• จูพเนจร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jupanejohn@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-03
  • จำนวนเรื่อง : 61
  • จำนวนผู้ชม : 61193
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
จู พเนจร
ศิลปศาสตร์เป็นเครือญาติของวรรณกรรม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jupanejorn
วันศุกร์ ที่ 23 เมษายน 2553
Posted by จูพเนจร , ผู้อ่าน : 1093 , 23:53:22 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ท่าทีของสุภาพบุรุษและนักประชาธิปไตย

โดย ธรรมเทพ

 

นายกฯอภิสิทธิ์มีท่าทีของสุภาพบุรุษนักประชาธิปไตย

แต่การแสดงออก แย้งอยู่หลายๆอย่าง เช่นการอวดอ้างคำว่านักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่าคนธรรมดาทั่วไป เมื่อเรียกร้องกับคนอื่น แต่เมื่อมีผู้เสียชีวิตทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชน ในเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 กลับไม่มีท่าทีความรับผิดชอบหรือสำนึกใดๆในความผิดพลาดของตนเองเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังใส่ร้ายป้ายสีผู้ชุมนุมอย่างเลือดเย็นไม่ต่างจากการกระทำ

นอกจากนี้ก่อนหน้านั้น ยังเชิญชวนให้กลุ่มคนออกมาต่อต้านกลุ่มคนเสื้อแดงโดยพูดในท่วงทำนองว่า ให้ต่อต้านการกระทำที่รุนแรง และพูดให้ดูดีขึ้นนิดหน่อยว่าแม้แต่ในกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยกันเองก็ตาม ทั้งๆที่ถ้ามีการใช้ความรุนแรงใดๆ ย่อมเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องไปจัดการดูแล มิใช่การเรียกร้องให้ประชาชนลุกฮือขึ้นมาต่อต้านหรือจัดการโดยการเรียกร้องของรัฐบาลเองแต่ต้น อย่างน้อยก็ไม่ใช่หน้าที่หลัก และเป็นการคาดการณ์เอา การประกาศเชื้อชวนล่วงหน้า ตั้งแต่กลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มเดินทางเข้ามาเช่นนั้น เป็นเสมือนการเรียกร้องหรือปูทางให้พี่น้องประชาชนปะทะปะทั่งกัน โดยถือเป็นความบกพร่องทางวุฒิภาวะ หรือไม่ก็อคติทางการเมืองโดยแท้จริง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องพื้นๆที่ใครๆก็ไม่ยอมรับอยู่แล้ว ไม่รู้จะ(เจตนา)พูดไปทำไม แต่รัฐบาลกลับใช้เป็นเครื่องมือหรือวิธีการในการรับมือกับการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

เช่นเดียวกับกรณีการตั้งโต๊ะเจรจา รัฐบาลกล่าวอ้างถึงการยุบสภาตามข้อเรียกร้องอาจไม่ใช่ทางออกหรือแก้ไขปัญหา เพราะจะมีกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยออกมาประท้วงเหมือนกัน พร้อมๆกับการอ้างเหตุผลเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องผ่านงบประมาณต่างๆ ถามว่าหากกลุ่มคนที่ออกมาเรียกร้องเห็นด้วยกับการยุบสภาทั้งหมดหรือโดยส่วนมาก ร่วมกับกลุ่มเสื้อแดง(ซึ่งจริงๆแล้วกลุ่มคนเสื้อแดงก็ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของประเทศ) นายกฯอภิสิทธิ์จะยังยืนยันเรื่องเหตุผลของไม่ยุบสภาเหมือนเดิมหรือไม่ ถ้าใช่ ก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องกล่าวอ้างว่ามีกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยเท่านั้นเท่านี้ เพราะนั่นไม่ใช่เหตุผลเรื่องการไม่ยุบสภาอย่างที่รัฐบาลกล่าวอ้างหรือยืนยันแต่อย่างใด จึงเห็นได้ชัดว่าเป็นการอาศัยพวกมากลากไปเพื่อเป็นข้ออ้างในการสนับสนุนให้รัฐบาลไม่ยุบสภาตามข้อเรียกร้องมากกว่า โดยที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเหตุผลในการไม่ยุบสภาเลย และไม่ได้คำนึงถึงผลพวงของการปะทะกันระหว่างประชาชนที่มาเรียกร้องการเมืองใดๆต่อไป เพียงเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการไม่สนองข้อเรียกร้องให้กับตัวเอง

การอ้างเช่นนั้น ต่อไปหากมีการชุมนุมประท้วงของชาวนา ก็ต้องอ้าง(หรือหาพวกสนับสนุนค้านข้อเรียกร้อง)ว่าต้องถามกลุ่มเจ้าของโรงสีหรือชาวสวนอื่นๆก่อน ประเด็นก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้การเรียกร้องของประชาชนต่อไปนี้โดยที่รัฐบาลไม่เห็นพ้องคือการสร้างความเดือดร้อนวุ่นวายต่างๆมากกว่า ลักษณาการจัดการและวิธีคิดแบบนี้ คือการกลบเกลื่อนบ่ายเบี่ยงประเด็น ถ้ารัฐบาลไม่เห็นด้วยหรือไม่อยากทำตามข้อเรียกร้องเสียอย่าง ก็จะต้อง(อ้างว่าต้อง)ถามทุกภาคส่วนก่อน และรัฐบาลก็ไม่ต้องแก้ปัญหาอะไรและจะถือไพ่ใบนี้เป็นมาตรฐานไว้ตลอดไป

ผู้เรียกร้องก็คือผู้ต้องเห็นพ้องด้วยกับรัฐบาล หรืออาศัยคนหมู่มากลากไปเท่านั้น และนั่นคือท่าทีของการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จของรัฐบาลที่คำก็อ้างสองคำก็อ้างประชาธิปไตย โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องมีเหตุผล หรือฟังเหตุผลใดๆต่อไปก็ได้ สมกับฉายาที่สื่อเคยตั้งให้ว่า "หล่อหลักลอย"นั่นเอง.

 

ปล.

เช่นเดียวกับการแถลงของพลเอกเชาวลิต กับอดีตนายกฯสมชายในการขอพระราชทานเข้าเฝ้าในหลวงฯเพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาหาทางออกให้กับสถานการณ์บ้านเมืองในที่เพิ่งผ่านมา  กลับถูกนายกฯอภิสิทธิ์กล่าวว่าเป็นการไม่เหมาะสม จะไม่ผิดอะไรเลยถ้าไม่ใช่แต่ก่อนหน้านั้นตัวเองก็เคยเสนอขอนายกฯพระราชทานเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติของบ้านเมืองเหมือนกัน โดยกล่าวอ้างว่าคนละกรณีเหตุการณ์กันซึ่งครั้งนั้นของตนคนส่วนใหญ่เห็นด้วย (แต่เอาเข้าจริงแล้วคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย) ต่างกับครั้งนี้

แต่ประเด็นปัญหาก็คือหัวใจหรือหลักการของมันก็คือการแก้ไขคลี่คลายสถานการณ์ให้กับบ้านเมืองเหมือนๆกัน ซึ่งตนเองก็เคยกระทำ ถ้ายืนยันว่าด้วยหลักการและเหตุผลก็ไม่ต้องไปสนใจเรื่องเสียงสนับสนุนมากน้อยกว่ากันมิใช่หรือ แต่ถ้าเอากระแสเสียงส่วนใหญ่เป็นหลักแล้ว เหตุและผล(ซึ่งก็มีเป้าประสงค์ในทิศทางเดียวกันนั้น)จะมีประโยชน์อะไรในการกล่าวอ้างเรียกร้องผิดถูกชั่วดีเล่า

นอกจากนายกฯคนนี้จะสนใจเรื่องเสียง(สนับสนุน)ส่วนใหญ่ มากกว่าหลักการที่ตนเองชอบกล่าวอ้างเสมอมานั่นเอง.

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จูพเนจร วันที่ : 25/04/2010 เวลา : 20.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jupanejorn

ตอบ คห1
อันที่จริง ผมไม่ได้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในประเด็นการขอเข้าเฝ้าหรือขอนายกฯพระราชทานฯ
เหตุการณ์การเมืองไม่มีอะไรเสถียร ครั้งที่พลตรีจำลอง กับนายกฯสุจินดา จะมาเปรียบเทียบครั้งนายกฯอภิสิทธิ์หรือครั้งพลเอกเชาวลิตก็คงไม่เหมือนกัน คำว่าต่างกันมาก ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะให้เหตุผลอะไร เสียงส่วนใหญ่หาใช่ความถูกต้องเหมาะสมเสมอไป ในบางเรื่องบางกรณี
ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับการทำตัวเป็นลูกที่ไม่รู้จักโต อะไรๆก็อ้างพ่อ แต่ลูกต้องรู้จักแก้ไขคลี่คลายปัญหาเอาเอง
ถ้าพูดถึงสถาบัน สิ่งที่คนไทยถนัดที่สุดรู้สึกว่าจะใช้มาเป็นเครื่องมือใส่ร้ายป้ายสีคนที่ไม่เห็นด้วยทางการเมืองตลอดมา จึงมีการพูดถึงสถาบันในเชิงวิชาการอยู่หลายๆฝ่าย ในส่วนที่มีปัญหาหรือความเหมาะสมตามยุคตามสมัย ปรับปรุงเพื่อเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีที่เป็นธรรม เช่นกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ฯลฯ ซึ่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเองก็ทรงตรัสไว้ว่า The King Can Do No Wrong ทั้งนี้มิได้แปลว่าการมีความเห็นในสถาบันพระมหากษัตริย์ จะเป็นการไม่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หรือล้มล้างถาบันอะไรแต่อย่างใด แต่ทุกคนก็พยายามจะโยง หรืออะไรๆก็ชูป้าย ทำอย่างนั้นทำอย่างนี้เป็นพวกไม่รักชาติ เป็นคนไทยหรือเปล่า บางครั้งแม้แต่เรื่องเถียงกันข้างๆคูๆ

แต่ประเด็นปัญหาที่บทความพูดถึง เป็นการพูดถึงท่าทีของการแสดงออก ว่าผู้ที่พูดจะยึดหลักการหรือคำพูดของตัวเองเป็นนาย หรือ(พ่วง)เอากระแสต่างๆนานาทางการเมืองมาเข้าพวกด้วย แบบพฤติกรรมแบบกินรวบเบ็ดเสร็จเพื่อยืนยันความคิดของตัวเอง แต่ต้องไม่ลืมว่ากระแสการเมืองมันพลิกกลับขั้วได้ สมมุติมีเหตุการณ์วิปโยคมิคสัญญีขึ้น หรือน้อยกว่านั้น เช่นเปลี่ยนความคิดเห็น แล้วฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาแต่แรกลุกขึ้นมาเรียกร้องให้ยุบสภา นายกฯอภิสิทธิ์จะอ้างคนเหล่านั้น คู่ขนานมากับเหตุผลของการไม่ยุบสภาหรือไม่เท่านั้นเอง

คุณคห.2
ตอนนี้มีแต่ภาพคนเสื้อแดงนะครับ แต่ไม่มีเสียงเล็ดรอด ยกเว้นสื่อที่เชลียร์หรือเห็นด้วยกับรัฐบาล สื่อของเขาก็โดนปิดกั้น สื่อเวบไซต์ที่เห็นต่างก็โดนปิดเกลี้ยง ปิดหูปิดตาประชาชนยังไม่พอ ยังปลุกระดมกรอกหูกรอกตาประชาชนให้เกลียดชังใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายผู้ชุมนุมและเข้าข้างรัฐบาลอยู่ฝ่ายเดียว ย้ำๆซ้ำๆ และยิ่งกระหน่ำซ้ำเติมอย่างไม่หยุดยั้ง ไปดูทีวีช่องหอยม่วง (ที่ตอนนี้มีตัววิ่งใต้ช่องทีวีตลอด 24 ชั่วโมง) ออกข่าวแต่ทหารเสียชีวิต พอคลิปเจ้าหน้าที่ทหารเอาปืนจ่อหัวตำรวจที่ไล่ไปจับผู้ก่อการร้ายที่วิ่งเข้าไปดงทหาร โดนปลด ฯลฯ
อาการที่แสดงออกเหล่านี้ มากๆเข้าเป็นการแสดงออกของคนที่กลัวความจริงอะไรจะปรากฎให้รับผิดชอบหรือ เป็นการแสดงออกของสุภาพบุรุษหรือนักประชาธิปไตยละหรือ ปิดสื่อ ปูพรมให้คนเกลียดชังคนที่มาเรียกร้องประชาธิปไตยโดยสันติวิธี เพื่อหาโอกาสเข้าปราบปรามใหจงได้ อย่างนายสุเทพ ออกมาพูดทันทีว่าเป็นการยิง M79 จากฝั่งคนเสื้อแดง โดยที่ยังไม่ทันได้สอบสวนหาข้อเท็จจริง ขณะที่มีการบอกว่านักข่าวญี่ปุ่นโดนยิงโดยทหารท่านบอกให้สอบสวนข้อเท็จจริงปรากฏเสียก่อน
ฯลฯ
เหล่านี้ล้วนเที่ยงธรรมปราศจากอคติเอนเอียงกระนั้น

คุณคห3
โดยภาพรวม และเจตนารมณ์ เสื้อแดงชุมนุมโดยสันติวิธีนะครับ เหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นระยะหลังๆ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องจัดการ ดังที่พลเอกอนุพงษ์ ไม่ผลีผลามเข้าไปจัดการกับผู้ชุมนุม แต่การพยายามพูดว่าให้ผู้ชุมนุมสลายตัวมิฉะนั้นจะแสดงว่าเป็นผู้ก่อการร้ายที่พูดอยู่กรายๆเทือกนั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่าต้องการจะปราบคนเสื้อแดงให้สิ้นซากเสียทีโดยการข่มขู่คุกคามอย่างถึงที่สุด และเป็นวิธีคิดยุทธศาสตร์ที่โง่เง่าพอกัน

เราคงไม่พูดถึงรายละเอียดเมื่อมีการปะทะปะทั่งกันนะครับ
ถามว่าถ้าพันธมิตรไปปิดสนามบิด ยึดทำเนียบ บุกเอ็นบีที ฯลฯ เป็นสิ่งถูกต้องไหม รัฐบาลสมัยนั้นแทบจะหมอบเข้าไปกราบขอร้องสนธิฯ ทหารก็วางเฉย เพราะ 2 นายกฯที่ว่านั้น เป็นฝ่าย(นอมินี)ที่ถูกล้มมาโดยรัฐบาล คมช. กระทั่งตำรวจจะเอาหมายจับไปจับแกนนำยังโดนแตะเบรคโดยผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ
แต่เสื้อแดงใช้พื้นที่สาธารณะคือถนนเป็นด้านหลักนะครับ ไม่เคยบุกยึดหรือรุกรานระรานเค้าไปทั่วอย่างที่กล่าวหา
แต่รัฐบาลใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมผิดพลาด คนทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บล้มตาย ทุกวันนี้รัฐบาลยังจะเหมารวมเอาผู้เรียกร้องเป็นผู้ก่อการร้ายให้ได้ เพื่อความชอบธรรม

มันไม่มีหรอกครับ คนที่เดือดร้อนแล้ว ประท้วงอยู่ในใจ หรือไปที่สนามมังคลาฯ อย่างที่นักวิชาเกินบางคนเรียกร้อง พันธมิตรก็เหมือนกัน เสื้อแดงล่ะ กูทำอะไรก็ผิด มึงทำอะไรก็ถูก อย่างนั้นหรือ
พูดโดยภาพรวมๆนะครับ
การดำเนินการทางการเมืองโดยการชุมนุมเรียกร้องนั้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีการลงชื่อคนห้าหมื่นเพื่อถอดถอนอะไรอย่างนั้นได้หรอก เพราะคนทั้งประเทศกว่าหกสิบล้านคน แต่นายกฯอภิสิทธิ์(สมชื่อ)กำลังจะใช้มาตรฐานนั้นกับผู้เรียกร้องอยู่ ซึ่งบางครั้งมีกระแสคนไม่เห็นด้วยการเข้าชื่อดังกล่าวอยู่ แต่มันไม่ใช่เหตุผลและหลักการ แบบประชาธิปไตย แบบพวกมากลากไป และกินรวบ พร้อมจะเข่นฆ่าประชาชนสักร้อยครึ่งร้อยเพื่อคืนความสงบให้บ้านเมือง รอเพียงจังหวะและโอกาส ให้เกิดขึ้นพร้อมๆกับเสียงไชโยโห่ร้องของคนที่เข้าข้างรัฐบาล ซึ่งได้ถูกยัดเยียดมอมเมาความถูกต้องดีงามในแบบข้างเดียว
ในสมัยรัฐบาลทักษิณก็ไม่ได้ต่างกันในแง่ของการใช้สื่อข้างเดียวของรัฐ
ผิดกันแต่ว่าสมัยทักษิณ อำมาตย์ ทหาร สื่อ นักวิชาการ ชนชั้นกลางไม่ได้หนุนหลัง และลุกขึ้นมาปราบปรามพี่น้องประชาชนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยเหมือนกัน
ภายใต้สโลแกนคุณธรรมสูงส่ง ประมาณว่า รักชาติอย่าให้ความรุนแรง แต่ในใจตะโกน ฆ่ามันๆๆๆๆ...
ไม่เชื่อลองถามหัวใจของท่านดูเอง.

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่มด วันที่ : 24/04/2010 เวลา : 00.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardog

คำก็อ้างสองคำก็อ้างประชาธิปไตย โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องมีเหตุผล
...
...
ตนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ชัดเจนก็ตือคนเสื้อแดง
ร้องหาประชาธิปไตยตลอดเวลา...แต่ถ้าใครไม่เห็นด้วยก็ยกพวกไปลุก
ร้องหาสันติตลอดเวลา...แต่ระรานชาวบ้านไปทั่ว
...
...
อย่ากลับดำเป็นขาว...กลับขาวเป็นดำ...เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง
...
...
พฤติกรรมที่ทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน...มันบอกในอย่างชัดแจ้งอยู่แล้ว
...
และชั้นเป็นคนหนึ่งที่ยืนยันคัดค้านการยุบสภาด้วยการข่มขู่จับคนกรุงเทพฯเป็นตัวประกัน
เรียกร้องสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างไร้เหตุผล บนความเดือดร้อนของคนอื่น
มันถูกต้องตรงไหน
...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กุ่ย วันที่ : 24/04/2010 เวลา : 00.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cartoon
ความคิดเป็นตัวกำหนดระยะทาง ความเชื่อเป็นเส้นทางให้เราเดิน

อ่านแวปแรก คำพูดจากตัวอักษรที่สื่อสารจะพูดเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นสิ่งที่คนนึงทำและอีกคนนึงทำ มองผิวเผินไม่คิดอะไร ก็จะอ่านได้ความว่าเคยพูดอะไรไว้ยังไงแล้วพอมาทีตัวเองกลับไม่ทำตามที่ตัวเองเคยพูด

ปัญหามันก็กลายเป็นปัญหาที่ทุกวันนี้เราเจอกัน ก็คือว่า เราสนใจแต่คำพูดหรือตัวอักษร แต่ไม่เคยตรองถึงคำพูดและตัวอักษร ถึงต้นเหตุและปลายเหตุ ว่าเป็นมาได้อย่างไร อยากให้ลองตรองดูว่าเหตุของปัญหาแต่ละอย่างมันเกิดจากอันเดียวกันหรือไม่ ถ้ามันคือปัญหาเดียวกัน การกระทำเดียวกัน ต้นเหตุเดียวกัน ก็ย่อม จะเปรียบเหมือนกันได้ อยากให้ลองคิดดูสักนิด

มันก็จะกลายว่าเราเป็นเหยื่อของการพูดปลุกระดมหรือการชักจูงของคำพูด ที่พูดแค่ชี้ให้คล้อยตามในสิ่งที่คนพูด อยากให้เป็น โดยละข้ามข้อมูลรอบด้านที่เกิดขึ้น กรณีนี้ อาจจะโทษคนพูดได้ แต่ถ้าเกิดจากการที่ผู้รับฟังแล้วไม่ยอมคิดไตร่ตรอง ค้นหาความจริงส่วนหนึ่งแล้ว วางความคิดให้เป็นธรรมปราศจากอคติแล้วล่ะก็ อันนี้น่าจะโทษผู้ฟังได้เลย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เปลือกไม้ วันที่ : 23/04/2010 เวลา : 23.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/RESCUE
อีกก้าวหนึ่งของความสำเร็จ ... อยู่ที่การให้ ... ไม่ใช่ครอบครอง

ด้วยความเคารพ และ ในนามของนักกฎหมาย...

เรื่องราวนายกทั้ง 3 มันต่างกันมาก

2 เหตุการณ์มันคนละเรื่อง.........

อืม...

แล้วดึงฟ้าต่ำ ... มันถูกเหรอ?

หลายอย่างต้องศึกษาด้วย

ว่าอะไรที่ควร หรือ ไม่ควร .......

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน