• WePlanMoneyBuddy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : admin@k-weplan.com
  • วันที่สร้าง : 2010-04-20
  • จำนวนเรื่อง : 321
  • จำนวนผู้ชม : 485383
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
K-WePlan Money Buddy
ข่าวสารและสาระน่ารู้ทางเงิน การวางแผนทางการเงิน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/k-weplan
วันจันทร์ ที่ 12 มีนาคม 2555
Posted by WePlanMoneyBuddy , ผู้อ่าน : 3037 , 10:42:15 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

สวัสดีครับ 

       ถ้าพูดถึงกองทุนรวมเพื่อประหยัดภาษี แน่นอนว่าก็คงจะคิดถึง LTF และ RMF กันอย่างแน่นอน แต่เชื่อได้ว่าคนคงจะสนใจ LTF มากกว่า RMF เพราะรู้สึกว่า RMF มีเงื่อนไขที่ยุ่งยากเพราะต้องถือไปจนถึงอายุ 55 ปี แต่จริงๆ แล้ว RMF ก็มีจุดที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยนะครับ

       RMF หรือกองทุนรวมเพื่อนการเลี้ยงชีพ เน้นให้คนออมเงินระยะยาวเพื่อเก็บไว้ใช้ยามเกษียณ ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างวินัยการออมโดยเป็นการสะสมเงินเป็นประจำทุกปีในช่วงที่ทำงานมีรายได้ ซึ่งหลายคนมองว่าไม่เหมาะสมกับตนเองและคิดว่าเป็นการลงทุนที่มีไว้ให้ผู้ใกล้เกษียณเท่านั้น แต่ “5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ RMF” จะช่วยทำให้เข้าใจว่าจริงๆ แล้ว RMF ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยละครับ

1.ยกเว้นการลงทุนได้ปีเว้นปี RMF เป็นการลงทุนระยะยาวที่ไม่ได้เป็นภาระที่เราจะต้องมากังวลว่าจะสามารถซื้อและถือหน่วยลงทุนไปได้ตลอดจนอายุ 55 หรือไม่ เพราะว่าเราสามารถเว้นการลงทุนได้แบบ “ปีเว้นปี” ครับ โดยปีการลงทุนจะนับเฉพาะปีที่มีการซื้อหน่วยลงทุนเท่านั้น ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับปีการถือครองครับ นอกจากนี้ยังมีกำหนดยอดการลงทุนขั้นต่ำที่ไม่สูง นั่นคือเพียง 3% ของเงินได้ต่อปี หรือ 5,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่ายอดไหนจะต่ำกว่าครับ

       ทั้งนี้มีเงื่อนไขที่ต้องระวังอยู่แค่ว่าการลงทุน RMF นั้นจะนำมาลดหย่อนภาษีได้ก็ต่อเมื่อถือครองจนอายุ 55 ปี และต้องมีอายุการลงทุนขั้นต่ำ 5 ปีครับ

2.รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ 2 ส่วน นั่นคือ เงินลงทุนสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 15% ของรายได้ทั้งปี และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเน็จบำนาญ และประกันชีวิตแบบบำนาญแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท อีกส่วนหนึ่งคือ เมื่อเมื่อครบเงื่อนไขอายุ 55 ปีและลงทุนครบ 5 ปีแล้ว เราสามารถขายได้โดยที่กำไรจากการขายไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีครับ

       ในส่วนนี้มีข้อพึงระวังอยู่ตรงที่ หากลงทุนเกินสิทธิ (500,000 บาท) กำไรที่ได้จากส่วนที่ลงทุนเกินนั้ต้องนำมาคำนวณภาษีครับ

3.มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย นั่นคือมีกองทุนที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ต่ำไปถึงสูงให้ได้เลือกลงทุนกันตามความเหมาะสมของแต่ละคน เช่น

• วัยเริ่มทำงาน ซึ่งรับความเสี่ยงได้สูง เหมาะกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ้น ทองคำ เป็นต้น
• วัยกลางคน ซึ่งรับความเสี่ยงได้ปานกลาง เหมาะกับการลงทุนผสมในตราสารหนี้และตราสารทุน
• วันก่อนเกษียณ ซึ่งรับความเสี่ยงได้ต่ำ เหมาะกับการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ เงินฝาก ฯลฯ

       ทั้งนี้การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงก็มีกจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำนะครับ แต่เราก็ควรพึงระวังความเสี่ยงเอาไว้ โดยดูจากสภาพคล่องและกำลังทางการเงินของตัวเราเองนะครับ

4.ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล เนื่องจาก RMF เป็นกองทุนที่เน้นการออมไว้ใช้ในยามเกษียณอย่างแท้จริง จึงไม่มีการจ่ายเงินปันผล ทำให้เราไม่มีภาระภาษีในส่วนของเงินปันผลครับ

5.สามารถสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน RMF ที่ถือครองอยู่ได้ ซึ่งมีข้อดีตรงที่ตราสารประเภทต่างๆ ผันผวนตามสภาพเศรษฐกิจ ไม่มีตราสารตัวไหนที่ให้ผลตอบแทนดีเสมอไป ดังนั้นการสับเปลี่ยนกองทุนจึงเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้เราสามารถบริหารความเสี่ยงได้ในทุกช่วงของสภาวะเศรษฐกิจ

       ยกตัวอย่างเช่น ในปี 53 เราลงทุน RMF ที่เน้นการลงทุนในหุ้น ต่อมา ในปี 54 เราย้ายหน่วยลงทุนไปยัง RMF ที่เน้นการลงทุนในตราสารหนี้ ทั้งนี้สิ่งที่พึงระวังคือ หน่วยลงทุนที่เราสับเปลี่ยนนั้นจะไม่ถือว่าเป็นการลงทุนใหม่ จึงไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีในปีนั้นได้

       จะเห็นได้ว่า RMF เป็นการลงทุนที่มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูงนะครับ นับว่าเป็นตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจทีเดียว ทั้งช่วยลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังเป็นการออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณอีกด้วย ทั้งนี้หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ RMF หรือการลงทุนประเภทต่างๆ สามารถส่งอีเมล์มาปรึกษากับกูรูการวางแผนการเงินของ K-WePlan ได้ที่  k-weplan@kasikornbank.com   หรือเข้าไปอ่านสาระดีๆ เกี่ยวกับการวางแผนการเงินได้ที่ http://www.k-weplan.com ครับ

Credit: ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.4ingrid.com ครับ




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน