• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 232
  • จำนวนผู้ชม : 362427
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันอังคาร ที่ 17 ธันวาคม 2562
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 269 , 13:15:30 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

แคน สังคีต บันทึกชีวิตรักของตัวเองว่า เริ่มจากที่พ่อนายชอบ แจ่มจรัสกับแม่นางสาวเพียร จีนะทีประ ตกลงใจแต่งงานกันเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๔  และในเดือนมีนาคม ปี ๒๔๗๗ เขาก็คลอดออกจากท้องแม่เดือน เขาบันทึกว่า  หลังจากอยูในท้องแม่นาน๙เดือน หรือ๒๘๐ วัน เขาคลอดออกมาเป็นทารกเพศชาย  ที่ด่านป่าไม้ ริมแม่น้ำ ตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี  เป็นยุคของชาตินิยมในเมืองไทย  ใครมีลูกมากได้รับการยกย่อง  ขุนโกศลประสาสน์ (เทียน จีนะทีประ)ผู้เป็นตา อยากให้แคน สังคีตเอาดีทางพระ ประกอบกับที่เกิดวันพุทธ เลยตั้งชื่อว่า “พิมล”

              

๒๔๘๓ พี่เลี้ยงชื่อสำริด (นามจริง) รับหน้าที่เปิดเพลงจากแผ่นเสียงกล่อม เขาหลับภายในห้าเพลง  (ถ้าไม่ได้ฟังเพลงเขาจะแหกปากร้อง ไม่ยอมหลับ) เขาทราบภายหลังว่าเพลงเหล่านี้  ส่วนใหญ่เป็นเพลงไทยเดิม เช่นลาวเจริญศรี ที่ขึ้นต้นด้วยเนื้อร้องแสดงความเจ้าชู้ว่า “อายุเยาวเรศรุ่นเจริญศรี  พระเพื่อนพี่แพงน้องสองสมร”

 

๒๔๘๔ เขาแอบเปิดผ้าถุงน้าสาวขณะนอนหลับ เพื่อสำรวจความมืดมิด

 

๒๔๘๕ เขาหนีเที่ยว กลับบ้านถูกแม่ตี เลยล้มตัวลงนอนดิ้นพราด ๆ แล้วแอบมุดเข้าไปใต้ผ้าถุงพี่เลี้ยง ทำการสำรวจความมืดมิดอีกครั้งหนึ่ง

 

๒๔๙๑ เขาสอบเข้าเรียนชั้นมัธยม โรงเรียนประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เป็นลำดับสาม

 

๑๔๙๒ เขาประจักในคุณค่าของความรักเป้นครั้งแรก เมื่อพ่อเอาขนมที่ซ่อนไว้ ออกมาให้แม่กินหลังลูก ๆ หลับตอนดึก แม่เขวี้ยงทิ้งหน้าต่างทั้งหมด

 

๒๔๙๓ จากชั้นล่างเขาแอบเงยหน้ามองใต้กระโปรงครูผู้หญิงที่ยืนอยู่ชั้นบน ตรงช่องว่างระหว่างแผ่นกระดาน

 

๒๔๙๔ หลังพ่อกับแม่เสียชีวิต ทิ้งบ้านและสวนขนาดย่อมเอาไว้ให้ พร้อมกับน้อง ๕ คน เขาอดอยากอย่างหนัก  ต้องกินมะพร้าวและกล้วยในสวนแทนข้าวหลายต่อหลายครั้ง  เริ่มดูภาพโป๊และอ่านหนังสือปลุกใจเสือป่า  ตกกลางคืนแก้หิวด้วยการเที่ยวด้อมแอบดูคนพลอดรักกันตามที่สาธารณะ

 

๒๔๙๕ เขาเขียนบทกวีจีบสาวเป็นกลอน มีข้อความว่า นกเขาไฟเสียงไพเราะเพราะอ่อนหวาน  ชีพยืนนานพระจันทร์ผ่องส่องแสงให้ นกเขาไฟอาศัยจันทร์อยู่ฉันใด ชีพผมไซร้ยืนยาวมาเพราะหน้าคุณ

 

๒๔๙๖ เขาริเขียนโคลงภาษาอังกฤษอวยพรเพื่อนนักเรียนหญิง

 

when new year comes love also come.

but  when it  goes  love  will  not  go.

Still  remind  withim my  heart.

And  impression  stays  also.  

 

เรียนจบชั้นมัธยม เขาได้ทุนเดินทางมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เขียนปณิธานเป็นกลอนว่า “ถ้าไม่พบอิตถีที่เลิศลักษณ์ อย่ามีรักเสียจะดีกว่า”

 

๒๔๙๗ เขาริเขียนจดหมายรักถึงผู้หญิงหลายคนพร้อมกันโดยไม่เห็นหน้า ใช้นามแฝงว่าสังคีตเสาวคนธ์ และสังคีต สาคร ข้อความซ้ำ ๆ กันมักจะลงท้ายว่า “ผมเขียนจดหมายนี้ด้วยน้ำตาของลูกผู้ชาย  และลูกผู้ชายเช่นผมเสียเสียด้วย ขณะหยดหนึ่งไหลพร่างพร้อยออกมาภายนอก ร้อยหยดของมันไหลยอกย้อนเวียนวนลงสู่ก้นหัวใจ” จดหมายตอบทุกฉบับถูกอาจารย์ผู้ปกครองเซ็นเซ่อร์และดุด่าว่ากล่าว หาว่าเขาริรักในวัยเรียน ทั้งที่จริงแล้ว ไม่ใช่เรื่องเสียหาย อาจถือเป็นการฝึกเขียนงานวรรณกรรม สำนวนเหล่านี้ ต่อมาภายหลังกลายเป็นบทกวีทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองพิมพ์ออกมาจำหน่าย

 

อีกเรื่องหนึ่งที่เขาโดนอาจารย์ลงโทษบ่อย ๆ คือการเอาหนังสืออื่นที่มิใช่ตำรามาอ่านในห้องเรียนขณะมีการสอน เขากล่าวว่า การทำอะไรพร้อมกันหลายอย่างไม่ใช่ของเสียหาย เพราะการนั่งฟังอาจารย์สอนอย่างเดียวบางครั้งทำให้ม่อยหลับ

 

 

๒๔๙๘ เขานอนร่วมกับเพื่อนนักเรียนชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ทั้งสองร่วมรักกันต่อหน้า เพื่อนหนีไปทิ้งให้เขาอยู่กับ “เอมอร” นักเรียนหญิงคนนั้น เขารู้สึกสงสารเธอ ได้แต่ไปซื้ออาหารมาให้แล้วจากกันด้วยดี ประสบการณ์ที่ได้เห็นเพื่อนร่วมรักกัน เขาแอบลักหลับ “โสภาวดี” นักเรียนหญิงอีกคนหนึ่งแต่ล่มปากอ่าว

 

 

๒๔๙๙ เขาเรียนสำเร็จอนุปริญญา  ออกตะเวนทำงานตามต่างจังหวัด  ยังหนีความยากจนไม่พ้น  อย่างเช่นจำนำกางเกงเอาเงินมาซื้ออาหาร (แต่ไม่ลืมเจียดเอาไปดูภาพยนตร์ต่างประเทศ เพื่อเรียนภาษาอังกฤษ) บางครั้งไม่มีกางเกงนุ่ง สองคนกับเพื่อน เหลืออยู่ตัวเดียว คนหนึ่งใช้ใส่ไปทำงาน อีกคนนอนเปลือยรออยู่ในห้อง

 

๒๕๐๐ เขาตกยากไม่มีที่นอน นึกถึงบทกวีของสุนทรภู่ “อันว่าตัวของเราก็เท่านี้ ยังไม่มีพสุธาจะอาศัย”  บางครั้งเขากับเพื่อนต้องนอนกลางสนามหลวง และเชิงสะพานพุทธ ครั้งหนึ่งตื่นขึ้นมาใจเต้นตูมตามเมื่อเห็นหนุ่มสาวร่วมรักกัน ต่อมาได้งานทำที่นนทบุรี  พบรักกับเพ็ญศิริ  สามงามข้างบ้าน เธอเป็นคนแรกที่เขาจูบและเอ่ยปากฝากรัก “คุณรักผมไหม” เขาถาม  “สุดชีวิต” เธอตอบ ต่อมา “สุดชีวิต” ย้ายไปอยู่ปักษ์ใต้ และแต่งงานไปกับนายอำเภอ เขาอกหักครั้งแรก ได้แต่ฟังเพลงปลอบใจ

 

๒๕๐๑ ด้วยความฝันถึงหาดทรายขาวและน้ำทะเลสีคราม  เขาเดินทางไปหางานที่เกาะสมุย อาทิตย์แรกที่ไปถึงปีนเข้าหา “มาลัย”  สาวชาวเกาะ ถูกถีบตกหน้าต่าง ตอนเช้า เขามักใช้เวลาเขียนจดหมายรักถึงผู้หญิงหลายคน เคยรู้จักบ้างไม่รู้จักบ้าง ตอนเย็นไปนั่งชายทะเล ฟังเพลงเพราะ ๆ จากวิทยุกระเป๋าหิ้ว เช่น red  sails in the sunset เรือใบสีแดงยามอาทิตย์อัสดง และในยามค่ำคืน บางครั้ง เขากับเพื่อนฝังตัวในทราย นอนหลับแถวชายทะเล

 

๒๕๐๒ เขาจับคู่แสงเดือน ชนะเลิศแข่งขันเกมรักมาราธรชายหาดระหว่างเพื่อน ๆ โดยประชันขบวนท่าร่วมรักให้เข้ากับจังหวะเพลงลีลาส เช่นวอลย์ขยับสามจังหวะและกระแทก แทงโก้ขยับแปดจังหวะแล้วกระแทก ผู้ชนะคือผู้ใช้เวลานานที่สุด (เขาทำได้นานที่สุดเพราะแอบช่วยตัวเองก่อน)

 

๒๕๐๓ เขาเขียนบทละครใช้นามปากกา “แรม แจ่มจรัส” รักกับ “บุหลัน” แฟนละครชาวปักษ์ใต้ เขาส่งเสริมให้ได้ร่วมแสดงละครด้วย เขาต่อว่าเธอที่มีไฟแดงแล้วไม่บอกให้รู้ เธอเสียใจตัดขาดจากเขา แต่งงานไปกับฝรั่ง เขาได้แต่สมน้ำหน้าตัวเองที่ถือในสิ่งที่ไม่ควรถือ และไม่ให้เกียรติสตรี นึกถึงบทกวีที่ว่า “อัญมณีมีค่าราคายิ่ง อยู่กับลิงจะมีค่าราคาหรือ” เขาอกหักเป็นครั้งที่สอง

 

๒๕๐๔  เขามีรักกับอังศนา เด็กสาวมุสลิม หลังเต้นรำกับเธอในงานราตรีสโมสรที่โรงพยาบาลศิริราชทั้งคือ จังหวะที่ฝังใจเขาคือรุมบา ต่อมาเธอไปลับ รุมบากลายเป็นความหลังที่อยู่ในหัวใจของเขาตลอดมา โดยเฉพาะเพลง “ริมฝั่งน้ำ”  เขาอกหักเป็นครั้งที่สาม

 

๒๕๐๕ เขาแก้แค้นให้อัสนากลาย ๆ หลับนอนกับใครต่อใครหลายคน แต่ความวิตถารชอบแอบดูยังฝังอยู่ในสำนึก ถึงกับอุตริไปเช่าโรงแรมชั้นสองแถววงเวียนยี่สิบสองกรกฎา แอบดูบทรักของชาวบ้าน เขาเล่าว่าครั้งแรกผู้ชายไม่มีอารมณ์  ได้แต่นอนหันหลังให้ผู้หญิง เขาเสียเงินเปล่า  ครั้งที่สอง หลังเสร็จกิจ ฝ่ายหญิงคงเห็นตาดำ ๆ ของเขาตรงรูไม้แตก จึงถ่มน้ำลายใส่

 

๒๕๐๖ ด้วยแรงบันดาลใจจากแก้มแก้ว ชมพูนุช  ดรัมเมเยอร์ เขาเขียน “รุไบยาท” “ซิมโฟนี” ใช้นามปากกาแคน สังคีต ยังดื่มเหล้าไม่เป็น  ต่อมาเขาพบรักกับละอองดาว นักศึกษาสาวแฟนกลอน เขาใช้นามปากกา “ดรรชนี อลงกรณ์” แปล “กามสูตร” ตั้งใจจะหาเงินแต่งงาน แต่ต้องเสียเธอไปเพราะวันหนึ่งพลาดจังหวะ ไม่ได้ยกมือไหว้พี่สาวผู้ไว้ยศของเธอ เขาอกหักเป็นครั้งที่สี่

 

๒๕๐๗ เขาเริ่มใช้นามปากกาหลากหลาย ประโยคที่ใช้อ้อนสาวมากที่สุดคือ  “ผมไม่มีอะไรเลย ไม่มีเงิน ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ มีแต่หัวใจที่แสนจะว้าเหว่”

               เขาหันไปเขียนจดหมายเป็นภาษาอังกฤษถึงผู้หญิงต่างชาติหลายคน ที่สำคัญคือฟรีดา ลูกสาวนายตำรวจใหญ่แห่งมาเลเซีย  ทั้งสองรู้จักกันหลังจากที่เขาไปเที่ยวกับทีมนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายหลังเธอมาเมืองไทย เขาหลงดีใจคิดว่าเธอมาหา แต่ที่แท้เธอมาหาแฟนนักศึกษาจุฬาฯ

               หลังจากอกหักเป็นครั้งที่ห้า เขาตระเวนจีบนักศึกษาจุฬาเป็นการใหญ่ โดยเฉพาะวันฟุตบอลประเพณี มีบทกวีหลายบทที่แต่งเนื่องในการนี้

 

๒๕๐๘ เขาเรียนจบปริญญาตรี  หาประสบการณ์โดยทดลองนอนกับกะเทย ที่ชักชวนมาจากคาเฟ่ถนนเกษร ย่านราชประสงค์ ได้กับตอบว่า นั่นไม่ใช่วิถีของเขา

               เขาเดินทางไปหารัชนี เพ็ญพรรณที่เขียนจดหมายถึงกันอยู่หลายปีที่จังหวัดลำปาง พบว่าเธอมีสามีแล้ว ที่บ้านเลี้ยงหมูไว้หลายตัว เขาอกหักเป็นครั้งที่หก

 

๒๕๐๙  เขาเป็นชู้กับเมียนายทหารอากาศคนหนึ่ง และฝึกใช้เก้าอี้นายพราน ซึ่งกำลังฮิตในกลุ่มผู้นิยมใช้บริการโรงแรมม่านรูด

 

๒๕๑๐ เขาไปเที่ยวโสเภณี เธอขอให้เขาเรียกเพื่อนของเธอมาร่วมเตียงด้วย ปรากฎว่าเพื่อนของเธอเป็นผู้หญิงแปลงเพศ  หลังสนุกกันชั่วครู่ เขาขอนอนกับเธอผู้เป็นหญิงแท้สองต่อสอง พร้อมกับให้เงินสาวแปลงเพศขอให้ออกจากห้อง สาวแปลงเพศด่าว่าเขาเสีย ๆ หาย ๆ กรรมของเขาแท้ ๆ

 

๒๕๑๑ เพื่อนสนิทมิตรคนสำคัญ เพื่อนร่วมโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ลัก “เทพธิดาดำ” สาวเชียงใหม่ที่เขาหมายปองไปครอง เขาอกหักเป็นครั้งที่เจ็ด เธอหาสาวมาชดเชยให้สองคน แต่ไม่มีใครทดแทนเธอได้

               ต่อมารัตนาวดี เพื่อนหญิงสมัยเรียนมัธยมเดินทางมาหา หลังหลับนอน เขาทราบว่าเธอมีลูก๖ คน

 

๒๕๑๒ เขามีความสัมพันธ์กับนายแพทย์หญิง เธอบอกว่าจูบกอดของเขาโอเค  ส่วนเรื่องอื่น …

ในระยะนี้ สิ่งที่เขาภูมิใจที่สุด คือรอยหยิกที่ท่อนแขวนขวา ซึ่งมักจะเกิดหลังควงสาวไปดูภาพยนตร์  เพลงโปรดของเขาช่วงนี้คือ TABOO

 

๒๕๑๓ เขาหลงรักธิดาโดมเศรษฐีณีฝาแฝด “กุลธิดา กัญยาณี” พร้อมกันทั้งพี่และน้อง วันหนึ่งกุลธิดาแฝดผู้พี่  กอดกับผู้ชายชุดข้าราชการพลเรือนที่ห้องรับแขกภายในบ้าน เกิดอาการอกหักซ้ำซากเป็นครั้งที่แปด หันหน้าเข้าหาเหล้า ตัดสินใจอำลาเมืองไทย หูมักจะแว่วได้ยินเพลง BROKEN HEART  MALODY

 

๒๕๑๔  เขาเรียนจบปริญญาโท ลาเมืองไทยด้วยการชวนสามสาวชาวจีนไปเที่ยวคลับ เพราะเข้าใจผิดว่าเธอเป็นนักท่องเที่ยว แต่ที่แท้เธอเป็นผู้หญิงที่อิมพอร์ตเข้ามานั่งชั่วโมง เขาเสียเงินไปมาก แต่ในอกในใจครึกครื้นไปด้วยลำนำเพลง TWELVE  OF  NWVER

 

๒๕๑๖ เขาเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย นอร์ท อีสเทิอร์น ในชิคาโก พบรักและแต่งงานกับพยาบาล ชื่อเซี๊ยเน็ด วันหนึ่งในงานปาร์ตี้สังสรรค์ ที่อพาร์ตเม้นท์ของเพื่อน แหม่มหุ่นดีคู่เต้นรำ ชวนเขาว่า   would  you  like  to go to my  apartment  downstairs เขาขอตัวอย่างสุภาพว่า no madam I’am  going  to  marry  someone in  this  room

 

๒๕๑๗  เขาเข้าทำงานที่โรงแรมฮิลตัน (เดอะเครค)  ตรงกันข้ามตึกเพลย์บอย  มีโอกาสเห็นการถ่ายภาพเปลือยบ่อย ๆ ส่วนในโรงแรมมีหนังสดให้ดูเป็นประจำ  ครั้งหนึ่งหลังเลิกงาน นางแบบสาวคนหนึ่งชวนไปเที่ยวที่พัก ขณะกำลังโรมานซ์  เขาได้ยินเสียงสับมีดดังปัง ๆ เมื่อโผล่หน้าออกไปดู เห็นสามีของเธอสับบะช่อสำหรับปรุงอาหารอยู่ในครัว

 

๒๕๑๘  เขาจูบเพื่อนร่วมงานสาวชาวเปอร์โตริโกชื่อลูซี่ในลิฟท์เกือบทุกคืน ต่อมาสืบทราบว่าเธอเป็นแฟนกับไอ้ไมค์ หนุ่มเลือดร้อนชาวจอร์แดน เลยต้องจำใจกล่าวบ๊ายบาย และหันไปสะสมเพลงแทนความรัก โดยเฉพาะเพลงลาตินของซาเวียร์ คูกัตและเอ็ดมันด์ ดูรอส พร้อมกับสั่งเพลงโปรดไปจากเมืองไทย บางครั้งเขาโชคดีได้สนทนากับนักร้องตัวจริง เช่นสุเทพ วงศ์กำแหง และชาวคณะสุนทราภรณ์หลายคน

 

๒๕๑๙ สาวอเมริกันดำหุ่นดีคนหนึ่งทักทายเขาหน้าตึกอพาร์ทเมนท์ที่พัก “would you  like  to  go  bed  with me”  no thank. I  got  to  work เขาตอบ  shit เธอถ่มน้ำลาย

 

๒๕๒๐ เขาเดินทางไปดูการประกวดนางงามเปลือยกลางป่าที่รัฐอินเดียนา ค่าดู ๑๕ ดอลลาร์ ผู้เข้าชมที่เปลือยกายสามารถเข้าได้ฟรี  พี่ไทยเข้าชมเป็นจำนวนมากแต่ไม่มีใครยอมเปลือยรวมทั้งเขา ภายหลังขึ้นเป็น๑๐๐ ดอลลาร์  พี่ไทยคงยังไม่ยอมเปลือย สิ่งที่เขาได้เห็นเป็นขวัญตาคือไอ้มืดร่างเล็กคนหนึ่งผูกองคชาตเอาไว้เพราะยาวถึงหัวเข่า

 

๒๕๒๓ วันหนึ่งเขาไปทำงานแต่เช้าตรู่ เป็นวันที่งานสโลว์ เขาเลยหลับนอนกับบอสส์สาวชาวอิตาลี ชื่อโซเฟียภายในออฟฟิศของเธอ

 

๒๕๒๔  เขาพบรักกับมิสซอ อู เจ้าหญิงพม่าผู้เยาวัย ที่ไปเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยรูสเวลท์  เธอนักบอดให้เขาไปนอนกับนางกำนัลท่ามกลางความมืดในตำหนัก  บอกว่านางกำนัลคนนั้นพูดภาษาอังกฤษไม่ได้  ห้ามพูดคุยหรือไถ่ถาม  หลังพบความสุขอย่างสุด ๆ กับใครก็ไม่รู้  เมื่อตอนจากมาเขาจำรองเท้าที่วางอยู่หน้าห้องได้ “ใครก็ไม่รู้” คนนั้นคือเจ้าหญิงซอ อู นั่นเอง  เขาตั้งใจจะนำเรื่องนี้ไปเขียน “เจ้าหญิงองค์สุดท้าย” อันเป็นเรื่องหนึ่งในชุด “ลักหลับโลก”

 

๒๕๒๕  เขากลับมาเยี่ยมเมืองไทย ขามาแวะค้างคืนที่โตเกียว ด้วยการแนะนำของเพื่อนนักเขียน สาวญี่ปุ่นคนหนึ่งพาไปเที่ยวสวนสาธารณะ  หลังจากนั้น  ก็ตามไปให้ความรู้เรื่องราชวงศ์ญี่ปุ่นที่โรงแรม

               ที่เมืองไทยเขาเปรียบเสมือนริพ แวน ริงเกิล  ตัวเอกในนวนิยายที่เผลอขึ้นไปหลับบนภูเขาเกือบยี่สิบปี  เมื่อตื่นนอนเดินลงมาจากภูเขาก็พบกับความเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งของตัวเมืองและตัวบุคคล เขาตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลง  อย่างเช่นซื้อเนคไทมาฝากเพื่อน ได้รับคำตอบว่าคนไทยยุคนั้นเลิกใช้เนคไท แต่นิยมเสื้อชุดพระราชทาน หรือชุดซาฟารี ร้านกาแฟหายากพอกับร้านข้าวต้มกุ๊ย และเมื่อชวนเพื่อนไปดูหนัง ได้รับคำตอบว่า รุ่นเขาไม่มีใครดูหนังโรงกันแล้ว มีแต่ดูวิโออยู่กับบ้าน  สำหรับซ่องโสเภณีเขาค้นพบว่าแฝงมาในรูปของสถานอาบอบนวด

 

๒๕๒๖  ขากลับไปเมืองนอก เขาแวะที่ไทเป เขาใช้สิทธิ์การเป็นพนักงานโรงแรมฮิลตันพักฟรี  ผู้จัดการสาวฝ่ายเซลล์มาสนทนาด้วยเพราะเห็นว่าทำงานเครือเดียวกัน ทั้งสองคุยกันเรื่องวิธีหาลูกค้าจนดึกดื่น แต่เขาหลับไป ตื่นขึ้นมาเธอหายไปเสียแล้ว เหลือแต่บราเซียที่คงถอดแขวนไว้บนพนักโซฟาตอนเข้าห้องน้ำแล้วลืมใส่กลับไป

 

๒๕๒๗ เขาโชคดีได้หลับนอนกับสาวชาวซาอุอาระเบียร่างใหญ่ผิวค่อนข้างดำ เธอบอกว่าเป็นลูกสาวของเจ้าของธุรกิจน้ำมันแถวชายแดน เขาลืมถามไปว่าเมืองอะไร

 

๒๕๒๘  เขาเดินทางกลับเมืองไทย เข้าทำงานกับการไฟฟ้านครหลวง รัฐวิสาหกิจแห่งเดิมก่อนไปเมืองนอก พบว่า “ศศิธร” แฟนเก่าที่เข้าใจว่าเคยรักเขาสมัยโน้นยังไม่ได้แต่งงาน เะออายุเลยสี่สิบ

 

๒๕๒๙ เขาซื้อบ้านที่เสนานิเวศน์  เอื้อย สาวบ้านนอกระดับนางงามเสนอตัวมาดูแลทำหน้าที่แม่บ้าน เขาปฏิเสธ มานึกเสียดายภายหลังเมื่อเธอได้กับนักมวย

 

๒๕๓๐   เขาแปลเรื่องชุดโนเบลไพรซ์ของนากิบ มาห์ฟูซ สิบกว่าเรื่องเช่น ฟ้าสางดาวสูญ  กลางฝูงหมา และดาวเลื่อนเดือนลับ  เคยไปเที่ยวไคโร ไกด์สาวรูปร่างสวยแบบชาวไอยคุปต์ พาไปแทงรูเล็ตต์ที่คาสิโน ชั้นล่างของโรงแรมฮิลตัน และตามขึ้นไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีอาหรับในห้องนอนจนรุ่งสว่าง

 

๒๕๓๑  เขาได้ข่าว แก้มแก้ว ชมพูนุช แต่งงานไปกับเพื่อนร่วมโรงเรียนสุราษฎร์ธานีเป็นคนที่สอง

 

๒๕๓๓  เขามีสัมพันธ์กับตำรวจหญิง ได้รับการย้ำเตือนว่า อย่าทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่าเชื่อคำพูดแต่เพียงอย่างเดียว ต้องขอดูเอกสารด้วย  เขาจำเอาไว้ ตั้งแต่นั้นมา เมื่อเด็กสาวคนใดบอกว่าอายุเลยสิบหก เขามักจะขอดูบัตรประจำตัวเสมอ

 

๒๕๓๕  เขาได้ข่าวประไพพรรณ อดีตนามปากกา pen pal  เป็นคนที่สามที่แต่งงานไปกับเพื่อนร่วมโรงเรียนสุราษฎร์ธานี คงมีคนที่สี่ เขาคิด

 

๒๕๓๖ เขาเดินทางไปตามหาพ่อตาที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อไปรายงานตัวในฐานะลูกเขย แต่ไม่พบท่าน

 

๒๕๓๗ เขาถูกทอมคนหนึ่งปลุกปล้ำ  เขาวิ่งหนีออกจากห้องได้ทันท่วงที นึกภูมิใจในจริยธรรมของตนเอง

 

๒๕๓๘ เขาไปติดต่อกับเศรษฐีสาวใหญ่คนหนึ่งเพื่อบอกขายบ้าน  เธอนั่งอยู่บนโซฟา งามสง่าและสวยจนเขาประหวัดคิดถึงแม่  อยากจะกรากเข้าไปซบกับตักขอความอบอุ่น แต่กลัวโดนตบหน้า อย่างไรก็ตามไม่นานหลังจากนั้น ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน เขาทราบภายหลังว่าเธอมีอายุ๕๕

 

๒๕๓๙  นับตั้งแต่กลับเมืองไทยรวมแล้วเป็นเวลา ๑๒ ปี เขาเคยเจอผู้หญิงถูกใจบนรถเมล์ทั้งหมดรวม๓ คน  ผลจากการชวนไปหลับนอนก็คือ คนแรก สามีอยู่แม่ฮ่องสอน เธอเอาลูกอายุ ๕ ขวบไปด้วย  เขาถามว่าทำอย่างไร  เธอบอกว่าให้ลูกหลับก่อน  ปรากฎว่าเด็กหลับเอาตอนตีสอง  คนที่สองเธอยิ้มสวยมาก ยิ้มไม่หยุดตั้งแต่อยู่บนรถเมล์ แต่เขาไม่เอาอ่าว เมาหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอนในโรงแรม คนที่สาม สวยที่สุดในสามคน ทุกอย่างราบรื่น แต่เพื่อนชายที่พักอยู่กับเขา  เกิดสนใจในตัวเธอ  เดินเข้าไปฝากรักดื้อ ๆ ผลคือเพื่อนถูกตบหน้า แคน สังคีตต้องขอโทษขอโพย  และเสือเงินปลอบขวัญเป็นจำนวนมาก เลยเลิกนิสัย “พบรักบนรถเมล์” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เมื่อถูกถามว่า จีบผู้หญิงบนรถเมล์อย่างไร เขาตอบว่า เริ่มต้นการถามในสิ่งที่เธอจะต้องตอบ เช่น “เลยมาแล้วหรือยัง”  ห้ามถามว่า “ไปไหนมาครับ” เพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนตอบเป็นอันขาด

 

๒๕๔๐  เขาซื้อคอนโดฯแถวนอร์ท พาร์ค ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ใน “คุกหนังสือ” มีรักกับ “ฝัน” สาวสวยลูกครึ่งเชียงราย สตูล  เธอจะมาหาเขาเดือนละสองครั้ง วันเกิดเธอ เขามอบคอมพิวเตอร์เป็นของขวัญ เธอนำไปมอบต่อให้กับแฟนหนุ่มแล้วทิ้งเขาไปดื้อ ๆ  เขาอกหักเป็นครั้งที่๙

 

๒๕๔๑  เขาไปทำงานเป็นที่ปรึกษาให้โรงไฟฟ้าหินกรูดที่ประจวบคีรีขันธ์ พักอยู่ในรีสอร์ท ยามนอนได้ยินเสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง บางครั้ง เพื่อนนักเขียนพาแฟนไปขอใช้ห้อง ผมต้องนอนฟังเสียงคลื่นอยู่นอกห้องสลับกับเสียงเตียงลั่นด้วยความหวั่นไหว ในช่วงนี้เขาจีบแม่ค้าขายอาหารหลายคน แต่ไม่ได้ผลเป็นชิ้นเป็นอัน

 

๒๕๔๒ เขาให้ทุนช่วยเหลือค่าหน่วยกิตแก่นักศึกษาที่เรียนดีแต่ยากจนหลายคน

 

๒๕๔๓ กรรมตามทันครั้งหนึ่งเขาเป็นฝ่ายโดนแอบดู โดยเข้าใจผิดคิดว่า เพื่อนหญิงของคู่นอนออกจากห้องไปแล้ว ความจริงเธอซ่อนตัวอยู่หลังชั้นวางหนังสือ เขาประกาศกับตัวเองว่าจะเลิกแอบดูชาวบ้านตั้งแต่บัดนั้น

 

๒๕๔๔  เขาเพิ่งรู้ว่าผู้ชายไม่จำเป็นต้องเสร็จกิจ จากนั้นเป็นต้นมา จึงไม่ค่อยวิตกในเรื่องนี้ จากสถิติที่เขาแอบดู “จอย” สาวลูกครั้งเนปาล-ญี่ปุ่น จดไว้ คืนที่สูงสุด เธอบรรลุจุดกระสันรวมเก้าครั้ง โดยที่เขาไม่สำเร็จแม่แต้ครั้งเดียว เขาสงสัยว่าอาจเป็นเพราะเขามีไฝในที่ลับ

 

๒๕๔๕  เขาเดินทางไปเที่ยวเมืองเสียมเรียบ กัมพูชา หลังจากคณะพรรคหลับนอน เขาติดต่อกับทางโรงแรมให้ช่วยหาหมอนวด ขณะที่เธอนวดเขา ท่ามกลางความมืด มือเขาคลำถูกแผลเป็นขนาดยาวบนแผ่นหลังของเธอ ด้วยความตกใจ รีบเปิดไฟ เห็นรอยแผลลึกเป็นทางยาว จากโคนไหล่ซ้ายไปถึงสะเอง เขาถามว่าเกิดจากอะไร เธอตอบว่าโดนบุหรี่ เขาเถียงว่า โดนมีดกรีดมากกว่า เขามอบเงินค่าบริการ(ซึ่งยังไม่ได้บริการ)ให้เธอไปห้าร้อยบาท

 

๒๕๔๖ เขาแสวงหาสาวสวยที่สามารถทำให้เขาอกหักต่อไป เพื่อเกิดแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือ เพราะยึดมั่นว่า ความอาภัพให้ฮึดสู้ ความหิวทำให้ขยันทำงานและความเจ็บปวดทำให้เกิดการสร้างสรรค์

 

               แคน สังคีตบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะเป็นจริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผุ้อ่าน

 

 

 

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน