*/
  • k-night
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : k.night_run@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-11-29
  • จำนวนเรื่อง : 34
  • จำนวนผู้ชม : 91041
  • จำนวนผู้โหวต : 17
  • ส่ง msg :
  • โหวต 17 คน
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณชอบเรื่องสั้นแนวไหน
แนวชวนฝัน+กำลังใจ
3 คน
แนววิทยาศาสตร์+จินตนาการ
4 คน
แนวประชดสังคม
0 คน
แนวนอน
2 คน
หนูไม่รู้อ่านหนังสือไม่ออก
0 คน

  โหวต 9 คน
วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by k-night , ผู้อ่าน : 27450 , 02:16:16 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กิเลส 3อย่างคือโลภะ โทสะ โมหะหรือ อวิชชา นั่นเอง

โลภะ แปลว่า ความโลภ ความอยากได้ เกิดจากตัณหาคือความทะยานอยากได้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วทำให้จิตหิวโหยอยากได้ เกิดความดิ้นรน อยู่ไม่เป็นสุข หากหยุดยั้งไม่ได้ก็จะเป็นต้นเหตุให้ดิ้นรนแสวงหาสิ่งที่อยากได้มาสนองความต้องการ หรือเมื่อไม่ได้โดยวิธีชอบธรรมก็นำให้ไปทำความชั่วความไม่ดีงามต่างๆ เช่น ลักขโมย ทุจริต คอรัปชั่น โกง ปล้น จนถึงฆ่าคนตาย  โลภะเป็นตัวทำลายศีลธรรม มโนธรรม สันติธรรม วัฒนธรรม สามัคคีธรรม ยุติธรรมและธรรมชาติ  โลภะ ละได้ด้วยการให้ทาน การเสียสละ เกื้อเฟื้อเกื้อกูลกันในทางที่ชอบ

กลุ่มโลภะ ธรรมฝ่ายชั่วนี้มี 3 อย่าง คือ

1.โลภะ เป็นความอยากได้ ยินดี ติดใจ ในอารมณ์ต่างๆ ทั้งรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธัมมารมณ์

2.ทิฏฐิ (อ่านว่า ทิดถิ) แปลว่า ความเห็น ความคิดเห็น มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า ทัศนะ

3.มานะ เป็นความอวดดื้อถือ

***โผฏฐัพพะ อารมณ์ที่จะพึงถูกต้องด้วยกาย, สิ่งที่ถูกต้องกาย เช่น เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เป็นต้น

***ธัมมารมณ์ ได้แก่ อารมณ์ทั้งหมดที่ไม่ใช่อารมณ์ 5 ธัมมารมณ์ สามารถรู้ได้ ทางมโนทวารเท่านั้น

ตัวกิเลสชุดที่เป็นตัวกำกับบทบาทของคน ก็คือตัณหา มานะ ทิฐิ

ตัณหาคือความอยาก ความเห็นแก่ตัว ความอยากได้อยากเอาเพื่อตัว   ต้องการบำรุงบำเรอปรนเปรอตัว

มานะ คือความต้องการให้ตัวเด่น อยากยิ่งใหญ่ ความสำคัญตนหรือถือตนสำคัญ

ทิฐิ ในรูปศัพท์เดิมว่าทิฏฐิ ใช้กับความเห็นของทั้งฝ่ายดีและฝ่ายไม่ดี ที่ใช้กับฝ่ายดี เช่น สัมมาทิฐิ (ความเห็นชอบ) ที่ใช้กับฝ่ายไม่ดีเช่น มิจฉาทิฐิ (ความเห็นผิด) สัสสตทิฐิ (ความเห็นว่าเที่ยง) อุจเฉททิฐิ (ความเห็นว่าขาดสูญ) เป็นต้น

โทสะ แปลว่า ความโกรธ ความขัดเคือง ความไม่พอใจ เกิดจากมานะคือความถือตัวถือตน ความรู้สึกว่าตัวเด่นกว่าเขา ตัวด้อยกว่าเขา หรือตัวเสมอกับเขา เมื่อถูกกระทบเข้าก็เกิดความไม่พอใจ เกิดโทสะขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วหากระงับไม่ได้ก็จะนำให้ทำความชั่วความไม่ดีต่างๆ เช่น ทะเลาะวิวาทกัน กลั่นแกล้งกัน ทำร้ายกัน ฆ่ากัน เป็นเหตุให้ตัวเองเดือดร้อน โลกก็เร่าร้อน ขาดสันติภาพ อยู่กันอย่างเดือดร้อน หวาดระแวงกันและกัน โทสะละได้โดย เมตตา คือการมีความรักปรารถนาดีต่อกัน

กลุ่มโทสะ ธรรมฝ่ายชั่วนี้มี 3 อย่าง คือ

1.โทสะ เป็นธรรมชาติที่ประทุษร้ายหรือความโกรธ

2.อิสสา เป็นธรรมชาติที่ไม่พอใจในคุณสมบัติหรือคุณความดีของผู้อื่น หรือความอิจฉา

3.มัจฉริยะ เป็นธรรมชาติที่หวงแหนในสมบัติและคุณความดีของตนหรือความตระหนี่

4.กุกกุจจะ เป็นธรรมชาติที่รำคานใจในความชั่วที่ได้ทำแล้วและรำคานใจหรือร้อนใจทียังไม่ได้ทำความดี 

***มัจฉริยะ 5 คือความตระหนี่, ความหวง, ความคิดกีดกันไม่ให้ผู้อื่นไดดี หรือมีส่วนร่วม

1.อาวาสมัจฉริยะ คือตระหนี่ที่อยู่, หวงที่อาศัย 

2.กุลมัจฉริยะ คือตระหนี่ตระกูล, หวงสกุล 

3.ลาภมัจฉริยะ คือตระหนี่ลาภ, หวงผลประโยชน์ 

4.วัณณมัจฉริยะ คือตระหนี่วรรณะ, หวงสรีรวัณณะ คือผิวพรรณของร่างกาย  หวงคุณวัณณะ คือ คำสรรเสริญคุณ ไม่อยากให้ใครมีคุณความดีมาแข่งตน ไม่พอใจได้ยินคำสรรเสริญผู้อื่น แบ่งชั้นวรรณะกัน

5.ธัมมมัจฉริยะ คือตระหนี่ธรรม, หวงวิชาความรู้ และคุณพิเศษที่ได้บรรลุ 

โมหะ แปลว่า ความหลง ความเขลา ความโง่ ความไม่รู้ตามที่เป็นจริง  เกิดจากความคิดเห็นที่ผิด จากการไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้ประจักษ์ในเรื่องนั้นๆ ให้ถ่องแท้ถี่ถ้วนก่อน เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็เป็นเหตุให้ไม่รู้บุญไม่รู้บาป ไม่เชื่อบุญไม่เชื่อบาป ชักนำให้ไปทำความชั่วความไม่ดีต่างๆ เช่น ประมาท ทะเลาะวิวาท แก่งแย่งชิงดี อวดดี เกียจคร้าน บ้ากาม อกตัญญู เชื่อง่าย หูเบา โมหะ กำจัดได้ด้วยปัญญา คือใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นประจักษ์ในสิ่งนั้นๆ

กลุ่มโมหะ ธรรมฝ่ายชั่วนี้มี 4 อย่าง คือ

1.โมหะ เป็นความหลง หรือธรรมชาติที่ปิดความจริงของอารมณ์

2.อหิริกะ เป็นธรรมชาติที่ไม่ละอายในการทำผิดทางกาย วาจา ใจ หรือบาป

3.อโนตตัปปะ เป็นธรรมชาติที่ไม่กลัวเกรงต่อผลของบาป

4.อุทธัจจะ เป็นความฟุ้งซ่านหรือธรรมชาติที่จับอารมณ์ไม่มั่น

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน