• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 391
  • จำนวนผู้ชม : 486018
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันศุกร์ ที่ 27 สิงหาคม 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 735 , 10:51:49 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

5 สิงหาคม
เผลอไปอ่านเรื่อง “คุกลับ” ในโลกโซเชียลแห่งหนึ่งเข้าก็รู้สึกกลัวจนหัวลุก และนึกขึ้นมาได้ว่าเคยอ่านหนังสือเรื่อง “จิบพม่าตามหาจอร์จ ออร์เวลล์ประวัติศาสตร์ระหว่างบรรทัดในร้านน้ำชา”ของเอ็มมา ลาร์คิน ก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับคุกในพม่าซึ่งโหดร้ายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ลาร์คินนั้นเป็นนักเขียนชาวอังกฤษ เดินทางไปพม่าเพื่อตามรอยนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของโลกคือจอร์จ ออร์เวลล์ ว่าสมัยที่เขามาเป็นตำรวจอยู่ในประเทศพม่านั้นเขาได้ไปอยู่ที่เมืองไหน ทำอะไร และมีความข้องเกี่ยวกับหตุการณ์ใดบ้าง

ระหว่างที่ลาร์คินกำลังสืบเสาะบันทึกเรื่องราวของนักเขียนชาวอังกฤษผู้ล่วงลับนั้น เธอก็ถูกทางการพม่าส่งคนติดตามทั้งทางตรงและทางอ้อม คอยจับตามองว่าเธอไปไหน ทำอะไร และได้พูดคุยกับใครบ้าง บางครั้งเธอก็โดนคุกคามข่มขู่จากทหารพม่าอย่างไม่อ้อมค้อม ไล่ให้เธอออกจากที่พัก สั่งห้ามไม่ให้ใครต้อนรับ และบีบบังคับไม่ให้ชาวบ้านพูดคุยหรือให้ข้อมูลกับเธอ

แต่กระนั้นก็ตาม เธอก็ยังไม่ละความพยายาม ยังคงติดตามค้นหาร่องรอยในอดีตของจอร์จ ออร์เวลล์ต่อจนจบ และยังได้เรื่องราวเกี่ยวกับ “คุก” มาเขียนไว้ส่วนหนึ่ง

ตอนที่เธออยู่ร่างกุ้ง เธอได้พบนักเขียนชื่อดังคนหนึ่งซึ่งเคยติดคุกอยู่หลายปีเช่นเดียวกับนักเขียนจำนวนมากในพม่า เขาอายุสี่สิบปลาย ๆ เรื่องสั้นของเขาเล่าถึงแง่มุมชีวิตสามัญคนธรรมดา ส่วนมากจะพูดถึงความยากไร้ทั้งทางวัตถุและจิตใจภายใต้รัฐบาลทหาร เขาบอกเธอว่า เขามีเรื่องราวมากมาย ช่วงที่ถูกจำคุกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เขียน เขาจึงกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการจดจำเรื่องที่แต่งไว้ในหัว เขาเล่าให้เธอฟังเรื่องหนึ่งถึงพลังของจินตนาการ

เขาเล่าว่า ในคุกมีชายชราคนหนึ่งทำหน้าที่กวาดถูพื้นบริเวณรอบบ้านพักพัศดี ซึ่งเป็นพื้นที่ไม่อนุญาตให้นักโทษคนอื่นเข้าไปได้ แต่ละวันชายชราใช้เวลาทั้งวันกวาดถูทำความสะอาด เขารู้สึกสงสารชายชรา ข้าวนั้นคุณภาพต่ำแทบกินไม่ได้ แต่เขาก็ไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะแบ่งให้ เมื่อเขาแบ่งข้าวที่เหลือให้ ชายชราขอบใจแล้วกินหมดอย่างรวดเร็วราวกันเป็นอาหารรสเลิศที่สุดที่เคยกิน “ทำไมลุงกินข้าวเลว ๆ แบบนี้ราวกับเป็นข้าวดีเลยล่ะ” นักเขียนถาม ชายชราตอบว่าแต่ละวันที่เขากวาดถูพื้น เขาได้กลิ่นหอมของอาหารที่เมียของพัศดีทำลอยมาจากครัว พอกินข้าว แค่นึกก็ยั่วน้ำลาย เช่นแกงกะหรี่หมูเคี่ยวมันฝรั่ง”

นักเขียนบอกลาร์คินว่า เรื่องเล่าง่าย ๆ นี้ อยู่ในหัว แต่เขาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ตีพิมพ์

นักเขียนบางคนเขียนเสร็จแล้วซุกซ่อนไว้ และบางคนก็เขียนจนจบทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่ารัฐบาลไม่มีทางอนุญาตให้พิมพ์เป็นเล่ม นักเขียนอีกคนใช้เวลาวันละหลายชั่วโมงเพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ได้ยินมา เขาบอกว่า หากเขาไม่เขียนสิ่งเหล่านี้ไว้วันหนึ่งก็จะถูกลืม และทุกเรื่องที่เขาบันทึกไว้ไม่เคยอยู่ในรายงานข่าวจากทางการเลย

“ผมรู้ว่ามันไม่มีวันได้ตีพิมพ์ แต่ผมต้องบันทึกเอาไว้”

นักเขียนพม่าคนหนึ่งพูดกับลาร์คินว่า “ในพม่าเรามีเสรีภาพที่จะเขียนอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ แต่อย่าให้ใครอ่านก็แล้วกัน”

จอร์จ ออร์เวลล์เคยย้ายมาอยู่ที่เมืองอินเส่งในเดือนกันยายน 1925 เขาประจำการอยู่ที่นี่นานถึง6 เดือน ในฐานะตำรวจ ออร์เวลต้องไปเยือนคุกอินเส่งอยู่หลายครั้ง เขาพรรณนาไว้ในหนังสือเรื่อง “เดอะโรด ทู วีเกน เพียร์” ว่านักโทษเคราะร้ายหมอบอยู่ในกรงขังเหม็นคลุ้ง ใบหน้าซีดเซียวยอมจำนนเพราะต้องโทษมายาวนาน ก้นเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการถูกเฆี่ยนด้วยไม้ไผ่ พวกผู้หญิงและเด็ก ๆ ร้องโหยหวนเมื่อคนในครอบครัวของหล่อนถูกพาตัวไป”

คุกอินเส่งถูกสร้างไว้รองรับนักโทษจำนวน 2,500 คน แต่ทุกวันนี้มีนักโทษราว10,000คน แออัดอยู่หลังกำแพงคุก ทั่วพม่ามีนักโทษการเมืองอยู่ประมาณ 1,500คน ในจำนวนนี้รวมถึงนักศึกษา นักเขียน แพทย์ ครู สมาชิกพรรคเอ็นแอลดี พระสงฆ์ และแม่ชี ที่ถูกจับคุมขังเพราะออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลทหาร รัฐบาลทหารไล่ล่ากวาดล้างทุกคนที่ไม่เห็นด้วยหรือมีท่าทีว่าจะต่อต้าน ประชาชนหลายร้อยคนถูกจับคุม อีกหลายร้อยคนถูกกดดันให้สู้ใต้ดิน และอีกหลายร้อยคนหนีมายังประเทศไทยของเรา

ครั้งหนึ่งลาร์คินเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อต่อวีซ่าเข้าพม่า เธอเดินทางไปยังแม่สอดเพื่อพบอดีตนักโทษการเมืองชื่อ เน เรนจ่อ เขาเคยถูกจับกุมตอนกลางดึก มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรองสองนาย พร้อมทหารหลายนายมาที่บ้านของเขา เข้าตรวจค้นห้องนอน เจ้าหน้าที่พบใบปลิวเรียกร้องประชาธิปไตยที่เขาแอบแจกจ่าย เขาถูกควบคุมตัวไปสอบสวน พวกเขาไม่ยอมให้กินหรือดื่มอะไรเลยถึงสามวันติดต่อกัน เขากระหายน้ำมาก คิดอยู่ว่าถ้าได้ไปห้องน้ำ เขาคงดื่มน้ำที่นั่นได้ แต่เมื่อทหารพาเข้าไป ก็มีผู้คุมหลายคนยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้า และไม่ยอมให้เขาดื่มน้ำ เขาถูกทุบตีซ้ำ ๆ และถูกไฟฟ้าช็อตที่อวัยวะเพศ พวกทหารถามว่าทำไมจึงเขียนเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับรัฐบาล พวกทหารอยากให้เขายอมรับผิด ว่ารัฐบาลทหารไม่ได้กดขี่ รัฐบาลทหารมีความยุติธรรม แต่เขาไม่อาจพูดในสิ่งเหล่านี้ได้

พวกทหารตบหน้าเขา บิดหูเขา ดึงผมเขา ให้เขายืนขาเดียว ไม่ยอมให้เขาออกไปฉี่ ฉายไฟสว่างจ้าจนน้ำตาไหล จุดประสงค์หลักคือเพื่อหยามเหยียดและทำลายพลังในการโต้เถียง พวกทหารสอบถามอย่างไร้ความปราณี ดำเนินไปอย่างไม่หยุดหย่อน ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า หลอกล่อ วางกับดักให้เขาตอบ บิดเบือนทุกสิ่งที่เขาพูด ลงโทษเขาทุกขั้นตอนที่โกหกและพูดจาขัดแย้งกันเอง จนกระทั่งเขาร้องไห้ด้วยความอดสูและอ่อนล้า

หน่วยข่าวกรองทหารพม่าใช้วิธีทรมานคนเห็นต่างทางการเมืองอย่างโหดร้าย โบจี่ อดีตนักโทษการเมืองบอกกับลาร์คินว่า “นักเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายคนรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทนกับการทรมานขั้นรุนแรงอย่างที่สุด พวกเขาให้สัญญากับเพื่อน ๆ ได้เพียงอย่างเดียวว่า พวกเขาจะอดทนกับความเจ็บปวดนาน 3 วัน โดยหวังว่าการถ่วงเวลานี้จะช่วยให้เพื่อน ๆ ในเครือข่ายมีเวลาพอที่จะหลบหนีซ่อนตัว กระบวนการสอบสวนใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เมื่อการสอบสวนสิ้นสุดลง พวกเขาจะถูกส่งตัวไปเข้าคุก"

เน เร จ่อ เล่าว่า นักโทษแต่ละคนจะได้รับถุงกระสอบหยาบ ๆ และผ้าห่มเป็นเครื่องนอนบนพื้นคอนกรีต อ่างดินเผาตื้น ๆ สำหรับขับถ่ายจะถูกนำไปเททิ้งวันละครั้ง นอกห้องขังมีเหยือกน้ำใบเล็ก ๆ สำหรับแบ่งปันกับนักโทษห้องข้าง ๆ นักโทษแต่ละคนจะได้รับข้าวต้ม ซุปถั่ว และปลาหมักใส่จานสังกะสีมาวันละสองมื้อ อาหารนั้นแทบกินไม่ได้เลย บางครั้งก็เจอหญ้าในซุป และในข้าวก็มีกรวดหรือทรายปนอยู่ ทุกคนจะถูกลงโทษเมื่อขอข้าวเพิ่ม หรือพูดไม่ถูกเวลา

นักโทษการเมืองจะถูกตีตรวนด้วยเหล็กหนัก 12 ปอนด์ บังคับให้นอนหรือคลานบนหินคม ๆ หรือถูกบังคับให้ทำท่าทางที่เกินวิสัยและอัปยศอดสู อาทิ นั่งหมอบราวกับกำลังขี่มอเตอร์ไซค์ การลงโทษหนักที่สุดคือการขังเดี่ยว ในคุกอินเส่งนั้นนักโทษจะถูกขังในคอกเล็ก ๆ ที่สร้างไว้สำหรับสุนัขทหาร

เน เร จ่อถูกจำคุกนานถึง 2 ปี กับ 2 เดือน เขาไม่ได้รับอนุญาตให้มองหน้านักโทษคนอื่น เขาถูกสั่งให้ทำงานไร้สาระเช่นสั่งให้ขัดลูกกรงเหล็กของห้องขังจนขึ้นเงาเหมือนสแตนเลส แต่พวกเขาไม่ได้ให้เครื่องมืออะไรเลย นักโทษก็พยายามทำโดยใช้เพียงสิ่งที่มีคือทรายและเม็ดข้าว

พระสงฆ์หลายรูปที่ถูกจำคุก ถูกห้ามสวมจีวร และสวดมนต์ เน เร จ่อยังบอกอีกว่า ในพม่า เราไปบ้านหลังไหนก็ได้ ทุกบ้านจะมีพ่อ ลูกสาว ญาติ หรือเขย -สะใภ้ที่เคยเป็นอดีตนักโทษการเมือง หรือยังเป็นนักโทษการเมืองอยู่ และต่อให้ไม่ได้เป็น พวกเขาจะต้องมีเพื่อนสักคนที่เป็น

โอ หม่า ผู้หญิงวัยต้นสี่สิบ แนะนำตัวกับลาร์คินว่า เธอเคยติดคุกอยู่นานเกือบ6 ปี ด้วย 4 ข้อหาต่าง ๆ กัน ฐานสั่นคลอนความมั่งคงของรัฐ เธอถูกจับได้ว่า ให้เพื่อนยืมนิตยสารต่อต้านรัฐบาล รัฐบาลทหารสามารถฟ้องร้องประชาชนภายใต้กฎหมายฉุกเฉินหลายฉบับ และกฎหมายเหล่านั้นออกแบบมาเพื่อปกป้องรัฐ

ในพม่า คนทั่วไปเรียกกฎหมายเหล่านี้ว่า “หนังยาง” หรือตะเหย่-กวิน เพราะว่ามันยืดหยุ่นมาก

โซ อ่อง ติดคุกอยู่ 10 ปี เขาอธิบายให้ลาร์คินฟังว่า ตลอดเวลาที่อยู่ในคุก นักโทษทุกคนถูกห้ามอ่านและเขียน แต่ถึงแม้ไม่มีสมุดและปากกา นักโทษก็สามารถหาทางเรียนรู้ได้ พวกเขาจะผลัดกันเล่าเรื่องต่าง ๆ กวีแต่งกลอนไวในหัว และบอกบทกลอนนั้นจากห้องหนึ่งไปยังห้องหนึ่ง เพื่อนร่วมห้องขังอภิปรายกันถึงรัฐธรรมนูญพม่า

โซ หม่าบอกว่า นักโทษการเมืองที่ได้รับการปล่อยตัว หน่วยข่าวกรองของทหารจะติดตามพวกเขาตลอด และเพื่อน ๆ ร่วมงานของเขาจะถูกเจ้าหน้าที่รัฐเตือนไม่ให้คบค้าสมาคมด้วย อดีตนักโทษการเมืองหลายคนกลายเป็นโรคซึมเศร้า และติดสุรา

เมื่อรัฐบาลพลเรือนภายใต้การนำของนางอ่องซาน ซูจีได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง นางอ่องซาน ประกาศปลดปล่อยนักโทษการเมืองออกจากคุกทั้งหมด ทำความไม่พอใจให้ทหารพม่าบางส่วน แต่ก็เก็บความรู้สึกเอาไว้

ครั้นเมื่อถึงวาระสิ้นสุดของการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย เปิดให้มีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งพรรคของนางอ่องซานได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น มิน อ่อง หล่ายผู้นำทหารยกกำลังออกมายึดอำนาจ กล่าวหาว่ากระบวนการเลือกตั้งไม่มีความยุติธรรม จับนางอ่องซาน ซูจีและคนข้าง ๆ นาง เข้าคุก ประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายในหนึ่งปี และหลังจากนั้นไม่นานเมื่อมีประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้าน เขาจึงขึ้นครองอำนาจแต่งตั้งตัวเองเป็นผู้นำสูงสุดและประกาศใหม่ว่า "จะให้มีเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมภายในสองปี

สื่อมวลชนไทยพาดหัวข่าวว่า

“ขอเวลาอีกไม่นาน” ตามบทเพลงที่พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีไทยเป็นผู้แต่งเอาไว้ และรายงานว่า “พม่าตั้ง 'มิน อ่อง หล่าย' เป็นนายกฯ ลั่น!! จัดเลือกตั้งในอีก 2 ปี

พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ให้คำมั่นในโอกาสครบ 6 เดือนรัฐประหารเมื่อวันอาทิตย์ ว่าจะจัดการเลือกตั้งและยกเลิกภาวะฉุกเฉินภายในเดือนสิงหาคม 2566 อีกด้านสภาบริหารแห่งรัฐประกาศแต่งตั้งมิน อ่อง หล่าย เป็นนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลรักษาการ

นายทหารผู้นี้เคยประกาศไว้ภายหลังกองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ว่าจะจัดการเลือกตั้งใหม่ภายในเวลา 1 ปี แต่เอเอฟพีรายงานว่า ในการแถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในฐานะประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (เอสเอซี) กล่าวว่า เมียนมาจะยุติข้อกำหนดตามประกาศภาวะฉุกเฉินภายในเดือนสิงหาคม 2566 และ "ผมขอให้คำมั่นว่าจะจัดการเลือกตั้งแบบหลายพรรคการเมืองโดยไม่ให้ล้มเหลว" ผู้นำทหารนายนี้กล่าว

คำประกาศนี้จะทำให้เมียนมาต้องอยู่ภายใต้การปกครองโดยระบอบทหารนาน 2 ปีครึ่ง แทนที่จะเป็น 1 ปีตามที่ทหารเคยประกาศไว้ในตอนแรกเริ่มไม่กี่วันหลังการยึดอำนาจ

"ผมรับประกันการจัดตั้งสหภาพตามระบอบประธาชาธิปไตยและสหพันธรัฐ" รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย

กองทัพเมียนมาอ้างเหตุผลของการก่อรัฐประหารว่าเป็นเพราะมีการทุจริตเลือกตั้งอย่างมโหฬารเมื่อพฤศจิกายนปี 2563 ที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจี ชนะอย่างถล่มทลาย และยังขู่จะยุบพรรคนี้ ซึ่งมิน อ่อง หล่าย เรียกว่าเป็นพวกหัวรุนแรงและยุยงให้เกิดความรุนแรง

สัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งที่ทหารแต่งตั้ง สั่งยกเลิกการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ โดยประกาศว่าพบการทุจริตเลือกตั้งมากกว่า 11 ล้านกรณี

นางซูจีและแกนนำหลายคนในรัฐบาลชุดที่แล้วโดนจับกุมคุมขังและดำเนินคดีจากหลายข้อหา ขณะที่ชาวเมียนมายังคงแสดงการต่อต้านรัฐบาลทหารไม่เลิกรา เอเอฟพีกล่าวว่า ในวันอาทิตย์มีคนกลุ่มเล็กๆ ชุมนุมกันทั่วเมียนมา เช่นที่เมืองคะแลทางภาคเหนือ ผู้ประท้วงชูป้ายข้อความว่า "พลังเพื่อการปฏิวัติ" ส่วนที่ย่างกุ้ง ผู้ชุมนุมเดินขบวนและจุดพลุแฟลร์

การรัฐประหารยังทำให้ข้าราชการพลเรือนและเจ้าหน้าที่โดนปลดหลายหมื่นคน หรือไม่ก็เข้าร่วมการชุมนุมประท้วง หรือยังคงหยุดงานเพื่อสนับสนุนขบวนการอารยะขัดขืน การประท้วงต่อต้านทั่วเมียนมายังนำไปสู่การใช้กำลังปราบปราม โดยรอยเตอร์อ้างตัวเลขจากกลุ่มนักเคลื่อนไหว สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง ว่ามีคนเสียชีวิตแล้ว 939 คนจากการที่กองทัพปราบปรามผู้เห็นต่าง และมีคนถูกจับกุมอย่างน้อย 6,990 คน

คนที่ถูกจำคุกจำนวน 6,990นี้ จะถูกทรมานเช่นเดียวกับหนังสือของลาร์คินได้บันทึกเอาไว้ รุนแรงแค่ไหน พระเจ้าเท่านั้นที่จะทรงรับรู้




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน