*/
  • นายชาคริต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kahlao@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-04
  • จำนวนเรื่อง : 157
  • จำนวนผู้ชม : 284650
  • จำนวนผู้โหวต : 57
  • ส่ง msg :
  • โหวต 57 คน
<< กรกฎาคม 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 27 กรกฎาคม 2553
Posted by นายชาคริต , ผู้อ่าน : 2634 , 21:45:15 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


ขบวนเรือตำรวจนำหน้า ตามประชิดมาด้วยหมู่เรืออีกเกือบสิบลำ เลาะเลียบวนอ้อมเข้ามาจอดตรงหน้าท่าวัดคูเต่า ที่นี่คึกคักราวกับมีงานใหญ่ประจำปี


เยื้องต้นมะขามเทศหรือจามจุรียักษ์ที่แผ่กิ่งก้านยักเยื้องอวดลีลาแห่งพญาไม้ ลำต้นขนาดหลายคนโอบยังคงตระหง่านรับผู้มาเยือน และใกล้กันนั้น ศาลาเก่าอายุ 100 ปี บัดนี้ถูกชุมชนบูรณะจนแล้วเสร็จ กลายเป็นสถานที่รับแขกให้ผู้มาเยือนได้อาศัยร่มเงาพักพิงและทำกิจกรรม








งานถวายเทียนพรรษาปีนี้ จัดต่อเนื่องมาเช่นเคย มีองค์กรมาร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ นำโดย สหกรณ์ออมทรัพย์ มอ. เครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภา สถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้ มอ. องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา มูลนิธิชุมชนสงขลา มูลนิธิทักษิณคดีศึกษา สโมสรโรตารี่โคกเสม็ดชุน บ.หาดทิพย์ จำกัด บมจ.บิ๊กซี ศูนย์การค้าไดอาน่า สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา ชลประทานสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลเมืองควนลัง เทศบาลเมืองคลองแห เทศบาลตำบลคูเต่า เทศบาลตำบลบ้านหาร และอบต.แม่ทอม


ปีนี้ใช้แนวคิด “ได้บุญ ได้อนุรักษ์ ได้รักษา” ทำบุญ 9 วัด ได้แก่ วัดคูเต่า วัดหนองม่วง วัดอู่ตะเภา วัดชลประทานประสิทธิ์ วัดดอน วัดบางโหนด วัดนารังนก วัดศาลาโพธิ์ และวัดคลองแห

 

ถวายเทียนแต่ละครั้งเป็นโอกาสให้คนหน้าใหม่ โดยเฉพาะคนเมืองได้มีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติ โดยเฉพาะกับสายน้ำคลองอู่ตะเภา ที่เป็นแหล่งผลิตน้ำประปา ซึ่งแต่ละครัวเรือนใน 5 อำเภอรอบหาดใหญ่ได้ใช้ประโยชน์ แต่ก็น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้ใกล้ชิดจนรับรู้ลมหายใจที่กำลังรวยรินของสายน้ำ


ก่อนหน้านั้นก็มีฝนตก และเช่นเคย ฝนตกทีไรก็มีปลาตายตามมาทุกครั้ง คราวนี้ก็เช่นกัน มีบางคนบอกว่าพอจะมองเห็นระหว่างทางที่นั่งเรือมาถึงวัด


แต่ต้นเหตุก็ยังเป็นที่ถกเถียงไม่จบ บ้างว่าจากน้ำเสีย บ้างว่าจากภาวะปลาขาดออกซิเจน แล้วแต่จะอธิบายในมุมมองใคร...นักวิชาการหรือชาวบ้าน


ที่แน่ๆก็คือ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในคลองทั้งสิ้น



มีการพูดกันมากว่าการจะฟื้นลำคลอง ทางที่ดีที่สุดคือการใช้ประโยชน์ลำคลองให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพ หรือการสัญจร หรือการท่องเที่ยวเชิวนิเวศ(โดยเฉพาะตลาดน้ำที่กำลังเป็นกระแส) ว่ากันว่าอาชีพที่จะได้ประโยชน์สูงสุดหากว่าน้ำมีคุณภาพดี นั่นคือ อาชีพประมง เคยมีการเลี้ยงปลาในกระชัง แต่ก็ไม่สำเร็จ แม้กระทั่งปลาที่เลี้ยงคือปลานิล ที่ว่ากันว่า “อึด” ที่สุดแล้ว


ครูเปลื้อง สุขสวัสดิ์ ที่เติบโตมากับสายน้ำแห่งนี้ เล่าว่าในอดีต มีกุ้งแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์มาก ขนาดเท่าข้อมือ และมีวิธีตกกุ้งก็คือ การทำ “ราวกุ้ง” ผมนึกภาพไม่ออก เพราะไม่เคยเห็น ประมาณว่า เอามะพร้าวเฉาะปาก ไปผูกเป็นราว แล้วหย่อนให้กุ้งมากินเนื้อมะพร้าว เมื่อกุ้งมามากก็ใช้สวิงไปตักก็ได้กินกันง่ายๆ ใส่ “เชงเลง” ลูกเดียว ไม่เกิน 5 นาทีก็ได้เต็มหม้อ


“ตั้งไฟรอได้เลย รับรองว่าไม่เกิน 5 นาที ได้กินกุ้งสดๆ” ครูเปลื้องว่า


ทางชลประทานที่มาด้วย เล่าว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา อากาศร้อนแล้ง น้ำประปาวิกฤตหนัก (ไม่มีใครรู้) ต้องดึงน้ำจากอ่างเก็บน้ำมาช่วย ปัญหาที่จะเกิดจากต้นน้ำ ส่วนหนึ่งทำให้เกิดตะกอนดิน น้ำตื้นเขินอย่างเห็นได้ชัด ตะกอนดินที่ว่ามาถึงจุดสูบน้ำประปา


หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คนเมืองที่ใช้น้ำทั้ง 5 อำเภอ น่าจะมีสักครั้งได้ไปดูจุดสูบน้ำประปา ดูแล้วอาจจะไม่กล้าใช้น้ำประปาไปตลอดชีวิตก็เป็นได้


ปัญหาสะสมอีกอย่างก็คือ เมื่อน้ำแล้ง ต้นน้ำมีการทำฝายชะลอน้ำเป็นระยะ ส่งผลให้ปลายน้ำมีปัญหาตามมาทันที บางคนเล่าว่าจุดที่เป็นตาน้ำ ทุกวันนี้ก็ไม่มีน้ำให้เห็น


ครูเบ็ญ เล่าต่อว่า ทุกวันนี้กิจกรรมในส่วนของเด็กและเยาวชน เน้นไปที่การเกาะติดพื้นที่ ลูกบ้านไหนก็จัดการดูแลบริเวณนั้น ส่วนหนึ่งเป็นการใกล้ชิดชุมชนที่ตนอาศัย แล้วพยายามชักชวนผู้ใหญ่มาร่วม ซึ่งก็ทำได้ผลไปแล้วในหลายๆพื้นที่ เช่น ที่เกิดที่บ้านเคียนเภา ต้นน้ำของปริก


“สิ่งที่ควรทำเพิ่มเติมก็คือ ถังดักไขมันในครัวเรือน หรือนำน้ำหมักชีวภาพมาใช้ในการแก้ปัญหาน้ำเสียในครัวเรือน จัดการน้ำเสียจากต้นกำเนิด โดยเฉพาะจากชุมชน”




ทุกคนมานั่งล้อมวงคุยใต้ศาลา 100 ปี ครูวันเล่าว่า ในอดีตศาลาแห่งนี้คืออาคารเรียนของเด็ก มี 3 ห้องเรียนด้วยกัน รูปแบบศาลาแห่งนี้เป็นภูมิปัญญาของช่างพื้นบ้าน ที่มีความงาม มีการออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพอากาศของพื้นที่ ซึ่งมีฝนหนัก มีการระบายอากาศ พื้นกระดานเว้นช่องว่าง ใช้ตะปูน้อยมาก สถาบันอาศรมศิลป์มาเห็นเข้า จึงได้ชักชวนชาวบ้านมาร่วมกันบูรณะ โดยคงรูปแบบโบราณให้มากที่สุด


กระเบื้องที่ใช้ก็เป็นของเดิม แต่มีการเช็ดล้างจนสะอาด การล้างก็ทำโดยชุมชนสละเวลาทุกวันอาทิตย์มาช่วยกันเช็ดล้างทำความสะอาดจนใหม่เอี่ยม ใช้เวลาบูรณะถึง 2 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ


การบูรณะศาลาเป็นเพียงเครื่องมือ ให้ชุมชนได้หันหน้ากลับมาร่วมมือกันอีกครั้ง ความร่วมมือนี่แหละคือรากฐานแห่งวิถีชีวิต


ชุมชนเก่า วัดเก่า...วัดคูเต่าเองก็เป็นวัดเก่า มีความสวยงาม มีต้นไม้ใหญ่ มีโบสถ์เก่า มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง มีลานกว้าง มี 3 ลำคลองเชื่อมโยง บนเนื้อที่ 15 ไร่ มีสะพานแขวน(ที่รอการบูรณะ) มีเพลงเรือ...


เหล่านี้คือต้นทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่ ซึ่งรอวันฟื้นคืนกลับมารับใช้ชุมชน

ศาลาร้อยปี ที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง




ถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุ fm 88.00 Mhz







             ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดคูเต่า




ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดคูเต่า




ต้นมะขามเทศยักษ์



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
นายชาคริต วันที่ : 24/07/2012 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kahlao

ปัจจุบันศาลา 100 ปี ได้รับรางวัลจากยูเนสโก เรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้กับ รองอ่ำ ชาญวิฑูร รองนายกอบต.แม่ทอมครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 28/07/2010 เวลา : 22.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

แวะมาชวนพี่ชาคริตไปตอบปัญหาชิงรางวัลครับ
เคียงดินเอาไปกิน 2 เล่มแล้ว ฮา ว่าง ๆ ผมชวนพี่ไปเลี้ยงหมี่เป็ด รางวัลซีไรซ์นะครับ
แต่ไม่มีเบอร์พี่แล้ว ส่งมาลงกล่องผมทีก็ดีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เคียงดิน วันที่ : 27/07/2010 เวลา : 22.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

เก้าชอบต้นลูกหยีที่วัดนี้ค่ะพี่ชาลี ให้พี่หลวงชาคริตถ่ายภาพให้ดูซิคะ น่ากินแต่ป้ายใต้ต้นเขียนว่าห้ามเก็บลูกหยี อดกินเลยเรา 555

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
BlueHill วันที่ : 27/07/2010 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อ่านเพลินเลยครับ
เห็นทั้งปัญหาและทางแก้ปัญหาของชุมชน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เคียงดิน วันที่ : 27/07/2010 เวลา : 22.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

งานวิจัยเก้าสนใจศึกษาในมิติอัตลักษณ์ปักษ์ใต้จากจิตรกรรมค่ะ

ส่วนงานดุษฎีศึกษาในมิติของมานุษยวิทยาประวัติศาสตร์ค่ะ



เก้าออกสำรวจจิตรกรรมรอบลุ่มน่าจะครบทุกวัด เห็นความสัมพันธ์ของสงขลา-พัทลุง กับราชธานี

ความพยายามเป็นอย่างเมืองหลวง การเอาใจราชะนี ภายใต้ผลประโยชน์ร่วม เท่าที่สังกเตเห็นนะคะ เรื่องนี้น่าสนุกค่ะ

วันไหนเก้าไปคู่เต่าอีกรอบเก้าจะชวนพี่หลวงไปด้วยนะ เก้าเชิญ อ.ชูพินิจ เกษมณีเป้นที่ปรึกษางานวิจัยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายชาคริต วันที่ : 27/07/2010 เวลา : 22.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kahlao

ศึกษาได้หลายมิตินะ ผมน่ะสนใจมิติของชุมชน ที่ซ่อนอยู่ภายใต้อารมณ์ขัน เส้นสายของจิตรกร ผ่านตัวกาก ตัวสัตว์...

ที่วัดคูเต่า เก้าศึกษาในมุมมไหน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เคียงดิน วันที่ : 27/07/2010 เวลา : 22.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

เก้าส่งไฟล์ไปให้แล้วนะคะไม่แน่ใจภาพครบไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เคียงดิน วันที่ : 27/07/2010 เวลา : 22.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

พี่หลวงหัวข้อที่พี่หลวงว่านั่น จุ๊ๆไว้ก่อนได้ปะคะ มันเป็นหัวข้อดุษฎีนิพนธ์อะ

แต่มีโครงการวิจัยในมิติด้านศิลปะแล้ว เห็นว่า อ.ศุภชัยดำเนินการอยู่ ไม่รู้จักเค้าเหมือนกันว่าจะตามงานอยู่เพราะต้องเอามาใช้แน่ๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จักรยานเก่า วันที่ : 27/07/2010 เวลา : 22.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bicicle


แวะมาชื่นชม...เลยแอบฝากร่องรอย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายชาคริต วันที่ : 27/07/2010 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kahlao

ขอเป็นไฟล์เลยนะ จะได้มาช่วยเผยแพร่ ผมมีหลายเว็บที่เป็นช่องทางอยากให้คนอื่นได้รู้จักสงขลารอบด้าน

ว่างๆก็อยากศึกษาเชิงเปรียบเทียบ แค่จิตรกรรมฝาผนังของวัดในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาก็น่าจะเห็นอะไรเยอะแยะ ผมเองเรียนศิลปะมา พอวาดได้ เขียนได้แต่ก็ไม่มีความรู้เชิงลึกด้านนี้นัก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เคียงดิน วันที่ : 27/07/2010 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

พี่หลวงรออ่านงานเก้านะ เรื่องจิตรกรรมวัดนี้ เรื่องแรกเป็นบทความเขียนเสร็จแล้ว

เรื่องสองรออนุมัติทุนวิจัย ผ่านแล้วแต่ยังไม่เริ่ม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน