• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 289
  • จำนวนผู้ชม : 394553
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันอาทิตย์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 275 , 15:32:47 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

อ่าน The Broker ใกล้จะจบเล่ม พระเอกวัย52 ถูกปล่อยออกจากคุก แต่มีเงื่อนไขว่าต้องออกไปอยู่นอกประเทศและมีผู้ติดตามความเคลื่อนไหวทุกย่างก้าว ในห้องก็ถูกติดเครื่องดักฟัง ที่รองเท้าบูธก็มีเครื่องติดตามตัว มีคนเฝ้าดูความเคลื่อนไหวจากหน้าจอมคอมพิเตอร์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เพื่อหวังว่าจะได้รู้ความลับบางอย่างที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็มีคนคิดจะฆ่าเขาอยู่ตลอด มีการประชุมวางแผนกันว่าจัดการตอนไหนดี จะให้เขาทรมานก่อนตายสักกี่ชั่วโมง เขาเองก็รู้ตัวว่าการถูกปล่อยตัวออกมาครั้งนี้มีความไม่ชอบมาพากล และรู้แน่ชัดว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย ตอนเขาอยู่ในอิตาลีก็มีคนเฝ้าคอยติดตามเขาเป็นคณะ มีสายลับจากประเทศอื่นอีกหกคนที่คอยสอดส่อง พวกเขารู้ทุกความเคลื่อนไหว รู้ว่าเขาไปนั่งกินอาหารร้านไหน พูดคุยกับใคร ได้ยินเสียงทุกอย่างชัดเจน เขาต้องย้ายถิ่นที่อยู่ตลอดเวลา ถามอะไรก็ไม่มีใครบอก พวกที่คิดจะฆ่าเขานั่งประชุมกันอยู่ในทำเนียบขาว ความตายอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก แต่เขาก็ยังหาความสงบได้ด้วยการเดินไปทั่วเมือง เดินไปในร้านหนังสือ เดินไปนั่งในร้านกาแฟ เดินเข้าไปในมหาวิทยาลัย เดินออกไปสู่เมืองเก่า เดินขึ้นภูเขา เดินไปตามสถานีรถไฟ ในขณะที่ย่ำเดินทางไกล
 
ทุกวันนั้นเขาก็คิดเรื่องการที่จะพาตัวเองให้รอดพ้นจากความตาย คนอายุ 52 ที่เคยมีบริษัทของตัวเองใหญ่โต เป็นทนายและนักต่อรองชั้นยอด ย่อมมีประสบการณ์และมีความฉลาดหลักแหลมเป็นทุนเดิม เขาจึงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้หวาดกลัวหรือตื่นเต้นจนเกินไป ตั้งสมาธิด้วยการเดิน ๆ ระหว่างเดินก็คิดวางแผนเรื่องการเอาตัวให้รอดพ้นจากการถูกฆ่าโดยใครก็ไม่รู้
เป็นนิยายที่สนุก เห็นภาพ เห็นถึงประวัติของประเทศอิตาลี คนเขียนแทรกสิ่งเหล่านี้เข้าไปอย่างพอเหมาะพอดี เช่นตอนที่เขาเดินไปรอบเมืองกับครูสอนภาษา หล่อนก็เล่าให้เขาฟังว่า เมืองที่เขามาเดินอยู่นี้มีประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้าง เช่น ในเมืองโบโลญญาที่เขามาอยู่นั้นเต็มไปด้วยหอคอย ครูสาวของเขาเล่าว่า
 
"ครั้งหนึ่งเคยมีหอคอยมากกว่าสองร้อยหอ สมัยนั้นมีสงครามระหว่างเผ่าและความเป็นศัตรูของคนในท้องถิ่นเดียวกัน ทุกคนก็เลยสร้างหอคอยเอาไว้ ใช้เป็นสถานที่สอดส่องมองศัตรูออกไปได้ไกล ๆ แถมเวลาถูกโจมตี การสู้อยู่บนหอคอยนั้นได้เปรียบมาก และคนสมัยนั้นก็สร้างครัวไว้บนหอคอย มีบันไดสูงกว่าสามร้อยขั้น เพื่อป้องกันการโจมตี ตระกูลที่เป็นศัตรูกันจะยิงธนูหรือขว้างหอกใส่กัน และหอคอยเหล่านี้จะเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะด้วย ชนชั้นสูงผู้ทนงตัวเองจะไม่ยอมให้ใครสร้างหอคอยสูงกว่าของตัวเอง ในศตวรรษที่12 จึงเกิดการสร้างหอคอยแข่งกัน และก็มีการสร้างสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ นครแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า นครแห่งหอคอย แต่นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษคนหนึ่งได้กลับไปเขียนว่า "เมืองแห่งหน่อไม้"
 
ต่อมาในศตวรรษที่14 รัฐบาลที่มีอำนาจเหนือคนท้องถิ่น เห็นว่า ต้องลดบทบาทของผู้มีอิทพลลงบ้่าง จึงสั่งให้รื้อหอคอยเหล่านี้ลงเสียบ้าง ส่วนที่เหลือก็ผุพังไปตามกาลเวลา หอคอยส่วนใหญ่นั้นมีรากฐานที่ไม่มั่นคง จึงมีอายุได้ประมาณ200 ปี
 
ในปลายทศวรรษ 1800 มีการรณรงค์ให้โค่นหอคอยลงมาให้หมด เหลือไว้แต่สองหอคอยคืออาซีเนสลี่และการีเซนดา ทั้งสองหอคอยไม่ได้ตั้งอยู่ตรง ๆ การีเซนดาเอียงไปทางทิศเหนือ ส่วนอาซีเนสลี่ซึ่งสูงถึง9702 เมตรเอียงมาทางทิศใต้ กวีชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่งเปรียบหอคอยทั้งสองว่า เหมือนกลาสีเรือขี้เมาเดินโซเซกลับบ้าน พยายามเอนตัวไปพิงกันเพื่อไม้ให้ล้ม
 
ชายวัย52 ที่กำลังจะเอาตัวให้รอดจากการถูกฆ่า เดินอยู่ในเมืองนี้วันแล้ววันเล่า วันที่เขาเดินขึ้นภูเขาก็ทำให้เรารู้อีกว่าภูเขาที่ขึ้นไปนั้นมีอะไรอยู่ข้างบน ทำไมต้องทำซุ้มกันแดดกันฝนไปตลอดเส้นทาง อ่านหนังสือเล่มนี้ แม้จะต้องคอยลุ้นไปกับเรื่องราวของชายหคนหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เรารู้เรื่องประวัติของบ้านเมืองไปพร้อม ๆ กัน
 
อ่านแล้วก็คิดวาดฝันว่าอยากจะไปเดินเล่นแบบนั้นบ้าง ไม่ต้องไปไกลถึงอิตาลี่ก็ได้ แค่หลวงพระบาง หรือเมืองเสียมเรียบก็ไม่ขัดข้อง เดินไปให้ทั่วทุกซอกทุกซอยและก็พยายามหาข้อมูลว่าเส้นทางแต่งละแห่ง บ้านเก่าแต่ละหลังนั้นมีความเป็นมาอย่างไร สิ่งเหล่านี้ค้นหาเอาได้จากกูเกิ้ล หรือถ้ามันเป็นรายละเอียดที่สึกก็สามารถพูดคุยสอบถามเอาจากชาวบ้านแถวนั้น
 
เคยไปเที่ยวนครวัดนครธมในประเทศกัมพูชา ไกด์คนหนึ่งพูดว่า "ถ้าคุณไม่รู้ประวัติของสถานที่แห่งนี้ คุณก็แค่ได้มาดูอิฐเก่า ๆ จำนวนหนึ่งเท่านั้น"
 
ตอนที่อ่านเรื่องการวางแผนฆ่าคนของผู้มีอำนาจในทำเนียบขาวก็คิดขึ้นมาว่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช่จะมีอยู่ในนิยายเท่านั้น การวางแผนฆ่าคน วางแผนอุ้มคนให้หายไปจากโลก ประเทศเราก็มี ที่เอาเสาหินยัดไปในท้องถ่วงน้ำ หรืออุ้มขึ้นรถตู้แล้วทำให้หายไปอย่างไร้ร่องรอยเราก็ได้เห็นอยู่ในข่าว พวกที่วางแผนส่วนใหญ่จะนั่งอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ ส่วนพวกที่ลงมือนั้นเป็นอีกคณะหนึ่ง ถึงจับตัวได้ก็รับรองสาวไปไม่ถึงคนบงการ
 
ในโลกเรามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกวัน ทั้งในอเมริกา อิตาลี อังกฤษ กำพูชา พม่า ลาว อัฟกานิสถาน บราซิล รวมทั้งประเทศไทยของเรา
นิยายก็จำลองมาจากชีวิตจริง แต่บางทีชีวิตจริงนั้นเหลือเชื่อกว่านิยายก็มีอยู่ถมไป
---



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน