• julyrhapsody
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thejulyrhapsody@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 325612
  • ส่ง msg :
  • โหวต 149 คน
attitude is everything
"it is not enough to have a key to open a door"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน 2551
Posted by julyrhapsody , ผู้อ่าน : 4136 , 20:22:16 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แม้เขาจะลาจากโลกนี้ไปแล้วเมื่อวันที่ 4 ที่ผ่านมาด้วยมะเร็งคร่าชีวิต Michael Crichton ก็ยังทิ้งผลงานตราตรึงไว้ในความทรงจำของหลาย ๆ คน

ที่ประทับใจที่สุดสำหรับดิฉันก็ต้อง "สวนไดโนเสาร์" (Jurassic Park) ที่เหมือนชุบชีวิตให้สัตว์โลกล้านปีมาโลดแล่นอยู่ในยุคสมัยใกล้เคียงกับเราได้อีกครั้ง แม้ว่ามนุษย์ที่น่าชังจะปฏิบัติต่อสัตว์อื่นได้เพียงกักขังไว้ใน "สวนสัตว์" ให้ชื่นชมตามอำเภอใจ แต่ก็ได้รับ"บทเรียน" จากการพยายามเอาชนะธรรมชาติที่ผิดกระบวนของวิวัฒนาการในที่สุด

และนิยายของเขานำไปสู่การสร้างหนังเรื่อง Jurassic Park (1993) ซึ่งก็เป็นหนึ่งในหนังฮอลลีวู้ดไม่กี่เรื่องที่ดิฉันชื่นชอบด้วยเหตุผล.....

หนึ่ง) ดิฉันไม่มีวันโตเป็นผู้ใหญ่ ยังคงชอบสัตว์ประหลาด ๆ และอยากเห็นไดโนเสาร์ตัวเป็น ๆ  ....โอ้ เกาะแห่ง Isla Nublar ชุ่มชื้นเขียวขจี ที่ ๆ เราสามารถสัมผัสตัวจริงของ T. Rex, raptors, Dilophosaurus, Brachiosaurus เป็นต้น แหม ถ้ามีจริงก็ดีนะคะ รับรองไม่ร้องไห้งอแง ไม่กลัวโดนไดโนเสาร์เขมือบด้วย ถือว่า see dino and die ก็แล้วกัน

สอง) ดิฉันชอบคนที่มีความฝัน (หรือนัยหนึ่งคือ "บ้า") นั่นก็คือคุณลุง John Hammond เจ้าของสวนไดโนเสาร์และการวิจัยโคลนนิ่งไดโนเสาร์ เพียงแต่ว่าความฝันนำไปปฏิบัติได้จริง แต่ลืมมองโลกอย่างรอบคอบ(แปลว่ามองโลกในแง่ร้าย)ไปหน่อย การมี John Hammond ทำให้หนังไม่ทึมทึบอัดไปด้วยความตื่นเต้นหวาดเสียวและโหดร้ายเพียงอย่างเดียว ยกคุณค่าภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมาได้อีกโข

วาทะเด็ดตบท้ายด้วย "life will find the way" ยังไง ๆ คนเราก็เอาชนะกฏธรรมชาติไม่ได้

- - - - - - - - - - - -

นั่นแสดงให้เห็นถึงแนวคิดตรรกะส่วนหนึ่งของ Crichton สมกับที่เรียนด้านแพทย์จาก Harvard University แต่กลับไม่เคยรักษาคนไข้เลย หันมาเอาดีทาง "ความรู้เชิงจินตนาการ" เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง The Terminal Man (1972) Congo (1980) Jurassic Park (1990) Rising Sun (1992) The Lost World (1995) หรือจะเป็นผู้อำนวยการสร้าง เช่น ซีรีส์หมอยอดฮิต ER ตลอดจนนักเขียนบท กำกับหนัง และบรรยายให้ความรู้ในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นบางคราว

 ด้วยความโด่งดังของ Jurassic Park ทำให้  Crichtonยังมีไดโนเสาร์เป็นของตัวเองด้วย คือ Crichtonsaurus bohlini ที่ค้นพบซากฟอสซิลกันในเมืองจีน โดยให้เกียรตินำชื่อของเขามาผสมกับ Birger Bohlin บุคคลสำคัญที่ชาวจีนยกย่องในฐานะเป็นผู้ยืนยันว่ามนุษย์ปักกิ่งมีอยู่จริง

แน่นอนว่า Crichton ไม่ได้ชื่นชอบแค่สัตว์โลกล้านปี หรือลิงยักษ์ แต่เขาเป็นหนึ่งในผู้คนที่ไม่ยอมรับว่ามีมนุษย์ต่างดาวและจานบินเพราะยังหาหลักฐานพิสูจน์ไม่ได้ และมีความคิดเห็นแตกต่างจากนักวิทยาศาสตร์อื่น ๆ เรื่องภาวะโลกร้อน จนเป็นที่มาของวาทะเสียดเย้ยว่า "มนุษย์ต่างดาวอยู่เบื้องหลังภาวะโลกร้อน"  (Aliens Cause Global Warming: http://www.michaelcrichton.com/speech-alienscauseglobalwarming.html)

โดยย้ำว่า "ผมไม่ได้โจ้กนะเนี่ย...ผมซีเรียส"

การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่ Michael Crichton บอกว่า "ไม่มีความเป็นวิทยาศาสตร์"

เขาบอกว่า นับตั้งแต่ "การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก" (The Search For Extra-terrestrial Intelligence หรือเรียกย่อๆ ว่า SETI ) "ช่วงไร้แสงเพราะนิวเคลียร์" (Nuclear Winter) "ควันบุหรี่มือสอง" (Second hand smoke)ที่สร้างอันตรายแก่คนไม่สูบบุหรี่เพราะสูดดมควันเข้าไป ตลอดจนเรื่อง "ภาวะโลกร้อน" (Global Warming)  สะท้อนถึงการจับแพะชนแกะของนักวิทยาศาสตร์ที่โยงเรื่องโน้นเรื่องนี้เข้าด้วยกันโดยยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ ซึ่งเขาก็ไม่เคยหยุดประชดหาว่า "แนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ต่างกับความเชื่อทางศาสนา" (Environmentalism as a religion)  อีกต่างหาก

ดังนั้นนิยายเกี่ยวกับผู้ก่อการร้ายด้านสิ่งแวดล้อม (eco-terrorists) เรื่อง State of Fear (2004) ของเขาก็บรรจุแนวคิดแย้งเหล่านี้ไว้ด้วย โดยอ้างข้อมูลสถิติตัวเลขที่ค้นพบกันอย่างเป็นระบบแต่ตีความหมายว่าไม่เห็นจะเป็นปัญหาอะไร จนนักวิทยาศาสตร์คนอื่น(รวมทั้งแบรนด์ดังแห่งภาวะโลกร้อน - นาย Al Gore) ต้องออกมาวิจารณ์อย่างหนัก ทั้ง ๆที่หนังสือเรื่องนี้ได้รางวัลสมาคมนักธรณีวิทยาปิโตรเลียมอเมริกันปี 2006 เพราะว่าบิดเบือนข้อมูลของคนอื่น

"นี่เป็นนวนิยายแต่อ้างอิงหลักฐาน ชื่อบุคคล สถาบันและหน่วยงานที่มีอยู่จริง" ("This is a work of fiction... However, references to real people, institutions and organizations that are documented in footnotes are accurate. Footnotes are real.")

เช่นในหน้า 182 เขียนโจมตีองค์กรพิทักษ์สัตว์ ที่เรารู้จักกันในนาม PETA (People for the Ethical Treatment of Animals) อ้างว่าให้การสนับสนุนเงินทุนต่อ ALF หรือ Animal Liberation Front นับเป็นการกระทำไม่ดี เพราะ  ALF เป็นองค์กรหัวรุนแรงเข้าข่าย Eco-terrorist เพราะเป็นกลุ่มใต้ดินที่มีปฎิบัติการสุดขั้วเช่น เผาภัตตาคาร, ทำลายโรงชำแหละเนื้อสัตว์, ทุบห้องทดลองต่าง ๆ เป็นต้น

 

Animal Liberation Front: http://www.animalliberationfront.com/

พร้อมกันนี้ในหน้า 245, 488 และ 565 ของนิยายเรื่องนี้ก็กล่าวว่านักสิ่งแวดล้อมใช้ประโยชน์จากสื่อสร้างกระแสให้ตื่นกลัว ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน และขยายอิทธิพลทางการเมือง จนสร้างตึกใหญ่โต มีพนักงานทำงานคอมพิวเตอร์เยอะแยะ แต่ไม่ได้เน้นการทำวิจัยที่เป็นประโยชน์สักเท่าไหร่

หรือจะเป็นแนวคิดสนับสนุนให้อเมริกาถอยห่างจากพิธีสารเกียวโต เพราะเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น และไม่อาจประสบความสำเร็จได้จริง

ทำให้ Dr. Daniel P. Schrag ผู้อำนวยการของศูนย์สิ่งแวดล้อมแห่งฮาร์วาร์ด (Center for the Environment at Harvard University) ออกประนามรางวัลที่ Crichton ได้รับว่าเป็น "ความน่าละอายสุด ๆ" 

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใครจะถูกหรือผิด ในที่สุด Life ก็ "finds the way" ให้กับ Michael Crichton ก่อนที่จะได้พิสูจน์สาเหตุที่แท้จริงของเรื่องราวต่างๆ ที่เขาได้วิพากษ์วิจารณ์ไว้

ไม่ว่าจะมะเร็งหรือภาวะโลกร้อน .....ก็เป็นกฏธรรมชาติทั้งสิ้น

Michael Crichton: October 23, 1942 - November 4, 2008

Rest In Peace




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
julyrhapsody วันที่ : 17/11/2008 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

จริง ๆ ไม่ค่อยชอบอ่านนิยายเท่าไหร่หรอก ชอบเรื่องที่มันมี fact แต่ต้องเขียนให้สนุก (ที่ไม่ได้แปลว่าโม้มากเกินไปจนน่ารำคาญ) มีแก่น สาระ ไม่ได้มีแต่เกร็ด ฟุ้ง ๆ ไปด้วยอารมณ์

เรื่องแกเห็น Aura ไม่ค่อยเชื่อหรอกค่ะคุณพี่วินสตัน ก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันนะที่เชื่อว่าบางอย่างที่อธิบายไม่ได้นั้นมีอยู่ แต่ก็ไม่ยอมเชื่อทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
winston วันที่ : 17/11/2008 เวลา : 08.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adayinthelife
http://blip.fm/winstonbkk ดีเจออนไลน์ง่ายกว่ากินกล้วยที่ปอกไว้แล้ว

โดยส่วนตัวเฉยๆกับ Jurassic Park แต่ตะลึงกับจินตนาการใน Spheres และใน Travels ก็ให้ขบคิดยิ่งนักกับกรณีที่เขาเห็น aura บนหัวผู้คน.... ไม่นึกว่าแกจะอายุสั้นขนาดนี้เลย...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
julyrhapsody วันที่ : 14/11/2008 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

ข้อเสียเดียวกันเปี๊ยบ แล้วเราก็เรียนวิทยาศาสตร์เหมือนกัน

ไม่ต้องถ่อมตน ใครจะเขียนหนังสือสนุกให้ดิฉันยอมอ่านได้ ในโลกนี้มีน้อยมาก (ฮาๆ) และดิฉันก็นับถือด้วยที่คุณใช้เวลาเขียนนาน แสดงถึงความละเอียด ตั้งใจ

พยายามต่อไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 14/11/2008 เวลา : 21.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

นับถือครับที่เขานำวิชาความรู้มาประยุกต์กับการเขียนหนังสือได้ ผมเองก็เรียนมาทางวิทยาศาสตร์และอยากนำมาใช้แบบนี้บ้าง

ขอบคุณมากครับ
ที่จริงผมก็ยังไม่ได้เขียนดีมากหรอกครับ แต่ละเรื่องที่เขียนก็ต้องใช้เวลาเยอะ (ไม่ใช่ง่ายๆ เลย)
ผมก็ชอบเขียนมานานแล้วเหมือนกัน ตั้งแต่เรียนมหาลัย
นิยายก็เคยเขียนครับ แต่ยาวไป เลยไม่จบ ตอนนี้ก็หมกไว้ในเครื่องคอมนี่แหละ
ข้อเสียของผมคือเป็นพวกสนใจอะไรใหม่ๆ ง่ายไป เลยไม่ค่อยมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะมันจะทำไม่เสร็จสักอย่าง

เพชรพระอุมา เคยเปิดๆ บ้าง ตอนสมัยเรียนครับ แต่ยังอ่านไม่จบเลยสักกะเล่ม เห็นมั้ยครับ ว่าเป็นพวกทำอะไรไม่จบสักอย่าง

แต่พอได้มาเจอบล็อกโอเค ก็ดีขึ้นครับ ทำให้เราต้องมีวินัยในการทำอะไรให้เสร็จบ้าง

คุยซะยาวเลย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
julyrhapsody วันที่ : 14/11/2008 เวลา : 18.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

ใช่เลย โลกลี้ลับของสัตว์โลกล้านปี พิศวง
ดูหนังแล้วถ้าเราหลอนตัวเองชั่วคราว ก็อยากเข้าไปผจญภัยนะเนี่ย

แล้วไม่ทราบคุณนาฬิกาลืมเวลาอ่านเพชรพระอุมากับเขาด้วยหรือเปล่าเนี่ย

เส้นทางการเป็นนักเขียนของ Crichton น่าสนใจอยู่นะ ดูแล้วคงได้รับการสนับสนุนจากพ่อที่เป็นนักเขียน ขณะเดียวกันเขาก็ชอบเขียนมาตั้งแต่เด็ก และยังเป็นการใช้จินตนาการหลบหนีจากความเป็นจริงได้ชั่วคราว ต้นแบบที่เขาเชิดชูคือ Mark Twain และ Alfred Hitchcock

แต่พอ Crichton ชั่งใจดูแล้วมองว่าเขียนหนังสือคงไม่พอกิน จะเล่นบาสเก็ตบอลก็ไม่เก่งพอ ก็เลยตัดสินใจว่าเป็นหมอดีกว่า แต่พอเรียนหมอก็ไม่ได้ออกมาเป็นหมอ แต่เขาประสบการณ์นักเรียนแพทย์มาทำซีรี่ส์ ER แทน แล้วอาชีพนักเขียนกลับทำเงินให้เขามากกว่าที่เคยคิด เหมือนวงจรมันย้อนกลับ แปลก ๆ ดี

ตอนเด็ก ๆ ดิฉันก็ชอบทำหนังสือเองสนุก ๆ ใช้เครื่องพิมพ์ดีดรุ่นสุดคลาสสิคจิ้มสองนิ้ว ตอนอยู่มหาวิทยาลัยก็ทำจุลสารประมาณว่าเอามันส์ แต่ป่านนี้ก็ยังเขียน (บล็อก)ได้ไม่ดีเท่ากับคุณนาฬิกาลืมเวลาเล้ย จะไม่ลองเขียนนิยายมั่งหรือคะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 12/11/2008 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

เพิ่งทราบข่าวครับ
น่าเศร้านะครับ นักเขียนเก่งๆ แบบนี้

จูแรสซิกปาร์กยังเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่มาจนบัดนี้ จำได้ว่าหลังจากไปดูหนังในโรง ด้วยความประทับใจแบบสุดๆ
ผมรีบกลับมานั่งอ่านฉบับนิยาย เล่มหนาปึ้ก ตอนนั้นอายุแค่ 14 เอง
อ่านแบบวางไม่ลงเลยครับ
รู้สึกว่าเป็นนิยายที่ยิ่งกว่านิยายครับ มันช่วยสร้างจินตนาการให้คนทั้งโลก...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
MoneyPenny วันที่ : 07/11/2008 เวลา : 15.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moneypenny
If you like me...run away now!

กรี๊ดดด ว่าจะแวะมาหายงานตัวและหัวที่หายไป แต่อย่าว่าอะไรเลยนะ กรี๊ดมากที่เห็นรูปโพรไฟล์อันใหม่ ช้อบบบบบบ

คุณจูไลแร็ปสบายดีนะคะ คิดถึงงงง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
julyrhapsody วันที่ : 07/11/2008 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'


งั้นต้องแจกลายเซ็นต์ให้คุณหมีหน่อยแร้ว

เมื่อคืนเขียนเอนทรีนี้เสร็จ ดิฉันก็หยิบหนังสือบันทึกเรื่องราวประสบการณ์บางเสี้ยวของแก ชื่อว่า "Travels" มาอ่าน
http://www.amazon.com/Travels-Michael-Crichton/dp/0060509058/ref=sr_1_1?ie=UTF8&s=books&qid=1226045670&sr=1-1

ในนั้นมีตอน Bangkok ซึ่งแกเมาท์ Hongkong รวมไปก่อนถึง 4 หน้าก่อนมาเข้าเรื่อง ตอนแรกก็มีแอบหมั่นไส้เล็กน้อย เพราะอย่างที่เรารู้กันว่าฝรั่งจะดูเหมือนโม้เล็กน้อย-ปานกลาง (บวกกับเป็นนักเขียน Oh my...)

แกมาพักอยู่กับเพื่อนฝรั่งที่สุขุมวิท เพื่อนเตือนด้วยกฏข้อห้าม 4 ข้อ ปรากฎว่าคุณ crichton แหกไปสาม แต่สุดท้ายแกก็สรุปดี มีความนอบน้อมถ่อมตนว่า..ดูเหมือนตัวเองจะไม่รู้จักเอเซียสักเท่าไหร่เล้ย ต้องเดินทางให้มากกว่านี้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
julyrhapsody วันที่ : 07/11/2008 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'


งั้นก็รูปนี้ จะได้ดู "ชีวิตจริง"ขึ้นมาหน่อย บวกลบคูณหารอายุก็ 66 ปีค่ะ

เช่นกันค่ะคุณเบ็ค ดิฉันก็ชอบอยู่เฉพาะภาคแรกแหละค่ะ ด้วย 2 เหตุผลที่บรรยายไปแล้ว เพราะดูมีความคิดสร้างสรรค์ เหตุ-ผลและมีชีวิตชีวากว่ามาก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
apooh วันที่ : 06/11/2008 เวลา : 23.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle

หมีชอบนะคะคนที่มั่นคงในความคิดของตัวเองไม่ว่าความคิดนั้นจะ เหมือนหรือแตกต่างกับของคนส่วนใหญ่หรือไม่ก็ตาม((แบบสันติด้วย ยิ่งชอบใหญ่))

ที่ว่ามานี่ หมายถึงทั้ง ไมเคิลและจูไล เลยนะคะ


เพิ่งทราบว่าแกเสียก็จากเอนทรี่ของคุณจูไล ติดตามผลงานแกอยู่เหมือนกันค่ะ อ่านไปเรื่อยแบบไม่ได้จำว่าใครเขียน ต้องให้คุณจูไลบอกถึงได้รู้ว่าที่เคยอ่านน่ะ ผลงานแก อ่านเอามันส์อย่างเดียวเลย

ขอให้แกไปสู่สุขตินะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
beckyblooms วันที่ : 06/11/2008 เวลา : 21.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

ยังดูหนุ่มอยู่เลยนะคะเนี่ย..!
ส่วนตัวแล้วฉันชอบคองโกนะ.. ดูแล้วเศร้า.. สงสารลิง!
เรื่องอื่นก็ชอบ ..แต่จำได้ว่า ตอนดูจูราสสิค ปาร์ค ตื่นตาตื่นใจมากกกกก แต่ภาคหลังไม่ไหว.. ไม่มีอะไรที่ซัพพอร์ตให้ดูน่าเชื่อถือได้ ไม่เหมือนภาคแรก..
ที่แค่ทำเป็นแอนิเมชั่นอธิบายกำเนิดไดโนเสาร์ใหม่ ฉันก็ว่า มันน่าจะได้นะคะ..
เขียนตั้งยาว..แต่ชอบ คองโกมากกว่า ไม่รู้เป็นไร..!

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]