• Jui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nopprasornn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 398
  • จำนวนผู้ชม : 1182930
  • จำนวนผู้โหวต : 631
  • ส่ง msg :
  • โหวต 631 คน
<< เมษายน 2013 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 22 เมษายน 2556
Posted by Jui , ผู้อ่าน : 22298 , 10:08:32 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน

หานซิ่น...วีรบุรุษสงครามผู้มากด้วยกลยุทธต้นราชวงศ์ฮั่น

ในยุคสงครามแย่งกันเป็นใหญ่ระหว่างรัฐฉู่และรัฐฮั่น หลิวปังจะไม่ประสพความสำเร็จเลยถ้าไม่ได้สามวีรบุรุษที่คอยค้ำยันเขาให้ต่อกรกับเซี่ยงยวี่จนสามารถสถาปนาราชวงศ์ฮั่นขึ้นปกครองประเทศจีนได้ สามวีรบุรุษในยุคต้นฮั่น คือ จางเหลียง เซียวเหอ และนักรบผู้ยิ่งใหญ่ หานซิ่น

                       

หานซิ่น (มีอายุระหว่างก่อนคริสต์ศักราช 231 ถึงก่อนคริสต์ศักราช 196) เป็นชาวฮั่น บ้านเดิมอยู่ที่หวยอิน (淮阴,ปัจจุบัน คือ เมืองหวยอัน淮安 มณฑลเจียงซู江苏) วีรบุรุษผู้ร่วมก่อตั้งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก และเป็นนักยุทธศาสตร์ที่มีความโดดเด่นคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีนร่วมกับเซียวเหอ (萧何) และ จางเหลียง (张良) รวมกันเป็น “สามวีรบุรุษแห่งต้นราชวงศ์ฮั่น” หลังจากเอาชนะ ฉีหวาง และฉู่หวาง สำเร็จถูกขับให้กลับไปอยู่ที่หวยอิน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นทำวีรกรรมทางทหารจนมีชื่อเสียงไว้มาก แต่ต่อมาโดนอิจฉาโดยหลิวปัง ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่นจึงถูกคำสั่งข้อหากบฎและถูกประหารชีวิต มีบันทึกพิเศษเกี่ยวกับชีวประวัติของหานซิ่น มีชื่อว่า “สือจีหวยอินโฮวเลี่ยฉวน” (史记·淮阴侯列传) หานซิ่น ถูกยกย่องว่าเป็น “นักคิดการทหารจีน” และในขณะเดียวกันยกย่องเซียวเหอ ว่าเป็น “นักวิชาการรัฐที่ไม่มีใครเท่าทียมหลิวปังเคยประเมินว่า “การเอาชนะสงคราม การโจมตีต้องกระทำ แต่ไม่ใช่ข้าต้องเป็นหานซิ่น

 

หลิวปังเริ่มต้นไม่ได้ใช้งานหานซิ่นเพื่อทำการ คิดว่าเขาเป็นแค่นายทหารธรรมดา ในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายทหาร เคยกระทำผิดเกือบจะโดนประหารชีวิต ในห้วงเวลานั้นหานซิ่นท้อถอย เหม่อมองฟ้าและน้อยใจในชตาชีวิตของตัวเอง รำพันออกมาว่า “ไฉนฮั่นหวาง (หลิวปัง)ไม่คิดครองแผ่นดินหรือไร ไฉนอยากเอาชีวิตนักรบอย่างข้าด้วย” ถังกง เซี่ยโฮวอิง(滕公夏侯婴) ซึ่งดำรงตำแหน่งนายทหารใหญ่ได้ยินคำที่หานซิ่นเอ่ย มองดูหานซิ่น รู้สึกว่านายทหารหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดา จึงปล่อยเขา หลังจากพูดคุยกันจนตระหนักว่านายทหารหนุ่มคนนี้มีดี จึงแนะนำเขาให้กับหลิวปัง หลิวปังแต่งตั้งให้หานซิ่นเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลการปันส่วนผลผลิต แต่ยังไม่ค้นพบความเก่งกาจในตัวหานซิ่น หานซิ่นเห็นว่าหลิวปังปฎิเสธที่จะใช้เขาทำการใหญ่จึงตัดสินใจที่ลาออกจากกองทัพฮั่น  ฝ่ายเซียวเหอซึ่งรู้ในคุณค่าของหานซิ่นทราบข่าวในคืนนั้นรีบขี่ม้ากวดไล่หลังตามหาหานซิ่น ชักชวนให้เขากลับไป กลายเป็นสำนวน “เซียวเหอเย่วเซี่ยจุยหานซิ่น” (萧何月下追韩信) หมายถึงการเจรจาที่งดงาม

ในขณะที่เซียวเหอออกไปตามหาหานซิ่น หลิวปังคิดว่าเซียวเหอกำลังหนีไป อารมณ์พุ่งโกรธเหมือนกำลังขาดมือขวาไป เมื่อเซียวเหอตามตัวหานซิ่นกลับมาได้ สองวันต่อมาเขาไปเข้าพบหลิวปัง หลิวปังถามเซียวเหอว่า “ทำไมคิดหนีไป” เซียวเหอตอบกลับว่า “เพื่อเอาตัวหานซิ่นกลับมา” หลิวปังกล่าวด้วยอารมณ์โกรธว่า “มีนายทหารหนีทัพไปเป็นสิบๆคน เจ้าไม่ตามกลับมา แต่เจ้าเลือกที่จะตามตัวหานซิ่น เจ้าจะหลอกใคร” เซียวเหอตอบ “แม่ทัพทั่วไปหาได้ง่าย แต่จะหาคนที่เก่งกาจเหมือนหานซิ่นในโลกนี้หาตัวจับยาก (จูเจียงอี่เต๋อเอ่อร์, 诸将易得耳) สำหรับหานซิ่น แม่ทัพที่มีความสามารถพิเศษนี้ ถ้าท่านต้องการจะเป็นฮั่นจงหวาง (汉中王) ตลอดชีวิต ท่านต้องใช้เขาทำการใหญ่ ถ้าจะยึดครองโลกจะขาดหานซิ่นไม่ได้ ท่านฮั่นจงหวางหลิวปัง กล่าว “ข้าต้องการจะขยายดินแดนไปทางทิศตะวันออก ไม่ใช่ปกครองเพียงฮั่นจง (汉中) ทำไมข้าจะไม่อ่อนโน้มถ่อมตนเพื่อแผ่นดินที่ข้าต้องการตลอดชีวิตนี้” เซียวเหอ กล่าว “จิตใจยิ่งใหญ่ของท่านที่จะครองโลก ต้องใช้หานซิ่นทำการ ให้หานซิ่นอยู่กับพวกเรา ถ้าท่านไม่ใช้เขา เขาก็จะหนีจากไป” หลิวปังจึงกล่าวว่า “ให้เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ท่านเห็นว่าเป็นยังไง” เซียวเหอ กล่าว “ถ้าเป็นความปรารถนาเช่นนี้ หานซิ่นจะไม่หนีไปไหน” หลิวปัง จึงกล่าว “ขอบคุณท่านนายพล” เซียวเหอ รำพึงว่า “ดีแล้ว ดีแล้ว” หลังจากนั้นหลิวปังคิดจะประกาศแต่งตั้งหานซิ่นในวันนั้น เซียวเหอ กลับกล่าวต่อว่า “ท่านมักเป็นคนที่หยาบคายและอวดดี วันนี้ต้องขอบคุณท่านที่รับฟังคำของผู้น้อยอย่างข้า นี่คือเหตุผลที่หานซิ่นต้องการลาออก ถ้าท่านต้องการแต่งตั้งหานซิ่นเป็นแม่ทัพนายพลท่านควรหาฤกษ์ยามที่ดี อดอาหาร บวงสรวงเทวดาและทำพิธีเฉลิมฉลองให้ถูกต้อง” หลิวปัง รับปากและประกาศวันแต่งตั้งแม่ทัพใหม่ไปทั่วกองทัพ แม่ทัพนายกองทั้งหลายต่างดีใจ ทุกๆคนต่างคิดว่าตนเองมีโอกาสเป็นแม่ทัพเหมือนกัน จวบจนพิธีแต่งตั้งแม่ทัพมาถึงประกาศอย่างเป็นทางการยกหานซิ่นขึ้นเป็นแม่ทัพ ทุกๆคนต่างประหลาดใจ 

 

หานซิ่นผู้ชำนาญในศิลปการสงคราม

ในการกลยุทธการทหาร “มากกว่าย่อมดีกว่า” (ตัวตัวอี่ส่าน,多多益善) หานซิ่นเป็นนักกลยุทธการศึกที่ทิ้งกลยุทธการศึกต่างๆให้คนรุ่นหลังไว้ศึกษาอย่างมากมายในการทำสงครามแบบโบราณ อาทิเช่น

กลยุทธ “หมิงซิวจ้านเต้า” (明修栈道) คือ กลยุทธใช้สถานที่อันตรายซึ่งเต็มไปด้วยหินพรุนและเป็นหน้าผาสูงชันก่อสร้างด้วยโครงไม้ทำเป็นช่องทางเดินสำหรับเดินทัพ ขนส่งเสบียงอาหารและสัมภาระ และยังสามารถใช้เป็นคาราวานเดินทางและเคลื่อนที่เร็วของกองทัพ

 

กลยุทธ “อันตู้เฉินฉาง” (暗渡陈仓) คือ กลยุทธสร้างความสับสนให้ศัตรูที่อยู่ตรงหน้า โดยการโจมตีอย่างคิดไม่ถึงจากด้านข้าง เป็นต้น

ด้วยการเป็นนักยุทธศาสตร์การทหาร หานซิ่นเปรียบเสมือนซุนอูคนที่สอง จากคนสามัญกลายเป็นแม่ทัพที่โดดเด่น คุณลักษณะที่โดดเด่นของเขา คือการปรับใช้กลยุทธอย่างยืดหยุ่น เป็น นายพลที่มีความเชี่ยวชาญและความสามารถที่สุดในประวัติศาสตร์สงครามจีน การศึกที่จิ่นสิง (井陉) และการศึกที่แม่น้ำเวยสุ่ย (潍水) คือสงครามชั้นเอกอุในประวัติศาสตร์สงครามจีน เขาได้ให้ความเห็นบนกลยุทธพื้นฐานที่ควรจะเป็นกลายเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ในสงครามระหว่างฉู่และฮั่น ในฐานะผู้บัญชาการรบ ลูกน้องที่อยู่ภายใต้เขา และคนอีกเป็นหมื่นซึ่งอยู่เหนือเขา เขาช่วยเหลือกองทัพของฮั่นหวางหลิวปังออกจากเฉินฉาง (陈仓) สู่ซานฉิน (三秦) โรยตัวด้วยเคเบิลเอาชนะกองทัพฉู่ แล้วแบ่งทัพมุ่งสู่ทางเหนือ หนีรัฐเว่ย ทำลายรัฐไต้ เผารัฐจ้าว ตัดกำลังรัฐเยี๋ยนและรัฐฉี ในที่สุดเอาชนะทัพฉู่ที่กายเซี่ย (垓下) ไม่เคยรบแพ้ ไม่มีใครกล้าเอาชนะเขาได้ ในฐานะนักคิดการทหาร หานซิ่นและจางเหลียงปรับปรุงตำราการทหารและเขียนตำราพิชัยสงครามออกมาสามเล่ม

 

หานซิ่นเป็นชาวบ้านที่มีนิสัยเอาแต่ใจตนเองและไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์สังคม ไม่เคยรับเลือกให้ทำราชการ และไม่เคยทำการค้าใดๆ มักจะพึ่งพาคนอื่นให้หาเลี้ยงปากท้องให้ตน คนส่วนมากเกลียดเขา เมื่อแม่ของเขาเสียชีวิต เขาไม่มีเงินแม้กระทั่งจัดงานศพให้แม่ แต่เขาไปจับจองหาสุสานที่ทั้งสูงทั้งกว้างใหญ่ซึ่งรอบๆสุสานนี้สามารถเป็นสุสานฝังคนได้เป็นล้าน ในตอนนั้นการไปยังศาลหนานชาง (南昌亭) เพื่อพบปะหานซิ่นไม่ใช่เรื่องง่าย มีอยู่ครั้งหนึ่งหานซิ่นผิดหวังในภรรยาของเขา เธอไม่ยอมทำอาหารให้ทาน และพูดจาดูถูกถากถาง เขาจากไปด้วยความโกรธ เขามุ่งไปทางเหนือเพื่อตกปลากิน ตั้งใจไม่กลับบ้าน แต่ตกเท่าไหร่ก็ไม่ได้ปลา หิวจนท้องลาย พอดีมีกลุ่มแม่บ้านมาซักผ้าที่ริมน้ำ มีแม่เฒ่าคนหนึ่งเอาอาหารมาแบ่งปันให้เขากินครึ่งหนึ่งเพื่อประทังความหิว วันต่อมาหานซิ่นยังตกปลาแต่ก็ไม่ได้ปลา แม่เฒ่าก็แบ่งอาหารให้เขากินเป็นเวลากว่าสิบวัน ในวันสุดท้ายหานซิ่นรู้สึกตื้นตันใจกล่าวกับแม่เฒ่าว่า “แม่เฒ่า ถ้าอนาคตชตาชีวิตข้าเปลี่ยนเป็นดี ข้าจะกลับมาตอบแทนแม่เฒ่า” แม่เฒ่ากล่าวว่า “ฉันสงสารเธอซึ่งเป็นเด็กหนุ่มต้องมาหิวโหยอดอยาก แล้วเมื่อไหร่เธอจะกลับมาละ” หานซิ่นได้ยินแล้วละอายใจ ทิ้งเบ็ดตกปลาลุกขึ้นเดินจากไป

สิบปีต่อมาหานซิ่นได้เป็นแม่ทัพและมีตำแหน่งเป็นหวยอินโฮ้ว (淮阴侯)  เขากลับมาหวยอินทราบข่าวแม่เฒ่าเสียชีวิต หานซิ่นซึ่งตั้งค่ายอยู่นอกเมืองหวยอินสั่งให้ทหารหนึ่งแสนคนเข้าร่วมเดินขบวนเป็นเกียรติให้แก่งานศพแม่เฒ่า

ที่หวนอินมีหนุ่มอันธพาลเข้ามาหาเรื่องหานซิ่น เยาะเย้ยว่า “ตัวก็โต ดาบก็ดี แต่ขี้ขลาด” พร้อมทั้งตะโกนดูถูกถากถางในที่ชุมชนว่า “ถ้าเอ็งกล้าตาย แทงข้าเลย ถ้าเอ็งไม่กล้า มารอดหว่างขาข้า” ทั้งสองจ้องมองกันอยู่เป็นเวลานาน จากนั้นหานซิ่นค่อยๆก้มลงคลานรอดหว่างขาอันธพาลคนนั้น ผู้คนผ่านไปมาบนท้องถนนหัวเราะเยาะใส่หานซิ่น ต่างคิดว่าเขาเป็นคนขี้ขลาด

 

เป็นกบฎ

เฉินเซิน (陈胜)และ อู๋กว่าง (吴广) ลุกขึ้นก่อการกบฎ เซี่ยงเหลียง (项梁)ก็ยกทัพไปทางเหนือของหวยเหอ (淮河) หานซิ่นในตอนนั้นสมัครและติดตามทัพไปกับเซี่ยงเหลียงเป็นทหารในกองทัพ ยังไม่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก หลังจากเซี่ยงเหลียงถูกฆ่าตายกองทัพทั้งหมดตกเป็นของเซี่ยงยวี่ เซี่ยงยวี่ให้หานซิ่นทำหน้าที่พยาบาลในกองทัพ หานซิ่นได้ให้คำแนะนำแก่เซี่ยงยวี่อยู่หลายๆครั้ง แต่เซี่ยงยวี่ไม่นำพาและรับฟัง หลังจากหลิวปังยกทัพมา หานซิ่นลาออกจากทัพฉู่ไปคารวะทัพฮั่นเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลคลังสินค้าและยังไม่มีใครรู้จัก ภายหลังหานซิ่นกระทำผิดข้อหากบฎกำลังรอถูกประหาร มีผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ถูกประหารสามสิบคน เมื่อคิวประหารมาถึงหานซิ่น หานซิ่นมองไปยัง ถังกง เซี่ยโฮวอิง กล่าวว่า “เมื่อไม่ต้องการสันติภาพบนโลก ทำไมต้องประหารนักรบอย่างข้า” เซี่ยโฮ้วอิงรู้สึกว่าคำพูดจากปากนี้ไม่ธรรมดา รู้สึกทหารคนนี้ก็ไม่ธรรมดา จึงปล่อยหานซิ่น หลังจากสนทนากับหานซิ่นเขารู้สึกชื่นชมในตัวหานซิ่น จึงแนะนำหานซิ่นให้กับฮั่นหวางหลิวปัง ฮั่นหวางให้หานซิ่นเป็นเจ้าพนักงานดูแลการปันส่วนผลผลิต แต่ยังไม่มีใครค้นพบความเก่งกาจในตัวหานซิ่น

 

มิตรภาพกับเซียวเหอ

หานซิ่นมักจะพูดคุยกับเซียวเหอ เซียวเหอรู้สึกประทับใจในตัวเขา หลิวปังเดินตามรอยเซี่ยงยวี่ตั้งตัวเองเป็นฮั่นหวาง ในความเป็นจริงถูกผลักดันจากฉางอัน (长安)เข้าไปสู่ฮั่นจง (汉中) และใช้ชื่อ ฮั่น นี้สถาปนาตัวเอง

เมื่อเดินทางมาถึงหนานเจิ้ง (南郑) มีแม่ทัพหลายสิบคนที่หลบหนีไป หานซิ่นประมาณว่าเซียวเหอและหลายคนที่ห้อมล้อมหลิวปังได้แนะนำเขาให้หลิวปังแล้วแต่หลิวปังไม่ใช้เขาเขาจึงหลบหนีไป เซียวเหอทราบข่าวหานซิ่นหนีไปไม่ทันรายงานให้หลิวปังทราบเรื่องรีบติดตามหาหานซิ่นในทันที ตามกฎอัยการศึกของกองทัพ “นายทัพต้องรายงานตัวกับฮั่นหวางหลิวปังก่อนทำการใดๆ” หลิวปังทราบข่าวโกรธเป็นอันมากเหมือนตัวเองกำลังขาดมือซ้ายและมือขวาไป วันสองวันต่อมาเซียวเหอเข้าไปเข้าพบหลิวปัง หลิวปังเห็นหน้าก็โมโห ตระโกนด่าเซียวเหอว่า ทำไมถึงหนีไป เซียวเหอตอบว่าตนเองไม่ได้หนี แต่ไปตามหาตัวหานซิ่น หลิวปังกลับด่าต่อมีนายทหารหนีทัพไปเป็นสิบๆคน เจ้าไม่ตามกลับมา แต่เจ้าเลือกที่จะตามตัวหานซิ่น เจ้าจะหลอกใคร” เซียวเหอใจเย็นตอบกลับว่า “มีนายทหารหนีทัพไปเป็นสิบๆคน เจ้าไม่ตามกลับมา แต่เจ้าเลือกที่จะตามตัวหานซิ่น เจ้าจะหลอกใคร” เซียวเหอตอบ “แม่ทัพทั่วไปหาได้ง่าย แต่จะหาคนที่เก่งกาจเหมือนหานซิ่นในโลกนี้หาตัวจับยาก สำหรับหานซิ่น แม่ทัพที่มีความสามารถพิเศษนี้ ถ้าท่านต้องการจะเป็นฮั่นจงหวางตลอดชีวิต ท่านต้องใช้เขาทำการใหญ่ ถ้าจะยึดครองโลกจะขาดหานซิ่นไม่ได้ ท่านฮั่นจงหวางจงฟังเอาไว้” หลิวปังกล่าวว่าเขาต้องการขยายอาณาเขตไปสู่ทิศตะวันออก ไม่ใช่ปกครองเพียงฮั่นจง เพื่อยึดครองประเทศ เซียวเหอ กล่าวว่า “ความปรารถนาของท่านที่จะมุ่งสู่ตะวันออก ยิ่งจำเป็นต้องใช้หานซิ่น ถ้าท่านไม่ใช้เขาเขาก็จะผละหนีจากไป” หลิวปังมองเห็นความรู้สึกบนใบหน้าของเซียวเหอจึงตอบตกลงให้หานซิ่นเป็นนายทหาร แต่เซียวเหอยังยืนยันให้หลิวปังพิจารณาใช้หานซิ่นทำการใหญ่กว่านี้ หลิวปังจึงตอบตกลงให้หานซิ่นเป็นแม่ทัพใหญ่ จากนั้นหลิวปังจึงคิดจะเรียกหานซิ่นเข้ามารับตำแหน่งใหม่ในวันนั้น เซียวเหอ จึงกล่าว “ท่านมักเป็นคนที่หยาบคายและอวดดี วันนี้ต้องขอบคุณท่านที่รับฟังคำของผู้น้อยอย่างข้า นี่คือเหตุผลที่หานซิ่นต้องการลาออก ถ้าท่านต้องการแต่งตั้งหานซิ่นเป็นแม่ทัพนายพลท่านควรหาฤกษ์ยามที่ดี อดอาหาร บวงสรวงเทวดาและทำพิธีเฉลิมฉลองให้ถูกต้อง” หลิวปังตอบตกลงคำขอของเซียวเหอ

แม่ทัพนายกองทั้งหลายทราบข่าวว่าหลิวปังจะจัดพิธีแต่งตั้งและเฉลิมฉลองนายพลต่างดีใจ ต่างคนต่างคิดว่าตนเองจะได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่ จนถึงวันกระทำพิธีกลับเป็นแต่งตั้งหานซิ่นเป็นแม่ทัพใหญ่ ทุกๆคนต่างก็ประหลาดใจ

 

หลังแต่งตั้งแม่ทัพใหญ่

หลังจากแต่งตั้งหานซิ่นเป็นแม่ทัพใหญ่ หลิวปังถามหานซิ่นว่ามีแผนการจัดเตรียมในการสร้างชาติอย่างไร หานซิ่น ตอบ “การที่ท่านมุ่งสู่ตะวันออกเพื่อกำจัดเซี่ยงยวี่ใช่หรือไม่ งั้นท่านต้องคำนวณให้ดี พิจารณากำลัง ประสิทธิภาพ ความสามารถของทหารของเรา เซี่ยงยวี่มีความสามารถเหนือผู้ใด” หลิวปังได้ฟังก็เงียบไปรู้ตัวว่าไม่สามารถเทียบเซี่ยงยวี่ได้ หานซิ่นทำความเคารพหลิวปังกล่าวเสนอความเห็นว่า “ไม่ใช่แต่ท่าน แม้แต่ข้าก็ทราบว่า ท่านเทียบกับเขาไม่ได้ แต่ข้าเคยทำงานรับใช้เซี่ยงยวี่ ให้ข้าวิเคราะห์เซี่ยงยวี่ในฐานะบุคคล เซี่ยงยวี่พูดเสียงคำรามเหมือนฟ้าผ่า ใครๆได้ยินเสียงก็เกรงกลัวขาสั่น แต่เขาเป็นคนที่ไม่รู้จักปล่อยวางใช้แม่ทัพนายกองทำการแทนเขา เป็นคนที่ทำการเก่งแต่คนเดียว (ผีฟู่จือย่ง, 匹夫之勇) เซี่ยงยวี่เป็นคนที่ศรัทธาในความรัก พูดจาอ่อนโยน เป็นคนขี้เห็นอกเห็นใจคนอื่นและน้ำตาไหลง่ายๆ ชอบแบ่งปันอาหารตนเองให้ผู้อื่น แต่เมื่อเขาอยู่ในตำแหน่งของผู้นำทัพ เขาปกครองคนด้วยความอ่อนไหวและลังเลใจกับคนอื่นๆซึ่งนี่เป็นนิสัยอ่อนโยนตามธรรมชาติของผู้หญิง แม้ว่าเซี่ยงยวี่จะครองโลกในตอนนี้และแต่งตั้งตนเองเป็นใหญ่ แต่ไม่ใช่ที่กวนจง (关中) และ เผิงเฉิน (彭城) ทั้งยังทำการขัดกับข้อตกลงที่บัญชาโดยกษัตริย์อันชอบธรรมฉู่ห่วยหวาง (楚怀王)ยึดถือความเห็นของคนสนิทและคนที่รักชอบเขาตั้งตนเองเป็นกษัตริย์ เป็นการสร้างความโกรธเกลียดไม่ใช่ความยอมตาม เจ้าชายของราชวงศ์ก่อนเห็นเซี่ยงยวี่เนรเทศกษัตริย์อันชอบธรมไปเจียงหนาน (江南) ทั้งยังกลับไปขับไล่พวกเขาเจ้านายและเจ้าชายราชวงศ์ก่อนและสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นกษัตริย์ ตลอดทางที่กองทัพเซี่ยงยวี่ยกเข้าไปในดินแดนเหล่านี้เข้าไปทำลายปล้นสะดมภ์ข่มขืนประชาชน ดังนั้นคนทั่วโลกจีงเกลียดเขา ประชาชนภายใต้อำนาจของเขาต่างยอมแพ้โดยไม่ยินยอมพร้อมใจ ถึงแม้ตอนนี้เขาจะได้ชื่อว่าเป็นผู้นำของโลก แต่ประชาชนสูญเสียเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นความเข้มแข็งของเขาจะกลับเปลี่ยนเป็นความอ่อนแอในไม่ช้านี้ ตอนนี้ท่านตรงเดินหมากทำทุกอย่างตรงข้ามกับที่เขาทำ จัดเตรียมกองทัพให้พร้อม ทำไมจะต้องกังวลว่าสู้ศัตรูไม่ได้ นำแผ่นดินมาแบ่งปันให้กับผู้ประกอบความดีความชอบ หรือกังวลว่าไม่มีใครมาร่วมช่วยเหลือท่าน ท่านต้องนำทหารที่กล้าหาญเข้าปราบศัตรูด้วยใจที่พวกเขาจะได้กลับบ้าน ทำไมกังวลว่า ข้าศึกจะแพร่กระจาย นอกจากนี้กองทัพฉินทั้งสามของ จางหาน (章邯) ต่งอี่ (董翳) ซือหม่าฉิน (司马欣) ซึ่งภักดีต่อรัฐฉินเป็นเวลายาวนานหลายปีถูกฆ่าตายและหลบหนีไปเป็นจำนวนเหลือที่จะคณานับ ทั้งพวกเจ้าหน้าที่และนายทหารที่ถูกหลอกลวงให้ยอมจำนนแก่เซี่ยงยวี่ เมื่อมาถึงซินอัน (新安) เซี่ยงยวี่ ใช้วิธีหลอกให้คนเหล่านั้นขุดหลุมและกลบฝังคนเหล่านั้นตายทั้งเป็นเป็นจำนวนมากกว่าสองแสนคน ทั้งจางหาน ต่งอี่ และซือหม่าฉินต่างเกลียดกองทัพฉู่จนเข้ากระดูกดำ ตอนนี้เซี่ยงยวี่ควบคุมทั้งสามคนนี้ไว้เพื่อตนเองจะขึ้นเป็นกษัตริย์ ประชาชนรัฐฉินไม่มีใครสนับสนุนพวกมัน เมื่อท่านยกทัพถึงอู๋กวน (武关) ต้องเข้มงวดกับกองทัพและมีใจเป็นธรรม ล้มล้างกฎหมายฉินที่ลงโทษรุนแรง ออกกฎหมายใหม่บังคับใช้กับชาวฉิน ประชาชนชาวฉินก็จะไม่มีใครไม่คิดสนับสนุนท่านเป็นกษัตริย์แห่งกวนจง (关中) ตามบัญชาของฉู่ห่วยหวางกษัตริย์องค์ก่อน ใครที่เป็นกษัตริย์ต้องเป็นกษัตริย์ ณ.ที่กวนจง ประชาชนที่กวนจงทุกคนต่างรู้กันดี ตอนนี้ท่านยกทัพมุ่งสู่ตะวันออก โจมตีดินแดนสามแห่งในรัฐฉินตราบใดที่มีเสียงเรียกหาให้ช่วย

หลิวปังรับฟังอย่างมีความสุขรำพึงกับตนเองว่าเรียกใช้หานซิ่นช้าไปหน่อย แล้วปฎิบัติตามคำแนะนำของหานซิ่น เตรียมพร้อมทั้งหมดเพื่อจะปรับใช้ ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหานซิ่นในครั้งนี้แท้จริง คือสูตรกลยุทธที่สร้างขึ้นให้หลิวปังในการพิชิตตะวันออกเพื่อยึดครองประเทศ

 

เริ่มแสดงพรสวรรค์ในการทำสงคราม

เดือนพฤศจิกายน ปีแรกแห่งราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อนคริสต์ศักราช) เพื่อสกัดทัพฮั่นของหลิวปัง เซี่ยงยวี่ยกทัพสู่กงฉี (攻齐,ปัจจุบันคือดินแดนในเขตซานตง)ซึ่งเป็นทุ่งราบ มุ่งสู่หนานเจิ้ง (南郑 หรืออีกชื่อว่า ฮั่นโตว汉都 ปัจจุบัน คือ เมืองฮั่นจง汉中ทิศตะวันออกของมณฑลส่านซี) โจมตีโดยไม่มีการระวังตัวเข้ายึดครองกวนจง (ด่านหานกู่กวาน函谷关ทางสู่ทิศตะวันตก) เซี่ยงยวี่จากฝากตะวันออกทำสงครามเพื่อยึดครองประเทศ สงครามฉู่ฮั่นจึงอุบัติขึ้น หลิวปังมอบหมายให้หานซิ่นเป็นแม่ทัพใหญ่ ตั้งทัพที่เฉาชาน (曹参) ฟ่านไขว้ (樊哙) เป็นทัพหน้า ใช้การเดินทัพบนถนนสะพานไม้ผ่านเทือกเขาฉินหลิง (秦岭,ดินแดนเหล่านี้ปัจจุบันอยู่ในรอยต่อระหว่างมณฑลเสฉวน ส่านซี กานซูและยูนนานโดยการสร้างสะพานถนนไม้เลียบหน้าผาสูงชัน เป็นทางคมนาคมเส้นเลือดหลักที่สำคัญทางทิศตะวันตกฉียงใต้ของประเทศจีน ถูกเผาและทำลายโดยกองทัพฮั่นในเวลาต่อมา) สมัยรัฐฉินฉินหวางทั้งสาม(จางหาน ต่งอี และซือหม่าฉิน)ไม่ได้ใส่ใจกับเส้นทางนี้ จึงต้องมีการซ่อมแซมเส้นทาง ต่อเส้นทางไปถึงเฉินชาง (陈仓) ฟ่านไขว้มอบหมายให้นายทัพโจวป๋อ (周勃)นำทัพหมื่นคนไปซ่อมถนนสะพานไม้สายนี้ตามหุบเขา เพื่อหลบเลี่ยงดึงดูดความสนใจจากฉินหวางทั้งสาม ฟ่านไขว้นำทหารซึ่งซ่อนตัวออกมาสู่ภายนอกตามเส้นทางนี้ข้ามเขาฉินหลิงเข้าโจมตีเฉินชาง (ทัพเซี่ยงยวี่ซึ่งยึดครองดินแดนฉินหวางจางหาน) จางหานจากเฟ่ยซิว (废丘 หรือ ย้งโตว雍都 ปัจจุบัน คือเมืองซิงผิง兴平ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลส่านซี) ยกทัพออกมากู้เมืองเฉินชาง ตีทัพฮั่นแพ้หนีไปที่เฟ่ยซิว ฮาวจึ (好峙 ปัจจุบันคือ กานเสี้ยน乾县ทางทิศตะวันออกมณฑ,ส่านซี) กองทัพฮั่นอีกทัพกลับไล่ตามไปที่หล่านตง (壤东,ปัจจุบันคือ อู๋กง 武功 ทิศตะวันออกเฉียงใต้มณฑลส่านซี) ดินแดนสองแห่งในฮาวจึเสียให้แก่ทัพย่ง ทัพของจางหานถูกสกัดอยู่ที่เฟ่ยซิว การต่อสู้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทัพฮั่นแบ่งกำลังเข้ารบ เข้ายึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของกวนจงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งผิงติ้ง (平定) ดินแดนของฉินหวางทั้งสามซึ่งทัพฉู่เคยเอาชนะทัพฮั่นและยึดครองในครั้งแรก

ในสองปี (205 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ฮั่นหวางและกองทัพฮั่นยกออกจากกวนจง ได้รับการสนับสนุนจากเว่ยหวางเป่า (魏王豹) เหอหนานหวางเสินหยาง (河南王申阳) และหานหวางเจิ้นชาง (韩王郑昌) มีชัยชนะต่อหยินหวางซือหม่าอัน (殷王司马卬) ร่วมกับฉีหวางเถียนหรง (齐王田荣) และจ้าวหวางเสว่ (赵王歇)โจมตีทัพฉู่ เดือนเมษายนตีได้เผิงเฉิง ทัพฮั่นมีชัยชนะที่ยิ่งใหญ่และอย่างต่อเนื่อง หานซิ่นกู้คืนกองทัพที่พ่ายแพ้และนัดพบประชุมการศึกกับฮั่นหวางหลิวปังที่หยินหยาง (荥阳) สกัดกั้นการไล่ล่าโจมตีของทัพฉู่ ประสบชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เหนือทัพฉู่ที่เป่ยจิง บนเส้นด้ายนี้ทัพฮั่นชุมนุมพลเพื่อเดินหน้าต่อไป

 

ชัยชนะที่เผิงเฉิน

ในขณะที่ฮั่นหวางมีชัยชนะที่เผิงเฉิน ซ่ายหวางซือหม่าฉินและตี๋หวางต่งอีต่อต้านสงครามฉู่ฮั่น ฉีหวางเถียนหรงและจ้าวหวางเสว่ปฎิเสธไม่ร่วมกับทัพฉู่

เดือนมิถุนายนเว่ยหวางเป่าทราบข่าวมารดาป่วยยกทัพกลับไปยังดินแดนตน จากนั้นสั่งปิดแม่น้ำและทางน้ำ ตัดหนทางล่าถอยของทัพฮั่น ต่อต้านสงครามระหว่างฮั่นและฉู่ ฮั่นหวางส่งหลี่เซิน (郦生)ไปเจรจากับเว่ยหวางเป่าไม่ได้ผล เดือนสิงหาคมจึงสั่งให้หานซิ่นเข้าโจมตีเว่ย เว่ยหวางนำทัพไปตั้งรับที่ผูป่าน (蒲坂) เพื่อปิดกั้นด่านทางน้ำ (ด่านตู้โขว่หลิงจิ้นกวาน渡口临晋关บนแม่น้ำหวงเหอ黄河หรือแม่น้ำเหลือง ปัจจุบันมีชื่อว่า ด่านผูจวินกวาน蒲津关) หานซิ่นจงใจจัดตั้งทหารเรือจำนวนมาก แสดงเรือให้เห็นหลอกว่าจะใช้เรือข้ามแม่น้ำ จากนั้นซุ่มทหารไว้ที่เซี่ยหยาง (夏阳)จนถึงมู่เผิน (木盆) ออกคำสั่งให้เรือข้ามแม่น้ำเข้าโจมตีเว่ยตู้อันปา (魏都安邑) เว่ยหวางเป่าตกใจนำทัพออกต้านทัพฮั่น หานซิ่นมีชัยจับเว่ยหวงเป่าเป็นเชลยได้ เมืองผิงติ้งในครอบครองของรัฐเว่ยเปลี่ยนชื่อเป็น เหอตงจวิ้น (河东郡)

หลิวปังนำหานซิ่นมุ่งสู่เหนือปราบรัฐเยี๋ยน รัฐจ้าว ตะวันออกปราบรัฐฉี  ตัดเสบียงและการขนส่งของรัฐฉู่ทางใต้ ตะวันตกขยายดินแดนฮั่นถึงหยินหยาง (荥阳) ในการดำเนินยุทธการเพื่อโอบล้อมทัพฉู่ เปิดการต่อต้านทัพฉู่ซึ่งเผชิญหน้ากันในตอนนี้ หลิวปังให้ทหารแก่หานซิ่นสามหมื่นคนยกทัพไปทางทิศตะวันออกเปิดยุทธการการรบในภาคเหนือ ฮั่นหวางส่งจางเอ๋อร์ (张耳) กับหานซิ่นร่วมกันนำกองทัพมุ่งทิศตะวันออกเข้าตีจางหวางเสว่ ทิศเหนือตีไต้หวางเฉินยวี (代王陈余) จับเป็นไต้เซียงเซี่ยซัว (代相夏说) ทำลายรัฐไต้ การจับทหารเชลยเป็นจำนวนมากช่วยเสริมทัพให้กับหลิวปังในการทำศึกกับรัฐฉู่ที่หยินหยาง เป็นกองหนุนในการต่อสู้ในสนามรบแบบเผชิญหน้า

หานซิ่นและจางเอ๋อร์ยกทัพหลายหมื่นผ่านภูเขาไท่หางซัน (太行山)ด้านจิ่นซินโขว่ (井陉口)เข้าตีรัฐจ้าว จ้าวหวางและเฉินอันจวิน (成安君) เฉินยวี (陈余) เฉินปิง (陈兵)นำทัพสองแสนคนรออยู่ที่จิ่นซันโขว่ต่อต้านกองทัพฮั่น กว่างอู๋จวินหลีจั่วเชอ (广武君李左车) พูดกับเฉินอันจวิน ว่า“หานซิ่นข้ามแม่น้ำทางตะวันตก จับตัวเว่ยหวางที่ฉินเซี่ย (擒夏)กล่าวว่า เป็นการปิดการนองลือด ตอนนี้มีจางเอ๋อร์มาด้วยเพื่อจะเอาชนะรัฐจ้าว พวกเราจะรับมือไหวหรือ แต่ข้าได้ยินมาว่า ในการส่งเสบียงเป็นพันๆไมล์ ต้องมีความเสี่ยงต่อทหารที่อาจจะอดอยาก ถึงเวลากินข้าวถึงจะสามารถก่อไฟทำกับข้าว ทหารเหล่านี้กินข้าวกันไม่อิ่ม ที่จิ่นซินโขว่นี้ รถไม่สามารถวิ่งคู่ขนานกันได้ ทหารม้าไม่สามารถขับม้าเรียงหน้ากระดาน การเดินทัพเป็นร้อยๆไมล์ เสบียงอาหารจะถูกทอดทิ้งให้อยู่เบื้องหลัง ข้าหวังว่าท่านจะมอบหมายทหารม้าให้ข้าสามหมื่นเพื่อเดินสู่ทางลัดตัดเสบียงของกองทัพฮั่น ท่านจงขุดสนามเพลาะให้ลึก ตั้งค่ายให้มั่นคง เสริมกำแพงค่ายให้สูงเป็นพิเศษ กองทัพหน้าฮั่นจะทำการรบก็ไม่ได้ จะถอยทัพกลับก็ไม่ได้ กองทัพข้าจะคอยตีสกัดทัพฮั่นอยู่ด้านหลัง ความวุ่นวายในทัพฮั่นก็จะเกิดขึ้นเนื่องจากขาดอาหาร ไม่เกินสิบวัน ศีรษะของหานซิ่นและจางเอ๋อร์ก็จะมาแขวนบนธงของท่าน หวังว่าท่านคงพิจารณาแผนของข้า หรือไม่ก็ให้พวกมันจับตัวไป”

เฉินอันจวินนั้นเป็นหนอนหนังสือ เห็นว่าการสู้รบด้วยความยุติธรรมต้องไม่ใช้เล่ห์กล จึงไม่เห็นด้วยตอบไปว่า “ศิลปการทำศึก ทหารเราเป็นสิบเท่าล้อมทหารข้าศึก หนึ่งเท่าของทหารข้าศึกจะต่อสู้อะไรกับเราได้” หลี่จั่วเชอ กล่าว “ถึงแม้หานซิ่นจะยกทัพมาเป็นหมื่นๆคน แต่ทหารเป็นหมื่นที่ยกทัพมาตลอดทางเพื่อโจมตีเราตอนนี้เหนื่อยล้าเต็มที่แล้ว ตอนนี้เราตั้งมั่นไม่เข้าโจมตี ถ้าทัพข้าศึกยกกำลังเพิ่มมาอีก เราจะจัดการกับข้าศึกอย่างไร ท่านจะต้องคิดว่า พวกข้าเป็นคนขี้ขลาด ข้าศึกสามารถเอาชนะพวกข้าได้อย่างง่ายดาย” ในที่สุดเฉินอันจวินไม่รับฟังข้อเสนอของ กว่างอู๋จวินหลี่จั่วเชอ

 

กว่างอู๋จวินหลบหนี

หานซิ่นส่งคนไปดูลาดเลาได้ยินว่าแผนการของหลี่จั่วเชอไม่ได้ถูกนำมาใช้มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง นำทหารกล้ามุ่งหน้าออกห่างจากจิ่นซินโขว่สามสิบไมล์แล้วตั้งค่าย เที่ยงคืนนั้นทหารม้าสองพันนายล่วงหน้ามาก่อน ทหารทั้งหมดถือธงแดง อำพรางและปกปิดการเดินทางจากทางลัดสู่ทางเลียบเขา ส่งคนไปลอบดูจ้าวจวิน (赵军) แล้วเตือนให้ทหารระมัดระวัง หานซิ่นจึงกล่าว หากจ้าวจวินเห็นกองจู่โจมของพวกเรา จ้าวจวินจะต้องเข้าสกัดผลักดันทัพเราอย่างเข้มแข็งเต็มที่ พวกท่านรีบรุกเข้าไปที่ค่ายของจ้าวจวิน รื้อถอนธงรัฐจ้าวทิ้ง แล้วปักธงแดงของรัฐฮั่น จากนั้นหานซิ่นออกคำสั่งให้แก่ทุกคน “วันนี้หลังจากเอาชนะจ้าวจวินแล้ว พวกเราค่อยกินข้าว” นายทหารฮั่นทั้งหมดต่างไม่เชื่อแต่ต้องแกล้งทำตามคำสั่ง หานซิ่นยังเรียกแม่ทัพนายกองมาวิเคราะห์การศึก ค่ายจ้าวจวินเป็นทำเลที่ดีในการยึดครองเป็นแห่งแรก เมื่อก่อนพวกเขาไม่เคยเห็นแม่ทัพใหญ่ทัพฮั่น คงกังวลว่าเมื่อพวกเราเจอการต่อต้านจะถอยทัพจึงไม่อยากส่งกองทัพเข้าโจมตีพวกเรา ดังนั้นหานซิ่นจัดเตรียมทหารหนึ่งหมื่นคนเป็นกองหน้าตั้งทัพเรียงรายโดยมีแม่น้ำอิงอยู่ด้านหลัง ทัพจ้าวจวินเห็นกองทัพฮั่นจัดวางทหารแบบจู่โจมไปข้างหน้าโดยไม่คิดถอยหลังต่างหัวเราะเยาะเย้ย เมื่อพระอาทิตย์กำลังตกดินหานซิ่น ในฐานะแม่ทัพใหญ่ลั่นกลองรบและยกทัพเข้าตีจิ่นซินโขว่ จ้าวจวินยกทัพออกจากค่ายเข้าสกัด สู้รบกันเป็นเวลานาน หานซิ่นและจางเอ๋อร์ต่างทิ้งธงกองทัพแกล้งทำเป็นรบแพ้ถอยมายังแนวแม่น้ำที่กองทัพจัดแถว จ้าวจวินมองเห็น และขับดันทัพหน้าอย่างเต็มที่เพื่อไล่ตามหานซิ่นและจางเอ๋อร์ ติดตามทหารฮั่นที่ทิ้งกลองและธงรบ หานซิ่น และจางเอ๋อร์ถอนทหารจากริมแม่น้ำ สั่งทหารเรือเข้ารบกับจ้าวจวิน การต่อสู้ถึงขั้นแตกหัก จ้าวจวินไม่สามารถตีทัพฮั่นแตกได้ หานซิ่นออกคำสั่งให้ทหารม้าสองพันนายเตรียมพร้อม รอจ้าวจวินนำทหารเข้าไล่ตามทัพฮั่นอย่างเต็มที่จนทหารเบียดเสียดต่างแย่งชิงทรัพย์สมบัติของทหารฮั่นที่ทิ้งไว้ สั่งทัพม้าบุกเข้าไปในป้อมค่ายของจ้าวจวิน รื้อถอนธงรบของจ้าวจวิน แล้วชักธงแดงของรัฐฮั่นขึ้นสองพันธง จ้าวจวินรบเท่าไหร่ก็ไม่ชนะ อยากถอยทัพกลับเข้าค่าย แต่เมื่อเห็นทั้งค่ายเต็มไปด้วยธงของรัฐฮั่นตกใจหน้าเปลี่ยนสี คิดว่าทัพฮั่นจับตัวจ้าวหวางและนายทหารคนอื่นๆของรัฐจ้าวได้หมดแล้ว ตอนนี้ในสนามรบก็วุ่นวายสับสน จึงกระจายตัวออกมาแล้วหนีไป ถึงแม้ว่าจะตัดกำลังทหารของแคว้นจ้าวลงได้อย่างมาก ทั้งพยายามที่จะไม่ให้สูญเสียไปมากกว่านี้ แต่ไม่เป็นผล เมื่อทัพฮั่นเข้าโจมตีทั้งสองด้านตีทัพจ้าวจวินแตก ณ.ที่ติงสุ่ย (泜水,ปัจจุบันคือ แม่น้ำเว่ยเหอ魏河มณฑลเหอเป่ย)จับเฉินอันจวินประหารชีวิต และจับเป็นจ้าวหวางเสว่

หานซิ่นออกคำสั่งห้ามใครฆ่าหลี่จั่วเชอเพื่อนำตัวมาใช้ประโยชน์ในภายหลัง ไม่นานก็จับกว่างอู๋จวินหลี่จั่วเชอได้ หานซิ่นเป็นคนรู้จักธรรมเนียมเชิญหลี่จั่วเชอนั่งทางด้านขวาของตนและทำความเคารพ ชัยชนะยิ่งใหญ่ของหานซิ่นทหารฮั่นทุกคนต่างดีใจ ถามว่า “ในศิลปของการทำสงคราม การจัดแถวทหารด้านหลังต้องอิงภูเขา ทางซ้ายคือ ทำเลที่เป็นแอ่งน้ำ แต่วันนี้ท่านแม่ทัพจัดทัพหลังอิงแม่น้ำ แล้วยังสั่งพวกเราเสร็จศึกตีทัพจ้าวได้ค่อยกินข้าวเย็นกัน ตอนนั้นพวกเราไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ดีพวกเราก็ชนะศึก นี่มันคือ กลศึกอะไร” หานซิ่น ตอบ “กลยุทธนี้อยู่ในศิลปแห่งสงคราม มีชื่อว่า “กู้จูจวินฝู๋ฉาเอ๋อร์” (顾诸君弗察耳) ในสงครามไม่ได้บอกว่า การตกต่ำสามารถฟื้นคืนชีพได้ ถลำลงในความตายจากนั้นรักษาขึ้นมาใหม่หรอกหรือ และคำสั่งที่สั่งออกไปนั้นเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนสู้ตาย เป็นศักยภาพที่ใช้ในการต่อสู้ในทำเลที่เป็นกับดักแห่งความตาย ทุกๆคนทำเพื่อสงครามครั้งนี้ แผนนี้เพื่อทำเลการศึกนี้ ต่อไปภายภาคหน้าอาจจะใช้อีก” แม่ทัพนายกองได้ยินต่างคนต่างมีความคิดแปลกๆหลังจากเคยทำสงครามกันมา ต่างยกย่องชื่นชมห่านซิ่นในการประยุกต์ใช้ศิลปแห่งสงคราม

แผนของกว่างอู๋จวินหลี่จั่วเชอ

จากนั้นหานซิ่นถามหลี่จั่วเชอเกี่ยวกับกงเยี้ยน(攻燕,เยี้ยนหวางจางถู燕王臧荼 และโตวจี้ 都蓟 ปัจจุบัน คือ นครเป่ยจิง) และข้อมูลของรัฐฉี หลี่จั่วเชอ ปฎิเสธที่จะพูด เพียงกล่าวว่า “ข้าเพียงได้ยินมา” หลี่จั่วเชอ กล่าวต่อ“ป้ายจวินจือเจี้ยงปู่เคิ่นเหยียนหย่ง หวางกั๊วจือเฉินปู้ก่านหยีเจิ้ง” (败军之将不可言勇, 亡国之臣不敢语政หมายถึง แม่ทัพที่แพ้สงครามไม่ถือว่าเป็นผู้กล้าหาญ ข้าราชการของประเทศที่ถูกปราบไม่ควรพูดการเมือง) ตอนนี้ข้าเป็นแม่ทัพที่แพ้สงคราม เป็นเชลยของรัฐที่ถูกปราบ แล้วไฉนข้าจะมีศักดิ์ศรีมาแนะนำท่านเรื่องกิจการของรัฐอื่น”

หานซิ่น กล่าวตอบ “ข้าได้ยินมาว่า ป่ายหลี่สี (百里奚) อยู่ในรัฐหยี (虞国) ตอนนั้น รัฐหยีถูกทำลาย เมื่อมาอยู่รัฐฉินกลับเป็นผู้โดดเด่น นั่นไม่ใช่เป็นเพราะว่า เขาโง่เมื่ออยู่กับรัฐหยี และฉลาดเมื่ออยู่รัฐฉิน แต่อยู่ที่กษัตริย์องค์ไหนใช้เขาทำการใหญ่ และนำคำแนะนำของเขาไปปรับใช้ ถ้าเฉินอันจวินรับฟังแผนของท่านตอนนี้ข้าหานซิ่นคงตกเป็นนักโทษของท่านแล้ว ข้ามีความจริงใจรับฟังคำแนะนำจากท่าน ขอท่านจงอย่าปฎิเสธเลย” หลี่จั่วเชอ กล่าวว่า “ข้าได้ยินมาว่า จือเจ่อเชียนลี่ ปี้โหย่วอี่ซือ หยีเจ่อเชียนลี่ ปี้โหย่วอี่เต๋อ(智者千虑,必有一失;愚者千虑,必有一得หมายถึง ความกังวลพันอย่างในคนฉลาด เมื่อไหร่จะล้มเหลว ความกังวลพันอย่างของคนโง่ เมื่อไหร่จะมีโอกาส) ดังนั้นถึงจะเป็นคำพูดของนักโทษอย่างข้า คนฉลาดอย่างท่านควรที่จะเลือกไปปรับใช้ แต่ข้ากลัวว่า ถ้าข้าบอกแผนทั้งหมดให้แก่ท่านมันจะไม่คุ้มค่าในการใช้ แต่ข้าก็ยินดีที่จะเสนอความเห็นอันต่ำต้อยของข้าให้แก่ท่าน เฉินอันจวินถึงแม้จะมีแผนการมากมายในการรบ แต่การคำนวณผิดพลาดครั้งเดียว กองทัพพ่ายแพ้สงคราม ตัวเองต้องตายที่ติงสุ่ย ตอนนี้ท่านรุกไปทางซีเหอ (西河) ตะบบเว่ยหวางเป่ายึดดินแดนเป็นของตน ตีได้จิ่นซินโขว่ ยังไม่ถึงครึ่งเช้าท่านก็ปราบทัพจ้าวทั้งสองหมื่นคนลง ประหารชีวิตเฉินอันจวิน ชื่อเสียงท่านขจรไกลและสร้างความกลัวเกรงไปทั่วประเทศ ท่านต้องให้คนของท่านได้วางเครื่องมือพักผ่อน พักงานบ้าง กินดี มีเสื้อผ้าสวมใส่ที่ดี มีความเชื่อมั่นในการรับฟังคำสั่งการเคลื่อนทัพของท่าน นี่จะกลายเป็นจุดแข็ง ถ้าทหารท่านเหน็ดเหนื่อยในสถานการณ์ปัจจุบันยากที่จะใช้สอยพวกเขา ตอนนี้ท่านต้องออกคำสั่งให้ทหารทุกคนได้พักจากความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ตั้งหลักพักอยู่ในเมืองของรัฐเยี้ยน ถ้าท่านต้องการจะรบข้าเกรงกลัวว่าทหารจะไม่แข็งแกร่ง พลังวังชาจะหมดเร็วและไม่อาจเอาชัยชนะได้ ความจริงมันปรากฎอยู่ว่ารัฐเยี้ยนแม้อ่อนแอแต่ก็ไม่ยอมแพ้ รัฐฉีคงจะเสริมกำลังตามชายแดน รัฐเยี้ยนและรัฐฉีถ้ายังปักหลักในแดนไม่ยอมจำนน ดังนั้นสงครามระหว่างหลิวปังและเซี่ยงยวี่ยังดูไม่ออกใครเป็นผู้ชนะ นี่คือจุดอ่อนของท่าน ข้าคิดว่าการมุ่งเหนือเอาชนะรัฐเยี้ยน และมุ่งตะวันออกปราบรัฐฉี เป็นแผนการที่ผิดพลาด โดยทั่วไปการใช้ทหารที่ดีคือการใช้ทหารทำศึกในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น ท่านไม่ควรเคลื่อนทัพในเวลานี้และรอ ให้ทหารพักผ่อนให้มากที่สุด สร้างความสงบมั่นคงให้รัฐจ้าว ตอบแทนทหารที่บาดเจ็บ และให้รางวัลดื่มฉลองให้กับนายทหารทั้งหลาย ไม่ควรจะโจมตีรัฐเยี้ยนในเวลานี้ แล้วส่งนักเจรจาไปเจรจาต่อรองกับรัฐเยี้ยนให้ผลประโยชน์กับรัฐเยี้ยนเหมือนที่รัฐเยี้ยนเคยมีมาในอดีต รัฐเยี้ยนคงไม่กล้าที่จะไม่ฟังข้อเสนอของท่าน หลังจากรัฐเยี้ยนยอมจำนนรับข้อเสนอแล้ว ท่านควรจะส่งนักเจรจาร่วมกับนักปราชญ์ของรัฐเยี้ยน ฮั่นซัวฉี (汉说齐)ไปรัฐฉี รัฐฉีคงรับข้อเสนอตามกระแส ถึงแม้ว่าคนที่ฉลาดที่สุดก็ยังไม่รู้ว่าจะวางหมากให้รัฐฉีเดินอย่างไร ถ้าเป็นแบบนี้ การทำการใหญ่ของท่านก็จะง่ายดายขึ้น วิธีการใช้ทหาร เดิมทีก็ใช้ชื่อแม่ทัพไปขู่ก่อนจากนั้นค่อยใช้กลยุทธ์พิชัยสงครามไปปฎิบัติตามความเป็นจริง”

หานซิ่นรับฟังแผนการของหลี่จั่วเชอ ส่งคนเดินสารไปรัฐเยี้ยนทันที รัฐเยี้ยนเมื่อได้รับฟังข้อเสนอยอมจำนนต่อหานซิ่นทันที หานซิ่นเสนอแต่งตั้งจางเอ๋อร์เป็นจ้าวหวางปกครองรัฐจ้าว หลิวปังเห็นด้วยและประกาศแต่งตั้งจางเอ๋อร์เป็นจ้าวหวางอย่างเป็นทางการ

ในช่วงเวลานั้นทัพฉู่ได้ยกทัพข้ามแม่น้ำหวงเหอ (黄河)หลายครั้งเพื่อโจมตีรัฐจ้าว จ้าวหวางจางเอ๋อร์และหานซิ่นช่วยกันปกป้อง ยกทัพมาป้องกันเมืองต่างๆในรัฐจ้าวทั้งยังยกทัพมาช่วยหลิวปัง ตอนนั้นทัพฉู่กำลังล้อมทัพหลิวปังอยู่ที่หยินหยาง (荥阳) หลิวปังหนีไปที่หวาน (宛) เย่เจียน (叶间) และถูกบังคับบีบหนีไปที่ เฉินกาว (成皋) ทัพฉู่ตามติดกระชั้นชิดไปล้อมเฉินกาว ปีที่สามแห่งราชวงศ์ฮั่นเดือนมิถุนายน ฮั่นหวาง ออกจากเฉินกาวสู่ทิศตะวันออกเพื่อข้ามแม่น้ำหวงเหอพร้อมกับเซี๋ยโฮวอิน (夏侯婴) ไปยังซิวอู้ (修武) ซึ่งเป็นที่ตั้งทัพของจางเอ๋อร์ รุ่งเช้าทั้งสองเข้าไปถึงค่ายจ้าวซึ่งเป็นทหารฮั่น จางเอ๋อร์และหานซิ่นยังนอนหลับไม่ตื่น หลิวปังเดินตรงไปยังห้องนอน เข้าไปค้นหาตราประทับประจำตัวของทั้งสอง แล้วแต่งตั้งทั้งสองใหม่ ปรับเปลี่ยนตำแหน่งของทั้งสองให้เหมาะสม รอจนกระทั่งจางเอ๋อร์และหานซิ่นตื่นจึงค่อยรู้ว่าฮั่นหวางมาถึงแล้ว ตกใจหน้าซีดเปลี่ยนสี ฮั่นหวางมาตบรางวัลทั้งสอง ประกาศแต่งตั้งจางเอ๋อร์ปกครองรัฐจ้าว แต่งตั้งหานซิ่นเป็นเซี่ยงกั๊ว (相国,ตำแหน่งเทียบเท่านายกรัฐมนตรี) ตำแหน่งนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เอาชนะจ้าวปินที่หยินหยางจนไปถึงการทำสงครามกับรัฐฉี

 

แผนการจัดการรัฐฉี

หานซิ่นยกทัพสู่ตะวันออกเพื่อตีรัฐฉี ยังไม่ทันถึงผิงหยวนตู้โขว่(平原渡口) ทราบข่าวจากหลี่สือฉี(郦食其)ว่ารัฐฉีขอเข้ากับรัฐฮั่น หานซิ่นอยากหยุดการยกทัพ แต่ฟ่านหยาง(范阳)นักปรัชญาเจรจาจากไขว้ทง(蒯通)แนะนำหานซิ่นว่า “ท่านแม่ทัพยกทัพมาปราบฉีในครั้งนี้ ฮั่นหวางยังไม่ได้ส่งคนไปรับการยอมจำนนของรัฐฉี และยังไม่มีคำสั่งให้ท่านหยุดทัพโจมตีรัฐฉี ยิ่งกว่านั้นหลี่สือฉีเป็นแค่นักรณรงค์หาเสียงคนหนึ่ง ด้วยเพียงลิ้นสามแฉกและฝีปากกล้าจะสามารถกล่อมรัฐฉีทั้งเจ็ดสิบกว่าเมืองมายอมจำนนต่อเราหรือ ท่านบังคับบัญชาทหารกี่หมื่นคน ต้องใช้เวลากว่าหนึ่งปีจึงพิชิตรัฐจ้าวทั้งหมดห้าสิบกว่าเมือง แม่ทัพคนหนึ่งไม่สามารถเทียบกับนักเจรจาต่อรองหรือ” หานซิ่นรับฟังคำแนะนำของฟ่านหยาง ยกทัพข้ามแม่น้ำเข้าตีรัฐฉี ในเวลานั้นรัฐฉีตัดสินใจสู้รบกับรัฐฮั่น แต่การป้องกันทัพฮั่นค่อนข้างหละหลวม หานซิ่นฉวยโอกาสโจมตีกองกำลังประจำการรัฐฉีตลอดทางไปถึงหลิงสือ(临淄) ฉีหวางเถียนกว่าง (齐王田广) ตื่นตระหนก คิดว่าหลี่สิอฉีทรยศต่อเขาจับหลี่สือฉีไปต้มจนตาย ฉีหวางหนีไปถึงเกามี่(高密) ส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากรัฐฉู่ ขณะที่หานซิ่นตีหลิงสือแตก เซี่ยงยวี่ทราบข่าวสั่งหลงเฉว่(龙且)ขี่ม้านำทัพสองแสนคนพร้อมกับฉีหวางเถียนกว่างเข้าต้านทัพฮั่น ทัพหน้าที่มาถึงก่อนเสนอความเห็นให้หลงเฉว่ “ทัพฮั่นยกมาคราวนี้เพื่อทำสงคราม ได้รับชัยชนะมาตลอดทาง แต่กับรัฐฉี ทหารฉู่ ณ.ที่นี่ค่อนข้างที่จะหย่อนยาน ควรที่เราจะขุดคูให้ลึกและสร้างกำแพงค่ายให้สูง ดังสุภาษิต “การป้องกันที่ดีที่สุด คือ การรุกที่ดีที่สุด” (อี่โสวเว่ยกง以守为攻) ออกกฎไม่ให้อาหารในเมืองที่ถูกฮั่นยึดครองตกไปอยู่ในมือของฮั่น เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าฉีหวางยังคงอยู่ และมีทัพฉู่มาช่วย แบบนี้ต้องทำให้ทัพฮั่นขาดเสบียงอาหาร เป็นการป้องก้นตัวเองที่ดี” หลงเฉว่ดูแคลนหานซิ่น อยากจะออกรบโดยเร็ว ไม่ต้องการใช้แผนนี้ ยกทัพออกประจัญหน้ากันกับทัพหานซิ่นเรียงรายทางทิศตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเวยสุ่ย (潍水, ปัจจุบัน คือ แม่น้ำเวยเหอ潍河มณฑลซานตง)คนละฟาก หานซิ่นสั่งให้ทหารเร่งจัดเตรียมถุงกระสอบทรายอัดแน่นหนึ่งหมื่นถุง ทำเขื่อนปิดทางน้ำของแม่น้ำเวยสุ่ยตอนบน แบ่งทัพครึ่งหนึ่งลุยน้ำเข้าโจมตีแนวทัพของหลงเฉว่ หลงเฉว่ยกทัพออกประจัญหน้า หานซิ่นแกล้งทำเป็นถอยทัพ หลงเฉว่คิดว่าหานซิ่นขี้ขลาดยกทัพข้ามแม่น้ำเพื่อโจมตี หานซิ่นเห็นดังนั้นออกคำสั่งเร่งให้ทหารทำลายเขื่อนกระสอบทรายทิ้ง น้ำจากแม่น้ำเว่ยสุยไหลมาอย่างเชี่ยวกราก กองทัพของหลงเฉว่มากกว่าครึ่งยังยกทัพไม่ทันข้ามแม่น้ำถูกน้ำท่วมซัด หานซิ่นหันทัพกลับยกเข้าโจมตีอย่างโหดเหี้ยมฆ่าหลงเสว่ตายในสนามรบ ตงอั้นฉี (东岸齐) ฉู่เหลียงจวิน (楚联军) เห็นกองทัพฝั่งตะวันตกโดนทำลายต่างแยกย้ายกันหนีไปคนละทิศละทาง หานซิ่นยกทัพข้ามแม่น้ำอย่างทันควันไล่ล่าไปถึงเมืองเฉินหยาง(城阳) จับทหารทัพฉู่ได้เป็นจำนวนมาก ฉีหวางเถียนกว่างหนีไปได้ไม่นานถูกฆ่าทิ้ง ปีที่สี่แห่งราชวงศ์ฮั่น (203 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ดินแดนแคว้นฉีทั้งหมดตกเป็นของรัฐฮั่น

ล้มแคว้นทั้งสี่

หานซิ่นจัดการรัฐเว่ยสำเร็จ ปราบรัฐจ้าว ทำลายรัฐเยี้ยน ล้มรัฐฉีลงแล้ว เขาส่งจดหมายถึงหลิวปังว่า “รัฐฉีนี้เจ้าเล่ห์แสนกลอย่างร้ายกาจ เป็นรัฐที่นโยบายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่อาจไว้ใจได้ ทางใต้มีชายแดนติดกับแคว้นฉู่ ถ้าไม่มีการแต่งตั้งตัวแทนปกครองสถานการณ์จะไม่มั่นคง ข้าหวังว่าข้าจะเป็นตัวแทนท่านดำรงตำแหน่งฉีหวาง แบบนี้จึงจะเป็นประโยชน์ต่อท่าน”

ในตอนนั้นเซี่ยงยวี่ปิดล้อมหลิวปังอย่างหนาแน่นอยู่ที่หยินหยาง สถานการณ์สุดวิกฤต หลิวปังอ่านจดหมายหานซิ่นโกรธอย่างสุดขีด โมโหด่าหานซิ่นไม่มาช่วยที่หยินหยางยังเร่งรัดอยากแต่งตั้งตัวเองเป็นหวาง จางเหลียง และเฉินผิงต้องเอาเท้าสะกิดเท้าหลิวปังเข้าไปกระซิบข้างหู “หานซิ่นเสนอมาตอนนี้ไม่เหมาะสมกับเวลา แล้วทำไมเราถึงไม่แต่งตั้งเขาเป็นหวางละ ท่านควรฉวยโอกาสนี้แต่งตั้งเขาเป็นหวาง ดูแลเขาเป็นพิเศษ ยึดถือเขาเป็นพี่น้องไม่ควรกดเขา ไม่งั้นสถานการณ์อาจจะเปลี่ยนแปลงได้” หลิวปังได้ยินคำเตือนเข้าใจและรู้สึกตัว เปลียนคำด่าใหม่เป็น “ คนจริงสมควรเป็นหวาง เพื่อเป็นหูเป็นตาแทนกษัตริย์ แล้วมันผิดตรงไหน” (大丈夫定诸侯,即为真王耳,何以假为!ต้าจ้านจือติ้งฝูโฮว ฉีเหวยเจิ้นหวางเอ่อร์ เหออี่เจี้ยเหวย) จากนั้นส่งจางเหลียงไปแต่งตั้งหานซิ่นเป็นฉีหวางอย่างเป็นทางการ ปรับเปลี่ยนกองทัพของเขาเพื่อเข้าตีทัพฉู่

รัฐฉีพ่ายแพ้และการตายของหลงเฉว่ทำให้เซี่ยงยวี่หวาดหวั่นอย่างมาก ส่งคนแคว้นฉี อู๋จื่อโหยว (武涉游)ล่วงหน้าไปพบเจรจาต่อรองกับหานซิ่นให้ต่อต้านรัฐฮั่นและร่วมเป็นพันธมิตรกับรัฐฉู่ แบ่งประเทศออกเป็นสามรวมทั้งของฉีหวาง หานซิ่น ตอบปฎิเสธไปว่า “ข้าทำงานรับใช้เซี่ยงหวางหลายปี ทำงานเป็นหมอสนามรบก็ไม่ได้ดี ตำแหน่งก็ต่ำต้อยกว่านายทหารใส่เกราะ ข้าพูดอะไรไม่มีใครฟัง แผนการของข้าก็ไม่มีใครใส่ใจ ดังนั้นจึงจากฉู่มาคารวะฮั่น ฮั่นหวางหลิวปังแต่งตั้งให้ข้าเป็นแม่ทัพ ให้ข้าคุมคนเป็นแสน เสื้อผ้าดีๆมีให้ข้าใส่ แบ่งข้าวแบ่งปลาให้ข้ากิน นอกจากนั้นยังเชื่อฟังและเชื่อใจในตัวข้า ดังนั้นข้าจึงมีความสำเร็จในวันนี้ ฮั่นหวางให้ข้าเป็นคนใกล้ชิด ไว้ใจข้า ถ้าข้าทรยศกับเขาผลลัพธ์ที่ได้คงไม่ดีหรอก ถึงข้าตายข้าก็ไม่ทรยศต่อฮั่น โปรดนำคำปฎิเสธของข้าไปบอกต่อความหวังดีของเซี่ยงหวางที่มีให้”

อู๋จื่อโหยวหลังจากเกลี้ยกล่อมหานซินไม่สำเร็จก็กลับไป คนฉีไขว่ทงรู้แล้วว่าตัวแปรสำคัญในการช่วงชิงกันเป็นใหญ่ปกครองประเทศตอนนี้อยู่ในมือของหานซิ่น ดังนั้นมีคนมากมายต่างมาเป็นที่ปรึกษาของหานซิ่น คิดว่าเขาจะมีฐานะตำแหน่งสูงในภายภาคหน้า แต่การทำการใหญ่ที่สั่นสะเทือนโลกและรู้กันทั่วประเทศนั้นอันตรายอย่างยิ่ง ในที่สุดการชักจูงห่านซิ่นแต่หานซิ่นลังเลใจที่จะทรยศต่อหลิวปัง ต้องยกให้เป็นความดีความชอบของหานซิ่น หลิวปังไม่สามารถเอาชนะรัฐฉีด้วยตนเองและไม่เชื่อฟังแผนการของไขว้ทง

 

หลิวปังพ่าย

ปีที่ห้าแห่งราชวงศ์ฮั่น (202 ปีก่อนคริสต์ศักราช) หลิวปังได้ทีจากเซี่ยงยวี่ที่ยังไม่เตรียมพร้อม กองทัพฉู่เกิดความเหนื่อยล้า เปิดยุทธการศึกกับทัพฉู่ในทันทีทันใด เรียกหานซิ่นจากแคว้นฉี (ปัจจุบัน คือ มณฑลซานตง) เผิงเยว่ (彭越) จากแคว้นเหลียง (ปัจจุบัน คือ ดินแดนทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มณฑลเหอหนาน) ลงใต้ร่วมกันล้อมทัพฉู่ เดือนตุลาคมปีที่ห้าแห่งราชวงศ์ฮั่นหานซิ่น และ เผิงเยว่ยกทัพลงใต้มาล่าช้า หลิวปังขับไล่ทัพฉู่ไปถึงกู่หลิง (固陵,ปัจจุบัน คือ เมืองเหวยหยาง淮阳ทิศตะวันตกเฉียงเหนือมณฑลเหอหนาน) ทัพฉู่ตีโต้กลับ หลิวปังรบแพ้แล้วรีบถอยกลับ

เพื่อที่จะใช้หานซิ่นและเผิงเยว่ให้เป็นประโยชน์ หลิวปังยอมเชื่อฟังแผนการของจางเหลียง ยกดินแดน(ปัจจุบัน คือ เมืองเวยหยาง淮阳มณฑลเหอหนาน)พื้นที่กว้างใหญ่ทิศตะวันออกจดทะเลให้หานซิ่นครอบครอง แต่งตั้งเผิงเยว่เป็นเหลียงหวาง ยกเมืองซุยหยาง (睢阳, ปัจจุบัน คือ เมืองซางชิว 商丘มณฑลเหอหนาน) ไปทางทิศเหนือจดกู่เฉิง (谷城 ปัจจุบัน คือ เมืองเออหนาน阿南ทิศตะวันออกมณฑลซานตง) ให้เผิงเยว่ ภายใต้การบัญชาการรบของหานซิ่น หานซิ่นและเผิงเยว่ถูกแต่งตั้งเป็นทหารหน่วยรบ

หานซิ่นยกทัพลงใต้จากแคว้นฉีเข้ายึดครองดินแดนฉู่ที่เผิงเฉิง(彭城,ปัจจุบันคือเมืองสวี่โจว徐州มณฑลเจียงซู)รวมทั้งดินแดนทางเหนือของมณฑลเจียงซูในปัจจุบัน ดินแดนทางเหนือมณฑลอันฮุย และพื้นที่กว้างใหญ่ในมณฑลเหอหนาน ตั้งทัพเผชิญหน้ากับทัพฉู่ เผิงเยว่เช่นกันยกทัพจากแคว้นเหลียงมุ่งสู่ตะวันตก แม่ทัพฮั่นหลิวเจี๋ย (刘贾) ร่วมกับจิ่วเจียงหวางอิงปู้หักเอาเมืองเฉิงฟู่(城父,ปัจจุบันคือเขตป๋อเซี่ยนเฉิง亳县城มณฑลอันฮุย) หลิวปังนำทัพใหญ่ของเขาออกจากกู่หลิง(固陵)สู่ตะวันออก กองทัพฮั่นตั้งทัพจากทิศใต้ เหนือ ตะวันตกสามด้านโอบล้อมทัพฉู่ เซี่ยงยวี่ถูกบังคับให้ถอยร่นไปที่ก่ายเซี่ย(垓下,ปัจจุบันคือเขตหลิงปี้灵璧ทิศตะวันตกมณฑลอันฮุย,บางตำราบอกว่าคือเมืองเหวยหยาง淮阳มณฑลเหอหนาน)

เดือนตุลาคมปีที่ห้าแห่งราชวงศ์ฮั่น หลิวปัง หานซิ่น หลิวเจี๋ย เผิงเยว่ จิ่วเจียงหวางอิงปู้ ยกทัพทั้งหมดสี่แสนคนทำสงครามครั้งสุดท้ายกับเซี่ยงยวี่และทัพฉู่หนึ่งแสนคนที่ก่ายเซี่ย กองทัพฮั่นยกให้หานซิ่นเป็นแม่ทัพใหญ่บัญชาการรบ ปีกซ้ายคือทัพข่งสี(孔熙) ปีกขวาคือทัพเฉินเห้อ(陈贺) หลิวปังเป็นทัพหนุน ทัพโจวป๋อต้วน(周勃断)เป็นทัพหลัง หานซิ่นนำทัพเข้าโจมตีแต่แพ้ต้องถอยกลับ สั่งทัพปีกซ้ายและขวาเข้าโจมตี ทัพฉู่ต้านทานเหลือที่จะรับ หานซิ่นขับทัพกลับโจมตีต่อ ทัพฉู่พ่ายแพ้ถอยทัพกลับเข้าค่าย ถูกกองทัพล้อมค่ายอย่างแน่นหนา ทัพฉู่ยังคงสู้รบต่อ ทหารฉู่เหนื่อยและหิวโหย หานซิ่นออกคำสั่งให้ทหารบรรเลงเพลงบ้านเกิดทัพฉู่ในยามคืน เนื้อเพลงมีว่า “ทุกคนมาเพื่อฉู่ แผ่นดินนี้เป็นของหลิว หานซิ่นอยู่ก่ายเซี่ย เพื่อตัดหัวเซี่ยงหวาง” (เหรินซินโต่วเซี่ยงฉู่ เทียนเซี่ยอี่ซู่หลิว หานซิ่นถุนกายเซี่ย เย้าจ่านป้าหวางโถว,人心都向楚,天下已属刘;韩信屯垓下,要斩霸王头) เป็นผลให้ทหารฉู่เหนื่อยล้าคิดถึงบ้านเกิด ขวัญกำลังใจของทหารฉู่แหลกสลาย หานซิ่นฉวยโอกาสเข้าโจมตี ทัพฉู่โดนตีแตก กองทัพหนึ่งแสนคนถูกทำลาย เซี่ยงยวี่หนีไปที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำและเชือดคอตัวเองตาย หลิวปังนำทัพไปติ่งเถ้า(定陶)เข้าสู่ทัพของหานซิ่น ยึดคืนอำนาจอาญาสิทธิ์ ภายหลังแต่งตั้งหานซิ่นเป็นฉู่หวาง เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นที่เซี่ยผี(下邳,ปัจจุบันคือ ผีเซี่ยน邳县ทิศตะวันออกมณฑลเจียงซู)

 

กลับไปคารวะแม่เฒ่า

ห่านซิ่นกลับไปแคว้นฉู่เขาเรียกตัวแม่เฒ่าที่เคยให้อาหารแก่เขาเพื่อให้รางวัลเหรียญทองแก่เธอหนึ่งพันเหรียญ เมื่อมาถึงชนบทที่หนานชาง(南昌)เพียงให้เงินเธอแค่หนึ่งร้อยเหรียญและกล่าวว่า “ท่านเป็นเพียงสามัญชนคนธรรมดา ท่านประกอบกรรมดีรางวัลนี้เป็นแค่เริ่มต้นแต่ยังไม่จบ” แล้วเรียกตัวอันธพาลที่เคยดูถูกหานซิ่นบังคับให้หานซิ่นคลานรอดหว่างขาของเขาในวัยหนุ่ม แต่งตั้งเขาเป็นทหารยศร้อยโท และบอกแก่นายทหารทั้งหลายว่า “เขาคือคนที่เข้มแข็งที่สุด ตอนที่เขาดูถูกข้า ข้าไม่คิดฆ่าเขา ถ้าฆ่าเขาข้าคงไม่มีชื่อเสียงในวันนี้ ดังนั้นข้าจึงสงบสติและอารมณ์ จึงมีวันนี้ที่ข้าประสบความสำเร็จ”

หลังจากเอาชนะเซี่ยงยวี่ แม่ทัพฉู่ที่หนีไปหลิ่งจงหลี่(领钟离)มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหานซิ่นและไปมาหาสู่กับหายซิ่น

หลิวปังเกลียดหลิ่งจงหลี่มาก ได้ยินมาว่าเมื่อหลิ่งจงหลี่ทำการอยู่ในรัฐฉู่เขาออกคำสั่งให้จับหลิวปัง เมื่อหานซิ่นมาถึงแคว้นฉู่ เมื่อยกทัพผ่านชนบทและเมืองต่างๆได้ออกประกาศกฎอัยการศึก ปีที่หกแห่งราชวงศ์ฮั่น(201ปีก่อนคริสต์ศักราช)มีคนกล่าวหาหานซิ่นก่อกบฎ หลิวปังใช้แผนของเฉินผิง บอกว่าฮ่องเต้ต้องการออกไปเยี่ยมเยือนหวางต่างๆ ประกาศให้หวางทุกคนรับทราบให้มาพบเพื่อประชุมกัน กล่าวว่า “ข้าต้องการเดินทางไปหยินเมิ่งเจ๋อ(云梦泽) จริงแล้วต้องการกำจัดหานซิ่น หานซิ่นไม่รู้ หลิวปังแกล้งเดินทางไปรัฐฉู่ หานซิ่นตัดสินใจยกทัพไปปราบจราจล แต่เนื่องจากความไร้เดียงสาของเขาต้องการไปพบหลิวปังก่อน แต่กลัวว่าจะโดนจับ ในตอนนั้นมีคนเสนอแนะให้หานซิ่น “ประหารหลิ่งจงหลี่นำหัวไปถวายฮั่นเกาจู่(หลิวปัง) เกาจู่จะต้องดีใจอย่างยิ่ง ฉะนี้ท่านไม่ต้องกังวลใจเรื่องชั่วร้ายแล้ว” ดังนั้นหานซิ่นใส่ใจในเรื่องนี้และหารือกับหลิ่งจงหลื่ หลิ่งจงหลี่กล่าวว่า “หลิวปังจะไม่โจมตีรัฐฉู่เพราะมีข้าอยู่กับท่านที่นี่ ถ้าท่านต้องการจับข้าไปถวายแก่หลิวปังให้เป็นที่สบอารมณ์ ข้าตายในวันนี้ คนต่อไปที่ตายก็คือท่าน หานซิ่น ดูเหมือนท่านไม่ได้มีคุณธรรมอันใดสูงส่งเลย” ในที่สุดหลิ่งจงหลี่ถูกฆ่าตาย หานซิ่นนำศีรษะหลิ่งจงหลี่ไปเข้าพบถวายให้หลิวปัง หลิวปังสั่งให้ทหารมัดตัวหานซิ่น นำตัวไปไว้บนด้านหลังของรถม้าที่ประทับ หานซิ่น กล่าว่า “มีคนกล่าวว่า กระต่ายตาย เป็นอาหารของหมา นกที่บินสูงเป็นที่ทดสอบของลูกธนูดี รัฐศัตรูถูกทำลาย นักกำหนดนโยบายถูกกำจัด” (เจี่ยวทู่สื่อ เหลียงโก่วเพิง กาวเหนี่ยวจิ้น เหลียงกงจ้าน ตี๋กั๊วพ้อ หมอเฉินหวาง,狡兔死,良狗烹;高鸟尽,良弓藏;敌国破,谋臣亡) เมื่อฟ้ากำหนด ข้ากลับคืนสู่ธุลีดิน” ฮั่นเกาจู่ กล่าว “มีคนบอกว่าเจ้าคิดกบฎ” จึงให้โอกาสหานซิ่นเป็นครั้งสุดท้าย กลับไปที่ลั่วหยาง อภัยโทษให้กับหานซิ่น ลดตำแหน่งเขาเป็นหวยอินโฮ้ว

 

ถูกเนรเทศกลับไปหวยอิน

หานซิ่นถูกเนรเทศกลับไปอยู่ที่หวยอิน เป็นที่รู้กันว่าฮั่นเกาจู่หลิวปังกลัวในความสามารถของเขา ดังนั้นมักจะทำเป็นแกล้งป่วยไม่ยอมให้หานซิ่นเข้าพบหรือเดินทางไปไหนด้วยกัน หานซิ่นรู้สึกไม่พอใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและอยู่บ้านจิตใจก็หดหู่ เมื่อเทียบกับเจี่ยงโฮ้วโจวป๋อ(绛侯周勃) หยินหยางโฮ้วก้วนอิน(颍阳侯灌婴)ซึ่งมีบรรดาศักดิ์เท่ากันรู้สึกละอายใจ มีครั้งหนึ่งเขาไปเยี่ยมฟ่านไขว้ ฟ่านไขว้ทำความเคารพตามพิธีแล้วกล่าว “ต้าหวาง(หลิวปัง)อยากไปเยี่ยมเยือนบ้านท่าน จริงแล้วต้องการดูสภาพของท่าน” หานซิ่นออกจากบ้านฟ่านไขว้ หัวเราะรำพึงกับตัวเองว่า “ในชั่วชีวิตนี้ของข้าก็ไม่แตกต่างกับฟ่านไขว้

ฮั่นเกาจู่หลิวปังเมื่อสบายใจมักจะพูดคุยกับหานซิ่นความสามารถของแม่ทัพ หลิวปังถาม “ข้ามีความสามารถไหม” หานซิ่นตอบ “ใต้ฝ่าพระบาท ท่านสามารถบัญชาทหารถึงแสนคน” หลิวปัง ถาม “งั้นข้าทำอย่างไร” หานซิ่น ตอบ “ข้าจะเป็นหูเป็นตาทำงานต่างท่าน” หลิวปังยิ้มและกล่าว “ยิ่งมากยิ่งดี ดีแก่ตัวข้า” หานซิ่น กล่าวว่า “ใต้ฝ่าพระบาทไม่ควรเป็นแม่ทัพเอง ใช้แม่ทัพที่ดี นี่เป็นงานของหานซิ่นทั้งหมดเพื่อใต้ฝ่าพระบาท นี่คือความแตกต่างของฝ่าพระบาทที่ไม่มีใครเทียบ”

หานซิ่นในระหว่างที่ถูกกักบริเวณร่วมกับจางเหลียงเขียนตำราพิชัยสงครามตั้งแต่ก่อนราชวงศ์ฉินเสร็จ มีทั้งหมด 182 บท ซึ่งเป็นตำรารวบรวมประวัติศาสตร์การทำสงครามของประเทศจีนทั้งหมดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เป็นตำราพื้นฐานที่ใช้ในการศึกษาและวิจัยการทำสงคราม การทหาร และกลยุทธต่างๆในประเทศจีน ในเวลาเดียวกันยังรวบรวม เก็บรักษากฎระเบียบข้อบังคับทางทหาร รวมทั้งศิลปการทำสงครามสามบทที่สูญหายไป

เฉินซี (陈豨)ได้รับแต่งตั้งให้ไปดูแลเขตฉีลุนชิ่น(巨鹿郡)ได้มาอำลาหานซิ่น หานซิ่นซึ่งปราศจากคนสนิทมือซ้ายและมือขวา จับมือเฉินซีเขย่าแล้วกล่าว “ท่านสามารถรับฟังคำพูดจากในใจข้าไหม ข้ามีคำพูดที่จะบอกกับท่าน” เฉินซีกล่าวยินดีรับฟังคำสั่งของท่านแม่ทัพทั้งหมด หานซิ่น กล่าว “ดินแดนทั้งหมดที่ท่านปกครองเป็นสถานที่ดีที่สุดในการรวมกำลังพล และท่านก็เป็นที่โปรดปรานของใต้ฝ่าพระบาท ถ้ามีคนกล่าวหาว่าท่านจะเป็นกบฎ ใต้ฝ่าพระบาทแน่นอนย่อมไม่เชื่อ ถ้ายังมีใครมากล่าวหาท่านเป็นกบฎ ใต้ฝ่าพระบาทอาจจะเริ่มต้นสงสัย ถ้ายังมีใครมากล่าวหาท่านเป็นกบฎครั้งที่สาม ใต้ฝ่าพระบาทคงโกรธและยกทัพไปปราบปราม ข้าจะอยู่ในเมืองหลวงทำการลับภายใน เราสามารถล้มแผ่นดินนี้ลงได้” เฉินซีคำนวณทุกอย่างเข้าใจในความสามารถของหานซิ่น เชื่อในแผนการของหานซิ่น รับรองว่าจะทำตามคำสั่งทุกประการของหานซิ่น

 

โศกนาฎกรรมอวสาน

ปีที่สิบแห่งราชวงศ์ฮั่น(197ปีก่อนคริสต์ศักราช) ในที่สุดเฉินซีก่อกบฎ หลิวปังยกทัพใหญ่ออกไปปราบปราม หานซิ่นป่วยไม่ได้ติดตามฮั่นเกาจูไปรบ ตอนนี้มีบางคนใส่ความหานซิ่นก่อกบฎ ดูเหมือนว่าแขกของหานซิ่นทำให้หานซิ่นถูกปรักปรำ หานซิ่นถูกนำตัวไปกักบริเวณ เป็นน้องชายของเฉินซีแขกผู้มาเยือนหานซิ่นที่ต้องการช่วยพี่ชายอาศัยการเข้าหาหลี่โฮ้ว(ฮวงโฮ้วของหลิวปัง)ใส่ร้ายเรื่องราวหานซิ่นต้องการก่อกบฎ หลี่โฮ้วไม่มีหลักฐานแน่นอน เพียงแต่หลอกหานซิ่นให้ออกมา แล้วปรึกษากับอัครเสนาบดีเซียวเหอ บอกว่าเฉินซีตอนนี้ถูกฆ่าตายแล้ว หวางต่างๆต่างล่วงหน้ามาประชุมในท้องพระโรง หานซิ่นเนื่องจากเป็นเพื่อนสนิทของเซียวเหอจึงเข้ามาในท้องพระโรง หลี่โฮ้วให้ทหารมัดตัวหานซิ่น ณ.ที่ศาลาฉางเล่อกง(长乐宫)ตรงหอระฆังฆ่าหานซิ่นตาย พร้อมกับสังหารสามตระกูลที่เกี่ยวข้อง หานซิ่นใกล้ตาย กล่าวว่า “เพราะข้าไม่ใช้แผนการของไขว้ทง ต้านการกระทำทั้งหมดของหญิงคนนี้ ข้าจึงมีจุดจบวันนี้”

ในปี 196 ก่อนคริสต์ศักราช ฤดูหนาว เดือนมกราคม ผู้ร่วมก่อตั้งราชวงศ์ฮั่นหวยอินโฮ้ว หานซิ่นถูกฆ่าตายที่ศาลาหอระฆังฉางเล่อกง อายุ 35 ปี

เมื่อหานซิ่นยังเป็นตัวแปรระหว่างสงครามฉู่ฮั่น ชีวิตของผู้บริสุทธิ์เป็นแสนที่ต้องตาย เลือดไหลนองฉางอัน (长安) เสียงร้องไห้ดังไปทั่วแผ่นดิน หลังจากผ่านกาลเวลา ความหนาวและกระแสลม หิมะที่เต็มท้องฟ้า ชาวฉางอันแสดงคำพูดได้ดีที่สุดด้วยความเสียใจสุดซึ้ง ทุกคนกล่าว่า หานซิ่น หวยอินโฮ้วตอบแทนข้าวด้วยทองพันเหรียญ ไม่เดยลืมแม่เฒ่า รำลึกถึงเสื้อผ้าและอาหารที่หลิวปังแบ่งปัน อย่างนี้หรือจะทรยศต่อฮั่นหวาง เซียวเหอบอกว่าหานซิ่นเป็นคนที่เข้มแข็งที่สุด ถ้าต้องการสิ่งใดๆจะทำการแบบตรงไปตรงมา คือหวยอินโฮ้วไม่คิดคดต่อฮั่นหวาง แต่ฮั่นหวางคิดคดต่อหวยอินโฮ้วหานซิ่น หานซิ่นจึงต้องตาย เพราะความเกลียด ไม่นานไขว้ทงโดนจับตัวมา ฮั่นเกาจู่สอบสวนเป็นการส่วนตัว “ตอนที่ท่านปรึกษากันกับหานซิ่น ปรึกษากันเรื่องอะไร” ไขว้ทง ตอบ “เรากับหานซิ่น คำพูดที่คุยกันต่อหน้าก็คือการแบ่งผลประโยชน์หลังจากนี้ แบ่งประเทศออกเป็นสาม เพราะว่าหลังจากสถาปนาฮั่นแล้ว ยังสามารถแบ่งดินแดนออกเป็นสามได้เหมือนกัน” ฮั่นเกาจูถามต่อ “ดังนั้นหานซิ่นเชื่อในคำพูดนี้” ไขว้ทงถอนหายใจแล้วกล่าว “คำพูดของหานซิ่น ฮั้นหวางมีบุญคุณยิ่งใหญ่ต่อข้า ให้ข้ามีรถนั่ง เสื้อผ้าดีๆมีให้ข้าใส่ แบ่งข้าวแบ่งปลาให้ข้ากิน” ข้าได้ยินเต็มสองหู ให้รถนั่งแก่ผู้ที่ขาดแคลน ให้เสื้อผ้าแก่คนที่เป็นกังวล ให้อาหารแก่คนที่กำลังอดตาย เราเห็นว่าเขาไม่อาจที่จะลืมบุญคุณนี้ได้” ฮั่นเกาจู่เงียบลงทันที ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ น้ำตาไหลรินคลอเป้าตา ไขว้ทงถอนใจกล่าวต่อไป “ดังนั้นท่านจึงได้ปกครองแผ่นดิน อาจจะเป็นเพราะความสามารถของหวยอินโฮ้ว แต่อย่างไรก็ดีเขาเป็นคนรับผิดชอบต่อคำพูด จิตใจเขาอ่านออกความสง่างามของใต้ฝ่าพระบาทที่มีต่อคนทุกข์ยาก เขาจึงยกทัพลงใต้ เอาชนะเซี่ยงยวี่ที่ก่ายเซี่ย โอนทัพเสร็จกลับคืนสู่แคว้นฉู่ มาร่วมดื่มน้ำพิพัธสัตยา เฉลิมฝ่าบาทขึ้นครองราชย์ เรื่องราวทั้งหมดนี้ พวกเรามีอะไรไปต้านใจเขาได้ อนิจจา ชีวิตเขาที่อยู่บนเส้นด้ายในระหว่างสงครามฉู่ฮั่น เขาไม่เคยเปลี่ยนใจ วันนี้เรื่องราวจบลง ขาดนายทหารผู้ยิ่งใหญ่ บุรุษที่มีใจมุ่งมั่นที่แตกต่าง รวมทั้งคดีความการสมรู้ร่วมคิดกับเฉินซี ต้องค้นหาความจริงให้ได้ หานซิ่นท่านนี่โง่จริงๆ” เมื่อโดนไขว้ทงถามฮั่นเกาจู่ย้อนกลับ ฮั่นเกาจูหลิวปังทนฟังไม่ได้หันหน้ากลับ แล้วโบกมือว่า “พอที”

เรื่องราวของหานซิ่น หวยอินโฮ้ววีรบุรุษต้นราชวงศ์ฮั่นก็จบเพียงเท่านี้เหลือเป็นประวัติศาสตร์ให้ชาวจีนจดจำและศึกษามาจนจวบปัจจุบัน...



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
bon09 วันที่ : 23/04/2013 เวลา : 17.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

(0)
อ่านสนุกกว่าดูภาพยนต์เสียอีก
ความคิดเห็นที่ 7
BlueHill วันที่ : 23/04/2013 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
เท่าที่ดูจากในภาพยนตร์ก่ิอนหน้านี้
หานซิ่น เป็นตัวแปรที่สคำคัญมากๆ
เพราะไปอยู่กับฝ่ายไหน โอกาสชนะสงครามก็มีมากทีเดียวครับ
ความคิดเห็นที่ 6
4BANK วันที่ : 22/04/2013 เวลา : 20.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

(0)

ความคิดเห็นที่ 5
แม่หมี วันที่ : 22/04/2013 เวลา : 14.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

(0)
“เขาคือคนที่เข้มแข็งที่สุด ตอนที่เขาดูถูกข้า ข้าไม่คิดฆ่าเขา ถ้าฆ่าเขาข้าคงไม่มีชื่อเสียงในวันนี้ ดังนั้นข้าจึงสงบสติและอารมณ์ จึงมีวันนี้ที่ข้าประสบความสำเร็จ”

คนที่คิดแบบนี้ได้นับว่ายอดเยี่ยมมาก
ความคิดเห็นที่ 4
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/04/2013 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

(0)
คงต้องรอชม..
ชอบภาพวาดที่นั่งบนพื้นมากครับ เท่มาก
ความคิดเห็นที่ 3
Jui วันที่ : 22/04/2013 เวลา : 10.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(0)
ต่อไปการเจริญสื่อสารดีในยค IT คงมีคนแปลสามก๊กและไซฮั่นเรียกชื่อเป็นภาษาจีนกลางสักที
ความคิดเห็นที่ 2
cozy วันที่ : 22/04/2013 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

(0)
เคยอ่านคราวๆจากเรื่อง ไซฮั่น นะครับ แต่รูปที่พี่เอามาลงสวยๆทั้งนั้นเลย ค่อยมาละเอียดอ่านตอนบ่ายๆนะครับ
ความคิดเห็นที่ 1
Jui วันที่ : 22/04/2013 เวลา : 10.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(0)
เกร็ดประวัติศาสตร์คราวหน้า คือคนสุดท้ายผู้ร่วมก่อตั้งราชวงศ์ฮั่น
เซียวเหอ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน