• Jui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nopprasornn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 398
  • จำนวนผู้ชม : 1182709
  • จำนวนผู้โหวต : 631
  • ส่ง msg :
  • โหวต 631 คน
<< มกราคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 25 มกราคม 2556
Posted by Jui , ผู้อ่าน : 3973 , 07:31:02 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน

คอเป็ดต้มเผ็ด...อาหารยอดนิยมของชาวอู๋ฮั่น

นานๆทีจะมีเวลาแนะนำของดูแล้วน่ากิน พอดีวันนี้อ่านบทความแนะนำอาหารพื้นบ้านของชาวอู๋ฮั่น มณฑลหูเป่ย นั่งพินิจตั้งนานว่า มันคืออะไรก่อนจะแนะนำอาหารถูก

 

 

แม่ครัวกำลังเตรียมต้มคอเป็ดที่ร้านค้าริมทางบนถนนจิงอู๋ (Jingwu Road) เมืองอู๋ฮั่น ซึ่งร้านนี้ดัดแปลงมาจากชั้นล่างของออนโดพักอาศัย

 

 

ถนนสายนี้ได้หายไปแล้วแต่ชื่อของอาหารชนิดนี้ที่ยังคงความอร่อยอย่างมีเอกลักษณ์มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ และยังคงมีการแข่งขันกันสูงในการขายอาหารชนิดนี้ หวางหรู่ (Wang Ru) รายงานจากเมืองอู่ฮั่น

อู๋จีเสว่ (Wu Jixue) ได้เก็บหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจากวันที่ 22 มกราคม 2011 ซึ่งเป็นวันที่ร้านค้าข้างถนนจิงอู่ (Jingwu Road) เมืองอู่ฮั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ยถูกรื้อถอนพร้อมกับการเซ็นหนังสือยินยอมของร้านค้าขายคอเป็ดต้มเผ็ดของเขา ร้านค้านี้มีอายุยาวนานกว่า 50 ปีเป็นหนึ่งในเศรษฐีที่สร้างรายได้ร่ำรวยอย่างมหาศาลบนถนนจิงอู่ ครอบครัวของเขาเริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่เปิดร้านแรกในปี 1995 แล้วขยายกิจการจนมีร้านค้าสาขาทั้งหมด 12 แห่ง มีโรงงานที่ประกอบด้วยลูกจ้าง 1,000 คน และมีรายได้จากการขาย 150 ล้านหยวน (24 ล้านUSD)

แต่ในขณะที่ธุรกิจของเขารอดชีวิตจากการรื้อถอนร้านค้า อู๋จีเสว่รู้สึกเหมือนเขาสูญเสียลูกชายไป ถนนจิงอู่เป็นย่านกำเนิดของธุรกิจของเขา และเขาช่วยให้อุตสาหกรรมขายคอเป็ดต้มเผ็ดพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากร้านค้าแผงลอยข้างถนนมาเป็นธุรกิจที่มีการจัดการเป็นร้านขายอาหาร

 

เศรษฐีอู่ฮั่น อู๋จีเสว่ (Wu Jixue) ผู้สร้างตัวจากการขายคอเป็ดต้มเผ็ด

มีตำนานหลายเรื่องเกี่ยวกับต้นกำเนิดของคอเป็ดต้มเผ็ด ที่กล่าวขานกันมากที่สุด คือ ชายท้องถิ่นนามว่า ถังลาจิ่ว (Tang Lajiu) เป็นคนคิดสูตรอาหารนี้บนถนนจิงอู่ในปี 1993

ผู้ขายเป็ดมักจะทิ้งคอเป็ดทิ้งไป

ถังลาจิ่วและน้องชายได้แรงบันดาลใจจากอาหารเสฉวนรสเผ็ดและตุ๋นคอเป็ดด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศ

ลูกค้ามาเข้าแถวยืนรอซื้อคอเป็ดจากร้านของถังลาจิ่วเพิ่มขึ้นทุกวันรวมทั้งเริ่มมีคนมีชื่อเสียงมาหาซื้อ

อู๋จีเสว่วซึ่งมีอาชีพขับแท๊กซี่ก่อนที่จะมาเปิดร้านขายของชำสังเกตเห็นความนิยมในการบริโภคคอเป็ดต้มเผ็ดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงเปิดแผงลอยขายคอเป็ดต้มเผ็ดหน้าร้านขายของชำของเขาบนถนนจิงอู่ทางปลายทิศใต้

ทำเลที่ตั้งช่วยให้ธุรกิจของเขาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แผงลอยของเขาต้องเปิดขายตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน จากนั้นอู่จีเสว่ตัดสินใจปิดร้านขายของชำของเขาเปลี่ยนเป็นร้านขายคอเป็ดต้มเผ็ดทั้งร้านเต็มเวลา

 

ลูกค้ายืนเข้าแถวยาวออกไปจดถนนใหญ่เพื่อรอคิวเข้าซื้อคอเป็ดต้มเผ็ดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ภาพถ่ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้คนที่เดินผ่านไปมาและผู้ขับขี่รถโดยสารจากสถานีขนส่งซึ่งอยู่ข้างเคียงและนักเที่ยวที่เลิกจากไนท์คลับในยามดึก

แฟนฟุตบอลที่เลิกจากการชมฟุตบอลเพื่อเชียร์ทีมท้องถิ่นของตนที่เข้าร่วมแข่งขันอยู่ในลีกฟุตบอลอาชีพของประเทศจีนตั้งแต่ปี 1997 จำนวนนับพันก็เป็นลูกค้าของทางร้านเพราะสนามฟุตบอลอยู่ใกล้กับถนนจิงอู่

“แผงลอยที่ขายคอเป็ดต้องวุ่นวายอยู่กับการบริการลูกค้า” อู่จีเสว่ เล่าถึงความหลัง “เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องมาเข้าแถวเพื่อรักษาความปลอดภัย ผมมักจะเหนื่อยอย่างแสนสาหัสเพื่อจะนับเงินที่ขายได้ในแต่ละวัน”

อู่จีเสว่เปิดร้านใหม่อีกสามร้านในปี 1997 เขาไม่สนใจกับคนที่จะมาเสนอซื้อกิจการของเขาในปี 2000 แม้ข้อเสนอจะมีราคาเป็น 10 เท่าของเงินลงทุนของเขา

นั่นคือ ควมคิดที่แสนฉลาดที่ ในปี 2002 ภาพยนตร์แสดงถึงหญิงชาวอู่ฮั่นซึ่งขายคอเป็ดต้มเผ็ดเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทำให้อาหารนี้มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ

ผู้ชมภาพยนตร์และนักท่องเที่ยวต่างแห่กันมาที่ถนนจิงอู่เพื่อจะมาลองชิมคอเป็ดต้มเผ็ดที่มีชื่อเสียงนี้

ในปีต่อมาประเทศจีนประสบกับโรคซาร์ซึ่งมีผลกระเทือนต่อธุรกิจคอเป็ดต้มเผ็ด มีร้านคอเป็ดต้มเผ็ด 40 ร้านจาก 100 ร้านที่มีกิจการอยู่รอดมาได้ อู่จีเสว่ไม่ได้ละทิ้งกิจการของเขาแต่กลับเก็บคอเป็ดแช่แข็งไว้เป็นจำนวนมาก

“ธุรกิจนี้ไม่มีวันจางหาย” อู่จีเสว่ กล่าว “เพราะชื่อเสียงของอาหารนี้ติดตลาดแล้ว”

ในปี 2004 อู่จีเสว่ กลายเป็นหนึ่งในเศรษฐีที่รวยที่สุดในย่านจิงอู่ ในปีเดียวกันเขาจดทะเบียนตั้งบริษัทและยกระดับร้านของเขาเป็นร้านขายอาหารที่มีพนักงานใส่เครื่องแบบและใช้ถุงมือใส่แล้วทิ้งเพื่อสุขอนามัย

 

 

 

บนถนนจิงอู่ลูกค้าที่อยากกินคอเป็ดรอคอเป็ดต้มเผ็ดที่สั่งไว้ซึ่งกำลังสับเป็นท่อนๆพอดีคำ

ผู้ประกอบการขายคอเป็ดรายอื่นมีวิธีการทำธุรกิจที่แตกต่างออกไป

หว้งส่งหลิน (Wang Songlin) มีรายได้จากการขายเครื่องเทศรสเผ็ดกึ่งสำเร็จรูปส่งไปขายยังร้านค้าทั่วประเทศสำหรับขายให้กับคนที่อยากต้มทำกินเอง

ถูกัวฮวา (Tu Guahua) เริ่มจากเปิดบริษัทขายถุงบรรจุคอเป็ดสูญญากาศปิดผลึก และกล่องของขวัญสำหรับใส่คอเป็ดส่งไปขายยังซุปเปอร์มาร์เกตทั่วประเทศจีน

แต่ถังลาจิ่ว ผู้คิดค้นคอเป็ดต้มเผ็ดสูญเสียทรัพย์สินของตนเองเกือบทั้งหมดด้วยการเสียพนันเงินเป็นล้านในบ่อนที่มาเก๊า สื่อหนังสือพิมพ์ในอู่ฮั่นรายงาน

การผลิตคอเป็ดต้มเผ็ดเคยเป็นข้อพิพาทในเรื่องเครื่องหมายการค้าในปี 2007 เมื่อพวกเขาถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทอาหารที่อ้างว่าทางบริษัทได้จดทะเบียนลิขสิทธ์ “จิงอู่”เป็นเครื่องหมายการค้าตั้งแต่ปี 1997

ปี 1920 ถนนจิงอู่ถูกตั้งชื่อตามชื่อสำนักศิลปการต่อสู้ซึ่งตั้งโดย ฮั้วหยวนเจี่ย (Huo Yuanjia) ซึ่งเป็นปรมาจารย์การต่อสู้ที่สร้างชื่อเสียงให้ตนเองที่นครเทียนจิง เมืองในเทียนจิงยังคงมีชื่อว่า “จิงอู่” เช่นกัน

“ในปี 1997 ไม่มีใครรู้ว่า “จิงอู่” จะกลายเป็นเครื่องหมายการค้าที่หาค่ามิได้” อู่จีเสว่กล่าวซึ่งเขาก็เป็นอีกคนหนึ่งในคนแรกๆที่จดทะเบียนการค้าใช้ชื่อว่า “จิงอู่” เช่นกันในปี 2003

การตัดสินจากศาลสิ้นสุดในปี 2011 หลังจากการรื้อถนนจิงอู่ ศาลพิจารณาตัดสินว่าบริษัทที่ขายคอเป็ดต้มเผ็ดได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อ “จิงอู่” เป็นเครื่องหมายการค้าของพวกเขา มีประมาณ 30 กิจการที่ขายคอเป็ดในปัจจุบันใช้คำนี้ในการสร้างแบรนด์สินค้าของพวกเขา

 

ประมาณว่า มีคอเป็ดต้มเผ็ด 125 ล้านคอถูกขายในมณฑลหูเป่ยทุกปี ถ้านำมาเรียงจะยาวเป็นครึ่งหนึ่งของเส้นรอบวงของโลก จากการแถลงของสมาคม the Jingwu Duck Association ซึ่งก่อตั้งในปี 2007

“ธุรกิจจิงอู่คอเป็ดต้มเผ็ดไม่ได้เป็นกิจการเล็กๆต่อไปแล้ว แต่ค่อนข้างจะเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของเมืองอู่ฮั่นซึ่งสร้างรายได้ 6,000 ล้านหยวนต่อปี” หลิวสื่อผิง (Liu Shiping) เลขาทั่วไปของสมาคมเป็นผู้ให้ข่าว

ร้านขายจิงอู่คอเป็ดต้มเผ็ดได้ย้ายไปยังถนนซึ่งอยู่ห่างไป 300 เมตรจากทำเลเดิม

ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่สามารถจ่ายค่าเช่าที่สูงขึ้นได้ ปล่อยให้ร้านค้า 18 ร้านที่ยังสืบทอดตำนานของจิงอู่คอเป็ดต้มเผ็ดต่อไป

อู่จีเสว่ได้เปิดร้านใหม่ 3 ร้านบนถนนแห่งใหม่สายนี้

“ผมสามารถเปิดร้านเพิ่มได้อีกแต่ผมเชื่อว่าควรจะเหลือพื้นที่ให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่นซึ่งช่วยกันสร้างตำนานคอเป็ดต้มเผ็ดร่วมกันมามากกว่าสองทศวรรษ” อู่จีเสว่ กล่าว

เขาใช้เงินไปกว่า 150,000 หยวนในการทำโฆษณาขนาดใหญ่บนด้านข้างตึกคอนโดพักอาศัย

แต่ธุรกิจของเขาตกลง 30% ในปี 2012 เขากล่าวว่า “อิทธิพลและผลกระทบจากการย้ายทำเลเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น” เขาอธิบาย

แต่เศรษฐีคอเป็ดรายนี้ลงทุนซื้อที่ดิน 3.3 เฮกเตอร์เพื่อขยายโรงงานของเขาในปีนี้

“ผมต้องการที่จะทำให้บริษัทผมเป็นแบรนด์สินค้าเก่าร่วมศตวรรษ” อู่จีเสว่ กล่าว

ถนนจิงอู่เดิมจะเปลี่ยนเป็นชุมชนระดับ High-end พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเอนกประสงค์

ผมคิดว่า ที่ใดก็ตามที่มีคอเป็ดต้มเผ็ด ที่นั่นคือถนนจิงอู่อู่จีเสว่ กล่าวตบท้าย มันเป็นสิ่งทั้งหมดที่ผู้คนต้องจดจำมัน

อีกรูปแบบหนึ่งของคนที่สร้างเนื้อสร้างตัวจากไม่มีอะไรกลายเป็นเศรษฐี น่าจะเป็นบทเรียนของคนไทยได้เพราะคนไทยมีอะไรดีๆอยู่มาก ถ้ารู้จักจัดการเป็นระบบ เฮียอู่ก็เฮียอู่เถอะ...มาเจอก๋วยเตี๋ยวเมืองไทยหน่อยเป็นอย่างไร แต่เราไม่ยอมทำเป็นระบบเท่านั้น เพราะความรวยที่ไม่คิดเผื่อแผ่แล้วบอกว่า เราเป็นชาวพุทธ...



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
cozy วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 09.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

(0)
อยากลองชิมเลยครับพี่จุ้ย
ความคิดเห็นที่ 3
pierra วันที่ : 25/01/2013 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

(0)
แค่ขายคอเป็ดอย่างเดียวก็กลายมาเป็นมหาเศรษฐีได้
จากไม่มีอะไรกว่าจะเป็นเศรษฐีได้ต้องมีความเพียร ความอดทนอย่างมากของทั้งชีวิต
ความคิดเห็นที่ 2
Jui วันที่ : 25/01/2013 เวลา : 08.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(1)
อาจจะรวมเอาคอนกเป็ดน้ำของคุณชาลีเข้าไปด้วย
เพราะเขาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ความคิดเห็นที่ 1
BlueHill วันที่ : 25/01/2013 เวลา : 08.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
คอเป็ดต้มเผ็ด 125 ล้านคอถูกขายในมณฑลหูเป่ยทุกปี
แสดงว่าต้องมีฟาร์มเลี้่ยงเป็ดขนาดใหญ่อย่างแน่นอน ใช่ไหมครับคุณjui

ไม่รู้เกี่ยวข้องกันหรือเปล่า
เป็ดอพยพหนีหนาวจากจีนมาไทย นับว้ันจะลดจำนวนลงจนหายากเข้่าทุกที
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน