• julyrhapsody
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thejulyrhapsody@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 280358
  • ส่ง msg :
  • โหวต 149 คน
attitude is everything
"it is not enough to have a key to open a door"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
วันพฤหัสบดี ที่ 4 กันยายน 2551
Posted by julyrhapsody , ผู้อ่าน : 7401 , 14:46:54 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จากเนื้อหาในหนังหลาย ๆ เรื่องของเขาที่มักไล่ล่าไขว่คว้าความรัก อ้างว้างทุรนทุราย  ยิ่งเห็นได้ชัดจากเรื่อง Fallen Angels (1995) ที่หญิงสาวยินดีส่งชายที่เธอรักไปตาย ยังดีซะกว่าปล่อยให้หญิงอื่นคว้าไปครอง ทำให้ดิฉันรู้สึกว่าคุณหว่องกาไว (Wong Karwai) ผู้กำกับระบือนามน่าจะเป็นแฟนนวนิยายกำลังภายในของ *โกวเล้ง*

แต่..ช้าก่อน

ก่อนหน้านั้นหว่องกาไวทำ Ashes of Time (1994) ใช้ชื่อตัวละครหลัก ๆ มาจากมังกรหยก(หรือจะจอมยุทธ์ยิงอินทรีก็ตามแต่ ภายใต้ชื่อภาษาอังกฤษ Eagle Shooting Heroes หรือภาษาจีนกลาง Shediao yingxiong zhuan) ซึ่งเป็นอภิมหานิยายของ *กิมย้ง* (หรือ จินหยง) และเป็นหนังจีนกำลังภายในเรื่องเดียวที่หว่องกาไวกำกับเสียด้วย

อย่างไรก็ตาม หากมองข้ามว่าหนังเรื่องนี้เป็นควันหลงจากยุคทองหนังกำลังภายในของฮ่องกง ดิฉันกลับคิดเล่น ๆ ว่านี่อาจจะเป็นหนังที่ช่วยสนับสนุนสมมติฐานของดิฉันเองว่าแกเป็นแฟนโกวเล้งก็ได้ เพราะหว่องกาไวแกอาจจะรู้สึกขัดใจก็เลยเปลี่ยนเรื่องเสียใหม่ แทนที่จะมีกลยุทธ์ลูกล่อลูกชนเด็ดพรายสนุกสนานเคล้าประวัติศาสตร์และการเมืองตามสไตล์กิมย้ง แต่กลับกลายเป็นบรรยากาศอ้างว้าง โศกระทม ไม่สมหวังในความรัก คลุกเคล้าไปกับความแค้น และมิตรภาพที่ขัดแย้ง...ซึ่งแน่นอนว่า เป็นอารมณ์ในแบบโกวเล้งเสียมากกว่า!

ว่าแต่ว่าหวังจู่เสียน(คนกลาง)...เธอมาจากไหน ;)

นอกจากนี้ หนังเรื่องนี้น่าจะสร้างสถิติรวมซุปเปอร์สตาร์ฮ่องกงมากที่สุดในประวัติศาสตร์หนังของหว่องกาไวก็ว่าได้ ตั้งแต่เหลียงเจียฮุย/Tony Leung Ka Fai ผู้รับบทอึ้งเอี๊ยะซือ, เลสลี่จาง เป็น อาวเอี้ยงฮง,  จางเซียะโหย่ว/Jacky Cheung เป็นอั้งชิก, เหลียงเฉาเหว่ย/Tony Leung Chiu Wai รับบทหนุ่มนักฆ่าที่กำลังจะตาบอด, หลินชิงเสีย/Brigitte Lin เป็นธิดาหัวหน้าพรรคมู่หรง ไหนจะจางม่านอวี้/Maggie Cheung, หลิวเจียหลิง/Carina Lau และหยังไฉ่หนี /Charlie Yeung ซึ่งจากภาพรวมหมู่คณะด้านบนนี้มี *หวังจู่เสียน*/Joey Wong ด้วย เป็นหลักฐานว่าเธอเคยร่วมแสดงหนังเรื่องนี้ แต่ฉากที่เล่นทั้งหมดถูกหั่นออกภายหลัง (ซึ่งก็แล้วแต่เวอร์ชั่นที่ได้ชม อาจได้เห็นเธอในตอนท้ายประมาณ 2 วินาที กับฉากรวมเหล่ายอดฝีมือ) 

Eagle Shooting Heroes ฉบับหว่องกาไว  นำเหล่ายอดฝีมือจากนิยายมาปัดฝุ่นแต่งแต้มรายละเอียดใหม่ ย้อนอดีตไปเมื่อครั้งพวกเขาเริ่มต้นโลดแล่นอยู่ในยุทธจักร  

หนังเปิดตัวด้วยฉากต่อสู้ท่ามกลางทิวทัศน์แห้งแล้งเวิ้งว้างระหว่างอาวเอี้ยงฮง (Ouyang Feng) กับอึ้งเอี๊ยะซือ (Huang Yaoshi) จากนั้น ก็ย้อนไปเล่าเรื่องให้อาวเอี้ยงฮงเป็นศูนย์กลาง ตั้งตนเป็น *ตัวแทน*  รับจ้างฆ่า มีผู้มาเยือนมากหน้าหลายตาทั้ง *ผู้จ้าง*  และ *ผู้รับจ้างฆ่า*  ขณะเดียวกันพวกเขาก็ค่อย ๆ เปิดเผยความรัก ความหลัง และความเคียดแค้นที่เก็บกดซุกซ่อนอยู่ด้านมืดภายในใจ ผ่านบทสนทนาและสะท้อนผ่านความนึกคิดของอาวเอี้ยงฮงทีละเล็กทีละน้อย 

นั่นก็คือ...ความทรงจำที่รวดร้าวฝังแน่นใต้เงาอดีต  

ธิดาหัวหน้าพรรคมู่หรง (Murong Clan) ผู้ปลอมตัวเป็นชายต้องการจ้างคนสังหารชายที่ตนรัก ด้วยเหตุผลมากมาย  เช่น หลงเชื่อคำสัญญาว่าเขาจะแต่งงานหากเธอมีน้องสาว  ...แต่ความจริงที่แท้คือเธอไม่ต้องการรับรู้ว่าเขารักหญิงอื่น ขณะเดียวกันตัวละครนี้ยังสะท้อนถึงความเชื่อเรื่อง "หยินและหยาง" (Yin/Yang) ของชาวจีนที่แสดงถึงความสมดุลย์ในสรรพสิ่ง เธอแตกแยกเป็นทั้ง *มู่หรง หยิน*(ภาคแต่งตัวเป็นหญิง) และ *มู่หรง หยาง* (ชาย)  เพื่อแบกรับตัวตนที่สับสนและบาดแผลในใจ  เพราะความขมขื่นของความรักกัดกร่อนมนุษย์ให้ซ่อนตัวอยู่ในจินตนาการ ไม่ต่างอะไรจากนกปราศจากอิสรภาพในกรงขัง  ขณะเดียวกันก็เป็นบทที่เป็นสัญลักษณ์ของหลินชิงเสียในโลกแห่งหนังกำลังภายใน ที่โด่งดังสูงสุดในเดชคัมภีร์เทวดาภาค 2 และ 3 (Swordsman II, 1992 และSwordsman III: The East Is Red,1993)

หรือจะเป็นนักฆ่าที่รู้ว่าตากำลังจะบอดเมื่ออายุ 30  แม้เขาใฝ่ฝันจะกลับไปดู *ดอกท้อ*  บาน (Peach Blossom) ที่บ้านเกิด แต่ก็ยังดั้นด้นพิสูจน์คุณค่าของตัวเองต่อไปพร้อมกับเก็บกดความคิดถึงต่อคนรักที่ตนทิ้งให้รอที่หนองน้ำพร้อมกับม้าตัวหนึ่ง ส่วนเด็กสาวที่ต้องการแก้แค้นแทนพี่ชายโดยมีไข่หนึ่งตะกร้าเป็นค่าตอบแทน ก็เป็นเพียง *ตัวแทน* ให้เขานึกถึงสาวคนรักคนนั้น ซึ่งภายหลังปริศนาเผยความเจ็บช้ำออกมาว่าเธอมีใจให้กับเพื่อนรักของเขา 

อึ้งเอี๊ยะซือก็มีอดีตยากจะลืม และในเวลาต่อที่เขาปลีกวิเวกไปอยู่บนเกาะดอกท้อ ก็เป็นเพราะ *ผู้หญิง*  ซึ่งในเรื่องมีทั้งนามจริงว่า *ดอกท้อ*  และ*ดอกท้อ*  ในเชิงสัญลักษณ์ ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกสับสน อยู่บ้าง เพราะไม่รู้หมายถึงคนไหนกันแน่ แต่แท้จริงแล้วเธอเป็น *ดอกท้อ* ทั้งคู่ ...ที่เบ่งบานรอคอยชายคนรักมาเชยชม ก่อนร่วงหล่นโรยรา 

สุดท้าย เรื่องก็วนกลับมาอาวเอี้ยงฮง ในที่สุดตัวละครนี้ก็ไม่ต่างจาก *นกไร้ขา*  ใน  Days of Being Wild (1990) ที่หลีกเลี่ยงการถูกละทิ้งด้วยการละทิ้งผู้อื่นก่อน  จนกลายเป็นคนโดดเดี่ยว อ้างว้าง จมปลักอยู่ในภาพอดีตเช่นกัน 

หนังกำลังภายในของหว่องกาไวทำให้ผู้ชมไม่แน่ใจว่าจอมยุทธทั้งหลายมาโลดแล่นบนยุทธจักรเพื่อ *สร้างชื่อ* (รวมไปถึงละทิ้งความรักเพื่ออุดมการณ์) หรือเพื่อ *ลืมอดีตเจ็บช้ำ* กันแน่ เพราะแต่ละคนต่างบาดเจ็บจากความรัก ซึ่งเป็นเหตุและผลซึ่งกันและกัน ต่อเนื่องประหนึ่งลูกโซ่เกาะเกี่ยว  จากการรักคนที่เขาไม่รัก-หลงรักคนของพี่ชายหรือเพื่อนรัก -ละทิ้งความรักเพราะยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ  จนปล่อย  *เวลา* ผ่านล่วงเลยกลายเป็นอดีตร้าวลึก  ไม่ต่างจากที่หว่องกาไวเคยกล่าวว่า "เรารักในสิ่งที่ไม่อาจมี และไม่อาจมีสิ่งที่เรารัก" (We love what we can't have. And we can't have what we love.) 

*เวลา* จึงเป็นประเด็นสำคัญในหนังทุกเรื่องของหว่องกาไว การตัดสินใจไม่ละทิ้งปัจจุบันอันมีค่าให้กลายเป็นอดีต ทำให้อั้งชิกกง (Hong Qi) ไม่เจ็บปวดเช่นตัวละครอื่น ๆ  เมื่อเขาตัดสินใจพาภรรยาไปท่องยุทธจักรด้วย ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นเคยคิดให้เธอเป็นฝ่ายรอเช่นกัน   

สุราชั้นเลิศมากมายก็ไม่อาจช่วยให้อดีตเหล่านั้นลบเลือน  การมี *เหล้าช่วยลืมอดีต*  จึงเป็นเพียงอารมณ์ขันอันดำมืดของหว่องกาไว ที่อาจส่งสารไปเคาะฝาโลง "โกวเล้ง" ผู้ชื่นชอบการดื่มสุราและเดียวดายใต้เงาจันทร์ก็เป็นได้ 

าพยนตร์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยศิลปะแสงสีเงาที่งดงามทั้งปวงในแบบฉบับของหว่องกาไว ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมเรียบแต่เก๋โดย William Cheung คู่ใจคุณผู้กำกับมาเนิ่นนาน และสีสันบรรยากาศตระการตาถ่ายทอดผ่านมุมกล้องโดยผู้กำกับภาพคู่รักคู่ร้าง Christopher Doyle ซึ่งก็กวาดรางวัลตุ๊กตาทองฮ่องกงเฉพาะด้านนี้ในปีนั้น Best Cinematography (Christopher Doyle) ขณะที่ William Cheung ได้ 2 ตัวคือ Best Art Direction และ Best Costume Design

ส่วนหนังไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้ และหว่องกาไวกลับไปคว้ารางวัลจากชมรมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แทน คือกำกับและเขียนบท แม้ผู้ชมหลายคนอาจรู้สึกว่าเรื่องนี้ดูไม่ค่อยรู้เรื่อง ด้วยฉากที่ตัดสลับปัจจุบัน-อดีตม-ปัจจุบันและการวนเวียนซ้ำซากของคำพูดและสัญลักษณ์ แปลกกว่าหนังกำลังภายในทั่วไปที่มีภาครักและภาคบู๊ชัดเจน

แต่โดยเนื้อแท้แล้ว ภาพยนตร์ของหว่องกาไวเน้นเรื่อง *อารมณ์* เป็นหลัก จึงขึ้นกับประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ชม ที่จะซาบซึ้งกระทบใจกับเรื่องราวหรือถ้อยคำที่สะท้อนออกมา เพราะท้ายที่สุดแล้วเขาจะถ่ายทอดขับกล่อมผู้ชมให้จมดิ่งอยู่ในความรู้สึก*พร่ามัว* แบบนี้เสมอว่า

ความสัมพันธ์ที่เกาะเกี่ยวกันไว้ทั้งหลาย...แท้จริงแล้วกลับเปราะบาง ล่องลอยโบยบินดุจดังสายลม..ยิ่งไขว่คว้า ยิ่งถอยห่าง ไม่อาจจับต้องหรือครอบครองตลอดไป ที่เก็บรักษาได้ก็มีเพียงความคิดถึงอบอวลอยู่ใต้จิตคำนึงหา บาดเจ็บอยู่ภายในโลกแห่งจินตนาการที่กักขังตัวเองไว้

- - - - - -

ตัวอย่างฉบับ *ปรับปรุงใหม่*( redux) ^

ปัจฉิมลิขิต

1) Ashes of Time ถูกนำกลับมาฉายอีกครั้งปีนี้ เริ่มต้นในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2008 ที่ผ่านมานี้เอง เรียกว่า Ashes of Time Redux 

2) เรื่องนี้เขียนตามสัญญาที่ให้ไว้กับบล็อกเกอร์ท่านหนึ่ง นานมากจนเจ้าตัวอาจจะจำไม่ได้ แต่ถ้าจำได้(ดิฉันเชื่อว่าเขาเป็นคนจำเรื่องในอดีตเก่งมาก) ก็คงรู้ว่าหมายถึง *ตัวเอง* อิอิ

3) สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังฮ่องกง/จีนแผ่นดินใหญ่ได้จากหนังสือ Between Home and World: a reader in hong kong cinema โดย  Oxford University Press 2004 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
kilroy วันที่ : 06/09/2015 เวลา : 02.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kilroy

เพิ่งจะดู DVD AOT REDUX จบอีกครั้ง แต่เป็นครั้งแรกที่ฟังเสียง SOUNDTRACK และอ่าน SUBTHAI นักแสดงฮ่องกงก็พูดกวางตุ้ง มีแต่ หลินชิงเสีย ที่พูดจีนกลาง ดูจบแล้วนึกถึง JULYRHAPSODY

เหตุที่หยิบมาดูอีก เพราะกำลังดู MAD MEN (US TV SERIES) ดูถึง SEASON 2 มาอ่านเจอว่า Matthew Weiner ผู้สร้างได้รับอิทธิพลของเฮียหว่องมาด้วย (ต้องการบอกแค่นี้หล่ะ !)

ถ้ามีโอกาสได้อ่านคอมเม้นท์ ขอให้ทราบว่า MISS YOU & TAKE CARE

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 14.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

คห. 25
ที่ไม่พูดเรื่องหนัง เพราะ

1. จำไม่ไม่ค่อยได้แล้ว ดู Ashes of time ครั้งเดียว
2. จำเรื่องมังกรหยกไม่ค่อยได้แล้วเหมือนกัน(หนัง) และไม่เคยอ่านหนังสือด้วยง่ะค่ะ

เลยนอกเรื่องดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
julyrhapsody วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

ตามประวัติ เขาสอนที่ u of hawaii ด้วยนิคะ อาจเป็นฮาวายเอี้ยน แต่สงสัยจะเป็นชาวอินเดียนอ่ะ (ชักขี้เกียจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม)

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
julyrhapsody วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 18.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'


โอ๊ะ นี่มันภาษาจีนมิใช่หรือคะ
เอาจริงแฮะ ...จะยอมแพ้ดีไหมเนี่ย ต้องไปค้นกรุสมบัติหน่อยแระ เห็นคุณ kilroy สนใจจริงจังเยี่ยงนี้ ต้องส่งเสริมเสียหน่อย

เล่มที่คุณ kilroy อ้างถึงนี้เขียนโดย Wimal Dissanayake เป็น Professor ด้าน Cultural Studies ของ University of Hong Kong (ไปแอบดูโพยมา) หากใครสนใจลองเสิร์ชที่ www.hkbookcity.com

ส่วนหนังสือที่ดิฉันเคยอ้างถึงข้างบนนี้ (ข้อ 3.) ก็น่าอ่านดีนะ เน้นเชิงวิเคราะห์ ไม่ใช่พรรณาอารมณ์หนังโดยไม่มีจุดหมายปลายทางหรือว่าพยายามเอาทฤษฎีต่าง ๆ มายัดเยียดให้ดูมีความสำคัญมากเกินไป

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
kilroy วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 18.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kilroy


Wimal Dissanayake ผู้เขียนหนังสือหน้าตาแบบนี้ ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนจีนนะ

ที่สนใจเล่มนี้เพราะหนังเรื่องใดลองมีคนเขียนเจาะลึกออกมาเป็นเล่มแบบนี้ คงมีมุมมองในหลายๆมิติมาช่วย upgrade โลกทัศน์ให้คนอ่านแน่นอน ส่วนจะดีไหม ต้องขอไปอ่านก่อน อิ อิ...

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
kilroy วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 13.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kilroy


เย่ ! หนังสือมาส่งแล้ว....
อ่านแล้วได้อะไรที่เป็นประโยชน์ จะแอบมาเขียนคอมเม้นท์เพิ่ม คาดว่าจะอ่านจบภายในหนึ่งปี เพราะปกติอ่านหนังสือช้า คิดช้า

ปล.หนังสือเขาคงดีและมีประโยชน์แต่คนอ่านอย่างผมนี่จัดเป็นบัวใต้น้ำ ไปล่ะ.....

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
julyrhapsody วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 10.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

เหมือนตัวจริง
โอว์ โน ม่ายช่าย สวยดุ
แต่เป็นลูกแมวในกำมือ somebody

ว่าแต่ว่าทำไมไม่พูดถึงหนังล่ะ?
นึกว่าเตรียมสับแหลก

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 18/09/2008 เวลา : 18.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

(ขอนอกเรื่อง)

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 18/09/2008 เวลา : 18.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 


รูปนี้สวยมากเลย

เจ๊ผู้หญิงดูสวยดุ
แต่ลูกแมวดู "อยู่ในกำมือ" มากเลย

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
julyrhapsody วันที่ : 14/09/2008 เวลา : 02.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

อ่านแล้วลำบากใจ เพราะมิใช่ผู้เชี่ยวชาญนิยายกำลังภายใน (และไม่เคยเป็นผู้เชี่ยวชาญสาขาใด ๆ ทั้งสิ้น) ประมาณว่าอ่านแล้วทิ้ง ไม่ค่อยได้ไปซ้ำ ถ้าไม่ได้ทำมาหากินอะไรต่อ บางเรื่องก็จำได้แต่ concept ด้วยซ้ำ

ดิฉันยังคิดว่าสยามอินเตอร์ฯ พิมพ์ฉบับ *ชำระใหม่* อีกด้วย (ขึ้นชื่อว่าก๊วยเจ๋งยอดวีรบุรุษ) เพราะเห็นว่าจินหยงเขาชำระไว้นานแล้ว
http://wuxia.wikia.com/wiki/Jin_Yong
http://www.chinahistoryforum.com/index.php?showtopic=647

ที่ชอบกิมย้งมากกว่า นอกจากเกร็ดประวัติศาสตร์ที่เป็นข้อได้เปรียบ ดิฉันว่าความรักความสัมพันธ์ของตัวละครก็ดูสร้างสรรค์กว่า เช่น รักมั่นส่งเสริมไปสู่จุดหมาย ขณะที่โกวเล้ง รันทด วนเวียนอยู่กับกับดักของความรักความหลัง และวงเหล้า เช่น ฤทธิ์มีดสั้น เงี้ยะ ดิฉันเบื่อคุณลี้คิมฮวงตรงนี้ชมัด แล้วหลาย ๆ เรื่องก็ชอบโยนบาปให้ผู้หญิงประจำ (เรื่องไหนของกิมย้งเข้าข่ายความรักแบบบ่อนทำลาย ก็จะไม่ชอบเช่นกัน)

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
พิชญ วันที่ : 13/09/2008 เวลา : 20.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/
ตัวเลข / เวลา / ความคิด / และ จิตอิสระ ( ( ในห้อง ๗๒๔ ) )


................................................................................
ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม Blog ผมครับ

ผมก็ชื่นชอบนวนิยายกำลังภายในของกิมย้งเหมือนกันครับ แต่ความรู้+ความเชี่ยวชาญคงน้อยกว่าคุณๆ ใน Blog นี้แน่ๆ

ว่าแต่คุณๆ ทราบเรื่องการเปลี่ยนแปลงครั้งที่สามของมังกรหยก ภาค 1 ที่กิมย้งแก้ไขใหม่ รึเปล่าครับ

เช่น
1. บ้วยทิวฮวงเคยเป็นคนรับใช้ (หลังจากกำพร้า ลุงที่ยากจนของเธอไม่สามารถเลี้ยงดูเธอไหว จึงขายเธอให้กับบ้านเศรษฐีสกุลเจียง แม้เธออายุแค่สิบสองขวบเธอจัดว่าเป็นเด็กสาวที่สวยคนหนึ่ง ในขณะที่เธอกำลังซักผ้า เศรษฐีเจียงเข้ามาหาและต้องการจะลวนลามที่หน้าอก เธอผลักไสเขาออก ในมือของเธอมีสบู่แล้วฟองสบู่ไปติดกับเคราของเศรษฐีเจียงเป็นที่ขบขัน ฮุหยินเจียงมาเห็นเข้าใจผิดคิดว่าเธอพยายามยั่วยวนสามีนาง จึงดุด่าและทำโทษเธอ ถึงกับจะควักลูกตาเธอออก อาจารย์อึ้งเอี๊ยซือผ่านมาพบเลยสั่งสอนฮูหยินเจียง อีกทั้งยังให้ไถ่ตัวบ้วยทิวฮวงเป็นอิสระรับเธอเป็นลูกศิษย์คนที่สาม

2. ลูกศิษย์เอกของอึ้งเอี๊ยซือคือเข็กเล้งฮวงอายุสามสิบและเป็นหม้าย ดังนั้นลูกสาวติงต๊องเกิดแล้ว(เพราะจะได้แก่กว่าอึ้งย้ง)

3. บ๊วยทิวฮวงเติบโตเป็นสาวแสนสวย อึ้งเอี๊ยซือ เข็กเล้งฮวง ตั้งเฮียนฮวง ต่างหวั่นไหวด้วยความงามของเธอ เข็กเล้งฮวยหักห้ามใจได้เนื่องจากสูญเสียภรรยาและไม่ต้องการจะมีความรักมีต่อไป นอกจากนี้เขายังล่วงรู้จิตใจอาจารย์ตนเองที่แอบหลงรักนาง อึ้งเอี๊ยซือถึงกับหงุดหงิดและเศร้าเสียใจตนเองที่เป็นเช่นนี้ (มีบทกลอนที่แต่งโดยนักกวีสมัยซ้องชื่อ Ouyang Xiu ที่สื่อถึงความลุ่มหลงที่เขามีต่อนาง)

4. เมื่อเข็กเล้งฮวงรู้ว่าตั้งเฮียนฮวงลักลอบได้กับบ๊วยทิวฮวง ทั้งสองได้ต่อสู้กัน ตั้งเฮียนฮวงพ่ายแพ้ เข็กเล้งฮวงโกรธเพราะเขารู้สึกว่าทั้งสองทรยศอาจารย์ (บ๊วยทิวฮวงเคยสาบานว่าเธอจะอยู่เคียงข้างอาจารย์ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม) เมื่ออึ้งเอี๊ยซือล่วงรู้ว่าศิษย์ทั้งสองต่อสู้กัน เขาโกรธที่เข็กเล้งฮวงคาดคะเนจิตใจเขาออก และความรู้สึกของเขาที่มีต่อบ๊วยทิวฮวงเป็นที่เปิดเผยจึงรู้สึกอับอายขายหน้าและโยนความผิดที่เข็กเล้งฮวง ด้วยอารมณ์โกรธจึงหักขาลูกศิษย์คนโตและขับไล่ออกจากเกาะพร้อมลูกสาวติ๊งต๊อง นับแต่นั้นอึ้งเอี๊ยซือละเลยตั้งเฮียนฮวงกับบ๊วยทิวฮวง และไม่สอนวิชาแก่พวกเขาอีกเลย เขาออกจากเกาะดอกท้อไปท่องเที่ยวและกลับมาพร้อมแม่ของอึ้งย้ง ในวันฉลองเทศกาล อึ้งเอี๊ยซือดื่มเหล้าเมาแล้วพูดว่า “ใครบังอาจกล่าวว่าภูตบูรพาหลงรักลูกศิษย์ตนเอง” เจ้าโง่เข็กเล้งฮวง ตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน ข้าให้อภัยเจ้าแล้ว ไปบอกเขาให้กลับมาได้
ตั้งเฮียนฮวงได้ยินเข้าจึงตัดสินใจหนีออกจากเกาะพร้อมบ๊วยทิวฮวง โดยแอบไปขโมยคัมภีร์ด้วย

5. จิวแป๊ะทงหาที่ซ่อนคัมภีร์เก้าอิม ระหว่างนั้นพบอึ้งเอี๊ยซือกับภรรยา แล้วโดนหลอกแต่เขาไม่ได้ฉีกคัมภีร์ของแท้ทิ้ง

6. ตอนเจ็ดประหลาดกังหน่ำตามหาก๋วยเจ๋งกับแม่ กัวเต็งอักตาบอดแต่กำเนิด

7. บ๊วยทิวฮวงและตั้งเฮียนฮวงฝึกคัมภีร์ ตระกูลเจียงเป็นเหยื่อรายแรกของการฝึกฝนพลังชั่วร้ายนี้ พวกเขายังฝึกทักษะอื่นเช่น พลังเสื้อเกราะเหล็ก ระฆังทอง

8. หลังจากบ๊วยทิวฮวงและตั้งเฮียนฮวงออกจากเกาะไปแล้ว อึ้งเอี๊ยซือไม่สบอารมณ์และโศกเศร้าคละกัน เมื่อศิษย์คนอื่นๆพยายามปลอบใจ แต่มิได้ระวังคำพูดทำให้เขาโกรธมาก จัดการหักขาและไล่ออกจากเกาะหมด

9. เล็กเซ็งฮวงต้องการจับตัวศิษย์พี่ทั้งสองคืนอาจารย์ จึงรวบรวมเหล่าผู้กล้ามากวรยุทธ์กระทำการ หนึ่งในนั้นมีพี่ชายของกัวเต็งอักที่ได้ชวนกัวเต็งอักมาร่วมขบวนการด้วย แต่เขาปฏิเสธเพราะอยู่ระหว่างตามรอยก๋วยเจ๋งกับแม่ พี่ชายเขาโดนฆ่าตาย หลังจากนั้นอีกสองปีกัวเต็งอักได้เจอบ๊วยทิวฮวงและตั้งเฮียนฮวงและต้องการแก้แค้นคืน

10. บ๊วยทิวฮวงและตั้งเฮียนฮวงสามารถหลบหนีจากการจับกุมของพรรคพวกเล็กเซ็งฮวง แต่ได้รับบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งยังโดนกลุ่มเจ็ดนักพรตฉวนจินตามล่า

11. เปลี่ยนชื่อวิทยายุทธ์ใหม่ Luoying Shenjian Zhang มาเป็น Taohua Luoying Zhang

12. อ้างอิงถึงเฉียวฟงเจ้าสำนักพรรคกระยาจกในเรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้า ว่าได้ดัดแปลงกระบวนท่าใหม่ให้มีพลังเพิ่มขึ้น เรียบง่ายมากขึ้น แต่เต็มไปด้วยพละกำลัง อึ้งย้งได้พูดกับสามผู้อาวุโสของสำนักพรรคกระยาจกและเล่าถึงเหตุการณ์ที่ เฉียวฟงต่อสู้กับเหล่าจอมยุทธ์ร้อยกว่าคนในเหตุการณ์ชุมชนหน้าวัดเส้าหลิน

13. พูดถึงวิทยายุทธ์และการใช้อาวุธลับในเรื่องได้แก่ Jiuyin Baigu claws, heart snapping palms and hundred serpent whip ว่าวิชาเหล่านี้ไม่ใช่ของอึ้งเอี๊ยซือ แต่เป็นวิชาที่ศัตรูของเขาลอบทำร้ายน้องชายกับน้องสาวของเขา เขาเลยทำตัวเป็นCSI และจดรายละเอียดลงในคัมภีร์ อีกทั้งยังปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งบ๊วยทิวฮวงและตั้งเฮียนฮวงฝึก ก็เป็นการฝึกวิชาเหล่านี้ ไม่ได้ฝึกกำลังภายใน อีกทั้งไม่ใช่วิชาที่อึ้งเอี๊ยซือคิดค้นเอง

14. ก๋วยเจ๋งฝึกคัมภีร์เก้าอิมทั้งสองฉบับจากต้นฉบับ

15. ก๋วยเจ๋งกับอึ้งย้งปกป้อง Qing Zhou (เดาว่าเป็นชื่อเมือง) (ท่านกิมย้งเขียนไว้ว่าก๋วยเจ๋งกับอึ้งย้งปกป้องเมืองเซี่ยงเอี๊ยในภาคต่อไป) ผู้บัญชาการทัพของเมืองนี้พ่ายแพ้ทันทีหลังจากที่ก๋วยเจ๋งและอึ้งย้งไปพบเจงกีสข่าน

16. อึ้งเอี๊ยซือเป็นผู้ตั้งชื่อให้เอียก้วย ก๋วยเจ๋งกับอึ้งย้งได้เชิญมกเนี่ยมชื้ออาศัยที่เกาะดอกท้อด้วยกัน แต่นางปฏิเสธเพราะรู้สึกโศกเศร้าที่เห็นคู่เขามีความสุขแต่เธอช้ำใจ ดังนั้นจึงตัดใจจากและสัญญาว่าจะส่งตัวเอี้ยก้วยมาให้ทั้งสองสอนวิทยายุทธ์

17. ปู่ของอึ้งเอี๊ยซือเป็นขุนนางเก่าในราชวงศ์ซ้อง ระหว่างที่ท่านแม่ทัพงักฮุยโดนใส่ร้าย เขาเป็นผู้ร่างคำแก้ต่างให้จนโดยไล่ออกจากราชสำนัก แต่เขายังคงเรียกร้องให้ประชาชนสู้เพื่อความบริสุทธิ์ของแม่ทัพ ท้ายที่สุดโดยสั่งประหารและขับไล่ทั้งครอบครัวไปสู่ยูนนาน อึ้งเอี๊ยซือก็เติบโตและเรียนหนังสือฝึกวิชาที่นั่น เมื่อโตเป็นหนุ่มเขามีความคิดเห็นแปลกแยกจากพ่อ และมักโต้เถียงเรื่องที่ความจงรักภักดีต่อฮ่องเต้ อีกทั้งไม่เข้าสอบสนามแข่งขันเป็นราชการ จนท้ายที่สุดโดนพ่อขับไล่ออกจากบ้าน เขาเริ่มออกท่องยุทธจักรและแต่งบทกลอนเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการ ทางพระราชสำนักออกหมายจับแต่ไม่เป็นผล

18. เปลี่ยนชื่อวิทยายุทธ์อีก

19. มีรายละเอียดเกี่ยวกับอาจารย์ของราชันย์ทักษิณเพิ่มเติม

อันนี้เอาข้อมูลการ Pantip.com ครับ แล้วฉบับของเมืองไทยลิขสิทธิ์เป็นของ สยามอินเตอร์ ก็ยังไม่ได้แก้ไขเลย

อยากรู้ที่ผมได้รับข้อมูลมาข้างต้น จริงหรือมั่วนิ่มครับ ?
............................................................................

ขอบคุณอีกครั้ง ครับ สำหรับการเริ่มต้นของมิตรภาพครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
julyrhapsody วันที่ : 13/09/2008 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

Press Kit ของ redux ก็มีรายละเอียดเพิ่มเติมน่าสนใจดี
http://www.sonyclassics.com/ashesoftimeredux/pdf/ashesoftime_presskit.pdf

Director’s Notes
In the winter of 1992, someone suggested that I make a film adaptation of Louis Cha’s famous martial-arts novel The Eagle-Shooting Heroes. I re-read all four volumes of it and finally decided not to do an adaptation but instead to develop a new story about the early years of two of its main characters, Dongxie (Lord of the East) and Xidu (Lord of the West). In the book, both of them appear only in old age. I chose these two because they have exactly opposite personalities; you could think of one as the antithesis of the other.

Martial-arts fiction has a long history in Chinese literature. It has generally been most popular in times of turmoil, such as during the civil war at the turn of the 20th century, or during the Sino-Japanese War, or in Hong Kong during the 1950s.

This could be because the world in which the stories are set, the jianghu, is imaginary, and it’s a world in which values exist only in their absolute forms. It’s also a world in which the only law is the law of the sword. And the stories are about heroes.
I tried to depart a little from the traditional martial-arts genre. Instead of treating these characters as heroes, I wanted to see them as ordinary people – at the stage before they became heroes.

There’s also one significant difference between ASHES OF TIME and my other films. I generally start with the beginning of a story or with certain characters, and then gradually work out where the story is going and where it’s going to end as the shoot goes on. In this case, though, I knew where these characters were going to end up and there was nothing I could do to change it. This imbued both me and the film with a sense of fatalism. Now that the film is finished and I try to reflect on the whole experience of making it, I find myself remembering some lines from the Buddhist canon and I’ve decided to use them to preface the film: “The flag is still. The wind is calm. It’s the heart of man that is in turmoil!”

Over the years, I’ve come to realize that there are several different versions of ASHES OF TIME in circulation, some approved by me, some not, as well as the fact that the film was never released in much of the world including the United States. To rectify this situation, we decided to revisit this project and to create the definitive version.

As we launched into the work, we discovered that the original negatives and sound materials were in danger: the laboratory in Hong Kong where they were stored was suddenly shut down, without warning. We retrieved as much as we could, but the negatives were in pieces. As if we were searching for a long-lost family, we began looking for duplicate materials from various distributors and even the storage vaults of overseas Chinatown cinemas. As this went on, we came to realize that there are hundreds of prints locked up in Chinatown warehouses in those cities which used to show Hong Kong movies. Looking through all this material felt like uncovering the saga of the ups and downs of Hong Kong cinema in the last few decades. And this history, of course, included ASHES OF TIME.

We founded Jet Tone Films in 1992, and ASHES OF TIME was our first production. I always regretted that the way we had to make ASHES OF TIME back then didn’t allow us to achieve the technical standards the film needed. Now, 15 years later, I want to put this right.

Wong Kar Wai (2008)

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เสดพีร์ วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 23.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ ในใจ._/|\_.

แมวมักนอนดึก

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
julyrhapsody วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 22.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

หนี้เยอะจัง เหมือนใช้คืนไปหลายครั้งแล้วนา ตอนนี้นึกออกแต่ *หินกลิ้ง* คะ ถ้ามีอีก 1 เป็นหนังนี่ไม่แน่ใจว่าเป็น WKW ป่าว (เพราะไม่น่าจะมีของผู้กำกับอื่นที่คุณ kilroy ดู)...งวดนี้ คงต้องรอคุณ kilroy เลิกเขียน blog ไปก่อนซะละม้างงงง

ไม่อยากตอบคำถามนี้เลย "ขึ้นอยู่กับเป้าประสงค์ของผู้เขียนแล้วว่าเขียนต้องการเขียนให้คนกลุ่มใดอ่าน"

น่าจะเขียนให้ตัวดิฉันเองอ่านนี่แหละ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
kilroy วันที่ : 08/09/2008 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kilroy

หนี้ที่คั่งค้างกันอยู่ (ทุกประเภท) ชูมือขึ้นสามนิ้วลบออกไปหนึ่งก็น่าจะเหลือสองนะ

ส่วนประเด็นการ spoil นั้น อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับเป้าประสงค์ของผู้เขียนแล้วว่าเขียนต้องการเขียนให้คนกลุ่มใดอ่าน ระหว่าง คนที่ยังไม่เคยดู หรือ คนที่ดูแล้ว ในกรณีที่เลือกอย่างหลังต้องงัดทุกแง่มุมขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ให้มากที่สุด ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่อง และไม่ได้เป็นการชี้นำ เพราะคนที่ดูมาแล้วเขาจะมีชุดความคิดของเขาเองอยู่แล้ว เพียงแต่การได้มาอ่านทัศนะของผู้อื่น จะช่วยเป็นการต่อยอดทางความคิด

ส่วนถ้าเขียนให้ผู้ยังไม่เคยดูอ่าน ก็ยังอาจเขียนในดีกรีระดับนี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้อง spoil ได้เช่นกัน แต่ค่อนข้างยากกว่า

ถ้าจะเหวี่ยงแหก็ไม่ขอแนะนำเพราะจะครึ่งๆกลางๆ คนละเรื่องกับการต้องเลือกข้างนะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
julyrhapsody วันที่ : 08/09/2008 เวลา : 12.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

ขอบคุณค่ะคุณtheeratatt และคุณ kilroy ที่เขียนยาวดีมาก เป็นผู้ให้ความคิดเห็นในฝันของดิฉันจริงๆ ค่ะ

ที่*ไม่สุด*เพราะ
1. ขี้เกียจ/เขียนเท่าที่มีอารมณ์และเวลา
2. มีคนเคยเมาท์ (และมีคนคาบข่าวมาบอกอีกทอด) ว่า "spoil ว่ะ" แต่เท่าที่อ่านมาก็ไม่เห็นว่าคนเมาท์แกจะสนใจดูหนังที่ดิฉันเขียนถึงแต่อย่างใด อิอิอิ แต่ก็เป็นการเมาท์ที่มีประโยชน์นะ ควรจะเก็บๆ ไว้ให้แต่ละคนตีความกันจะดีกว่า ดิฉันไม่ได้อยากชี้นำใครอยู่แล้ว

คุณ kilroyก็สรรเสริญเกินไป แต่ดิฉันว่านี่เป็นลับลวงพรางหลอกล่อให้ดิฉันเขียนเรื่องอื่นๆ ล่ะสิเนี่ย อ้างถึง "ไม่ทราบว่าเวลาที่เธอเขียนถึงเรื่องอื่นจะเขียนได้ขนาดนี้ (แบบเต็มเวอร์ชั่นนะ ไม่ใช่เวอร์ชั่นกั๊ก)หรือไม่" เอ๊ะ เราหมดหนี้กัน (เรื่องหนัง) แล้วใช่ไหม

ถูกต้องละคร้าบ ดูหนังหว่องกาไวครบทุกเรื่องและที่ชอบที่สุดคือ In the Mood for Love

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
kilroy วันที่ : 08/09/2008 เวลา : 01.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kilroy

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่ดู Ashes of Time โดยเป็นแฟน มังกรหยก มาก่อนไม่ว่าจะมาจากการอ่านหรือการชมซีรีส์ทางทีวีไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นใดรวมถึงอาจได้ชมภาพยนตร์ที่สร้างโดยชอว์บราเดอร์มาด้วย หรือแม้กระทั่งเป็นแฟนมังกรหยกแบบครบวงจรคือได้เสพมาแล้วครบทุกสื่อ ย่อมมีแรงจูงใจและอรรถรสในการชมงานของหว่องกาไวเรื่องนี้มากกว่าผู้ที่ไม่มีปูมหลังเกี่ยวกับมังกรหยกเลย ส่วนชมแล้วจะชอบหรือไม่ชอบคงแตกต่างกันไปตามแต่ละปัจเจก ส่วนผู้ที่ดูจบโดยไม่มีปูมหลังเกี่ยวกับบทประพันธ์เดิมดูแล้วมีความเห็นอย่างไรอันนี้ก็ไม่ทราบได้เพราะยังไม่เคยเสวนาด้วย

สำหรับตัวผมนั้น (คนอื่นไม่ทราบ) เวลาชมเรื่องนี้ธงอันหนึ่งที่ตั้งไว้คือดูว่าบทที่เขียนขึ้นใหม่จะมีจุดใดไปแตะข้อเท็จจริง (fact) ตามบทประพันธ์ดั้งเดิมบ้าง ในจุดนี้คือจุดที่เป็นตัวบ่งบอกน้ำหนักว่าหว่องตีความและจินตนาการโดยเคารพต่อบทประพันธ์ของกิมย้งมากน้อยเพียงใด ผมไม่ได้หลงประเด็นและทราบดีว่า 3 จาก 5 ยอดฝีมือ (ไม่นับต๊กโกวคิ้วป้าย) ที่หว่องกาไวนำมาถ่ายทอดให้โลดแล่นบนแผ่นฟิลม์ กิมย้งไม่ได้เขียนปูมหลังแยกเป็นเรื่องเฉพาะคนไป ปูมหลังของของตัวละครทั้งสามถูกกล่าวถึงในบทประพันธ์เป็นตัวเสริมเรื่อง ดังนั้นคำว่าข้อเท็จจริงคือความสัมพันธ์ระหว่าง คน สถานที่ เวลา ตามบทประพันธ์ ส่วนบทที่หว่องเขียนจะนำข้อเท็จจริงมาผสมผสานให้ไร้ร้อยตะเข็บและน่าติดตามได้หรือไม่ ตรงนี้คือน้ำหนักความสนใจส่วนตนที่ผมให้ค่อนข้างมาก

อาวเอี้ยงฮงมีความสัมพันธ์กับพี่สะใภ้ของตน อั้งชิกกงมีนิ้วมือเก้านิ้ว อึ้งเอี๊ยซือกับเกาะดอกท้อ เหล่านี้คือจุดที่หว่องนำข้อเท็จจริงมาขยายโดยประสานกันดั่งลูกโซ่ตามทีคุณ julyrhapsody ให้คำนิยามไว้ หว่องเล่าเรื่องนี้ผ่านสายตาของอาวเอี้ยงฮง (ทำไมหว่องเลือกตัวละครนี้ต้องมีเหตุผล) โดยเล่าเรื่องแบบทีละซีเควนซ์ขยายตัวละครแต่ละตัวไปเรื่อยๆโดยมีความเชื่อมต่อกัน (ลูกโซ่) ถ้าดูละครเวทีเหมือนดูไปทีละองค์ เป็นวิธีการเล่าเรื่องที่หว่องนำมาใช้กับเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิผลคือเลือกที่จะขยายไปทีละตัว จุดอ่อนก็คือคนที่ไม่ได้เป็นแฟนมังกรหยกดูแล้วอาจอึดอัดและขาดโฟกัสในการดูไปเลย อึ้งเอี๊ยซือดูเหมือนจะมีความน่าสนใจน้อยที่สุด คือน้ำหนักและความลึกด้อยกว่าตัวอื่น

มาถึงประเด็นที่รอให้คุณ julyrhapsody ช่วยมาเปิดโลกทัศน์ในการชมเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าเธอต้องการแทงกั๊กไว้หรือเปล่าถึงไม่เขียนส่วนที่ขยายความเสียตั้งแต่ตอนแรก หรือว่าต้องการวัดเรตติ้งก่อน (555) ผมไม่ทราบว่าเธอดูหนังของหว่องครบหรือไม่ (ผมไม่และได้ดู 4-5 เรื่อง) เธอได้ประมวลความเข้าใจส่วนตนที่มีต่อตัวละครและบริบทที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกันออกมาเป็นตัวอักษรได้อย่าง *คมชัด* ประหนึ่งว่าเธอเข้าใจหว่องกาไวเป็นอย่างดี (ซึ่งเคยได้ยินได้อ่านผ่านตามาว่าหว่องคงไม่ชอบใจนักถ้ามีใครดูหนังของเขาแล้วบอกว่ารู้เรื่องทั้งหมด) หลายมุมที่เธอเห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้ผมก็เห็น แต่มีอีกหลายๆมุมด้วยกันที่เลนส์ของผมค่อนข้างพร่ามัว (ขอยืมมาใช้) ในขณะที่ของเธอยังแจ่มแจ๋ว ไม่ทราบว่าเวลาที่เธอเขียนถึงเรื่องอื่นจะเขียนได้ขนาดนี้ (แบบเต็มเวอร์ชั่นนะ ไม่ใช่เวอร์ชั่นกั๊ก) หรือไม่เพราะไม่ได้อ่านเนื่องจากไม่ได้ชม ส่วนเรื่องที่เคยชมและได้อ่านเคยจะคอมเม้นท์ตรงๆ ว่าเธอเขียนไม่สุดแต่ไม่เคยบอกเลยถือโอกาสบอกในคอมเม้นท์นี้เลย ว่าในทัศนะส่วนตัวของผมแล้วเอนทรีนี้เป็นมาสเตอร์พีซของเธอ (เท่าที่ได้อ่าน)

หลังจากชม Ashes of Time จบไปล่าสุดผนวกกับได้อ่านและร่วมแสดงความเห็น Ashes of Time เป็นหนังที่ดีมากๆ เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะสไตล์ในการเล่าเรื่องและนำเสนอ ผนวกกับความลึกทางอารมณ์ของตัวละครที่ผมชื่มชอบอยู่แล้ว ตรงนี้กระมังที่เรียกว่าความเข้าใจใหม่ในสิ่งเก่า

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
theeratatt วันที่ : 07/09/2008 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

ไม่ค่อยรู้เรื่องหนังครับ
ขอแวะมาเรียนรู้ที่นี่บ่อยๆ แล้วกัน

ขออนุญาตแอดเป็นเพื่อนบ้านนะครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
kilroy วันที่ : 07/09/2008 เวลา : 14.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kilroy

ข้าพเจ้าสะเพร่าในการพิมพ์อีกแล้วต้องเป็น

1."The Return of The Condor Heroes" หรือภาคต่อของจอมยุทธ์ยิงอินทรี

2."ขอข้า" ต้องเป็น "ของข้า" เดี๋ยวจะมีผู้คนคิดว่าข้าพเจ้าเป็นชาวเผ่าแม้ว

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
kilroy วันที่ : 07/09/2008 เวลา : 14.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kilroy

ประเสิรฐ ! ประเสิรฐยิ่งนักที่ท่านได้ขยายทัศนะของท่านโดยเจาะเข้าไปในตัวละครเด่นๆ เพราะจะทำให้ผู้อ่านจับต้องสาสน์ได้ง่ายขึ้น ข้าพเจ้ารอดูท่านว่าท่านจะใช้คำว่า "สัญลักษณ์" รวมอยู่ในการขยายความของท่านด้วยหรือไม่ มิผิดหวัง...

ข้าพเจ้าจะมาสรุปทัศนะของข้าอีกครั้งหลังจากที่ได้ทำความเข้าใจกระบวนความคิดของท่านอย่างถ่องแท้ตามสติปัญญาขอข้าจะอำนวย

ปล.ท่านผู้อ่านอย่าสับสนระหว่าง "ต๊กโกวคิ้วป้าย" กับ "ตงฟางปุ๊ป้าย-บูรพาไม่แพ้" จากเดชคัมภีร์เทวดา (กระยี่เย้ยยุทธจักร) ซึ่งเป็นตัวละครจากบทประพันธ์ของกิมย้งทั้งคู่ แต่เป็นคนละตัวกัน "ต๊กโกวคิ้วป้าย" เป็นตัวละครที่ถูกกล่าวถึงใน "The Return of The Condore Herosre" และ "กระบี่เย้ยยุทธจักร" เท่านั้น ไม่มีภาคการประพันธ์ส่วนขยายเรื่องราวของตัวละครตัวนี้ ส่วน "ต๊กโกวคิ้วป้าย" ถูกเอ่ยอ้างในบทประพันธ์ช่วงใดบ้าง ถ้าสนใจลองไปสืบค้นกันดู.....

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
julyrhapsody วันที่ : 07/09/2008 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

ข้าฯ ขยายความเรียบร้อยแล้วและหวังว่าภารกิจของข้าฯ จะเสร็จทันเวลา (เพราะมัวแต่สำราญเขียนงานหว่องกาไว อิอิ)

ที่ท่านกล่าวมาถูกต้อง เนื่องจากหว่องกาไวพยายามนำเรา ๆ ท่าน ๆ "ย้อนอดีตจอมยุทธ์ขณะที่พวกเขาเริ่มต้นโลดแล่นอยู่ในยุทธจักร"

ข้าพเจ้าขอใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Eagle Shooting Heroes ไม่ใช่ Legend of Condor Heroes ตามแบบฉบับที่ใช้ปัจจุบัน และนิยายภาคภาษาไทยก็เปลี่ยนชื่อมังกรหยกเป็นจอมยุทธ์ยิงอินทรีแล้วเช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
kilroy วันที่ : 07/09/2008 เวลา : 00.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kilroy


ข้าพเจ้านำ Ashes of Time มานั่งดูใหม่อย่างพินิจพิเคราะห์เพื่อรอท่านนำมาขยายความ

ข้าพเจ้าอยากเสริมข้อมูลในส่วนของ "หลินชิงเสีย" สักนิดข้าพเจ้าดูจบในรอบอย่างนี้ตั้งใจโดยอ่านซับไทเทิ้ลภาษาอังกฤษประกอบ ข้าพเจ้าถึงฉุกคิดขึ้นได้ว่าตัวละครตัวนี้คือตัวใดในบทประพันธ์ของกิ้มย้ง "Defeat-seeking Loner" ที่แท้นั้นคือ "ต๊กโกวคิ้วป้าย" นั่นเอง

หว่องกาไหว่ใช้จินตนาการเชื่อมต่อตัวละครตัวนี้เข้ากับเรื่องได้อย่างบรรเจิด


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
julyrhapsody วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

ไอ๊หยา รีบร้อนเดินทางไปหน่อยเลยแนะนำผิดเรื่อง มิใช่เรื่อง Who’s the Woman, Who’s the Man (1996) แต่เป็น He’s a Woman, She’s a Man (1994) ซึ่งเป็นภาคแรก ที่เลสลี่จางเป็นนักแต่งเพลง หลิวเจียหลิง/carina lauเป็นนักร้องที่เขาปั้นจนดังเป็นซุปเปอร์สตาร์ ส่วนหยวนหย่งอี๋/anita yuan เป็นนักร้องใหม่ปลอมตัวเป็นชายเข้าวงการ ...ดิฉันชอบการ์ดดนตรีที่เสียงเพลงค่อย ๆ มอดพร้อมความรักที่ต้องจากลา ซึ้งเรียบ ๆ ดี

จริง ๆ คุณ jui ดูตามหลักแฟนหนังของหว่องกาไวเลยค่ะ ต้องดูหลาย ๆ รอบ เขาว่าหนังของหว่องจะยิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ (ขณะที่หนังทั่วไป หลังจากดูจบเราจะรู้สึกพอแล้ว อิ่มแล้ว)

โอว หนังกลางแปลงของคุณ fat_kj ดิฉันว่าได้อารมณ์ย้อนยุค เหมาะดูหนังกำลังภายในมากเลยนะเนี่ย ส่วนเวอร์ชั่นปรับปรุงใหม่ (redux) น่าจะเอาฉากที่ลบ ๆ ทิ้งไปมาใส่และทำดนตรีประกอบใหม่บางส่วน ดูโฆษณาเน้นเลสลี่จางมาก อาจเพื่อระลึกถึงศิลปินผู้ล่วงลับไปแล้วคนนี้

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
fat_kj วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/area
เพราะเรามองท้องฟ้า...ในองศาที่ต่างกัน 

เข้ามาอ่านการโต้ตอบกันในเม้นของท่านkilroyกับสหายjulyrhapsodyแล้ว ข้าน้อยเองก็มิอาจจะขีดเขียนอักษรใดๆลงๆไปได้อีก...

หนังเรื่องนี้น่าจะเคยดูเมื่อครั้งฉายหนังกลางแปลงแถวบ้านกระมัง
เพียงแต่มันก็เลอะเลือนจนจับความอะไรไม่ได้แล้ว
การจะเสวนากับท่านเจ้าของบล๊อกจึงไปต่อไม่ได้

แต่ก็หวังว่าจะเดินไปเจอดีวีดี เวอร์ชั่นREDUXนี่บ้าง
จะได้หยิบมาดู เพื่อว่าบางทีจะได้คุยกับท่านอย่างรู้เรื่อง



ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Jui วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 16.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

หนังเรื่องนี้มันมั่วอะจ๊ะ
ดูเท่าไหร่ๆก้ไม่เข้าใจ
แต่ชอบดาราเพราะเยอะมาก
โดยเฉพาะสาวสองพันปี
อย่างหลินชิงเสีย
ยังไง..ก็ดูจบครับ
หลายรอบซะด้วย
พอเขียนถึงภาพปรากฎทันที
แต่ยังไงๆก็บอกว่า

ดูไม่รู้เรื่องอะกา

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
kilroy วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kilroy

อันชื่อเรื่องของเอนทรีนี้ที่ท่านได้ตั้งขึ้นมา ก็อาจจะคลอบคลุมแก่นของ Ashes of Time ได้ดีและกระชับอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าท่านขยายออกมาให้เห็นอย่างแจ้งประจักษ์ คงจะสร้างประโยชน์ให้แก่เหล่าผู้ผ่านทางที่แวะมาพำนักที่นี่รวมถึงตัวข้าพเจ้าด้วยเป็นยิ่งนัก

ปล.ข้าพเจ้ารู้สึกสำราญในการแสดงความเห็นในเอนทรีนี้เป็นยิ่งนักและคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะได้รับสาสน์ครบถ้วนทุกกระบวนความ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
kilroy วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kilroy

อา ! สหายท่านกล่าวเกินไปแล้ว อันความเป็นมิตรระหว่างเพื่อนมนุษย์มิอาจถือเป็นบุญคุณแต่ประการใด ซึ่งท่านก็คงจะตระหนักดี เราต่างถือว่าได้แลกเปลี่ยนเคล็ดวิชาอันจะนำไปสู่การสังเคระห์เกิดความเข้าใจใหม่ในสิ่งเก่า อันเป็นไปตามกระบวนวิภาษวิธีของเฮเกล ดังนั้นขอท่านจงอย่าได้กล่าวถ้อยคำอันเป็นความรู้สึกหนักอึ้งต่อข้าพเจ้าที่ต้องแบกรับเอาไว้

ส่วนงานเพลงของ จางกั๊วเหวง (ออกเสียงแบบกวางตุ้ง น่าจะถูกนะ) ที่ท่านประสงค์จะแบ่งปันให้ข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าได้มีมันไว้ในครอบครองแล้ว

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
julyrhapsody วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'


สมควรแน่ เนื่องจากท่านเป็นสหายเก่า(ยังไม่แก่ เพราะแค่ 1 ปี) ของข้าฯ บุญคุณที่ท่านกรุณาเป็นมิตรอันเหนียวแน่น มิมีวันลืมเลือน

แต่วันนี้เอารายชื่อหนังที่ท่านสมควรชื่นชมของ leslie cheung ไปก่อน นอกจาก Days of Being Wild (1990), Farewell My Concubine (1993) และ Happy Together (1997) ที่เป็น Signature ของเขา เรื่องที่ไม่สมควรพลาดคือหนังโรแมนติคเบาสมองที่แสดงได้เป็นธรรมชาติมาก ๆ Who’s the Woman, Who’s the Man (1996) และ Viva Erotica! (1996)...เขาฝีไม้ลายมือดีออกนะ แต่บางเรื่องจะติดลีลาชะม้อยชะม้ายชายตาราวกับโอเวอร์แอ็คเล็กน้อย

ป.ล. 2 เพลงโปรดที่ว่านั้นคืออะไร ข้าฯ มีอัลบั้มรวมฮิตที่แพ็จเกจจิ้งทำเป็นอัลบั้มภาพเก่า ๆ จะได้เผื่อแผ่ท่านภายภาคหน้า

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
kilroy วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 01.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kilroy

นึกว่าตัวเองต้องเลิกเขียนบล็อกไปก่อนถึงจะได้อ่าน 555

ไม่ทราบภูมิหลังของเฮียหว่องเลยนอกจากพอจะทราบว่าผลงานของเขามีเรื่องอะไรบ้าง เลยไม่ทราบว่าเขาโปรดปราน โกวเล้ง หรือ กิมย้ง มากกว่ากัน แต่มีความเชื่อว่าเขาต้องชื่นชอบ สุดยอด 5 ยอดฝีมือ อันประกอบไปด้วย

กลางอิทธิฤทธิ์ - เฮ้งเต็งเอี๊ยง
ยาจกอุดร - อั้กชิกกง
ภูตบูรพา - อึ้งเอี๊ยะซือ
พิษประจิม - อาวเอี้ยงฮง
อ๋องทักษิณ - ต้วนตี่เฮง
จาก The Legend of Condor Heroes บทประพันธ์ของกิมย้งแน่ๆ

ด้วยความชื่นชอบในตัวละครดังกล่าวเฮียหว่องเลยต้องการนำมาขัดสีฉวีวรรณใหม่และนำเสนอในสไตล์ของตัวเอง ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะเรียกว่าสไตล์อะไรดี (ไม่มีความรู้) ตอนรู้ว่าเฮียหว่องจะทำโปรเจคท์นี้ก็คิดไว้ว่าคงไม่ได้เน้นบู๊แน่นอน แต่รอดูว่าเฮียเขาจะตีความตัวละครที่เขาเลือกมาผูกเรื่องใหม่บางตัวอย่างไร จะมีคราบไคลเดิมจากบทประพันธ์ของกิมย้งหรือไม่ พอดีตัวเอง (คนเม้นท์) มีความรู้ตื้นเขินเกี่ยวกับบุคลิกลักษณะของตัวละครเดิม ก็เลยมองว่าคงหยิบแก่นลึกๆ (ลึกมากๆ) ของตัวละครนั้นๆ มาเล่นบนสตอรี่ใหม่ ซึ่งส่วนตัวแล้วก็ยังดูไม่น่าสนใจนักอาจเป็นเพราะได้ดูครั้งแรกจากวิดีโอไพเรท และได้มาดูอีกทีแบบไม่ตั้งใจนักจากแผ่นวีซีดี ก็เลยอาจจะไม่ได้รับเมสเส็จสำคัญที่เฮียหว่องต้องการสื่อออกมา

ตามที่เจ้าของบล็อกวางเฟรมใหญ่ๆเกี่ยวกับสไตล์ของหว่องไว้ที่ “อารมณ์” เป็นสำคัญขึ้นอยู่กับแต่ละปัจเจกจะเข้าไปเสพสังวาสร่วมกับงานเขาแล้วได้ผลประการใด อันนี้ผู้แสดงความเห็นเห็นด้วยกับท่านเป็นยิ่งนัก เพียงแต่ว่าในแต่ละผลงานของเขาน่าจะมี อารมณ์เฉพาะตัวของเรื่องนั้นๆ อยู่ ซึ่งข้าพเจ้าใคร่ขอให้ท่านช่วยขยายแก่น (theme) ของ Ashes of Time ในทัศนะของท่านให้มากกว่านี้อีกสักนิด ให้ข้าพเจ้าได้หูตาสว่างขึ้นสมกับการที่ข้าพเจ้ารออ่านมาเป็นเวลานาน และไม่ได้ลืม

แล้วแต่ท่านจะเห็นสมควร (สำนวนช่วงท้ายไปกันใหญ่แล้ว)

ปล. ไม่เกี่ยวกับเรื่องนักแต่จะบอกว่า เลสลี่ จาง เป็นดาราที่ข้าพเจ้าชอบฟังเสียงพูดที่เป็นภาษากวางตุ้งของเขามาก ฟังดูเศร๊า เศร้า ส่วนงานเพลงของเขาข้าพเจ้ามีเพลงโปรดที่ชอบมากๆ ของเขาสองเพลง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
julyrhapsody วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 00.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

มาพร้อมโหวตเชียว (ขอบคุณคะ)

อยากจะเพิ่มเติมว่า
- ดิฉันชอบกิมย้งมากกว่าโกวเล้ง (ทำให้พักหลัง ๆ รู้สึกเบื่อหนังของคุณหว่องฯ ประมาณหนึ่ง หรืออาจเป็นเพราะมีคนมากมายแสดงความเหงา อ้างว้างผ่านหนังของแกอยู่แล้ว.. อิอิ)
- หนังเรื่องนี้เป็นหนังของหว่องฯ เรื่องเดียวที่เป็น VCD format ซื้อจากฮ่องกงแล้วต้องอ่านตัวอักษรภาษาอังกฤษบรรยายเล็กกระจิ๊ดส์ แต่ก็ได้อารมณ์ดีมากเลยคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kilroy วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 00.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kilroy


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]