• Jui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nopprasornn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 398
  • จำนวนผู้ชม : 1182599
  • จำนวนผู้โหวต : 631
  • ส่ง msg :
  • โหวต 631 คน
<< พฤศจิกายน 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน 2555
Posted by Jui , ผู้อ่าน : 6862 , 20:13:55 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน

นักท่องเที่ยวชาวจีนมีพฤติกรรมแย่อันดับสองของโลกรองจากอเมริกา

นักท่องเที่ยวชาวจีนถูกระบุว่า เป็นนักท่องเที่ยวที่ยอดแย่อันดับสองของโลกรองจากนักท่องเที่ยวอเมริกัน ทิฟฟานี่ ทาน (Tiffany Tan) และ หลิว เซี่ยงรุ่ย (Liu Xiangrui) พบว่า มีความจริงที่ถูกต้องบางข้อในการกล่าวหานี้ แต่สถานการณ์จะมีการปรับปรุงดีขึ้นเรื่อยๆเมื่อชาวจีนมีการเดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เครื่องบินบรรทุกผู้โดยสารประมาณ 200 คนจากเมืองซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ไปยังกรุงเป่ยจิงต้องบินย้อนกลับไปยังสนามบินซูริคเป็นเวลานานกว่า 4 ชั่วโมงในขณะเดินทาง หลังจากที่ผู้โดยสารชาวจีนได้ทะเราะและต่อสู้กัน จากรายงานปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากชายจีนอายุ 57 ปีเมาแล้วไปตบหัวชายหนุ่มชาวจีนที่นั่งอยู่แถวหน้า ด้วยชายหนุ่มชาวจีนปฎิเสธที่จะปรับเบาะที่นั่งให้อยู่ในแนวตรงเมื่อแอร์โฮสเตสนำอาหารมาบริการ

วาเลอรี่ สเปงเกอร์ (Valerie Sprenger) ไกด์ท่องเที่ยวให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์สวิส ว่า “เบื้องหน้าที่เราเห็น คือ ชายจีนทั้งสองลงไปต่อสู้กันบนพื้นเครื่องบิน”

พนักงานในเครื่องบินและผู้โดยสารบางคนช่วยกันหยุดชายจีนที่อายุมากกว่าและมัดมือของเขานำต้วไปนั่งด้านหลังของเครื่องบิน ในขณะที่ชายแก่ชาวจีนคนนี้ตะโกนรบกวนชาวบ้านเป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงหลังจากถูกพาตัวไป สเปงเกอร์ กล่าว หลังจากเครื่องบินลงจอดที่สนามบินซูริค ชายชาวจีนทั้งสองคนถูกตำรวจรวบตัวไปดำเนินคดี และอัยการท้องถิ่นสั่งปรับเงินชายทั้งสองโทษฐานทำต้วกร้าวร้าวบั่นทอนความปลอดภัยของความปลอดภัยของระบบขนส่งสาธารณะ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นข่าวพาดหัวไปทั่วโลกทำลายภาพลักษณ์ของนักท่องเที่ยวชาวจีน เป็นที่มาของการสำรวจ “นักท่องเที่ยวที่แย่ที่สุดในโลก”

 

โพลล์การสำรวจเดือนมีนาคมดำเนินการโดยเวปไซด์ Living Social ซึ่งเป็นเวป E-Commerce ของอเมริกา พบว่า ชาวจีนเป็นนักท่องเที่ยวยอดแย่อันดับสองในโลก เป็นรองเพียงชาวอเมริกันซึ่งเป็นผู้ตอบแบบสอบถามด้วยตัวเอง

ชาวจีนอาจจะไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการถูกจัดอันดับที่สูงในเรื่องนี้ แต่พวกเขาก็มีความรู้สึกถึงเรื่องที่กล่าวหา

โพสในไมโครบล็อกที่เผยแพร่กระจายไปทั่ว ผู้บริหารจีนระดับสูงของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งเอือมระอาต่อพฤติกรรมที่ไม่สมควรของผู้ร่วมชาติในขณะที่กำลังโดยสารลงเรือเฟอรี่จากสิงคโปร์ไปยังสถานที่พักตากอากาศใกล้เคียง เกาะบินตานในอินโดนีเซีย

“ในวินาทีที่ประตูเปิดชาวจีนทุกๆคนต่างตะกายไปที่เรือ” เขาเขียนโพสไว้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม “ผมได้ยินเสียงของชาวต่างชาติสองคนที่ติดอยู่ในฝูงชน คนหนึ่งถามว่า “เรือลำนี้ไม่ได้รอรับเราทุกคนหรือ” ชายอีกคนถามว่า “เรือลำนี้ไม่ได้ระบุที่นั่งของทุกๆคนหรือ”

“ในขณะที่ถูกผลักดันไปข้างหน้าโดยผู้โดยสารด้านหลังผม ผมครุ่นคิดถึงคำถามที่ขมขื่น คือ ตั๋วโดยสารเรือยังอยู่ในกำมือผมไหม และ ทำไมเราต้องกลัวขนาดนั้นว่าจะไม่ได้นั่งเรือ”

ความพยายามที่จะปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีขึ้นในท่ามกลางนักท่องเที่ยวชาวจีนได้เริ่มต้นมาเป็นปีๆ ในเดือนตุลาคม 2006 ถูกประจานในพฤติกรรมโดยรายงานข่าวที่เสนอตรงไปตรงมาเรื่องชาวจีนแผ่นดินใหญ่ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ที่เปิดใหม่ในฮ่องกง  กระทรวงการท่องเที่ยวจีนจัดทำคู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวจีนภายในประเทศ และต่างประเทศ

คู่มือฉบับสำหรับท่องเที่ยวต่างประเทศ ระบุหัวข้อในเรื่องพฤติกรรมที่เหมาะสมสำหรับชาวจีนในขณะเที่ยวต่างประเทศ รวมทั้งการสอบถามการร้องเรียนพฤติกรรมที่ไม่เรียบร้อยต่างๆของชาวจีนบนเวปออน์ไลน์

หัวข้อที่ระบุในคู่มือ มี การรักษาความสะอาดส่วนบุคคล (หรือ ไม่ถอดถุงเท้าหรือรองเท้าของคุณในที่สาธารณะ) อย่าพูดเสียงดัง รักษาความสุภาพและอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักการรอคอยและเข้าแถวต่อคิว กินอย่างเงียบๆ ให้ความอนุเคราะห์ต่อผู้หญิง คนแก่และเด็กๆ รักษาสิ่งแวดล้อม (ไม่ขากถุยถ่มน้ำลายลงบนพื้นในที่สาธารณะ หรือ สูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบบุหรี่)

 

ปัจจุบันในครึ่งทศวรรษที่ผ่านมาชาวจีนได้กลายเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่ทุกประเทศใฝ่หาสำหรับความกระตือรือร้นชองชาวจีนที่กระหายจะเห็นโลกภายนอก และจับจ่ายใช้สอย

ปีนี้คาดว่าจะมีชาวจีน 80 ล้านคนเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ใช้สอยเงินเป็นจำนวน 80 พันล้านยูเอสดอลล่าร์ในการเดินทาง จากรายงานของ the China Tourism Academy นั่นหมายความว่า ในปี 2012 ในทุกๆนักท่องเที่ยวต่างชาติ 13 คนจะเป็นคนจีน 1 คน

อำนาจในการซื้อของนักท่องเที่ยวชาวจีนทำให้มีการปรับเปลี่ยนในเรื่องการต้อนรับและปฎิบัติต่อนักท่องเที่ยวชาวจีนในอุตสาหกรรมค้าปลีกทั่วโลก โรงแรมของประเทศตะวันตกเริ่มที่จะจัดหาห้องพักพร้อมบริการด้วยกาน้ำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และตะเกียบ บางโรงแรมสร้างเวปไซด์เป็นภาษาจีน เพิ่มเมนูอาหารเป็นภาษาจีน และบริการหนังสือพิมพ์จีน

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้ประสานงานกับร้านค้าต่างๆรวมเป็นจุดเยือนของนักท่องเที่ยวชาวจีนในตารางการท่องเที่ยว ในขณะที่ร้านค้าที่ขายสินค้าหรูในยุโรปและอเมริกาจัดให้มีพนักขายที่สามารถพูดภาษาจีนได้

แล้วนักท่องเที่ยวชนชั้นกลางชาวจีนละ มีการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีนชนชั้นนี้มากน้อยแค่ไหนในหลายๆปีที่ผ่านมา

พฤติกรรมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไหร่เลย ถ้าคุณไปถามหยางปอ (Yang Bo) ผู้ประกอบการท่องเที่ยว วัย 37 ปี จากเป่ยไห่ (Beihai) เขตพิเศษปกครองตนเองกว่างสีจวง ผู้ซึ่งมีประสบการณ์เดินทางเป็นกลุ่มทัวร์ไปต่างประเทศตั้งแต่ปี 2000

“จริงๆแล้ว คือ เราเคยชินกับพฤติกรรมบางอย่างที่เราแทบจะไม่สังเกตว่ามันเป็นความไม่เหมาะสม” แต่หยางปอ กล่าวว่าเขาได้เห็นวิธีการเรียนรู้และประสบการณ์ท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการชี้นำพฤติกรรมของคนเราให้พัฒนาดีขึ้น

เงินยังสามารถหมายถึงการเรียนรู้โลกที่มากขึ้นและการมีมารยาทที่ดีขึ้น แต่บางครั้งยังแปลว่า การมีมาด เช่นการต้องการที่จะซื้อของเพียงเพื่อจะเอามาโชว์เท่านั้น หยาง กล่าว

 

หลิวเจ๋ย (Liu Jie) วัย 29 ปี ผู้นำทัวร์ต่างประเทศเป็นเวลากว่าสี่ปีรู้สึกพอใจกับทัศนคติของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีต่อพนักงานโรงแรม และพนักงานขาย แต่กล่าวว่านักท่องเที่ยวจีนยังจำเป็นที่จะต้องแสดงออกถึงความเคารพในวัฒนธรรมอื่นๆมากกว่านี้

“นักท่องเที่ยวชาวจีนมักแสดงการดูหมิ่นและความหยิ่งต่อศุลกากรของประเทศอื่นๆ ทำให้ฉันรู้สึกละอายใจที่จะเป็นผู้นำทัวร์ของพวกเขา” หลิวเจ๋ย ซึ่งบ้านเดิมอยู่กรุงเป่ยจิง กล่าว “ความประทับใจมากของฉันมาจากทัศนคติของพวกเขาที่มีต่อกฎเกณฑ์ของสังคม”

คนที่ใช้ชีวิตอาศัยอยู่ในประเทศจีนรู้ว่า กฎเกณฑ์ของสังคมไม่ใช่จุดแข็งของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ทางม้าลายเป็นกฎหมายมากกว่าข้อยกเว้น คนขับรถมีแนวโน้มที่จะขับรถเร็วและชอบเปลี่ยนเลนรถกระทันหัน รถยนต์จอดในเลนจักรยาน ทำให้จักรยานต้องไปขับร่วมกันในเลนรถยนต์ รถเมล์โดยสาร และรถสามล้อ

ในช่วงเวลาเร่งด่วนผู้โดยสารเบียดกระแทกกันเพื่อขึ้นรถเมล์หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน เสียงตะโกนระหว่างระหว่างคนขับรถเมล์และผู้โดยสารเป็นเรื่องทั่วไป การเข้าคิวต่อแถวเรียงหนึ่งเป็นเรื่องที่หาได้ยาก

ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศจีนนานพอสมควรพบว่าตัวเองได้เรียนรู้อะไรที่มากกว่าการเรียนรู้ภาษาจีน ศิลปท้องถิ่น หรือนิสัยการกิน แค่ถาม อนา โรพอท(Ana Ropot) ชาวมอลโดว่า วัย 25 ปีซึ่งอาศัยในประเทศจีนมาเจ็ดปีแล้ว

อนาจบบัณฑิตปริญญาตรี ทำงานเป็นนางแบบและนักแสดง part-time มีประสบการณ์น่าละอายที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตระหว่างเดินทางไปซิดนี่ย์ในช่วงฤดูร้อน

เธอกำลังยุ่งอยู่กับการส่งข้อความบนโทรศัพท์มือถือของเธอเมื่อเธอตกใจหลังจากรถยนต์บีบแตรและคนขับตะโกนใส่เธอ มันเป็นเพียงที่ อนา โรพอท พึ่งตระหนักว่า เธอยืนอยู่กลางถนนและเป็นเขตห้ามข้ามถนน

“ฉันไม่เคยมีความรู้สึกละอายใจเลยในชีวิต และที่แย่ที่สุดคือฉันไม่ได้แม้แต่มองไปที่สัณญาณไฟจราจรเลย” เธอกล่าว “ฉันเดาว่า ฉันอาจจะอยู่ในประเทศจีนยาวนานเกินไปแล้ว”

 

ปัญหาของผู่เจิ้นจาง (Pu Zhengzhang) คือ เขาจากประเทศจีนไปนาน จิตแพทย์เด็กเป่ยจิงผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในอเมริกาและฮ่องกงเป็นเวลากว่า 17 ปี กล่าวว่า เขามีประสบการณ์กับ ความตกใจทางวัฒนธรรม (Culture Shock) เมื่อเขาย้ายกลับมาอยู่ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ในปี 2009 นอกจากมีความยากลำบากในการปรับตัวให้เข้ากับการทำงานในท้องถิ่นแล้ว การขาดการมีน้ำใจในท่ามกลางหมู่คนในสังคมเป็นเรื่องที่รบกวนเขา

สัตว์เลี้ยงของชายวัย 48 ปีจากนานกิงทำให้เขาโกรธรวมทั้งการพูดเสียงดังในที่สาธารณะ การถอดรองเท้าออกในขณะโดยสารเครื่องบิน และการไอจามโดยไม่มีที่ครอบจมูก เพื่อจะหลีกหนีจากสถานการณ์ที่ไม่สบายใจเหล่านี้ ผู่ กล่าวว่า เขาหลีกเลี่ยงที่จะไปยังสถานที่ที่เป็นพื้นเมืองมากเกินไป

แต่เขายังคงพยายามที่จะมีน้ำใจให้กับสังคม เช่น การเปิดประตูค้างให้คนอื่น ถึงแม้จะไม่มีใครเห็นคุณค่าที่เขาทำ

“ถึงแม้ว่า พวกเขาจะไม่กล่าวคำขอบคุณ ผมก็จะกระทำอย่างนั้นอีก ผมไม่ต้องการที่จะตำหนิวัฒนธรรมเหล่านี้ ผมต้องการแสดงเป็นตัวอย่างที่ดี”

ในท้ายที่สุด คนที่อาศัยอยู่ในบ้านคือคนที่เรานำพาไปต่างประเทศ และในปี 2006 เมื่อมีคู่มือนักท่องเที่ยวเผยแพร่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า มันอาจจะต้องใช้เวลาในเป็นหลายชั่วอายุคนที่จะฝึกฝนและสร้างพฤติกรรมที่ถูกต้อง และสร้างภาพพจน์ที่ดีของนักท่องเที่ยวชาวจีน

จริงๆแล้วการปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีและวินัยที่ดีไม่ใช่แค่วันสองวันก็ทำได้ ประเทศไทยใช้เวลาสิบกว่าปีกว่าคนไทยจะเข้าแถวเรียงคิวกันเป็นเพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกปลุกวินัยการเข้าแถวในยุคนั้น ในขณะที่คนจีนมีเป็นพันล้าน และการปลูกฝังวินัยและมารยาทที่ดีได้ถูกทำลายตั้งแต่ยุค Culture Revolution แล้ว

อย่างที่เขาว่า คงต้องใช้เวลาหลายๆชั่วอายุคนเลยกว่าจะปรับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีน ยังไงพวกเราก็ทนๆกันหน่อยเพราะเดี๋ยวนี้พวกเขาใหญ่เพราะกระเป๋ามีตังค์เยอะ ใครๆก็ต้อนรับ...



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
ลำชานบ้านบู วันที่ : 21/11/2012 เวลา : 12.01 น.

(0)
สวัสดีครับ
ลองจัดอันดับกันสัก 10 อันดับมั้ยครับ...
ความคิดเห็นที่ 7
rosawan วันที่ : 20/11/2012 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rosawan
AT  THE  END  OF  THE  STORM  THERE'S  A  GOLDEN  SKY.

(0)
ชอบเอนทรี่นี้จังค่ะ
และพวกเราเองก็น่าจะฉุกคิดในเรื่องนี้บ้าง
เพราะหลายข้อเสียของชาวจีนก็มีที่คล้ายๆและเหมือนกับความเป็นไทยๆ-อย่างที่ชอบเรียกกัน-เหมือนกันนะคะ

ถ้าตัดเรื่องการเป็นนักท่องเที่ยวออกไป---ทั้งหลายทั้งมวลมันคงอยู่ที่ว่าคนๆนั้นอยู่ในชาติของตนยังไงด้วย

ความคิดเห็นที่ 6
มะอึก วันที่ : 20/11/2012 เวลา : 15.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

(0)
เป็นบทความที่อ่านสนุกมากบทความหนึ่ง...ที่ผมได้อ่านในวันนี้ครับท่าน....
ความคิดเห็นที่ 5
แม่หมี วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

(1)
อ่านแล้วไม่ขอวิจารณ์...เพราะไม่เคยสัมผัส

บางทีเป็นเพราะวัฒนธรรมหรือการดำรงชีวิตในอดีตที่หล่อหลอมให้ชาวจีนเป็นเช่นนั้น

หรือเรามีมารยาทเรียบร้อย แบบไทยๆ อดทนและเราก็มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายตามประสาคนไทยในอดีต เราก็เลยไม่เป็นอย่างเขา
แต่แม่หมีว่า ถ้าเรามองจริงๆมองให้ลึก สังคมไทยก็เปลี่ยนไป เราอดทนน้อยลง เอาแต่ใจตัวเองมากขึ้น เห็นแก่ตัวมากขึ้น สุดท้ายเราก็ไม่ต่างอะไรกับชาวจีน

หรือญี่ปุ่น เขาอยู่ในสภาวะที่ต้องเจอภัยพิบัติ มีแผ่นดินไหว เคยยากลำบากเพราะแพ้สงคราม แต่ก็มีวัฒนธรรมที่ดีงาม หลังเกิดสึนามิ หลายสิ่งที่เราเห็นคนญี่ปุ่น แม้ในเวลาที่ยากเข็ญเขาก็ผ่านมาได้

สังคมเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยน นิสัยใจคอที่เคยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ก็พบได้ยาก

เห็นเขาวิจารณ์คนจีนแรงๆ เรายิ่งต้องดูตนเองว่าเรากำลังทำแบบเดียวกับเขาหรือไม่

ถ้าไม่...นับว่าโชคดี สังคมต้องการคนดีเสมอ


ความคิดเห็นที่ 4
hayyana วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 21.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

(0)
มารอฟังคนอื่นจะตอบว่ายังไงครับ
ความคิดเห็นที่ 3
BlueHill วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 21.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
ถ้าเป็นประเภท ขาดความรับผิดชอบต่อธรรมฃาติละก็
นักท่องเที่ยวไทยติดอันดับแน่ๆ
ความคิดเห็นที่ 2
Jui วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(1)
น่านนะสิ เดี๋ยวนี้พอเงินเข้าสิงคนไทยวินัยหายหมด
อย่าว่าแต่คนจีนเลย...พอๆกัน
ความคิดเห็นที่ 1
chalee วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

(0)
สวัสดีค่า พี่จุ้ย

นึกถึงตอนที่ต้องไปสัมนา ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
ซึ่งโรงแรมนี้ ค่อนข้างจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเยอะมาก
และที่ทำงานก็ผูกขาด การจัดอบรมสัมมนาที่โรงแรมนี้ซะด้วย

เราต้องทำอะไรให้เร็วขึ้น เช่นต้องลงไปรับอาหารเช้าเร็วกว่าเขา
ต้องลงกินกลางวันเร็วกว่าเขา

ไม่อย่างนั้น เขาจะแย่งๆๆๆๆๆ จนถาดอาหารไม่เหลืออะไรให้เรากิน
งงมาก ว่าทำไมต้องกวาดไปจนหมด ลงมากว่า เราเข้าแถว
แต่ทำไม เขามาถึงก็จ้วงเอา จ้วงเอา

จะว่าไป คนไทยที่ขาดวินัยก็ยังมีอีกมากเหมือนกันนะคะ
แต่มันก็ค่อยๆ มีเพิ่มขึ้นทีละนิด
เรื่องวินัย มันเป็นเรื่องที่ต้องฝึก ต้องทำจนเกิดความเคยชิน
ไม่งั้น ก็มีเหตุให้น่าอายได้อยู่เรื่อยๆ และค่ะ
...
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน