• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 412
  • จำนวนผู้ชม : 495142
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 319 , 11:38:57 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

16 สิงหาคม
เด็กชายอายุ 15 กำลังเรียนอยู่ชั้นม.3 คนหนึ่งขออนุญาตคุณแม่ออกไปร่วมชุมนุมประท้วงขับไล่นายกรัฐมนตรี คุณแม่ห้ามว่าอย่าไปเลย มันไม่ใช่เรื่องของเด็ก "แม่กลัวโรคระบาด ไม่อยากให้ไปชุมนุม ไม่ใช่หน้าที่ของเรา เราเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ" เด็กชายจึงได้บอกกับแม่ว่าจะเอาเสื้อผ้าไปให้เพื่อน แล้วก็ไปร่วมชุมนุมที่หน้าสน.ดินแดง หลังจากนั้นเขาก็โดนยิงแสกหน้า มีคนนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี หมอบอกรอดูอาการ ประมาณ 72 ชั่วโมง แต่ว่าเขายังไม่รู้สึกตัว

ทีมแพทย์ฉุกเฉินได้ทำการใส่ท่อช่วยหายใจและปั๊มหัวใจ ประมาณ 6 นาที ผู้บาดเจ็บกลับมามีสัญญาณชีพ จากการตรวจเพิ่มเติมโดยการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบกระสุนปืนค้างอยู่บริเวณก้านสมอง 1 นัด และพบกระดูกต้นคอซี่ที่ 1 และ 2 แตก.

พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนคร สรุปสถานการณ์การชุมนุมที่ผ่านมาว่า จากการชุมนุมเมื่อ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา มีภาพชายยืนอยู่บนสถานีตำรวจดินแดงและใช้ปืนยิงควบคุมสถานการณ์นั้น ยืนยันว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง แต่เป็นเพียงการใช้กระสุนยางยิงข่มขู่ ไม่มีการใช้กระสุนจริง โดยจะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณสถานีตำรวจ และตรวจวิถีกระสุนระหว่างเกิดเหตุอีกครั้ง เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้บาดเจ็บถูกยิงมาจากทิศทางใด ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีการใช้กระสุนจริง แต่ไม่ใช่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

และยังแถลง กรณีที่มีการแชร์ข้อมูลของ ‘ลูกนัท’ - ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ที่ได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการทำหนังสือขอให้โรงพยาบาลเปิดเผยรายละเอียดการรักษาว่าบาดแผลเกิดจากอะไร โดยทางผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้นำกระป๋องแก๊สน้ำตามาแสดงต่อสื่อมวลชนว่า ส่วนที่เป็นโลหะเป็นกระสุนหลังยิงไปแล้ว จะค้างอยู่ในลำกล้อง ส่วนที่ยิงออกไปคือวัสดุคล้ายยางทรงกระบอกที่ภายในบรรจุแก๊สน้ำตา เมื่อโดนร่างกายจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ

ท่านสรุปในตอนท้ายว่า "หากพบว่ามีบุคคลใดแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จ ก็จะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์"

กรณีการฉีดวัคซีน Pfizer ให้กับเครือญาติของแพทย์หญิงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครศรีธรรมราช มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวยอมรับว่าเกิดขึ้นจริง โดยแพทย์หญิงคนดังกล่าวยอมรับว่าเสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยได้พิจารณาตัวเองโดยการยื่นหนังสือลาออกจากราชการในตำแหน่งนายแพทย์ปฏิบัติการแล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะมีการเสนอหนังสือลาออกไปตามขั้นตอนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อพิจารณาต่อไป.

มาที่ข่าวการประมูลชุดตรวจ ATK 8.5 ล้าน ชมรมแพทย์ชนบทชี้ ถึงแม้ว่าจะมีการแถลงยืนยันความถูกต้องในการจัดซื้อ แต่การจัดซื้อที่ถูกต้อง ไม่ได้แปลว่า จะได้ของดีมีคุณภาพที่ราคาเหมาะสมเสมอไป โดยอาจมีผลประโยชน์แอบแฝง หรือได้สินค้าที่คุณภาพไม่ดีพอกับสถานการณ์วิกฤตมาใช้ก็เป็นได้ ดังนั้นชมรมแพทย์ชนบทจึงเห็นว่า กระทรวงสาธารณสุขยังไม่พยายามปกป้องภาษีประชาชนอย่างเต็มกำลัง
นอกจากนี้ ชมรมแพทย์ชนบทยังได้ตั้งคำถามไปถึงกระทรวงสาธารณสุข ว่าจริงเท็จประการใด ที่มีข่าวว่าอาจมีการใช้งบอีก 180 ล้านจัดซื้อชุดตรวจ ATK อีกล็อต เพื่อแจกจ่ายให้บุคลากร โดยกระทรวงสาธารณสุขจะใช้งบก้อนใด จัดซื้ออย่างไร ชุดตรวจยี่ห้อ LEPU อีกหรือไม่ ทั้งนี้ ชมรมแพทย์ชนบทยืนยันว่า “เรื่อง ATK นี้ไม่ธรรมดา” และขอฝากประชาชนคนไทยทุกคนติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

เกี่ยวกับเรื่องวัคซีนไฟเซอร์ รพ.ภูมิพลแถลงรายชื่อฉีด Pfizer ซ้ำซ้อน ชี้ผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลผ่าน Google Forms และเป็นเอกสารไม่เป็นทางการ
หลังจากมีภาพที่ถูกส่งต่อ เป็นเอกสารรายชื่อผู้เข้ารับการฉีดวัคซีน Pfizer ซ้ำซ้อนกันหลายชื่อ ในโรงพยาบาลภูมิพล จนมีการจับตาว่า อาจเป็นกรณีแทรกชื่อเพื่อ VIP ฉีดวัคซีน Pfizer ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว

“ต้องขออภัยจากความผิดพลาดในเรื่องของการสื่อสารภายในองค์กร ขอยืนยันว่าบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าภายในสังกัด จะได้รับวัคซีน Pfizer ครบทุกคนภายในสัปดาห์นี้” พลอากาศโท ธนวิตต สกุลแสงประภา เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศกล่าว

พลอากาศตรีหญิงอิศรญา สุขเจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสริมว่า จากข้อมูลการเผยแพร่รายชื่อผู้ฉีด Pfizer ที่มีความซ้ำซ้อนนั้น เป็นรายชื่อที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบ และไม่ได้เป็นรายชื่อที่จะถูกฉีดวัคซีนในล็อตแรก และที่สำคัญ ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากปัญหาการลงทะเบียน ในระบบฐานข้อมูลของโรงพยาบาล ซึ่งใช้ Google Forms โดยจะต้องปรับแก้ไขต่อไป ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ไม่มีการสวมสิทธิ์รายชื่อในการเข้ารับวัคซีน Pfizer แน่นอน

อย่างไรก็ดี โรงพยาบาลภูมิพล มีการจัดสรรวัคซีน Pfizer ที่ได้รับมาจากกรมควบคุมโรค แล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรก 1,800 โดส และเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (16 สิงหาคม) อีก 1,900 โดส รวมประมาณ 3,700 โดส จากจำนวนบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ประมาณ 3,000 คน ในจำนวนนี้ มีบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่รับวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มที่ 3 จำนวน 600 คน และส่วนวัคซีนที่เหลืออีก 2,400 คน จะได้รับวัคซีน Pfizer เป็นเข็มที่ 3 ซึ่งเป็นในส่วนที่รับวัคซีน Sinovac ครบ 2 เข็ม ไปก่อนหน้านี้

“บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ทุกคน ทุกตำแหน่ง จากโรงพยาบาลภูมิพลที่ได้ส่งชื่อไป จะได้รับการฉีดวัคซีน Pfizer แน่นอน รวมถึงในส่วนเจ้าหน้าที่ธุรการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ซ่อมไฟฟ้า ซ่อมประปาต่างๆ ด้วย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ส่วนนี้จำเป็นที่จะต้องเข้าไปดูแลระบบ ซึ่งอาจพบกับความเสี่ยงของ COVID-19 ได้”

อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ออกมาไลฟ์สดเกี่ยวกับเรื่องวัคซีนไฟเซอร์ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า เอาไฟเซ่อร์ไปฉีดให้คนที่ไม่ใช่ด่านหน้า ไม่มีสำนึกกันทั้งคนที่เอาไปให้และคนที่ได้ฉีด

“มึงไม่รู้จักสำนึกอะไรเลย ไอ้คนเอาไปให้ก็เ-ย ไอ้คนที่รับมาฉีดโดยที่ตัวเองไม่ได้เป็นด่านหน้าก็เ-ย มีคนไทยเยอะมากที่เป็นแบบนี้เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว คดโกงบ้านเมือง ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เอาไปให้หมู่คณะของมึงนี่ก็เ-ย เข้าใจคำว่าจิตสำนึกกันไหม ถ้ามีคนเอามาให้กูบอก เอ้ย..อาจารย์ทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมือง เอาไฟเซอร์ไปฉีดให้อาจารย์หน่อย กูก็จะด่าได้สัส ส้นตีน กูไม่มีวันฉีด ต่อให้กูตายกูก็ไม่ฉีด รู้ไหมด่านหน้าก็คือด่านหน้า แต่ไม่ใช่มึง ต่อให้ใครเอามาให้ มึงต้องไม่ฉีด มึงต้องมีสำนึก บ้านเมืองเราแย่เพราะพวกมึงไม่มีสำนึกที่ดีต่อบ้านเมือง พอได้แล้ว มึงคดโกงกันจนบ้านเมืองไม่เหลือเหี้ยอะไรแล้ว”

ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุขให้สัมภาษณ์ว่า

“ด้วยสถานการณ์หนักขนาดนี้คุณยังเชียร์รัฐบาลโดยไม่ยอมรับความเป็นจริงของสังคม ผมว่ามันโหดร้ายเกินไปสำหรับพี่น้องในสังคมไทย สิบสี่ตุลามีรัฐบาลสามทหาร ยุคปัจจุบันก็มีรัฐบาลสามทหารไม่แตกต่างกัน น่าสนใจว่าเหตุการณ์มันจะจบเหมือนกันหรือไม่ เพราะว่าวันนี้เราต้องยอมรับว่า คนไม่เอารัฐบาลแล้ว ยุคสิบสี่ตุลาคนอาจจะไม่ชอบจอมพลถนอม อาจจะมีความรู้สึกต่อต้าน แต่ปัจจุบันเรากำลังก้าวจากความไม่ชอบไปสู่ความเกลียดชัง”

“ถ้าสมมุติว่าเราก้าวจากความเกลียดชังไปสู่ความเคียดแค้น จากนี้เราจะรั้งอะไรไว้ไม่ได้เลย” อาจารย์สุชาติเน้นย้ำอย่างชัดถ้อยชัดคำ “วันนี้ถ้าท่านเป็นนายทหาร เป็นนายตำรวจ ท่านต้องวิเคราะห์สังคมไทยให้ออก การเมืองและรัฐบาลไม่ใช่สิ่งที่ดำรงอยู่อย่างถาวร อย่าพากองทัพไปยุ่งกับอารมณ์ร้อนแรงของผู้คน ส่วนรัฐบาลจะเป็นอะไรไม่ใช่เรื่องของกองทัพ”

ผมอยากจะเขียนเรื่องหนัง เรื่องหนังสือให้คนอ่านได้มีความสุข แต่เห็นข่าวทำนองนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะต้องงดเรื่องบันเทิงเอาไว้ก่อน จดบันทึกสิ่งเหล่านี้เอาไว้กันลืม จะได้เอามาทบทวนในภายหลังว่า ช่วงวิกฤติติดแหง็กอยู่ในบ้านเพราะโควิดระบาด เราได้พบได้เห็นได้อ่านอะไรบ้างในแต่ละวัน

เห็นข่าวคุณแม่ร้องไห้จนเข่าทรุด เพราะทราบข่าวลูกชายออกไปประท้วงขับไล่นายกให้ลุกออกจากเก้าอี้ โดนยิงด้วยกระสุนจริง แค่ข่าวนี้ข่าวเดียวก็ทำเอาใจห่อเหี่ยวอย่างบอกไม่ถูก

“แล้วแม่จะอยู่ยังไง ถ้าน้องเป็นอะไร แม่จะอยู่ยังไง" เธอตั้งคำถามให้ตัวเองด้วยน้ำตาไหลอาบหน้า




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน