*/
  • นายชาคริต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kahlao@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-04
  • จำนวนเรื่อง : 157
  • จำนวนผู้ชม : 284506
  • จำนวนผู้โหวต : 57
  • ส่ง msg :
  • โหวต 57 คน
<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 22 มิถุนายน 2553
Posted by นายชาคริต , ผู้อ่าน : 3824 , 11:44:38 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


หาดใหญ่ใกล้หน้าฝน...

ไม่น่าเชื่อนะครับว่าทุึกวันนี้น้ำท่วมแผ่นดิน น้ำป่าไหลหลาก แผ่นดินไหว...กลายเป็นข่าวสารปกติที่เราจะได้ยินได้ฟังจากสื่อมวลชนแทบทุกแขนง


หลายคนเชื่อว่าเกิดจากความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือภาวะโลกร้อน และเกิดได้ไม่เลือกที่เสียด้วย ส่งผลต่อตัวเราอย่างไม่คาดคิด โลกหดเล็กลงจริงๆ ทุกอย่างเชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ จากความตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน เราจะพบสาเหตุเช่น ไฟป่า การใช้น้ำมันจากภาคอุตสาหกรรม การใช้พลังงานของบ้านเรือน แสงอาทิตย์ส่องมายังโลก พื้นผิวดินร้อนขึ้นสะท้อนรังสีอินฟราเรดกลับไป การตัดไม้ทำลายป่า เป็นต้น


ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเช่น พายุ สึนามิ แผ่นดินไหว ดินถล่ม ความแห้งแล้ง  โรคอุบัติใหม่(ซาร์ส ไข้หวัดนก อีโบล่า เอดส์ มาลาเรียสายพันธุ์ใหม่) โรคอุบัติซ้ำ(กาฬโรค)


ว่ากันว่า โลกเราอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1-2 องศา ฤดูร้อนยาวนานมากขึ้น แต่ไม่แล้ง


และหากเราพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ปริมาณน้ำฝน ระดับน้ำทะเล พายุ และอุณหภูมิ เมื่อวิเคราะห์กับพื้นที่ ยกตัวอย่าง อำเภอหาดใหญ่เป็นแอ่งกระทะ หากเราใช้เครื่องมือที่จะนำมาประยุกต์ใช้ คือ GIS นำข้อมูลต่างๆมาซ้อนทับกันแล้วแปรผล พร้อมกับมีการประเมินความเสี่ยง ประเมินกลุ่มผู้เปราะบาง


ข้อค้นพบที่น่าสนใจก็คือ ปริมาณน้ำฝน โดยเฉลี่ยจะสูงมากขึ้น น้ำทะเลเริ่มกัดเซาะ มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน เกิดปัญหาน้ำท่วม ขยะ และภัยพิบัติจากน้ำท่วม


· หาดใหญ่น้ำไหลจากทางทิศตะวันตก หากน้ำในอ่าวไทยสูงขึ้น มีโอกาสที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมมากขึ้น ปริมาณน้ำฝนในอีก 30 ปีข้างหน้า ฝนตกหนักขึ้น มีการผันผวนของการตกมากขึ้น หาดใหญ่มีความเสี่ยงด้านน้ำท่วมแน่ๆ


· การเกิดดินถล่ม ดูจากความลาดชัน ลักษณะของดิน เมือ่งหาดใหญ่ยังปลอดภัยแต่จะได้รับผลกระทบจากน้ำที่ไหลชะหน้าดินเข้าเมือง


· การเกิดหลุมยุบ โดยเฉพาะในส่วนที่มีหินปูน แต่หาดใหญ่ค่อนข้างปลอดภัย


· การจัดระบบการขนส่ง สัญจร ความช่วยเหลือประชากรกลุ่มเปราะบางได้อย่างไร


· หาดใหญ่เป็นพื้นที่เพาะพันธุ์ยุง


· อาคารที่อยู่ในที่ต่ำจะจมน้ำ


· ภัยแล้ง แนวโน้มอากาศร้อนมากขึ้น



ดร.ปาริชาติ วิสุทธิสมาจาร นำคณะศึกษาเสนอพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเปราะบางในอำเภอหาดใหญ่ โดยสรุปคือ อุณหภูมิสูงขึ้น น้ำฝนมากขึ้น โดยศึกษาผลกระทบจากสภาพอากาศ 3 ด้าน ได้แก่ จากน้ำท่วม จากการท่องเที่ยว และความมั่นคงด้านอาหาร โดยมีพื้นที่เสี่ยงที่สุด คือ ต.คลองแห ต.คูเต่า ต.ควนลัง ต.พะตง  รองลงมา คือ ต.คลองอู่ตะเภา ต.คอหงส์ 


· กลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยง คือ ผู้สูงอายุและเด็ก ที่อาศัยในบ้าน


· ปัญหาอื่นๆคือ การรุกล้ำของน้ำเค็ม น้ำหน้าแล้งไม่พอ มลพิษทางน้ำ ระบบพลังงาน และสุขภาพ


· การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากการใช้น้ำหากมีน้ำน้อย หรือน้ำท่วม


· ความมั่นคงทางด้านอาหาร แรงงานภาคเกษตรกระจายอยู่รอบนอก อาหารในท้องถิ่นมีน้อย


· ความเปราะบางของชุมชน คือ ความตระหนักอันเกิดจากความไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่รู้ทางเลือก ด้านเทคนิคที่จะปรับตัวรับการพัฒนา เรื่องทรัพยากร และการจัดการ


ผอ.ดิเรกฤทธิ์ ทวะกาญจน์ จากเทศบาลนครหาดใหญ่ นำเสนอข้อมูลจากประสบการณ์ตรงของการทำงาน ว่าปริมาณน้ำหากเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เฉลี่ย 2400 มม. แม้เพิ่มขึ้นไม่มากนัก ประมาณ 4-500 มม. แต่จำนวนวันในการตกน้อยลง (สรุปคือปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้น น้ำไหลเร็วขึ้น)


· ค่าระดับน้ำท่วม จะมีมากกว่าน้ำท่วม ปี 43 แน่นอน


· สรุปสาเหตุน้ำท่วม มาจากฝนในพื้นที่ตกหนัก มีปริมาณฝนตกหนักมากกว่าปกติ หรือมีการตกแช่อยู่เป็นเวลานาน


· จากการนำเสนอการประเมินความเสี่ยงทางด้านกายภาพ ข้อมูลประชากรกลุ่มเสี่ยง นำมาสังเคราะห์ร่วมกันมีข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหาของนักวิชาการจาก ม.เกษตร โดยใช้มาตรการที่ใช้สิ่งก่อสร้าง และไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง


· โดยแบ่งพื้นที่ 3 ส่วน คือ ส่วนถนนหลวง 43 (อ.สะเดา) ให้มีการก่อสร้างพื้นที่ปิดล้อม ปรับปรุงพื้นที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติ สร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม


· โซนระหว่างทางหลวง 43,44 (ละแวกอ.นาหม่อม) ทำคันกันน้ำปิดล้อมพื้นที่ สร้างคลองระบายน้ำ ร.1 ขุดลอกคลองอู่ตะเภา สร้างอ่างเก็บน้ำคลองต่ำ อ่างเก็บน้ำโตนงาช้าง ปรับปรุงพื้นที่น้ำท่วมถึงธรรมชาติ และอ่างเก็บน้ำคลองหวะและพรุพลีควาย


· โซนถนนทางหลวง 414 ลพบุรีราเมศวร์ถึงทะเลสาบสงขลา จะมีการขุดลอกคลองธรรมชาติ สร้างคลอง ร.3 และ ร.4



ที่ว่ามานั้นเป็นการพยากรณ์ จะเรียกว่า ช่วยกันเป็น "หมอดู" พยากรณ์สิ่งที่จะเกิดในอนาคต นำข้อมูลทั้งหมดมาซ้อนทับกันแล้วพิจารณาอีกครั้ง


และครั้นมาดูระบบการบริหารจัดการน้ำท่วมของจังหวัดสงขลาที่มีอยู่ เราพบข้อมูลที่น่าสนใจได้แก่


กลไกการจัดการ หน่วยงานปภ.เล่าว่ามีตั้งแต่ระดับชาติ โดยที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)มีแผนตั้งแต่ระดับชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีแผนระดับจังหวัด เป็นแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกประเภท


แผนดังกล่าวจัดกลุ่มงานออกเป็น 3 ขั้นตอนได้แก่


1.ขั้นตอนก่อนเกิดปัญหา ได้มีการสร้างเครือข่ายชุมชนโดยเฉพาะในท้องถิ่น จะมีอปท.เลือกคนมาให้ปภ.อบรม ได้แก่ ชุด อพปร. ทีมกู้ภัย(ทำหน้าที่ช่วยเหลือก่อนส่งรพ.1ตำบล 1 ทีมกู้ภัย) ทีมเตือนภัย เครือข่ายดังกล่าวมีทุกตำบล โดยมีอปท.ดูแล


2.ขณะเกิด แต่ละจังหวัดจะมีศูนย์วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ โดยมีปชส.จังหวัดทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ จังหวัดมีงบ 50 ล้านบาท จัดแบ่งให้อำเภอละ 1 ล้านบาท ใช้แก้ปัญหาภายใน 3 วัน และมีคณะกรรมการระดับจังหวัด(กชปจ.)/อำเภอ(กชปอ.)อนุมัติการใช้งบประมาณ หากเกิดปัญหาแล้วงบไม่พอสามารถขอไปที่สำนักนายกฯได้อีก ทั้งนี้เพื่อให้การสั่งการมีประสิทธิภาพ จะให้แต่ละระดับจากท้องถิ่นมาที่อำเภอและจังหวัดจะมีการสั่งการโดยคนๆเดียว


3.หลังเกิดเหตุ จะให้ความช่วยเหลือ/ฟื้นฟูผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน โดยทำงานมาจากท้องถิ่นมาสู่อำเภอไปถึงจังหวัด ให้ใช้งบปกติของหน่วยงาน


ปัญหาของหน่วยงานที่พบและต้องการปรับแก้ นั่นคือข้อมูลการเกิดน้ำท่วมมาช้า/ไม่ชัดเจน มาจากการแจ้งเหตุล่าช้า พื้นที่ไม่สามารถสำรวจปัญหาได้ นอกจากนั้นยังพบว่าท้องถิ่นไม่มีอุปกรณ์รองรับ มีเรือกู้ภัยที่เหมาะสมกับพื้นที่ ฯลฯและพบการช่วยเหลือซ้ำซ้อน มีช่องว่างของกฏหมาย/ระเบียบ อาจใช้งบไม่ตรงกับวัตถุประสงค์


อีกทั้งขั้นตอน/วิธีการตามแผนไม่ได้รับการปฎิบัติจากผู้บริหารท้องถิ่น ถือว่าเป็นงานฝาก ท้องถิ่นเองไม่ได้เตรียมงบฉุกเฉินรองรับเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม

ข้อเสนอ อยากให้มีการบริหารจัดการเครือข่ายที่มี ได้แก่ ผู้บริหาร เครือข่ายกู้ภัย


ในส่วนของท้องถิ่นที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบสำคัญในพื้นที่  ปัญหาที่พบได้แก่ เรือกู้ภัยที่ใช้งานกับพื้นที่เพื่อบริการอาหาร/ขนส่ง ไม่สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิต ที่สำคัญชาวบ้านไม่เชื่อข้อมูลการเตือนภัย แม้ว่าจะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า

ข้อเสนอ ทำให้ชาวบ้านเชื่อข้อมูลที่เตือนภัย


กรมอุตุนิยมวิทยา สะท้อนมุมมองในความเป็นจริงการพยากรณ์อากาศบอกได้แค่แนวโน้มหรือโมเดลของการเกิด ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ เช่นในกรณีขาดข้อมูลรองรับ หรือขึ้นอยู่กับความชำนาญการของบุคลากรในขณะทำงานนั้นๆ โดยสรุปคือทางกรมฯจะพิจารณาข้อมูลจากแผนที่/โมเดล/ประสบการณ์ฯลฯ


ปัญหาที่พบ คือ ข้อมูลที่สื่อสารออกไปโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง(ที่มิใช่เจ้าหน้าที่ของกรมอุตุฯ)ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ


ขณะเกิดเหตุมีข่าวลือจากหลายแหล่ง บางครั้งพยากรณ์ส่วนกลางและพื้นที่ไม่ตรงกัน ในพื้นที่มีเครือข่ายประชาสัมพันธ์จากหลายแหล่ง เช่น วิทยุสมัครเล่น/วิทยุเอกชน/วิทยุชุมชน

 


หากจะมีการแก้ไข กิจกรรมที่เราควรจะให้ความสำคัญ ได้แก่

1.สร้างกระบวนการเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายทำให้ชาวบ้านเชื่อข้อมูลที่เตือนภัย ด้วยการสังเคราะห์บทเรียนการเกิดน้ำท่วม จากการเตือนภัย/ความเสียหาย/การเชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงาน รวมไปถึงตัวชี้วัด(ทั้งวิทยาศาสตร์/พฤติกรรมของสัตว์)/รูปแบบของน้ำท่วม ฯลฯ นำมาสู่การสร้างความรู้ เช่น หลักสูตรหรือคู่มือการแก้ปัญหาน้ำท่วม


จากนั้นทำให้ชุมชนมีความเชื่อในข้อมูล ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูล ระบบโทรมาตรของชลประทานและเทศบาล


พัฒนาระบบข้อมูล โดยมีศูนย์ระดับจังหวัดรับผิดชอบ ใช้โปรแกรมพัฒนาระบบข้อมูลกลางของจังหวัด/ท้องถิ่น มีการสื่อสารด้วยภาพ/แผนที่/ทีวี./วงจรปิด สามารถใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางสื่อสาร และมีหลายช่องทางในการเข้าถึง


2.สร้างเครือข่ายการเตือนภัย ได้แก่ วิทยุสมัครเล่น ครือข่ายสื่อวิทยุกระแสหลัก เครือข่ายโทรมาตร มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ กับประชาชน มีการอธิบายศัพท์เฉพาะทางเทคนิคที่ควรรับรู้ ใช้ภาษาง่ายๆ หรือให้มีเสียงตามสาย


มีการบริหารจัดการเครือข่ายที่มี ได้แก่ ผู้บริหารเครือข่ายเมือง โดยจัดให้มีแผน/ความรู้ เครือข่ายเตือนภัย (ในความรับผิดชอบของปภ./กรมทรัพย์น้ำ/ภาคประชาชน) เครือข่ายกู้ภัย ฝ่ายสนับสนุนที่มีการเตรียมความพร้อมในส่วนของอุปกรณ์ การจัดศูนย์อพยพ อาหาร ฯลฯ นอกจากนั้นก็มีฝ่ายป้องกัน ฝ่ายติดตามวิเคราะห์สถานการณ์ ฝ่ายสื่อสาร


มีการพัฒนาศักยภาพให้กับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

สร้างเครือข่ายท้องถิ่นระดับอำเภอ/ใกล้เคียง


3. ผลักดันในเชิงนโยบายสาธารณะ เพื่อแก้ปัญหาในเชิงระบบต่อไป เช่น ศึกษาระบบการป้องกันหาดใหญ่และเครือข่าย ปรับผังเมือง


พลเมืองทั้งหลาย อ่านมาถึงตรงนี้่ผมว่าเราน่าจะมาช่วยกันเป็น "หมอดู" อาศัียข้อมูลที่ว่ามา พยากรณ์เหตุน้ำท่วมและลองหาทางแก้ไขบ้างก็ดีนะครับ










อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
sako วันที่ : 23/06/2010 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sakata
Sako

ผมเคยเจอมาแล้ว

จะเข้าไปทานข้าวแกง จอดรถไว้ น้ำมายังไม่ถึงตาตุ่ม

พอทานข้าวเสร็จจานเดียวออกมา

น้ำเข้าไปในรถแล้ว

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 23/06/2010 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

...ตั้งแต่ปี 42 ก็ยังไม่ท่วมใหญ่อีกเลย...

...เขาว่าวงรอบของน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่อยู่ที่ 12 ปี...

...คงต้องรอดูปีหน้าแหละครับ...

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 23/06/2010 เวลา : 07.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

น่าสนใจ น่าจะศึกษาเชิงป้องกันมากกว่านี้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Patui วันที่ : 23/06/2010 เวลา : 05.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat

เคยได้ยินว่า..อีกไม่นาน...
ภาคใต้จะหายไปจากแผนที่...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
รูปสมมุตินามสมมุติ วันที่ : 23/06/2010 เวลา : 02.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/appreciation
Success is getting what you want. Happiness is wanting what you get.

ขอเป็นกำลังใจให้คนหาดใหญ่
ดิฉันอยู่ในเขตเฮอริเคน ต้องลุ้นกันทุกปีเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
lim วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meema

ทำไปเพราะไม่รู้ หรือเพราะผลประโยชน์

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายชาคริต วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 19.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kahlao

หาดใหญ่เป็นเมืองแอ่งกะทะ อย่างไรก็น้ำท่วม แถมมีน้ำทะเลหนุนอีก ถนนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งครับ ตอนนี้มีคลองร.1 สำหรับระบายน้ำแล้ว แต่ปัญหาน้ำท่วมจะกระจายไปยังพื้นที่รอบหาดใหญ่ น้ำยังท่วมขังอยู่ดี

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 18.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

เมืองชายทะเล น้ำจะท่วมได้อย่างไร ถ้าไม่สร้างถนนเป็นเขื่อนกั้นน้ำ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายชาคริต วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 14.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kahlao

น่าจะเป็นปี 43 ละมัง...ท่วมใหญ่ ผมเองติดอยู่ชั้นบน 6 วันเต็มๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

นึกถึงตอนปี 42
น้ำท่วมถึงบันไดขั้นสุดท้ายของชั้นล่าง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน