและศาสนสถานสมบัติอย่างเดียวที่จะแสวงหาแหล่งเงินทุนโดยระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมันขัดแย้งกับกฎหมายจีนในปัจจุบันสำหรับการจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน และ กฎหมายเกี่ยวกับศาสนา

ตามระเบียบของกรมการศาสนา “ที่ดินถูกต้องตามกฎหมายใช้ประโยชน์เพื่อการศาสนา หรือ ศาสนสถานซึ่งใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนาได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้สำหรับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะอ้างกรรมสิทธิยึดครองเป็นของตนเอง” หลิงเซียวกล่าวในที่สุด

อ่านแล้วคงไม่มีใครเอาไปปรับใช้ในประเทศไทยนะครับ แต่ก็ไม่แน่เพราะตอนนี้ทุนนิยมและประชานิยมว่าด้วยเงินของประเทศไทยมาแรงเกินต้านทาน เศรษฐกิจพอเพียงจากไปแล้ว

คุณๆในเมืองไทยยังไม่รู้ ค่าผ่านประตูเข้าวัดเส้าหลิน 300 หยวนต่อคน ค่าขึ้นเกาะผู่โถวซัน 160 หยวนต่อคน ค่าเข้าชมพระพุทธรูปองค์โตที่อู่ซี 200 หยวนต่อคน แล้วคุณเข้าใจหรือยัง ทำไมชาวจีนไม่ว่าจากแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง สิงคโปร์ นิยมมาเที่ยวและกราบไหว้พระเมืองไทย

เพราะการมาเมืองไทยเพื่อมาทำบุญวัดต่างๆถูกแถมถูกเหมือนกับมาเที่ยวฟรี แถมพระสงฆ์องค์เจ้าของเมืองไทยน่านับถือและน่าเลื่อมใสมากกว่าประเทศอื่น การให้เช่าพระเครื่องจากทางวัดก็เป็นทีเชื่อถือในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และปาฎิหารย์

ที่สำคัญที่คนไทยไม่รู้ น้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์จากวัดต่างๆคนไทยใช้แบบฟุ่มเฟือยไม่เห็นคุณค่า แต่ในประเทศจีนเป็นสิ่งที่หายากใช้กันเป็นหยดๆ ส่วนใหญ่เยาะประมาณสามหยดแล้วผสมน้ำให้เต็มนำมาใช้ในพิธีกรรม ไม่มีการมารดมาสาดแบบเมืองไทย หรือนำไปอาบบน้ำล้างซวยที่บ้านเหมือนเมืองไทย...หรอกครับ

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13
rattiya วันที่ : 06/07/2012 เวลา : 16.59 น.

(0)
เรื่องน่าสนใจมากค่ะ มีเรื่องทีดิฉันสงสัย กรณีวัดหรือศาลเจ้าจีนมาซื้อที่ดินที่ประเทศไทย สร้างวัด สร้างศาลเจ้า สามารถทำได้อย่างถูกกฏหมายใช่ไหมค่ะ(กำลังคิดว่าจีนอาจจะไม่เเพร่อิทธิพลเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ)
ความคิดเห็นที่ 12
เขียดขาคำ วันที่ : 06/07/2012 เวลา : 09.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kiadkakam

(0)
น่าคิด น่าติดตาม
ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 11
แก้วตาดวงใจ วันที่ : 06/07/2012 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faroong

(0)
ไม่แปลก วัดเส้าหลินไม่เหลือความเป็นวัดในความหมายของวัดในศาสนาพุทธ เป็นการขายไปทุกอย่าง คนที่ไปไม่ได้คิดจะไปกราบไหว้ิ่สิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรอยู่แล้ว
เพียงแต่การจะำนำเข้าตลาดหลักทรัพย์คงต้องหาวิธีการให้ไม่ทับซ้อนกับทรัพยากรของประเทศมากว่า
ความคิดเห็นที่ 10
ครูแดง วันที่ : 06/07/2012 เวลา : 07.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

(0)
-เมื่อเขาเอาวัตถุนิยมเป็นตัวตั้ง....เราก็ได้เห็นเรื่องนี้เกิด..

-กรรมใครกรรมมันนะคะ....

-พุทธศาสนาสอนให้เราพิจารณา รูป -กับ นาม หรือกาย กับจิต...เราเท่านั้นไม่ใช่ใคร(คนอื่น)
ความคิดเห็นที่ 9
มารูโกะ วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 22.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maruko

(0)
วัดข้างบ้านอาจกำลังจะทำ
เศร้าใจ
ความคิดเห็นที่ 8
driftworm วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 22.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

(0)
เดาเอานะครับ อาจไม่ถูกก็ได้ ว่าเหตุที่ค่าเข้าชมวัดและศาสนสถานในจีนมีอัตราสูงมาก
คงไม่ใช่แคา่เรื่องเอารายได้บำรุงท้องถิ่น แต่ในระยะแรกคงมีเจตนาเพื่อสกัดไม่ให้คนเข้าวัด
พอดีเขียนเรื่องคาบเกี่ยวแนวคิดวัตถุนิยมที่ตรงข้ามจนถึงต่อต้านและเหยียดศาสนาทุกศาสนา
ก็จะขอเอาลิ้งค์ไปแปะที่ คห.บล๊อกผม

เมื่อไหร่ที่เอาเข้าตลาดหุ้น ก็คงถึงกาลอวสาน แปลว่าเจ๊ง โทษฐานมาเล่นกับศรัทธาคน ซึ่งเป็นนามธรรม
มีเพื่อนเคยเสนอแนวคิดทำพิพิธภัณฑ์พุทธศิลป์ ประวัติแนวคิดพระไตรปิฎก (ในฐานะแนวคิดในโลก หรือ doctrine)
ผมแย้งเบา ๆ ว่า ระวังจะตกหลุมความคิด พวกเขาย้อนกลับว่าผ่นอะไร ๆ มาจนขนาดนี้คงไม่ตกหลุมความคิดแล้วละ
ผมแย้งใหม่เบา ๆ ว่า ก็ในทางพุทธนั้น พิพิธภัณฑ์มันตั้งอยู่แล้วในใจคนไง
@#$%^&*(!@%

นั่นก็อีกตัวอย่างของการมองโลกแบบเอาวัตถุเป็นใหญ่กว่าใจตน
.
ความคิดเห็นที่ 7
ศักดิ์ศิริ วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 19.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saksiri2498
โอ...ค่ำคืนครั้งนั้น พระพุทธองค์...ทรงตรัสรู้อริยสัจจ์ ๔

(0)
แล้วธนาคารพุทธน่าสนใจไหมครับ
ความคิดเห็นที่ 6
hayyana วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 18.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

(0)
ฮ่วย...พุทธพานิชหนักกว่าไทยอีกนะเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 5
สุวิริโย วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 18.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...

(0)
เป็นข่าวสารที่น่าสนใจและน่าเรียนรู้มาก เจริญพร
ความคิดเห็นที่ 4
BlueHill วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 17.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
เป็นประเด็นใหญ่ทีเดียวครับ
เมืองไทยคงไำม่มีใครกล้าทำแน่ๆ ครับ
มีแต่ประเภทร่วมกับยักยอกที่ดินวัดครับ
ความคิดเห็นที่ 3
BlueHill วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
OK แล้วครับผม
ความคิดเห็นที่ 2
Jui วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 16.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(0)
ไม่ทราบว่า ปรับให้สั้นลงใช่ไหมครับ
ความคิดเห็นที่ 1
BlueHill วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 16.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
คุณjui ปรับชื่อเรื่องนิดหนึ่งครับ
http://www.oknation.net/blog/manual/2012/06/20/entry-2
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน