• Jui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nopprasornn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 398
  • จำนวนผู้ชม : 1182513
  • จำนวนผู้โหวต : 631
  • ส่ง msg :
  • โหวต 631 คน
<< มีนาคม 2016 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 6 มีนาคม 2559
Posted by Jui , ผู้อ่าน : 7482 , 10:30:08 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน

หลี่จิ้ง ขุนศึกคู่บังลังค์ต้นราชวงศ์ถัง

ขุนศึกผู้หนึ่งซึ่งถือเกิดในปลายสมัยราชวงศ์สุยมีอายุสืบต่อมาจนถึงต้นสมัยราชวงศ์ถัง เป็นขุนศึกที่มีความสามารถในยุทธการการรบไม่เป็นรองขุนศึกผู้ใดในประวัติศาสตร์จีน เป็นขุนศึกที่ค้ำบังลังค์ต้นราชวงศ์ถัง สร้างชื่อเสียงให้ตนเองมากมายในการทำสงคราม เขาผู้นี้มีนามว่า หลี่จิ้ง

 

เว่ยกั๊วจิงอู่กง หลี่จิ้ง (卫国景武公李靖, ค.ศ. 571 ถึง วันที่สอง เดือนเจ็ด ค.ศ.649) มีนามเดิมว่า เย้าซือ (药师) เป็นชาวฮั่น บ้านเดิมอยู่ที่ซันหยวน (三原) เมืองยงโจว(雍州, ปัจจุบันคือดินแดนทิศตะวันออกฉียงเหนือของเขตซันหยวนเสี้ยน 三原县มณฑลซานซี) เป็นแม่ทัพใหญ่ในปลายสมัยราชวงศ์สุย (隋) จนถึงต้นราชวงศ์ถัง (唐) เป็นแม่ทัพนายทหารที่มีชื่อเสียงทั้งด้านการรบและการวางแผนยุทธการเก่งกาจมากในสมัยราชวงศ์ถัง ภายหลังได้รับแต่งตั้งเป็น เว่ยกั๊วกง (卫国公) ชาวจีนรู้จักกันในนาม หลี่เว่ยกง (李卫公) หลี่จิ้งเชี่ยวชาญทางด้านการวางแผนใช้กำลังทหารมากกว่าการใช้กลศึก สมัยก่อนเคยเป็นทหารของราชวงศ์สุย ภายหลังเข้ามารับใช้ราชวงศ์ถังทำประโยชน์ให้ราชวงศ์ถังในการพัฒนาทางด้านการทหารจนมีชื่อเสียงเป็นที่ยกย่อง ทำการรบทางทิศใต้ปราบเซียวสี่ (萧铣) ช่วยเหลือกงโหย้ว (公祐) ทางเหนือทำลายล้างพวกทูเจ๋ยตะวันออก (东突厥, ชาวเตอร์กตะวันออก) ทางตะวันตกปราบถูกู่หุน (吐谷浑) เมื่อสิ้นชีวิตได้รับประทานนามว่า เยวจิ่งอู่ (曰景武) สลักไว้หน้าหลุมศพ เขาเขียนหนังสือว่าด้วยการทหารและการทำสงครามอยู่มากมายหลายเล่ม แต่ได้สูญหายไปแล้ว

อัตตะชีวะประวัติ

หลี่จิ้งเกิดในตระกูลขุนนางเป็นหลานของแม่ทัพหานฉิ๋นฮู่ (韩擒虎) ในสมัยราชวงศ์สุย ปู่ของเขาหลี่ฉงอี้ (李崇义) เป็นเจ้าเมืองอินโจว (殷州) ตำแหน่งหย่งคังกง (永康公) บิดาของเขาหลี่ฉวน (李诠) ก็รับราชการกับราชวงศ์สุยเป็นผู้แทนดูแลเขตแคว้นจ้าว (赵) หลี่จิ้งเติบโตดูเสมือนมั่นคงและเข้มแข็งเนื่องจากได้อิทธิพลจากครอบครัวตั้งแต่เด็กก็มีความสามารถในการปกครองและการทหาร นอกจากนี้ยังมีจิตใจที่ก้าวหน้า มักบอกกับบิดาของตนอยู่บ่อยๆว่า “ท่านบิดา ถ้าท่านสามารถพบกษัตริย์ที่มีใจเป็นธรรมในปัจจุบัน ท่านควรทำงานสนองตอบรับใช้พระองค์ให้จนถึงที่สุด” ลุงของเขาหานฉิ๋นฮู่ คือแม่ทัพที่มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์สุย ทุกครั้งที่เจอกันจะถกเถียงกันเรื่องการทหาร ไม่เคยชมเชยและปลอบโยนเขา พูดกับเขาว่า “ไม่ว่าจะถกกันเรื่องตำราพิชัยสงครามซุนอู่ หรือศิลปการใช้คน ก็มีแต่เจ้าเท่านั้น” หลี่จิ้งเริ่มทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในเขตฉางอัน (长安) ต่อมาได้เป็นหัวหน้าดูแลท้องพระโรง ตำแหน่งว่ายหลาง (外郎) สังกัดสำนักราชวัง เขาจึงกลายเป็นคนที่นอบน้อมถ่อมตน แต่ชื่อเสียงในความสามารถของเขาโด่งดังมากกว่าคนอื่นในหมู่ของตน หนิวหง (牛弘) เจ้าหน้าที่ถวายฎีกามักยกย่องเขาว่า เป็นเจ้าพนักงานฝ่ายซ้ายที่มีความสามารถในสำนักราชวัง เป็นนักการทหารในสมัยราชวงศ์สุย เจ้าพนักงานฝ่ายซ้ายเซ่อหยางสู้ (射杨素) ซึ่งดูแลพระราชบังลังค์ก็พูดกับเขาว่า “เจ้าต่อไปในที่สุดคงได้นั่งพระราชบังลังค์นี้”

 ทำการใหญ่ (ค.ศ.605-617) ปลายสมัยราชวงศ์สุย หลี่จิ้งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยดูแลเขตหม่าอี้ (马邑, ปัจจุบัน คือ ดินแดนทิศตะวันออกเขตซั้วเสี้ยน 朔县 มณฑลซานซี) ในบังคับบัญชาของหลี่ยวน (李渊) ทำสงครามกับพวกทูเจ๋ย (突厥) คราวนี้กระแสแห่งการวุ่นวายลุกขึ้นต่อต้านทรราชราชวงศ์สุยกำลังโหมรุนแรง ทางมณฑลเหอเป่ย มี โต้วเจี้ยนเต๋อ (窦建德) มณฑลเหอหนาน มี ไจ๋ร่าง (翟让) หลี่หมี้ (李密) เจียงหวย (江淮) ตู้ฝูเวย (杜伏威) ฟู่กงสือ (辅公祏) เป็นผู้นำแบ่งเป็นสามกองทัพเป็นกองกำลังที่มีศักยภาพทั้งหมดในการก่อการ ทำการล้มล้างการปกครองของราชวงศ์สุยให้หมดไปจากแผ่นดิน ขณะเดียวกันกองทัพของหลี่ยวนซึ่งถูกทิ้งไว้ที่ไท่หยวน (太原) กำลังเสริมกำลังทหารและกองทัพม้าอย่างลับๆเพื่อรอคอยโอกาสโจมตีเช่นกัน หลี่จิ้งสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวนี้ หลี่จิ้งจึงปลอมแปลงตัวเป็นนักโทษหลบหนีไปเจียงตู (江都) เตรียมถวายรายงานลับให้แก่จักรพรรดิสุยหยางตี้ (隋炀帝) รับทราบ แต่เมื่อหลบหนีมาถึงเมืองหลวงฉางอัน (长安) ภายในเมืองหลวงโกลาหลวุ่นวายแล้ว ถนนหนทางถูกปิดกั้นเส้นทางทั้งหมดไม่สามารถเดินทางต่อ ในไม่นานหลี่ยวนซึ่งอยู่ที่ไท่หยวนยกทัพ รุกเข้าตีเมืองหลวงฉางอันอย่างรวดเร็วเข้าล้อมจับตัวหลี่จิ้ง หลี่จิ้งซึ่งมีสติปัญญาซึ่งมีความปรารถนาอยู่ในใจก่อนตาย ก่อนที่จะถูกประหารตัดหัวจึงร้องตะโกนออกไปว่า “ท่านยกกำลังทหารมา เพื่อจะทำการใหญ่ต่อแผ่นดิน ปราบล้างการจลาจล ทำไมไม่ทำการใหญ่ให้สำเร็จก่อนหรือท่านต้องการเพียงตัดหัวแก้แค้นเรื่องส่วนตัว” หลี่ยวนชื่นชมในคำพูดของเขา หลี่ซื่อหมิน (李世民) ก็ชื่นชมในความสามารถและความกล้าหาญของเขาจึงปล่อยตัวหลี่จิ้ง ทันใดนั้นหลี่ซื่อหมินเรียกแม่ทัพต่างๆประชุมกองบัญชาการรบ แบ่งกำลังเป็นสามทัพ

ปราบปรามเซียวสี่ (萧铣) จนสงบราบคาบ

ค.ศ.618 (ปีแรกรัชสมัยอู่เต๋อ武德) เดือนห้า หลี่ยวนสถาปนาราชวงศ์ถังขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ หลี่ซื่อหมินได้รับแต่งตั้งเป็นฉินหวาง (秦王) เพื่อที่จะปราบปรามกองกำลังแบ่งแยกดินแดนต่างๆ ในปี ค.ศ. 620 (ปี่ที่สาม รัชสมัยอู่เต๋อ) หลี่จิ้งร่วมกับฉินหวางหลี่ซื่อหมินยกทัพไปทางทิศตะวันออกปราบปรามหวางซื่อชง (王世充) ซึ่งตั้งตนเป็นกษัตริย์ที่ลั่วหยาง (洛阳) มีความดีความชอบทางการทหารได้เลื่อนตำแหน่งใหญ่ขึ้น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหลี่จิ้งเริ่มสร้างผลงานให้เป็นที่ปรากฎในแผ่นดิน ก่อนที่จะเริ่มต้นทำสงครามกับหวางซื่อชงไม่นาน ผานจวี้ (盘踞) ซึ่งอยู่ที่เจียงหลิง (江陵, ปัจจุบัน คือ มณฑลหูเป่ย) มีอิทธิพลอำนาจอยู่แถบหนานเหลียง เซียวสี่ (南梁萧铣) ให้ทัพเรือล่องเรือขึ้นมาตามแม่น้ำ พยายามบุกเข้าไปในเมืองเสียโจว (峡州, ปัจจุบัน คือ เมืองอี๋ชาง宜昌 มณฑลหูเป่ย) เมืองปา (巴) เมืองสู่ (蜀) และเมืองอื่นๆของราชวงศ์ถัง ถูกสวี่เส้า (许绍) เจ้าเมืองเสียโจวตีถอยกลับไป ล่าถอยไปถึงเมืองอันสู่ (安蜀) และเมืองจิงเหมิน (荆门) เพื่อจะทำลายกองกำลังแบ่งแยกดินแดนหนานเหลียง เซียวสี่ให้ราบคาบ จักรพรรดิถังเกาจู่หลี่ยวน (唐高祖李渊) เลือกหลี่จิ้งไปรักษาเมืองขุยโจว (夔州, ปัจจุบัน คือ เขตเฟิ่งเจ๋ย奉节 เมืองฉงชิ่ง) ตัดเส้นทางของเซียวสี่ หลี่จิ้งรับคำสั่งขี่ม้ายกทัพไปตามทาง เมื่อผ่านเมืองจินโจว (金州, ปัจจุบัน คือ เมืองอันคัง安康 มณฑลส่านซี) พอดีพบกับชาวป่าเติ้งซื่อลั่ว (邓世洛) ยกทัพรวบรวมคนหลายหมื่นคนที่อาศัยอยู่ในหุบเขามาดักรอ หลู๋เจียงหวาง หลี่ย้วนจิ้น (庐江王李瑗) จึงยกทัพเสริมเข้าตี แต่ก็พ่ายแพ้ หลี่จิ้งจึงแนะนำออกอุบายให้หลู๋เจียงหวาง ยกทัพเข้าตีกองทัพชาวป่าอีกครั้งจนได้ชัยชนะ จับเชลยได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงเดินทางผ่านจินโจวโดยสะดวกจนมาถึงเสียโจว คราวนี้เสี่ยนซาย (险塞) ผู้ควบคุมเมืองเซียวสี่ ออกมาปิดทางทำให้การรุกหน้าล่าช้า หลี่จิ้งเข้าใจผิดคิดว่ากองทัพของเขาต้องถอยติดอยู่ในกับดักไม่สามารถดำเนินการตามแผนการทางทหารที่วางไว้  ออกคำสั่งลับให้นำสวี่เส้าไปประหาร สวี่เส้ายกเอาความดีความชอบของตนที่กระทำทั้งหมดมาเพื่อร้องขอต่อชีวิต แต่ก็ไม่สามารถหลบหนีจากความตายไปได้

ในไม่นาน ร่านจ้าวเจ๋อ (冉肇则) ผู้นำชาวป่าเมืองคายโจว (开州) ก่อกบฎต่อราชวงศ์ถัง ระดมคนยกทัพเพื่อเข้าตีเมืองขุยโจว จ้าวจวิ้นหวาง หลี่เสี้ยวกง (赵郡王李孝恭) ยกกองทัพราชวงศ์ถังไปต่อสู้แต่พ่ายแพ้ถอยกลับมา หลี่จิ้งสั่งทหารแปดร้อยนายบุกไปโจมตีทำลายค่ายพักของทหารกบฎ หยุดการโจมตีของทหารป่าไปได้ จากนั้นจัดทหารไปซุ่มอยู่ในทำเลที่ได้เปรียบทางการรบโจมตีและฆ่าร่านจ้าวเจ๋อได้ในสนามรบจับทหารชาวป่าเป็นเชลยได้ถึงห้าพันกว่าคน เมื่อข่าวการรบชนะถูกส่งข่าวมาถึงเมืองหลวง จักรพรรดิถังเกาจู่ตรัสกับขุนนางว่า “ข้าเคยได้ยินมาว่าการใช้คนที่มีความสามารถเทียบไม่ได้กับการใช้คนที่เคยกระทำผิดมาก่อน หลี่จิ้งทำผลงานได้ดีจริงๆ” ขุนนางจึงออกหนังสือพระราชโองการสรรเสริญแก่หลี่จิ้ง ว่า “ท่านทำงานอย่างสุดความสามารถ ผลงานปรากฎเป็นที่โดดเด่น เมื่อเวลาผ่านไปเป็นที่ปรากฎว่าท่านมีความจงรักภักดีเป็นอย่างยิ่ง ในไม่ช้าท่านจะได้ผลตอบแทนทั้งชื่อเสียง บำเหน็จและรางวัล ท่านไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับชื่อเสียงและโชคลาภอีกต่อไป” ความจงรักภักดีของหลี่จิ้งเอาชนะใจได้รับความไว้วางใจจักรพรรดิถังเก่าจู่ หลี่ยวน เปลี่ยนแปลงอคติที่เคยมีต่อตัวเขา ทั้งยังมีลายลักษณ์อักษรด้วยพระองค์เองส่งถึงหลี่จิ้ง ว่า “ที่แล้วก็ให้แล้วกันไป เรื่องในอดีตข้าลืมหมดสิ้นแล้ว”

ค.ศ. 621 (ปีที่สี่ รัชสมัยอู่เต๋อ) เดือนหนึ่ง หลี่จิ้งประเมินสถานการณ์ความเป็นจริงทั้งสองด้านของศัตรู เสนอแผนการสิบข้อในการโจมตีและทำลายเซียวสี่ ซึ่งได้รับความสนใจจากจักรพรรดิถังเกาจู่เป็นอย่างยิ่ง แต่งตั้งหลี่จิ้งเป็นแม่ทัพใหญ่บัญชาการแต่ผู้เดียว ให้นามว่า เสี้ยวกงสิงจวินจ่างซื่อ (孝恭行军长史) จักรพรรดิถังเกาจู่ยังทราบว่าหลี่เสี้ยวกงไม่ค่อยเชี่ยวชาญทางด้านการยกทัพทำศึก ดังนั้น “กองทัพทั้งสามจริงให้ขึ้นตรงต่อหลี่จิ้งหลี่จิ้งจึงกลายเป็นแม่ทัพบัญชาการสูงสุดของกองทัพทั้งสาม หลี่จิ้งจึงจัดสรรพกำลังของทหาร ยุทโธปกรณ์และเสบียงพร้อมสร้างเรือรบขนานใหญ่ ฝึกทหารบกให้ชำนาญการรบทางน้ำ เตรียมพร้อมเพื่อทำสงครามใหญ่ที่เจียงหลิง (江陵) ในขณะเดียวกันเขาเห็นดินแดนปาและสู่มาน้อมสวามิภักดิ์กับราชวงศ์สุยและถังไม่ทันใด ดินแดนเหล่านั้นยังไม่มีเสถียรภาพมั่นคง เพื่อที่จะแก้ไขความกังวลของชาวบ้านในแถบนี้ เขาชักชวนหลี่เสี้ยวกงให้เชิญชวนหัวหน้าของชนเผ่ากลุ่มต่างในแถบนั้นทั้งหมดมาพบกันที่เมืองขุยโจว แต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานของราชวงศ์ถังตำแหน่งต่างๆตามความสามารถของแต่ละบุคคล จัดสรรตำแหน่งเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา กำหนดนโยบายการปกครอง “ภายนอกกำหนดแนวทาง ภายในปฎิบัติจริงให้มีคุณภาพ” นี่คือนโยบายเชิงบวกที่มีบทบาทเสริมความมั่นคงทางการเมืองให้แก่ดินแดนปาและสู่

ปีเดียวกันเดือนเก้า จักรพรรดิถังเกาจู่ออกพระราชโองการให้จัดสรรพกำลังทหารของดินแดนปาและสู่ ให้ไปรวมพลกันที่เมืองขุยโจว ทั้งแต่งตั้งจ้าวจวิ้นหวาง หลี่เสี้ยวกง เป็นจิงเซียงเต้าสิงจวินจ่งก่วน (荆湘道行军总管) หลี่จิ้ง เป็น เจียนสิงจวินจ่างซื่อ (兼行军长史) ดูแลสำนักงานบริหารส่วนกลางสิบสองสาขาจากเมืองขุยโจวไปทางทิศตะวันออก ทั้งยังแต่งตั้งหลู๋เจียงหวาน หลี่ย้วน (庐江王李瑗) เป็นแม่ทัพจิงอิ่งเต้าสิงจวินหยวนซ้วย (荆郢道行军元帅) ยกทัพไปเมืองเซียงโจว (襄州) เพื่อรับศึกทางเหนือ เถ๊ยนซื่อคัง (田世康) เจ้าเมืองเฉียนโจว (黔州) ย้ายไปเมืองเฉินโจว (辰州) เพื่อรับศึกทางใต้ โจวฝ่าหมิง (周法明) ผู้ดูแลเมืองฮวงโจว (黄州) ย้ายไปที่เซี่ยโข่ว (夏口) รับศึกทางทิศตะวันออก ทั้งสี่ทัพยกทัพประสานกันเพื่อร่วมกันตีเมืองเจียงหลิง เป็นการรณรงค์จัดทัพที่มีขนาดใหญ่โตมหาศาลเพื่อโจมตี

ประจวบกับเข้าหน้าฝนฤดูใบไม้ร่วง เป็นช่วงน้ำหลากไหลผ่านสามโตรกของแม่น้ำเทาเทาอย่างเชี่ยวกรากและเสียงดังสนั่นทั่วหุบเขา เซียวสี่ คิดอยู่เต็มอกว่า แม่น้ำไหลเชี่ยวกราก ถนนแถบสามโตรกเป็นอันตรายยากต่อการเดินทาง กองทัพราชวงศ์ถังไม่สามารถยกมาทางทิศตะวันออกได้ จึงพักฟื้นทหารโดยไม่เตรียมการพร้อมรับศึก กองทัพราชวงศ์ถังส่วนใหญ่ก็กลัวเกรงต่อปรากฎการณ์ธรรมชาตินี้ เกรงน้ำป่าทำลายกองทัพร้องขอให้ถอยทัพกลับไป หลี่จิ้งมีความกล้าหาญเหนือมนุษย์ออกกลยุทธวัดใจทหารในทัพ กล่าวว่า “ ถ้าทหารรุกอย่างรวดเร็ว โอกาสก็จะไม่เสียเปล่า ถ้าวันนี้เราแค่เพียงรวมทัพกันได้ เซียวสี่ก็ยังไม่รู้ ถ้าพวกเรายกทัพออกจากเจียงสุ่ยเมิ่ง (江水猛) จะยกทัพล่องสะดวกมุ่งจากทิศตะวันออก โผล่ไปที่เจียงหลิงทันที จริงแล้วมันเป็นการบุกแบบสายฟ้าผ่า เป็นกลยุทธทางทหารที่ดีที่สุด แม้ว่าเซียวสี่จะรู้ถึงการยกทัพของพวกเราต้องรีบเร่งรวมพลกองทหารจะไม่สามารถรับศึกกับกองทัพของพวกเราได้แน่ แบบนี้เราจะจับเซียวสี่ได้ทำการสำเร็จแน่นอน” หลี่เสี้ยวกงเร่งปฎิบัติตามความเห็นของหลี่จิ้งนำทัพเรือรุกล่องไปกว่าสองพันลำตามแนวสามโตรกผ่าสายน้ำอันเชี่ยวกรากล่องน้ำจากทิศตะวันออก  เนื่องจากเซียวสี่ไม่ได้เตรียมการป้องกัน กองทัพราชวงศ์ถังเข้าตีเมืองจิงเหมิน (荆门) อี๋ตู (宜都)ได้ทั้งสองเมืองและรีบรุกคืบต่อไป เดือนสิบเข้ารุกตีชาวป่าที่เมืองหลิงเฉิง (陵城, ปัจจุบัน คือเมือง อี๋ชาง宜昌มณฑลหูเป่ย)สำเร็จ

ครานี้แม่ทัพหน้าเหวินซื่อหง (文士弘) ของเซียวสี่ ยกทัพจำนวนหลายหมื่นมาตั้งรับที่อี๋หลิง (夷陵) ใกล้กับเมืองชิงเจียง (清江) ทัพใหญ่ของหลี่เสี้ยวกงยกมาถึงก็เข้าโจมตีทันที หลี่จิ้งแนะนำการทำศึกให้แก่เขา กล่าวว่า “เหวินซื่อหง คือแม่ทัพที่อาจหาญของเซียวสี่ เป็นนายทหารนักรบที่กล้าหาญ ตอนนี้เมืองจิงเหมินพึ่งแตก เขานำยอดฝีมือทางทหารทั้งหมดมารวมกันเพื่อรับศึก นี่คือกองทัพที่ป้องกันการพ่ายแพ้ ข้ากลัวว่าจะรุกเอาชัยไม่ได้ เราควรจะย้ายเรือรบของเราไปจอดเทียบชายฝั่งทางใต้ของแม่น้ำฉางเจียง (แม่น้ำแยงซีเกียง) ไม่ออกปะทะกับศัตรู รอจนกว่าขวัญและกำลังใจของกองทัพข้าศึกถดถอยค่อยยกทัพเข้ารุกโจมตี เราจะทำลายกองทัพศัตรูได้แน่นอน” กลยุทธการหลีกเลี่ยงการปะทะของหลี่จิ้งเพื่อลดถอยขวัญและกำลังใจของข้าศึก คือ กลยุทธการถอยที่ถูกต้อง แต่เนื่องจากหลี่เสี้ยวกงมีชัยชนะในการรบถึงสองศึก ประมาณศักยภาพความเข้มแข็งของทัพศัตรูผิดพลาด ไม่ฟังคำแนะนำของหลี่จิ้ง จึงสั่งให้หลี่จิ้งพักอยู่ในค่ายทหาร ตนเองนำทัพเข้าทำศึก ดังนั้นเป็นไปตามที่หลี่จิ้งคาดคิดไว้ทั้งสองทัพเข้าทำศึก กองทัพหลี่เสี้ยวกงพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ รีบหนีมาชายฝั่งทางใต้ เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เหวินซื่อหงหลังจากมีชัยชนะ นำทัพบุกทั้งสี่ทิศเพื่อปล้นสดมภ์ ทหารต่างแบกหามเสบียงอาหารและข้าวที่ปล้นได้เป็นพัลวัน หลี่จิ้งเห็นทหารข้าศึกปั่นป่วนไม่เป็นขบวนจึงรีบฉวยโอกาสออกคำสั่งทันทีให้กองทัพถังเข้าโจมตีข้าศึกทันที ทหารของเหวินซื่อหงยากที่จะต้านทาน ต่างตื่นตกใจ ในที่สุดถูกกองทัพถังตีตลบหลัง ถูกฆ่าหรือจมน้ำตายไปเป็นจำนวนเกือบหมื่นคน ยึดเรือรบข้าศึกได้ถึงสี่ร้อยลำ

หลังจากยึดเมืองอี๋หลิงได้ หลี่จิ้งรีบยกทัพรุกต่อไปทันทีโดยไม่ยอมหยุด สั่งทัพม้าห้าพันนายยกเป็นทัพหน้ารุกตรงไปเมืองเจียงหลิงเมืองหลวงของรัฐหนานเหลียง (南梁) ทันที หลี่เสี้ยวกงยกทัพใหญ่ตามไป หลังจากเหวินซื่อหงแพ้ศึก เซียวสี่เกิดความกลัวเป็นอันมาก ดังนั้นจึงรีบเกณฑ์ทหารที่เจียงหนาน (江南) ปรากฎว่าไม่สามารถเกณฑ์ทหารได้ตามกำหนด หลี่เสี้ยวกงนำกองทัพเข้าโจมตี หลี่จิ้งยังคงมีชัยชนะต่อหยางจินเหม้า (杨君茂) เจิ้งเหวินซิ่ว (郑文秀) แม่ทัพม้าผู้เก่งกาจของเซียวสี่ทั้งจับตัวทหารได้มากกว่าสี่พันคน ตีกำแพงเมืองชั้นนอกของเมืองเจียงหลิงแตก จากนั้นก็เข้าครอบครองเมืองทางน้ำเมืองนี้ ยึดเรือรบและเรือต่างๆได้เป็นจำนวนมาก แต่ปล่อยให้ทัพหลี่เสี้ยวกงทั้งหมดปล่อยเรือรบทิ้งร้างออกไปไหลไปตามแม่น้ำ หลี่เสี้ยวกงไม่เข้าใจถ่องแท้ในแผนการรบนี้ เข้าใจว่าเรือรบถูกข้าศึกยึด ดีที่เป็นแค่เรือรบ ทำไมถึงปล่อยให้ลอยไปตามลำน้ำ หรือจะให้ข้าศึกใช้อีกครั้ง หลี่จิ้งพูดอย่างมั่นใจในแผนการว่า “ ดินแดนของเซียวสี่ ทางตอนใต้เป็นสันเขา ทิศตะวันออกไม่ห่างไกลจากต้งถิง (洞庭) เรายกทัพลึกเข้าไป ถ้าเราล้อมรวมกันไม่ดี กองทัพเสริมของข้าศึกจะโจมตีเราได้ทั้งสี่ทิศ เราจะรุกหรือถอยก็ไม่ได้ แม้ว่าจะมีเรือรบก็ใช้การอะไรไม่ได้ คราวนี้ที่ปล่อยให้เรือรบทิ้งร้างล่องลอยไปตามน้ำ ถ้ากองกำลังเสริมข้าศึกพบเข้าจะสามารถเข้าใจทันทีว่าเมืองหลวงเจียงหลิงถูกตีแตกแล้ว ไม่กล้าที่จะบุกมาทำการรบ ต้องรอคอยติดต่อสื่อสารกัน ไล่ตามเรือรบที่กำลังจม เราก็สามารถมีชัยชนะได้” กลยุทธของหลี่จิ้งล่อลวงศัตรูให้เข้าใจผิดใช้ได้ผลจริง กองกำลังเสริมของเซียวสี่ทางปลายน้ำของแม่น้ำฉางเจียงเห็นเรือรบทิ้งร้างกระจัดกระจายลอยมาตามน้ำ เข้าใจว่าเมืองเจียงหลิงถูกตีแตก ต่างเกรงกลัวไม่กล้าเคลื่อนทัพ ชิวเหอ (丘和) เจ้าเมืองเจียวโจว (交州) ผู้บัญชาการทหาร เกาซื่อเหลียน (高士廉)และแม่ทัพต่างๆต่างเดินทางไปเจียงหลิงเพื่อหาข้อเท็จจริง ระหว่างทางได้ยินข่าวว่าเซี่ยวสี่พ่ายแพ้แล้ว ทั้งหมดจึงมุ่งไปยังค่ายทหารของหลี่เสี้ยวกงเพื่อขอยอมแพ้

กองทัพราชวงศ์ถังล้อมเมืองเจียงหลิงอย่างแน่นหนาแม้แมลงสักตัวยังบินออกมาไม่ได้ เซี่ยวสี่เห็นว่าเมืองชั้นในถูกตัดขาดจากภายนอก  ภายนอกไม่มีกำลังเสริมมาช่วย กำแพงเมืองชั้นในก็ไม่มีกองกำลังช่วยเหลือ ไม่มีหนทางหนี จึงเปิดประตูเมืองชั้นในยอมจำนนต่อกองทัพราชวงศ์ถัง หลี่จิ้งจึงนำทหารเข้าตัวเมืองชั้นใน ประกาศกฎอัยการศึกเพื่อรักษาความสงบในเมือง คราวนี้หลี่เสี้ยวกงเข้าใจว่าเซียวสี่ตั้งใจต่อต้านรัฐบาลทหารราชวงศ์ถัง วางแผนการชั่วร้าย จึงแนะนำให้ยึดทรัพย์สินสมบัติทั้งหมดเพื่อมาตบรางวัลให้แก่แม่ทัพนายกองและทหารราชวงศ์ถัง หลี่จิ้งออกหน้ามาขัดขวางทันที บอกให้ทำสิ่งที่ถูกต้อง ว่า “ กษัตริย์ที่ดี ต้องดูแลประชาชนให้เป็นสุขมากกว่าความชอบธรรมของความเลวร้ายในการก่อสงคราม ประชาชนได้รับผลกระทบจากการทำสงคราม ความปรารถนาของพวกเขาคือการต่อต้านการทำสงคราม นอกจากนี้โดยธรรมชาติหมามันไม่เห่าและกัดนายของมัน เพื่อเซียวสี่พวกเขายอมทำสงครามจนตาย ตายเพื่อนายของเขา ไม่สามารถปฎิบัติต่อพวกเขาเปรียบเทียบพวกเขาว่าเป็นกบฎ นี่คือเหตุผลที่จักรพรรดิฮั่นเกาจู่หลิวปังละเว้นโทษไม่ประหารชีวิตไข่วทง (蒯通) ตอนนี้พึ่งปราบปรามจิงโจว เจียงหลิงสำเร็จควรที่จะนำนโยบายผ่อนปรนมาใช้ เพื่อปลอบโยนประชาชนที่อยู่ใกล้ไกล เมื่อพวกเขายอมแพ้ต่อพวกเราแล้วยังต้องมาโดนยึดทรัพย์สินสมบัติอีก ข้ากลัวว่าจะไม่ใช้คุณธรรมอันดีในการช่วยเหลือคนที่จมน้ำหรือถูกเผาไหม้ไปแล้ว ต่อไปข้ากลัวว่า ศัตรูจากเมืองอื่นๆจะต่อสู้สุดความสามารถจนตัวตายแต่ไม่ยอมแพ้ นี่ไม่ใช่นโยบายหรือการตัดสินใจที่ดีเลย”

วิสัยทัศน์ก้าวไกล ความใจกว้าง ความไม่โลภต่อสมบัติของหลี่จิ้งมีความเหนือกว่าองค์ชายหลี่เสี้ยวกงอยู่หลายเท่า วิธีการของเขาทำให้ได้ใจลูกน้องและประชาชน จิตใจเหมือนแม่น้ำ ชาวบ้านต่างมานอบน้อมยอมจำนนต่อเขา เซี่ยวสี่ยอมจำนนได้ไม่กี่วัน กองกำลังเสริมหลายหมื่นคนได้ยกทัพมาถึงเมืองเจียงหลิง ได้ยินข่าวเซียวสี่ยอมจำนนแล้ว นโยบายของราชวงศ์ถังก็ผ่อนปรนให้ พวกเขาจึงยินยอมวางศาตราวุธยอมแพ้โดยไม่มีการสู้รบ

ปราบปรามเมืองต่างๆทางเทือกเขาทางใต้

หลี่จิ้งช่วยเหลือฝึกสอนและทำการแทนหลี่เสี้ยวกง ในเวลาเพียงสองเดือนกำจัดกองกำลังแบ่งแยกดินแดนกลุ่มใหญ่ที่สุดทางใต้แถบรัฐหนานเหลียง (南梁) สร้างผลงานโดดเด่นในการทำสงคราม จักรพรรดิถังเกาจู่แต่งตั้งเขาเป็นเสาหลักของประเทศ (上柱国, ซ่างจู้กั๊ว) นาม หย่งคังเสี้ยนกง (永康县公) ประทานรางวัลให้ถึงสองพันห้าร้อยประเภท

หลังจากทำสงครามเจียงหลิงเสร็จสมบูรณ์แสดงให้เห็นความสามารถอันโดดเด่นทางทหารของหลี่จิ้ง เขาได้รับความเชื่อมั่นไว้ใจจากจักรพรรดิถังเกาจู่ หลังจากทำสงครามทางตะวันออกเสร็จได้รับแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการเมืองจิงโจว (荆州) สั่งให้เขายกทัพไปปราบปรามเมืองต่างๆตามเทือกเขาทางใต้ให้สงบ รวทั้งจัดตั้งระบบบรรณาการให้มั่นคง

เดือนสิบเอ็ดของปีนี้ หลี่จิ้งยกทัพผ่านเมืองหนานหลิ่ง (南岭) จนถึงเมืองกุ้ยโจว (桂州, ปัจจุบันขึ้นกับมณฑลกว่างซี广西) ส่งคนล่วงหน้าไปออกกฎหมายนิรโทษกรรมและจัดทำรายชื่อกลุ่มกบฎต่างๆ ดังนั้นเมื่อยกทัพไปถึงที่ใดขุนนางข้าราชการท้องถิ่นต่างออกมายอมนอบน้อม ผู้นำยิ่งใหญ่แถบนั้น เฟิงอ้าง (冯盎) หลี่กวางตู้ (李光度) หนิงฉาง (宁长) ต่างพาพี่น้องและครอบครัวมาขอเข้าพบและนอบน้อม หลี่จิ้งจึงจัดตั้งระบบการปกครองและแตงงตั้งขุนนางต่างๆอย่างเป็นทางการรวบรวมเมืองทั้งหมดได้เก้าสิบหกเมือง รวบรวมชาวบ้านทั้งหมดได้ถึงหกแสนหนึ่งหมื่นครอบครัว ตั้งแต่นั้นดินแดนเทือกเขาทางใต้จึงสงบสุข จักรพรรดิถังเกาจู่ออกพระราชกฤษฎีกาแต่งตั้งหลี่จิ้งเป็นเสนาบดีผู้รักษาความสงบดินแดนเทือกเขาทางใต้ (岭南道抚慰大使, หลิงหนานเต้าฝูเว่ยต้าซือ) ตั้งเมืองกุ้ยโจวเป็นเมืองศูนย์กลางเทือกเขาทางใต้

หลี่จิ้งเข้าใจดีว่าดินแดนทางใต้แถบนี้อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางอำนาจราชวงศ์ถัง ตั้งแต่เกิดความวุ่นวายจลาจลไม่ได้รับการดูแลจากราชวงศ์ถัง ถ้าไม่ปฎิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีปฎิบัติ รวมทั้งใช้อำนาจทางการทหาร จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงดินแดนแถบนี้ได้ ดังนั้นจึงยกทัพม้าออกจากเมืองกุ้ยโจวยกทัพไปเมืองหนานสวิน (南巡) จัดตั้งสำนักดูแลดินแดนแถบนั้น หลี่จิ้งให้คำขวัญตนเองว่า “เรื่องต่างๆถามผู้เฒ่าผู้แก่ สอบถามความทุกข์ยากจากชาวบ้าน” ได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากชาวบ้านในท้องที่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นราชบังลังค์จึงได้รับการยกย่องจากประชาชน บ้านเมืองจึงสงบมั่นคง

ปราบปรามฟู่กงสือ

ค.ศ. 623 (ปีที่หกรัชสมัยอู่เต๋อ武德) เดือนเจ็ด ประชาชนที่เคยนอบน้อมต่อจักรพรรดิราชวงศ์ถังลุกฮิอก่อจลาจล แม่ทัพตู้ฝูเวย (杜伏威) กับ ฟู่กงสือ (辅公祏) ทั้งสองต่างบาดหมางกัน แม่ทัพฟู่กงสือฉวยโอกาสรุกเข้าดินแดนในการปกครองของแม่ทัพตู้ฝูเวย เข้ายึดเมืองตานหยาง (丹阳, ปัจจุบัน คือ เมืองหนานจิง南京มณฑลเจียงซู) ตั้งทัพต่อต้านราชวงศ์ถัง จักรพรรดิถังเกาจู่แต่งตั้งหลี่เสี้ยวกงเป็นแม่ทัพใหญ่ หลี่จิ้งเป็นรองแม่ทัพ นำหลี่จี (李勣) และแม่ทัพทั้งเจ็ดมุ่งสู่ทิศตะวันออกเพื่อทำสงคราม ฟู่กงสือให้แม่ทัพเฝิงหุ้ยเหลี้ยง (冯惠亮) นำกองทัพเรือสามหมื่นนายมาตั้งรับที่ตางถู (当涂, ปัจจุบัน คือ เมืองตางถู มณฑลอันฮุย) แม่ทัพเฉินเจิ้งเต้า (陈正道) นำทัพบกสองหมื่นนายมาตั้งรับที่ชิงหลิน (青林) จากเหลียงซันใช้ตาข่ายเหล็กผูกล่ามคลุมแม่น้ำฉางเจียง เพื่อปิดกั้นทางน้ำ พร้อมทั้งก่อสร้างเมืองเย่วเฉิง (月城) ตั้งทัพยาวไปตามแม่น้ำสิบลี้ วางทัพเป็นรูปเขาควาย หลี่เสี้ยวกงเรียกประฃุมนายทหาร นายทหารต่างออกความเห็นว่า “ เฝิงหุ้ยเหลี้ยงและเฉินเจิ้งเต้าต่างยึดชัยภูมิที่ได้เปรียบเป็นบริเวณกว้าง ไม่ต้องการที่จะเสี่ยงทำสงคราม ดังนั้นจึงสร้างเมืองและป้อมค่ายอย่างมั่นคงและตั้งรับอยู่ในเมือง ถ้าเราเร่งทำศึกจะไม่สามารถตีแตกได้ ไม่แน่ว่าเรายกทัพตรงไปเมืองตานหยางยกทัพเข้าโจมตีรังของฟู่กงสืออย่างรวดเร็ว เมื่อเมืองตานหยางถูกตีแตก เฝิงหุ้ยเหลี้ยงและพวกจะต้องยอมแพ้โดยไม่ต่อสู้แน่นอน” หลี่เสี้ยวกงคิดจะนำแผนการทางทหารที่นายทหารเหล่านี้นำเสนอนี้ไปใช้

หลี่จิ้งวิเคราะห์สถานการณ์ของฝ่ายตรงข้ามโดยละเอียด “ศักยภาพทางทหารของกองทัพฟู่กงสืออยู่ที่กองทัพเรือ และกองทัพบกอีกสองทัพ  อย่างไรก็ดีผู้บัญชาการทหารของเขาก็มีความกล้าหาญชำนาญในการรบ กองทัพของเฝิงหุ้ยเหลี้ยงซึ่งตั้งรับอยู่ในเมืองและป้อมค่ายรายทางไม่สามารถเข้าตีได้ ฟู่กงสือตอนนี้ก็เสริมกำแพงเมืองด้วยหินปราการอย่างแข็งแรง ดังนั้นมันเป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะรุกโจมตี ถ้ากองทัพเราบุกรุกตรงเข้าตีเมืองตานหยาง ภายในสิบวันเราไม่สามารถตีแตกและอาจจะไม่สามารถยืนทัพอยู่ที่นั่น ถ้าด้านหน้านั้นเราไม่สามารถปราบฟู่กงสือได้ ด้านหลังกองทัพของเฝืงหุ้ยเหลี้ยงจะเป็นภัยอันตรายที่สุ่มเสี่ยงอย่างสูง ถ้าเป็นเช่นนั้นทัพเราจะถูกกองทัพข้าศึกล้อมหน้าล้อมหลัง อาจจะไม่ใช่แผนการรบที่ดี เฝิงหุ้ยเหลี้ยงและเฉินเจิ้งเต้าต่างเป็นแม่ทัพเชี่ยวชาญการรบไม่กลัวตาย ไม่เกรงกลัวในการทำศึก แต่เนื่องจากฟู่กงสือเป็นผู้วางแผนการรบ สั่งให้พวกเขาตั่งมั่นรับศึกอย่างระแวดระวัง จึงไม่ยกทัพออกทำศึกถ่วงเวลาเพื่อให้กองทัพของเราเมื่อยอ่อนล้า ตอนนี้ถ้าเรารุกรบทำศึกกับเมืองหน้าด่านของเฝืงหุ้ยเหลี้ยงและเฉินเจิ้งเต้า จึงจะสามารถทำให้พวกเขาประหลาดใจในการทำศึกของกองทัพเรา ฉวยโอกาสทำลายกองทัพของแม่ทัพกล้าตายเหล่านี้ นี่เป็นโอกาสเดียวเท่านั้นที่จะโค่นล้มทัพข้าศึกได้”

หลี่จิ้งเมื่อวางแผนทำการศึกแล้ววิเคราะห์สถานการณ์ถูกต้องลงมือปราบปรามกองทัพกบฎของฟู่กงสืออย่างรวดเร็ว ได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด จักรพรรดิถังเกาจู่ทรงพระราชทานบำเหน็จรางวัลให้แก่ผลงานการทำศึกครั้งนี้ของเขา ประทานรางวัลเป็นพันอย่าง พร้อมพระราชทานทาสสาวรับใช้ให้หนึ่งร้อยคน ม้าชั้นดีให้หนึ่งร้อยตัว สร้างเส้นทางสู่ดินแดนทิศตะวันออกเฉียงใต้ แต่งตั้งเขาเป็นสิงไถปิงปู้ซ่างซู (行台兵部尚书) จักรพรรดิถังเกาจู่ชื่นชมในความสามารถทางทหารของเขาเป็นอย่างยิ่ง สรรเสริญเยินยอเขาอยู่เสมอว่า “หลี่จิ้ง คือหมอ เซียวสี่ (萧铣) ฟู่กงสือ ก็คือ โรคร้าย ในสมัยโบราณมีนักการทหารยิ่งใหญ่เฉกเช่นหานซิ่น (韩信) ป่ายฉี่ (白起) เว่ยชิง (卫青) หั้วชวี้ปี้ง (霍去病) แต่ไม่มีใครเทียบหลี่จิ้งได้”

เป็นผู้บัญชาการปกครองหลิงโจว

เนื้อหาหลัก ทำสงครามจิงหยาง

หลังจากเหตุการณ์ทางดินแดนภาคใต้ของจีนสงบมีเสถียรภาพ ดินแดนทางตอนเหนือกลับคุกระอุเกิดความตึงเครียดขึ้น หลังจากราชวงศ์สุยล่มสลายราชวงศ์ถังกำลังก่อตั้งขึ้น ชนเผ่าทูเจ๋ยตะวันออก (东突厥, ชนเผ่าเตอร์คิสตะวันออก) มีฐานอำนาจขยายมากขึ้น เมื่อหลี่ยวน เมืองไท่หยวนลุกขึ้นก่อปฎิวัติ สื่อบี้เค่อข่าน (始毕可汗) ผู้นำชนเผ่าทูเจ๋ยยอมสวามิภักดิ์เพื่อแลกเปลี่ยนกับความสงบมั่นคงทางเหนือ เมื่อสถาปนาราชวงศ์ถัง ชนเผ่าทูเจ๋ยด้านหนึ่งสนับสนุนเสวจู่ (薛举) หลิวอู่โจว (刘武周) และกองกำลังแบ่งแยกดินแดนอื่นๆให้เป็นคู่ต่อกรกับราชวงศ์ถัง อีกด้านหนึ่งสร้างกองทหารและทัพม้าของตนเองให้เข้มแข็งยกทัพมารุกรานดินแดนทางใต้อยู่เนืองๆ เมื่อเหตุการณ์ทางใต้ของจีนมีความสงบมั่นคงด้วยผลงานทางทหารอันโดดเด่นของหลี่จิ้ง หลี่จิ้งถูกโยกย้ายไปคุมดินแดนทางเหนือเพื่อต่อสู้ชนเผ่าทูเจ๋ย

ค.ศ.625 (ปีที่แปดรัชสมัยอู่เต๋อ) เดือนแปด เจ๋ยหลี่เค่อหาน (颉利可汗) ผู้นำเผ่าทูเจ๋ยยกทัพเต็มอัตราศึกมากกว่าหนึ่งแสนนายยกทัพข้ามสือหลิ่ง (石岭) เพื่อบุกเมืองไท่หยวน (ปัจจุบัน คือ ดินแดนทิศตะวันตกเฉียงใต้เมืองไท่หยวน มณฑลซานสี่) จักรพรรดิถังเก่าจู่หลี่ยวนรีบแต่งตั้งหลี่จิ้งเป็นแม่ทัพผู้บัญชาการใหญ่นำทัพเจียงหวยปิง (江淮兵) ประมาณหมื่นกว่านายไปประจำการที่ไท่กู่ (太谷) ร่วมกับเหริ่นกุย (任瑰) ผู้บัญชาการปิ้งโจว (并州) เพื่อรับทัพข้าศึก เนื่องจากกองทัพทูเจ๋ยมีความโหดร้ายป่าเถื่อนจึงทำลายกองทัพของเหริ่นกุยพินาศย่อยยับ เหลือแต่กองทัพของหลี่จิ้ง ในไม่ช้าต้องปรับหลี่จิ้งแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการหลิงโจวเต้าสิงจวิน (灵州道行军) เพื่อต่อสู้ขับไล่ชนเผ่าทูเจ๋ยตะวันออก

ค.ศ. 626 (ปีที่เก้าศักราชอู่เต๋อ) เดือนแปด จักรพรรดิถังไท่จง (唐太宗) พึ่งขึ้นครองราชย์ เจ๋ยหลี่เค่อขาน ผู้นำชนเผ่าทูเจ๋ยเสนอข้อแลกเปลี่ยนกับราชวงศ์ถัง จากนั้นยกทัพม้าเป็นแสนเข้าบุกโจมตีเมืองจิงโจว (泾州 ปัจจุบัน คือ ดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือเมืองจิงชวน泾川มณฑลกานสู) ทั้งยังจะยกทัพเข้าเมือง ทำสะพานชั่วคราวข้ามแม่น้ำเว่ยสุ่ย (渭水) ทางทิศเหนือ ส่งม้าออกไปท้าทายอยู่ต่อเนื่อง แล้วยังลอบส่งลูกน้องเข้าเมืองเพื่อสืบสถานการณ์ความเป็นไปภายในเมือง ตอนนั้นราชวงศ์ส่งแม่ทัพแห่งรัฐหม่าซ่างเว่ย (马尚未) มาถึงแต่ประชาชนในนครฉางอันที่จะจับอาวุธขึ้นสู้รบได้มีไม่กี่หมื่นคน สถานการณ์อยู่ในภาวะคับขันมาก ในสถานการณ์เช่นนี้จักรพรรดิถังไท่จงแต่งตั้งม้าวเซี่ยน (冒险) ชินหลิง (亲临) รักษาสะพานเว่ยสุ่ย แล้วขอร่วมเป็นพันธมิตรกับเจ๋ยหลี่เค่อหาน พวกทู่เจ๋ยจึงยอมถอยทัพ ต่อมาจักรพรรดิถังไท่จงแต่งตั้งหลี่จิ้งเป็นสิงปู้ซ่างซู (刑部尚书 เสนาบดีมหาดไทย) ไม่นานเปลี่ยนเป็นปิงปู้ซ่างซู (兵部尚书เสนาบดีกลาโหม) เนื่องจากเขามีผลงานในการรบทัพจับศึกเป็นอันมาก ประทานคนสี่ร้อยครัวเรือนให้ครอบครอง

ตีชนเผ่าทูเจ๋ยตะวันออก

เนื้อหาหลัก ทัพราชวงศ์ถังทำลายกองทัพชนเผ่าทูเจ๋ยตะวันออก

ในไม่นานภายในเผ่าทูเจ๋ยตะวันออกเกิดความวุ่นวายภายใต้การปกครองของเสวเยียนโถว (薛延陀) และหุยเหอ (回纥) ภายในชนเผ่าเกิดคนทรยศทั้งยังเกิดพายุหิมะ ฝูงแกะและม้าล้มตายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงเกิดความอดอยาก ผู้คนต่างแบ่งแยกกระจัดกระจาย

ค.ศ. 629 (ปีที่สามรัชสมัยเจินกวน贞观) เดือนแปดจักรพรรดิถังไท่จงยอมรับข้อเสนอของจางกงจิ่น (张公瑾) นักรัฐศาสตร์การทหารราชวงศ์ถัง ตัดสินใจยกทัพไปปราบพวกทูเจ๋ยตะวันออก แต่งตั้งเสนาบดีกลาโหม หลี่จิ้งเป็น ติ่งเซียงเต้าสิงจวินจ่งกว่าน (定襄道行军总管, แม่ทัพผู้บัญชาการรบ) และให้จางกงจิ่นเป็นผู้ช่วยยกทัพอันเข้มแข็งเกรียงไกรไปปราบปราม ทั้งยังแต่งตั้งหลี่จี (李勣) ผู้บัญชาการทหารปิ้งโจว (并州都督,ปิ้งโจวตูตู) ฉายเส้า (柴绍) ผู้ปกครองเขตฮวาโจว (华州刺史,ฮวาโจวซึสือ) เสวว่านเช่อ (薛万彻) แม่ทัพใหญ่หลิงโจว (灵州大都督, หลิงโจวต้าตูตู) เป็นต้นเป็นแม่ทัพยกทัพบุกทะลวงในครั้งนี้ มีทหารในการบัญชาครั้งนี้หลายแสนนาย แบ่งทัพยกเข้าตีชนเผ่าทูเจ๋ย

ค.ศ.630 (ปี่ที่สี่รัชสมัยเจินกวน) เดือนหนึ่ง ลมเหนือค่อนข้างหนาว หลี่จิ้งนำทัพทหารม้าสามพันนายสู้กับความหนาวเย็นยกทัพออกจากหม่าอี้ (马邑, ปัจจุบันคือเขตสั้วเสี้ยน朔县 มณฑลซานสี่ ) รุกหน้าไปทาง เอ้อหยางหลิง (恶阳岭) เจ๋ยหลี่เค่อหานไม่ทันคิดว่ากองทัพราชวงศ์ถังจะกล้ายกมา ทหารที่เฝ้าดูแลต่างตระหนกตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี  ทั้งหมดสรุปว่า ถ้ากองทัพราชวงศ์ถังไม่ได้ข่าวลับภายใน หลี่จิ้งคงไม่กล้ายกทัพมาเพียงลำพังซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ หลี่จิ้งรู้ข่าวความลับของภายในชนเผ่าทูเจ๋ยจากสายลับที่เป็นคนสนิทของเขาคังซูมี้ (康苏密) ซึ่งมาสวามิภักดิ์เขาแต่เดิมแล้ว หลี่จิ้งยกทัพเข้าโจมตีดิ้งเซียง (定襄) ทันทีภายใต้ความมืดที่ปกคลุมบุกเข้าไปในเมืองชั้นในบุกเข้าไปจับตัวหยางเจิ้งเต้า (杨政道) โอรสของ หยางเจี้ยน (杨暕) ฉีหวางในสมัยราชวงศ์สุยและเซียวฮวงโฮ้ว (萧皇后) อดีตมเหสีของจักรพรรดิหยางตี้ ราชวงศ์สุย เจ๋ยหลี่เค่อหานตกใจกลัวหนีไปยังชี่โข่ว (碛口, ปัจจุบัน คือ ดินแดนตะวันตกเฉียงใต้ของเอ้อเลียนห้าวเท่อ二连浩特 เขตปกครองมองโกเลียใน) หลี่จิ้งเป็นแม่ทัพที่สร้างคุณงามความดีให้แก่ประเทศจึงประทานทรัพย์สินมีค่าหกร้อยหีบพร้อมม้าที่มีชื่อเสียงพร้อมเพชรและอัญมณีที่มีค่า จักรพรรดิถังไท่จงมีความยินดีตรัสกับขุนนางใหญ่น้อยว่า “หลี่หลิง (李陵)แม่ทัพราชวงศ์ฮั่นนำทหารห้าพันคนเข้าปราบพวกซยงหนู (匈奴) ในที่สุดพวกซยงหนูต้องยอมแพ้ชตากรรมมาสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ฮั่นถูกบันทึกจดจำไว้ในประวัติศาสตร์ หลี่จิ้งยกทัพม้าสามพันบุกเข้าไปในดินแดนศัตรู ยึดเมืองติ้งเซียง ผู้พิชิตดินแดนทางเหนือ ตั้งแต่ในอดีตไม่มีใครสามารถทำได้มาก่อน เพียงพอต่อการล้างความอัปยศที่สะพานเว่ยสุยในฤดูหนาวปีก่อนและสร้างความอัปยศให้แก่พวกทูเจ๋ยพันธมิตรของเรา”

ในห้วงเวลาที่หลี่จิ้งมีชัยชนะรุกทัพไปเรื่อยๆ หลี่จี (李勣) ยกทัพของเขาจากหยินจง (云中 ปัจจุบัน คือเมืองต้าถง大同 มณฑลซานซี山西) สู้รบกับชนเผ่าทูเจ๋ยที่เมืองป่ายเต้า (白道 ปัจจุบัน คือเมืองดินแดนตอนเหนือของเมืองหูเห่อฮ่าวเท่อ呼和浩特 หรือเมือง Hohhot เขตปกครองมองโกเลียใน) กองทัพราชวงศ์ถังพยายามรุกไปข้างหน้าทำให้กองทัพทูเจ๋ยรบพ่าย กองทัพเจ๋ยหลี่เค่อหานพ่ายแพ้อีกครั้ง สูญเสียหนักจึงถอยไปยังเขาเท่อซาน (铁山) ทหารจึงรวบรวมจับกุมกองทัพที่พ่ายแพ้ทั้งหมดได้ทหารและม้าหลายหมื่นคน

เจ๋ยหลี่เค่อหานไม่มีทางเลือกเขาจึงส่งฑูตราชวงศ์ถังเพื่อขอยอมจำนน ขอสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ถังและยอมเป็นดินแดนแผ่นเดียวกับราชวงศ์ถ้ง ในความจริงเจ๋ยหลี่เค่อหานยังสองจิตสองใจยังคิดจะสู้รบกับราชวงศ์ถัง รอคอยเวลาที่ทุ่งหญ้าสมบูรณ์เพื่อบำรุงม้า หนีไปทางเหนือเพื่อรอเวลายกทัพกลับมารบ

 

ปีเดียวกันในเดือนสองจักรพรรดิถังไท่จงส่งหงลู่ (遣鸿) ฉิงถังเจี่ยน (卿唐俭) และแม่ทัพอันซิวเหริน (安修仁) ไปบรรเทาทุกข์ให้กับเจ๋ยหลี่เค่อหาน หลี่จิ้งเข้าใจในเจตนาของจักรพรรดิถังไท่จงกล่าวกับแม่ทัพจางกงจิ่น (张公谨) ว่า ขบวนฑูตราชวงศ์ถังไปพบปะเจ๋ยหลี่เค่อหาน พวกทูเจ๋ยจะผ่อนคายความระมัดระวัง เราควรถือโอกาสนี้จัดเตรียมสรรพาวุธและทหารประมาณหมื่นนายยกทัพประมาณ 20 วันยกทัพจากป่ายเต้าระดมเข้าตีพวกทูเจ๋ย จางกงจิ่นกล่าวตอบว่า องค์จักรพรรดิมีราชโองการว่าเจ๋ยหลี่เค่อหานยอมจำนนแล้วทั้งยังส่งฑูตไปยังดินแดนนั้น ข้าเกรงว่าเราไม่ควรบุกเข้าโจมตีอีก หลี่จิ้งกล่าวตอบไปว่า นี่เป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาด นี่คือเหตุผลที่หานซิ่น (韩信)กำจัดแคว้นฉี (齐国)จนราบคาบในอดีต แม้ถังเจี่ยนและคณะฑูตก็ยังคาดคิดไม่ถึง ถ้าเราไม่ทำเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง

หลี่จิ้งยกทัพไปถึงอินซาน (阴山) ปะทะกับกองสอดแนมทูเจ๋ยพันกว่าคนจับได้เป็นเชลยทั้งหมดและยกทัพรุกคืบหน้าต่อไป ครั้งนี้เจ๋ยหลี่เค่อหานพบกับขบวนฑูตราชวงศ์ถังจึงผ่อนคลายไม่ระมัดระวัง ซูติ้งฟาง (苏定方) แม่ทัพหน้าของหลี่จิ้งนำทหารสองร้อยนายเดินทัพเงียบๆโดยอาศัยหมอกที่ลงจัดจนทัพทหารมาถึงระยะเจ็ดร้อยลี้จึงถูกพวกทูเจ๋ยค้นพบ เจ๋ยหลี่เค่อหานตกใจรีบกระโดดขึ้นมาขี่หลบหนี ทหารทูเจ๋ยต่างก็ขี่ม้าหลบหนีกระจัดกระจายไปคนละทาง ทัพใหญ่ของหลี่จิ้งยกมาถึงทำการสังหารศัตรูไปเป็นหมื่นศพ จับตัวประกันได้เป็นแสนคน ยึดวัวและแพะได้เป็นแสนๆตัว ทั้งยังประหารองค์หญิงสุยอี้เฉิง (隋义成公主) เจ๋ยหลี่เค่อหานนำคนเป็นหมื่นหลบหนีไปทางเหนือผ่านทะเลทราย หลี่จีนำทหารไปดักไว้ที่ชี่โข่ว (碛口) ไม่สามารถหลบไปทางเหนือได้ ดังนั้นทั้งหมดจึงยอมยอมแพ้ ไม่นานเจ๋ยหลี่เค่อหานถูกเริ่นเฉิงหวาง หลี่เต้าจง (任城王李道宗) ผู้ดูแลเส้นทางถงเต้า (同道) จับได้ส่งเข้าไปเมืองหลวง นับแต่นั้นชนเผ่าทูเจ๋ยตะวันออกจึงถูกทำลายจนหมดสิ้น

ตั้งแต่ราชวงศ์สุยชนเผ่าทูเจ๋ยเป็นชนเผ่าที่มีอำนาจคุกคามทางทิศตะวันตกฉียงเหนือ หลี่จิ้งหลังจากทำลายชนผู่เจ๋ยตะวันออก ไม่ใช่เพียงแต่ทำลายศัตรูร้ายที่คอยคุกคามชายแดนด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของราชวงศ์ถังแต่ยังเป็นการลบล้างความอัปยศอดสูของจักรพรรดิถังเกาจู่และจักรพรรดิถังไท่จงที่มีต่อชนเผ่าทูเจ๋ย จักรพรรดิถังไท่จงทรงตรัสแบบอารมณ์ว่า ข้าได้ยินมาว่าพระบิดาของข้ามีความอัปยศอดสูต่อขุนนางเกรงว่าราชวงศ์ของข้าจะล่มสลาย ในยุคสมัยก่อสร้างรากราชวงศ์ถังพระบิดาเนื่องด้วยราษฎรของพระองค์ต้องยินยอมไปอ่อนน้อมต่อชนเผ่าทูเจ๋ย ข้ามีความขมขี่นและเครียดแค้นในหัวใจเป็นอย่างยิ่ง ขึ้นครองราชย์เมื่อไหร่ข้าจะกำจัดพวกทูเจ๋ยให้สิ้น เนื่องจากเก้าอี้ของข้าไม่มั่นคงและอาหารก็ทานไม่อร่อย ตอนนี้การปฎิบัติภาระกิจทางทหารชั่วคราวทำให้แผ่นดินมีความสงบอยู่ยงคงกระพัน รวมทั้งการฑูตทำให้ศัตรูศิโรราบยอมพ่ายแพ้ ในที่สุดเป็นการล้างความอัปยศในอดีต

อดีตจักรพรรดิหลี่ยวนมีความยินดีเป็นอันมาก พระองค์ชวนจักรพรรดิถังไท่จง เสนาอำมาตย์สิบกว่าคน รวมทั้งพระญาติที่ครองตำแหน่งพระยาต่างๆ นางสนมและองค์หญิงต่างๆมาร่วมเลี้ยงงานฉลองในชัยชนะ พระองค์มีความสุขมากทรงเล่นเครื่องดนตรีผีผ้าด้วยพระองค์เอง จักรพรรดิถังไท่จงทรงเต้นรำถวาย เสนาอำมาตย์ต่างดื่มน้ำเมาถวายพระพรจนเวลาล่วงลับไปถึงยามดึก

แม้หลี่จิ้งจะเป็นนักรบที่กล้าหาญและมีความสามารถในการทำสงครามแต่เขาเป็นคนที่มีใจคอเข้มแข็ง หลังจากที่ผู้ตรวจราชการเซียวหยี่ (萧瑀) กล่าวหากองทัพของหลี่จิ้งไร้สมรรถภาพ ในขณะที่กำลังต่อสู้ตาต่อตาฟันต่อฟันกับเจ๋ยหลี่เค่อหาน สมบัติมีค่าเก่าแก่สมัยโบราณถูกทหารของหลี่จิ้งลักลอบขโมยไปทั้งหมด ฟ้องต่อหน้าพระที่นั่งให้ดำเนินการลงโทษ จักรพรรดิถังไท่จงตำหนิหลี่จิ้งอย่างรุนแรงหลี่จิ้งคุกเข่ากล่าวขอโทษ เวลาผ่านไปไม่นานจักรพรรดิถังไท่จงจึงตรัสว่า แม่ทัพ สื่อว่านซุ้ย (史万岁) ราชวงศ์สุยรบมีชัยชนะต่อต๋าโถวเค่อหาน (达头可汗) แต่ราชวงศ์สุยไม่ได้ประทานพระราชรางวัลใดๆให้แต่พระราชทานความตาย แต่ข้าจะไม่กระทำเช่นนั้น และจะไม่อภัยโทษให้แก่กองทหารของเจ้า แต่จะจำที่เจ้าสามารถมีชัยเอาชนะพวกทูเจ๋ย ดังนั้นจึงแต่งตั้งหลี่จิ้งเป็นจั่วกวางลู่ต้าฟู (左光禄大夫) ประทานผ้าไหมหนึ่งพันพับมอบดินแดนให้ปกครองเพิ่มขึ้นทั้งหมดห้าร้อยครอบครัว จากนั้นจักรพรรดิถังไท่จงจึงตรัสกับหลี่จิ้งว่า แต่ก่อนมีคนใส่ร้ายเจ้า ตอนนี้ข้าเข้าใจจริงๆแล้ว เพราะเจ้าไม่เคยเอาเรื่องราวเหล่านี้เก็บไว้ในใจ ครั้งนี้พระองค์ประทานผ้าไหมสองพันพับให้หลี่จิ้ง แต่งตั้งเป็นซ่างซูโหย่วฟูเซ่อ (尚书右仆射, เสนาบดีฝ่ายขวา) หลี่จิ้งเป็นคนมีใจคอหนักแน่นมั่นคง ทุกครั้งที่เข้าร่วมประชุมกับอำมาตย์และเสนาบดีในท้องพระโรงพระที่นั่ง มักจะนั่งรับฟังรวบรวมความคิดเห็นต่างๆแต่ไม่เคยแสดงความเห็นหรือพูดอะไร

การเดินทางไปถูกู่หุน (吐谷浑)

หลี่จิ้งเมื่อตอนเป็นหนุ่มเป็นผู้มีความมุ่งมั่น กระตือรือร้นและกล้าได้กล้าเสีย หลังจากเติบใหญ่ขึ้นมีความระมัดระวังตัวมากขึ้น รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเกษียณ เมื่อถึง ค.ศ 634 (ปีที่แปดรัชสมัยเจินกวน) เดือนสิบ หลังจากดำรงตำแหน่งสมุหนายกครบสี่ปีหลี่จิ้งขออำลาจากตำแหน่งด้วยความเต็มใจ จักรพรรดิถังไท่จงเข้าใจในความคิดของหลี่จิ้งและขอบพระทัยในการประพฤติของหลี่จิ้งครั้งนี้ ส่งราชเลขาซื่อหลานเฉิน (侍郎岑) นำหนังสือไปมอบแก่หลี่จิ้ง ทรงตรัสว่า ข้าอ่านดูประวัติศาสตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่อยู่ในอำนาจและเสวยสุขแต่ยังรู้จักพอนั้นหาน้อยมาก พวกเขาเหล่านั้นถ้าไม่เป็นคนฉลาดก็จะเป็นคนโง่ พวกเขาเหล่านั้นไม่เข้าใจจิตใจตนเอง พวกเขาเหล่านั้นเพียงแต่จะคอยรับใช้แม้ไม่มีความสามารถ ยังเพียงพยายามจะมาคอยรับใช้ แม้ตนเองจะเจ็บไข้ได้ป่วย ยังคงพยายามสร้างฐานอำนาจตนเอง ไม่ยอมที่จะสละตำแหน่งตนเอง ตัวท่านสามารถรู้จักสละอำนาจตนเองเป็นคุณสมบัติที่ควรยกย่องเป้นอย่างยิ่ง ตัวข้าไม่เพียงแต่สรรเสริญในคุณความดีของตัวท่าน แต่ยังต้องการให้พฤติกรรมของตัวท่านเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่คนรุ่นหลัง หลังจากราชเลขาอ่านหนังสือราชโองการจบจึงประทานรางวัลพิเศษให้ ประทานผ้าพันพับ รถม้าใช้ม้าคู่เป็นพาหนะเดินทาง ถ้าเท้าของท่านดีขึ้นสุขภาพพลานามัยแข็งแรงให้เข้าเฝ้าพระราชทานสองสามวันครั้งเพื่อปรึกษาข้อราชการการเมือง

ปี ค.ศ. 635 (ปีที่เก้ารัชสมัยเจินกวน) เดือนอ้าย จักรพรรดิถังไท่จงประทานไม้เท้าทำจากไม้หลิงโซ่วมู่ให้แก่หลี่จิ้งเพื่อช่วยให้เท้าของเขาสะดวกในการเดินทาง

แต่ยังไม่ถึงสองเดือนเกิดเหตุชนเผ่าถูกู่หุนยกทัพตีเมืองเหลียงโจว (凉州) ราชวงศ์ถังตัดสินใจยกทัพไปปราบปราม แต่ในการแต่งตั้งแม่ทัพผู้บัญชาการ จักรพรรดิคิดถึงแม่ทัพที่มีไหวพริบชาญฉลาดและประสบการณ์ คิดว่าหลี่จิ้งเป็นผู้เหมาะสมที่สุดแต่เนื่องจากโรคที่เท้าเขายังไม่หาย อีกทั้งเมื่อหลี่จิ้งซึ่งมีอายุมากแล้วกว่าหกสิบปีเมื่อได้ยินข่าวคราวของชนเผ่าถูกู่หุนเต็มใจที่จะรับอาสาไปรบแต่เขายังมีปัญหากับโรคที่เท้าและอายุที่มากขึ้น เดินทางขอเข้าพบสมุหนายกฝางเสวียนหลิง (房玄龄) ร้องขอเป็นผู้นำทัพเดินทางไปทำศึก จักรพรรดิถังไท่จงดีพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ในเดือนสิบปีนั้นแต่งตั้งหลี่จิ้งเป็นผู้บัญชาการทัพซีไห่ต้าสิงจวินต้าจ่งกว่าน (西海道行军大总管) ทั้งยังแต่งตั้งสมุหกลาโหม โฮวจวินจี๋ (侯君集) กรมราชเลขา เริ่นเฉิงหวาง หลี่เต้าจง (任城王李道宗) เจ้าเมืองเหลียงโจว หลี่ต้าเหลี่ยง (李大亮) แม่ทัพฝ่ายขวา หลี่เต้าเหยี่ยน (李道彦) ผู้ตรวจการเมืองลี่โจว (利州) เกาเจิ้งเซิง (高甑生) ทั้งหมดห้าคนเป็นผู้บัญชาการกองทัพทั้งห้าขึ้นตรงต่อหลี่จิ้ง

เมื่อหลี่จิ้งบัญชาการทัพในขณะนั้นเป็นช่วงฤดูหนาวที่รุนแรง กองทัพเขาเดินทางบนน้ำแข็งและหิมะในท่ามกลางลมหนาวที่พัดอย่างรุนแรงพบกับความยากลำบากอย่างยากเข็ญ ปีต่อมาเดือนสี่ กองทัพราชวงศ์ถัง ณ.ที่เขาคู่ซาน (库山 ปัจจุบันอยู่ทีเทียนจวิ้น天峻 มณฑลชิงไห่) ปะทะทำสงครามกับชนเผ่าถูกู่หุน หลี่เต้าจงทำการรบมีชัยชนะต่อชนเผ่าถูกู่หุน นับเป็นชัยชนะครั้งแรกของราชวงศ์ถัง

 

ถูกู่หุนเค่อหานฉลาดแกมโกงหลังพ่ายแพ้ถอยทัพไปทางทิศตะวันตก ด้านหนึ่งส่งคนไปเผาหญ้าเพื่อตัดเสบียงหญ้าที่เอาไว้เลี้ยงทัพม้าราชวงศ์ถัง หญ้าแห้งถูกเผาไหม้จนหมดเกลี้ยง หญ้าในฤดูใบไม้ผลิยังไม่งอกเงย แม่ทัพราชวงศ์ถังต่างรู้ว่าม้าของพวกตนผ่ายผอมและไม่แข็งแรงไม่สามารถไล่ตามข้าศึกได้ยาวนาน แม่ทัพโฮวจวินจี๋ตระหนักว่าพวกถูกู่หุนตอนนี้หนีกระจัดกระจาย ส่งคนไปสอดแนม สารจากจักรพรรดิหลังจากพวกนี้พ่ายแพ้พวกเราสามารถมีชัยได้ง่าย ถ้าเราไม่ปราบปรามตอนนี้อาจจะเสียใจในภายหลัง หลี่จิ้งเห็นด้วยกับความเห็นของโฮวจวินจี๋ ตัดสินใจไม่ให้พวกถูกู่หุนรวมตัวกันติดฟื้นกลับมาได้ จึงแบ่งทัพเป็นสองทาง หลี่จิ้งกับ เสวว่านจวิน (薛万均) และหลี่ต้าเหลี่ยงยกทัพรุกไปทางทิศเหนือ โฮวจวินจี๋ หลี่เต้าจง ยกทัพไปทางทิศใต้ ทั้งสองทัพสองทางเข้าตีในเวลาเดียวกัน

หลี่จิ้งเดินทัพทางทิศเหนืออย่างราบรื่น ไม่กี่วันแม่ทัพเสวกูเอ๋อ (薛孤儿) มีชัยชนะต่อกองทัพถูกู่หุนที่เขาม่านโถวซาน (曼头山 ปัจจุบันอู่ที่มณฑลชิงไห่ 青海) ฆ่าถูกู่หุนหวาง ยึดได้วัวและแกะเป็นจำนวนมากไว้เป็นเสบียงกองทัพ จากนั้นกองทัพหลักของหลี่จิ้งนำโดยหนิวซินตุ้ย (牛心堆) และ ชื่อสุยหยวน (赤水源)ทำสงครามกับแม่ทัพถูกู่หุนมีชัยชนะทั้งสองครั้ง โฮวจวินจี๋และหลี่เต้าจงเดินทัพอย่างรวดเร็วรุกเข้าไปในทะเลทรายลึกถึงสองพันลี้ ที่นี่เป็นทะเลทรายรกร้าง อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมากบ้างครั้งร้อนมากบางครั้งหนาวเย็นยะเยือกจนแทบทนไม่ได้ บางครั้งก็หาน้ำกินไม่ได้พวกเขาจึงต้องกินเลือดจากพี่น้องในทัพของตน กองทัพราชวงศ์ถังพยายามเดินทัพผ่านความยากลำบากเดินทางเป็นระยะทางไกลในที่สุดเดือนห้าไล่ตามฝูหยินเค่อหาน (伏允可汗) ไปถึงอูไห่ (乌海 ปัจจุบันคือ ซิงไห่兴海 มณฑลชิงไห่) สู้รบมีชัยชนะจับตัวฝูหยินเค่อหานได้ เสวว่านจวินและชื่อไห่ (赤海)ก็ทำการรบมีชัยชนะต่อกองทัพถูกู่หุนของเทียนจู้หวางจวิน (天柱王军)

แม่ทัพของหลี่จิ้งแต่ละทัพยกทัพรุกไปเรื่อยทั้งยังมีชัยชนะระหว่างรุกไปข้างหน้า หลี่ต้าเหลี่ยงทำการรบมีชัยชนะต่อกองทัพถูกู่หุนที่เขาสู่หุนซาน (蜀浑山) กำจัดถูกู่หุนหวางไปถึงยี่สิบคน แม่ทัพจื๋อสือซือ (力也) สู้รบกับกองทัพถูกู่หุนมีชัยชนะที่จวีหรูชวน (居茹川) กองทัพราชวงศ์ถังเดินหน้ามีชัยไปเรื่อยๆยกทัพผ่านจีสือซานเหอหยวน (积石山河源)เข้าตีกองทัพถูกู่หุนที่ซีฉุยเจ๋ยม้อ (西陲且末ปัจจุบัน คือ เมืองเจ๋ยม้อ且末มณฑลซินเจียง)แม่ทัพชี่ปี้เหอ (契苾何) ไล่ตีกองทัพฝูหยินเค่อหาน (伏允可汗)จนแตกกระจาย สังหารทหารถูกู่หุนพันกว่าคน ยึดวัวและแกะได้ไปถึงสองแสนกว่าตัว ทั้งยังจับตัวมเหสีของฝูหยินเค่อหานได้

ฝูหยินเค่อหานรวบรวมทหารม้าได้พันนายถอยหนีไปที่ชี่จง (碛中) เมือหนีมาถึงดินแดนที่ภูเขาจบกับแม่น้ำต่างแยกย้ายกันหลบหนี ต่อมาไม่นานฝูหยินเค่อหานถูกผู้ติดตามฆ่าตาย ลูกชายคนโตของเขาต้าหนิงหวางมู่หรงสุ้น (大宁王慕容顺) ฆ่าเทียนจู่หวางยกคนมาสวามิภักดิ์ต่อกองทัพราชวงศ์ถัง หลังจากสองเดือนที่หลี่จิ้งยกทัพทำสงครามนองเลือด โจมตีและทำลายกองทัพถูกู่หุนก็นำชัยชนะไปถวายต่อเมืองหลวงราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ถังเพื่อจะควบคุมดินแดนเก่าของชนเผ่าถูกู่หุน แต่งตั้งมู่หรงสุ้นเป็นซีผิงจวิ้นหวาง (西平郡王) นาม เจ๋ยกู่ลู่วอู่กานโต้วเค่อหาน (趉故吕乌甘豆可汗) และแต่งตั้งให้หลี่ต้าเหลี่ยงอยู่ที่นั่นคอยช่วยเหลือ

ชีวิตบั้นปลาย

ในระหว่างทำสงครามกับถูกู่หุน ผู้ตรวจการเมืองลี่โจว (利州) เกาเจิ้งเซิง(高甑生) ชึ่งแต่งตั้งเป็นเหยียนเจ๋อเต้าจ่งกว่าน (盐泽道总管) ยกทัพมาไม่ทันเวลาทั้งยังขาดยุทโธปกรณ์การรบ ถูกหลี่จิ้งตำหนิจนไม่พอใจ หลังจากเสร็จศึกสงครามสมรู้ร่วมคิดกับแม่ทัพกว่างโจว ฟู่จ่างสือ (府长史) ถังเฟิ้งอี้ (唐奉义) กล่าวหาหลี่จิ้งก่อกบฎ จักรพรรดิถังไท่จงทรงสอบสวนเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงลงโทษเกาเจิ้งเซิงมีความผิดถึงประหารแต่ให้ลดโทษเนรเทศไปอยู่ชายแดน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหลี่จิ้งปิดประตูบ้านเงียบ ไม่ยอมรับแขก แม้แต่ญาติมิตรก็ไม่ยอมให้เข้าพบ

ปี ค.ศ. 637 (ปีที่สิบเอ็ดรัชสมัยเจินกวน) จักรพรรดิถังไท่จงแต่งตั้งหลี่จิ้งเป็นเว่ยกั๊วกง (卫国公) เป็นผู้ว่าเมืองผูโจว (濮州) และให้บันทึกชื่อเขาไว้ในราชวงศ์เนื่องจากบุตรชายเขาเสียชีวิตโดยไม่มีผู้สืบสกุล

ปี ค.ศ. 640 (ปีที่สิบสี่รัชสมัยเจินกวน) ภรรยาหลี่จิ้งเสียชีวิต จักรพรรดิถังไท่จงให้จัดการประกอบพิธีศพตามที่เว่ยชิง (卫青) และหั้วชวี่ปิง (霍去病) กำหนดไว้แต่โบราณในสมัยราชวงศ์ฮั่น นำศพไปฝังในระหว่างเขาเถี่ยซาน (铁山)ภายในดินแดนของพวกทูเจ๋ย และเขาจีสือซาน (积石山)ดินแดนของชนเผ่าถูกู่หุนเพื่อยกย่องให้เกียรติยศสูงสุดแก่หลี่จิ้ง

ปี ค.ศ. 643 (ปีที่สิบเจ็ดรัชสมัยเจินกวน) หลี่จิ้งถูกยกย่องร่วมกับจ่างซุนอู๋จี้ (长孙无忌) หลิงเยียนเก๋อ (凌烟阁) และขุนนางรวมทั้งหมดยี่สิบสี่คนเป็นขุนนางที่มีความสามารถที่สุดในสมัยจักรพรรดิถังไท่จง

ปี ค.ศ. 644 (ปีที่สิบแปดรัชสมัยเจินกวน) จักรพรรดิถังไท่จงเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปเยี่ยมหลี่จิ้งถึงบ้านพักของหลี่จิ้ง ถามไถ่ถึงโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่ทั้งยังประทานผ้าไหมให้ห้าร้อยพับ แต่งตั้งหลี่จิ้งเป็นเว่ยกั้วกง (卫国公) ประกอบพิธีแต่งตั้งฉลองสามวันสามคืน จักรพรรดิถังไท่จงจัดการให้เกาจู้ลี่ (高句丽)ไปเชิญหลี่จิ้งเข้ามาในพระราชวังชั้นในตรัสกับหลี่จิ้งว่า “ตอนนี้ทางใต้ปราบอู๋หุ้ย (吴会) เรียบร้อย ทางเหนือกำจัดพวกทูเจ๋ยพื้นที่ส่วนใหญ่ได้อย่างราบคาบ ทิศตะวันตกกำจัดถูกู่หุนมูหรงจนแผ่นดินสงบ ยังคงแต่ทางด้านทิศตะวันออกที่ยังพิชิตชนเผ่าเกาลี่ (高丽) ไม่ได้ ท่านมีความคิดเห็นเป็นประการใด” หลี่จิ้งซึ่งมีอายุเจ็ดสิบกว่าปีแล้วทั้งโรคร้ายยังรุมเร้าในร่างกาย แสดงออกว่าต้องการจะยกทัพไปทำการแทนพระองค์ ทูลกล่าวตอบว่า “ข้าน้อยแต่ก่อนทำการโดยอาศัยพระราชอำนาจของพระองค์ทำงานได้ผลงานเพียงเล็กน้อย บัดนี้วันเวลาผ่านมาจนกระดูกข้าน้อยกัดกร่อนครั้งนี้ข้าขออาสายกทัพไปทำการ หากพระองค์ไม่ขัดพระทัย อาการโรคของข้าน้อยจะค่อยๆดีฟื้นขึ้นมา” จักรพรรดิถังไท่จงทรงเมตตาหลี่จิ้งไม่อนุญาตให้ทำการในครั้งนี้

หลี่จิ้งไม่ได้เป็นผู้นำทัพไปปราบปรามเกาลี่แต่ยังกังวลเรื่องการศึกในแนวหน้า เมื่อจักรพรรดิถังไท่จงนำทัพไปถึงเขาจู้ปี้ซาน (驻跸山 ปัจจุบันคือ ดินแดนทางใต้เมืองเหลียวหยาง辽阳ในมณฑลเหลียวหนิง) กองทัพเกาโก่วลี่ (高句丽) พลันทะลักออกมาโจมตี ภายในดินแดนว่างเปล่า หลี่เต้าจง (李道宗) ขอทหารห้าพันนายเพื่อยกทัพเข้าตีเมืองผิงหร่าง (平壤 คือ เมืองเปียงยาง) จักรพรรดิถังไท่จงไม่เห็นด้วย เมื่อกลับเมืองหลวงพระองค์ตรัสถามกับหลี่จิ้งว่า “ข้าครอบครองคนได้ทั้งโลกกลับติดอยู่ในดินแดนเล็กๆแถบนั้นเพราะอะไร” หลี่จิ้งด้วยความประหลาดใจในความล้มเหลวคิดว่าจักรพรรดิถังไท่จงคงไม่รับฟังแผนการรบของหลี่เด้าจง จึงกล่าวว่า “ควรให้หลี่เต้าจงอธิบาย” จักรพรรดิถังไท่จงจึงตรัสถามหลี่เต้าจง หลี่เต้าจงอธิบายว่า ข้อเสนอแผนการของเขาไม่ถูกนำมาปฎิบัติ จักรพรรดิถังไท่จงจึงตรัสด้วยความผิดหวังว่า “ในช่วงเวลาคับขันโอกาสไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้”

หลี่จิ้งมีความสามารถในการเข้าใจสถานการณ์ต่างๆจัดการเรื่องราวต่างๆอย่างละเอียดถี่ถ้วน จักรพรรดิถังไท่จงได้ขอให้เขาถ่ายทอดและสอนวิชาการทหารให้แก่โฮวจวินจี๋ (侯君集) ภายหลังโฮวจวินจี๋กราบทูลจักรพรรดิถังไท่จงว่าหลี่จิ้งคิดกบฎเพราะว่าทุกๆเรื่องราวการทหารต่างๆที่ถ่ายทอดหลี่จิ้งไม่นำพาต่อกฎหมาย จักรพรรดิถังไท่จงตำหนิหลี่จิ้งแต่หลี่จิ้งกล่าวตอบว่า “โฮวจวินจี๋ฟังผิดแล้ว วันนี้แผ่นดินสงบสุข ข้าน้อยจึงสอนระบบรักษาความปลอดภัยตามตำราซื่ออี้อี่ (四夷矣) วันนี้ถ้าโฮวจวินจี๋เรียนตำรากับข้าน้อยจบ เขาจะมีความทะเยอทะยานที่แตกต่างไป” ตอนนั้นโฮวจวินจี๋ยังไม่คิดก่อการกบฎและจักรพรรดิถังไท่จงก็ไม่เชื่อ ครั้งหนึ่งหลังถวายราชการแล้วกลับไปยังทำเนียบขุนนางโฮวจวินจี๋ขี่ม้าผ่านประตูวังโดยไม่มีผู้พบเห็น หลี่จิ้งเห็นเหตุการณ์เช่นนี้จึงกล่าวว่า “โฮวจวินจี๋ไม่จงรักภักดี ต่อไปคงคิดก่อการร้าย” ถึงรัชสมัยเจินกวนปีที่สิบเจ็ด เดือนสี่ โฮวจวินจี๋ร่วมกับมกุฎราชกุมารเฉินเฉียน (承乾) ก่อกบฎถูกฆ่าตายในเหตุการณ์นั้น เป้นการพิสูจน์ว่าหลี่จิ้งคาดคะเนได้อย่างแม่นยำ

 

ปี ค.ศ. 649 (ปีที่ยี่สิบสามรัชสมัยเจินกวน) สภาพร่างกายของหลี่จิ้งแย่ลง จักรพรรดิถังไท่จงไปเยี่ยมสอบถามอาการถึงเตียงนอนของเขา พระองค์ทรงเห็นหลี่จิ้งกำลังจะตายน้ำพระเนตรไหลเอ่อตรัสกับหลี่จิ้งอย่างเศร้าใจว่า “ท่านเป็นขุนนางเก่าแก่ของข้ารับใช้ประเทศมายาวนาน บัดนี้โรคร้ายทำลายท่านข้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง” ปีเดียวกันวันที่ยี่สิบสามเดือนสี่ (ปัจจุบัน คือ วันที่ 2 เดือน 7) หลี่จิ้งลาจากโลกไปอายุได้เจ็ดสิบเก้าปี จักรพรรดิถังไท่จงทรงลงพระราชทินนามแต่งตั้งหลี่จิ้งเป็นปิ้งโจวตูตู (并州都督) ประทานกระบี่บรรดาศักดิ์ ขบวนแห่งานศพ ร่วมงานจนนำศพไปฝังที่สุสานสลักนามว่า เยวจิ่งอู่ (曰景武) การฝังศพเป็นไปตามพิธีโบราณตามที่เว่ยชิง (卫青) และฮั้วชวี่ปิ้ง (霍去病) บันทึกไว้ สุสานอยู่ระหว่างภูเขาเยี้ยนหรานซาน (燕然山) ภายในเขตชนเผ่าทูเจ๋ยและภูเขาจีสือเอ้อร์ซาน (积石二山)ภายในเขตชนเผ่าถูกู่หุน บริเวณที่เรียกว่า จิงซูจี้ (旌殊绩) เพราะว่า หลี่จิ้งมีผลงานและวีรกรรมในการรบและการทหารอย่างมากมาย เมื่อตายแล้วอยากให้ทุกคนประจักษ์ในผลงานของเขาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจในความสงบมั่นคงเป็นผลงานของเขา ชาวบ้านต่างรวมน้ำใจทุ่มเทสร้างวัดอุทิศให้เขา สืบต่อมาจนถึงปลายราชวงศ์ถัง หลี่จิ้งได้รับการยกย่องเป้นเทพฯองค์หนึ่ง

เป็นเรื่องที่นั่งแปลมาเกือสองปีไม่จบสักที เอาประวัติของขุนนางเก่งๆของจีนในสมัยโบราณมาแนะนำให้คนไทยรับทราบมากกว่าที่จะลุ่มหลงอยู่ในตำราสามก๊ก เพราะปัจจุบันนี้สถานการณ์โลกดูเสมือนคล้ายกับประวัติศาสตร์จีนในยุคชุนชิว จ้านกั๊วมาก ที่ประเทศต่างๆต่างแก่งแย่งกันหาพันธมิตร ใช้เล่ห์เพทุบายเพื่อรุกรานชาติที่อ่อนแอกว่า



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12
อารยา วันที่ : 10/03/2016 เวลา : 13.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"

(0)
"พล๊อต" มักจะไม่ค่อยเปลี่ยน นับเป็หลายศตวรรษก็ยังคล้ายๆท้องเรื่องเดิม
ที่เปลี่ยนเป็นตัวละครที่เข้ามาแล้วก็ผัดเปลี่ยนให้ตัวใหม่เข้ามาเล่นบทต่างๆแทนกัน เมื่อวันเวลาผ่านไป

As time goes by...https://www.youtube.com/watch?v=wxMeu34o_jQ
ความคิดเห็นที่ 11
ni_gul วันที่ : 08/03/2016 เวลา : 16.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

(0)
ต้องกลับไปดูละครหลี่ซื่อหมินถังไท่จงอีกแล้ว ...
ประตูเซวี่ยนอู่พยานในเหตุการณ์ลอบสังหารหลี่ซื่อหมินไม่สำเร็จยังอยู่
แล้วสุสานของหลี่จิ้งยังอยู่ไหมนะ?
ความคิดเห็นที่ 10
แม่หมี วันที่ : 08/03/2016 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

(0)
ได้ความรู้เยอะ แต่มันงงๆกับชื่อ

ยอดเยี่ยมมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
feng_shui from mobile วันที่ : 08/03/2016 เวลา : 09.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

(0)
สุดยอดเฃ่นเคย
ความคิดเห็นที่ 8
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 07/03/2016 เวลา : 23.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

(0)
ขอบคุณท่ีนำเรื่องแบบนี้มาเล่าให้ฟัง ประกอบการอ่านหนัวสือจีน
กำลังภายใน ซึ่งปัจจุบันเป็นเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทั้งนั้นครับ
ความคิดเห็นที่ 7
Jui วันที่ : 07/03/2016 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(1)
แผนที่ของแคว้นต่างๆในจีนผมเคยนำมาเสนอแล้วในสงครามชุนชิว จ้านกั๊วโพสก่อนหน้านี้

ส่วนใหญ่คนจีนศึกษาประวัติศาสตร์จากยุคสงครามชุนชิวจ้านกั๊วมากกว่ายุคสามก๊กเพราะมีประวัติศาสตร์ให้ศึกษาลุ่มลึกกว่ายุคสามก๊กทั้งการเมือง เศรษฐกิจและวิถีชีวิตของชาวจีน
ความคิดเห็นที่ 6
Jui วันที่ : 07/03/2016 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(1)
ชนเผ่าเกาลี่ คือ พวกเกาหลี ครับ

ชนเผ่าทูเจ๋ย คือ พวกเตริคตะวันออก

ชนเผ่าถูกู่หุน คือ พวกมุสลิมเหมือนกันพวกนี้ปัจจุบันอาศัยแถบมณฑลกานซู และซินเจียง
ความคิดเห็นที่ 5
ni_gul วันที่ : 07/03/2016 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

(0)
พูดถึงสามก๊ก ถือโอกาสพาดพิง .... เพราะเพิ่งได้เห็นภาพข่าวว่าจีนกำลังสร้างรูปบุคคลในประวัติศาสตร์เสียใหญ่โต ผู้นั้นมีหนวดเครายาว ถืออาวุธขึงขัง รูปร่างสูงใหญ่ ตอนแรกนึกว่าโอบิลิกซ์... ที่แท้คือเทพเจ้ากวนอู นัยว่าจะเป็นรูปสูงใหญ่ที่สุดในโลก มิทราบท่านเคยเห็นหรือยัง
ความคิดเห็นที่ 4
ni_gul วันที่ : 07/03/2016 เวลา : 08.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

(0)
เรียนท่านเจ้าของบ้าน

แคว้นต่างๆ อยู่ตรงไหนบ้าง อยากเห็นแผนที่ประกอบเหลือเกิน

อย่างเช่นทางทิศตะวันออก ชนเผ่าเกาลี่ (高丽) .. - ชื่อคล้ายเกาหลี เลยอยากรู้ว่าอยู่ตรงไหน

กำลังดู มู่หลาน 2013 ที่แนะนำโดย เหล่าซือสุวรรณา ใกล้จบ ..สนุกกับประวัติศาสตร์จีนที่หนังละครนำมาทำมากเลย พอมาอ่านเรื่องที่ท่านเล่ายิ่งออกรส นึกออกมาเป็นฉากๆ เลย ข้าพเจ้าคงบ้าไปแล้ว คิกคิก ....

เหตุที่ท่านหายไปนาน ข้าพเจ้ามิเพียงไม่สงสัย ข้าพเจ้าเองก็มักจะหายไปกับหนังสือและสรรพตำราเช่นกัน

นับถือ นับถือ
ความคิดเห็นที่ 3
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 06/03/2016 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

(0)

อ่านหายอยากเลยพี่
ความคิดเห็นที่ 2
Jui วันที่ : 06/03/2016 เวลา : 10.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(0)
ปีนี้ใครชงควรกราบไหว้ก่วนจ้ง เพราะก่วนจ้งคือไท่สุ่ยเอี๊ยประจำปีนี้
ความคิดเห็นที่ 1
Jui วันที่ : 06/03/2016 เวลา : 10.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

(1)
ขอโทษด้วยครับที่หายไปนาน แปลเรื่องนี้เรื่อยๆหายไปเกือบสองปี
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน