• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 290
  • จำนวนผู้ชม : 395043
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 192 , 16:11:52 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สำรวจฟ้า , อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

เมื่อวานหลังจากซ้อมได้15 กิโลด้วยเวลาที่งดงามสองชั่วโมงสิบเอ็ดนาที ทำให้เกิดความรู้สึกที่มั่นใจขึ้นมามาก ว่างานมาราธอนที่บุรีรัมย์คงจะไม่ถึงกับยากเกินไป ตอนที่เลิกวิ่งมากินน้ำที่ร้านป้ากับเอี้ยง ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย ยังจะวิ่งต่อได้อีก แต่คิดว่าไม่ควรฮึกเหิมเกินไป เอี้ยงบอกว่า ต้องซ้อมให้ถึงสามสิกิโลสักครั้งสองครั้งนะ เวลาวิ่งจริงจะได้สบายใจ ผมก็ว่าครับ เอี้ยงว่า พรุ่งนี้มาไหม ผมบอกว่ามาและอยากให้เอี้ยงเป็นหัวลากให้อีก เอี้ยงว่าได้เลย มาตอนไหนก็เจอ เพราะเอี้ยงจะวิ่งไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่เช้า
 
ผมรู้สึกทึ่งอยากบอกไม่ถูก ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ซ้อมวันละร้อยกิโลบ่อยมาก บางวันก็ปาเข้าไป 70 หรือ 80 กิโล ตื่นเช้าขึ้นมาก็หอบหิ้วอาหารน้ำใส่ถุงมาแขวนไว้ที่ประตูรั้วและก็วิ่งวนอยู่ในสวนรอบแล้วรอบเล่า วิ่งไปเรื่อย ๆ ช้าบ้างเร็วบ้าง และก็เอาจนครบระยะตามที่ตั้งใจไว้ ถามว่าเหนื่อยไหม เอี้ยงบอกว่าเหนื่อยสิ แต่เมื่อตั้งเป้าไว้แล้วก็ทำให้สำเร็จ
 
วันนี้ผมตั้งใจว่าจะวิ่งให้ครบสามสิบกิโล แต่เมื่อลงสนามตอนบ่ายสามโมงครึ่ง อากาศร้อนมาก อุณหภูมิสูงขึ้นถึงสามสิบกว่าองศา วิ่งแค่รอบเดียว เหงื่อออกจนเสื้อเปียกทั้งตัว วิ่งผ่านใครเขาก็บ่นว่าวันนี้ร้อนเหลือเกิน ผมวิ่งทันเอี้ยงตอนรอบที่สอง เอี้ยงกำลังเดินคุยกับเพื่อนนักวิ่งด้วยกันกลุ่มหนึ่ง ผมทักว่าได้กี่รอบแล้ว เอี้ยงบอกว่าสามสิบสี่ นั่นหมายความว่าเอี้ยงวิ่งมาไม่น้อยกว่าห้าชั่วโมง วิ่งก่อนที่ตะวันจะตรงหัวเสียอีก เอี้ยงบอกให้ผมวิ่งไปก่อน เธอจะเดินผ่อนคลายสักรอบและจะแวะกินอาหารที่เตรียมมา เธอบอกว่าถึงมื้อแล้ว รู้สึกหิว ต้องหาอะไรกินเสียหน่อย
 
อาหารที่เอี้ยงเตรียมมานั้นห่อมาในถุงพลาสติก เป็นไก่ทอดสักชิ่น ขนมปังสักก้อน ข้าวเหนียวสักห่อและน้ำดื่มขวดใหญ่ เอี้ยงกินง่าย บางครั้งถ้าทำเวลา เธอก็จะเดินไปกินไป อิ่มแล้วก็วิ่งเหยาะๆไปจนอาหารย่อยเรียบร้อยแล้วก็วิ่งด้วยระดับความเร็วที่คงที่ อยู่ในเพซ8 กว่า ๆ
 
เอี้ยงเป็นนักวิ่งสวมรองเท้าอีแตะที่ผมทึ่งมาก เธอพูดน้อย เอาแต่ยิ้ม อายุน้อยกว่าผมราว 6 ปี มีลูกสาวหนึ่งคน ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลยันฮี บ้านอยู่ในซอยเรวดี มีแม่คอยช่วยดูแลเรื่องอาหารและเลี้ยงลูก เธอใช้เวลาว่าทั้งหมดด้วยการซ้อมวิ่ง เธอซ้อมเพื่อจะไปงานวิ่งระดับ100 กิโลขึ้นไป และก็ยังแวะมาวิ่งมาราธอนบ้างเป็นบางงาน
 
เอี้ยงมีฉายาว่า "เทพธิดาอีแตะ" นักวิ่งในสวนทุกคนต่างก็รู้จักและเป็นนเพื่อนกับเอี้ยง
 
ผมรู้จักกับเอี้ยงจากการซ้อมวิ่ง เจอกันบ่อยก็ถามไถ่กันเป็นปกติว่า จะซ้อมไปวิ่งรายการไหนหรือครับ พอเอี้ยงบอกว่าจะไปอัลตร้า ผมก็คิดว่าร้อยโลหรืออย่างเก่งก็แปดสิบ แต่พอเอี้ยงบอกว่า 230 กิโลเท่านั้น ความคิดของผมก็เปลี่ยนไป มองเอี้ยงด้วยความนับถืออยู่ในใจ
แรก ๆ ผมเรียก "พี่เอี้ยง" เอี้ยงก็เรียกผมว่า พี่ เหมือนกัน ต่างคนต่างก็เรียกพี่ด้วยการให่เกียรติซึ่งกันและกัน
 
ตอนเอี้ยงซ้อมจะไป230 กิโลที่เชียงรายนั้น ผมซ้อมจะไป 100 โลที่เขาใหญ่ ปรากฎว่า ผมไปซ้อมตามตารางที่แน่นเกิน ซ้อมไม่เคยขาด เอี้ยงเคยเตือนแล้วว่า ตารางนั้นมันเหมาะสำหรับนักวิ่งแนวหน้าหรืออีลิทไม่เหมาะสำหรับเรา ผมก็ไม่ได้ใส่ใจฟัง ในที่สุดก็เกิดอาการบาดเจ็บ ปวดหลัง ต้องพักยาวเป็นเดือน และพอถึงวันแข่งด้วยความที่ซ้อมไม่ถึง ผมก็จบลงที่กิโลที่56 ขาตาย ก้าวต่อไปไม่ไหว เอี้ยงว่า ต่อไปไม่ต้องเข้าตารางแล้ว ถ้าคิดจะแก้ตัวใหม่ในปีนี้ ให้มาซ้อมด้วยกัน วิ่งวันละสามสิบสี่สิบโล อาทิตย์หนึ่งวิ่งยาวสักวันหนึ่งรับรองว่า ร้อยโลนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
 
ผมวิ่งกับเอี้ยงบ่อย ในขณะที่เอี้ยงซ้อมตั้งแต่ตีสี่ ยันสามทุ่ม ผมกลับไม่ขยัน มาสนามตอนห้าโมงเย็นและเลิกเอาตอนทุ่มหนึ่ง บางวันก็สิบกิโล บางวันก็สิบห้ากิโล เอี้ยงว่า พี่ต้องวิ่งให้ได้สามสิบกิโลได้แล้ว ผมก็ว่าครับ ๆ แต่ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จสักที
เอี้ยงกินอาหารเสร็จแล้วก็ยืนรอผมอยู๋พักหนึ่ง จากนั้นเราก็วิ่งด้วยกัน ไปให้จบสามสิบกิโลนะ ผมว่าร้อนมากเลย ขอสิบห้าก่อนได้ไหม เอี้ยงยิ้มและก็ว่าได้
 
จากกิโลที่สี่ ไปจนถึงกิโลที่15 ผมก็วิ่งตามหลังเอี้ยงไปตลอด ไม่หยุดดื่มน้ำ ไม่แวะฉี่ วิ่งไปเรื่อย ๆ อย่างที่เอี้ยงสอน จนกระทั่งกิโลสุดท้าย ผมเร่งความเร็วขึ้นอีกหน่อย เอี้ยงรู้ว่า ผมจะครบสิบห้ากิโลตามที่ตั้งใจไว้แล้ว เธอจึงพูดว่า อีกไม่กี่วันจะถึงวันแข่งแล้ว วันหลังมาวิ่งให้ได้สามสิบกิโลนะ
 
ผมว่า ครับ และก็ชวนเอี้ยงมาดื่มน้ำด้วยกัน
 
ตอนผมยืดเหยียดอยู่ที่สะพาน เอี้ยงยังคงวิ่งต่อไปเรื่อย ๆ สวนสาธารณะปิดตอนสามทุ่ม ช่วงหกโมงเย็นนั้นเป็นช่วงที่นักวิงมากที่สุด มีทั้งผู้สูงอายุมาออกกำลังกายและนักวิ่งมาซ้อม ลู่วิ่งแน่นขนัดและบรรยากาศก็คึกคักสนุกสนาน
 
ผมวิ่งจบแล้วมักจะเอ้อระเหยอยู่นานก่อนจะขึ้นรถกลับบ้าน
 
ด้วยความที่อากาศร้อนอบอ้าวมาก ผมนึกถึงห้องแอร์ในห้างสรรพสินค้าที่อยู่ติดกับสวน เดินไปห้าสิบเมตรก็ถึง ผมคิดจะไปนั่งเล่นโทรศัพท์ ดูเฟซบุ๊คและตากแอร์ในห้างสักครึ่งชั่วโมง ถ้ามีโต๊ะว่างให้นั่งก็จะซื้อน้ำดื่มเย็นสักขวด และก็อ่านหนังสือ"ซามูไรในสวนสน" ต่อจากที่อ่านค้างไว้
 
ตอนเดินเข้าไปในห้าง ผมต้องสวมหน้ากากให้มิดชิด ล้างมือด้วยแอลกอฮอล กรอกชื่อและเบอร์โทรลงในสมุด เจ้าหน้าที่ยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู วัดอุณภูมิได้ที่ 36.4
 
เดินเข้าไปในห้างเอสพลานาดผ่านร้านเอ็มเคสุกี้ ก็เจอเข้ากับพี่เต้ย บูรพา พี่เต้ยถามว่าจะไปไหน ผมบอกว่า ไปหาที่นั่งครับ เพิ่งซ้อมวิ่งมา พี่เต้ยว่า กินสุกี้ด้วยกัน ผมว่าได้ครับ และก็เดินตามหลังเข้าร้านเอ็มเคอย่างว่าง่าย
 
ผมไม่ได้เจอพี่เต้ยเกือบสองอาทิตย์แล้ว ครั้งหลังสุดเราไปเมืองกาญจน์ด้วยกัน กลับมาก็ได้พบกันอีก นัดกอล์ฟเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมก็ติดธุระไม่ได้ไปร่วมด้วย พี่เต้ยจึงเล่าให้ฟังว่า วันนั้นเล่นกันสนุกมาก พี่เจนตีดีขึ้น หน่อยก็เล่นดี ทศพลก็คงเส้นคงวา ผมว่า ตีไกลแต่ผิดทิศเหมือนเดิมใช่ไหม พี่เต้ยหัวเราะ และก็บอกว่า วันนั้นจับคู่กับทศพลและก็แพ้พี่เจน ลองคิดดูก็แล้วกัน
 
เราสั่งอะไรต่อมิอะไรมาหลายอย่าง เนื้อ ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นเอ็มเค ใส้ ตับ ผักรวม ลูกชิ้นห่อสาหร่าย ใส่ไว้ในหม้อจนน้ำเดือดและก็ผลัดกันตักผลัดกันกินด้วยความเอร็ดอร่อย เสร็จแล้วก็ต่อด้วยของหวาน ลอดช่องไอสครีมอีกคนละถ้วย
 
อิ่มแล้วพี่เต้ยบอกว่า "นั่งเฉย ๆ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง"
 
ออกจากร้านเอ็มเค เราก็แยกกัน ผมบอกว่าจะกลับบ้านเลย พี่เต้ยก็จะกลับบ้านเหมือนกัน ผมสวัสดีขอบคุณที่เลี้ยงอาหาร และนัดกันว่าเช้าวันอังคารเจอกัน
 
"นัดเจนด้วยนะ" พี่เต้ยว่า
 
ตอนที่ขับรถกลับบ้าน ผมก็คิดว่า วันหน้า ถ้าผมซ้อมสามสิบกิโลสำเร็จ ผมจะชวนเอี้ยงมาเลี้ยงเอ็มเคขอบคุณสักมื้อ
---



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน