• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 412
  • จำนวนผู้ชม : 495148
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันเสาร์ ที่ 12 มิถุนายน 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 561 , 12:31:29 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สำรวจฟ้า , Chaoying และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

25 พฤษภาคม
ถึงเวลาต้องไปเสียภาษีต่อทะเบียนรถอีกแล้ว ผัดวันประกันพรุ่งมาเป็นอาทิตย์แล้ว ในที่สุดก็ต้องขับรถออกจากบ้าน เอารถไปตรวจสภาพที่ร้านเดิมแถวแยกแคลายตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าโลตัส เป็นร้านที่ตรวจสภาพรถติดต่อมาสองสามปีแล้ว พนักงานเยอะ ทำงานเร็ว จ่ายเงินสองร้อย แล้วรับเอกสารเพื่อเอาไปยื่นตอนจ่ายภาษี ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

แยกแคลายการจราจรเลวร้ายเหมือนเดิม เป็นช่วงที่กำลังเร่งก่อสร้างรถไฟลอยฟ้าเชื่อมระหว่างศาสลากลางนนท์ไปแจ้งวัฒนะ ถนนสี่เลนถูกบีบให้เหลือแค่เลนเดียว กว่าจะพ้นแยกไปได้ใช้เวลานานกว่ามาจากบางบัวทองจนถึงแยกแคลายเสียอีก

ตั้งแต่โควิดระบาดรอบสามเมื่อต้นเดือนมีนาคมก็ไม่ได้ออกมาซ้อมวิ่งที่ศาลากลางร่วมสองเดือนกว่า ไม่ได้เดินเข้าไปตากแอร์ในห้องเอสพลาดนาดเหมือนเก่า ตอนที่รถติดก็หันไปดูด้วยความอยากรู้ว่าห้างยังเปิดอยู่หรือไม่ เห็นมีคนเดินเข้าออก แสดงว่ายังเปิดอยู่ แล้วโรงหนังชั้นบนมีคนเข้าไปดูบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมเป็นนักดูหนังตัวยง สมัยที่อยู่บ้านเก่าใกล้ศาลากลางนนท์ ทำงานทำการเสร็จตอนหัวค่ำ กินข้าวกินปลาอิ่มแล้วก็ปั่นจักรยานมาดูหนังแทบทุกวัน ตอนที่เปิดห้างใหม่ ๆ ถ้าดูรอบหลังสองทุ่มครึ่งราคาก็จะถูกเหลือประมาณ100 บาทหรือแปดสิบบาทต่อหนึ่งที่นั่งว โรงหนังของเอสพลานาร์ดมีอยู่เจ็ดโรง ผมไล่ดูไปทีละโรง ไม่เลือกว่าเป็นหนังไทย หนังจีนหรือหนังฝรั่ง ดูได้หมด ไม่ว่าจะเป็นหนังรัก หนังผี หนังการ์ตูนเด็ก หนังบู๊ที่ยิงกันเลือดท่วมจอ เวลาสองชั่วโมงที่ผมมานั่งอยู่ในโรงหนังนั้นเหมือนกับเข้าโบสถ์ทำสมาธิ ผมดูหนังด้วยความรู้สึกขอบคุณ ดูอย่างละเอียด เสพทั้งเรื่องเล่า แสง สี เสียงอย่างเห็นคุณค่า เวลาดูหนังก็นึกถึงพี่แคน สังคีตที่สอนว่า หนังนั้นรวมศิลปะทุกแขนงเอาไว้ เขาลงทุนเป็นร้อยล้านเพื่อให้เราใช้เงินแค่ร้อยบาทไปนั่งดู พี่แคนว่าแค่นั่งหลับตาฟังเสียงก็คุ้มแล้ว

สมัยที่ยังมีชีวิตพี่แคนก็ไปดูหนังที่เดอะมอลล์งามวงศ์วานแทบทุกเรื่องเหมือนกัน บางเรื่องเข้าไปนั่งหลับกรนครอกในโรงหนัง ผมเคยถามว่านั่งหลับแล้วมาดูทำไม เขาตอบว่า หลับในโรงหนังอบอุ่น เพื่อนเยอะรู้สึกสบายใจ เมื่อหนังเลิกแล้วแล้วเขาก็จะออกมานั่งตามร้านอาหารหาอะไรกินนิดหน่อย ๆ แล้วก็นั่งแท็กซี่กลับคอนโดฯแถวชินเขต เป็นคอนโดที่ซื้อไว้สำหรับใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังในบั้นปลายชีวิต

ดูหนังคนเดียวทีไรก็มักจะนึกถึงพี่แคนเสมอ เขาบอกว่า คนเราดูกันง่ายๆ ว่าคนไหนแก่หรือไม่แก่ ให้ถามว่าเข้าโรงหนังครั้งสุดท้ายเมื่อไร คนที่บอกว่าไม่ได้เข้ามานานแล้ว แสดงว่าแก่แน่นอน
ผมเคยถามว่าพี่ละแก่แล้วหรือยัง

“ผมดูหนังทุกวันคุณคิดว่าผมแก่ไหมล่ะ” พี่แคนอายุ70ตอบพร้อมกับยักคิ้วให้

แต่ช่วงหลังตั้งแต่มีเน็ตฟลิกและมีโทรทัศน์จอใหญ่ขนาดหกสิบนิ้วที่ลูกสาวติดตั้งให้อยู่ในบ้าน ผมก็แทบไม่ได้เข้าโรงหนังอีก ที่บ้านผมนั้นถ้าปิดม่านให้สนิท เปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ เปิดเครื่องเสียงให้ดังขึ้นอีกสักหน่อย นั่งดูหนังบนโซฟานุ่ม ๆ ก็เหมือนกับดูหนังในโรงแทบทุกอย่าง และข้อดีของการดูหนังในบ้านคือเวลาปวดฉี่ก็ไม่ต้องอั้นจนหน้าเขียวหน้าแดง นึกจะลุกฉี่ตอนไหนก็ได้ แถมถ้าหิวก็ลุกไปเปิดตู้เย็นหาอะไรมากินระหว่างดูหนังได้อีกด้วย แต่ว่าไปแล้วบางครั้งผมก็ยังโหยหาที่จะไปดูตามโรงโดยเฉพาะที่เอสพลานาร์ด ระบบเสียงเซอร์ราวด์นั้นยอดเยี่ยมเหลือเกิน เวลาเฮลิคอปเตอร์บินมาจะได้ยินเสียงมันล่วงหน้ามาก่อนจากฝั่งซ้ายแล้วค่อยโผล่มาที่จอ หรือบางครั้งก็ได้ยินเสียงปืนดังอยู่ข้าง ๆ ก่อนที่จะยิงกันดุเลือดอยู่ด้านหน้า หนังบางเรื่องนั้นให้ความรู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่เราจ่ายออกไป บางเรื่องอย่าง”เหยื่อธรรม” ผมจำได้ว่าเมื่อหนังจบมีคนปรบมือกันทั้งโรง นี่คือเสน่ห์ของการดูหนังวในโรงที่หาไม่ได้จากนั้นบ้าน ดูจบก็ลงมานั่งพักในร้านแม็กโดนัล เคเอฟซีหรือร้านเชสเตอร์กรีล สั่งไก่ทอดหอม ๆ มาสักจานนั่งกินเล่น มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

โควิดหายเมื่อไรจะย้อนกลับไปดูหนังในโรงสักเรื่องและลงมานั่งร้านที่ว่าดูสักหน อยากรู้ว่าบรรยากาศที่โหยหามานานนั้นจะยังคงเป็นเหมือนเดิมหรือเปล่า

ผมจำไม่ได้แล้วว่า หนังเรื่องสุดท้ายที่ไปดูนั้นเรื่องอะไร ลองทบทวนดูอยู่นานทีเดียว และก็คิดว่านะจะเป็นเรื่องแมวที่ว่าด้วยชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตสุดเรื่อยเฉี่อยร่วมกับ ‘แมว’ ตัวโปรด แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้รับข่าวร้ายว่าตนเองกำลังป่วยและใกล้ตาย เขาต้องเดินทางไปหาเพื่อนเก่าคนแล้วคนเล่าเพื่อจะที่จะหาบ้านใหม่ที่เหมาะสมให้กับแมวสุดที่รัก จำได้ว่ารู้สึกประทับใจกับหนังเรื่องนี้มาก แมวที่เล่นเป็นตัวเอกก็แสนฉลาด น่ารัก ดูแล้วเอ็นดูอยากจะหาแมวมาเลี้ยงสักตัว(ถ้าไม่ติดอยู่ที่มีหมาคลอเคลียอยู่ไม่ห่างกาย) จากเรื่องนั้นก็ไม่ได้ดูเรื่องอื่นอีกแล้ว นานเท่าไรแล้วก็นับไม่ถูก น่าจะเป็นปีหรือสองปี

ไม่ได้ย่างเท้าเข้าโรงหนังนานขนาดนี้ ถ้าพี่แคนอยู่เขาคงว่าผมแก่แล้วแน่ ๆ เลย

ผ่านแยกแคลายแล้วคิดถึงอดีต ผมอยู่ย่านนี้มายี่สิบกว่าปี อยู่มาตั้งแต่สะพานพระนั่งเหล้ายังสร้างไม่เสร็จ ห้างโลตัสยังเป็นพื้นที่รกร้าง เอาพลานาร์ดนั้นเพิ่งสร้างเพิ่มขึ้นทีหลังตรงบริเวณลานจอดรถของโลตัส และตรงข้ามนั้นเป็นห้างนิวเวิด์ล เปิดบริการอยู่ไม่นานก็ปิดกิจการ เป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของย่านนี้ที่มีโรงหนังเครือSFทันสมัยที่สุด สมัยที่ลูกผมยังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล อยากดูหนังสักเรื่องผมต้องนั่งรถเมล์จากแยกแคลายไปถึงวงศ์สว่าง ที่นั่นมีห้างเซ็นทรัลที่ทันสมัยและมีโรงหนังเปิดใหม่อยู่ข้างในหลายโรง ผมไปดูแทบทุกอาทิตย์ นั่งรถเมล์ทั้งขาไปขากลับ

นอกจากที่สี่แยกวงศ์สว่างแล้ว ผมยังไปดูที่ห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่แถวห้าแยกปากเกร็ด ช่วงหลังซื้อรถกระบะยี่ห้ออีสุซุส่วนตัวคันหนึ่ง การไปดูหนังรอบดึกจึงสะดวกสบายขึ้นกว่าเดิมมาก ครั้งหนึ่งจำได้ว่าไปดูหนังจบออกมาจากโรง เห็นรถกระบะของตัวเองโดนใครก็ไม่รู้ชนเอาประตูข้างคนขับบุบและมีแผลลากยาวไปถึงด้านหน้า ถามยาม ยามก็บอกไม่รู้ ดีที่บริษัทประกันรับผิดชอบซ่อมให้ แต่พอไม่มีรถใช้ก็ดูเหมือนแทบไม่อยากออกจากบ้านไปโรงหนังอีก

จากนั้นก็มามีโรงหนังใกล้บ้านอยู่ในห้างนิวเวิด์ล ห่างจากบ้านผมประมาณ1กิโลเมตร เดินไปก็ถึง ผมจำได้ว่าเรื่องแรกที่ไปนั่งดูกับลูกหลานที่ขึ้นมาจากตรังคือเรื่อง “บางระจันทร์”ของผู้กำกับธนิตย์ จิตนุกูล เข้าฉายเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2543 หลานชายสองคนของผมยังเด็ก เรียนอยู่ชั้นประถม น่าจะเป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้าดูหนังที่โรงหนังชั้นเยี่ยมที่มีระบบแสงสีเสียงเป็นเลิศซึ่งหาดูจากตรังไม่ได้ ก็ตื่นเต้นนั่งดูหนังกันตาค้าง ออกจากโรงก็คุยโม้กันแทบไม่หยุดปาก

ผมเป็นลุงที่ชอบแนะนำให้หลานหัดดูหนัง สอนให้อ่านหนังสือ และมักจะแนะนำให้ท่องเที่ยวไปตามที่ต่าง ๆ ไม่เน้นเรื่องการเรียนเท่าไรนัก เรียนได้ก็เรียนไป เรียนไม่ได้ก็ไม่เป็นไร สิ่งที่สำคัญคือการใช้ชีวิตให้ดี หัดอ่านหนังสือให้มาก การอ่านทำให้มีสมาธิ ทำให้รู้ว่าผู้คนเขาคิดเห็นกันอย่างไร ดูหนังก็เช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องท่องเที่ยวนั้นผมก็จำมาจากพี่แคนอีกที เขาชอบพูดว่า

“เที่ยวเสียบ้างอย่ามัวแต่ทำงาน พอแก่ตัวเจ็บป่วยออดแอดลุกนั่งไม่สะดวกก็จะรู้สึกเสียดายที่มัวแต่คร่ำเคร่งกับงานโดยไม่ได้มีโอกาสออกไปเที่ยวที่ไหนเลย”

หนังเรื่องแรกที่ผมพาลูกสาววัยสามขวบไปดูเป็นครั้งแรกคือ “จูแมนจี้” ที่โรบิน วิลเลี่ยมส์เล่นเป็นพระเอก

หนังเรื่องนี้สร้างมาจากวรรณกรรมสำหรับเด็ก แต่งโดย คริส แวน ออลส์เบิร์ก เป็นหนังจอยักษ์เมื่อปี ค.ศ. 1995 เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ การเล่นเกมจูแมนจี้ ที่เป็นลักษณะเกมกระดานที่มีช่องเดินคล้ายกับเกมบันไดงู ซึ่งในกระดานจะเป็นภาพของป่า เมื่อผู้เล่นเดินตกลงในช่องในเกม ก็มีสัตว์ป่าปรากฏขึ้นมาจริงๆ

ตอนนั้นลูกสาวผมยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อย นั่งตักพ่อดูหนัง และก็คอยเอามือปิดตาแอบมองลอดระหว่างนิ้วเมื่อถึงตอนที่ตัวเองรู้สึกกลัวและไม่อยากดู เด็กสามขวบดูหนังก็มักจะร้องปวดฉี่กลางเรื่องเสมอ แต่ลูกสาวของผมอั้นฉี่ได้จนหนังจบเรื่อง ตอนจูงมือออกมาจากโรงหนัง ถามลูกว่าชอบไหม ลูกคงยังไม่หายตื่นเต้นดี จึงไม่ตอบอะไร ร้องบอกแต่ว่าหนูปวดฉี่ ๆ พาไปเข้าห้องน้ำผู้ชาย ยืนรอลูกฉี่จนเสร็จแล้วก็พาออกมาหาไอสกรีมกิน ตอนที่นั่งในร้านดูเหมือนจะหายตกใจและหายตื่นเต้นแล้ว ลูกจึงพูดถึงหนังจูแมนจี้แทบไม่หยุดปาก

จากนั้นเป็นต้นมาผมจึงพาลูกไปดูหนังเด็กทุกเรื่องที่เข้ามาฉายในโรงหนังใกล้บ้าน

จนกระทั่งลูกโตเป็นวัยรุ่น ไปดูหนังกับเพื่อนได้แล้ว เราสองคนแทบจะไม่ได้ดูหนังด้วยกันอีก บางครั้งก็ไปดูหนังในห้างสรรพสินค้าเดียวกัน พ่ออยากดูเรื่องหนึ่ง ลูกอยากดูอีกเรื่อง ต่างคนจึงต่างดู หนังเลิกก็นัดเวลามาเจอกันที่หน้าโรง ไปหาของกินกันก่อนแล้วจึงค่อยขึ้นรถกลับบ้าน

เรื่องโรงหนังในบ้านนี่ก็เป็นอานิสงฆ์จากการแนะนำให้ลูกดูหนังตั้งแต่เล็ก วันนี้ลูกเรียนจบมีการงานที่มั่นคง มีเงินเดือนพอประมาณ คงเห็นว่าพ่อเป็นคอหนัง ชอบดูหนังเป้นชีวิตจิตใจ จึงจัดการซื้อโทรทัศน์จอใหญ่เกือบเท่าฝาบ้านมาให้ ติดเน็ตฟลิกและระบบเสียงกระหึ่มให้เป็นที่เรียบร้อย

เคยพูดแหย่ว่า “คงจะรักพ่อมากสินะ ถึงติดเน็ตฟลิกไว้ให้” ลูกว่า “ถ้าคิดอย่างนั้นแล้วสบายใจก็คิดไปเถอะ แต่ความจริงคือหนูติดไว้ดูเองหรอก” ลูกแหย่กลับ

วันนี้ไปเสียภาษีรถที่กรมขนส่งแถวแยกแคลาย ขับรถผ่านโรงหนังแล้วก็ย้อนคิดเรื่องราวในอดีตเสียยืดยาว

บางทีก็สงสัยตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมไม่คิดถึงเรื่องอนาคตบ้าง ว่าปีหน้าจะทำอะไร จะลงทุนพิมพ์หนังสืออะไรบ้าง จะเปิดร้านหนังสืออีกไหม หรือจะเปิดร้านกาแฟรอให้เพื่อนมาอุดหนุนและนั่งคุยกัน แปลกที่ความคิดเหล่านั้นมันหายไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่คิดถึงความร่ำรวยอีกแม้แต่นิด ไม่คิดเรื่องการลงทุนอะไรอีกเลย ไม่วางแผนจะทำอะไรใหญ่ ๆ แม้แต่สักเรื่องเดียว เท่าที่พอนึกออกอยู่ก็มีอยู่เรื่องเดียว

โควิดหายเมื่อไรจะกลับตรังไปอยู่กับพ่อสักพัก นอกนั้นไม่ได้วางแผนอะไรอีกเลย

---
#บ้านหนังสือ
http://bannangsue.lnwshop.com 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
johnrit วันที่ : 13/06/2021 เวลา : 09.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
kajohnrit

กลับตรังได้เมื่อไร จะแวะไปดูหนังในโรงที่เจ้าหญิงแนะนำดูบ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 1 johnrit ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 13/06/2021 เวลา : 08.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ฮาๆ เป็นคนชอบดูหนังแสดงว่า ยังไม่แก่ ..งั้นเจ้าหญิงก็ยังไม่แก่ เหมือนกัน เพราะชอบดูหนัง แต่ดูช่อง 29 โมโน เพราะไม่ติด Netflix
เจ้าหญิงชอบไปดูหนังทุกครั้งที่กลับตรัง ฮาๆ ไปกับหลานชาย ครั้งสุดท้ายที่ดูโรงตรังรามา ก่อนจะทุบทิ้ง คือ เรื่อง "วันสิ้นโลก" ออกจากโรงหลานชายถามว่า "ป้า โลกเราจะสิ้น จริงๆ เหรอ" ..ฮืม ก้ไม่แน่เหมือนกันนะ
..
..ตอนนี้เหลือแต่โรงหนังที่โรบินสัน เดี๋ยวนี้ซื้อบัตร ต้องใช้บัตรสมาชิก หลานชายมีบัตร แต่วันหนึ่งหลานชายไปออกค่าย ฮิๆ เราเลยทำบัตรเป็นของตัวเองซะเลย และดูคนเดียว..ใช่ การดูหนัง ได้ดูหลายอย่าง ภาพ แสง เงา เสียง ฉาก ฯลฯ ..เจ้าหญิงชอบดูหนังตัวอย่าง..ครั้งไหน พลาดดูหนังตัวอย่างไม่ทัน เหมือนขาดทุน..อีกอย่างที่ชอบเวลาดูหนัง คือ..เพลงประกอบตอนจบ เวลาที่หนังขึ้นรายชื่อผู้สร้าง ผู้อำนวยการ นักแต่งเพลงประกอบ จนถึงช่างเทคนิค ....จนจบเพลง จึงจะเดินออกจากเก้าอี้ที่นั่ง ฮิๆ
ครั้งหลังสุดจำได้ว่า ดูหนังที่โรบินสันที่ตรังเดือน เมษายน ที่ผาน..ทั้งโรงมีคนดูแค่ 4 คน ฮาๆ โชคดียังมีเพื่อนตั้งสามคน ไม่ซีเรียส
..ที่กทม. ไม่ได้ดูหนังเลย นานๆ ที น่าว่า แก่แล้วแน่เลย เวลาที่อยู่กทม. ดูแต่ทีวีบางเรื่อง โมโนเอามาฉายสามรอบแล้ว ก็ยังดู เช่น เรื่อง คิงคอง คองหัวกะโหลก จูแมนจี้ก็ดู ที่่ดูทุกตอน คือ เรื่อง ผีชีวะภาพ จนแรกๆ ไม่กล้าฉีดวัคซีน กลัวเป็นซอมบี้เหมือนในหนัง..
..เป็นคนชอบหนังผี..แต่หนังผีชอบอยู่ตอนดึก เที่ยงคืน ..นอนก่อน
แต่..เมื่อวานเย็น ช่องโมโนเรื่องอะไรไม่รู้ ดูสนุกมาก ชอบพระเอก อายุเยอะ แต่แสดงดีมาก จำชื่อไม่ได้ ดาราหนังจำได้แต่ เจสัน คนเดียว เพราะชอบดู เรื่อง fast and furious ทุกตอน เพราะชอบเจสัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน