• WePlanMoneyBuddy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : admin@k-weplan.com
  • วันที่สร้าง : 2010-04-20
  • จำนวนเรื่อง : 321
  • จำนวนผู้ชม : 482841
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
K-WePlan Money Buddy
ข่าวสารและสาระน่ารู้ทางเงิน การวางแผนทางการเงิน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/k-weplan
วันอังคาร ที่ 6 มีนาคม 2555
Posted by WePlanMoneyBuddy , ผู้อ่าน : 1513 , 11:04:22 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ 

        สำหรับคนที่สนใจเรื่องการเงินการลงทุน ก็คงพอจะทราบกันอยู่นะครับว่าการลงทุนในกองทุนรวมต่างๆ นั้น สามารถช่วยเราลดหย่อยภาษีได้ส่วนหนึ่ง และวันนี้ผมก็หยิบยกเรื่องที่เรามักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในกองทุนต่างๆ มาฝากเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อผลประโยชน์ของผู้อ่านทุกคนครับ เรื่องที่ว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ

1.เข้าใจผิดว่าสามารถซื้อ RMF และ LTF ได้ปีละไม่เกิน 700,000 บาท

        ในปี 2551 ได้เคยมีการขยายเพดานเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษี โดยให้สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของรายได้รวม แต่ต้องไม่เกิน 700,000 บาท ซึ่งเงื่อนไขพิเศษนี้จำกัดเฉพาะการลงทุนในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2551 เท่านั้น หลังจากนั้นก็กลับไปที่เพดาน 15% แต่ไม่เกิน 500,000 บาทเช่นเดิม และคงเงื่อนไขนี้ไว้จนปัจจุบันครับ
ในจุดนี้ต้องระวังกันให้ดีนะครับ เพราะหากใครยังเข้าใจว่าสามารถลงทุนได้ถึงปีละ 700,000 บาทและเผลอลงทุนไปตามนั้น นอกจากจะไม่สามารถนำเงินส่วนที่เกิน 500,000 ไปลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังต้องนำกำไรที่ได้จากการลงทุนส่วนเกินนั้นไปรวมคำนวณรายได้อีกด้วยครับ เรียกว่านอกจากจะลดหย่อนไม่ได้แล้ว ยังจะเสียภาษีอีกต่างหากครับ
 
  สรุปนะครับ เพดานเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษีแบ่งได้เป็น

• RMF หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ลงทุนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ และเมื่อรวมกับเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเน็จบำนาญ และประกันชีวิตแบบบำนาญแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาทครับ
• LTF หรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ลงทุนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้รวม สูงสูดไม่เกิน 500,000 บาท
• อย่าลงทุนเกิน 500,000 นะครับ

2.เข้าใจผิดว่าถ้าเลือกลงทุนใน RMF และ LTF กองไหนแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

        ที่จริงแล้ว หากเราพบว่าเราได้เลือกกองทุนที่ไม่เหมาะกับความเสี่ยงของตัวเอง ก็สามารถติดต่อบริษัทหรือตัวแทนจำหน่ายกองทุนเพื่อสับเปลี่ยนกองทุนไปเป็นกองทุนอื่นได้หรือที่เรียกกันว่า Switch นั่นเองครับ แต่จะเปลี่ยนได้ภายใต้กองทุนประเภทเดียวกันนะครับ เช่น เปลี่ยนจาก RMF กองหนึ่งไปเป็น RMF อีกกองหนึ่ง โดยจะเปลี่ยนไปเป็น LTF หรือกองทุนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ RMF ไม่ได้ครับ

        นอกจากนี้ ในปัจจุบันบริษัทจัดการต่างๆ ก็แข่งขันกันสูงและมีความยืดหยุ่นกันมากขึ้นครับ เราสามารถที่จะเปลี่ยนกองทุนได้ตลอดปีเลยครับ แค่ติดต่อบริษัทหรือตัวแทนได้ทุกวันทำการเลยครับ

        สรุปครับ เราสามารถสับเปลี่ยนกองทุนได้ โดยที่ต้องเป็นกองทุนประเภทเดียวกันเท่านั้น และสามารถเปลี่ยนได้ทุกวันทำการครับ

3.เข้าใจผิดว่าหากลงทุนกับที่ไหนแล้ว จะไม่สามารถย้ายทุนก้อนนั้นไปบริษัทอื่นได้

        ประเด็นนี้ก็นับเป็นประเด็นเข้าใจผิดยอดฮิตประเด็นหนึ่งเลยละครับ นั่นคือหลายคนเข้าใจว่าหากลงทุนกับที่ไหนแล้ว ต้องถือครองไว้จนครบกำหนดตามเงื่อนไขของสรรพากร แต่ที่จริงแล้วเราสามารถย้ายกองทุนของเราไปยังบริษัทจัดการอื่นได้ครับ ซึ่งการย้ายนั้นจะมีค่าใช้จ่ายในการโอนย้ายข้ามบริษัทจัดการครับ โดยส่วนใหญ่แล้วทางบริษัทต้นทางจะเป็นผู้คิดค่าธรรมเนียมการโอนย้าย ซึ่งแต่ละที่ก็มีอัตราค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไปครับ รวมทั้งมีกำหนดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำในการโอนด้วย อย่างไรก็ตาม การโอนก็ต้องเป็นการโอนในกองทุนประเภทเดียวกันอยู่นะครับ

        สรุปคือ เราสามารถโอนกองทุนข้ามบริษัทจัดการได้ครับ แต่จะมีค่าธรรมเนียมการโอน และการโอนนั้น ต้องโดนภายในกองทุนประเภทเดียวกันเท่านั้นครับ

        เอาละ วันนี้เราได้ไขข้อเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีไปแล้ว 3 ข้อด้วยกัน แต่ยังไม่หมดนะครับ ยังมีอีก 2 ข้อ ซึ่งผมขอยกไปไว้ในตอนที่ 2 ซึ่งจะนำมาฝากกันในวันพุธหน้าครับ

         หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นการลงทุนในกองทุนต่างๆ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษี ก็สามารถส่งอีเมล์มาปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญของ K-WePlan ได้ครับที่ 
k-weplan@kasikornbank.com  หรือสามารถไปอ่านสาระดีๆ เกี่ยวกับการวางแผนการเงินได้ที่เวปไซต์ http://www.k-weplan.com  ได้เลยครับ

Credit: ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.assetfund.co.th ครับ

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน