• julyrhapsody
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thejulyrhapsody@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 325517
  • ส่ง msg :
  • โหวต 149 คน
attitude is everything
"it is not enough to have a key to open a door"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม 2550
Posted by julyrhapsody , ผู้อ่าน : 6444 , 19:50:33 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คุณเคยคิดบ้างไหมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณในปัจจุบัน เป็นเพราะการพบพานอะไรบางอย่างโดยบังเอิญหรือการตัดสินใจเพียงเสี้ยวนาทีเดียวที่ประจวบเหมาะในอดีต??

ราวกับว่ามันเป็น "นาทีเปลี่ยนชีวิต" ถ้านำพาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยว ชีวิตคุณอาจต้องพลัดหลงไปอีกทางหนึ่ง?

เช่นเดินขึ้นบันไดช้าไปแค่ 3 ก้าว พลาดรถไฟฟ้าไป 1 ขบวน, ตื่นสายแค่ 5 นาที เจอรถติดเป็นตังเมช้าไป 2 ชั่วโมง(ทั้ง ๆ เคยใช้เวลาเดินทางเพียง 45 นาที), มีคนขอเบอร์โทรศัพท์ดันเล่นตัว แล้วต้องมานั่งเสียใจทีหลัง เพราะเขาเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่นแล้ว, หรือแม้แต่การไปเยี่ยมบลอกใครสักคนตอนเที่ยงคืนแล้วดันไปทิ้งคอมเมนต์บ้า ๆ บอ ๆ ไว้ เจ้าของบ้านดันออนไลน์ตอบโต้กลับมา แล้วก็เมาท์กันจนเพลินกลายเพื่อนกันตลอดชีวิต

แล้วก็แปลกนะ กับคนที่ออนไลน์ตรงกันทุกวัน อยากคุยกับเค้าแทบตาย แต่พี่แกไม่รับมุกเสียเลย! ....เจอกันอยู่ทุกวันและเวลาเดียวกันแต่ไม่เคยมี "นาที" นั้น

"จังหวะเวลา" เหมือนเป็นแก่นของหนังทุกเรื่องที่หว่องกาไว (Wong Kar-wai) กำกับและเขียนบท ที่ใคร ๆ มักจะนินทากันว่าเขากำกับหนังโดยไม่มีสคริปท์ตายตัว ซึ่งเขาอธิบายว่านักแสดงจะถูกปลดปล่อยให้เล่นเป็นตัวเอง และไม่รู้เรื่องราวของหนังทั้งหมด แต่รู้ส่วนที่ตัวเองต้องแสดงอย่างแน่นอน (they don't know the whole story but they know their story)

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

หลังจาก"แห้ว" จากสาวชื่อ May (หรือชื่อภาษาไทยว่า "อาเหมย/เหม่ย") ถึง 2 ราย นั่นคือสาวคนรักผู้ชอบกินสัปปะรดกระป๋องเป็นชีวิตจิตใจ และพนักงานร้านฟาสต์ฟู้ด Midnight Express ในย่าน Central ผู้ถูกหนุ่มมอเตอร์ไซค์โฉบไป .....นายตำรวจ 223 ก็ไปเฉียดสาวสาวนิรนามในชุดคลุมกันฝน สวมแว่นกันแดดสีดำตลอดเวลาและใส่วิกผมสีทอง ที่ต่อมากลายเป็นสาวที่เขาตกหลุมรักและเข้ามาแทนที่May  ก่อนทิ้งไว้เพียงแค่เสี้ยวหนึ่งแห่งความทรงจำ (อ่านรายละเอียดได้ที่: http://www.oknation.net/blog/rearviewmirror/2007/07/11/entry-1)

หลังจากนั้นไม่นาน 223ก็มีห้วงนาทีที่ไป "ขวิด" เข้ากับพนักงานสาวน้อยคนใหม่ ที่มีนัยยะว่าเขาไม่อาจยุ่งเกี่ยวกับเธอได้มากไปกว่านี้ ....เพราะเธอไม่ได้ชื่อ May แต่ชื่อว่า "อาเฟย" (Faye)

ห้วงนาทีที่ปรากฏเป็น"ภาพแช่แข็ง"นั้นเขาบรรยายว่า...

"ผมห่างจากผู้หญิงคนนี้เพียงแค่ 0.01 เซ็นติเมตร ผมไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเธอเลย แต่หลังจากนั้น 6 ชั่วโมง เธอก็ไปชอบผู้ชายคนอื่นเสียแล้ว" ......พร้อมกับเสียงเพลง California Dreamin' ดังกระหึ่มขึ้นมา

เพลงยุคทศวรรษ 70 ของ The Mamas and the Papas นี้เองที่คนดูจะได้ยินได้ฟังตลอดทั้งเรื่อง เนื่องจากมันเป็นเพลงโปรดของอาเฟยและเป็นสัญลักษณ์ของการปลดปล่อย ความฝัน ความหวัง อะไรบางอย่างแห่งชีวิต

และผู้ชายที่เธอกำลังจะตกหลุมรักคนนั้นคือนายตำรวจอีกนายหนึ่ง ...ที่มีรหัสเรียกกันว่า 633 (นำแสดงโดยเหลียงเฉาเหว่ย/Tony Leung ส่วนอาเฟย แสดงโดย หวังเฟย/Faye Wong)

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ขณะที่ 223 สะท้อนบุคลิกเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย เขาสามารถโทรหาผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยรู้จักและพยายามตกหลุมรักใครสักคน .......633 กลับเป็นตัวแทนคนเหงาที่มีพฤติกรรมขังตัวเองในโลกส่วนตัว ยึดติดกับการใช้ชีวิตที่ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นนิสัยดื่มแต่กาแฟดำซ้ำซาก หรือสั่งแต่สลัดเหมือนเดิมทุกวันให้แฟนสาวแอร์โฮสเตสกิน

หลังจากเจ้าของร้านแนะนำ "กินแต่สลัดทุกวันไม่เบื่อบ้างหรือไง ลองซื้ออย่างอื่นให้เธอมีทางเลือกบ้างสิ" เขาเลยลองซื้อไส้กรอก(Hot dog) ปลา-มันฝรั่งทอด(Fish and chips)และพิซซ่าให้แฟนลองกินดูบ้าง ปรากฏว่านั่นทำให้เธอหันไปสนใจลองลิ้มรสอะไรใหม่ ๆ ด้วยการทิ้งเขาไปคบชายอื่น แถมยังเป็นหนุ่มมอเตอร์ไซค์ด้วยนะ ...เหมือนพนักงานร้านคนเก่าที่ชื่อ May เปี๊ยบเลย

เขารำพึงรำพันว่าบนเครื่องบินมักจะมีแอร์โฮสเตสที่ผู้ชายอยากจีบ จนเขาจีบเธอติดจนได้ และนึกว่าจะอยู่กับเธอได้นานเหมือนเครื่องบินที่เติมน้ำมันเต็มลำ ...ไหนเลยจะคาดคิดว่าเครื่องบินลำนั้นเปลี่ยนเส้นทางกระทันหัน?

แอร์โฮสเตสคนนั้นปรากฏกายขึ้นที่ Midnight Express ฝากจดหมายและคืนกุญแจบ้านให้เขา
แต่พอ 633 ล่วงรู้ เขากลับหลบเลี่ยงไม่ขออ่าน ....บอกว่าขอดื่มกาแฟก่อน!

......ช่วงเวลาที่ดื่มกาแฟช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า  633 ดำดิ่งครุ่นคิดคำนึงจนไม่สนใจว่ามีสาวน้อยที่แอบหลงรักเขาอยู่จับตามองด้วยความเอ็นดู.....

พอกาแฟหมดก็เดินจากไป จนอาเฟยต้องทวง "เฮ้ แล้วจดหมายล่ะ"
เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ไว้ที่นี่ก่อน จะกลับมาเอาวันหลัง"

633 ปรับตัวต่อโลกที่ปราศจากหญิงคนรักด้วยการพูดกับข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน เข้าข่ายเพ้อเพี้ยนเล็ก ๆ น้อย ๆ "เมื่อเธอจากไป ข้าวของในบ้านพากันเสียใจ" หาว่าสบู่คิดมากจนผอมไป ผ้าเปียกเพราะร้องไห้ ตุ๊กตาปล่อยตัวโทรมไม่รักตัวเอง

ปรากฏว่าพนักงานในร้าน Midnight Express ลักลอบอ่านจดหมายตัดรักของเขาทุกคน รวมทั้งอาเฟย แล้วเธอก็ตัดสินใจล่วงล้ำเข้าไปเรียนรู้โลกส่วนตัวของเขามากขึ้น ....แอบเข้าบ้านของเขา จากนั้นก็ไปจัดข้าวจัดของ รักษาแผลใจด้วยการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเดิม ๆ ของเขาทีละน้อย

...เปลี่ยนผ้าปูที่นอน เปลี่ยนอาหารกระป๋อง สารพัดสารเพ...
....แอบติดรูปตอนเด็กของตัวเองไว้หน้ากระจก...
....รวมทั้งแอบใส่ยานอนหลับไว้ในขวดน้ำ เขาจะได้รู้จักพักผ่อน เพราะมั่นใจว่าพวกดื่มกาแฟดำเป็นประจำมันนอนไม่หลับ!

ผู้ชายซื่อบื้ออย่าง 633 ก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกัน แต่ลึก ๆ นึกดีใจว่าแฟนสาวอาจกลับมากินสลัดจานเก่าแล้ว?

จนกระทั่งมาจับได้คาหนังคาเขา!! หลังจากที่เคยหนีไปได้อย่างหวุดหวิด  เธอก็มาจะเอ๋เขาเข้าอย่างจัง

นับเป็นฉากที่น่ารักสุด ๆ เมื่อเราเห็นอาเฟยตกใจจนขาแข็งก้าวไม่ออกที่รู้ว่าเขาอยู่บ้าน แล้วความตื่นตระหนกของเธอและความประหลาดใจของเขาได้นำคนทั้งคู่เข้าสู่ห้วงนาทีที่น่าจดจำ

จากนั้น 633 ขอเดทกับอาเฟย เขานัดพบกับเธอที่ California Cafe เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นเขาสลัดคราบเครื่องแบบตำรวจตรวจเวรผู้เคร่งขรึม มาอยู่ในชุดเสื้อลายสก็อต (ซึ่งจริง ๆ แล้วอาเฟยนั่นละแอบจัดแจงไว้ให้)

ทว่าเธอไม่ยอมปรากฏตัว(แต่หนังเฉลยภายหลังว่าเธอไปก่อนเวลานัด และตัดสินใจขอ "เวลา"ให้กับตัวเองหนึ่งปี) ได้แต่ฝากจดหมายฉบับหนึ่งไว้ที่ร้าน เจ้าของร้านบอกว่าลาออกไปแคลิฟอร์เนีย ดินแดนในฝันของเธอแล้ว

...การ"ไม่พบกัน"ในตอนนั้นอาจเป็นเรื่องดีก็ได้ เพราะทั้งคู่ต่างยังไม่พร้อม??

คุณว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยไหม? คนที่ไม่กล้ายอมรับความจริงอย่าง 633 จะยอมเปิดอ่านหรือไม่? ...นี่เป็นสิ่งที่อาเฟยเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

...ปรากฏว่าในซองจดหมายเป็นตั๋วเครื่องบิน(Boarding Pass)ที่อาเฟยวาดขึ้น แต่จุดหมายปลายทางนั้นเขาไม่รู้ เพราะตัวอักษรนั้นเปียกเปื้อนเลอะเทอะ จากการโยนทิ้งขยะไปตอนฝนตก ก่อนเปลี่ยนใจวิ่งกลับไปเอาคืน

ชีวิตที่ปราศจากอาเฟย ไม่เหมือนครั้งก่อนที่โดนแฟนทิ้ง 633เริ่มกล้าเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง ลาออกจากตำรวจ กลายมาเป็นเจ้าของร้าน Midnight Express เสียเอง เมื่อเจ้าของเลิกกิจการ ..และนั่นทำให้เขาพบสิ่งดี ๆ ที่รอคอย ในจังหวะที่เหมาะสม

เพราะการปรับชีวิตและจิตใจเข้ากับสิ่งใหม่ต้องใช้เวลา.....

ในที่สุด 633 ก็พร้อมแล้วสำหรับแฟนสาวแอร์โฮสเตสคนใหม่ และเครื่องบินลำใหม่ที่เขาอาสานั่งไปอย่างเต็มใจ

ไปที่ไหนหรือ?

เขาตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า ............."ไปไหนก็ได้ที่เธออยากให้ผมไป"

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

"ความรักเป็นเรื่องของจังหวะเวลา ไม่ใช่เรื่องดีถ้าคุณได้พบ *คน ๆ นั้น* เร็วหรือช้าเกินไป"(Love is a matter of timing. It's no good meeting the right person too soon or too late) - -  หว่องกาไว




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
ลูกชิ้นปลาแปดเหลี่ยม วันที่ : 12/10/2007 เวลา : 21.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poisoncandy
http://www.oknation.net/blog/-away-

ขนลุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

กรี๊ดดดด คุณชอบหนังแนวเดียวกับฉันเลยนะเนี๊ย เอาไปอีก +1 ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
julyrhapsody วันที่ : 25/09/2007 เวลา : 19.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

(จากคอมเมนต์ของตัวเองที่บ้านรอคสตาร์ หัวข้อ One Fine Spring Day แต่เห็นว่ามันเกี่ยวกับเรื่อง CKEนี้ด้วยก็เลยคัดลอกมา-เผื่อใครจะมีความเห็นเพิ่มเติม)

ความจริงคนเราก็ตีความหนังต่างกันอยู่แล้วละ อย่างวันนี้ได้มีโอกาสอ่านแม็กฯ Hamberger แล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า Chungking Express เป็นหนังโปรด และเธอเชื่อมั่นว่าพระเอกนางเอก(คู่ที่2)ไม่มีวันลงเอย เพราะนางเอกมันยกระดับตัวเองไปแล้วอีกขั้นหนึ่ง หรืออาจจะพอใจความสัมพันธ์อยู่แค่ระดับ 8/10 ไม่ได้อยากได้ทั้งหมด ....ซึ่งอ่านแล้วก็น่าสนใจที่เธอมองต่างมุมออกไป เพราะเรามองว่านางเอก(เฟย์ หว่อง) รอเวลาที่เหมาะสม ไม่ให้ช้าหรือเร็วเกินไป

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

อ๋อ "แนว" นี่หมายถึงที่คุณ Rockstar ถามถึงน่ะจ้ะ
ว่าชอบดูกันเหรอ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
julyrhapsody วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 17.06 น.
'love me, love my style'

Love Gen' ไม่แนวอย่างแน่นอน เพราะเป็นของหวังจิง (wong jing)

เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าดูมันไปเถอะทุกแนว ขอให้รู้สึกว่ามันเปิดโลกทัศน์ และสื่อสารกับเรา

แต่พูดตรง ๆ เราไม่ค่อยอยากจะแบ่งว่า เฮ้ย กูดูหนังแนว อะไรแบบนี้หรอก ดูมันยะโสอวดตัวว่าชอบดูหนังยาก ๆ .....ความจริงดูได้ทุกแนว ยกเว้นแนวโรแมนติคและสยองไร้เหตุผล

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 21.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

เราว่าเรื่องนี้แหละ Love Genเนี่ยแหละพี่
ที่มันมีบ้านอยู่ติดหนามบินอ่ะ

แนวไม่ไม่แนว นี่ไม่รู้นะ
แต่เราชอบดูหนังทุกอย่าง โดยเฉพาะที่มันเปิดโลกทัศน์ให้กับเรา

และเราก็เห็นว่า หนัง มันเป็นเครื่องบันทึกความเป็นไปของสังคมได้ด้วย เราชอบคิดมากกับการดูหนัง
น่าเสียดายถ้าเราจะปล่อยให้มันทำหน้าที่แค่ "ให้ความบันเทิง"

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
julyrhapsody วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 19.50 น.
'love me, love my style'

"คนเราทุกคนต้องการความรัก(ไม่แบบใดก็แบบหนึ่ง)
เพราะการได้รับความรัก ทำให้รู้สึกถึงการมีตัวตนอยู่ มีการดำรงอยู่" - -> แว๊บแรก นึกถึงหนังของคุณพี่เป็นเอกก่อนเลยว่ะ ก็เรื่อง "รักน้อยนิดมหาศาล" (Last life in the universe)ไง

แต่ก็จริงที่หนังของ WKW ล้วนแล้วแต่พูดเรื่องความรัก .......และผูกติดกับ*เงื่อนเวลา*และ*ความทรงจำ*มากกว่าตัวตน/การดำรงอยู่ของตัวละคร

เรื่องสัปปะรดกระป๋องนี่คงเน้นเรื่อง "วงจรชีวิตสั้น" (short life) เพราะเราคิดว่า223เป็นตัวละครที่สามารถตกหลุมรักเรี่ยรายทางไปได้เรื่อย ๆ (อันนี้ส่งผ่านไปถึงเรื่อง fallen angels ได้เลย) ไม่ยึดมั่นถือมั่น ง่ายดายกว่า ...ไม่จมฝังมากเท่า633 ถ้าจะให้เธอนั่งพูดกับสบู่ล่ะก็ ไปโทรหาสาวที่เคยรู้จักดีกว่า!! (ส่วนวิ่ง/ร้องไห้นั้นอีกเรื่อง..แหมคนเรามันก็เศร้ากันได้)

ตัวละครของ WKW ในแต่ละเรื่องมีความซ้ำซาก-เชื่อมโยงในบุคลิกอย่างแน่นอนที่สุด ขอยืมคำ RVM มาเลยตรงนี้

- - - -ไม่พ้นสภาพของความจำเจ ซ้ำซาก- - - -

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
julyrhapsody วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 17.03 น.
'love me, love my style'

PoOkPiK - ตอนเค้าตายใหม่ ๆ เราก็เพ้อแบบนั้นแหละ พอมานึกดูดี ๆ "เออ ถ้ามีโอกาสนั้นกลับมาจริง ๆ คงไม่เลือกอยู่ดี" - - - - แต่ก็จริงเป็นอย่างมากสำหรับเรา ที่ชอบคิดว่า "ความสงสาร = ความรัก" เพราะเป็นการทำบุญไง

RVM - โอวว์ ยาว ...ไว้ออกจากอารมณ์คิดถึงแมวจะกลับมา "ต่อ" น๊า

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
RearViewMirror วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 23.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rearviewmirror
..Keep On Rockin' In The Free World !!

ง่า.. มันแข็งไปซินะ
ไม่เป็นไร แก้ตัวใหม่
คราวหน้าจะเขียนให้มีชีวิตชีวากว่านี้ครับ

(หนังของหว่องกาไว มันสนุกก็ตรงต้องตีความนี่แหละ)

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
RearViewMirror วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 22.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rearviewmirror
..Keep On Rockin' In The Free World !!

ใช่ครับ เครื่องบิน เที่ยวบิน ไป-กลับ

ครึ่งแรกหนังใช้การเปรียบเทียบด้วยสับปะรดกระป๋อง ถูกกักขัง ไร้ทางออกทางไป แต่ก็ยังมีทางออกให้ คือการหมดอายุ แต่เป็นทางออกที่เปลี่ยนใหม่ไปเลย คือทั้งสับปะรด และกระป๋อง

ครึ่งหลัง เปรียบด้วยเครื่องบิน มีทางเลือก ทางออกให้มากกว่า เพราะเครื่องบินบินไปหลายที่ และเลือกได้ว่าต้องการจะไปไหน

แต่ท้ายที่สุด ทั้งสองอย่างก็ไม่พ้นสภาพของความจำเจ ซ้ำซาก

สับปะรดกระป๋อง มีหมดอายุ เปลี่ยนใหม่อยู่ตลอด
เครื่องบินก็มี บิน ไป-กลับ วนเวียนอยู่แบบนั้น

คนเราทุกคนต้องการความรัก(ไม่แบบใดก็แบบหนึ่ง)
เพราะการได้รับความรัก ทำให้รู้สึกถึงการมีตัวตนอยู่ มีการดำรงอยู่

ความรักมีการเปลี่ยนรูปแบบได้อยู่ตลอดเวลา
แต่ยังไง ความรักที่แท้ก็ยังคงเป็นความรักอยู่นั่นเอง (เพียงเปลี่ยนรูป)

เหมือนสับปะรดกระป๋อง ที่ก็ยังคงเป็นสับปะรดกระป๋อง (สับปะรดใหม่ กระป๋องใบใหม่)
และเครื่องบินก็ยังคงเป็นครื่องบิน (บินไป-กลับ)


ความคิดเห็นที่ 29 (0)
PoOkPiK วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pookpik

โอ้... คุณพี่ หนูอึ้งจริงๆนะ
นาทีเปลี่ยนชีวิตพี่เนี่ย ตอนแรกอ่านคิดตามก็รู้เลยว่า
ใครจะไปเลือกคนที่สองวะ แต่พออ่านจบก็เออ.. น่าคิดนะ
แต่ก็ไม่รู้ล่ะ ถ้าเค้ารู้ว่าเค้าจะตายไว เค้าอาจจะไม่จีบพี่ก็ได้นะ(เหตุผลน้ำเน่า)
ถ้าเราจะรักเค้าตอบด้วยเหตุผลนี้ มันดูรักเพราะสงสารน่ะ
ดังนั้นคิดถูกแล้วล่ะที่ไม่เลือกเค้าน่ะ... โอ้ มึน

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
julyrhapsody วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 14.29 น.
'love me, love my style'


คุณ rockstar ก็ออกจะดูหนัง"แนว"นะ the postman always rings twice เงี้ยะ

โอเค จริง ๆเราว่า The Elephant Man ก็แนว เพราะว่าเป็นหนังของ David Lynch ..อืมม์ ก็ขึ้นกับว่าหนังอะไรกระทบใจใคร สามารถสื่อสารกับคนดูได้ไหม ...อย่างหนังแนวบางเรื่องเราก็ดูไม่ค่อยลง (เช่นหนังของ john waters! ถ้าสงสัยว่าใคร เรื่องอะไร ลองไปหาเรื่อง pink flamingos มาดูนะ)

-----------------
PoOkPiK - อูยย น่าเห็นใจ อืมม์ แม่ก็คงอยากให้เราเป็นลูกผู้ชายเหมือนกัน แต่พอเกิดมาก็ไม่ค่อยผิดหวังหรอก ใคร ๆ เค้าก็นึกว่าเป็นเด็กผู้ชาย

เมื่อคืนเรากลับไปคิดเรื่อง "นาทีเปลี่ยนชีวิต" ด้วยนะ ครั้งหนึ่งมีห้วงนาทีต้องเลือกคบใครคนใดคนหนึ่งใน 2 คนที่คุณสมบัติสูสีโคตร แต่คนหนึ่งเข้าใจง่ายสบายใจแถมเอาใจเก่ง ส่วนอีกคนแม่มสับสนซับซ้อนน่าเวียนหัว ...ก็เลยเลือกคนแรกซะให้มัน "จบ" ๆ กันไป แต่อีกไม่นานคนที่ไม่ได้เลือกมันเสือกตาย ...เฮ้อ ถ้ารู้ว่าเค้าตายไวยังงี้ อยากกลับไปเลือกใหม่ว่ะ!!! - นี่ไง "มันไม่ใช่เรื่องดีถ้าคุณได้พบ *คน ๆ นั้น* เร็วหรือช้าเกินไป"

--------------------
มิสนอร่าห์ - แหม ตอบสั้นจัง ยังไม่ทันได้ล่วงรู้ประสบการณ์ส่วนตัวเลยอ้ะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
มิสนอราห์ วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/missnorah

ครบกระบวนแล้วว หลังอ่านส่วนแรกจาก rvm มาจบอย่างสวยงามที่นี่
หนังโลกหลงคนเหงาประมาณนี้จะชอบมากฮ่ะ อย่าให้พบจะนั่งดู
อ้อ ควีนที่หนูควีนพูดถึงมิสฯว่า city of glass นั่นล่ะ
แต่มิสฯชอบ เถียนมี่มี่ ด้วยนะ ป๊ะป๋าเค้าชอบเติ้งลี่จวินน่ะ กร๊ากก

อ้อเห็นด้วยกะคุณพี่ july...นะ จังหวะเวลาจิงๆ มีประสบการณ์ส่วนตัว กร๊ากก

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
PoOkPiK วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pookpik

555 "พระเจ้าส่งผิดคน"จริงค่ะพี่

แม่อยากได้ลูกชาย สงสัยจะช้ำหนัก
ชื่อจริงหนูก็แปลว่า "ลูกสาว" อ่ะค่ะ
คงตอกย้ำความผิดพลาด 555

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
Rockstar วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rockstar

ชอบดูหนังแนวๆกันเหรอครับ
ผมไม่ค่อยชอบเท่าไร ดูแล้วงง
หนังหว่องที่ผมเคยดู เนื้อเรื่องมันดีนะครับ แต่จะแนวมั้ย ผมก็ไม่รู้ได้
ขี้เกียจจะตีความไอ้ความแนวของมัน
นั่งคิดพินิจวิเคราะห์ไปเรื่อยๆหนังไปต่อถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ ต่อกันไม่ติดเลย งง
ดู As tears go by แล้วให้นึกถึง Meanstreets
ดูอย่างไม่ต้องคิดตีความอะไรมาก อธิบายโดยเนื้อเรื่องได้ดี
เป็นหนังหว่องที่ดูง่ายที่สุดแล้วน่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
julyrhapsody วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 17.03 น.
'love me, love my style'


หรือไม่ก็คงเป็นเรื่องนี้
love generation hongkong

ใครจำได้ รบกวนให้ความกระจ่างหน่อยสิจ๊ะ สงสัย ๆ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 16.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

เรื่องนี้ก็มีพูดถึงหนามบิน
แต่จะเน้นเรื่องปีที่คืนเกาะฮ่องกงให้จีน
อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ใช่...เพราะน้องจำไม่ด้ายยย

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
julyrhapsody วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 16.00 น.
'love me, love my style'


เรื่องนี้ป่าว City of Glass

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 15.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

ใช่ๆ จันทรากับลูกบัว

มีหนังฮ่องกงอีกเรื่องนึง ที่พูดถึง
สนามบินเก่า และใหม่...เอ อะไรน๊า จำไม่ได้
แต่หนังรัก ไม่แนวอ่ะนะ อาจจะเป็นซูฉีเล่น

พูดถึงสจ๊วตแล้วชอบนึกถึงเพื่อนคนนึง
เมื่อก่อนมันก็เป็นสจ๊วต
ปัจจุบันกลายเป็นแอร์ฯไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
julyrhapsody วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 15.34 น.
'love me, love my style'

เออ พวกหมานี่ยังไงนะ ไม่รักสวยรักงามเลย ขี้แล้วไม่ยอมกลบ

เฮ้อ จริง ๆ อยากให้คุณเจ้าจันทร์มาเมนต์เรื่องแอร์โฮสเตสนะเนี่ย แต่เราคิดเสมอว่าที่ Chungking Express มีแอร์โฮสเตสเพราะเป็นนัยยะของสนามบินเก่าและใหม่ของฮ่องกง

อุ๊ย แถม ๆ เรื่องพนักงานหนุ่มดีก่า ...เคยนั่งfirst class ของสายการบินหนึ่ง น้องสจ๊วต(ตัวโต)แกถอดรองเท้าให้ด้วย สุดยอด!

รู้สึกเหมือน i got the power!

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

ว๊าย...เจ้าของบ้านมา
ทำบ้านเค้ารกเลอะเทอะหมดเลย...(ขี้แล้วแจวเป็นหมา)
ข้าน้อยสมควรตายพันครั้ง
(ถ้าต่อมุขจนจบ จะต้องโดนด่าว่ามุขโบราณอีก )

---------------------------------

เข้าเรื่องหนังนะ
อาชีพแอร์โฮสเตสนี่ มันเป็นที่นิยมของสาวๆเอเชียรึเปล่าน๊า...

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
julyrhapsody วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 14.36 น.
'love me, love my style'

rockstar - ใส คือ... อย่างที่เคยบอกว่ามันมีความเกี่ยวเนื่องของ chungking express และ fallen angels

---------------

PoOkPiK - ถ้าลูกๆคนก่อนหน้าของแม่ไม่แท้ง
หนูก็คงไม่ได้เกิด อันนี้ไม่น่าจะนับแฮะ ไม่ได้เป็นช่วงที่เราเลือกไปพัวพันเองนี่นา คงเป็นความประสงค์ของพระเจ้าและท่านคงคิดในใจว่า "อุ๊ย ส่งไปผิดคนอีกและ" ...อะไรจะบังเอิญขนาดนี้ เพราะเราก็เหมือนกันเลยตัวเอง แต่เราอยากบอกเหลือเกินว่า "ไม่อยากเกิดเลยพระเจ้า ส่งมาทำไม!!!" อิจฉาคนที่ตายไปก่อนว่ะ ...และสิ่งที่บังเอิญไม่เหมือนกันคือเราไม่ค่อยเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้วด้วย (นิสัยโคตรดี )

-----------------------

คห. 14 & 16 & 17 นี่มันน่าลบทิ้งจริง ๆ สงสัยอะไรก็ "ผงชูรส" มาถามก็ได้นี่จ๊ะ อ๋อ ๆ เห็นเป็นร้านฟาสต์ฟู้ด Midnight Express หรือไง

โอเค... จานนี้เค้าเรียกว่า "ผักตาย" !!!!!
ขายที่ไหนเหรอ??? ......เก็บได้ข้างทาง!!

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 12.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

เมนูนี้มี delivery ทั่วราชอาณาจักรรึเปล่าคะ
โทรสั่งเบอร์อะไร?

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ปรัชญาควาย วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buffalo
http://www.oknation.net/blog/jazzstory

ทำไม icon คุ้นๆ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
PoOkPiK วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pookpik

อ่านแล้วไม่เหงาแฮะ เฮียเหลียงเวลาเล่นบทบื้อๆทึ่มๆ
จะได้ใจมาก
เวลาดูแล้วอยากจะเทให้ทั้งใจ...แบบรักนะเด็กโง่น่ะ 55
หรือไม่ก็เล่นบทฉลาดแกมโกงไปเลยก็จะจัดจ้านสุดๆ

ชอบที่พี่พูดถึง "จังหวะเวลา" ค่ะ ไอ้เรื่องนาทีเปลี่ยนชีวิต
มันก็เป็นสีสันของชีวิตนะ ถ้ารู้ The whole story ก็เหมือนไม่ได้ใช้ชีวิต
ชอบนั่งทบทวนคิด "what...if.." แต่ส่วนมากมักจะเสียใจ
ที่ทำไป
มากกว่าเสียดายที่ไม่ได้ทำค่ะพี่ (สงสัยจะจังหวะชีวิตเร็วไปนิ้ดดด)

นาทีเปลี่ยนชีวิตอันนึง เคยคิดว่าถ้าลูกๆคนก่อนหน้าของแม่ไม่แท้ง
หนูก็คงไม่ได้เกิดอ่ะค่ะพี่... อย่างงี้นับมั้ยคะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 00.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

ไอค่อนใหม่นี่ใช่ของกินรึเปล่าคะพี่
หน้าตาเหมือนร็อกเก็ตสลัด ใส่เบค่อนบิทส์

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Rockstar วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rockstar

อะไรใสเหรอ???

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
julyrhapsody วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 14.54 น.
'love me, love my style'

RVM - แอร์โฮสเตสสาวคนก่อน = สนามบินไคตั๊ก ส่วนแอร์โฮสเตสสาวคนใหม่ = สนามบินใหม่ chap lapkok ที่มันวนเวียนซ้ำซากเพราะเครื่องบินต้องบินวนไปวนมาน่ะดิ ฮา ๆ ...แต่เธอก็ชดเชยสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับพระเอกแล้วเสียใจ ให้กลายเป็นเรื่องน่ายินดีไงนะ เหมือนจิตแพทย์เชียว ที่ช่วยถอนสิ่งเร้าในทางลบออกจาก 633 ด้วยการให้สิ่งเร้าเดิมแต่เป็นทางบวก

Slipknot - yeah! ขอบคุณนะสำหรับโหวต ในที่สุดก็ได้เขียนในสิ่งที่คุณต้องการแล้วเช่นกัน ส่วนเรื่องเฮียเหลียงสงสัยต้องตบกันหน่อยแล้ว คนอะไรไม่รู้น่ารักน่าเอ็นดู ...เห็นผู้ชายซื่อบื้อทีไรทนไม่ด้ายทู้กที

yongchan - อา...จริง ๆ เราเขียนทีไรก็ควรจะ spoiler warning!ทุกเมื่อนะ เพราะชอบเขียนในแง่แนวคิดและอารมณ์ความเป็นมนุษย์ มากกว่าวิเคราะห์หนังเชิงทฤษฎี๊ทฤษฎี (และโชคดีเหลือเกินที่ RVM ทำไปหมดแล้ว งานเบาสบายขึ้นเยอะ .... )

rockstar - ความจริงดิฉันไม่ใช่คนเหงาค่ะ แต่ชอบศึกษาคนเหงา อิอิอิอิอิ ..ขอบคุณสำหรับvoteเช่นกัน อย่าลืมไปดูนะ แล้วดู Fallen Angel ซ้ำอีกที รับรอง "ใส" เลยอ่ะ


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
julyrhapsody วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 14.44 น.
'love me, love my style'

คห. ที่ 5 - ขอบคุณ copy editor (แต่ไม่ยอมเปลี่ยน! ฮา ๆ)

ฮูกน้อย - ว่ากันว่าการที่ 633 พูดกับข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน มิใช่เป็นเพราะเหงาหรือเพ้ออย่างเดียว แต่เป็นวิธีสงสารตัวเอง (มีเพื่อนร่วมสงสาร ) ...ใช่เลย california dreaming เปิดกรอกหูจนเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำเลยอ่ะ เคยฟังเพลงนี้ติดต่อกัน 30+เที่ยวด้วย

ความจริงผู้หญิงทุกคนในเรื่องนี้จะมีเพลงประจำของตัวเอง เช่น Things in Life (Dennis Brown) กับสาวผมทอง หรือ What a Difference a Day Makes (Dianah Washington) กับแฟนสาวของ633 และ California Dreamin' (The Mamas & the Papas) กับอาเฟย ....ดังนั้นถ้าไปเจอซาวน์แทรคของเรื่องแล้วไม่เจอ 3 เพลงนี้ ถือว่าเป็นของปลอม

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Rockstar วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 08.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rockstar

อ่านแล้วยิ่งทำให้อยากดูครับ
มีคนบอกว่า คนที่ชอบดูหนังหว่อง มักจะเป็นคนเหงาๆ
ให้หนึ่งโหวต
สำหรับเรื่องดีๆครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
yongchan วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 06.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongchan

พี่คะ... อันนี้ขอข้ามนะ คือว่าจะไปหามาดูนะ... ดูเสร็จแล้วจะมาอ่านนะ (จะได้ไม่สปอยล์)

รักนะ จุ๊บๆๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
slipknot วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 00.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยย

ชอบมากๆเลยครับหนังเรื่องนี้...ดูเปนสิบรอบ...ดูกี่ทีก็..
อดขำ..ตอนพี่เหลียง...รำพึงรำพันกับสบู่ไม่ได้...ไม่รู้ว่าเขาคิดได้ไง....ผมคิดว่าถ้าอยากดูความเหงา..ของคน...ต้องดู
หนังของหว่อง กว่า ไว...ขอบคุณครับ+1

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
RearViewMirror วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 22.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rearviewmirror
..Keep On Rockin' In The Free World !!

ในครึ่งแรกที่เจ๊หัวทองบอกว่า คนเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ครึ่งหลังนี้ 633 เป็นตัวแทนของคนที่ทำอะไรซ้ำๆเดิมอยู่ตลอด(ผู้คนในเมืองใหญ่ที่เหมือนไร้ตัวตน ชีวิตที่ไม่มีชีวิชีวา ซ้ำซากจำเจ)
จนที่สุด กว่าเขาจะสมหวัง ก็คือเมื่อเขารู้จักที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียบ้าง(ทัศนคติต้องเปลี่ยนก่อน พฤติกรรมจึงเปลี่ยน)

(กลายเป็นว่า อาเฟย เสียอีก ที่กลับมาทำอะไรที่มันซ้ำรอยเดิม อย่างการที่ไม่ไปเจอเขา แต่ใช้การเขียนโน้ตให้แทนเหมือนตอนที่แฟนเก่า 633 ทำ และการกลับมาพร้อมมาดสาวแอร์โฮสเตส เหมือนกับแฟนเก่าอีก)

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
hooknoi วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

บางทีจังหวะเวลาที่เหมาะสม ก็อาจขึ้นอยู่กับโชคชะตาก็ได้ครับ

ดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกเหมือนคนเรายิ่งอยู่ในเมืองใหญ่กลับยิ่งเหงามากขึ้นเนอะ ยิ่งตอน 633 คุยกับตุ๊กตาแล้ว มันดูเศร้าๆจนบอกไม่ถูก

แต่ที่ติดใจที่สุดคือเพลง California Dream ที่เปิกกรอกหูตลอดเรื่อง เลยทำให้จะคิดถึงหนังเรื่องนี้ขึ้นมาทันทีเวลาได้ยินเพลงนี้

สุดท้ายขอบคุณที่รีวิวหนังเรื่องโปรดเรื่องนี้ขอรับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

หลังจาก"แห้ว" จากสาวชื่อ May

ขอเปลี่ยนเป็น

หลังจาก"สับปะรด" จากสาวชื่อ May


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปรัชญาควาย วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 20.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buffalo
http://www.oknation.net/blog/jazzstory

And it's not about the winning too.

(Oh! I am always a loser.)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
julyrhapsody วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 20.13 น.
'love me, love my style'

if it isn't about *timing*, why did u miss a chance to get the first comment just for .01 second?? baby, think about it.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปรัชญาควาย วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 20.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buffalo
http://www.oknation.net/blog/jazzstory

It's not about the timing.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Hamberger วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hamberger
I AM SUPER BITCH.

เห็นด้วยเลยค่ะ ความรักเป็นเรื่องของจังหวะเวลา ไม่ใช่เรื่องดีถ้าคุณได้พบ *คน ๆ นั้น* เร็วหรือช้าเกินไป"

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]