• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 232
  • จำนวนผู้ชม : 359623
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม 2562
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 253 , 17:42:31 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

ชมัยภร  แสงกระจ่าง

 

         ฉันรู้จักกับพี่ชาลี  เอี่ยมกระสินธุ์  ครั้งแรกในกิจกรรมของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยที่สมาคมนักหนังสือพิมพ์ ตรงข้ามโรงพยาบาลวชิระ  พี่ชาลี ผอมสูง และมีลักษณะของคนใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใส  ตอนนั้น  ฉันเป็นเลขาธิการสมาคมฯ ต้องทำความรู้จักกับคนมาร่วมงานทุกคน  ไม่ช้าไม่นานฉันก็สนิทสนมกับพี่ชาลี  เพราะพี่มาร่วมงานบ่อย  อยู่ในกลุ่มนักเขียนเรื่องป่าด้วยกัน  อันได้แก่  พี่ชาลี เอี่ยมกระสินธุ์  พี่สังคีต จันทนะโพธิ  และพี่ดำรงค์ แสงชูวงศ์  เวลามางานทั้งสามคนจะนั่งเก้าอี้แถวเดียวกัน  และมาอย่างสม่ำเสมอ   คล้ายกับว่า  กิจกรรมของสมาคมฯทำให้พี่ ๆได้พบปะพูดคุยกัน

         พี่ชาลี  ไม่เพียงแต่เขียนสารคดีเรื่องป่า  หากยังเขียนเรื่องอดีตและเรื่องราชสำนัก  และข้อสำคัญ เป็นคนเขียนวรรณกรรมด้วย  เมื่อแรกเริ่มที่พี่ชาลี จะก้าวเข้ามสู่วงการนั้น  พี่ชาลี เขียนเรื่องสั้นไปประกวดในหนังสือพิมพ์นิกรวันอาทิจ ในโครงการเรื่องสั้นรางวัลโบว์แดง ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๘๖   และได้รางวัลโบว์แดงมาจากเรื่องสั้นชื่อ สุดหล้าฟ้าเขียว เมื่ออายุได้เพียง ๒๕ ปี  ฉันไม่ได้อ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้ แต่ว่า พี่ชาลีเล่าให้ฟังแบบยิ้ม ๆตามประสาคนรุ่นเก่าที่ไม่เคยอวดโม้ว่าตัวเองเก่ง 

            ทุกครั้งที่สมาคมฯจะจัดกิจกรรมอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเก่า ๆ เราก็จะไปขอความรู้และคำแนะนำจากพี่ชาลี  ครั้งหนึ่งสมาคมฯจัดกิจกรรมตามรอย “ไร่แผ่นดินไทย” ของ สด กูรมะโรหิต  ที่ชลบุรี  พี่ชาลี  พี่สังคีตและพี่ดำรงค์ ยกทีมไปด้วยกันแบบไม่ว่าอะไร ไปไหนไปกัน ไม่เกี่ยงว่าจะยากลำบากแค่ไหน  และจากความสนิทสนมนั้นเอง ทำให้ฉันได้คุยกับพี่ชาลีเรื่องป่าที่พี่มักไปตระเวน ย่ำ หรือประทับรอยไว้ 

         พี่ชาลีเอ่ยถึงป่าเขาเขียว ที่ชลบุรี  และโยงไปถึงป่าที่ระยอง  แล้วพี่ก็เอ่ยคำว่า “ป่ายุบ”  ซึ่งออกเสียงเป็นภาษาระยองว่า “ป่าหยุบ”  พลางบอกว่า เป็นป่าใหญ่ ป่าลึก มีเสือ ช้าง กระทิง แรด ให้ล่ามากมาย  ฟังแล้วดูเหมือนไม่ใช่ป่าระยอง   ต่อมาเมื่อฉันกลับบ้านจันทบุรี  และขับรถผ่านเส้นทางกรุงเทพฯ-แกลง  ก็ได้เห็นป้ายข้างทางติดไว้ว่า “ป่ายุบ”  หัวใจของฉันหล่นวูบลงทันทีเมื่อได้เห็นป่ายุบปัจจุบัน  ไม่ต้องนึกถึงเสือ ช้าง กระทิง แรด ให้ปวดใจ  เอาแค่ป่าเล็ก ๆสักป่าหนึ่งก็ยังไม่มีเลย  สิ่งที่เห็นก็คือ  ไร่มันสำปะหลังสุดลูกหูลูกตา  พร้อมโรงงานชื่อต่างชาติใหญ่โตตระการอยู่แถวนั้น  ไม่ใช่นักเขียนหรอกที่ทำให้ป่าหายไป  เพราะพี่ชาลียืนยันเสมอว่า นักเขียนล่าสัตว์ตามความจำเป็น  ถ้าอันตรายจึงจะหยิบอาวุธ  แต่ส่วนใหญ่แล้วนักเขียนเข้าป่าไปหาข้อมูลเอาไว้สร้างจินตนาการในการเขียนนวนิยายเรื่องป่า  ดังนั้น ป่าที่หายไปเป็นเรื่องของการรุกรานของทุนนิยมและนโยบายของรัฐบาลที่ไม่จริงจังกับเรื่องการคุ้มครองป่า

         พี่ชาลี เป็นคนเรียบง่าย  ไม่มี “จริต” ในการเขียน  เล่าเรื่องอะไรก็เล่าตรง ๆ เรื่องสมัยอดีต  เรื่องรั้วเรื่องวัง  หรือเรื่องป่าต่าง ๆก็เล่าสบาย ๆ อ่านง่าย  อาจจะง่ายเกินไปด้วยซ้ำสำหรับคนที่ต้องการ “สีสันทางตัวอักษร”  แต่สบายใจดีสำหรับคนอ่านที่เป็นประชาชนนักอ่านธรรมดา  อย่างน้อย  เขาก็จะรู้สึกว่า นักเขียนอยู่ใกล้ชิดเขา  ไม่ต่างจากเขาจนเกินไป

         พี่ชาลีเป็นผู้ที่เกิดก่อนกาล  เขียนหนังสือทั้งสารคดี เรื่องสั้น นวนิยาย  มีผลงานเกินร้อยเล่ม  ที่ทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักอ่านคือ เรื่องเกี่ยวกับป่า อาทิ นวนิยาย เช่น ไพรมัจจุราช สมิงไพร  ไพรผาดำ หรือสารคดีป่า เช่น ผจญภัยในป่าสูง  ตระเวนไพร ป่ากับปืน  รวมทั้งเรื่องสะท้อนอดีต เช่น เมืองไทยสมัยก่อน  แลหลังบางกอก ในราชสำนักสยาม ผู้ร้ายสมัยคุณปู่ เป็นต้น  และผลงานเป็นที่นิยมที่พิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำอีกคือเรื่องเกี่ยวกับป่า  ซึ่งเป็นอดีตที่คนปัจจุบันโหยหา   แม้พี่ชาลีจะเสียชีวิตไปแล้ว  แต่คนรุ่นหลังก็ยังรู้จักผลงาน  ซึ่งนับเป็นเรื่องพิเศษอย่างยิ่ง

         ในวาระชาตกาล ๑๐๐ ปีชาลี เอี่ยมกระสินธุ์  ฉันขอรำลึกถึงพี่ชาลีในฐานะนักเขียนรุ่นพี่ ผู้บุกเบิกทางใหม่ ๆ ผู้ทำงานอย่างจริงใจ อ่อนน้อม ถ่อมตน และเป็นแบบอย่างสำหรับผู้รักงานเขียนทุกคน

 

                                  ---------------------------

          





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน