• Jui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nopprasornn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 398
  • จำนวนผู้ชม : 1202400
  • จำนวนผู้โหวต : 632
  • ส่ง msg :
  • โหวต 632 คน
<< ธันวาคม 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม 2555
Posted by Jui , ผู้อ่าน : 6585 , 09:48:18 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 11 คน

หลักฐานชัดเจนในเหตุการณ์สังหารหมู่นานจิงออกเผยแพร๋แล้ว...

หนึ่งสัปดาห์ก่อนครบรอบ 75 ปีของเหตุการณ์สังหารหมู่นานจิง ความโหดร้ายได้ถูกเปิดเผยอย่างละเอียดในหนังสือเล่มใหม่ซึ่งถูกตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อวันอังคารก่อน นำเสนอมุมมองใหม่ๆและเหตุผลที่สนับสนุนมากขึ้น

จางเซียนเหวิน (Zhang Xianwen) ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยนานจิง (Nanjing University) และหัวหน้ากองบรรณาธิการหนังสือดังกล่าว แถลงว่า “คุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของหนังสือประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์ที่สุดในเหตุการณ์นานจิงเล่มนี้ ถูกวางอยู่บนเหตุผลและข้อเท็จจริง” หนังสือฉบับภาษาอังกฤษและภาษาจีนจะจัดพิมพ์ภายในสองปีนี้ และฉบับภาษาอื่นอยู่ในการวางแผนจัดพิมพ์

 

เฉินจงหยวน (Chen Zhongyuan) และผู้รอดชีวิตที่เหลือจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่นานจิงถือภาพ portrait ของตนในหนังสือ Living History: Poetry and Portraits of Nanjing Massacre Survivorsที่เมืองนานจิง มณฑลจียงซู เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

หนังสือจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนานจิง อธิบายถึงการสังหารหมู่ชาวจีนในสามบท ถือว่าเป็นผลงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการบอกเล่าบนเหตุการณ์ในครั้งนั้น ส่วนใหญ่ของเนื้อหาในหนังสือมาจากเอกสารทางประวัติศาสตร์เผยแพร๋ในปี 2005-2010

กลุ่มผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ใช้เวลาในการศึกษาวิจัยเหตุการณ์สังหารหมู่นานจิงนี้นานกว่า 10 ปี ในปี 2010 ได้เผยแพร่หนังสือแหล่งข้อมูลถึง 72 เล่ม

เนื้อหาในหนังสือที่มีความหนากว่า 1,000 หน้า เปิดเผยถึงชีวิตที่สามัญธรรมดาของประชาชนในห้วงเวลานั้น และชาวต่างชาติที่ตอบสะท้อนต่อโศกนาฎกรรมในครั้งนั้น

 

“ความพยายามที่จะค้นหาความจริงได้มาถึงยุคใหม่กับการพิมพ์เผยแพร่หนังสือเล่มนี้” ซุนจายเว่ย (Sun Zhaiwei) หนึ่งในคนเขียนหนังสือเล่มนี้และนักวิจัยจากสถาบันสังคมศาสตร์มณฑลเจียงซู (the Jiangsu Provincial Academy of Social Sciences) แถลง

กองทัพญี่ปุ่นเปิดฉากการรบสังหารหมู่ในเมืองนานจิงซึ่งเป็นเมืองหลวงในช่วงนั้นเป็นเวลาหกสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 1937 เมื่อกองทัพญี่ปุ่นพิชิตและครอบครองเมืองนี้

หนังสือและสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับการสังหารหมู่เผยแพร่ในยุค 1980 เน้นไปที่การต่อสู้กับการปฎิเสธของนักวิชาการฝ่ายขวาญี่ปุ่นว่า เหตุการณ์นี้ไม่เกิดขึ้น จางเหลี่ยนหง (Zhang Lianhong) รองบรรณาธิการของหนังสือเล่มนี้ และ ศาสตรจารย์ภาคประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Nanjing Normal University กล่าว

ความแตกต่างในความเห็นเปิดเผยออกมาในบางประเด็น จางเหลี่ยนหง กล่าว ตัวอย่างเช่น ตัวเลขของจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อในเหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งนั้น

จางเหลี่ยนหง แถลงว่า นักวิชาการเชื่อว่า ตัวเลขของคนที่ตกเป็นเหยื่อสังหารหมู่ในครั้งนี้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 300,000 ราย แต่พวกเขาไม่ได้จำแนกยอดผู้เสียชีวิตในหนังสือเล่มนี้ แต่ระบุหลักฐานของจำนวนเหยื่อผู้เสียชีวิตในบทต่างๆหลายบทในหนังสือ “เราเพียงนำเสนอหลักฐาน เราต้องการให้ผู้อ่านพิจารณาด้วยตนเอง” เขากล่าว

“ตัวเลขที่ชัดเจนของจำนวนเหยื่อไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นจริง คือ การสังหารหมู่ที่นานจิงเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธ์อย่างโหดร้ายทารุณต่อผู้คนจำนวนมากพลเรือนและนักโทษสงครามจำนวนมากถูกฆ่าตาย” เขากล่าว

 

โศกนาฎกรรมของมนุษยชาติ

การสังหารหมู่ทีเมืองนานจิงไม่ใช่เป็นเพียงโศกนาฎกรรมของชาวนานจิง แต่เป็นความอัปยศอดสูของมนุษยชาติ ซุนจ่ายเว่ย กล่าว เหยื่อผู้หญิงอย่างน้อย 20,000 รายถูกข่มขืน หนึ่งในสามของเมืองถูกเผา และพลเรือนเป็นแสนถูกสังหารในสงครามที่โหดร้ายนี้ ซุน เน้นย้ำ

“ผู้หญิงถูกฆ่าหลังจากโดนข่มขืน เหยื่อบางคนถูกฝังทั้งที่ยังมีชีวิต และบางคนถูกเผาจนตาย คนเป็นแสนถูกต้อนไปที่ริมแม่น้ำและถูกสังหารด้วยปืนกลอัตโนมัติ” ซุนจ่ายเว่ย กล่าว

การใช้คำเรียกว่า “ทาสเซ็กซ์” (Sex Slaves) ซึ่งหมายถึง ผู้หญิงที่ถูกบังคับจากทหารญี่ปุ่นมาให้บริการทางเพศให้แก่ทหารญี่ปุ่น ถูกทดแทนด้วยคำเรียก “หญิงปลอบใจ” (Comfort Woman) เป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญอีกอย่างในหนังสือ “พวกเธอจริงๆแล้วตกเป็นเหยื่อในการกระทำความรุนแรงทางเพศจางเซียนเหวิน กล่าว

การศึกษาและวิจัยในเหตุการณ์สังหารหมู่นี้ได้ลงลึกในรายละเอียดและขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานี้ โดยนักวิชาการจีนได้เดินทางไปประเทศต่างๆกว่า 8 ประเทศเพื่อไปรวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ หนังสือครอบคลุมถึงการเปิดพื้นที่ใหม่ๆให้แก่สภาพจิตใจและการดำรงชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองนานจิงในห้วงเวลาของการสังหารหมู่ ตามคำแถลงของจางเหลี่ยนหง

นอกจากนี้จากประสบการณ์ของเหยื่อ มุมมองเพิ่มขึ้นต่อกองทัพญี่ปุ่น และมุมมองจากบุคคลที่สามอาทิเช่นหมอสอนศาสนา และพวกมิชชันนารี่ ก็ถูกรวบรวมไว้ในหนังสือเล่มนี้

นักประวัติศาสตร์จีนหวังว่า ประชาชนจากทั้งประเทศจีนและญี่ปุ่นจะได้เรียนรู้จากประวัติศาสตร์และหลีกเลี่ยงจากการก่อโศกนาฎกรรมซ้ำๆในอนาคต “ความตั้งใจที่ดีของหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่อยู่ที่การสร้างความเกลียดชังให้แก่คนทั้งสองประเทศนี้ แต่ช่วยให้ทั้งสองประเทศสามารถหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ” จางเซียนเหวิน กล่าว

 

เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นจากสถานกงสุลญี่ปุ่น นครเซี่ยงไฮ้มาเยี่ยมพูดคุยกับจางเซียนเหวินสองครั้งในปี 2005 และปี 2007 เพื่อรับฟังความคิดเห็นของเขาในเหตุการณ์สังหารหมู่นานจิง

“พวกเขาเพียงนั่งฟังอย่างเงียบๆ และไม่ตั้งคำถามใดๆ” จาง กล่าว อย่างไรก็ดีจางเซียนเหวิน รับแจ้งว่า มีประกาศในเวปไซด์ทางการของกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นเมื่อไม่นานมานี้หลังจากการเข้าเยี่ยมในปี 2005 แถลงว่า “ตามหลักฐานที่ปรากฎ เป็นเรื่องจริงว่า ญี่ปุ่นได้ทำร้ายพลเรือนหลังจากเข้ายึดครองเมืองนานจิง”

จางเหลี่ยนหง กล่าวว่า ในระหว่างการศึกษาวิจัยร่วมกันของจีนและญี่ปุ่น ทั้งสองประเทศตกลงกันได้ในเรื่องความโหดร้ายของการสังหารหมู่ แต่มีความเห็นแตกต่างในเรื่องจำนวนของผู้ตกเป็นเหยื่อสังหาร

ด้วยการเผยแพร่เอกสารทางประวัติศาสตร์การสังหารหมู่ที่นานจิง นักศึกษาวิจัยจากทั่วโลกเริ่มที่จะใช้งานวิจัยทางประวัติศาสตร์ของจีนเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ จางเหลี่ยนหง กล่าว “สิ่งพิมพ์และหนังสือเริ่มที่จะกล่าวถึงเอกสารเหล่านี้บ่อยๆ และเรายังได้ถูกเชิญเข้าร่วมในการประชุมนานาชาติในเรื่องราวเกี่ยวกับเอเชียในฐานะผู้บอกเล่าเหตุการณ์”

 

ประวัติศาสตร์ ก็คือ ประวัติศาสตร์

จางเหลี่ยนหง กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของงานศึกษาวิจัยไม่ใช่เพียงแต่ได้รับการยอมรับจากนักวิชาการนานาชาติ แต่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของชาวจีน “ผู้คนเริ่มที่จะถกเถียงเรื่องราวประเด็นนี้ด้วยทัศนคติที่มีเหตุผลบนพื้นฐานของหลักฐานทางประวัติศาสตร์แทนที่จะทะเราะกันเพราะความโกรธ” เขากล่าว

ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้กล่าวว่า เขาหวังว่า ประวัติศาสตร์ คือ ประวัติศาสตร์ การเมือง คือ การเมือง ในฐานะนักวิจัยไม่ควรจะยืนอยู่ข้างฝ่ายใด

“การวิจัยทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับโศกนาฎกรรมควรดำเนินต่อไป ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนและญี่ปุ่นจะเป็นอย่างไรในอนาคต” จางเซียนเหวิน กล่าว “อนาคตที่สดใสงดงามสามารถมาจากเพียงเมื่อคนเราสามารถเผชิญกับประวัติศาสตร์ในหนทางที่ถูกต้อง

ทุกปีประเทศจีนจะนำเหตุการณ์นี้มาเผยแพร่ให้คนจีนทั้งประเทศรับทราบและจดจำก่อนถึงวันที่ 13 ธันวาคมซึ่งเป็นวันครบรอบวันเริ่มต้นเกิดเหตุการณ์ และทุกปีคนจีนก็จะตะโกนให้ญี่ปุ่นกล่าวคำขอโทษที่เคยกระทำต่อคนจีนในสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ปราศจากการน้อมรับจากญี่ปุ่น เพียงเพราะญี่ปุ่นยอมรับไม่ได้ต่อเหตุการณ์ที่ประเทศตนกระทำต่อประเทศอื่นๆ

ตราบใดที่ประเทศหนึ่งยังไม่ยอมรับการกระทำต่ออีกประเทศและขอโทษ โลกก็ไม่สงบ การสะสมอาวุธและยุทโธปกรณ์ก็จะเพิ่มขึ้น เพราะไม่มีประเทศไหนไว้ใจประเทศไหนยังแท้จริง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

(0)
ฆ่าเด็กเล็กๆ ข่มขืนผู้หญิง ตัดหัวกันเฉยเลย สุดโหดกันจริงๆ ขออย่าให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยเลย
ความคิดเห็นที่ 18
Maira วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

(0)

(courtesy of John Simmon)

ค่ะ..โศรกนาฏกรรมของมนุษย์ชาติ "Man's inhumanity to man."
มีขึ้นได้ตลอดเส้นทางของประวัติศาสตร์ และมนุษย์ไม่เคยจดจำ

เหตุการณ์สังหารหมู่นานจิงก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น
แต่ที่น่าเสียใจก็คือ ญี่ปุ่นไม่เคยยอมรับว่ามันเกิดขึ้น
ความคิดเห็นที่ 17
พันธุ์สังหยด วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

(0)
ญี่ปุ่นเองก็อายจนยอมรับไม่ได้ต่อเหตุการณ์ที่ประเทศตนกระทำต่อประเทศอื่นๆ นี่ยังไมรวมที่มาทำกับคนไทยอีกนะครับ คนนี่น่ากล้วจริง ๆ
ความคิดเห็นที่ 16
แม่หมี วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 19.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

(0)
โศกนาฎกรรม ที่น่าเศร้าใจ....

จขบ. บอกภาพเหล่านี้โหดน้อยที่สุดแล้ว.....

แสดงว่าภาพอื่นๆคง....
ความคิดเห็นที่ 15
hayyana วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

(1)
โหดมากครับ ควรจะรับรู้กันไว้เป็นความรู้และอุทาหรณ์เตือนว่า
คนหมู่มากสามารถถูกปลุกปั่นทางความคิดให้ทำอะไรที่คิดไม่ถึงได้

แต่เหรียญมีสองด้านเสมอครับ
เหมาเจ๋อตงเคยกล่าวไว้ว่า "ขอบคุณญี่ปุ่นที่รุกรานจีน ไม่ต้องชดใช้อะไร"
เพราะไม่งั้นพรรคคอมมิวนิสต์ไม่มีสิทธื์ได้เกิด และจีนอาจจะเหลือขนาดเล็กกว่านี้หลายเท่า

ที่จริงเรื่อง Nanjing นี้ในอินเตอร์เน็ทหาอ่านหาดูได้ทั่วไป หนังสือตามห้องสมุดก็มีเยอะแยะ
ฝรั่งต่างชาติเท่าที่คุยๆมาก็รับรู้กันครับ แต่ในญี่ปุ่นผมไม่แน่ใจ ไว้จะลองถามดูหลายๆคน
แต่คนที่ผมรู้จักก็รู้และรับทราบ เขาก็ไม่โทษอเมริกันด้วย
ปัจจุบันบริบทของคนต่างไป ไม่ควรจะเอามาเป็นจุดประทุความเกลียดชังหรือเสริมอำนาจทางการเมือง
แต่ควรเอามาเป็นบทเรียน คนเยอรมันเดี๋ยวนี้ก็ไม่ใช่จะเลวร้าย
คนรัสเซียที่ตายไปมากกว่าจีนก็ไม่ได้จะจ้องจงเกลียดจงชังเยอรมันแล้ว แต่ก็คงลืมไม่ลง
พิพิธภัณฑ์สงครามเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด
เยอรมันเองก็ไม่ได้พยายามลบทิ้ง สิ่งไดที่เป็นอนุสรณ์สงครามเขาก็เก็บไว้
แต่ยิวสงสัยจะยังมีปัญหาอยู่..มั๊ง


ปล. พิมพ์ลำบากมากครับ ตาลาย

ขอบคุณที่นำมาเสนอครับ
ความคิดเห็นที่ 14
Reds วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Redsscouser
รอย ฮอดสัน อาจจะไม่ใช่ผู้จัดการที่ดีที่สุด แต่เขาอาจจะเป็นผู้จัดการทีมที่เหมาะสมที่สุด ....  

(0)
โหดมากเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 13
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 16.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

(0)
ภาพโหดมาก ยังไม่อยากดู ขอไปทำใจก่อนค่อยมาดูและอ่านค่ะ
ประวัติศาสตร์ก็คือประวัติศาสตร์ ภาพเหล่านี้ เป็นภาพจริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ แต่ชาวญี่ปุ่นดูเหมือนจะไม่รู้ เพราะผู้นำของเขาได้จงใจลบออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ให้ญี่ปุ่นมีแต่ภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาชาวโลก ให้คนพูดถึงแต่ญี่ปุ่นในด้านดี
เคยคิดเหมือนกันว่า ถ้าตอนนั้นเราไม่ยอมญี่ปุ่น แล้วคนไทยจะเจออะไรบ้าง ? และถ้าต่อไปล่ะ ?
ความคิดเห็นที่ 12
su วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 16.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

(0)
ที่โดนปรมณูไปสองลูกนั้น ก็สาสมแก่โทษแล้ว. มิน่าไม่ค่อยมีใครสมเพชเวทนาคนญึ่ปุ่น ที่โดนปรมณู เพราะทำริยำกับเพื่อนร่วมโลกไปเยอะ.
ความคิดเห็นที่ 11
Hiriotappa วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 15.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

(0)
คนทำเขาต้องได้ประโยชน์จากการกระทำเขาจึงสั่งแบบนั้น แต่สาเหตุที่รู้กันช้าอาจจะมาจากเรื่อง แพะๆ นั่นแหละครับ
ความคิดเห็นที่ 10
Jui วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(0)

ช่วงนั้นคนบ้าเป็นเบือน้อง ไม่งั้นไม่ตายเยอะ
พี่ไทยขนาดรู้หลบเป็นหลีก ยัง...โดน
ความคิดเห็นที่ 9
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 14.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

(0)
ก็แค่คนบ้าไม่กี่คน แต่สั่งฆ่าคนบริสุทธิ์เสียมากมาย
ความคิดเห็นที่ 8
ต้นไม้(ไชยสุภา) วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tree-chaisupa

(0)
ความโหดร้อยของมนุษย์ แค่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยเท่านั้นเอง..
ความคิดเห็นที่ 7
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

(0)
เป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมของมนุษยชาติที่ไม่เคยเป็นบทเรียนของผู้ที่กระทำการในเวลาต่อมา
ความคิดเห็นที่ 6
ลุงตุ่ย วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 10.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

(0)
โหดร้ายจริงๆครับ
ความคิดเห็นที่ 5
แม่น้องปลื้ม วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyasit

(0)
สัตว์ที่ว่าดุร้ายที่สุดในทั้งหมดของส้ตว์ แต่ยังไม่โหดร้ายเท่าคน
หดหู่จังเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 4
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 10.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

(0)
ผมมีหนังเรื่องนี้ที่สร้าง
พระเอกจีน(ฉินฮั่น) นางเอกเป็นคนญี่ปุ่น เล่นเป็นเมียพระเอกที่เป็นหมอ
หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของญี่ปุ่น ขนาดนางเอกเป็นคนญี่ปุ่นยังโดนพวกเดียวกันรังแก..ทำร้าย

หวังว่าคงไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก
ความคิดเห็นที่ 3
Jui วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(1)
ภาพอันโหดร้ายยังมีอีกเยอะมาก คัดเอาภาพที่โหดน้อยสุดมาลงให้ชม
ภาพเหล่านี้เผยแพร่ในรั้วมหาวิทยาลัยจีน ให้นักศึกษาเรียนรู้อดีต
เพื่อไม่ให้ชาวจีนลืมความจริงที่โหดร้ายแขมขื่น
ความคิดเห็นที่ 2
BlueHill วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 10.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
ผมยังสงสัยอยู่ว่าเพราะเหตุใดมนุษย์เราจึงได้โหดร้ายขนาดนั้น

เป็นความอัปยศอดสูของมนุษยชาติจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 1
เนวาด้า วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dianaNEVADA
http://www.omoneyonline.com/kitdakan  แรงบันดาลใจในอิสระแห่งหัวใจhttp://www.omoneycenter.com/806498/G

(0)
อ่านช้า และขออ่านอีกรอบ
แผ่เมตตาให้ผู้บริสุทธิ์ และ ผู้หลงผิด ทั้งปวง
แต่ละภาพมันแสนโหดร้ายจังค่ะ หาก ตายแล้วเกิดใหม่ กี่ครั้งก็ให้ทุกจิตวิญาณพบสุขคติภพ ..........
.
.
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน