*/
  • นายชาคริต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kahlao@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-04
  • จำนวนเรื่อง : 157
  • จำนวนผู้ชม : 284684
  • จำนวนผู้โหวต : 57
  • ส่ง msg :
  • โหวต 57 คน
<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 11 มกราคม 2554
Posted by นายชาคริต , ผู้อ่าน : 3120 , 20:08:17 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน พันธุ์สังหยด โหวตเรื่องนี้


ในที่สุดงานตลาดอาริยะที่หาดใหญ่ก็เสร็จสิ้นไปด้วยดี สร้างความพึงพอใจให้กับทุกฝ่ายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง สินค้าจำนวนมากจำหน่ายหมดลงในเวลาอันรวดเร็ว ท่ามกลางความลุ้นระลึกของเจ้าภาพที่ไม่อาจคาดเดาถึงสภาพภูมิอากาศและการสนับสนุนของฝูงชนที่จะมาช่วยสร้างบรรยากาศในงาน


ผมเองถือเป็นประสบการณ์แรกที่มีโอกาสอันงดงามได้มาร่วมงานกับเครือข่ายชุมชนชาวอโศก ในฐานะกรรมการของมูลนิธิชุมชนสงขลา ได้เข้ามาช่วยงานอย่างเต็มกำลัง ย้อนหลังไปเมื่อเมื่อราวๆปี 2539 ผมไปร่วมงานช่อการะเกดที่เชียงใหม่ เจ้าภาพจัดให้เราได้มีโอกาสได้ไปพูดตามโรงเรียนต่างๆ ผมได้นั่งรถไปกับพี่สุชาติ สวัสดิ์ศรี เราแวะที่บ้านพันไม้ ของพี่ยอด วีระศักดิ์ ยอดระบำ ที่นั่นผมได้พบกับสมณะจากชุมชนสันติอโศก โลกความรับรู้ที่คับแคบของชนชั้นกลางเช่นผมก็เริ่มเปิดกว้างมากขึ้น


กระทั่งเวลาผ่านไป มีโอกาสได้ร่วมงานกับอ.ภาณุ พิทักษ์เผ่า อย่างใกล้ชิดในงานของแผนสุขภาพจังหวัด ช่วยกันเติมความฝันเรื่องของเกษตรและอาหารเพื่อสุขภาพให้เกิดเป็นความจริง ทำให้ได้เรียนรู้วิธีคิดของชาวอโศกผ่าน อ.ภาณุ มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้เข้าไปร่วมงานอย่างจริงจัง จนขณะเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2553 ผมกับคุณบัญชร วิเชียรศรี ได้ไปออกรายการทีวีของเครือข่ายชาวอโศก ซึ่งก็คือ FM.TV บอกเล่าประสบการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ของจังหวัดสงขลา ได้เห็นศักยภาพการจัดการของกองทัพธรรมและเหล่าอาสาสมัครจำนวนมาก และจนกระทั่งล่าสุดเมื่อมูลนิธิชุมชนสงขลาคิดทำอุทยานอาหารสุขภาพ ทำให้มีโอกาสได้ไปดูงานที่ชุมชนสันติอโศก ได้ไปพบกับคุณผึ้งที่ให้ความกรุณานำชมกิจการและให้ความรู้ในการบริหารจัดการในด้านต่างๆของเครือข่าย


แล้วในที่สุดก็ได้มาร่วมกันจัดงานตลาดอาริยะ ในพื้นที่ของเมืองหาดใหญ่ จากการร่วมงานในครั้งนี้จึงอยากจะนำเอาแนวคิดการทำตลาดอาริยะมาเผยแพร่ต่อไปอีก



งานตลาดอาริยะนี้จัดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปีพ.ศ.2523 ณ พุทธสถานสันติอโศก กรุงเทพมหานคร   เดิมทีเป็นเพีบงงานเล็กๆภายในหมู่กลุ่ม   จากนั้นด้วยความคับแคบของสถานที่จึงขยับชยายออกไปจัดที่พุทธสถานปฐมอโศก จ.นครปฐม   ณ ที่นี่เองเป็นจุดที่ชาวอโศกเริ่มประสานกับประชาชนภายนอกจนขนาดของตลาดขยายใหญ่ขึ้นตามลำดับ   และเริ่มเปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าภายนอกเข้ามาร่วมบุญขายสินค้าต่ำกว่าทุนแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จตามความตั้งใจ เนื่องด้วยมีการแอบแฝงขายสินค้าเอากำไรจึงจำเป็นต้องยกเลิก  และเมื่อสถานที่คับแคบลงด้วยความนิยมของประชาชนเพิ่มขึ้นอีกจึงต้องย้ายมาจัดที่ จ.อุบลราชธานี แล้วก็ได้จัดต่อเนื่องเป็นประจำมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน



ที่มาของเงินที่ใช้ลงทุนในตลาดอาริยะ ก็คือ เงินส่วนเหลือของชาวชุมชนที่เอามารวมกัน ทุกชุมชนของชาวอโศกทุกคนทำงาน ไม่มีเงินเดือน ทำงานให้ส่วนกลางในชุมชนแล้วกินใช้ร่วมกัน ไม่ต้องซื้อข้าว ไม่ต้องเช่าบ้าน ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารักษาพยาบาล เงินที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าของชุมชนบ้าง ขายอาหารมังสวิรัติบ้างก็เอามารวมกันเป็นกองทุนส่วนกลางดูแลโดยฝ่ายการเงิน มีการทำบัญชี ตรวจสอบได้ และมีสัจจะเป็นพยานเสริม จากนั้นเงินเหล่านี้ก็จะถูกนำมาใช้ในกิจการของชุมชนที่เอื้อกับทุกคน เช่น ทำอาหาร สร้างสิ่งปลูกสร้าง แต่ถ้ามีความจำเป็นทุกคนก็สามารถเบิกใช้จ่ายด้วยเหตุผลได้อย่างเท่าเทียม


จากการปฏิบัติธรรม ถือศีลตามฐานะที่เหมาะควร อย่างต่ำก็ศีล 5   ในชุมชนก็มีจุดเอื้อตรงมีศาสนาพุทธเป็นแกนกลาง มีนักบวชที่คอยแนะนำแนวทาง ทำให้เกิดการลดละความอยากได้ อยากมีในส่วนตัวของแต่ละคนจึงมีเหลือเป็นกองทุนส่วนกลางเพื่อสะพัดเอื้อแก่สังคมได้ 



แนวคิดหลักของการจัดงานตลาดอาริยะ ถือว่าการขาดทุนนี่คือกำไร  ยิ่งขาดทุนมากยิ่งได้กำไรมาก กำไรที่ว่าเป็นกำไรอาริยะที่ไม่ได้อยู่ในรูปตัวเงินแต่อยู่ในรูปของความสุขใจ


"ตลาดอาริยะ"  ขายสินค้าต่ำกว่าทุน  เผยแพร่แนวคิดบุญนิยม  ฝึกให้รู้จักเสียสละ  ขาดทุนคือกำไร  ยึดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และในคราวนี้มีการริเริ่มสัญจรขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่เป็นครั้งแรก


สมณะโพธิรักษ์  ผู้ก่อตั้งพุทธสถานสันติอโศก  เปิดเผยว่า  ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจกำลังซบเซา  การดำเนินชีวิตภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดในขณะนี้  ทางสันติอโศกจึงต้องการช่วยเหลือชาวบ้านผู้มีรายได้น้อยในต่างจังหวัด  ด้วยการจัดงานตลาดอาริยะ  ซึ่งขายสินค้าในราคาต่ำกว่าทุน  ส่วนใหญ่จำหน่ายข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน  สมณะโพธิรักษ์บอกว่า  ตลาดอาริยะเป็นงานประจำปีที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่เศรษฐกิจบุญนิยม  ซึ่งเป็นวิถีการค้าขายที่ไม่หวังกำไร  ไม่ฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบหรือขูดรีดผู้ซื้อ  ขณะที่ผู้ขายได้รู้จักการให้และการเสียสละ  ฝึกฝนให้ตนเองลด-ละกิเลส  ไม่โลภมากและแสดงน้ำใจต่อผู้อื่น  รวมทั้งยังเป็นการให้ของขวัญให้แก่ประชาชนในเทศกาลปีใหม่อีกด้วย  ทั้งนี้  ได้นำระบบสาธารณะโภคี   คือ  ผลิต  กิน  และใช้ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว  เป็นรากฐานให้ชุมชนเข้มแข็งและมีรายได้หมุนเวียนไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม


เดินซื้อแล้วก็จ่ายเงินตรงทางออก ใช้เวลารอบละ 10 นาที


สินค้าที่นำมาขายนั้นเป็นผลผลิตของชาวอโศกทั่วประเทศ   เช่น  พืชผลทางการเกษตร  พืชผักผลไม้  ข้าว  ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติปลอดสารพิษ  ของกินของใช้ที่จำเป็นต่อวิถีชีวิต  อาทิ  สบู่  แชมพู  ผงซักฟอก  ยาสมุนไพร  เสื้อผ้า-กระเป๋าผ้าฝ้ายทอมือ เครื่องครัว เป็นต้น โดยขายในราคาต่ำกว่าทุน  บางอย่างแทบจะแจกฟรี  เช่น  อาหารมังสวิรัติจานละ  1  บาท


"ที่จริงแล้วตลาดอาริยะเป็นภาพสะท้อนเศรษฐกิจพอเพียง  แต่สังคมยังมองข้าม  โดยเฉพาะภาครัฐเข้าไม่ถึงแนวคิดนี้อย่างถ่องแท้  จึงไม่เคยนำไปประยุกต์ใช้ในการช่วยเหลือประชาชน  การที่มีเครือข่ายญาติธรรมจำนวนมากช่วยกันผลิตสินค้าเพื่อขายให้คนยากจน  เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นยากในสังคมทุนนิยม  เพราะความเสียสละในสังคมเหลือน้อยลงไปทุกที"  ผู้ก่อตั้งพุทธสถานสันติอโศกกล่าวสรุป



ที่ลานด้านข้างห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เครือข่ายชุมชนชาวอโศก สถานีวิทยุ มอ.FM 88.0 MHz และกองบุญฟื้นฟูชีวิตผู้ประสบภัย มูลนิธิชุมชนสงขลา ได้ร่วมมือกันเปิดตลาดอาริยะ ช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม เป็นของขวัญปีใหม่และให้กำลังใจคนสงขลา อ.ภาณุ พิทักษ์เผ่า นายกสมาคมเกษตรอินทรีวิถีไทย กล่าวว่า โครงการนี้เป็นความต่อเนื่องตั้งแต่จัด โรงบุญ พันธมิตรรวมใจ ช่วยภัยน้ำท่วมหลังจากที่จัดงานนั้นเสร็จแล้ว มีความเห็นว่ามีพี่น้องยังประสบความลำบากอยู่ เช่น ประชาชนที่บ้านเรือพังเสียหาย สวน ไร่ นา ได้รับความเสียหาย ก็ยังเป็นความจำเป็นที่เราต้องช่วยกัน จึงได้ประสานงานไปยังพลตรีจำลอง ศรีเมือง ท่านสมณะโพธิรักษ์ แห่งกองทัพธรรม คือถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ทางกองทัพธรรมลงมามอบของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้อง ชาวสงขลาสักครั้งหนึ่ง ซึ่งทางกองทัพธรรมก็เห็นดีด้วย จึงได้โครงการนี้ขึ้นมา


“เพื่อให้พี่น้องซื้อสินค้าในราคาขาดทุนจริงๆ เช่น ข้าวจานละบาท ก๋วยเตี๋ยวชามละบาท และสินค้าที่เราซื้อมาทุกอย่าง น้ำมันพืชซื้อมา 40 บาท เรามาขาย 30 บาท ผักกำละบาท ซึ่งพี่น้องก็ดีใจกันมาก เราเห็นก็หายเหนื่อย เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนทั้งคืน ทำแล้วมีความสุขรู้สึกสบายใจมาก


แม้ว่าจะเผชิญลมฝนในช่วงก่อนเปิดงานอยู่บ้าง แต่เมื่อเปิดตลาด ผู้คนที่แห่แหนกันมาซื้อสินค้าจำนวนมากทั้ง 2 วันก็ทำให้ทุกคนหายเหนื่อย อ.ภาณุ กล่าวอีกว่า ตลาดอารยะในความหมายก็คือ เราเอาทฤษฎีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เรื่องขาดทุนคือกำไร มาทำให้เป็นรูปธรรม เพราะการขาดทุนเป็นความเสียสละ เป็นบุญของประเทศ ถ้าจะทำให้เรื่องของทุนนิยมหรือเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องที่จับต้องได้ ส่วนในเรื่องการประชาสัมพันธ์ เราก็ได้มีการประชาสัมพันธ์เต็มที่ ทั้งทางวิทยุ ม.อ. ก็ได้มีการปล่อยสปอร์ตให้เราทั้งวันเป็นเดือนโดยไม่คิดเงินเลย เพราะเขาคิดว่าเราทำด้วยความเสียสละจริงๆ และมีรถออกวิ่งโฆษณาตามอำเภอต่างๆ มีพี่น้องจาก อ.สทิงพระ อ.ระโนด อ.จะนะ และพี่น้องจาก จ.สตูลก็มา พี่น้องมากันเยอะมาก



พิธีกรจำเป็น

เครื่องครัวมีเท่าไรก็หมด


จัดคิวเข้าซื้อสินค้า


บัตรคิว มีตั้งแต่ 001-1,000 แบ่งเป็นรอบเช้าและบ่าย เท่ากับวันละ 2,000 คน


ตัวเลขคนที่มาซื้ออยู่ที่ 2,000-3,000 คน ต่อวัน เฉพาะวันแรกมียอดตัวเงินในส่วนของข้าวจานละบาทถึง 4,200 บาท งานนี้มีต่อเนื่องตั้งแต่ 9 โมงเช้าไปจนถึง 5 โมงเย็น ส่วนของที่นำมาขายนี้ก็จะมีราคาที่ต่ำกว่าทุน เช่น น้ำมันองุ่นขายในราคาลิตรละ 40 บาท ซึ่งถ้าไปซื้อจากศูนย์การค้าหรือร้านค้า ก็จะตกที่ราคาประมาณ 46 - 48 บาท ส่วนสินค้าอย่างอื่นข้าวสารก็ถุงละ 120 บาท อย่างตราฉัตรซึ่งถ้าเราไปซื้อในศูนย์การค้าก็จะมีราคาเกือบ 200 บาท


ผมได้ร่วมงานกับคุณผึ้งอีกครั้ง ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้งานผ่านไปอย่างราบรื่นร่วมกับเหล่าอาสาสมัครในพื้นที่อีกจำนวนหนึ่ง ที่มาร่วมแสดงความมีน้ำใจ เสียสละเวลา นำความรู้สึกสุขใจมาแบ่งปันกันและกัน ในขณะที่ผู้มาซื้อสินค้าก็ให้ความร่วมมือในการรอคิวหรือรับบัตรคิวเข้าไปซื้อสินค้าอย่างเป็นระเบียบสร้างความสบายใจและชื่นใจให้กับทีมงาน จนพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า งานครั้งนี้ประสบความสำเร็จผ่านไปด้วยดี


ว่ากันว่า ตลาดอาริยะในพื้นที่ภาคอิสาน สินค้าที่ขายดีก็คือ อุปกรณ์หรือภาชนะบรรจุข้าวเหนียว หรือพวกกระติกสีแดง แต่กับชาวหาดใหญ่ ไม่มีสินค้าประเภทใดโดดเด่นเป็นความต้องการพิเศษ ชาวหาดใหญ่ซื้อของทุกอย่างที่ขวางหน้า.

ปุ๋ยก็ขายดีมาก

รอคิว รอบละ 50 คน ครั้งละ 10 นาที

มูลนิธิชุมชนสงขลาระดมหุ้นอุทยานอาหารสุขภาพ

ทานแล้วล้างจานด้วยตัวเอง

อาสาสมัคร

พี่ดารา คุมเวลา







เต็นท์อาหารจานละบาท

เสื้อผ้ามือสองตัวละบาท

คุณลุงพัีบลังกระดาษอย่างเดียว

อาสาสมัครช่วยเหลือที่เต็นท์อาหาร


บ่ายสองกว่าๆ สินค้าก็หมด

ลังกระดาษ ชั่งกิโลขาย
 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 12/01/2011 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

ปกติก็จะเอาเสื้อผ้าเก่าไปบริจาคที่ชุมชนอโศก ที่ กทม. ดีใจที่ของต่างๆ ได้กระจายสู่พี่น้องที่ประสบภัย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 12/01/2011 เวลา : 10.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณ......

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายชาคริต วันที่ : 11/01/2011 เวลา : 20.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kahlao

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 11/01/2011 เวลา : 20.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

สาธุในบุญกุศลด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน