• Jui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nopprasornn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 398
  • จำนวนผู้ชม : 1182904
  • จำนวนผู้โหวต : 631
  • ส่ง msg :
  • โหวต 631 คน
<< มิถุนายน 2013 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน 2556
Posted by Jui , ผู้อ่าน : 47118 , 15:29:46 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน

 ถังไท่จงหลี่ซื่อหมิ่น...จักรพรรดิยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ถัง

จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อีกองค์ในประวัติศาสตร์จีนซึ่งวางรากฐานให้ราชวงศ์ถังยิ่งใหญ่ปกครองประเทศยาวนานถึง 289 ปี ถึงแม้การขึ้นครองราชย์ของพระองค์จะเป็นเรื่องตราบาปที่จารึกในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะการแย่งชิงบังลังค์กับพี่น้องจนเป็นศึกสายเลือด

ตลอดชีวิตการครองราชย์ของพระองค์ได้สร้างประเทศให้เป็นปึกแผ่นสงบสุข สร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศและเส้นทางการค้าจากเอเชียไปสู่ตะวันตกที่เรียกว่า เส้นทางสายไหม รวมทั้งนโยบายการเมืองที่คนรุ่นหลังนำมาปฎิบัติและสืบทอดต่อกันมาจนมาถึงปัจจุบัน

ถังไท้จงหลี่ซื่อหมิ่น(唐太宗李世民,คศ.599-649) จักรพรรดิองค์ที่สองของราชวงศ์ถัง ครองราชย์นาน 23 ปี ศักราชแห่งการครองราชย์เจินกว่าน(贞观) นามแห่งการครองราชย์หมายถึง “จี้ซื่ออันหมิน” (济世安民,สร้างยุคใหม่นำความสันติสงบสู่ประชาชน) เป็นแผ่นดินที่ผู้คนมีความโดดเด่นก่อเกิดวีรบุรุษมากมายในราชวงศ์ถัง ภาษาจีนขนานนามว่า “หล่งซีเฉิงจีเหริน” (陇西成纪人) ถังไท่จงหลี่ซื่อหมิ่นไม่ใช่เป็นเพียงรัฐบุรุษและนักยุทธศาสตร์การทหารที่มีชื่อเสียงเท่านั้น ยังเป็นนักอักษรจีนและนักกวีอีกด้วย เกิดที่คายหวง (开皇) 18 ปีก่อน (คศ.599) ก่อนที่บิดาของพระองค์ หลี่ยวน (李渊)ยกทัพเข้าเมืองฉางอัน (长安) ในปี คศ.618สถาปนาราชวงศ์ถัง พระองค์นำทหารออกทำศึกทั่วแผ่นดินได้รับชัยชนะในศึกที่สร้างความแตกต่างสร้างคุณูปการที่สำคัญในความเป็นเอกภาพให้แก่ราชวงศ์ถัง ได้รับการแต่งตั้งเป็น ฉินหวาง (秦王) บรรดาศักดิ์ “เทียนเช่อซ่างเจี้ยน” (天策上将,อันดับสามของการขึ้นครองราชย์ต่อจากจักรพรรดิหลี่ยวน และมกุฎราชกุมารหลี่เจี้ยนเฉิง李建成 ซึ่งเป็นพี่ชายคนโต) คศ.626 เหตุการณ์ที่ประตูเฉวียนอู่เหมิน (玄武门) เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญซึ่งทำให้พระองค์ได้ขึ้นครองราชย์ภายหลัง ปกครองด้วยระบอบเจินกวานซึ่งมีชื่อเสียงเป็นยุคทองของราชวงศ์ถังเนื่องจากพระองค์น้อมรับต่อข้อเสนอแนะนำของที่ปรึกษาและเสนาบดี เน้นบริหารประเทศแบบประหยัดพอเพียง ลดแรงงานเกณฑ์และภาษีต่างๆ ฟื้นฟูความสามัคคีและความเข้มแข็งของประชาชนภายในชาติ สร้างสันติภาพความสมานฉันท์ในประชาชนเชื้อชาติต่างๆ  สร้างประเทศเจริญรุ่งเรืองและสงบสันติ สำรวจและขยายความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ทำศึกทำลายพวกทูเจ๋ยตะวันออก (东突厥,ตงทูเจ๋ย) และชนเผ่าอนารยชนเส่วเหยียนถัว (薛延陀) ตีเผ่าเกาจวี้ลี่ (高句丽) ก่อตั้งสร้างอันซีซื่อเจิ้น (安西四镇,เมืองป้อมค่ายทหารเพื่อป้องกันการรุกรานและใช้เป็นศูนย์การค้าทางทิศตะวันตกสี่เมืองก่อนออกนอกเขตประเทศสู่ภายนอก) ประชาชนทุกชนเผ่ารู้จักและขนานพระองค์ว่า “เทียนเค่อข่าน” (天可汗) เป็นการวางรากฐานที่สำคัญสำหรับการเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคั่งของราชวงศ์ถังในยุคต่อมา สำนวน “กงต้ากั้วเวย กู้เย่ปู้ตั้ว” (功大过微,故业不堕, อำนาจยิ่งยิ่งใหญ่ อุตสาหกรรมและการค้าไม่มีตก) เป็นตัวอย่างของพระปรีชาสามารถของจักรพรรดิองค์นี้สืบไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเรียนรู้ หลังจากพระองค์เสด๊จสวรรคต ประชาชนขนานนามว่า “เหวินอู่ต้าเซิ้นต้ากว่างเสี้ยวหวางตี้” (文武大圣大广孝皇帝) พระศพถูกฝังไว้ที่ จ้าวหลิง (昭陵)

 

ประวัติ

ถังไท่จงหลี่ซื่อหมิ่น (ประสูติวันที่ 23 มกราคม คศ.599 สวรรคตวันที่ 10 กรกฎาคม คศ.649) เป็นจักรพรรดิองค์ที่สองแห่งราชวงศ์ถัง ครองราชย์ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน คศ.626 ถึงวันที่ 10 กรกฎาคม คศ.649 ศักราชแห่งการครองราชย์เจินกว่าน (贞观) ชื่อหลี่ซื่อหมิ่นของพระองค์หมายความว่า “จี้ซื่ออันหมิน” (济世安民, สร้างยุคใหม่นำความสันติสงบสู่ประชาชน) หลี่ซื่อหมิ่นเป็นนักยุทธศาสตร์การทหารที่เก่งกาจในห้วงเวลานั้น เป็นผู้ร่วมสถาปนาราชวงศ์ถังและสร้างราชวงศ์ถังให้มีเอกภาพ สร้างวีรกรรมทางทหารและการรบที่มีชื่อเสียงมากมายทั้งยังเป็นผู้ที่มีบทบาทชี้ขาดตัดสินใจจนประสบความสำเร็จ พระองค์ทรงรักในการทรงอักษรจีนและบทกวีต่างๆ ทั้งยังมีผลงานชิ้นเอกที่ทรงอักษรตกทอดมาถึงปัจจุบัน หลังจากสถาปนาราชวงศ์ถัง หลี่ซื่อหมิ่นได้รับแต่งตั้งเป็น “ฉินกั๋วกง” (秦国公) จากนั้นแต่งตั้งเป็นทางการเป็น “ฉินหวาง” (秦王) ทัพของพระองค์ประกอบด้วยขุนพลเสวเหรินก่าว (薛仁杲) หลิวอู่โจว (刘武周) โต้วเจี้ยนเต๋อ (窦建德) หวางซื่อชง (王世充) และขุนศึกอื่นๆ ในที่สุดรวบรวมประเทศเป็นปึกแผ่น ปี คศ.626 พระองค์วางแผนซ้อนแผนสร้างเหตุการณ์ที่ประตูเฉวียนอู่เหมิน (玄武门) ลวงพี่ชายมกุฎราชกุมารหลี่เจี้ยนเฉิง (李建成) และน้องชายฉีหวางหลี่หยวนจี๋ (齐王李元吉) ซึ่งเป็นพี่น้องแท้ๆมาฆ่าพร้อมที่ปรึกษาสองคนของทั้งสอง จากนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นมกุฎราชกุมาร แล้วบีบบังคับให้ถังเกาจู่หลี่ยวน (唐高祖李渊) ซึ่งเป็นพระบิดาสละราชบังลังค์ หลี่ซื่อหมิ่นจึงขึ้นครองราชย์ หลังจากหลี่ซื่อหมิ่นขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ พระองค์กระตือรือร้นและเต็มใจที่จะรับฟังความเห็นของขุนนางและเสนาบดีเกี่ยวกับการปกครองแผ่นดิน บุกเบิกความชอบธรรมในดินแดนของพระองค์และขยายดินแดนของพระองค์ กลายเป็นจักรพรรดิที่ปรีชาสามารถที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน ถังไท่จงเต็มใจที่จะนำคำแนะนำมาปฎิบัติอย่างจริงจังภายในประเทศ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ประชาชนฟื้นฟูความสามัคคีและความเข้มแข็ง ในที่สุดก่อให้เกิดความสงบสุขในสังคมและนำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองและมีเสถียรภาพในประเทศ สร้างระบอบการปกครองเจินกว่านที่มีชื่อเสียงมากในประวัติศาสตร์จีน เป็นการวางรากฐานที่สำคัญสำหรับการเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคั่งของราชวงศ์ถังในยุคต่อมา

 

ในช่วงวัยเยาว์

ถังไท่จงหลี่ซื่อหมิ่นตามบันทึกในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ถัง จักรพรรดิไท่จงถือกำเนิดในเดือนสิบสอง ปีที่สิบแปดของ “คายหวาง” (开皇,วิธีนับเวลาตามลัทธิเต๋า คือวันที่ 23 มกราคม คศ.599) เกิดที่ส่านซีอู่กงเปี๋ยกว่าน (陕西武功别馆 ปัจจุบัน คือ เขตอู่กง 武功 มณฑลส่านซี) เป็นโอรสองค์ที่สองของถังเกาจู่หลี่ยวน (唐高祖李渊) กับพระราชินีโต้วฮวงโฮ้ว (窦皇后) ปลายสมัยราชวงศ์สุย (隋朝,สุยเฉา) หลี่ยวนและหลี่ซื่อหมิ่นโอรสใช้สถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ที่จิ้นหยาง (晋阳,ปัจจุบัน คือ เมืองไท่หยวน太原มณฑลส่ายซี)ลุกขึ้นก่อการและก่อตั้งราชวงศ์ถัง

เดือนมิถุนายน คศ.617 (ปีที่ 13) พระองค์พร้อมพี่ชายหลี่เจี้ยนเฉิงยกทัพเข้าโจมตีซีเหอ (西河 ปัจจุบัน คือ เฝิงหยาง汾阳) เป็นชัยชนะครั้งแรก ทำให้หลี่ยวนตัดสินใจยกทัพไปทางทิศตะวันตกสู่กวนจง (关中) หลี่ซื่อหมิ่นเป็นอุปราชนำทัพขวาดูแลทัพหน้า ทัพกลาง ทัพหลังด้านขวาทั้งหมด แต่งตั้งเป็นตุ้นฮวงจิ้นกง (敦煌郡公) ไม่นานยึดเมืองฉางอัน (长安)ได้ จักรพรรดิลี่หยางโยวเว่ยตี้ (立杨侑为帝)ตั้งทินนามของหยางกว่าง (杨广)เป็นไท่ซ่างตี้ (太上皇) หลังจากตายในการศึกครั้งนี้ หยางโยวแต่งตั้งหลี่ยวนเป็นเจี่ยฮวงหุ้ย (假黄钺) ในโอกาสนี้ อุปราชและแม่ทัพทั้งหลายต่างได้รับการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่ง หลี่ยวนต่อมาเป็นสมุหนายกได้รับแต่งตั้งเป็นถังหวาง (唐王) หลี่ซื่อหมิ่น ได้รับแต่งตั้งเป็นจิงจ้าวอิ่ง (京兆尹) แล้วเปลี่ยนเป็นฉินกง (秦公)

เดือนมีนาคม คศ.618 หลี่ซื่อหมินได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพฝ่ายขวา นามว่าจีกั๋วกง (祭国公)

เดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน สุยกงตี้หยางโยว (隋恭帝杨侑)ครองราชย์ราชวงศ์ถัง ไม่นานถังหวางหลี่ยวน (唐王李渊) ปลดหยางโยวสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ เปลี่ยนชื่อประเทศเป็นราชวงศ์ถัง เปลี่ยนศักราชราชวงศ์ใหม่ ปีแรกแห่งราชวงศ์ถ้งแต่งตั้งหลี่ซื่อหมินเป็นซ่างซูหลิ่ง (尚书令,ผู้บัญชาการต่างพระองค์) และแม่ทัพรักษาความปลอดภัยฝ่ายขวา มีทินนามว่า ฉินหวาง (秦王) ศักราชที่สี่แห่งราชวงศ์ถังแต่งตั้งเป็น “เทียนเช่อซ่างเจี้ยน” (天策上将, อันดับสามของการขึ้นครองราชย์ต่อจากจักรพรรดิหลี่ยวน และมกุฎราชกุมารหลี่เจี้ยนเฉิง李建成 ซึ่งเป็นพี่ชายคนโต)

หลังจากสถาปนาราชวงศ์ถังเพื่อจะรวมประเทศให้เป็นเอกภาพต้องทำสงครามใหญ่ถึงหกครั้ง สงครามใหญ่หกครั้งนี้หลี่ซื่อหมิ่นนำทัพออกรบและบัญชาการถึงสี่ครั้ง (อีกสองสงครามที่เหลือนำทัพโดยหลี่เสี้ยวกง 李孝恭 กับหลี่จิง 李靖ออกปราบปรามเจียงหลิงเหลียงหวางเซียวซี 江陵梁王萧铣 และเจียงหวยฟู่กงสือ 江淮辅公祏) สงครามทั้งหมดได้ชัยชนะอย่างงดงาม เป็นวีรกรรมทางทหารที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ราชวงศ์ถัง

 

สงครามครั้งแรกทำสงครามกับกลุ่มตระกูลหลงโหย้วเส้ว (陇右薛) ในปีแรกของถังศักราช เส้วจี่ (薛举) นำทัพออกบุกกวนจง ทั้งสองทัพปะทะกันที่เขตฉางอู๋ มณฑลส่านซีในปัจจุบัน เนื่องจากหลี่ซื่อหมิ่นป่วย หลิวเหวินจิ้ง (刘文静) ไม่ยอมรับฟังความเห็นของใครนำทัพออกรบแพ้ให้แก่เส้วจี่ ถอยทัพกลับฉางอัน แต่ไม่นานหลี่ซื่อหมิ่นใช้หลักการรบแบบตื้นๆเอาชนะเส้วจี่ ทำลายกลุ่มของหลงโหย้วเส้วทั้งหมด

สงครามครั้งที่สอง หลิวอู่โจว (刘武周) ผนวกดินแดนของพวกทูเจ๋ย (突厥,กลุ่มชนเผ่าในสมัยจีนโบราณพูดภาษาเตอร์ก) ราชวงศ์ถังนำทัพออกโจมตีทางทิศใต้ รบกันที่จิ้นหยาง (晋阳) หลี่ซื่อหมิ่นไม่กลัวความยากลำบากและอันตราย ในที่สุดสามารถเอาชนะกองกำลังที่เข้มแข็งที่สุดของศัตรูได้และไล่ตามข้าศึกไปอย่างกระชั้นชิด กองทัพไม่ได้กินอะไรสองวันเต็มๆ สามวันไม่ได้วางอาวุธหรือถอดเกราะ วันหนึ่งออกรบถึงแปดครั้ง มีชัยชนะทุกครั้ง ทำลายและขับไล่ข้าศึกได้เป็นอันมาก ยึดครองแผ่นดินที่สูญเสียไปคืนมา

สงครามครั้งที่สาม ทำสงครามกับหวางซื่อชง (王世充) และโต้วเจี้ยนเต๋อ (窦建德) เป็นสงครามใหญ่เพื่อรวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นเอกภาพ ในสงครามครั้งนี้ หลี่ซื่อหมิ่นชิงเอาชนะหวางซื่อชงก่อน ปิดล้อมเมืองลั่วหยางเพื่อไม่ให้สามารถส่งเสบียงอาหารเข้าไปในเมืองได้จนกว่าข้าศึกจะตายหรือยอมแพ้ ในขณะที่ทำการปิดล้อมเมืองลั่วหยาง กองทัพของโต้วเจี้ยนเต๋อจากเหอเป่ยมากกว่าหนึ่งแสนนายนับจำนวนจริงแล้วสามแสนนายยกทัพมาช่วยหวางซื่อชง ปรากฎทัพอยู่ด้านหลังของทัพราชวงศ์ถัง หลี่ซื่อหมิ่นไม่ฟังคำทัดทานของผู้ใดนำทหารสามพันห้าร้อยนายเข้าโจมตีเอาชนะทัพโต้วเจี้ยนเต๋อที่ฮู่เหลา (虎牢) จับเป็นโต้วเจี้ยนเต๋อ หวางซื่อชงในลั่วหยางจึงยอมจำนนยอมแพ้ ครั้งนี้หลี่ซื่อหมิ่นได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก ได้รับชัยชนะอย่างขาดลอย

สงครามครั้งที่สี่ ทำสงครามกับหลิวเฮยท่า (刘黑闼) หลิวเฮยท่าเป็นคนของโต้วเจี้ยนเต๋อ เขาทำการรบเพื่อล้างแค้นให้กับโต้วเจี้ยนเต๋อ ลุกฮือที่เหอเป่ยเพื่อต้านกองทัพถัง หลี่ซื่อหมิ่นนำทัพบัญชาการในสงครามอีกครั้งหนึ่ง ไม่ถึงสองเดือนก็ได้รับชัยชนะ

หลี่ซื่อหมิ่นได้รับการยกย่องนับถือจากวันนั้นเป็นต้นมา โดยเฉพาะหลังจากการศึกที่ฮู่เหลากลับมายังฉางอัน ได้รับการต้อนรับจากกองทหารเกียรติยศและพระราชพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ซึ่งองค์จักรพรรดิจัดให้ ฤดูหนาวเดือนตุลาคมศักราชที่สี่แห่งราชวงศ์ถัง ได้รับโปรดเกล้าเป็น “เทียนเช่อซ่างเจี้ยน” ตำแหน่ง “หลิ่งสือถู” (领司徒, ตำแหน่งที่จักรพรรดิตั้งให้แก่โอรสมีศักดิ์เทียบเท่าสมุหนายกหรือนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน) ทำหน้าที่ต่างพระองค์ปกครองดูแลส่านซีตะวันออก พระราชทานคนในปกครองเพิ่มขึ้นเป็นสองหมื่นครอบครัว ถังเกาจู่ยังมีคำสั่งพิเศษพระราชทานพระราชวังและที่ทำการให้เทียนเช่อซ่างเจี้ยนหลี่ซื่อหมิ่นเพื่อเป็นที่บริหารราชการแผ่นดิน

หลี่ซื่อหมิ่นในขณะอยู่ในการรบให้ความใส่ใจในการลาดตระเวณเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าบ่อยครั้งจะเป็นเรื่องอันตราย แต่ในทุกๆการศึกทำให้รับรู้ในเรื่อง “รู้เขาและรู้เรา”เป็นการดีที่จะสร้างโอกาสให้แก่ตนเอง เป็นการตรวจสอบความเข้มแข่งหรืออ่อนแอของศัตรูในวลานั้น พระองค์นิยมใช้กลยุทธ “เจียนปี้ชั่วเล่ย” (坚壁挫锐,กลยุทธสร้างป้อมค่ายกำแพงให้แข็งแกร่งและไม่มีการถอยหนี)ทำลายข้าศึก ชอบเป็นผู้นำในการออกรบ พระองค์มักนำทหารม้าออกโจมตีข้าศึก หลังจากได้ชัยชนะเข้ายึดดินแดนจากศัตรูที่ล่าถอย เพื่อไม่ให้ศัตรูมีเวลาหยุดพัก ดังนั้นจึงได้ชัยชนะทุกครั้งที่ทำสงคราม ในการทำสงครามรวบรวมชายแดนให้เป็นปึกแผ่น พระองค์ทรงวางแผนยุทธศาสตร์เป็นอย่างดีในการเอาชนะศึกไกลเป็นพันลี้ เข้าใจในการเลือกใช้ขุนศึกที่เก่งกาจ ผู้สามารถเอาชนะศึกในสงครามได้ ด้วยความสามารถทางทหารที่โดดเด่นของหลี่ซื่อหมิ่นทำให้มีส่วนร่วมในการสร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่การสถาปนาและการพัฒนาราชวงศ์ถัง

 

การขึ้นครองราชย์  

เหตุการณ์ที่ประตูเฉวียนอู่เหมิน (玄武门) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน คศ.626 ศักราชปีที่เก้าแห่งถังเก่าจู่หลี่ยวน คศ.618 หลี่ยวนสถาปนาราชวงศ์ถังและแต่งตั้งหลี่เจี้ยนเฉิง (李建成) โอรสองค์โตเป็นมกุฎราชกุมาร ราชวงศ์ถังสถาปนาขึ้นมาได้เป็นเพราะผลิตผลทางความคิดของหลี่ซื่อหมิ่น หลี่ยวนเคยสัญญาไว้กับหลี่ซื่อหมิ่นว่าหลังจากสถาปนาราชวงศ์ถังได้จะแต่งตั้งพระองค์เป็นมกุฎราชกุมาร แต่หลังจากแผ่นดินสงบหลี่ซื่อหมิ่นมีชื่อเสียงและอำนาจมาก แต่หลี่ยวนกลับโลเล มกุฎราชกุมารหลี่เจี้ยนเฉิงร่วมมือกับพระอนุชาคนที่สี่ ฉีหวางหลี่หยวนจี๋ (齐王李元吉) วางแผนกำจัดหลี่ซื่อหมิ่นออกจากการสืบราชบังลังค์ หลี่ยวนโลเลและลังเลที่จะแก้ไขสถานการณ์ ทั้งยังออกคำสั่งที่ทำให้โอรสแต่ละฝ่ายยิ่งขัดแย้งกันเข้าไปใหญ่ เร่งการเผชิญหน้าทำสงครามแตกหักของโอรสทั้งสองฝ่าย หลี่เจี้ยนเฉิงวางแผนวางยาพิษหลี่ซื่อหมิ่น ปีศักราชที่เก้าแห่งราชวงศ์ถัง ชนเผ่าทูเจ๋ยรบกวนด้านชายแดน หลี่เจี้ยนเฉิงโดยตามความเห็นของหลี่ยวนส่งหลี่หยวนจี๋ยกทัพออกไปบัญชาการรบปราบปรามพวกทูเจ๋ย อาศัยการนี้จะยึดทัพม้าของหลี่ซื่อหมิ่นเพื่อเอาไปออกศึกด้วย รวมทั้งเตรียมการที่สระคุนหมิงฉือ (昆明池) วางคนซุ่มโจมตีลอบฆ่าหลี่ซื่อหมิ่น คนในวังของมกุฎราชกุมารเฉิงหวางจือ (丞王晊) รีบนำข่าวลับนี้ไปรายงานแก่หลี่ซื่อหมิ่น ในห้วงเวลาอันตรายนั้นหลี่ซื่อหมิ่นตัดสินใจชิงลงมือก่อนเพื่อสร้างความได้เปรียบ แผนแรกคือชิงฆ่าพระเชษฐาหลี่เจี้ยนเฉิงและพระอนุชาองค์ที่สี่ หลี่หยวนจี๋ ซึ่งประสบความสำเร็จนี่คือเหตุการณ์ที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์จีน ชื่อว่า “เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงที่ประตูเฉวียนอู่เหมิน” สามวันต่อมาหลี่ซื่อหมิ่นได้รับโปรดพระราชทานเป็นมกุฎราชกุมาร ประกาศความว่า “ตั้งแต่บัดนี้เพื่อความมั่นคงของประเทศ มกุฎราชกุมารเสด็จสิ้นชีพแต่ประเทศไม่อาจขาดมกุฎราชกุมาร ดังนั้นตำแหน่งนี้จึงเป็นของฉินหวาง” สองเดือนต่อมาหลี่ยวนสละราชบังลังค์ หลี่ซื่อหมิ่นจึงขึ้นครองราชย์

หลังจากถังไท่จงหลี่ซื่อหมิ่นเถลิงราชย์ เตรียมรับมือกับภัยอันตรายคุกคามที่มีมาในยามบ้านเมืองสงบ เสาะหาและแต่งตั้งคนดีมีความสามารถ เปิดใจรับความเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ลดแรงงานเกณฑ์และภาษี ประกาศนโยบายบรรเทาโทษทางอาญา และปฎิรูปการเมือง การปกครองละการทหาร ในที่สุดนำไปสู่สังคมที่มีเสถียรภาพมั่นคง ผลิตและพัฒนาความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง รู้จักกันในนามระบอบปกครอง “เจินกว่าน” (贞观) ระบอบการปกครองเจินกว่านเป็นระบบการปกครองที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุคสังคมระบบศักดินาจีน ปีที่สี่แห่งการปกครองเจินกว่าน (คศ.630) ถังไท่จงบัญชาให้หลี่จิ้นไปปราบเผ่าทูเจ๋ยตะวันออก จับตัวเจ๋ยลี่เค่อข่าน (颉利可汗) ได้ เป็นการถอนรากภัยคุกคามจากทางเหนือ ปีที่เก้าปราบทู่กู่ฮุ๋น (吐谷浑) จับหวางมู่หรงฝูอิ่น (王慕容伏允) ได้ ปีที่สิบสี่ ส่งโฮวจวินจี๋ (侯君集)ปราบเกาฉางสื่อ (高昌氏)  และยึดคืนดินแดนตั้งเป็นเมืองซีโจว (西州) รวมทั้งเมืองเจียวเหอ (交河 ปัจจุบัน คือ ทู่ลู่ฟานตะวันตก吐鲁番西มณฑลซินเจียง新疆) ตั้งเมืองหน้าด่านป้องกันชายแดนอันซี (安西) ถังไท่จงปฎิบัติต่อพวกทูเจ๋ยตะวันออกและกลุ่มชาติพันธ์ทู่เจ๋ยต่างๆด้วยนโยบายที่ค่อนข้างเปิดกว้างจนกระทั่งได้รับความจงรักภักดีจากพวกชนเผ่าเหล่านี้ ยกย่องและขนานนามพระองค์ว่า “เทียนเค่อข่าน” (天可汗) ปีที่สิบห้าให้เจียงเซี่ยหวางหลี่เต้าจง (江夏王李道宗)ส่งองค์หญิงเหวินเฉิน (文成公主,เหวินเฉินกงจู่) ไปอภิเษกสมรสกับกษัตริย์จ้านผู่ซงจ้านก้านพู่ (赞普松赞干布) แห่งทู่ปัว (吐蕃,ประเทศธิเบต) เป็นการเจริญสัมพันธไมตรีอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจค้าและวัฒนธรรมระหว่างชาวฮั่นและชาวธิเบตทั้งสองประเทศ แต่ในปีต่อมาถังไท่จงยกทัพด้วยพระองค์เองไปตีเกาจี้ลี่ (高句丽,ประเทศเกาหลี) ถังไท่จงตอนแรกแต่งตั้งโอรสองค์โต หลี่เฉิงก่าน (李承乾) เป็นมกุฎราชกุมาร ต่อมาพระองค์ทรงโปรดปรานโอรสองค์ที่สี่ เว่ยหวางหลี่ไท่ (魏王李泰) เป็นอย่างมาก หลี่เฉิงก่านกลัวว่าตนเองจะไม่ได้สืบราชบังลังค์ จึงวางแผนทำรัฐประหารเพื่อฆ่าหลี่ไท่ แต่ทำการไม่สำเร็จ ถูกลดฐานะเป็นสามัญชน ถังไท่จงเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์โศกนาฎกรรมพี่น้องฆ่ากันแย่งชิงราชบังลังค์ ลดตำแหน่งเว่ยหวางหลี่ไท่ เปลี่ยนเป็นตี้จิ่วจือจิ้นหวางหลี่จือ (第九子晋王李治) ซึ่งเสมือนว่าเป็นตำแหน่งมกุฎราชกุมาร ต่อมาขึ้นครองราชย์ต่อจากถังไท่จง พระนามว่า ถังเกาจง (唐高宗)

เดือนสิงหาคม ปีที่เก้าแห่งถังเกาจู (คศ.626)เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ประตูเฉวียนอู่เหมินในราชวงศ์ถัง ทำให้การเมืองไม่มั่นคง ดังนั้นพวดทูเจ๋ยตะวันออกสบโอกาสที่จะตีราชวงศ์ถัง ยกทัพเข้าโจมตีเมืองจิงหยาง (泾阳 ปัจจุบัน คือ เขตจิงหยาง泾阳 เมืองเซียนหยาง咸阳มณฑลส่านซี) ห่างจากเมืองหลวงฉางอันแค่ 40 ลี้ สร้างความแตกตื่นไปทั่ว ในตอนนั้นทหารในเมืองฉางอันมีไม่ถึงหมื่นนาย ถังไท่จงหลี่ซื่อหมิ่นพึ่งจะขึ้นครองราชย์ถูกบีบให้วางแผนรับศึก นำโดยเกาสือเหลียง (高士廉) ฟ๋างเส๋วหลิง (房玄龄) และแม่ทัพอื่นยกทัพม้าหกทัพมาตามแม่น้ำเว่ยสุ่ย (渭水)ข้ามแม่น้ำเจรจาต่อรองกับเจ่ยหลี่เค่อข่าน (颉利可汗) เจรจาเสนอผลประโยชน์แก่เค่อข่าน ทำให้สองข่านผิดใจกันในเรื่องผลประโยชน์ เจ่ยหลี่เค่อข่านโกรธเคืองจัด บันทึก “ถังยวี่หลิง” (唐语林) บันทึกว่า ถังไท่จงนำรถม้าบรรทุกว่างเปล่ามาบรรจุทรัพย์สินเงินทองส่งบรรณาการแก่เจ่ยหลี่เค่อข่าน เพื่อให้ทัพทูเจ๋ยถอยทัพกลับไปและทำให้ลุ่มแม่น้ำเว่ยสุ่ยสงบสุข เดือนสิงหาคม คศ.629 ถังไท่จงออกคำสั่งให้หลี่จิ้ง (李靖) หลี่จิ (李勣) ฉายเซ่า (柴绍) หลี่เต้าจง (李道宗) และแม่ทัพอื่นๆยกทัพใหญ่ออกปราบปรามพวกทูเจ๋ยตะวันออก เดือนมีนาคม คศ.630 กองทัพเจ่ยหลี่เค่อข่านถูกตีแตกและตัวเองถูกจับ ทัพเผ่าทูเจ๋ยตะวันออกก็ถึงวันพินาศ

เสด็จสวรรคต

เจินกว่านปีที่ 22 (คศ.648) เดือนมกราคม ถังไท่จงเขียนบันทึก “ตี้ฟ้าน” (帝范,ความคิดและอุดมการณ์การปกครองของถังไท่จง)รวมทั้งหมด 12 บทมอบให้แก่มกุฎราชกุมารหลี่จือ (太子李治,ไท่จึหลี่จือ) เจินกว่านปีที่ 23 ถังไท่จงป่วยเป้นโรคบิด (อีกนัยหนึ่งบันทึกว่า พระองค์ล้มป่วยอย่างรุนแรงเนื่องจากทานยาอมตะเสริมอายุ) แพทย์หลวงไม่มีตัวยารักษา จึงออกพระราชบัญชาให้มกุฎราชกุมารหลี่จือออกว่าราชการแทน ณ.ที่วังจินเย่เหมิน (金掖门) เจินกว่านปีที่ 23 วันที่ 10 เดือนกรกฎาคม คศ.649 หลี่ซื่อหมิ่นเสดัจสวรรคตที่โถงพระโรงหานเฟิงเตี้ยน (含风殿) พระราชวังชุ่ยเวยกง (翠微宫) ณ.จงหนานซัน (终南山) พระชนม์มายุ 50 ปี ครองราชย์นาน 23 ปี พระนามถังไท่จงหลังสวรรคตคือ “สื่อเหวินหวางตี้” (文皇帝) คศ.649 เพิ่มพระทินนามเป็น “สื่อเหวินอู่เซิ้นหว่างตี้” (谥文武圣皇帝) คศ.749เพิ่มพระทินนามเป็น “สือเหวินอู่ต้าเซิ้นหวางตี้” (谥文武大圣皇帝) คศ.754 เพิ่มพระราชทินนามเป็น “สือเหวินอู่ต้าเซิ้นต้ากว่างเสี้ยวหวางตี้” (谥文武大圣大广孝皇帝) พระศพฝังที่สุสานจ้าวหลิง (昭陵 ปัจจุบัน อยู่ในเขตลี่ฉวน礼泉 ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือห่างไปประมาณ 50 ลี้บนยอดเขา ของมณฑลส่านซี)

 

นโยบายการเมือง

  1. 1.    บทเรียนความพินาศล่มสลายของราชวงศ์สุย

ถังไท่จงเรียนรู้และได้บทเรียนจากการล่มสลายของราชวงศ์สุยจึงให้ความสำคัญต่อชีวิตการเป็นอยู่ของประชาชน พระองค์มักจะย้ำเน้นกับขุนนางและประชาชนว่า “ประชาชนเปรียบเหมือนน้ำ พระองค์เปรียบเหมือนเรือ น้ำสามารถค้ำจุนให้เรือลอยได้ แต่น้ำก็สามารถคว่ำเรือได้เช่นกัน” ตั้งแต่ถังไท่จงพึ่งขึ้นครองราชย์ พระองค์บัญชาให้ลดแรงงานเกณฑ์และภาษ๊ให้แก่ประชาชน ฟื้นฟูความสามัคคีและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประชาชน ถังไท่จงรักและหวงแหนประชาชนของพระองค์ ตั้งแต่พระองค์ไม่โปรดออกคำสั่งเกณฑ์แรงงานเกณฑ์ง่ายๆ พระองค์เป็นโรคแพ้อากาศ ไม่เหมาะสมที่จะพำนักในพระราชวังเก่าที่มีอากาศอับชื้น แต่พระองค์ก็พำนักอยู่ในพระราชวังเก่าเป็นเวลานานในยุคราชวงศ์สุย ปีแรกที่ถังไท่จงประกาศใช้การปกครองระบบเจินกว่าน ขุนนาง อำมาตย์ เสนาบดีและข้าราชบริพารต่างมีความสามัคคี ประเทศชาติมีเอกภาพ เศรษฐกิจการค้ามีการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อปกครองโดยระบบเจินกว่านมาแปดถึงเก้าปี พบเห็นวัวม้าได้ทั่วไป ประชาชนมีเสื้อผ้าอาภรณ์สวมใส่และอาหารรับประทานกันทั่วหน้า ประตูบ้านก็ไม่ต้องลงกลอนตอนกลางคืน ประชาชนซื่อสัตย์สุจริต ปราศจากขโมยขโจร เป็นประเทศที่มีความสงบสันติและเจริญรุ่งเรือง

  1. 2.    เลือกใช้คนดีมีความสามารถ นำคำแนะนำที่ดีไปปฎิบัติ

ถังไท่จงปรีชาสามารถในการเลือกใช้คนและเลือกข้อแนะนำที่ดีไปปฎิบัติ นีคือเหตุผลหนึ่งที่ระบบการปกครอง “เจินกว่านจือจื้อ” (贞观之治) สามารถก่อตั้งขึ้นมาได้ และยังเป็นองค์ประกอบหนึ่งในระบบปกครอง “เจินกว่านจือจื้อ” พระองค์ทรงใช้ ฝางซวนหลิง (房玄龄) ตู้หรูฮุ่ย (杜如晦) เว่ยเจิง (魏征) ช่างซุนอู๋จี้ (长孙无忌) และขุนนางที่มีความสามารถอื่น ปีที่ 20 แห่งการครองราชย์ของถังไท่จง กุนซือที่ปรึกษาของพระองค์มีไม่ต่ำกว่า 30 นาย รวมทั้งกุนซือสมุหนายกผู้ยิ่งใหญ่ เว่ยเจิง ซึ่งทำเรื่องแนะนำเสนอต่อพระองค์มากกว่า 200 เรื่องทั้งในอดีตและปัจจุบัน คำนวณแล้วมีมากกว่าแสนเรื่อง รวมทั้งการทุจริตต่อหน้าที่ของข้าราชบริพาร ช่วยให้การเปลี่ยนแปลงระบบปกครองของราชวงศ์มีการปรับปรุงที่ดียิ่งขึ้น

ถังไท่จงให้ความสำคัญมากต่อการเลือกบุคคลากร เคร่งครัดและเข้มงวดคัดเลือกคนที่มีทั้งความสามารถในด้านการเมืองและความซื่อสัตย์สุจริต ถังไท่จงเชื่อว่าการใช้ข้าราชบริพารจำนวนมากที่มีทักษะและความรู้อย่างแท้จริงจึงสามารถปกครองแผ่นดินให้มีความสงบเรียบร้อย ดังนั้นพระองค์จึงกระหายที่จะได้บุคคลที่มีความสามารถมารับใช้ พระองค์จึงจัดให้มีการคัดเลือกถึง 5 ชั้นและเพิ่มเนื้อหาในการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการ เพิ่มขอบเขตของการสอบและเจ้าพนักงานคุมสอบ ดังนั้นจึงมีคนที่มีความสามารถมากมายเข้ามาร่วมสอบคัดเลือก ด้วยพระปรีชาสามารถของถังไท่จง หลายปีที่ปกครองโดยระบบเจินกว่านจึงเต็มไปด้วยข้าราชบริพารที่มีความรู้และความสามารถอย่างมากมาย สามารถกล่าวได้ว่า “ เหรินไฉ้จีจิ เหวินอู่เจียนเป้ย” (人才济济,文武兼备, จักรวาลแห่งผู้รู้ผู้มีความสามารถ กองทัพมั่นคงและเตรียมพร้อม) นี่คือบุคคลากรที่เป็นเสาหลักของประเทศ ด้วยความรู้และความสามารถของพวกเขามีส่วนร่วมอย่างยิ่งใหญ่ในการปกครองโดยระบบเจินกว่าน (贞观之治,เจินกว่านจือจื้อ)

ด้วยพระองค์เป็นจุดศูนย์รวมความคิดของประชาชน พระองค์ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดและมุมมองอย่างเสรี น้อมใจเปิดรับความคิดเห็นต่างๆ ใช้ผู้มีความสามารถตามมาตรฐานกฎเกณฑ์ที่กำหนด ดำรงความยุติธรรมและเข้มงวดกวดขัน ทั้งปฎิบัติภาระกิจตามกฎหมายด้วยความอดทน สร้างลักษณะพื้นฐานอันวิเศษให้แก่การปกครองระบบเจินกว่าน เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดในยุคการปกครองสังคมศักดินาสมบูรณายาสิทธิราช เมื่อเปรียบเทียบการปกครองในสมัยราชวงศ์ถังกับการปกครองแบบตะวันตกในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ หรือ วัฒนธรรม ระบบของราชวงศ์ถังได้ดำเนินล้ำหน้าระบบแบบตะวันตกมาก่อนตั้งแต่ในอดีต

 

  1. 3.    ความโปร่งใสในการเมือง

ช่วงเวลาที่ปกครองด้วยระบบเจินกว่านเป็นห้วงเวลาที่การเมืองและการปกครองสะอาดและโปร่งใสยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน นี่อาจจะเป็นความสำเร็จสูงสุดที่หลี่ซื่อหมิ่นควรได้รับ ประเทศจีนภายใต้การปกครองของหลี่ซื่อหมิ่น จักรพรรดิได้ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ขุนนางข้าราชบริพารรวมใจเป็นหนึ่งถวายงานรับใช้แด่พระองค์ ทุกคนต่างปฏิบัติตามหน้าที่ที่รับผิดชอบ สถิติของการใช้อำนาจในทางมิชอบและการทุจริตคอรัปชั่นที่เกี่ยวข้องลดลงต่ำสุดในประวัติศาสตร์จีน สิ่งที่มีคุณค่าโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ หลี่ซื่อหมิ่นไม่ได้ใช้กฎหมายลงโทษรุนแรงไปปราบเพื่อเตือนการทุจริตคอรัปชั่น แต่พระองค์ทำตนให้เป็นตัวอย่างและสร้างระบบการจัดการที่มีเหตุมีผลไว้ป้องกันการคอรัปชั่น ต่อเบื้องหน้าของจักรพรรดิที่มีความฉลาดอย่างโดดเด่น ข้าราชบริพารที่คิดจะคอรัปชั่นนั้นหาโอกาสได้น้อย ข้าราชบริพารทุจริตไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาพื้นที่หลบซ่อน การป้องกันการคอรัปชั่นขึ้นกับระบบการจัดการที่มีเหตุมีผลนี้ การปราบปรามโดยการใช้ระบบจัดการจึงจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลทันเวลา ทั้งยังสามารถกำจัดการหยั่งรากลึกและการเติบโตของการทุจริตคอรัปชั่นในสังคม

 

  1. 4.    ระบบการกระจายอำนาจ

ระบบการปกครองในสมัยเจินกว่านแบ่งเป็น 3 มณฑล 6 กระทรวงและระบบผู้ตรวจการแผ่นดินต่างจักรพรรดิ ระบบ 3 มณฑล 6 กระทรวงนี้ตำแหน่งของสมุหนายกและเสนาบดีมีมากกว่าในสมัยราชวงศ์ฉินและราชวงศ์ฮั่นเป็นจำนวนมาก ควบคุมและกำกับโดยองค์จักรพรรดิ 

ลักษณะเด่นของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชของประเทศจีนคือ การรวมศูนย์อำนาจเป็นอย่างสูง ท้องถิ่นต้องรายงานส่วนกลาง ส่วนกลางรายงานและรับฟังบัญชาจากองค์จักรพรรดิองค์เดียวเท่านั้น การปกครองด้วยระบบรวมศูนย์จากส่วนกลางนี้มีข้อจำกัดและอุปสรรคอย่างมากในความคิดสร้างสรรค์ ความคิดริเริ่มและความยืดหยุ่นในการพัฒนาประเทศ และสามารถนำไปสู่การปกครองแบบเผด็จการโดยง่าย

รัฐบาลกลางของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชของประเทศจีนจะเป็นผู้ควบคุมและดูแลระบบ “3 มณฑล 6 กระทรวง” (三省六部制,ซานเสิ่นลิ่วปู้จือ) แต่การปกครองระบบเจินกว่านสมัยราชวงศ์ถังเป็นครั้งแรกที่สะท้อนให้เห็นตัวตนและทิศทางการเมืองสมัยใหม่ นั่นคือ หลักการการกระจายอำนาจ เลขาธิการมณฑลออกกฎหมายหรือคำสั่ง สมุหนายกตรวจสอบกฎหมายหรือคำสั่ง เสนาบดีมณฑลนำไปปฎิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่ง ในการออกกฎหมายหรือคำสั่งแต่ละครั้ง สมุหนายกจะจัดให้มีการประชุมเรื่องราชการของเลขาธิการมณฑลก่อนบังคับใช้ หลังจากประขุมแก้ไขกันเรียบร้อยแล้วจึงนำถวายจักรพรรดิลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้ แล้วเลขาธิการมณฑลจะทำหน้าที่แทนพระองค์นำกฎหมายไปประกาศใช้เป็นพระราชกฤษฎีกา พระราชกฤษฎีกาก่อนประกาศใช้ต้องส่งให้ขุนนางมณฑลระดับล่างตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ขุนนางมณฑลระดับล่างมีความเห็นว่าไม่เหมาะสมสามารถปฎิเสธลงชื่อกำกับ (副署,ฟู้ซู่) พระราชกฤษฎีกาที่ขาดการลงนามฟู้ซู่ ไม่สามารถประกาศใช้ได้ ต้องมีขุนนางระดับล่างลงนามฟู้ซู่แล้วพระราชกฤษฎีกาจึงถือว่าเป็นกฎหมายทางการที่ประกาศใช้บังคับคนในประเทศ มอบให้เสนาบดีมณฑลนำไปดำเนินการและปฎิบัติ ขั้นตอนกระบวนการของการออกกฎหมายนี้สอดคล้องและคล้ายคลึงกับระบบ “ซานฉวนเฟินลี่” (三权分立,อำนาจอธิปไตย ประกอบด้วยอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารและอำนาจตุลาการ)ของประเทศประชาธิปไตยในปัจจุบัน ประเทศตะวันตกในศตวรรษที่ 17 สถาปนาอำนาจอธิปไตย (ซานฉวนเฟินลี่) แต่หลี่ซื่อหมิ่นเมื่อพันกว่าปีที่ผ่านมาเป็นคนคิดและนำมาใช้ในการปกครองประเทศจีนแล้ว สามารถกล่าวได้ว่า ยุคเจินกว่านเป็นยุคที่มีอารยธรรมอย่างสูง

  1. 5.    เคารพกฎหมายบ้านเมือง

ถังไท่จงทรงสนพระทัยอย่างมากในกฎหมายว่าด้วยการปกครอง พระองค์กล่าวว่า “กฎหมายประเทศไม่ใช่กฎหมายของจักรพรรดิหรือเชื้อพระวงศ์ แต่เป็นกฎหมายที่ทุกๆคนต้องปฎิบัติตาม ดังนั้นทุกๆคนต้องยึดถือกฎหมายเป็นหลักเกณฑ์” เมื่อกฎหมายประกาศใช้แล้ว ถังไท่จงพระองค์จะทำตนเองให้เป็นตัวอย่าง เป็นผู้นำในการปฎิบัติตามกฎหมาย เพื่อรักษากฎหมายให้มีความเสมอภาคและเสถียรภาพ ในยุคเจินกว่านถ้าปรากกฎความจริงว่าองค์ชายองค์ไหนกระทำผิดหรือก่ออาชญากรรมต่อประชาชน การบังคับใช้กฎหมายจะใช้ทั้งความยุติธรรมและความเข้มงวด แต่บทลงโทษจะเสนอให้ถังไท่จงพิจารณาอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์และตัดสินด้วยความรอบคอบ พระองค์กล่าวว่า “คนตายแล้วไม่อาจพูดได้ การบังคับใช้กฎหมายจะต้องนุ่มนวลและรัดกุม” เป็นเพราะถังไท่จงด้วยความพยายามและอุตสาหะ สถานการณ์ด้านกฎหมายในยุคเจินกว่านถือว่าอยู่ในขั้นที่ดีมาก ปัญหาเรื่องอาชญากรรมมีน้อย การประหารชีวิตก็มีน้อยมาก เกือบจะถึงมาตรฐานสูงสุดของระบบกฎหมายในส้งคมศักดินาสมบูรณาญาสิทธิราช “มาตรฐานการลงโทษ” มาถึงขั้นการไม่ต้องลงโทษ

 

เจินกว่านจือจื้อ (การปกครองด้วยระบบเจินกว่าน)

  1. 1.    จุดกำเนิด

หนึ่ง กฎหมายบทลงโทษรุนแรงสมัยสุยหยางตี้ (隋炀帝) เพิ่มทั้งสัญญาณการรุกรานของชนเผ่าเกาหลีถึงสามครั้งแต่ล้มเหลว กลายเป็นการกระชับความขัดแย้งในสังคม เป็นผลให้ขุนศึกทั้งหลายก่อกบฎและการลุกฮือจลาจลของชาวบ้าน ผู้ปกครองต้นราชวงศ์ถังเห็นความล่มสลายของราชวงศ์สุยและการก่อจลาจลของชาวบ้านและชาวนา เห็นชาวบ้านและชาวนาส่วนใหญ่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของการปกครองสังคมระบบศักดินา ซึมซับบทเรียนของการล่มสลายของราชวงศ์ถัง แล้วปรับเปลี่ยนนโยบายการปกครอง เพื่อลดความขัดแย้งของชนชั้นต่างๆในสังคม จัดระเบียบของสังคมให้มีความมั่นคง และฟื้นฟูเศรษฐกิจ

สอง เนื่องด้วยปัจจัยข้างต้น ถังไท่จงกำหนดอุดมการณ์การปกครองประเทศ คือ  “ความสงบของประชาชน” (安百姓,อันป่ายซิ่ง) “ใช้ผู้มีความสามารถ” (重人才,จ้งเหรินไฉ) และ “ความเข้มแข็งทางการเมือง” (强政治,เฉียงเจิ้นจือ) รวมทั้งการผ่านชุดนโยบายการปกครอง มาตรการต่างๆและการปฎิบัติอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุผล เริ่มแรก ถังไท่จงตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายปกครองและประชาชนเปรียบเสมือน “เรือกับน้ำ” (舟与水,โจวหยีสุ่ย) โดยผ่านทางการปรับปรุงระบบภาษีต่างๆและภาษีที่ดินเพื่อสร้าง “ความสงบของประชาชน” (安百姓,อันป่ายซิ่ง) สองรู้จักใช้ความสามารถ รับฟังความเห็นต่างๆอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน มีคนดีอยู่รอบข้าง ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง สร้างบรรยากาศทางการเมืองที่โปร่งใส ให้ความมั่นใจว่านโยบายทางการเมือง เศรษฐกิจ ชนเผ่าชาติพันธ์ต่างๆ การต่างประเทศและวัฒนธรรมจะเดินไปบนเส้นทางที่ถูกต้องและเห็นแจ้งด้วยการพัฒนาและปฎิบัติ สาม คือ การสร้างความเข้มแข็งทางการเมือง ปรับปรุงระบบ 3 มณฑล 6 กระทรวงสมัยราชวงศ์สุยและตั้งระบบการตรวจสอบ เสริมความแข็งแกร่งให้แก่อำนาจจากส่วนกลาง ปรับปรุงการบริหารให้มีประสิทธิภาพ กระจายฐานการปกครอง

หมายเหตุ ด้วยการใช้ผู้มีความสามารถและการรับฟังความคิดเห็น เป็นเหตุผลที่ทำให้ระบบปกครองเจินกว่านเกิดขึ้น และยังเป็นปรากฎการณ์สำคัญในระบบการปกครองเจินกว่าน

ทั้งหมดนี้ คือ จักรพรรดิซึ่งปกครองโดยธรรม ทำให้ประชาชนมีประชาธิปไตยเบ่งบานในสมัยระบบการปกครองแบบศักดินาสมบูรณาญาสิทธิราช ซึ่งมีมาก่อนที่ประเทศตะวันตกจะคิดขึ้นมาได้ แล้วใช้เป็นสินค้าการปกครองส่งออกไปทั่วโลก จนโลกวุ่นวายอยู่ในปัจจุบันนี้

ประเทศจีนจึงไม่ใช่ประเทศที่แปลกที่สามารถนำระบบทุนนิยมมาใช้ในประเทศที่ปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์อย่างกลมกลืน เพราะประเทศจีนมีนักคิดนักเขียนทางด้านการปกครองอยู่มากมายทั้งในอดีตและปัจจุบัน  



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
BlueHill วันที่ : 21/06/2013 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
ขอบคุณมากครับที่แนะนำ
มีซับภาษาัอังกฤษด้วย ยอดเยี่ยมไปเลย
ความคิดเห็นที่ 7
noommanopnoi วันที่ : 20/06/2013 เวลา : 23.04 น.

(0)
ข้าน้อยขอคำนับ
ผม "คลั่ง" หนังสือกำลังภายในมาก
ทำให้หลงใหลประวัติศาสตร์จีนอย่างเอาเป็นเอาตาย
เขียนอีกนะครับ
ความคิดเห็นที่ 6
Jui วันที่ : 20/06/2013 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(1)

คุณชาลี มีละครซีรีย์ ชื่อเดียวกับระบบเจินกว่าน ชื่อว่า "贞观之治,เจินกว่านจือจื้อ" มี 50 ตอน ครับ เล่าเรื่องของหลี่ซื่อหมิ่น เว่ยเจิง และเสนาบดีคู่ใจของพระองค์ ไม่ทราบในเมืองไทยมีคนนำเข้าไปหรือยัง ถ้าเป็นที่นี่ละครส่วนใหญ่ไม่มีซับไตเติ้ลเป็นภาษาอังกฤษ ครับ
หรือลองไปที่เวปนี้นะครับ
http://www.baidu.com/s?ie=utf8&tn=ylmf&wd=%E8%B4%9E%E8%A7%82%E4%B9%8B%E6%B2%BB
http://www.baidu.com/s?ie=utf-8&tn=ylmf&wd=%E8%B4%9E%E8%A7%82%E4%B9%8B%E6%B2%BB
ความคิดเห็นที่ 5
BlueHill วันที่ : 20/06/2013 เวลา : 12.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
มีภาพยนตร์ที่บอกเล่าประวัติของหลี่ซื่อหมิน แนะนำให้ชมกันบ้างไหมครับ
ช่วงนี้ ชอบดูหนังโบราณของจีนเป็นพิเศษครับ
ความคิดเห็นที่ 4
cozy วันที่ : 19/06/2013 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

(0)
เป็นฮ่องเต้ที่ผมชอบที่สุดครับพี่
ความคิดเห็นที่ 3
Jui วันที่ : 19/06/2013 เวลา : 16.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(1)
เหมาเจ๋อตงมีดีตรงที่รวมประเทศได้อีกครั้ง อาจเป็นเพราะสมัยนั้นจักรวรรดินิยมตะวันตกกำลังแบ่งเค็กในจีน จึงไม่มีใครให้ความช่วยเหลือจีนในการสร้างประชาธิปไตย จนคนกลุ่มหนึ่งหันไปศึกษาปรัชญามาร์กและแองเกิล และเลนิน พร้อมขอความช่วยเหลือจากรัสเซีย

จีนเกือบพังครั้งหนึ่งสมัยกระแสประชาธิปไตยไหลเข้ามาในจีน จนเกิดเหตุการณ์เทียนอันเหทิน ซึ่งเติ้งเสี่ยวผิง ประกาศว่า ยินยอมที่จะฆ่าคนเป็นล้านเพื่ีอให้ประเทศสงบ ซึ่งก็สงบจริงๆ ถ้าคราวนั้นนักศึกษาชนะ เราอาจไม่เห็นจีนพัฒนาเป็นมหาอำนาจในปัจจุบันนี้

การแตกต่างทางชนชั้นมีอยู่ในทุกระบอบการปกครอง ตอนนี้อเมริกายิ่งถ่างมากกว่าจีนอีก แต่ที่น่าสนใจคือการผสมผสานลงตัวด้วยการปกครองแบบสังคมนิยม กับระบบเศรษฐกิจทุนนิยม
ความคิดเห็นที่ 2
ศุภศรุต วันที่ : 19/06/2013 เวลา : 16.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

(0)
ตามมาอ่านประวัติศาสตร์จีน

ภาพวาดเหมือน "หมิง" เลย

หุหุ
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 19/06/2013 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

(0)
มีคนบอกว่้า ถ้าเมื่อ 30 ปีก่อน
เหมาเจ๋อตง ไม่ปกครองจีนแบบคอมมิวนิสต์ ...วันนี้ประเทศจีนจะยังวุ่นวายไม่จบ เพราะจะมีคนอดตายมากมาย

ขนาดทุกวันนี้เป็นทุนนิยม ยังมีความแตกต่างเรื่องขนชั้นความรวยกับความจนใช่ไหมครับ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน