• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 267
  • จำนวนผู้ชม : 388071
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 290 , 15:31:09 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

ตอนที่บุรุษไปรษณีย์มาจอดรถที่หน้าประตูรั้วและกดกริ่งเรียก ได้ยินเสียงตะโกนว่า มีของมาส่งครับ ผมรีบลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน วิ่งออกไปเปิดประตูรั้ว หมาวิ่งตาม มันพยายามหาทางออกไปนอกรั้วให้ได้ ผมคุยกับไปรษณีย์ว่า หมามันอยากออกนอกบ้าน ไปรษณีย์ว่า มันคงดีใจนะที่ผมมากดกริ่งเรียก ผมพยักหน้า และรับเครื่องมืออันเล็ก ๆ ของเขามาเซ็นชื่อรับของ
 
มันเป็นซองสีน้ำตาลขนาดเล็ก ๆ ดูชื่อก็รู้ว่าน้องคนที่ปล่อยหนังสือในกลุ่ม เป็นผู้ส่งมาให้ แกะซองออกดูก็รู้สึกตื่นเตนกับหนังสือที่ได้มา เป็นหนังสือเล่มที่ถูกขโมยหายไปจากบ้าน จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าอ่านแล้วหรือยัง แต่คิดว่าคงอ่านแล้ว เพียงแต่จำไม่ได้ว่า "หมายเรียก" นั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร ได้หนังสือมาก็สำรวจดูด้วยการพลิกไปพลิกมา ไม่มีรอยขีดรอยฆ่า หนังสือยังอยู่ในสภาพใหม่เอี่ยม หนาถึง 470 หน้า ราคา245 บาท แต่น้องคนที่ปล่อยให้มา ขายถูกมาก แค่ 170 บาท ไม่คิดค่าส่ง เห็นหนังสือแพ็คมาในกระดาษบับเบิ้ลอย่างดี หุ้มมาแน่นหนาทั้งเล่มก็ยิ่งรู้สึกดี รีบเขียนข้อความเข้าไปในinboxของน้องเขาว่า ขอบคุณมากนะครับ ได้รับหนังสือไว้เป็นที่เรียบร้อย น้องเขาตอบมาด้วยสติกเกอร์ยกนิ้วโป้งให้อันหนึ่ง เป็นอันว่ารับทราบ
 
ปกหลังของหนังสือมีประวัตินักเขียนซึ่งผมอ่านแล้วอ่านอีก อ่านซ้ำบ่อยว่า "จอห์น กรีแชมนั้นจบปริญญาตรีด้านบัญชีในปี 1977 และจบกฎหมายในปี 1981 เป็นทนายความในเซาเทเวน มิสซิสซิบปี้เกือบสิบปี เชี่ยวชาญทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา
 
นวนิยายเรื่องแรกคืออะไทม์ทูคิลล์ เขียนจากแรงบันดาลใจจากคดีที่เกิดขึ้นจริง ส่วนนวนิยายเรื่องต่อ ๆ มา ซึ่งเป็นเรื่องในแนวสอบสวนสืบสวน ระทึกขวัญ อิงความรู้เชิงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ติดอันดับหนังสือขายดีทุกเล่ม และมีผู้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์จนประสบความสำเร็จทุกเรื่อง นับว่าเป็นนักเขียนนิยายขายดีคนหนึ่งของโลก ปัจจุบันเขาแบ่งเวลาใช้ชีวิตระหว่างบ้านในชาล็อตวิลล์ เวอร์จิเนีย กับออกฟอร์ดมิสซิสซิบปี้ พร้อมภรรยาและลูกอีกสองคน"
 
เรื่องย่อที่ปกหลังบอกว่า "เมื่อความตายคืบคลานเข้ามาใกล้ ท่านผู้พิพากษาแอ๊ตลี่ก็ส่ง "หมายเรียก" ตัว สั่งให้เรย์กลับบ้านที่แคลนตัน เพื่อหารือเกี่ยวกับรายละเอียดของกองมรดก เรย์จำใจเดินทางกลับบ้านเพียงเพื่อที่จะพบร่างบิดาที่เสียชีวิตแล้ว และเงินจำนวนสามล้านดอลล่าร์ที่ซ่อนอยู่ในบ้าน เขาพยายามสืบว่าเงินนั้นมาจากไหน และต้องต่อสู้กับตัวเองในการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับเงินก้อนนี้ดี เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วยเหตุผลบางประการ แต่ดูเหมือนว่ามีใครบางคนหรือหลายคนรู้ความลับนี้ด้วย และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อเอาเงินนี้ไปจากเขา
 
แค่เรื่องย่อสั้น ๆ ผมพยายามเค้นความทรงจำว่าอ่านไปแล้วหรือยัง รู้สึกเหมือนไม่คุ้นเคยเลย และถ้าไม่อ่าน ผมจะซื้อมาเก็บไว้ทำไม ก็ในเมื่อกรีแชม เป็นนักเขียนคนโปรดของผมคนหนึ่ง หนังสือของเขาผมอ่านและมีไว้เป็นสมบัติทุกเล่ม บางเล่มอ่านแล้วอ่านอีก ผมชอบ "ทนายข้างถนน" เป็นเรื่องของทนายความหนุ่มที่มีอุดมการ ลาออกจากบริษัทใหญ่เพื่อออกมาช่วยเหลือคนจนและช่วยเหลือสังคม และยังชอบ "ทายาทพินัยกรรม" ที่ใช้ฉากในป่าอเมซอน ประเทศบราซิล นางเอกเป็นเจ้าของมรดกนับพันล้าน แต่ไปใช้ชีวิตเป็นนักบุญอยู่ในป่าดงดิบ อยู่กับคนเถื่อนที่ไร้ศาสนา พระเอกเป็นทนายความต้องเดินทางจากอเมริกาดันด้นเข้าไปในป่าเพื่อตามหานางเอก เรื่องดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ตื่นเต้น
 
แต่ทำไมเรื่อง "หมายเรียก" ไม่เหลืออยู่ในร่องรอยของความจำเอาเสียเลย
 
จำได้แต่เพียงว่า หนังสือเล่มนี้ออกมาคู่กับเรื่อง "ถล่มแผนสังหาร " ออกมาวางแผงในปี 2549 โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊ค นั่นย่อมหมายความว่าหนังสือเล่มนี้ถูกซุกอยู่บนชั้นหนังสือของผมนานถึง 15 ปี เป็นไม่ได้เลยทีระหว่าง 15 ปีนี้มันจะนอนนิ่งอยู่เฉย ๆ โดยที่ไม่ได้หยิบออกมาดูหรือเปิดอ่านเลยแม้แต่ครั้งเดียว
 
มีอยู่ประการเดียวเท่านั้น เป็นประการเดียวที่ผมรู้สึกเป็นกังวลก็คือ อ่านแล้วลืม ความทรงจำของผมบางส่วนอาจไม่ได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไปแล้ว แต่คิดอีกทีก็ไม่น่าจะใช่ ผมอ่านหนังสือทุกเล่มและก็จำได้หมดว่า โครงเรื่องนั้นเป็นอย่างไร รายละเอียดต่าง ๆ นั้นบางตอนก็จำได้ บางตอนอาจเลอะเลือน แต่แปลกที่ "หมายเรียก" กลับไม่ได้รู้สึกว่าอ่านมาก่อน ไม่คุ้นเคยกับเรื่องที่พ่อเรียกลูกชายให้กลับไปคุยกันถึงเรื่องมรดก และพบเงินอีกสามล้าน หลังจากที่พ่อตายไปหมาด ๆ
 
ผมอ่านตรงคำนำผู้แปลที่เขียนไว้ว่า "เรื่องราวในหมายเรียก ต่างจากนิยายหลาย ๆ เรื่องของจอห์น กรีแชม ตรงที่ไม่มีการต่อสู้ในศาลอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่ตัวเอกของเรื่อง ศาสตราจารย์เรย์ แอ็ตลี อาจารย์วิชากฎหมาย มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ซึ่งมีชีวิตที่เงียบสงบ ต้องพลิกบทบาทของตัวเองกลายเป็นนักสืบไปโดยปริยาย เมื่อบิดาที่เคยเป็นผู้พิพากษาเสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน และทิ้งเงินก้อนใหญ่เป็นปริศนาไว้เบื้องหลัง เพื่อค้นหาที่มาของเงินก้อนดังกล่าวว่าได้มาอย่างไม่สุจริตหรือไม่ ตัวละครสำคัญอีกตัวหนึ่งคือ น้องชายขี้ยาของเขาซึ่งด้อยกว่าพี่ชายในทุก ๆ ด้าน
 
จอห์น กรีแชม ยังคงเป็นนักเล่านิทานตัวยงไม่แปรเปลี่ยน การดำเนินเรื่องยังเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เรย์ แอ๊ตลี่เล่นเอาเถิดเจ้าล่อกับคนที่ตามรังควานเขาด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ซ้ำยังมีตัวละครอย่างแฮรี่ เร็กซ์ที่ทำให้ผู้อ่านต้องหลงรัก เพราะความเป็นมนุษย์ที่มีเนื้อหนัง มีตัณหาราคะ แม้จะเข้าสู่ปัจฉิมวันแล้ว"
 
อ่านถึงตรงนี้ก็พยายามนึกอีกว่า คุ้นชื่อแฮรี เร็กซ์บ้างหรือไม่ ปรากฎว่าไม่คุ้นเลยแม้แต่น้อย
 
สงสัยว่า คงยังไม่ได้อ่าน แต่ซื้อหนังสือของนักเขียนคนโปรดมาพร้อมกันทีเดียวสองเล่มแล้วไม่ได้อ่าน เป็นไปได้อย่างไรกัน
 
15 ปี ไม่ใช่สิบห้าวัน มันยาวนานจนเด็กคนหนึ่งโตขึ้นเป็นหนุ่ม และระหว่างสิบห้าปีนั้น ผมก็ไม่ได้อยู่เฉย มีการหยิบ จัด เช็ดถู แถมยังดึงหนังสือหลายเล่มของเขามาอ่านซ้ำอีก
 
และน่าแปลกในขณะที่หยิบหนังสือบางเล่มมาอ่านซ้ำ เช่น "แผนซ้อนกล" หรือ "ทนายข้างถนน" แต่กลับไม่หยิบเล่มใหม่ที่เพิ่งซื้อมาอ่าน
 
นี่เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น
 
หรือว่าผมหลงว่าอ่านแล้ว ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้อ่าน
 
รู้อีกทีก็ต่อเมื่อ หนังสือมันหายไปจากชั้นหนังสือเรียบร้อยแล้ว
 
เอาล่ะ ช่างมัน ผมคิด และก็เิปิดอ่านประวัติของจอห์น กรีแชมที่มีอยู่ในหน้าหนังสือก่อนที่จะเข้าเรื่อง
 
ประวัติผู้เขียน จอห์น กรีแชม เกิดที่รัฐอาร์คันซอ สหัรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ๊ 1955 (ขณะนี้66 ปี) และได้ย้ายไปอยู่ที่รัฐมิสซิสซิบปี้ตั้งแค่ปี 1967 ตอนเด็กฝันอยากเป็นนักเบสบอลมืออาชีพ แต่เมื่อตระหนักว่าไม่มีโอกาส จึงเปลี่ยนเข็มไปเรียนทางบัญชีและเรียต่อทางด้านกฎหมาย
 
ในช่วงที่เขาทำงานทนายความ เขาได้ทำงานถึง 60-70 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ตั้งแต่ตีห้าทุกวัน และระหว่างเวลาพักในห้องพิจารณาคดี เขาเขียนนิยายเรื่องแรกคือ A Time To Kill ใช้เวลาถึง3ปีกว่าจะเขียนจบในปี 1987 แรกสุดสำนักพิมพ์ต่างปฏิเสธผลงานของเขา จนสุดท้ายสำนักพิมพ์wynwood Press รับพิมพ์ให้ ด้วยจำนวนพิมพ์เพียง 5000 เล่ม ในปี 1989 ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีอยู่บ้าง แต่ยอดขายไม่ดีนัก แต่เขาก็ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เขาเปลี่ยนจากงานอดิเรก เป็นงานอาชีพ โดยเริ่มเขียนเรื่อง The Firm ต่อ ก่อนหนังสือจะได้รับการตีพิมพ์ เขาขายลิขสินธิ์ภาพยนตร์ได้ จึงกลายเป็นหนังสือร้อนที่สำนักพิมพ์หลายแห่งแย่งชิงกัน เรื่องThe Firm จึงอยู่ในหนังสือขายดีของนิวยอร์ค ไทม์ถึง 47 สัปดาห์ ในปี 1991
 
หลังจากนั้นเขาก็ได้กลายเป็นนักเขียนนวนิยายขายดีคนหนึ่งของโลก นวนิยายเรื่องต่อ ๆ มาจึงเป็นเรื่องในแนวสืบสวนอิงความรู้ทางด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ผลงานของเขาทุกเล่มจึงติดอันดับขายดีติดต่อกัน และมีผู้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอีกหลายเรื่อง และที่น่ายินดีคือมีคนเอานิยายเล่มแรกของเขากลับมาพิมพ์ใหม่และขายไปทั่วโลกอย่างถล่มทลาย
ในเมืองไทยเราก็มีคนติดตามอ่านผลงานของนักเขียนผู้นี้อยู่เป็นจำนวนมาก
 
ผมก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ถึงขนาดต้องมีหนังสือของเขาทุกเล่มเก็บไว้บนชั้นหนังสือ และถ้ามีคนถามว่า นักเขียนคนโปรดมีใครบ้าง หนึ่งในนั้นก็คือ จอห์น กรีแชม
 
บทที่หนึ่งที่ผมเปิดอ่านดูจบกระทั่งจบ ก็พบถึงความคุ้นเคยบางอย่าง เช่นเขาขับรถทางไกล ข้ามวันข้ามคืน เพื่อจะไปหาพ่อตามหมายเรียก แต่หลังจากนั้นก็จำไม่ได้อีก ความทรงจำมันขาดวิ่นไป จำไม่ได้แม้แต่เรื่องเงินสามล้านที่พ่อของเขาซุกซ่อนเอาไว้
ความสังสัยว่าอ่านมาแล้วหรือยังไม่เคยอ่านยังคลุมเครือน่าสงสัย
 
หรือว่าผมจะแก่ชรา และสมองฝ่อลงจนเหลือเท่าเม็ดถั่วเขียว จำได้แต่บางเรื่อง และบางเรื่องก็จำอะไรไม่ได้เลย
 
บ่ายสองโมง ผมวางแผนว่าหยุดซ้อมวิ่ง ไม่ไปว่ายน้ำ จะอยู่บ้าน หยุดการงานทุกอย่าง ปิดเครื่องโทรศัพท์ ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และก็เปิดหนังสืออ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ แค่บทแรกจบลง ผมก็รู้สึกค้มค่าเหลือเกินที่สามารถตามหาหนังสือเล่มนี้คืนกลับมาสู่ชั้นหนังสือที่แสนรักของตัวเองจนได้
 
อ่านจบบทแรกแล้ว ผมก็คิดเข้าข้างตัวเองว่า ดีแล้วที่ผมกลับมาเขียนบันทึกอีก จะได้ย้อนทวนได้ว่า สิบปี สิบห้าผ่านไป ผมได้คิด ได้เขียน ได้ทำอะไรเอาไว้บ้าง
 
แต่ก็กลัวอยู่อย่างเดียว
 
กลัวจะจำไม่ได้ว่าบันทึกที่เขียนไว้นั้นอยู่ตรงไหน
----



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2021 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]