*/
  • นายชาคริต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kahlao@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-04
  • จำนวนเรื่อง : 157
  • จำนวนผู้ชม : 273451
  • จำนวนผู้โหวต : 57
  • ส่ง msg :
  • โหวต 57 คน
<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 30 สิงหาคม 2552
Posted by นายชาคริต , ผู้อ่าน : 1349 , 20:21:10 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มีใครรู้จักมะโย่งบ้าง?


มะโย่ง หรือ หมาโย่ง เป็นการละเล่นพื้นเมืองอย่างหนึ่งของชาวไทยมุสลิมที่มีลีลาการแสดงคล้ายคลึงกับโนรามาก แสดงเพื่อความบันเทิงและเพื่อใช้บนหรือสะเดาะเคราะห์


 ความเป็นมาของมะโย่งนั้นคงได้รับการถ่ายทอดวิธีการเล่นจาก แหล่งเดียวกันกับละครรำของไทย ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ กล่าวว่า ละครรำไทยมี 3 อย่าง ละครชาตรีหรือมโนรา 1 ละครใน 1 ละครนอก 1 ไทยได้รับมาจากอินเดียเช่นเดียวกับพม่า ละครพม่าที่เล่นกันในพื้นเมือง (ปี พ.ศ.2434) กระบวน การเล่นเป็นอย่างเดียวกับละคร (มโนรา)  ชาตรีของไทยเรา คือ ตัวละครมีแต่นายโรง 1 นางตัว 1 จำอวดตัว 1 ตัวละครขับร้องเอง มีลูกคู่และปี่พาทย์รับ

 ที่รัฐเกเรลาทางตอนใต้ของอินเดียยังมีการแสดงละครเร่อยู่แบบหนึ่งมีชื่อเรียกว่า ยาตรี หรือ ชาตรี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็น

ต้นกำเนิดของโนราและมะโย่ง

 

พจนานุกรมมลายูว่า มะโย่งเป็นมหรสพแบบละคร นิยมแสดงอยู่ทางภาคเหนือของมลายู (กลันตันและปัตตานี) ตัวแสดงมีพระเอก ชื่อ ปะโย่ง ตัวตลกเรียกว่า พราน นางเอกเรียก มะโย่ง พี่เลี้ยงและสาวใช้เรียก เมาะอินัง และแหมะสนิ บางเตาะขาวเป็นผู้นำการเล่นชนิดนี้เข้ามาสู่ภาคเหนือของมลายู

 

ส่วนพจนานุกรมอินโดนีเซียกล่าวว่า มะโย่งเป็นละครเก่าแก่ชนิดหนึ่งที่มีเล่นในรัฐมะละกา (โบราณ) ผู้ชายเป็นตัวพระเรียกว่า ปะโย่ง และตัวตลกเรียกว่าพราน ผู้หญิงเป็นตัวนางและพี่เลี้ยงเรียกว่า มะโย่ง และเมาะอีนังดายัง

 

ชาวอังกฤษชื่อ ปีเตอร์ฟอร์เรส เดินทางมากับเรือโกลปเพื่อศึกษาลู่ทางในการขจัดตั้งสถานีการค้าขึ้นที่เมืองปัตตานี ในปี พ.ศ. 2155 กล่าวว่าเขาได้ชมการแสดงมะโย่งในงานต้อนรับรายามุดาแห่งรัฐปาหัง ที่นางพญาบีรูรานีแห่งเมืองตานีเป็นผู้จัดขึ้น ผู้แสดงล้วนแต่เป็นคนสาวหนุ่มรูปโฉมงดงาม


 มะโย่งเข้าไปเล่นในกรุงเทพฯ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีอยู่โรงหนึ่งแสดงดีเป็นที่นิยมของผู้ดู เรียกกันว่า ละครตาเสือ ตัวตาเสือเป็นนายโรง เล่นตามแบบละครมายง แต่งตัวเป็นมลายู ร้องเป็นภาษามลายู แต่เจรจาเป็นภาษาไทย ชอบเล่นเรื่องอิเหนาใหญ่

 

องค์ประกอบในการแสดง

 

1. เวลาที่แสดง ในอดีตมะโย่งเป็นมหรสพที่ได้รับความนิยมมาก ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลใด ผู้จัดงานจะหามะโย่งมาแสดงเสมอ นับตั้งแต่งานมงคลสมรส งานเข้าสุหนัต เช่นใช้บน เล่นเพื่อสะเดาะเคราะห์ เล่นในเทศกาลเก็บเกี่ยวข้าว ปูยอมือแน

 

2. โรงแสดง ปาฆงหรือโรงละครมะโย่งมีทั้งรูปแบบปลูกขึ้นเป็นโรงยกพื้นเตี้ย ๆ เรียกว่า  บาไล (Balai) ไปจนถึงชนิดปูเสื่อบนลานดิน ปลูกเป็นปะรำพอมีร่มกันแดดกันน้ำค้าง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งใช้เป็นเวทีแสดง อีกส่วนจัดเป็นที่สำหรับเก็บอุปกรณ์การแสดงและการแต่งกายของตัวละคร

 

3. เครื่องดนตรี ประกอบด้วย กันดัง (กลองมลายู) 1 คู่ รือบับ (ซอสามสาย) หรือไวโอลิน 1 คัน ฆ่ง (ฆ้องใหญ่) 1 คู่ จือแร้ก ที่โนราเรียกว่า แตระหรือแกระ ตามจำนวนลูกคู่


 4. เครื่องแต่งกาย ตัวพระนุ่งกางเกงคล้ายสนับเพลา แบบเดียวกับโนรา มีผ้าโสร่งนุ่งทับบน สูงเลยเข่าขึ้นมาเล็กน้อย ศีรษะโพกผ้าสาปูตางัน สวมเสื้อแขนสั้นรัดรูป นิยมใช้ผ้าแพรสีหรือผ้ากำมะหยี่เป็นพื้น เหน็บกริชไว้ข้างสะเอว มือถือมัดหวาย ส่วนตัวนางนุ่งผ้าปาเต๊ะ ลวดลายหลากสี สวมเสื้อกะบายอแขนยาว ใช้ผ้าสีดอกดวงเด่น ๆ และมีผ้าสไบคล้องคอห้อยชายลงมาข้างแขน ผมเกล้ามวย มีดอกไม้ทัดหูและสอดแซมผม ส่วนตัวตลก หรือ พราน นุ่งโสร่งไม่สวมเสื้อ ใช้ผ้าขาวม้าคาดท้องและพาดบ่า มีมีด (ปีซาโกล้ด) เหน็บสะเอว สวมหน้ากากหรือตอแปง ส่วนตัวพี่เลี้ยง นางกำนัล นุ่งผ้าปาเต๊ะ สวมเสื้อกะบายอแขนยาวเป็นผ้าธรรมดา

 

ธรรมเนียมในการแสดง ก่อนเริ่มแสดงจะมีพิธีเบิกโรง เรียกว่า บูกอปาฆง มะโย่งแต่ละคณะจะมี บอมอ หรือ หมอ ประจำอย่างน้อยคณะละ 1 คน บอมอเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางไสยศาสตร์ไว้ป้องกันและแก้เวทย์มนตร์คาถาที่คู่ต่อสู้ส่งมาทำลายเวลาเล่นประชันโรง และไว้ทำพิธีไหว้ครูบูชาเทพาอารักษ์

 

วันแรกของการแสดง ผู้จัดงานต้องจัดเครื่องบัตรพลี มีหมาก พลู บุหรี่ ด้ายดิบ ข้าวสาร กำยาน น้ำ เทียน และกล้วยตานี พร้อมด้วยเงินค่ากำนลจำนวน 30 บาท มามอบให้นายโรงมะโย่งเพื่อทำพิธีเบิกโรง พิธีเริ่มด้วยผู้แสดงและคนเล่นดนตรีเข้ามานั่งล้อมกันเป็นวงกลม หมอผู้ทำพิธีนั่งกลางวงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก หยิบผงกำยานพโรยลงในภาชนะที่บรรจุถ่านไฟซึ่งกำลังคุอยู่จนกลิ่นและควันกำยานพุ่งขึ้น หมอยกภาชนะที่บรรจุเครื่องบัตรพลีเวียนไปรอบ ๆ เปลวควัน 3 รอบ แล้วกล่าวคาถาบวงสรวงพระภูมิเทวา จบแล้วจุดเทียนนำไปติดที่เสาโรงด้านทิศตะวันออกและเสากลางโรง ตลอดถึงเครื่องประโคมอื่น ๆ เฉพาะซอและฆ้อง นอกจากติดเทียนบูชาแล้ว จะต้องนำกล้วยตานีไปเซ่นบวงสรวงด้วย มะโย่งถือว่าซอและฆ้องเป็นหลัก เป็นประธานของดนตรี จากนั้นก็บรรเลงเพลงโหมโรง

 เสร็จจากเบิกโรง คนซอจะออกมานั่งกลางเวที ตัวพระ ตัวนาง และพี่เลี้ยง นั่งเป็นแถวครึ่งวงกลมหันหน้าเข้าหาคนซอ และขับร้องคลอกับเสียงซอ แล้วลุกขึ้นเดินร่ายรำและร้องเพลงไปรอบ ๆ เวทีทำนองการรำเบิกโรง หลังจากนั้นตัวละครก็จะกลับไปนั่งรอคอยบทบาทที่ตนจะต้องแสดงอยู่ข้างขอบเวที คงเหลือแต่ตัวมะโย่งยืนขับร้องและเจรจาแนะนำตัวให้ผู้ชมทราบว่าเป็นผู้ใด อยู่ทีไหน กำลังจะทำอะไรในท้องเรื่อง จากนั้นตัวมะโย่งเรียกตัวตลกหรือเสนาให้ออกมา แล้วพูดจาเรื่อยเปื่อยไปด้วยถ้อยคำที่ขบขัน จากนั้นก็แสดงนิยายที่ได้เตรียมมา

 

การแสดงแก้บน มะโย่งแสดงเพื่อแก้บน บายากาโอล จะใช้เวลาแสดงครั้งละ 3 คืน 5 คืน หรือ 7 คืน ตามความต้องการของเจ้าของงาน จะทำพิธีตอนใกล้รุ่งของคืนสุดท้ายที่แสดง มีการตกแต่งโรงด้วยการนำผ้าขาว มาทำเป็นเพดาน มีดอกไม้หลายสีผูกชายผ้าเป็นระย้าย้อย หน้าโรงปลูกเป็นร้านสำหรับวางเครื่องบูชา ได้แก่ ข้าวเหนียว 3 สี ข้าวตอก ข้าวพอง ขนมลา ขนมดาดา ขนมฆานม ขนมดอดอย ไก่ย่าง ข้าว น้ำ กำยาน และจั่นหมาก นำไปวางบนศาล น้ำ 1 โอ่ง วางไว้ใกล้ศาลเพียงตา


 ครั้นได้ฤกษ์ หมอเชิญผู้ที่ต้องการสะเดาะเคราะห์ออกมายืนที่ศาลเพียงตา แล้วหยิบผงกำยานโรยลงบนถ่านไฟ พอควันกำยานพุ่งขึ้น ก็นำเครื่องบัตรพลีขึ้นไปหมุนรอบเปลวควัน 3 รอบ จนหมดเครื่องบูชาทุกชิ้น แล้วว่าคาถา เมื่อจบคาถาแล้วหมอดึงใบมะพร้าวให้ขาดออกจากกัน เพื่อแก้เคล็ดว่า การใช้บนสิ้นสุดลงแล้ว ต่อจากนั้นก็นำผู้สะเดาะเคราะห์ไปนั่งบนร้านม้าใกล้โอ่งน้ำมนตร์เพื่ออาบ

ข้อมูล :  สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ พ.ศ.2529 เล่ม 7


ปัจจุบันผมกับอ.ประเสริฐ รักษ์วงค์ ร่วมกับแผนสุขภาพจังหวัดสงขลากำลังฟื้นฟูการละเล่นดังกล่าวในพื้นที่อ.สะบ้าย้อย ที่ยังมีชุมชนมุสลิมสืบทอดการแสดงร่วมกับสภาวัฒนธรรมอำเภอครับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สิริปตี วันที่ : 30/08/2009 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siripatee
You are what you eat.You are what you write.

เดี๋ยวไปถามแม่มะยงดูดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 30/08/2009 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@


อยากดูจังเลยครับท่าน..
มีโอกาสไม่พลาด..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 30/08/2009 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

สวัสดีครับ..
ถ้ามีโอกาสจะแวะไปดูครับ เพราะผมจะกลับหาดใหญ่บ่อย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน