• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 391
  • จำนวนผู้ชม : 486018
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 751 , 11:00:59 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

3 สิงหาคม
ดูหนังอินเดียติดกันสองเรื่อง คือ Haseen dillRuba กับ Mimi

เรื่องแรกนั้นเกี่ยวกับคู่รักเพิ่งแต่งงานใหม่ ริชูเป็นวิศวกร ราณีเป็นช่างเสริมสวยเธอเรียนจบปริญญาโทสาขาวรรณกรรม ชอบอ่านนิยายสืบสวนสอบสวน มีนักเขียนในดวงใจ หลังจากแต่งงานแล้ว เธอย้ายมาอยู่บ้านเดียวกับริชู แม่ของริชูไม่ชอบที่เห็นเธอนอนตื่นสาย ทำงานบ้านไม่เป็น ไม่ทำอาหาร ทุกอย่างริชูเป็นคนทำแทนให้ แต่ละวันเธอนั่งอ่านนิยาย ทาเล็บ แต่งตัว ว่าง ๆ ก็จับพ่อสามีมาย้อมผม ตัดทรงใหม่ และก็รอสามีกลับมาบ้านในตอนค่ำ สองคนนี้ระหองระแหงกันตั้งแต่ต้นเพราะริชูนั้นไม่เก่งเรื่องบนเตียง ทำให้ราณีต้องโทรศัพท์กลับไปคุยกับแม่และป้าว่าเขาเป็นคนไม่เอาไหน ริชูได้ยินก็โกรธที่เธอเอาเรื่องส่วนตัวไปขยายให้คนอื่นฟัง สองคนไม่พูดจากัน จนกระทั่งหลานชายคนหนึ่งของแม่มาพักที่บ้าน เขาเป็นคนหนุ่ม ชอบออกกำลังกาย มีกล้ามเป็นมัด มีอาชีพพายเรือล่องแก่งนำลูกค้าผู้รักผจญภัยลงไปสู่สายน้ำเชี่ยว ริชูไปทำงานทุกวัน ปล่อยให้ราณีอยู่กับหนุ่มหล่อ สองคนนี้แอบลักลอบได้เสียกัน จนเป็นที่รู้กันทั่ว ไม่นานริชูก็จับได้ ไล่ให้เธอกลับบ้าน แต่เธอเห็นว่าข่าวการลักลอบมีชู้ทำให้เขาต้องได้รับความอับอายอยู่ฝ่ายเดียว จึงตัดสินใจที่จะสู้ ยอมรับผิด และอ้อนวอนขอให้เขาเปิดโอกาสให้เธอได้แก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด สองคนปรับตัวกันยาวนาน จนกระทั่งกลับมาสู่ความสงบสุข แต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อชายหนุ่มรูปหล่อกล้ามใหญ่กลับมาทวงสัญญาว่าเขากับราณีจะหนีไปอยู่ด้วยกัน ราณีโกรธ เธอไล่ให้เขาออกไปจากบ้าน แต่เขาไม่ยอม ริชูก็เข้ามาเห็น

ตอนเริ่มต้น มีระเบิดเกิดขึ้นในบ้าน แขนของริชูขาด ตำรวจจำได้ว่าเป็นแขนของริชู เพราะมีรอยสักคำว่าราณีไว้บนข้อแขน ร่างของผู้ตายไหม้เกรียมเป็นตอตะโก ตำรวจจับราณีไปสอบสวน ว่าเธอคือคนที่ฆ่าสามีใช่ไหม เขาอยากให้เธอรับสารภาพ และเธอก็ยืนยันเป็นกระต่ายขาเดียวว่าไม่ได้ฆ่า ระเบิดนั้นเกิดขึ้นตอนที่เธออยู่นอกบ้าน

นิยายหรือหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องสืบสวนสอบสวนแบบอินเดีย เดาทางยากว่าตกลงศพที่กองไหม้นั้นเป็นศพของใคร จนในที่สุดตำรวจปิดคดี ชี้ชัดว่า เธอบริสุทธิ์

หนังสนุกมาก ผมชอบตัวริชู เขาเป็นผู้ชายนิ่ง ๆ ไว้เคราหนาแบบหนุ่มอินดู ใจดี และทำทุกอย่างเพื่อให้ราณีพอใจ

ดูจบแล้วก็พัก หันไปรดน้ำต้นไม้ ตัดหญ้าหลังบ้าน ตัดไปได้ครึ่งเดียว เครื่องตัดหญ้าหยุดทำงาน เลยถอดแบ็ตเตอรี่มาชาร์ตใหม่ กะว่า เมื่อแบ็ตเตอรี่เต็มแล้วค่อยตัดใหม่ในตอนเย็น

เดินเข้ามาในบ้าน เหม็นผักชีอย่างรุนแรง ผักชีนั้นชอบนอนใต้ท้องรถ อั้นฉี่ไม่ค่อยอยู่ โคนหางของนางจึงอุดมไปด้วยคราบฉี่สีเหลืองคลุกมากับขี้ดินขี้ทราย ถ้าไม่ได้อาบน้ำสักอาทิตย์ ตัวก็จะเหม็นคลุ้งไปทั่วบ้าน ยิ่งถ้าเราเปิดแอร์ นางก็ร้องขอเข้ามาอยู่ด้วย ด้วยการร้องอี๊ด ๆ พอเปิดประตูให้เข้า ห้องแอร์ที่ว่าเย็น ๆ หอม ๆ ก็จะเหม็นบรรลัยวายวอด รีบบอกลูกว่า อาบน้ำให้ผักชีได้แล้ว เราสองคนนั้นทำข้อตกลงกัน “เรื่องอาบน้ำหมา” เป็นลายลักษณ์อักษรว่า บัตเตอร์นั้นเป็นหน้าที่ของพ่อ ผักชีนั้นเป็นของลูก แต่ลูกนั้นก็อย่างว่า ชอบงอแง อ้างว่างานเยอะ งานยุ่ง ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย ๆ จนผักชีเหม็นยิ่งกว่าไข่เป็ดเน่า เธอก็บอกว่าเดี๋ยวก่อน พ่อบอก งั้นไม่ให้ผักชีเข้าบ้าน เธอก็ไม่ยอมอีก บอกว่า สงสารน้อง พ่อก็ว่า ถ้าสงสารก็อาบน้ำเลย ตัวหอมเมื่อไรก็ให้เข้ามาตากแอร์ ลูกก็ว่า เดี๋ยวก่อน วันนี้งานยุ่ง

“ยุ่งก็ไม่ให้เข้ามา” ผมเริ่มฉุน

“หนูจ้างสองร้อย” ลูกยื่นข้อเสนอ

“ไม่เอา” ผมพูดเสียงแข็ง ตาเริ่มขวาง จำได้ว่าหลายเดือนก่อน ไม่ใช่ราคานี้

“ต้องการเท่าไร” ลูกว่า

“พันหนึ่ง” ผมพูด ไม่มองหน้า

“ห้าร้อย” ลูกต่อรอง

รู้สึกรำคาญ เราสองคงต่อรองกันอีกนาน ในที่สุดก็ไม่มีใครยอมใคร ผักชีก็ยังตัวเหม็นและไม่มีโอกาสได้เข้ามาอยู่ในห้องแอร์เหมือนเดิม

“โอนเดี๋ยวนี้เลย” ผมพูดเสียงเด็ดขาด

“เดี๋ยวนี้เลย” ลูกพูดซ้ำ แล้วหยิบโทรศัพท์มากดหมายเลขบัญชี สักพักสัญญาณก็ดังติ๊งขึ้นที่โทรศัพท์ผม

เงินห้าร้อยบาทเข้ามาอยู่ในบัญชีอย่างรวดเร็ว

“เรียบร้อย” ลูกบอก “อาบเลยนะ เดี๋ยวหนูทำงานเสร็จจะลงมาดูผลงาน” พูดจบก็เดินขึ้นบันได ได้ยินเสียงหัวเราะคิก ๆ บางเบา

ผมก็จัดการอุ้มผักชีเข้าห้องน้ำ สวมถุงมือผ้าแล้วราดด้วยฝักบัว ลงแชมพูที่บั้นท้ายเบ้อเริ่มของนางก่อน ถูจนสะอาด แล้วก็ย้ายมาถูหลัง ถูตัว และที่บริเวณหัว ฟอกแชมพูจนทั่ว ล้างด้วยน้ำสะอาด จากนั้นก็ฟอกใหม่อีกหนเน้นเฉพาะบั้นท้าย เสร็จแล้วก็ล้างน้ำจนขนผักชีเปลี่ยนสีจากเหลืองเป็นขาว แล้วก็อุ้มมาเช็ดตัวข้างนอก ก่อนที่จะเอาไดร์เป่าขนจนแห้ง ตัวหอมขึ้นมาทันทีทันใด
เรียกลูกให้ลงมาดูผลงาน

วันนี้ถือเป็นวันแรกในรอบสามเดือนตั้งแต่โควิดระบาด ที่ลงมือใช้แรงทำงานแล้วได้เงินสด ๆ มาเป็นของตัวเอง รู้สึกสบายอกสบายใจขึ้นมานิดหนึ่ง

ตัวละห้าร้อย ผมคิด สมมุติว่า วันหนึ่งได้อาบน้ำหมาสักสิบตัวก็จะได้ห้าพัน เดือนหนึ่งสามสิบวันก็ได้แสนห้า ปีหนึ่งได้หนึ่งล้านแปดแสน ถือว่าเป็นรายได้ที่ไม่เลวเลย
...
Mimi เป็นหนังเกี่ยวกับการอุ้มบุญ พ่อแม่ชาวอเมริกันมีลูกยาก ก็เลยเดินทางมาอินเดียเพื่อให้ผู้หญิงที่มีสุขภาพแข็งแรงรับฝากลูกที่ผสมในหลอดแก้วของตัวเองไว้ในท้อง สองผัวเมียไปเห็นนักเต้นสาวคนหนึ่งเข้า ชอบรูปร่างหน้าตาและสุขภาพดีของเธอ จึงให้ภาณุคนขับรถไปทาบทาม ภาณุพยายามอธิบายถึงข้อดีต่าง ๆ ให้เธอฟัง บรรยายว่า อดทนแค่เก้าเดือนเอง หลังจากนั้นเธอก็จะได้เงินก้อนเป็นจำนวนถึงสองล้านรูปี เงินจำนวนนี้สามารถนำพาเธอไปสู่ความฝันที่เธอหวังไว้ตลอดว่าจะไปเป็นดาราที่บอลลี่วู้ด กล่อมไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเธอตกลง รับอุ้มท้องให้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ท้องของเธอป่องขึ้น หมอตรวจพบว่าเด็กอาจจะมีปัญหาเป็นดาวน์ซินโดรม สองผัวเมียรู้ข่าวนี้ก็ตกใจและก็พากันหนีกลับอเมริกา หมอแนะนำให้มิมิทำแท้งก์เอาเด็กออก แต่มิมิสงสาร ไม่ทำ เธอตัดสินใจที่จะเลี้ยงเด็กคนนี้ไว้ ระหว่างที่เธอตั้งครรภ์จวนคลอด ภาณุก็มาอยู่เป็นเพื่อนเธอตลอดเวลา เขาหลอกพ่อแม่ว่าเป็นสามีของเธอ ทั้งที่ความจริงเขามีครอบครัวแล้ว เมื่อวันคลอด ภาณุกับพ่อแม่ของมิมิ พาเธอไปคลอดที่โรงพยาบาลในเมือง ปรากฏว่าเด็กออกมาหน้าตาดี ผิวขาว น่ารัก และไม่มีความผิดปกติใด ๆ

พวกเขาช่วยกันเลี้ยงจนเด็กเติบโตเข้าโรงเรียน อายุสี่ขวบ พ่อแม่ที่อยู่อเมริกา บังเอิญได้เปิดดูเฟซบุ๊คของมิมิเห็นว่าเธอกำลังเต้นรำอยู่กับเด็กชายผิวขาวคนหนึ่ง สองคนนั้นรู้ดีว่า เด็กคนนี้ต้องเป็นลูกแท้ ๆ ของพวกเขา ทั้งสองจึงบินกลับมาที่อินเดีย เพื่อจะขอลูกชายคืนจากมิมิ แต่มิมิไม่ยอม สองคนนั้นขู่ว่าจะฟ้องศาล มิมิบอกว่า เธอจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด ทนายของมิมิแนะนำว่าให้ยอมความเสีย เพราะสู้ต่อไปก็เสียทั้งเงินและเวลา ไม่มีทางที่เธอจะชนะ ยังไงเด็กคนนี้ต้องเป็นของพ่อแม่ที่แท้จริง

หนังเรื่องนี้จบลงด้วยความประทับใจ ชนิดที่เรียกน้ำตาให้หยดลงข้างแก้มได้อย่างไม่รู้ตัว

ผมชอบอยู่ประโยคหนึ่ง เพื่อนของมิมิพูดว่า

“ชีวิตมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิดหรอก ชีวิตคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา เราจะทำอะไรได้ นอกจากเดินหน้าต่อไป”

หนังจบ ผมปิดเครื่อง เดินออกไปนอกบ้าน คิดว่าเมื่อไรโควิดจะหายเสียที ข่าวการระบาดเพิ่มขึ้นทุกวัน ตัวเลขคนตายก็ขยับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไลน์กลุ่มของหมู่บ้านก็แจ้งข่าวมาตลอดว่า บ้านนั้นติด บ้านนี้ติด และถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ห้ามไปตลาดโดยเด็ดขาด พ่อค้าเขียงหมู เขียงไก่ก็ติดโควิดเหมือนกัน

....




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Chaoying วันที่ : 24/08/2021 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ดีจัง อาบน้ำหมา ได้ตังค์ด้วย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน