• Jui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nopprasornn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 398
  • จำนวนผู้ชม : 1183281
  • จำนวนผู้โหวต : 631
  • ส่ง msg :
  • โหวต 631 คน
<< มิถุนายน 2013 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน 2556
Posted by Jui , ผู้อ่าน : 2644 , 13:32:03 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน

The China Dream ห่างไกลจาก the American Dream

หลังจากสวี่จิ้นผิงขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีของประเทศจีน เขาได้ทำการรณรงค์เอกลักษณ์ของประเทศในแนวความคิดที่ว่า “中国梦” (จงกั๊วเมิ่ง) เพื่อสร้างความฝันของคนจีนให้เป็นความจริง เหมือนที่ประเทศสหรัฐอเมริกามี the American Dream

                       

นักวิเคราะห์วิจารณ์จากฝากตะวันตกส่วนใหญ่แปลความหมายของ中国梦 (จงกั๊วเมิ่ง) ว่าคือ the China Dream ดังนั้นจึงสนับสนุนความคิดริเริ่มทางสังคมวัฒนธรรม และการตลาดของประเทศจีนเสมือนเป็นสัมปทานหรือสาขาของ “the American Dream”

แต่อารยธรรมของทั้งสองประเทศเหมือนกันจริงหรือ

อะไร คือ China Dream ถ้ามันไม่ได้ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษ

คนจีนเป็นจำนวนน้อยมากที่พูดว่า “Dream” เพราะในประเทศจีนส่วนใหญ่ชาวจีนพูดภาษาจีน

ความแตกต่างระหว่างอะไรคือสิ่งที่สื่อตะวันตกและคนที่ไม่เข้าใจประเทศจีนคิดว่าคือ China Dream และสิ่งที่คนจีนคิดจริงๆว่าคือ ความฝันของพวกเขา มีความสำคัญมากต่อภาษาโลกในอนาคต

ประเทศจีนควรจะเป็นผู้บัญญัติชื่อ ความฝันของตนเอง เหมือนที่ประเทศจีนได้บัญญัติสิ่งอื่นๆทั้งหมดมาแล้ว

Dream กับ (เมิ่ง)

ทุกๆคนเคยได้ยินเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า “the American Dream” ซึ่งนักกำหนดนโยบายของสหรัฐประสงค์จะให้เป็นจริง ถูกกลับมาทำซ้ำโดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนเพื่อสร้างชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีกว่าให้กับประชาชนชาวจีน

แต่ถ้าคนจีนไม่สามารถออกแบบความฝันด้วยตนเอง ราวกับว่า “A China Dream” จะต้องมีรากฐานจิตวิญญาณมาจากฝากตะวันตก เพียงแต่ย้ายเครื่องหมายการค้าภายใต้อเมริกามาสู่เอเชีย สินค้าที่เต็มไปด้วยความมีอิสรภาพ ความเสมอภาพ ภาพยนตร์ Hollywood อาหาร Fast Food McDonalds และ ลักษณะเฉพาะอื่นๆจากฝากตะวันตก

แน่นอนคนจีนจำนวนมากอาจจะพูดถึงการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (天人合一) หรือ ความสามัคคีปรองดอง (大同) เพราะพวกเขาทำงานหนัก เรียนหนังสืออย่างจริงจังและพยายามที่ปีนออกจากความยากจน มีเรื่องตลกที่ว่า ความฝันของคนเป่ยจิง คือ การมีอากาศและน้ำที่สะอาดถูกสุขอนามัย

“中国梦” (จงกั๊วเมิ่ง) มันเกี่ยวกับการบรรลุการฟื้นฟูประเทศจีนกลับไปสู่ยังความยิ่งใหญ่ในอดีต และ องค์ประกอบที่หายไปใน “the American Dream”

梦 (เมิ่ง) คือ ความฝันของคนจีน และพวกเราไม่ควรลืมว่า ประเทศจีนมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานด้วยการปกครองระบอบกษัตริย์และราชวงศ์บนรากฐานสามอารยธรรมใหญ่ คือ ลัทธิขงจื๊อ ศาสนาพุทธ และลัทธิเต๋า และนั่นคือประเทศที่มีอารยธรรมทางจิตวิญญาณ ประเทศที่อยู่เหนือคำจำกัดความแบบแคบๆของยุโรปหรือตะวันตกกับการเป็นชาติ รัฐ วัฒนธรรม และอารยธรรม

梦 (เมิ่ง) ถูกจัดให้อยู่ร่วมในศตวรรษของคุณภาพและสีสรรที่แตกต่างกันมาก มากกว่าอเมริกา

คุณค่าของลัทธิขงจื๊อและลำดับความสำคัญที่แตกต่างจากคนที่เคร่งครัดในศีลธรรม เอเชียตะวันออกมีประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของ 生人 (เซินเหริน,ความเป็นมนุษย์) และ 君子 (จวินจือ,การเป็นนักปราชญ์) ต้นแบบของภูมิปัญญาซึ่งมีเอกลักษณ์ กล่าวคือ นักปรัชญาและนักบวช ประเทศจีนยกย่อง 孝 (เสี้ยว, ความกตัญญู) 学(เสว่, ความรู้) 礼 (ลี่, พิธีกรรม) และอีกหลากหลายพันความคิดที่ไม่มีในยุโรปอื่นๆหรือตะวันตก

การแปลความฝันในภาษาจีนถูกบิดเบือนความเป็นจริง

เราทุกคนจะได้เห็น “ความคิดสร้างสรร”ของคนจีนอย่างคมชัดถ้าเราหยุดแปลความหมายของความฝันไว้ก่อนสักปีสองปี การแปล คือ กลยุทธ์ของมนุษย์ เก่าแก่มาตั้งแต่สมัยหิน เพื่อทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามนอกเหนือจากการกำจัดทางกายภาพให้มนุษย์สูญหายไปจากโลกนี้

ดังนั้นการที่นักภาษาศาสตร์กล่าวถึง การตายของวัฒนธรรม มันไม่ได้หมายถึงแค่เพียงคำอุปมา

นักวิชาการบางคนเคยโต้เถียงว่า ภาษาอังกฤษนั้นลึกซึ้งเพียงพอที่จะอธิบายจีนไหม ทั้งหมดนี้ มันเป็นเพียงแค่ความฝันของคนทุกคนใช่ไหม

นี่เป็นการแสดงถึงการไม่นำพาต่อความรู้ใหม่ๆ มันยังเป็นภัยคุกคามของวัฒนธรรมที่ตายแล้วเพื่อต่อต้านเอเชีย

ตะวันตกเพียงมองเห็นจีนผ่านทางคัมภีร์ไบเบิลและนักปรัชญาโดยการแปลของพวกยุโรป และเพราะว่าทุกคำศัพท์ของยุโรปมองเห็นเป็นสิ่งที่คุ้นเคยของชาวตะวันตก ซึ่งมักจะถูกสรุปล่วงหน้าว่า ประเทศจีนเป็นสถานที่ที่มีความคิดสร้างสรรเป็นศูนย์

ดูเหมือนชาวจีนตั้งแต่สามพันปีมาแล้วไม่เคยคิดค้นผลิดสิ่งใดๆเลย

มักมีการกล่าวอ้างเสมอก่อนที่การเข้ามาของยุโรป ชาวจีนไม่มี Sense ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา

“ความอ่อนแอทางวัฒนธรรม” สามารถเห็นได้ทุกวินาทีในประเทศจีนเสมือนชาวจีนที่ยอมละทิ้งชื่อของเขาเมื่อทำงานกับบริษัทต่างชาติ “คุณสามารถเรียกชื่อผมว่า ไมค์ ก็ได้”

แน่นอนมันเป็นเรื่องในอดีตและเราไม่สามารถแก้ไขได้ในอดีต แต่จีนจะต้องกระชับความมั่นคงในอัจฉริยภาพของตนเอง และควรจะสนับสนุนต่อโลกในอนาคต ถ้า梦 (เมิ่ง) กลายเป็นคำศัพท์ที่สำคัญของจีนในศตวรรษที่ 21 ทำไมต้องแปลความหมายเหมือนอเมริกา

นั่นดูเหมือนเป็นตะวันตกสำหรับคุณ “中国梦” (จงกั๊วเมิ่ง) ไม่ เพราะมันไม่ใช่แน่ๆ

ผู้เขียน คือ Thorsten Pattberg นักวิจัยจากสถาบัน The Institute for Advanced Humanistic Studies ณ.ที่มหาวิทยาลัย Peking University

หลังจากที่คำว่า “中国梦” (จงกั๊วเมิ่ง) ถูกแปลเป็น “the China Dream” ไปทั่วโลก สิ่งที่ผมหงุดหงิดที่สุดก็คือนักวิเคราะห์วิจารณ์การเมืองต่างประเทศทั้งหมดที่เอา “the American Dream” มาเปรียบเทียบโดยใช้บรรทัดฐานทางตะวันตกมาวัด อาทิเช่น จีนต้องมีเสรีภาพ จีนต้องมีความเสมอภาพ จีนต้องเป็นประชาธิปไตย

แต่นักวิเคราะห์เหล่านั้นเคยตอบโจทย์ได้ไหมทำไมเศรษฐกิจทุนนิยมจึงเจริญรุ่งเรืองในประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์อย่างจีน จนเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจอันดับสองของโลก และมีโอกาสแซงประเทศอเมริกาซึ่งเป็นอันดับหนึ่งในอนาคต

ทำไมประเทศจีนถึงมีความสงบมั่นคงภายใต้การปกครองระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์หลังจากที่อ่อนแอมาตั้งแต่ปลายสมัยราชวงศ์ชิง และตกเป็นอาณานิคมของจักรวรรดินิยมตะวันตกและญี่ปุ่น

สิ่งที่จะบอกได้ คือ ประวัติศาสตร์ของจีนที่ยาวนานกว่าสามพันปีซึ่งสะสมอารยธรรมและภูมิปัญญาอย่างมากมาย รวมทั้งในหลายๆเรื่องที่ตะวันตกไม่รู้ รวมทั้งการเป็นนักปฎิบัติของชาวจีนและชาวเอเชีย

ถ้ามองย้อนในอดีตประเทศจีนเป็นประเทศแรกที่ปกครองแบบประชาธิปไตยในสมัยจักรพรรดิถังไท่จงแห่ง ราชวงศ์ถัง ซึ่งการปกครองยังเป็นระบบศักดินาสมบูรณาญาสิทธิราชอยู่ ผสมผสานกันได้ลงตัวโดยยึดถือปรัชญาของลัทธิเต๋า

ในขณะที่ตะวันตกเข้ามาช่วยประเทศกำลังพัฒนาพัฒนาประเทศในลักษณะผลประโยชน์ต่างตอบแทน แต่ประเทศจีนเข้าถึงประเทศต่างๆในลักษณะสังคมที่อยู่รวมกันแบบกลมกลืน คือ Harmony ทำให้ชาวจีนมีที่ทำกินไปทั่วไม่ว่าจะเป็นประเทศกำลังพัฒนาในแอฟริกา ละตินอเมริกา หรือประเทศอื่นๆทั่วโลก

กับคำว่า ความฝันของจีน ผมว่ามีนักคิดนักวิชาการของชาวจีนอยู่มากที่กำลังรวบรวมข้อมูลจากคนในประเทศเพื่อจะกลั่นออกมาเป็น “中国梦” หรือ China Dream เพื่อทำให้ความเป็นอยู่ของชาวจีนดีขึ้นเหมือนที่อเมริกาเคยเป็น แต่ไม่ใช่คำจำกัดความแบบที่ชาวตะวันตกอยากจะให้เป็นแน่ๆ

เพราะทุกครั้งที่พูดถึงเรื่อง ประชาธิปไตย จีนไม่เคยคิดที่จะนำประชาธิปไตยในลักษณะสินค้าส่งออกของตะวันตกมาใช้ แต่จีนต้องการพัฒนาประชาธิปไตยแบบมั่นคง และมีเสถียรภาพที่คนทุกหมู่เหล่าในประเทศจีนยอมรับ แต่จะเป็นอย่างไรต้องรอดูกันต่อไป เพราะนักคิดนักปราชญ์ด้านการปกครองของจีนก็ไม่เป็นรองใครในโลก.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
hayyana วันที่ : 22/06/2013 เวลา : 13.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

(1)
ถังไท่จง 626
Athenian Democracy 550BC
งงครับ
ความคิดเห็นที่ 5
driftworm วันที่ : 22/06/2013 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

(0)
[ประเทศที่มีอารยธรรมทางจิตวิญญาณ ประเทศที่อยู่เหนือคำจำกัดความแบบแคบๆของยุโรปหรือตะวันตกกับการเป็นชาติ รัฐ วัฒนธรรม และอารยธรรม]

ตรงนี้น่าคิดใคร่ครวญมาก ... อ่านแล้วนึกถึงนิยายเรื่อง โชกุน ของเจมส์ คลาเวลล์
ตรงที่บรรยายว่าญี่ปุ่นมีคำว่า “วะ” คือภาวะของการไม่ขัดแย้งกับธรรมชาติ การเคารพใน
ความเป็นตัวเองที่ไม่ขัดแย้งนั้น (ผมจำได้ไม่แม่น คงมีที่ผิดพลาด)
คนตะวันตกมาได้ฟัง ได้รับรู้จากคำพูดอธิบายก็ไม่มีวันเข้าใจ ถ้าไม่ได้ผ่านการหล่อหลอมตั้งแต่เกิด และเติบโตมาในวิถีนั้น
คนตะวันตกเติบโตมากับวิถีแห่งวัตถุที่ต้องสามารถจับต้องได้ด้วยอายตนะภายนอก
เท่านั้น ต้องจับใส่หลอดทดลองได้ หรือตรวจจับว่ามีอยู่ด้วยอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง
(ซึ่งไม่ใช่ ใจ)
แนวคิดเชิงวัตถุที่กลายเป็นสาระสำคัญในวัฒนธรรมตะวันตกมันเริ่มเกิดขึ้นแค่สองร้อยปีนี้
นับจากแพทย์ยุคโรมันผู้หนึ่งได้วิเคราะห์กายวิภาคของมนุษย์ และนี่กลายเป็นจุดเริ่มต้น
ของวิธีเข้าไปเห็น เข้าไปรู้จักวัตถุสสารที่ประกอบเป็นโลกและตัวมนุษย์เอมางนับแต่นั้น
แม้จนปัจจุบัน วิธีแบบวัตถุนี้ก็ยังเป็นกระแสหลักในการ “เข้าใจโลก” ของตะวันตก มีการ
หาวิธีเข้าไปรู้เห็นระดับอนุภาคระดับคว็อนตั้ม พวกนิวตริโน่ สสารมืด
เมื่อยังเพ่งที่ อนุภาค ก็เท่ากับยังเพ่งที่ความเป็นวัตถุ
ซึ่งไม่ใช่การใช้ใจสัมผัส เอา “ใจ” เข้าไปรับรู้

ในเรื่องการเกิดขึ้นของภาษา ก็ยิ่งน่าสนใจ สิ่งที่แฝงอยู่ในคำพูดคำหนึ่งมันสะท้อน
ให้เห็นโลกทัศน์ ให้เห็นว่าคน ๆ หนึ่งเข้าใจสิ่งที่เรียกนั้นอย่างไร
ในพุทธศาสนามีกล่าวถึง รูป-นาม อุปาทานแล้วเกิดสมมุติบัญญัติ เกิดนิรุติเป็นคำพูด
คำเรียก ใช้สื่อสารกัน
ในเรื่องนี้จะคล้าย ๆ การทำความเข้าใจเรื่องการส่งผ่านกันไปมาระหว่างวัตถุกับจิต
ที่มีสอนกันในแนวคิดวัตถุนิยมวิภาษวิธีของม้าร์กซิสม์ (สืบมาจากเฮเก้ล) และหล่อหลอม
ประเทศสังคมนิยมอย่งประเทศจีนอยู่
.....................................

ตรงนี้ในเรื่องก็น่าคิดมาก
[ถ้ามองย้อนในอดีตประเทศจีนเป็นประเทศแรกที่ปกครองแบบประชาธิปไตยในสมัยจักรพรรดิถังไท่จงแห่ง ราชวงศ์ถัง ซึ่งการปกครองยังเป็นระบบศักดินาสมบูรณาญาสิทธิราชอยู่ ผสมผสานกันได้ลงตัวโดยยึดถือปรัชญาของลัทธิเต๋า]
........
ขอแชร์เป็นลิ้งค์ขึ้นไปที่เฟ้ซบุ๊คนะครับ
ความคิดเห็นที่ 4
wullopp วันที่ : 22/06/2013 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

(0)
ขงจื่อมีส่วนทำให้ภูมิภาค "ตะวันออกไกล" = จีน เกาหลี เวียดนาม ญี่ปุ่น (รวมไต้หวัน) และชาติที่รับวัฒนธรรมนี้ คือ สิงคโปร์ __________ พัฒนา ก้าวหน้า ก้าวไกล ไปแบบสุดๆ __________________ ยุคนี้เป็นโอกาสทองของจีน จะก้าวไปสู่ "ความเป็นผู้นำทางวัฒนธรรม (culture pioneer)" ของโลก ____________ ซึ่งถ้าจีน เริ่มด้วยการแบ่งปันทรัพยากรกับเพื่อนบ้านให้ลงตัวได้..................... จะกลายเป็นแอ่งวัฒนธรรมใหญ่แห่งใหม่ของโลกได้ทันที เชียร์ครับ............ เชียร์ๆๆๆๆ ___________________
ความคิดเห็นที่ 3
Maira วันที่ : 22/06/2013 เวลา : 08.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

(1)
เห็นด้วยค่ะว่าจีนมี "นักคิดนักปราชญ์ด้านการปกครองของจีนก็ไม่เป็นรองใครในโลก"

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ "ความฝันของจีน" จะไปถึงได้ยากกว่า "ความฝันของอเมริกัน

" นั่นก็คือจีนมีรากฐานทางวัฒนธรรมแข็งแกร่งที่สร้างขึ้นบนเส้นทางของประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน

แต่คนอเมริกันไม่มี "ราก" พวกเขาสามารถเดินไปสู่ "ความฝัน" โดยไม่มีสิ่งหน่วงเหนี่ยวหรือกีดขวาง

ดังนั้นเราจึงเห็นว่า ...คนส่วนใหญ่ในโลก แม้แต่ในประเทศจีนเองก็ตาม ใช้เส้นทางลัด นั่นคือ "ลอกแบบของอเมริกัน"มาใช้

อาจจะถูกกล่าวหาว่ามักง่าย แต่มันง่ายกว่าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 21/06/2013 เวลา : 14.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

(1)
เพราะทุกครั้งที่พูดถึงเรื่อง ประชาธิปไตย จีนไม่เคยคิดที่จะนำประชาธิปไตยในลักษณะสินค้าส่งออกของตะวันตกมาใช้ แต่จีนต้องการพัฒนาประชาธิปไตยแบบมั่นคง และมีเสถียรภาพที่คนทุกหมู่เหล่าในประเทศจีนยอมรับ แต่จะเป็นอย่างไรต้องรอดูกันต่อไป เพราะนักคิดนักปราชญ์ด้านการปกครองของจีนก็ไม่เป็นรองใครในโลก.

++
บทสรุปนี้ชัดเจนครับ
อเมริกา พล่ามเรื่อง"เสรีภาพ" แต่ไล่ล่าคนเปิดเผยข้อมูล
มือถือสาก ปากถือศีล...
ความคิดเห็นที่ 1
cozy วันที่ : 21/06/2013 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

(1)
จริงแท้ครับพี่ ...
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน