• WePlanMoneyBuddy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : admin@k-weplan.com
  • วันที่สร้าง : 2010-04-20
  • จำนวนเรื่อง : 321
  • จำนวนผู้ชม : 480319
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
K-WePlan Money Buddy
ข่าวสารและสาระน่ารู้ทางเงิน การวางแผนทางการเงิน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/k-weplan
วันพฤหัสบดี ที่ 21 มิถุนายน 2555
Posted by WePlanMoneyBuddy , ผู้อ่าน : 2701 , 13:39:14 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


สวัสดีครับ

ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2554 เป็นต้นมา บัญชีเงินฝากของเราทุกคนต้องแบกรับความเสี่ยงกันมากขึ้นหลายเท่าตัว เพราะมีการปรับกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก โดยลดความคุ้มครองลงจาก 50 ล้านบาทต่อบัญชีต่อธนาคาร เหลือความคุ้มครองเพียง 1 ล้านบาทต่อบัญชีต่อธนาคารเท่านั้น ดังนั้น ผู้ที่ไม่ชอบความเสี่ยงคงต้องเริ่มมองหาวิธีการเก็บเงินวิธีอื่นที่มีความเสี่ยงต่ำเพื่อเพิ่มความสบายใจและความมั่นใจ สำหรับบทความวันนี้ ผมขอเสนอ
“กองทุนรวมคุ้มครองเงินต้น” ซึ่งเป็นทางเลือกที่อยากแนะนำให้กับผู้ที่ไม่พิศมัยความเสี่ยงครับ

กองทุนรวมคุ้มครองเงินต้นคืออะไร?

ก่อนอื่น ผมขออธิบายให้เข้าใจตรงกันก่อนนะครับว่า ถึงแม้ว่าชื่อของมันจะบอกว่า
“คุ้มครองเงินต้น” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่การคุ้มครองหรือรับประกันเงินต้นครับ ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ กองทุนประเภทนี้เป็นกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อให้มีโอกาสสูญเสียเงินต้นน้อยที่สุด ส่วนมากกองทุนคุ้มครองเงินต้นนี้จะเป็นกองทุนปิดที่มีระยะเวลาการถือครองระบุไว้ชัดเจน เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน เป็นต้น โดยจะแบ่งเงินในกองทุนออกเป็น 2 ส่วนเพื่อนำไปลงทุนกระจายความเสี่ยง

เงินในส่วนแรก บลจ. จะนำไปลงทุนในในตราสารที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ตราสารหนี้รัฐบาล ตั๋วสัญญาใช้เงิน
(P/N) หรือบัตรเงินฝากที่ออกโดยบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซีเอร์ โดยเงินในส่วนนี้ได้มีข้อกำหนดจากสำนักงาน ก.ล.ต. ว่าต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 80% ของกองทุน และคาดว่าจะได้รับความคุ้มครองเต็มจำนวนจากรัฐบาลหรือบริษัทเงินทุนที่ออกตราสารหรือกองทุนนั้นๆ ซึ่งในส่วนของความคุ้มครองเงินต้นนี้ไม่เกี่ยวกับ บลจ. ที่เป็นตัวแทนขายนะครับ ดังนั้นอย่าได้สับสนหากเราไปถามพนักงาน บลจ. แล้วเขาตอบปฏิเสธการประกันหรือคุ้มครองเงินต้นครับ ในกรณีนี้ หากอยากได้คำตอบที่ชัดเจน แนะนำว่าให้ติดต่อที่หน่วยงานหรือบริษัทที่ออกตราสารหรือกองทุนนั้นๆ โดยตรงครับ

เงินในส่วนที่สองก็คือ 20
% ที่เหลือของมูลค่ากองทุน ซึ่งจะถูกนำไปลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น เช่น หุ้น หรือตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับเป็น non-investment grade เป็นต้น เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นนั่นเองครับ และเมื่อนำผลตอบแทนจากการนำเงินทั้งสองส่วนนี้ไปลงทุนมาเฉลี่ยกันแล้ว ก็จะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากครับ

กองทุนรวมคุ้มครองเงินต้น เหมาะกับใครบ้าง

กองทุนประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่
…

  • ไม่ชอบความเสี่ยง รับความเสี่ยงได้น้อย
  • รับความเสี่ยงได้ระดับปานกลาง แต่กำลังมองหาตัวเลือกการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำเพื่อกระจายความเสี่ยง
  • เน้นความปลอดภัยของเงินต้น ไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนสูงมากนัก

นอกจากนี้ กองทุนประเภทนี้เป็นกองทุนปิดที่มีระยะเวลาถือครองกำหนดไว้ เราจึงไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ก่อนครบกำหนด ดังนั้น จึงอยากแนะนำว่าเงินที่เรานำมาลงทุนในกองทุนประเภทนี้นั้น ควรเป็นเงินเย็น หรือเงินสำรองเหลือเก็บครับ เพื่อไม่ให้การลงทุนต้องกลายเป็นภาระหากมีความต้องการใช้เงินฉุกเฉินครับ

ทั้งนี้ ขึ้นชื่อว่าการลงทุน ไม่ว่าประถเภทไหนก็ล้วนมีความเสี่ยงทั้งนั้น ดังนั้นอย่าลืมศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนให้ดีนะครับ รวมถึงเนื้อหาในหนังสือชี้ชวนและควรพิจารณาระดับความน่าเชื่อถือของบริษัทหรือหน่วยงานที่ออกตราสารหรือกองทุนด้วยครับ

ท้ายนี้ ใครมีข้อสงสัย หรืออยากขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงินของ
K-WePlan ก็สามารถส่งอีเมล์มาปรึกษาได้ที่ K-WePlan@kasikornbank.com ครับ หรือจะเข้าไปอ่านสาระดีๆ ทุกเรื่องการเงินได้ที่ www.K-WePlan.com ครับ นอกจากนี้ ใครที่สนใจการจดบันทึกเงินออม ก็สามารถไปดาวน์โหลดโปรแกรม K-Saving Memo ไปใช้กันได้ฟรีๆ ที่เวปไซต์ www.K-WePlan.com ได้เลยครับ หรือใครอยากได้แผ่นซีดีโปรแกรม K-Saving Memo ก็ส่งอีเมล์มาบอกเราได้ครับ ทางเราส่งเสริมการวางแผนการเงิน จัดส่งให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายครับ

---------------------------------------------------------
*พิเศษสุดสำหรับชาว OK Nation*
หากผู้อ่านท่านใดสนใจส่งอีเมล์มาปรึกษาทุกปัญหาการเงินกับกูรูของ K-WePlan เพียงแค่ส่งคำถามของท่านมาที่ k-weplan@kasikornbank.com พร้อมระบุว่ามาจาก OK Nation ก็รับไปเลย ซองใส่สมุดบัญชีปกหนังสุดหรู สมุดโน๊ตปกหนังสุดเก๋ และแผ่นซีดีโปรแกรมบันทึกเงินออม (K-Saving Memo) จาก K-WePlan ครับ
---------------------------------------------------------

Credit: ภาพประกอบจาก cdn.moneycrashers.com




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน