*/
  • นายชาคริต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kahlao@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-04
  • จำนวนเรื่อง : 157
  • จำนวนผู้ชม : 284757
  • จำนวนผู้โหวต : 57
  • ส่ง msg :
  • โหวต 57 คน
<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม 2553
Posted by นายชาคริต , ผู้อ่าน : 7649 , 11:18:51 น.  
หมวด : นักเรียน/นักศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


ในช่วงเวลายามเช้าอันสดใส ท้องฟ้าเริ่มเปิดมากขึ้นหลังจากสายฝนโปรยปรายต่อเนื่องมาหลายวัน ย่างเข้าสู่ต้นเดือนธันวาคม เลยผ่านวันผู้พิการมาเพียงวันเดียว

 

โกดังริมถนนราษฎร์พัฒนา ตำบลบ้านพรุ คับคั่งไปด้วยผู้คนเกือบร้อยชีวิต มาจากหลายหลากอาชีพ ช่วงวัย มาร่วมกันทำเรื่องดีงาม นำความตั้งใจมาพบกันอย่างพร้อมหน้า เป็นการยืนยันว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้เสมอโดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีการสั่งการณ์หรือกะเกณฑ์บังคับ แล้วก็ทำไปโดยไม่เกี่ยงว่าต้องอยู่ในภาระกิจหน้าที่รับผิดชอบ หากแค่มีความตระหนักอันเปี่ยมล้นในความเป็นมนุษย์ ผู้เป็นเพื่อนร่วมชะตากรรม

 

ดังเช่นการรวมตัวมาทำความดีในวันสำคัญ นัดหมายกันมาเปิดที่ทำการ “ศูนย์ราษฎร์พัฒนาคนพิการและผู้สูงอายุสงขลา”

 

อ.เบญจมาศ นาคหลง นำนักเรียนจากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 2 กว่าห้าสิบคน บวกรวมกับนักเรียนต้นกล้าอนุรักษ์คลองอู่ตะเภาอีกจำนวนหนึ่งมายืนรออยู่ด้านหลังโกดัง มาเป็นอาสาสมัครเตรียมตัวที่จะเข้าไปช่วยกันทำความสะอาด ผู้พิการเริ่มทยอยกันเข้ามา รวมกับตัวแทนชุมชนบ้านพรุ ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลนครหาดใหญ่ ปลัดเทศบาลเมืองบ้านพรุคอยอำนวยความสะดวก นำช่าง แม่บ้าน มาช่วยกันเก็บกวาด ถางหญ้าที่ขึ้นรกจนเตียนโล่ง

 

เด็กๆทยอยกันสวมถุงมือ คาดที่ปิดจมูกกันฝุ่น ช่วยกันลากกระสอบผ้าในโกดังออกมาคัดแยก บ้างก็ช่วยกันทำความสะอาด เช็ดล้าง โกดังที่เคยปิดทึบ อับ สกปรก ค่อยๆสะอาดขึ้นทีละน้อยจากน้ำมือของเด็กๆ ครู่เดียวชุมชน ทีมนักศึกษาจากคณะพยาบาล มอ. โดยการนำของ ผศ.ดร.เนตรนภา ก็ตามมาสมทบ

 

ร่วมแรงร่วมใจกัน ช่วยกันคนละไม้ละมือ ฝึกจิตใจของการเป็นผู้ให้ เป็นอาสาสมัครของสังคม

 

ช่วยกันยืนยันว่าเรื่องของคนพิการและผู้สูงอายุ เป็นเรื่องของทุกคน หาใช่องค์กรใดองค์กรหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งในสังคมที่จะรับผิดชอบ

 

 



นักเรียน รร.ญว.2 ยกชั้นมาเป็นอาสาสมัคร


นักเรียนในกลุ่มต้นกล้าเพื่อการอนรักษ์คลองอู่ตะเภาก็มาร่วมเป็นอาสาสมัคร

คุณนฤมล วงศ์การะเวก หรือที่ใครๆเรียกขานว่า “อาอี๊” เล่าให้ทุกคนฟังในเวลาต่อมาถึงที่มาของการจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ว่า ได้พาสามีซึ่งก็คือคุณรังสรรค์ ผู้ที่ตั้งใจเอื้อเฟื้อให้ใช้โกดังแห่งนี้เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้พิการ ไปรักษาที่รพ.หาดใหญ่ หลังได้รับอุบัติเหตุขับรถชนต้นไม้ บาดเจ็บหนักไม่สามารถลุกขึ้นได้ ทำให้ร่างกายท่อนล่างไม่มีความรู้สึก กลายสภาพเป็นคนพิการ โชคร้ายในคราวนี้เปลี่ยนแปลงชีวิตไปโดยสิ้นเชิง แต่ก็ทำให้มีโอกาสได้รู้จักกับคุณมารุต ลอยผา ที่ช่วยเหลือผู้พิการอยู่ที่รพ.หาดใหญ่ เกิดความประทับใจในการดูแลคนพิการของที่นี่ ต่อมาได้มีโอกาสประชุมร่วมกับเครือข่ายคนพิการ ภายใต้การประสานงานของมูลนิธิชุมชนสงขลา

 

อาอี๊เล่าว่าความที่คุณรังสรรค์เป็นคนพิการจึงเกิดความเข้าใจในความทุกข์ยากสาหัสในการใช้ชีวิต คุณรังสรรค์เกิดแรงบันดาลใจอยากที่จะช่วยเหลือคนพิการและผู้สูงอายุ จึงมีดำริที่จะเอื้อเฟื้อให้คนพิการได้เข้ามาใช้ประโยชน์โกดังซึ่งแต่เดิมเป็นโกดังเก็บของพวกเสื้อผ้าทั้งชุดนักเรียน เศษผ้า ซึ่งครอบครัวได้ซื้อไว้เป็นที่เก็บของ อยากให้คนพิการได้ใช้ประโยชน์

 

“ฉันเองก็อยากให้คุณรังสรรค์สบายใจ อยากให้รู้ว่าตัวเองยังมีประโยชน์ต่อคนอื่น” อาอี๊ว่า



อาอี๊ ผู้เอื้อเฟื้อสถานที่ร่วมกับสามี


คุณอดิศักดิ์ รัตนะ ปลัดเทศบาลเมืองบ้านพรุ เป็นอีกคนหนึ่งที่ขันอาสามาช่วยสนับสนุนให้เกิดศูนย์แห่งนี้ และเสนอแนะให้รวมไปถึงการทำงานร่วมกับผู้สูงอายุด้วย เล่าว่าในตำบลบ้านพรุมีการจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุขึ้นมาแล้ว ที่นี่มีผู้พิการจำนวน 225 คน มีการทำงานร่วมกับชมรมเหยื่อเมาแล้วขับ รพ.หาดใหญ่ และภาคีสุขภาพระดับจังหวัด เน้นการทำงานด้านป้องกันและลดอุบัติเหตุ การปลูกผักไร้สารพิษ

 

“เราพูดกันกับเครือข่ายที่ร่วมก่อตั้ง มีความตั้งใจที่จะทำศูนย์ฝึกอาชีพให้กับคนพิการและผู้สูงอายุ ในส่วนบ้านพรุจะใช้ฐานของกลุ่มเครือข่ายครอบครัว ให้มีการรวมตัวกันของกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุก็ให้มีกิจกรรมขับเคลื่อนอย่างสม่ำเสมอ ศูนย์นี้อาจจะเป็นตัวเชื่อมโยงไปถึงผู้สูงอายุกลุ่มต่างๆนอกพื้นที่ เช่น อ.สะเดา อ.นาหม่อม อ.หาดใหญ่”




คุณมารุต ลอยผา ตัวแทนจากรพ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นแกนหลักสำคัญที่ช่วย


ในช่วงเวลายามเช้าอันสดใส ท้องฟ้าเริ่มเปิดมากขึ้นหลังจากสายฝนโปรยปรายต่อเนื่องมาหลายวัน ย่างเข้าสู่ต้นเดือนธันวาคม เลยผ่านวันผู้พิการมาเพียงวันเดียว

 

โกดังริมถนนราษฎร์พัฒนา ตำบลบ้านพรุ คับคั่งไปด้วยผู้คนเกือบร้อยชีวิต มาจากหลายหลากอาชีพ ช่วงวัย มาร่วมกันทำเรื่องดีงาม นำความตั้งใจมาพบกันอย่างพร้อมหน้า เป็นการยืนยันว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้เสมอโดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีการสั่งการณ์หรือกะเกณฑ์บังคับ แล้วก็ทำไปโดยไม่เกี่ยงว่าต้องอยู่ในภาระกิจหน้าที่รับผิดชอบ หากแค่มีความตระหนักอันเปี่ยมล้นในความเป็นมนุษย์ ผู้เป็นเพื่อนร่วมชะตากรรม

 

ดังเช่นการรวมตัวมาทำความดีในวันสำคัญ นัดหมายกันมาเปิดที่ทำการ “ศูนย์ราษฎร์พัฒนาคนพิการและผู้สูงอายุสงขลา”

 

อ.เบญจมาศ นาคหลง นำนักเรียนจากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 2 กว่าห้าสิบคน บวกรวมกับนักเรียนต้นกล้าอนุรักษ์คลองอู่ตะเภาอีกจำนวนหนึ่งมายืนรออยู่ด้านหลังโกดัง มาเป็นอาสาสมัครเตรียมตัวที่จะเข้าไปช่วยกันทำความสะอาด ผู้พิการเริ่มทยอยกันเข้ามา รวมกับตัวแทนชุมชนบ้านพรุ ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลนครหาดใหญ่ ปลัดเทศบาลเมืองบ้านพรุคอยอำนวยความสะดวก นำช่าง แม่บ้าน มาช่วยกันเก็บกวาด ถางหญ้าที่ขึ้นรกจนเตียนโล่ง

 

เด็กๆทยอยกันสวมถุงมือ คาดที่ปิดจมูกกันฝุ่น ช่วยกันลากกระสอบผ้าในโกดังออกมาคัดแยก บ้างก็ช่วยกันทำความสะอาด เช็ดล้าง โกดังที่เคยปิดทึบ อับ สกปรก ค่อยๆสะอาดขึ้นทีละน้อยจากน้ำมือของเด็กๆ ครู่เดียวชุมชน ทีมนักศึกษาจากคณะพยาบาล มอ. โดยการนำของ ผศ.ดร.เนตรนภา ก็ตามมาสมทบ

 

ร่วมแรงร่วมใจกัน ช่วยกันคนละไม้ละมือ ฝึกจิตใจของการเป็นผู้ให้ เป็นอาสาสมัครของสังคม

 

ช่วยกันยืนยันว่าเรื่องของคนพิการและผู้สูงอายุ เป็นเรื่องของทุกคน หาใช่องค์กรใดองค์กรหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งในสังคมที่จะรับผิดชอบ

 

 



นักเรียน รร.ญว.2 ยกชั้นมาเป็นอาสาสมัคร


นักเรียนในกลุ่มต้นกล้าเพื่อการอนรักษ์คลองอู่ตะเภาก็มาร่วมเป็นอาสาสมัคร

คุณนฤมล วงศ์การะเวก หรือที่ใครๆเรียกขานว่า “อาอี๊” เล่าให้ทุกคนฟังในเวลาต่อมาถึงที่มาของการจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ว่า ได้พาสามีซึ่งก็คือคุณรังสรรค์ ผู้ที่ตั้งใจเอื้อเฟื้อให้ใช้โกดังแห่งนี้เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้พิการ ไปรักษาที่รพ.หาดใหญ่ หลังได้รับอุบัติเหตุขับรถชนต้นไม้ บาดเจ็บหนักไม่สามารถลุกขึ้นได้ ทำให้ร่างกายท่อนล่างไม่มีความรู้สึก กลายสภาพเป็นคนพิการ โชคร้ายในคราวนี้เปลี่ยนแปลงชีวิตไปโดยสิ้นเชิง แต่ก็ทำให้มีโอกาสได้รู้จักกับคุณมารุต ลอยผา ที่ช่วยเหลือผู้พิการอยู่ที่รพ.หาดใหญ่ เกิดความประทับใจในการดูแลคนพิการของที่นี่ ต่อมาได้มีโอกาสประชุมร่วมกับเครือข่ายคนพิการ ภายใต้การประสานงานของมูลนิธิชุมชนสงขลา

 

อาอี๊เล่าว่าความที่คุณรังสรรค์เป็นคนพิการจึงเกิดความเข้าใจในความทุกข์ยากสาหัสในการใช้ชีวิต คุณรังสรรค์เกิดแรงบันดาลใจอยากที่จะช่วยเหลือคนพิการและผู้สูงอายุ จึงมีดำริที่จะเอื้อเฟื้อให้คนพิการได้เข้ามาใช้ประโยชน์โกดังซึ่งแต่เดิมเป็นโกดังเก็บของพวกเสื้อผ้าทั้งชุดนักเรียน เศษผ้า ซึ่งครอบครัวได้ซื้อไว้เป็นที่เก็บของ อยากให้คนพิการได้ใช้ประโยชน์

 

“ฉันเองก็อยากให้คุณรังสรรค์สบายใจ อยากให้รู้ว่าตัวเองยังมีประโยชน์ต่อคนอื่น” อาอี๊ว่า



อาอี๊ ผู้เอื้อเฟื้อสถานที่ร่วมกับสามี


คุณอดิศักดิ์ รัตนะ ปลัดเทศบาลเมืองบ้านพรุ เป็นอีกคนหนึ่งที่ขันอาสามาช่วยสนับสนุนให้เกิดศูนย์แห่งนี้ และเสนอแนะให้รวมไปถึงการทำงานร่วมกับผู้สูงอายุด้วย เล่าว่าในตำบลบ้านพรุมีการจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุขึ้นมาแล้ว ที่นี่มีผู้พิการจำนวน 225 คน มีการทำงานร่วมกับชมรมเหยื่อเมาแล้วขับ รพ.หาดใหญ่ และภาคีสุขภาพระดับจังหวัด เน้นการทำงานด้านป้องกันและลดอุบัติเหตุ การปลูกผักไร้สารพิษ

 

“เราพูดกันกับเครือข่ายที่ร่วมก่อตั้ง มีความตั้งใจที่จะทำศูนย์ฝึกอาชีพให้กับคนพิการและผู้สูงอายุ ในส่วนบ้านพรุจะใช้ฐานของกลุ่มเครือข่ายครอบครัว ให้มีการรวมตัวกันของกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุก็ให้มีกิจกรรมขับเคลื่อนอย่างสม่ำเสมอ ศูนย์นี้อาจจะเป็นตัวเชื่อมโยงไปถึงผู้สูงอายุกลุ่มต่างๆนอกพื้นที่ เช่น อ.สะเดา อ.นาหม่อม อ.หาดใหญ่”




คุณมารุต ลอยผา ตัวแทนจากรพ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นแกนหลักสำคัญที่ช่วยให้เกิดศูนย์แห่งนี้ เล่าย้อนหลังไปว่าได้ทำงานให้กับรพ.หาดใหญ่ ที่มีแนวทางส่งเสริมสุขภาพ ทำงานป้องกันอุบัติเหตุ ทำให้มีโอกาสได้เข้ามาทำงานร่วมกับชุมชนซึ่งบ้านพรุติดอำดับ 1 ใน 3 ของพื้นที่เสี่ยงของจังหวัด นอกจากนั้นก็ยังมีการส่งเสริมให้มีการปลูกผักไร้สารพิษ ได้มีโอกาสพบกับคุณนฤมล ทำให้ความฝันในการสร้างศูนย์ฝึกอาชีพของผู้พิการเป็นจริง

 

“ตั้งใจจะให้ที่นี่ศูนย์ประสานงาน เป็นศูนย์ฝึกอาชีพ เป็นที่ปรึกษาหรือเป็นที่พึ่งด้านจิตใจให้กับคนพิการ ศูนย์จะเป็นผู้ประสานงานโรงงาน หาออร์เดอร์มาให้ผู้พิการหรือผู้สูงอายุ เราจะเป็นบ้านตัวอย่างเพื่อให้เห็นว่าการดำรงชีวิตของผู้พิการที่ดีเป็นอย่างไรด้วย”

 

ในอนาคตคุณรังสรรค์ก็จะมาใช้ชีวิตร่วมกับผู้พิการ ณ ศูนย์แห่งนี้ คุณรังสรรค์จะได้ช่วยให้คำแนะนำในการจัดการศูนย์ไปด้วย ซึ่งศูนย์แห่งนี้ยังจำเป็นที่จะต้องมีการปรับพื้นที่ ปรับสภาพให้เอื้อกับการดำรงชีวิตของคนพิการอีกหลายอย่าง เช่น ทางเข้า-ออกซึ่งมีความลาดชัน

 

รวมไปถึงการขอรับบริจาคสิ่งของต่างๆที่จะมาช่วยหนุนเสริมให้การดำเนินงานของศูนย์เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม



ว่าไปแล้วตำบลบ้านพรุ นับได้ว่ามีความพร้อมในการดำเนินงาน ด้วยเหตุที่มีเครือข่ายทำงานในพื้นที่จำนวนมาก คุณดวงดาว รัตนะ แกนนำอีกคนหนึ่งเป็นอัมพาตช่วงล่าง แนะนำทุกคนให้รู้จักน้องดำ อาสาสมัครของชมรมเหยื่อเมาแล้วขับ น้องดำเกิดอุบัติเหตุจากการไม่สวมหมวก ทำหน้าที่ไปบรรยายตามโรงเรียนต่างๆ รณรงค์ให้ชุมชนมีการลดอุบัติเหตุ เมาไม่ขับ สวมหมวกกันน็อค

 

น้องดำเมื่อเจออุบัติเหตุ ล้มป่วยเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ 6 เดือน จนวันหนึ่งน้องดำสามารถฟื้นตัว แม้ว่าสมองไม่เสื่อม แต่ร่างกายซีกขวาไม่สามารถใช้งานได้ตลอดชีวิต และส่งผลต่อการพูดที่ไม่เหมือนเดิม แต่ก็อดไม่ได้ที่จะออกปากเตือนทุกคน

 

“เมาแล้วอย่าขับดีกว่า หรือเวลาขับให้สวมหมวกกันน็อคเถอะครับ”

 

คุณมารุต ช่วยเสริมว่า อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสำหรับผู้พิการครึ่งซีก คือรถเข็นไฟฟ้า ซึ่งไม่ได้หามาง่ายๆ เพราะราคาสูง โชคดีที่ปีที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกเจียดรายได้ 5% มาซื้ออุปกรณ์ช่วยคนพิการ เราจึงได้รถเข็นไฟฟ้ามาให้น้องดำ แต่ทว่า ก็ประสบอุบัติเหตุซ้ำ ไหลรื่นไปตกคู ทำให้อุปกรณ์บางอย่างชำรุด

 

“การซ่อมบำรุงมีปัญหามาก” มารุตบอก “เราต้องร้องขออุปกรณ์ใหม่อยู่ตลอด ทำให้ต้องสิ้นเปลืองเงิน ต่อไปเมื่อมีศูนย์นี้เกิดขึ้น เราจะหาตัวแทนผู้พิการไปฝึกอบรม แล้วกลับมาทำศูนย์ซ่อมบำรุงอุปกรณ์ที่ศูนย์แห่งนี้”

 

พวกเขาวางเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์ซ่อมบำรุง มีการสั่งซื้อวัสดุมาจากแหล่งต่างๆแล้วมาประกอบขายให้กับผู้พิการในราคาถูก

 

ลุงเชือน ประธานชมรมผู้สูงอายุเทศบาลเมืองบ้านพรุ ในฐานะที่เป็นหุ้นส่วนของผู้สูงอายุเสริมว่าการทำงานของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองบ้านพรุยังไม่มีที่ตั้งศูนย์ในภาพรวม ไม่ว่าจะใช้เพื่อการประชุม หรือทำกิจกรรม ประธานชมรมทั้งสิบเขตมีตัวตนแล้ว


“ผู้สูงอายุ มีอายุในช่วง 60,70,80 กลุ่มที่อายุ 80 จะมีความเครียดมากที่สุด การมีที่นัดพบ มีที่พบปะเสวนาของผู้สูงอายุจะช่วยได้มาก”


คุณยงยุทธ แสงพรหม ว่าที่นายกสมาคมคนพิการจังหวัดสงขลา เป็นอีกคนหนึ่งที่ลุ้นสุดตัวให้เกิดศูนย์แห่งนี้ “ศูนย์ฝึกอาชีพสามารถทำได้ทั้งในส่วนของผู้พิการและผู้สูงอายุ” เขาพูดความตั้งใจ “การทำกิจกรรมต่างๆของผู้สูงอายุ ผู้พิการ เราจะมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด โดยมีตัวแทนของส่วนต่างๆมาร่วมกันบริหารศูนย์”


แน่นอนว่าการที่จะไปถึงฝั่งฝันย่อมมีขวากหนามอุปสรรคอีกมาก แต่ความร่วมมือร่วมแรงจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีแรงกระตุ้นจากความเป็นผู้ให้ที่พร้อมจะช่วยทั้งแรงกาย แรงใจ แรงสมอง ก็จะเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จในอนาคต


 “การทำงาน เราไม่จำเป็นต้องมีเงินก่อนที่จะทำงาน อย่างศูนย์แห่งนี้หากเราใช้เงินเป็นตัวตั้ง ศูนย์แห่งนี้ก็คงไม่เกิด” ผศ.ดร.เนตรนภา คู่พันธวี นักวิชาการที่เคียงบ่าเคียงใหล่กับผู้พิการมานานกล่าว





 

 ช่วยกันคัดแยกเสื้อผ้า ชุดนักเรียน นำำไปจำหน่ายนำเิงินเข้ากองทุน

 


น้องๆตัวแทนต้นกล้าจิตสาธารณะ จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 2 ได้บอกเล่าความตั้งใจอีกครั้งว่า “ครอบครัวผมเองอยู่กับผู้พิการ จึงมีความเข้าใจดี อยากบอกว่าผู้พิการ ผู้สูงอายุต้องการอะไร ผมอยากให้ผู้สูงอายุได้ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุข...ในช่วงเช้า จึงได้ชวนเพื่อนทั้งห้องมาร่วมทำงานอาสาสมัคร เราได้เตรียมอุปกรณ์ถุงมือ แมสปิดจมูก มาถึงก็เตรียมสถานที่ แบ่งงานให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม”


แน่นอนที่สุด การดำรงอยู่ของสังคม มิอาจแยกส่วนจากกัน เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงวัย ต่างเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ดูแลกันและกัน

 

“จุดพลังอำนาจอยู่ในคนทุกคน เริ่มต้นด้วยการฝึกสติ ผู้พิการเองก็มีจุดพลังอำนาจ เพียงแต่ขาดโอกาส ขณะเดียวกันหลายคนยังไม่ได้ตระหนัก ตรงนี้สังคมขาด จึงนำเอากระบวนการจุดพลังนี้มาให้กับเยาวชน และเป็นการเติมความรู้ สร้างการเรียนรู้นอกห้องเรียนไปด้วย” อ.เบญจมาศ นาคหลง ย้ำคุณค่าที่แฝงอยู่ในการทำงานอาสาสมัคร

 

ไม่นับเครือข่ายอีกมาก...ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลนครหาดใหญ่ สภาคนพิการทุกประเภท พมจ. เทศบาลเมืองบ้านพรุ โรงพยาบาลหาดใหญ่ สมาคมเครือข่ายสุขภาพผุ้สูงอายุจังหวัดสงขลา สมาคมคนพิการจังหวัดสงขลา แผนสุขภาพจังหวัดสงขลาประเด็นส่งเสริมสุขภาพผู้พิการ เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เหล่านี้จะเป็นอีกแรงหนุนสำคัญ

 

คุณประเสริฐ ตัวแทนผู้พิการจากอำเภอนาหม่อม ตนเองนั้นเป็นโปลิโอ เดินได้ เลือกเรียนอิเลคโทรนิค ปัจจุบันเป็นหัวหน้าฝ่ายช่างของสถานีวิทยุมอ.


“เราต้องการพี่เลี้ยงไปช่วยพัฒนาชมรมที่อำเภอ วันนี้ดีใจที่นักเรียนมาช่วยงานจะได้เรียนรู้และระวังไม่ประมาทไม่ให้เกิดความพิการ...นาหม่อมก็พร้อมจะทำงานร่วมกับบ้านพรุ”

 

คุณสมพร ปาตังตะโร ประธานสภาคนพิการทุกประเภทและตัวแทนพมจ.เล่าถึงแนวทางทำงานของหน่วยงาน “งานของจังหวัดเน้นการสร้างสิ่งอำนายความสะดวกผู้พิการ มีกองทุนฟื้นฟูผู้สูงอายุและผู้พิการที่สามารถขอการสนับสนุนไปได้ ที่สำนักงานมีการขึ้นทะเบียนคลังภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ สามารถใช้เป็นฐานถ่ายทอดความรู้...ในส่วนของศูนย์ที่จะเกิด จะมีการวางแผนงานร่วมกันของหลายภาคส่วน การส่งต่อ การให้กำลังใจ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศูนย์ซ่อมบำรุง เหล่านี้เป็นกิจกรรมที่น่าจะทำให้เกิด”


มุมด้านหน้าของศูนย์ ได้มีการปรับพื้นที่ รอให้ดินแห้ง 

ภาพก่อนปรับปรุง





ศูนย์ราษฎร์พัฒนาคนพิการและผู้สูงอายุสงขลา

สถานที่ : บ้านเลขที่ 60 ถ.ราษฏร์พัฒนา ซอย 2 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อยู่บนเนื้อที่ 6 ห้อง 140 ตารางวา

 

ศูนย์ฯในปัจจุบันยังไม่พร้อมที่จะใช้งาน ในช่วงเดือนธันวาคม จะมีการปรับปรุงสถานที่ให้แล้วเสร็จ ในระหว่างนี้ทางศูนย์ฯยังจำเป็นที่จะต้องใช้อุปกรณ์หรือสิ่งของอีกจำนวนมาก ได้แก่ อุปกรณ์สำนักงาน คอมพิวเตอร์ กระดาษ ปากกา ตู้เก็บเอกสาร ชั้นวางของ ฯลฯ รวมไปถึงวัสดุก่อสร้างที่จะช่วยปรับปรุงทางลาด สีทาบ้าน โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น


ผู้ที่จะมีส่วนร่วมช่วยคนพิการและผู้สูงอายุ สามารถบริจาคสิ่งของ อุปกรณ์สำนักงานต่างๆ หรือจะให้ไปรับสิ่งของถึงบ้าน สามารถติดต่อได้ที่ คุณมารุต ลอยผา รพ.หาดใหญ่ ศูนย์พัฒนาระบบบริการสุขภาพ โทร. 084-9997446  หรือที่สถานีวิทยุ มอ.หาดใหญ่, ปลัดอดิศักดิ์ รัตนะ เทศบาลเมืองบ้านพรุ โทร. 084-6317554, คุณสมพร ปาทังกะโร  081-5439540 ที่พมจ.สงขลา คุณบุญเรือง ปลอดภัย มูลนิธิชุมชนสงขลา 084-7484137


หรือบริจาคเงินสนับสนุนกิจกรรมของศูนย์ ได้ที่ ชื่อบัญชี ศูนย์ราษฎร์พัฒนาคนพิการและผู้สูงอายุสงขลา ธนาคารกรุงไทย สาขาโรงพยาบาลหาดใหญ่ เลขที่บัญชี 936-0-13577-1 โดย Fax สลิปการโอนเงินมาได้ที่ 074-474082 (โทร& Fax) หรือติดต่อคุณบุญเรือง ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิชุมชนสงขลา 084-7484137  โดย Fax สลิปการโอนเงินมาได้ที่ 074-474082 (โทร& Fax) หรือติดต่อคุณบุญเรือง ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิชุมชนสงขลา 084-7484137 

 



สนามหญ้่าและภายในอาคารก่อนปรับปรุง





ศูนย์ราษฎร์พัฒนาคนพิการและผู้สูงอายุสงขลา

 

จุดประสงค์

1.ฝึกอาชีพ(อิสระ)สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ

2.ศูนย์บริการซ่อมบำรุง/ผลิตอุปกรณ์ช่วยเหลือความพิการจังหวัดสงขลา

3.ศูนย์ฝึกการดำรงชีวิตอิสระสำหรับคนพิการ

4.ตัวอย่างบ้านสำหรับการดัดแปลงที่อยู่อาศัยสำหรับการดำรงชีวิตของคนพิการ

5.ศูนย์ประสานงานพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและผู้สูงอายุ โซนเมือง(สะเดา หาดใหญ่ นาหม่อม)


กลุ่มเป้าหมายที่จะได้ใช้ประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มผู้พิการในโซนเมือง ผู้พิการในตำบลบ้านพรุ 100 คน ผู้พิการในอำเภอหาดใหญ่ 2,100 คน(ขึ้นทะเบียนกับ พมจ.) รวมถึงผู้สูงอายุในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ สะเดา นาหม่อม


นักศึกษาจากคณะพยาบาล มอ. มาเป็นอาสาสมัคร น่าชื่นชม


ให้เกิดศูนย์แห่งนี้ เล่าย้อนหลังไปว่าได้ทำงานให้กับรพ.หาดใหญ่ ที่มีแนวทางส่งเสริมสุขภาพ ทำงานป้องกันอุบัติเหตุ ทำให้มีโอกาสได้เข้ามาทำงานร่วมกับชุมชนซึ่งบ้านพรุติดอำดับ 1 ใน 3 ของพื้นที่เสี่ยงของจังหวัด นอกจากนั้นก็ยังมีการส่งเสริมให้มีการปลูกผักไร้สารพิษ ได้มีโอกาสพบกับคุณนฤมล ทำให้ความฝันในการสร้างศูนย์ฝึกอาชีพของผู้พิการเป็นจริง

 

“ตั้งใจจะให้ที่นี่ศูนย์ประสานงาน เป็นศูนย์ฝึกอาชีพ เป็นที่ปรึกษาหรือเป็นที่พึ่งด้านจิตใจให้กับคนพิการ ศูนย์จะเป็นผู้ประสานงานโรงงาน หาออร์เดอร์มาให้ผู้พิการหรือผู้สูงอายุ เราจะเป็นบ้านตัวอย่างเพื่อให้เห็นว่าการดำรงชีวิตของผู้พิการที่ดีเป็นอย่างไรด้วย”

 

ในอนาคตคุณรังสรรค์ก็จะมาใช้ชีวิตร่วมกับผู้พิการ ณ ศูนย์แห่งนี้ คุณรังสรรค์จะได้ช่วยให้คำแนะนำในการจัดการศูนย์ไปด้วย ซึ่งศูนย์แห่งนี้ยังจำเป็นที่จะต้องมีการปรับพื้นที่ ปรับสภาพให้เอื้อกับการดำรงชีวิตของคนพิการอีกหลายอย่าง เช่น ทางเข้า-ออกซึ่งมีความลาดชัน

 

รวมไปถึงการขอรับบริจาคสิ่งของต่างๆที่จะมาช่วยหนุนเสริมให้การดำเนินงานของศูนย์เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม



ว่าไปแล้วตำบลบ้านพรุ นับได้ว่ามีความพร้อมในการดำเนินงาน ด้วยเหตุที่มีเครือข่ายทำงานในพื้นที่จำนวนมาก คุณดวงดาว รัตนะ แกนนำอีกคนหนึ่งเป็นอัมพาตช่วงล่าง แนะนำทุกคนให้รู้จักน้องดำ อาสาสมัครของชมรมเหยื่อเมาแล้วขับ น้องดำเกิดอุบัติเหตุจากการไม่สวมหมวก ทำหน้าที่ไปบรรยายตามโรงเรียนต่างๆ รณรงค์ให้ชุมชนมีการลดอุบัติเหตุ เมาไม่ขับ สวมหมวกกันน็อค

 

น้องดำเมื่อเจออุบัติเหตุ ล้มป่วยเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ 6 เดือน จนวันหนึ่งน้องดำสามารถฟื้นตัว แม้ว่าสมองไม่เสื่อม แต่ร่างกายซีกขวาไม่สามารถใช้งานได้ตลอดชีวิต และส่งผลต่อการพูดที่ไม่เหมือนเดิม แต่ก็อดไม่ได้ที่จะออกปากเตือนทุกคน

 

“เมาแล้วอย่าขับดีกว่า หรือเวลาขับให้สวมหมวกกันน็อคเถอะครับ”

 

คุณมารุต ช่วยเสริมว่า อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสำหรับผู้พิการครึ่งซีก คือรถเข็นไฟฟ้า ซึ่งไม่ได้หามาง่ายๆ เพราะราคาสูง โชคดีที่ปีที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกเจียดรายได้ 5% มาซื้ออุปกรณ์ช่วยคนพิการ เราจึงได้รถเข็นไฟฟ้ามาให้น้องดำ แต่ทว่า ก็ประสบอุบัติเหตุซ้ำ ไหลรื่นไปตกคู ทำให้อุปกรณ์บางอย่างชำรุด

 

“การซ่อมบำรุงมีปัญหามาก” มารุตบอก “เราต้องร้องขออุปกรณ์ใหม่อยู่ตลอด ทำให้ต้องสิ้นเปลืองเงิน ต่อไปเมื่อมีศูนย์นี้เกิดขึ้น เราจะหาตัวแทนผู้พิการไปฝึกอบรม แล้วกลับมาทำศูนย์ซ่อมบำรุงอุปกรณ์ที่ศูนย์แห่งนี้”

 

พวกเขาวางเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์ซ่อมบำรุง มีการสั่งซื้อวัสดุมาจากแหล่งต่างๆแล้วมาประกอบขายให้กับผู้พิการในราคาถูก

 

ลุงเชือน ประธานชมรมผู้สูงอายุเทศบาลเมืองบ้านพรุ ในฐานะที่เป็นหุ้นส่วนของผู้สูงอายุเสริมว่าการทำงานของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองบ้านพรุยังไม่มีที่ตั้งศูนย์ในภาพรวม ไม่ว่าจะใช้เพื่อการประชุม หรือทำกิจกรรม ประธานชมรมทั้งสิบเขตมีตัวตนแล้ว


“ผู้สูงอายุ มีอายุในช่วง 60,70,80 กลุ่มที่อายุ 80 จะมีความเครียดมากที่สุด การมีที่นัดพบ มีที่พบปะเสวนาของผู้สูงอายุจะช่วยได้มาก”


คุณยงยุทธ แสงพรหม ว่าที่นายกสมาคมคนพิการจังหวัดสงขลา เป็นอีกคนหนึ่งที่ลุ้นสุดตัวให้เกิดศูนย์แห่งนี้ “ศูนย์ฝึกอาชีพสามารถทำได้ทั้งในส่วนของผู้พิการและผู้สูงอายุ” เขาพูดความตั้งใจ “การทำกิจกรรมต่างๆของผู้สูงอายุ ผู้พิการ เราจะมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด โดยมีตัวแทนของส่วนต่างๆมาร่วมกันบริหารศูนย์”


แน่นอนว่าการที่จะไปถึงฝั่งฝันย่อมมีขวากหนามอุปสรรคอีกมาก แต่ความร่วมมือร่วมแรงจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีแรงกระตุ้นจากความเป็นผู้ให้ที่พร้อมจะช่วยทั้งแรงกาย แรงใจ แรงสมอง ก็จะเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จในอนาคต


 “การทำงาน เราไม่จำเป็นต้องมีเงินก่อนที่จะทำงาน อย่างศูนย์แห่งนี้หากเราใช้เงินเป็นตัวตั้ง ศูนย์แห่งนี้ก็คงไม่เกิด” ผศ.ดร.เนตรนภา คู่พันธวี นักวิชาการที่เคียงบ่าเคียงใหล่กับผู้พิการมานานกล่าว





 

 ช่วยกันคัดแยกเสื้อผ้า ชุดนักเรียน นำำไปจำหน่ายนำเิงินเข้ากองทุน

 


น้องๆตัวแทนต้นกล้าจิตสาธารณะ จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 2 ได้บอกเล่าความตั้งใจอีกครั้งว่า “ครอบครัวผมเองอยู่กับผู้พิการ จึงมีความเข้าใจดี อยากบอกว่าผู้พิการ ผู้สูงอายุต้องการอะไร ผมอยากให้ผู้สูงอายุได้ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุข...ในช่วงเช้า จึงได้ชวนเพื่อนทั้งห้องมาร่วมทำงานอาสาสมัคร เราได้เตรียมอุปกรณ์ถุงมือ แมสปิดจมูก มาถึงก็เตรียมสถานที่ แบ่งงานให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม”


แน่นอนที่สุด การดำรงอยู่ของสังคม มิอาจแยกส่วนจากกัน เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงวัย ต่างเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ดูแลกันและกัน

 

“จุดพลังอำนาจอยู่ในคนทุกคน เริ่มต้นด้วยการฝึกสติ ผู้พิการเองก็มีจุดพลังอำนาจ เพียงแต่ขาดโอกาส ขณะเดียวกันหลายคนยังไม่ได้ตระหนัก ตรงนี้สังคมขาด จึงนำเอากระบวนการจุดพลังนี้มาให้กับเยาวชน และเป็นการเติมความรู้ สร้างการเรียนรู้นอกห้องเรียนไปด้วย” อ.เบญจมาศ นาคหลง ย้ำคุณค่าที่แฝงอยู่ในการทำงานอาสาสมัคร

 

ไม่นับเครือข่ายอีกมาก...ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลนครหาดใหญ่ สภาคนพิการทุกประเภท พมจ. เทศบาลเมืองบ้านพรุ โรงพยาบาลหาดใหญ่ สมาคมเครือข่ายสุขภาพผุ้สูงอายุจังหวัดสงขลา สมาคมคนพิการจังหวัดสงขลา แผนสุขภาพจังหวัดสงขลาประเด็นส่งเสริมสุขภาพผู้พิการ เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เหล่านี้จะเป็นอีกแรงหนุนสำคัญ

 

คุณประเสริฐ ตัวแทนผู้พิการจากอำเภอนาหม่อม ตนเองนั้นเป็นโปลิโอ เดินได้ เลือกเรียนอิเลคโทรนิค ปัจจุบันเป็นหัวหน้าฝ่ายช่างของสถานีวิทยุมอ.


“เราต้องการพี่เลี้ยงไปช่วยพัฒนาชมรมที่อำเภอ วันนี้ดีใจที่นักเรียนมาช่วยงานจะได้เรียนรู้และระวังไม่ประมาทไม่ให้เกิดความพิการ...นาหม่อมก็พร้อมจะทำงานร่วมกับบ้านพรุ”

 

คุณสมพร ปาตังตะโร ประธานสภาคนพิการทุกประเภทและตัวแทนพมจ.เล่าถึงแนวทางทำงานของหน่วยงาน “งานของจังหวัดเน้นการสร้างสิ่งอำนายความสะดวกผู้พิการ มีกองทุนฟื้นฟูผู้สูงอายุและผู้พิการที่สามารถขอการสนับสนุนไปได้ ที่สำนักงานมีการขึ้นทะเบียนคลังภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ สามารถใช้เป็นฐานถ่ายทอดความรู้...ในส่วนของศูนย์ที่จะเกิด จะมีการวางแผนงานร่วมกันของหลายภาคส่วน การส่งต่อ การให้กำลังใจ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศูนย์ซ่อมบำรุง เหล่านี้เป็นกิจกรรมที่น่าจะทำให้เกิด”


มุมด้านหน้าของศูนย์ ได้มีการปรับพื้นที่ รอให้ดินแห้ง 

ภาพก่อนปรับปรุง





ศูนย์ราษฎร์พัฒนาคนพิการและผู้สูงอายุสงขลา

สถานที่ : บ้านเลขที่ 60 ถ.ราษฏร์พัฒนา ซอย 2 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อยู่บนเนื้อที่ 6 ห้อง 140 ตารางวา

 

ศูนย์ฯในปัจจุบันยังไม่พร้อมที่จะใช้งาน ในช่วงเดือนธันวาคม จะมีการปรับปรุงสถานที่ให้แล้วเสร็จ ในระหว่างนี้ทางศูนย์ฯยังจำเป็นที่จะต้องใช้อุปกรณ์หรือสิ่งของอีกจำนวนมาก ได้แก่ อุปกรณ์สำนักงาน คอมพิวเตอร์ กระดาษ ปากกา ตู้เก็บเอกสาร ชั้นวางของ ฯลฯ รวมไปถึงวัสดุก่อสร้างที่จะช่วยปรับปรุงทางลาด สีทาบ้าน โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น


ผู้ที่จะมีส่วนร่วมช่วยคนพิการและผู้สูงอายุ สามารถบริจาคสิ่งของ อุปกรณ์สำนักงานต่างๆ หรือจะให้ไปรับสิ่งของถึงบ้าน สามารถติดต่อได้ที่ คุณมารุต ลอยผา รพ.หาดใหญ่ ศูนย์พัฒนาระบบบริการสุขภาพ โทร. 084-9997446  หรือที่สถานีวิทยุ มอ.หาดใหญ่, ปลัดอดิศักดิ์ รัตนะ เทศบาลเมืองบ้านพรุ โทร. 084-6317554, คุณสมพร ปาทังกะโร  081-5439540 ที่พมจ.สงขลา คุณบุญเรือง ปลอดภัย มูลนิธิชุมชนสงขลา 084-7484137


หรือบริจาคเงินสนับสนุนกิจกรรมของศูนย์ ได้ที่ ชื่อบัญชี ศูนย์ราษฎร์พัฒนาคนพิการและผู้สูงอายุสงขลา ธนาคารกรุงไทย สาขาโรงพยาบาลหาดใหญ่ เลขที่บัญชี 936-0-13577-1 โดย Fax สลิปการโอนเงินมาได้ที่ 074-474082 (โทร& Fax) หรือติดต่อคุณบุญเรือง ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิชุมชนสงขลา 084-7484137

 



สนามหญ้่าและภายในอาคารก่อนปรับปรุง





ศูนย์ราษฎร์พัฒนาคนพิการและผู้สูงอายุสงขลา

 

จุดประสงค์

1.ฝึกอาชีพ(อิสระ)สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ

2.ศูนย์บริการซ่อมบำรุง/ผลิตอุปกรณ์ช่วยเหลือความพิการจังหวัดสงขลา

3.ศูนย์ฝึกการดำรงชีวิตอิสระสำหรับคนพิการ

4.ตัวอย่างบ้านสำหรับการดัดแปลงที่อยู่อาศัยสำหรับการดำรงชีวิตของคนพิการ

5.ศูนย์ประสานงานพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและผู้สูงอายุ โซนเมือง(สะเดา หาดใหญ่ นาหม่อม)


กลุ่มเป้าหมายที่จะได้ใช้ประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มผู้พิการในโซนเมือง ผู้พิการในตำบลบ้านพรุ 100 คน ผู้พิการในอำเภอหาดใหญ่ 2,100 คน(ขึ้นทะเบียนกับ พมจ.) รวมถึงผู้สูงอายุในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ สะเดา นาหม่อม


นักศึกษาจากคณะพยาบาล มอ. มาเป็นอาสาสมัคร น่าชื่นชม




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 31/12/2010 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ขอพระพุทธรัตน์กำจัดทุกข์
ประสบสุขโชคดีทุกสมัย
ขอพระธรรมรัตน์กำจัดภัย
ให้ห่างใกลอย่ามีมาบีฑา
ขอพระสังฆรัตน์กำจัดโศก
ให้ห่างโรคโชคดีทุกทิศา
ให้โชคลาภมั่งมีจงมีมา
ดั่งคงคาไหลลงท่าสู่วารี
มิตรที่เคยแหนงหน่ายกลายเป็นรัก
ใครพบใครก็รักเสริมศักดิ์ศรี
ขอชีวิตพบเจอแต่สิ่งดี
ตั้งแต่นี้และต่อไปสมใจเทอญ

ขออวยพร
ข้าพเจ้าบล้อกเกอร์
พันธุ์ สังหยด

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 31/12/2010 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ขอพระพุทธรัตน์กำจัดทุกข์
ประสบสุขโชคดีทุกสมัย
ขอพระธรรมรัตน์กำจัดภัย
ให้ห่างใกลอย่ามีมาบีฑา
ขอพระสังฆรัตน์กำจัดโศก
ให้ห่างโรคโชคดีทุกทิศา
ให้โชคลาภมั่งมีจงมีมา
ดั่งคงคาไหลลงท่าสู่วารี
มิตรที่เคยแหนงหน่ายกลายเป็นรัก
ใครพบใครก็รักเสริมศักดิ์ศรี
ขอชีวิตพบเจอแต่สิ่งดี
ตั้งแต่นี้และต่อไปสมใจเทอญ

ขออวยพร
ข้าพเจ้าบล้อกเกอร์
พันธุ์ สังหยด

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 31/12/2010 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ขอพระพุทธรัตน์กำจัดทุกข์
ประสบสุขโชคดีทุกสมัย
ขอพระธรรมรัตน์กำจัดภัย
ให้ห่างใกลอย่ามีมาบีฑา
ขอพระสังฆรัตน์กำจัดโศก
ให้ห่างโรคโชคดีทุกทิศา
ให้โชคลาภมั่งมีจงมีมา
ดั่งคงคาไหลลงท่าสู่วารี
มิตรที่เคยแหนงหน่ายกลายเป็นรัก
ใครพบใครก็รักเสริมศักดิ์ศรี
ขอชีวิตพบเจอแต่สิ่งดี
ตั้งแต่นี้และต่อไปสมใจเทอญ

ขออวยพร
ข้าพเจ้าบล้อกเกอร์
พันธุ์ สังหยด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน