*/
  • นายชาคริต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kahlao@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-04
  • จำนวนเรื่อง : 157
  • จำนวนผู้ชม : 284819
  • จำนวนผู้โหวต : 57
  • ส่ง msg :
  • โหวต 57 คน
<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 20 ตุลาคม 2553
Posted by นายชาคริต , ผู้อ่าน : 2145 , 17:46:20 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน พันธุ์สังหยด โหวตเรื่องนี้


เดินหน้าเต็มสูบแล้วครับ


เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ที่ผ่านมา ๑๒ องค์กรนำโดยจังหวัดสงขลาที่มีผู้ว่าวิญญู ทองสกุล องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(สจรส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสาขาเขตพื้นที่สงขลา(สปสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคใต้ มูลนิธิชุมชนสงขลา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)ภายใต้โครงการความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาความยากจนฯ และภาคีเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดสงขลา ร่วมกันลงนามความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนจังหวัดสงขลาไปสู่ความเป็น “สงขลาพอเพียง”


อะไรคือสงขลาพอเพียง?


สังคมไทยเข้าใจเรื่องความพอเพียงในหลายระดับ หลายมิติ ที่แน่ๆ ไม่ตรงกัน...หากเป็นเสื้อแดงหรือกลุ่มนักวิชาการเสื้อแดง อาจมองเรื่องความพอเพียงเป็นเพียงวาทกรรมของฝ่ายศักดินา นักอนุรักษ์นิยมที่ต้านกระแสเสรีนิยม ไม่อยากเปลี่ยนแปลง...ไม่ก้าวหน้า


บางคนตีความเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องของการถอยหลังเข้าคลอง ปิดประเทศ ไม่ต้อนรับการลงทุน...คิดไปไกลถึงเพียงนั้น


บางคนเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียง แค่เพียงการปลูกผัก เลี้ยงปลาดุก เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ อยู่กระท่อม ทำนา...


เห็นชื่อองค์กรร่วมแล้ว บางคนอาจคิดไปว่า ก็คงไม่ต่างไปจากโครงการประเภทพอเพียงทั้งหลาย ไม่ว่ายุคใดสมัยใดของรัฐบาล ซึ่งทำให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกลายเป็นเพียงโครงการ หาเศษเงินเข้าพกเข้ากระเป๋าของคนไม่กี่คน แล้วก็อ้างอิงชุมชนมาเป็นผู้รับประโยชน์ ดังที่เห็นกันอยู่หลายต่อหลายโครงการ


หรือไม่ก็พาลคิดต่อไปอีกว่า ฤาทั้งหมดนี้เป็นเพียงวาทกรรม เป็นเพียงการหลอกตัวเอง อีกก้าวของบรรดาสาวกอำมาตย์เท่านั้นหรือ?


เหล่านี้ก็พอจะเห็นได้ว่า สังคมไทยมองเรื่องความพอเพียงไม่เท่ากัน ความพอเพียงจริงๆแล้วเป็นหลักปรัชญา ความพอเพียงของแต่ละคนไม่เท่าเทียมกัน ความพอเพียงของนักธุรกิจ กับความพอเพียงของชาวนา ย่อมไม่เท่าเทียมกัน


การนำหลักปรัชญานี้มาใช้ กรณีของจังหวัดสงขลา เกิดขึ้นจากการริเริ่มของภาคประชาสังคม ที่มารวมตัวกันจำนวนหนึ่ง(ไม่ได้ประกาศว่าคือตัวแทนประชาชนทุกคน) คนที่เชื่อในสำนึกของความเป็นพลเมือง คนที่ไม่จำเป็นต้องเฝ้ารอนโยบายจากรัฐหรือใครอื่น พลเมืองที่เชื่อในศักดิ์ศรี เชื่อในแรงระเบิดจากข้างใน เชื่อในพลังของคนตัวเล็กๆที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง และสังคมรอบข้างได้...หากลงมือกระทำ


เราเองไม่ได้บอกว่า นี่คือความเห็นร่วมของคนทั้งหมดในสงขลา แต่ที่แน่ๆ ก็มาจากความพร้อมใจ ความร่วมมือของหลายองค์กร หลายเครือข่ายที่มาจากความสมัครใจ ไม่มีใครบังคับใคร ไม่มีใครนำใคร


บนฐานประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม


๑๒ องค์กรร่วมลงนามความร่วมมือ


นายเสรี ศรีหะไตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ตัวแทนของจังหวัดสงขลาในครั้งนี้ ได้กล่าวว่า “เราดึงคำว่าพอเพียงเข้ามา บนพื้นฐานพอเพียงมักติดกับดักเรื่องพึ่งพาตัวเอง ที่สำคัญกว่าก็คือ มักมองข้ามที่ในหลวงพูดเรื่องระเบิดภายในเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้า คนสงขลาที่เข้าวงนี้ต้องชักชวนกันอธิษฐานจิตด้วยสัญญาใจ ระเบิดจากภายใน นำไปสู่ธงชัยที่แท้จริงด้วยการกระทำ”


จังหวัดสงขลามีทุนทางสังคมในการทำงานของภาคประชาชน พัฒนาการมาตั้งแต่การมีกลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มนักพัฒนา โลกสดใสในบ้านเกิด สงขลาประชาคม ประชาคมสุขภาพ เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา เครือข่ายสร้างสุขภาพและมูลนิธิชุมชนสงขลา


แน่นอน ทั้งหมดนี้คือการนำไปสู่การจัดความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างผู้มีอำนาจ กับประชาชน กับองค์กรเอกชน ในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งอาจจะต่างไปจากรูปแบบของสมัชชาคนจน รูปแบบของสภาองค์กรชุมชน หรือการเคลื่อนไหวของเครือข่ายภาคประชาชนอื่นๆที่มีอีกหลายรูปแบบ


สืบเนื่องจากมิติการมองสุขภาพในปัจจุบันที่ควรต้องมองประเด็นทางสุขภาพให้ครอบคลุมมิติต่างๆในวงกว้าง ทั้งในด้านกาย จิต สังคม จิตวิญญาณและสิ่งแวดล้อม ทำให้การจัดการปัญหาสุขภาพไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยกลไกของกระทรวงสาธารณสุขและมิติการตั้งรับในโรงพยาบาลเพียงเท่านั้น จำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม(บูรณาการบนฐานความเป็นจริง ไม่จำเป็นที่จะต้องฝืนใจ คิดต่างกันก็มาร่วมกันได้) จึงจะนำพาสังคมสู่ความมีสุขภาวะได้


๒๗ กรกฏาคม ๒๕๔๘ มีการประชุมสำคัญ ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาของนายกนวพล บุญญามณี มติที่ประชุมตกลงกันว่าจะใช้แผนสุขภาพจังหวัดสงขลาเป็นเครื่องมือในการประสานความร่วมมือในการทำงานสร้างสุขภาวะ ในเบื้องต้นที่ประชุมมีข้อตกลงร่วมกันให้ได้มีการประสานกับคุณสมพร ใช้บางยาง ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ซึ่งได้ให้แนวทางในการจัดทำแผนสุขภาพจังหวัด ให้อยู่ในยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในสงขลาและให้ความสำคัญกับการมองภาพอนาคตสงขลาในอีก ๑๐-๒๐ ปีข้างหน้า และได้แนะนำให้มีคณะทำงานที่มีสัดส่วนในความหลากหลายของภาคี มาทำงานและเรียนรู้ร่วมกัน ใช้เวทีสมัชชาสุขภาพ เพื่อคิดภาพรวมระบบสุขภาพของจังหวัด ภายใต้กรอบการมีส่วนร่วมในทุกเรื่อง และมีความยั่งยืนในอนาคต


ปี ๒๕๔๙ มีการทำบันทึกความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัด เครือข่ายภาคประชาชน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อเป็นพันธสัญญาที่จะขับเคลื่อนให้คนสงขลามีสุขภาวะร่วมกันโดยใช้การทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาเป็นเครื่องมือในการหนุนเสริมให้เกิดการทำงานอย่างบูรณาการของภาคีทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน ท้องถิ่น ประชาสังคม NGOs วิชาการ และชุมชน


แผนสุขภาพ จึงเกิดขึ้นเชื่อมประสานเป็นแผนการดำเนินงานเพื่อทำให้เกิดสุขภาวะแก่ประชาชน เป็นแนวทางให้ทุกคน ทุกภาคี ทุกหน่วยงาน ได้มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ร่วมกันเรียนรู้ ร่วมปฏิบัติการ  เป็นการหนุนเสริมแผนพัฒนาจังหวัด แผนงานสาธารณสุขจังหวัด และแผนงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของแต่ละหน่วยงาน 


“ประเด็นที่เคลื่อน คนสงขลามีทุนอยู่แล้ว เช่น เรื่องหลักประกันสุขภาพ ออมทรัพย์ อสม. เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม เกษตร การสื่อสาร เหล่านี้เป็นต้น” ผศ.ดร.พงศ์เทพ สุธีรวุฒิ ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้ กล่าว


ในช่วงแรกของการดำเนินงานแผนสุขภาพจังหวัด เป็นไปในลักษณะเครือข่ายเชิงประเด็น มุ่งเน้นการวางรากฐานให้แต่ละเครือข่ายได้มีการทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้ขาดการกำหนดเป้าหมายร่วมที่ชัดเจนเป็นเอกภาพ บทเรียนจากการขับเคลื่อนแผนสุขภาพระยะที่ ๑(๒๕๔๙-๒๕๕๒) นำมาสู่การจัดทำแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาในระยะที่ ๒ มุ่งเน้นให้มีเป้าหมายร่วมที่ชัดเจนมากขึ้นเพื่อกำหนดทิศทางการทำงานของเครือข่ายในแผนสุขภาพจังหวัดและแผนสุขภาพตำบลโดยยึดปรัชญาของการทำแผนสุขภาพได้แก่ การใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมากำหนดยุทธศาสตร์ร่วม ๔ ด้านได้แก่ การสร้างค่านิยมร่วม การสร้างชุมชนเข้มแข็ง การศึกษา และนโยบายสาธารณะ หลอมรวมการทำงานของเครือข่ายเชิงประเด็น


ในปี ๒๕๕๓ จึงมีทิศทางการขับเคลื่อน “สงขลาพอเพียง” ผลักดันให้สงขลานำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ สร้างวาระการขับเคลื่อนร่วมกันระหว่างภาคีสุขภาพ ภาคีส่วนภูมิภาค ภาคีส่วนท้องถิ่น ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสครองราชย์ ๗ รอบ 


“เป้าหมายของเราก็คือ นำพาจังหวัดไปสู่ความเป็น สงขลาพอเพียง  เกิดความร่วมมือของภาคีต่างๆนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนำไปสู่การสร้างสุขภาวะองค์รวมของจังหวัดสงขลา” นายเสรี ศรีหะไตร กล่าวและว่า


ปรัชญานำทางในการจัดทำสงขลาพอเพียงคือ การเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงสู่สุขภาวะองค์รวม และรากฐานธรรมะในทุกศาสนา ภายใต้บริบทที่สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมของพื้นที่”  


ทั้งนี้ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสงขลาพอเพียงในเบื้องต้นได้มีการกำหนดกรอบการขับเคลื่อนสงขลาพอเพียง ตามยุทธศาสตร์ทั้ง ๔ ด้าน และเพิ่มเติมยุทธศาสตร์ด้านบริหารจัดการอีก ๑ ข้อ ดังนี้

. ยุทธศาสตร์สร้างค่านิยมร่วม

. ยุทธศาสตร์สร้างชุมชนเข้มแข็ง

. ยุทธศาสตร์พัฒนาคนและสร้างความรู้

. ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ

. ยุทธศาสตร์สนับสนุนและการจัดการ



และในวันที่ ๑๑ ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีการจัดสมัชชาสุขภาพจังหวัดสงขลา สร้างวาระของพลเมืองเฉลิมพระเกียรติ นำประเด็นต่างๆที่มีการดำเนินการทั้งสิ้น ๑๕ วาระภายใต้กรอบคิด “สงขลาพอเพียง” ร่วมกันผลักดันให้เป็นนโยบายสาธารณะในจังหวัด โดยมีผู้เข้าร่วมที่เป็นผู้นำทางความคิดจากทุกภาคส่วนในจังหวัดสงขลากว่า ๑๐๐๐ คน


ทั้งนี้การจัดสมัชชาสุขภาพ เป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีวัตถุประสงค์ เพื่อขับเคลื่อนพลังการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ให้เกิดการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้างสรรค์นโยบายสาธารณะ เพื่อให้ก่อเกิดสุขภาวะของประชาชนคนไทย โดยมีนิยามที่ว่า

 

“กระบวนการที่ให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเรียนรู้อย่างสมานฉันท์ เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะและผลักดันนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพหรือความมีสุขของประชาชน โดยจัดให้มีการประชุมอย่างเป็นระบบและอย่างมีส่วนร่วม” 


ร่วมกันขับเคลื่อนสงขลาไปสู่ความพอเพียง.

ดูร่างมติเชิงนโยบาย สงขลาพอเพียงได้ที่ www.songkhlahealth.org


 

ผู้พิการ ทางหู ตา ร่างกาย ก็มาร่วมแสดงความเห็น

บรรยากาศในห้องย่อย พิจารณาร่างข้อเสนอเชิงนโยบาย


ร่วมแสดงความเห็นต่อร่างมติเชิงนโยบาย

ตัวอย่างค่านิยมที่เราอยากให้เกิด




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
driftworm วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 19.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ผมว่าการทำให้เป็นรูปธรรมเป็นเรื่องใช้เวลานะ
เพราะมันเป็นการจะไปเปลี่ยนตัวจิตสำนึก
ในสิ่งแวดล้อม(บริบท)แบบทุนนิยมเข้มข้น
และสิ่งแวดล้อมแบบราชการ, แบบนักการเมืองปนธุรกิจ
แต่เริ่มทำขึ้นมาได้ น่าชื่นชมสนับสนุน
.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เคียงดิน วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 18.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 21/10/2010 เวลา : 15.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

หนับหนุนด้วยครับพี่ลูกชาย และคนในครอบครัวแข้งแรงมีสุขดีนะครับ คิดถึงครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายชาคริต วันที่ : 20/10/2010 เวลา : 18.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kahlao

ขอบคุณครับ...ใครเห็นด้วยก็ลงมือทำ เป็นผีเสื้อขยับปีก ไม่ต้องรอให้ใครมาบอก มาสั่ง

ใครไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 20/10/2010 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

มาบอกว่า ขอหนับหนุน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน