• Jui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nopprasornn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 398
  • จำนวนผู้ชม : 1197850
  • จำนวนผู้โหวต : 632
  • ส่ง msg :
  • โหวต 632 คน
<< ธันวาคม 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม 2555
Posted by Jui , ผู้อ่าน : 1326 , 12:05:21 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน

จากการศึกษาในห้องเรียนแบบดั้งเดิมสู่การศึกษาออนไลน์...

ยุคข้อมูลข่าวสารในปัจจุบันได้สร้างยุคใหม่ของการศึกษาขึ้น โดยมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นของจำนวนนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เรียนหนังสือบนชั้นเรียนในโลกออนไลน์ของประเทศจีน

 

หยางหยูฉี (Yang Yuqi) คุณครูสอนเปียนโนวัย 29 ปีจากมณฑลยูนนาน ไม่ได้ย่างเท้าก้าวเข้าไปในมหาวิทยาลัยเป็นเวลามากกว่าสองปี หลังจากที่เธอเริ่มสอนการเรียนบนออนไลน์

“หลักสูตรเรียนเปียนโนเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่แพงที่สุดของครอบครัวของฉันเมื่อฉันเริ่มเรียนเครื่องดนตรีนี้เมื่อ 15 ปีก่อน” เธอกล่าว

“แม่ของฉันพาฉันนั่งรถไฟจากคุนหมิง (เมืองหลวงของมณฑลยูนนาน) ไปเซี่ยงไฮ้ทุกๆสองสัปดาห์เพื่อให้ฉันได้เรียนจากคุณครูที่ดีที่สุดที่สอนเพลงบางเพลงที่มีชื่อเสียงที่สุดที่อนุรักษ์ไว้”

นั่นเป็นเรื่องปกติสำหรับการเรียนเปียนโนเป็นวิชาหลัก หยางกล่าว

เธอเดินทางไปเมืองอื่นๆดังเช่น เป่ยจิง และเซี่ยงไฮ้ เพื่อเข้าร่วมการเรียนเปียนโนเมื่อเธอศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย Yunnan Normal University ในปี 2004

“ฉันไม่ต้องการพลาดโอกาสยากๆเหล่านี้สักเพียงครั้งเดียว” หยางกล่าว

ปัจจุบัน หยางหยูฉีเข้าชมหลักสูตรการเรียนเปียนโนเหล่านี้โดยวีดีโอที่บ้านจากเวปออนไลน์ Popiano.org เธอสามารถโต้ตอบกับนักเรียนของเธอและผู้ปกครองของนักเรียนเหล่านั้นผ่านทางเวปออนไลน์

“มีสิ่งเดียวเกี่ยวกับการเข้าชมวิดีโอออนไลน์ คือ คุณไม่สามารถถามปัญหากับคุณครูในทันที” เธอกล่าว

“นี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่แตกต่างจากการเรียนในชั้นเรียน”

มหาวิทยาลัยในประเทศจีนเป็นจำนวนมากกำลังเร่งที่จะสร้างเวปไซด์การเรียนการสอนออนไลน์

มหาวิทยาลัย Central China Normal University ที่อู่ฮั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ยมีหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลมากกว่า 20 หลักสูตรเสนอให้บริการในห้องเรียนออนไลน์

หยางจงไข่ (Yang Zongkai) อธิบดีของมหาวิทยาลัยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้เข้ากับโลกออนไลน์ในที่ประชุมการศึกษานานาชาติ โดยมี Microsoft Research Asia เป็นแม่งานเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้

“สิ่งที่พิเศษเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย CCNU คือ ส่วนใหญ่ของนักศึกษาที่จบไปซึ่งอยู่ในวัย 20 ปีจะกลายมาเป็นคุณครูที่สอนการศึกษาขั้นพื้นฐาน”

“นั่นหมายถึงว่า พวกเขาจะเป็นครูผู้สั่งสอนเด็กนักเรียนที่เกิดในยุคดิจิตอล แต่คุณครูเหล่านี้ยังคงเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ผู้อพยพยุคดิจิตอล” พวกเขาเหล่านี้ยังคงต้องเรียนรู้อีกมากมาย”

ถังปิน (Tang Bin) อาจารย์มหาวิทยาลัย อายุ 38 ปี เริ่มสอนการเรียนบนชั้นเรียนออนไลน์ 4 ปีมาแล้ว

ถังกล่าวว่า มันทำให้เขามีภาระที่หนักมากในการสอน

“รูปแบบของการเรียนการสอนในชั้นเรียนแบบดั้งเดิมนั้นง่ายและชัดเจน” ถังปิน กล่าว

“การควบคุมการเรียนของนักศึกษาทั้งชั้นไม่สลับซับซ้อน แตการให้นักเรียนทุกๆคนใส่ใจในการเรียนยังเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ในการสอนออนไลน์

“มันเป็นการยากมากที่จะทราบว่านักเรียนยังอยู่ในชั้นเรียนออนไลน์และมีความปรารถนาที่จะเข้าร่วมในการสนทนาออนไลน์ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า นักเรียนไม่ได้หนีเรียน หรือ กำลังทำอะไรอื่นๆ”

มีนักศึกษาประมาณจำนวน 50 คนในทุกๆหลักสูตรทฤษฎีการเรียนขั้นพื้นฐานที่ถังปินสอน หลักสูตรเหล่านี้เป็นวิชาบังคับสำหรับหลักสูตรหลักของวิชาคุรุศาสตร์”

ถังปินแบ่งนักศึกษาออกเป็นกลุ่มย่อยๆเพื่อส่งเสริมให้มีการอภิปรายภายในกลุ่ม

เขารู้สึกภูมิใจที่ค้นพบว่า นักศึกษาที่ขี้อาย หรือค่อนข้างเงียบกลายเป็นนักพูดบนชั้นเรียนออนไลน์

“การให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียนทำได้ดีบนชั้นเรียนออนไลน์มากกว่าชั้นเรียนปกติแบบดั้งเดิม” เขากล่าว

“เราในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัยมีประสบการณ์ในการปวดหัวเมื่อพยายามที่จะให้นักศึกษาแสดงทัศนคติหรือความเห็นในชั้นเรียน ปัญหาเหล่านี้จบไปเมื่อเราหันมาใช้ชั้นเรียนออนไลน์”

แต่เขายังคงประสบปัญหาเรื่องเทคนิค อาทิเช่น เครื่องคอมพิวเตอร์เสีย หรือสัญญาณอินเตอร์เนตหลุดระหว่างการเรียนการสอน

หยางจงไข่ อธิบดีกล่าวว่า ประมาณร้อยละ 90 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยมีคอมพิวเตอร์เป็นของตนเอง

ทางมหาวิทยาลัยจะเริ่มเป็นหุ้นส่วนกับ Microsoft Research Asia ในพื้นที่ “บูรณาการคนและเครื่องมือคอมพิวเตอร์” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ออนไลน์

ถังปิน กล่าวว่า ในช่วงสี่ปีได้มีความต้องการและการขยายการเรียนการสอนออนไลน์

“เมื่อมหาวิทยาลัย CCNU ดำเนินการสอนทั้งแบบออนไลน์และในชั้นเรียนแบบดั้งเดิม เราพบว่านักศึกษาทำผลงานได้ดีบนการศึกษาออนไลน์ในด้านการวิจัยและความคิดอย่างมีวิจารณญาณ แต่โดยทั่วไปไม่มีความรู้พื้นฐานมากในวิชาเหล่านั้น” ถังปิน สรุป

แอนดรู นัก (Andrew Ng) ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัย Stanford ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coursera ซึ่งให้บริการ “หลักสูตรเปิดจำนวนมหาศาลบนเวปออนไลน์” มากกว่า 100 ประเภทวิชา กล่าวว่า นักศึกษาจีนคือฐานลูกค้าใหญ่เป็นอันดับสี่ที่บริษัทเขาให้บริการ

“รวมทั้งการใช้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาจีนที่ค่อนข้างดีซึ่งทำให้ผมแปลกใจ” แอนดรู กล่าว

หลักสูตรของ Couresa ปัจจุบันมีให้บริการใน 119 ประเทศ ในเวป Sina Weibo มีสมาชิกมากกว่า 850 คน

แต่แอนดรู นัก และ ถังปิน เห็นตรงกันว่า การเรียนออนไลน์ไม่สามารถมาแทนที่การเรียนการสอนในชั้นเรียนแบบดั้งเดิม

“หลายคนมักถามผมว่า ตั้งแต่คุณเริ่มสอนการเรียนออนไลน์ คุณคิดไหมว่า มันยังคงเป็นสิ่งจำเป็นไหมที่จะต้องเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย Stanford ในความรู้สึกแบบเดิมๆ” แอนดรู กล่าว

“ผมเชื่อเสมอว่า หลักสูตรทั้งหมดจะกลายเป็นสิ่งที่สามารถเข้าถึงได้ฟรีสำหรับทุกๆคนที่ปรารถนาที่จะเรียน นี่คือ แนวโน้มที่แน่นอนในอนาคต” 

แต่การเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย Stanford ให้สิ่งที่มากกว่า แอนดรู นัก กล่าว

“มันหมายถึงว่า คุณจะสามารถเข้าไปเรียนร่วมกับกลุ่มคนที่มีความฉลาดพอๆกับคุณ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่อะไรคือสิ่งที่สอนที่นี่ มันค่อนข้างจะเกี่ยวกับการเปิดภูมิปัญญาของคุณแอนดรู สรุป

นี่ คือ สิ่งที่ไม่สามารถแทนที่ได้ด้วยการเรียนออนไลน์

เป็นอีกช่องทางหนึ่งของการศึกษาที่มากับเทคโนโลยี่ดิจิตอลในยุคปัจจุบัน ซึ่งประเทศจีนได้ใช้เป็นช่องทางในการพัฒนาบุคลากรของประเทศให้มีความรู้และแข่งขันกับประเทศอื่นๆทั่วโลกๆได้ ถึงเวลาแล้วที่นักคิดเรื่องการศึกษาของไทยต้องมานั่งคิดเพื่อพัฒนาการศึกษาให้ทันกับยุคของโลกปัจจุบัน

หรือเพียงแต่ปล่อยให้นักศึกษาไทยใช้ยุคดิจิตอลเพียงแค่การสนทนาและความบันเทิง ดังเช่น Facebook Twitter หรือเกมส์ออนไลน์ เพียงเพื่อเป็นที่หนึ่งในการกดโหวตหรือทำสถิติ แต่ไม่พัฒนาทางด้านภูมิปัญหา แถมบางครั้งยังเป็นช่องทางให้มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทะเราะกันอีกต่างหาก...



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
BlueHill วันที่ : 06/12/2012 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
หลักสูตรทั้งหมดจะกลายเป็นสิ่งที่สามารถเข้าถึงได้ฟรีสำหรับทุกๆคนที่ปรารถนาที่จะเรียน นี่คือ แนวโน้มที่แน่นอนในอนาคต

ใช่ครัีบ เข้าไปในบล็อกหรือยูทูป จะเห็นคนอัพโหลดการเรียนการสอนวิืชาการต่างๆเต็มไปหมด แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เราจะเลือกใครหรืออะไรดี
ความคิดเห็นที่ 3
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 06/12/2012 เวลา : 14.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

(0)
เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดี ถ้ารู้จักการประยุกต์ใช้
ความคิดเห็นที่ 2
Jui วันที่ : 06/12/2012 เวลา : 12.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(0)
นักเรียนจีนขยันใฝ่หาความรู้ เพราะว่าชีวิตพวกเขาคือการแข่งขัน
โดยเฉพาะเด็กที่ไม่ค่อยมีฐานะ ปีหนึ่งมีคนจบการศึกษาเป็นล้าน
ทำอย่างไรที่จะหางานทำได้...การเรียนจึงเป็นเรื่องใหญ่
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 06/12/2012 เวลา : 12.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

(0)
ผมยังมองโลกแคบๆครับ
ผมไม่เคยเชื่อว่าคนไทย ใช้เครื่องมือทางดิจีัตัลเรียนรู้มากกว่าใช้เพื่อความบันเทิง
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน