• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 412
  • จำนวนผู้ชม : 495144
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันศุกร์ ที่ 10 กันยายน 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 360 , 19:07:15 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

17 สิงหาคม
ดูหนังทางเน็ตฟลิกเฉลี่ยแล้ววันละเรื่อง ที่เพิ่งดูจบไปเมื่อคืนคือเรื่อง BecKett ซึ่งเป็นเรื่องของหนุ่มอเมริกันผิวดำไปท่องเที่ยวกับแฟนสาวที่ประเทศกรีก สองคนขับรถไปเที่ยวชมโบราณสถานหรือตามเมืองเก่าต่าง ๆ ขากลับในวันหนึ่ง หนุ่มเบ็คดันหลับใน ทำให้รถตกเหวข้างทาง พุ่งเข้าไปชนบ้านร้างหลังหนึ่งเข้า ในบ้านนั้นมีผู้หญิงกับเด็กอาศัยอยู่ ตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาล หมอบอกว่าแฟนสาวของเขาเสียชีวิต ส่วนเขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

เรื่องที่เขาบอกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า เขาเจอเด็กกับผู้หญิงในบ้านหลังนั้น ทำให้เขาพบกับอันตราย ตำรวจที่สอบสวนเขาตามไล่ยิง ทำให้เขาต้องหนีตาย จนกระทั่งฝ่าฟันไปจนถึงสถานทูตอเมริกาในกรุงเอเธน แต่เจ้าหน้าที่สถานทูตก็มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องเด็กหายตัวด้วย เขาถูกนำออกจากสถานทูตอีกครั้ง เพื่อไปพบกับตำรวจอีกคน แต่ยังไม่ถึงที่หมาย เจ้าหน้าที่จะทำร้ายหนุ่มเบ็คด้วยเครื่องช็อตไฟฟ้า หนุ่มสู้ยิบตา และรอดมาได้

เรื่องราวการผจญภัยนอกประเทศของเขาดูแล้วต้องลุ้นตลอดว่าเขาจะเอาตัวรอดไปได้อย่างไร และในที่สุดตามประสาหนังเชิดชูคนเก่งหรือเชิดชูคนอเมริกัน หนุ่มเบ็คยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยให้เด็กชายคนนั้นรอดพ้นจากอันตรายจนได้

หนังสนุกดี ดูเพื่อฆ่าเวลาให้ผ่านไปวัน ๆ

วันก่อนก็ดูเรื่อง A dog's journey เป็นหนังที่หมาแสดงนำ เมื่อเด็กคนหนึ่งคลอดออกมา พ่อของเธอเสียชีวิต เธออยู่ในไร่กับปู่ย่าและหมาตัวหนึ่ง หมาตัวใหญ่น่ารัก เป็นผู้ดุแลให้ความคุ้มครองเด็กหญิงจนกระทั่งแม่มารับไปอยู่ที่อื่น แม่ไม่ถูกกับปู่ย่าเพราะคิดว่าปู่ย่าจะแย่งลูกและเงินประกันที่พ่อมอบไว้ให้แก่ลูกสาว เธอหอบลูกหนีไปอยู่ที่อื่น เอาเงินก้อนนั้นมาซื้อบ้าน ซื้อรถ และใช้จ่ายอย่างฟุ่่มเฟือย เธอชอบเที่ยว ชอบดื่ม ชอบผู้ชาย ทุกคืนจะทิ้งเด็กหญิงไว้ให้อยู่บ้านคนเดียว จนกระทั่งเด็กหญิงไปรับน้องหมามาเลี้ยงตัวหนึ่ง เอามาแอบไว้ในห้อง จนแม่จับได้ แม่บีบบังคับให้เอาหมาไปคืน เด็กหญิงจึงบอกว่าแม่ทิ้งหนูไว้ตลอด หนูกลัวตอนฟ้าร้อง กลัวตอนฝนตก กลัวตอนที่ตื่นมากลางดึก แต่เมื่อหนูมีน้องหมาเป็นเพื่อนทำให้หนูรู้สึกดีขึ้น เหมือนหนูมีเพื่อน มีคนคอยดูแล แม่จึงยอมให้เด็กหญิงที่กำลังโตเป็นวัยรุ่นเลี้ยงหมาตัวนั้นได้

เมื่อโตขึ้นเป็นสาวอายุ18 เธอทะเลาะกับแม่ว่าด้วยเรื่องเงินที่พ่อมอบให้ แม่บอกว่า ใช้หมดแล้ว เธอจึงขับรถออกจากบ้าน เกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง หมาสุดที่รักตายคาที่

เมื่อเธอย้ายไปอยู่กับแฟนหนุ่ม เธอได้พบหมาอีกตัวที่จำกลิ่นของเธอได้ มันวิ่งตามเธอมาจนถึงที่พัก และทำท่าทางให้รู้ว่าเธอกับมันนั้นรู้จักกันมาก่อน เธอตัดสินรับเลี้ยงเอาไว้ และต้องทะเลาะกับแฟนหนุ่มจนต้องย้ายออกจากห้องเขามาอยู่กับเพื่อนที่เคยคบหากันมาตั้งแต่เด็ก พวกเขารักกัน จนกระทั่งวันหนึ่งได้นั่งดูรูปเก่า ๆ สองคนก็ชวนกันไปหาปู่ย่า ปู่เจอหมาตัวน้อย เขาก็บอกให้เธอรู้ว่า หมาตัวนี้กลับชาติมาเกิด มันจำปู่ได้ และเล่นกับปู่เหมือนกับที่เคยเล่นกันสมัยที่เธออยู่ในไร่

ปู่ยืนยันว่าหมาทุกตัวที่มาอยู่กับเธอนั้นตายแล้วเกิดใหม่ มันเกิดมาเพื่อพิทักษ์ปกป้องเธออย่างซื่อสัตย์

เป็นหนังที่เหมาะสำหรับคนรักหมาเหลือเกิน ดูแล้วทั้งเอ็นดูและสงสาร

หนังจบก็อดไม่ได้ที่จะอุ้มบัตเตอร์มากอดแล้วถามมันว่า ถ้าตายจะกลับมาเกิดใหม่อยู่ด้วยกันอีกไหม

แต่นึกขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง มีคนบอกว่า หมาที่ได้รับความรักและเอาใจใส่อย่างดีเช่นบัตเตอร์นั้นเขาจะไม่กลับมาเกิดเป็นหมาอีก แต่ไปเกิดเป็นคนในชาติหน้า

จริงหรือไม่จริงไม่รู้ จำเขามาอีกที

หนังอินเดียเรื่อง GinnY weds sunnY นั้นไม่มีอะไรให้คิดมากนัก เมื่อซันนี่จะต้องแต่งงานกับจินนี่นั้น ทั้งสองต้องเรียนรู้กันและกัน มีอุปสรรค์ตรงที่จินนี่นั้นมีแฟนเก่าเป็นคนรวย สองคนนี้เดี๋ยวดีเดี๋ยวเลิกและมักจะอ้างถึงความเป็นเพื่อนกันเพื่อไปมาหาสู่กันเสมอ

ส่วนซันนี่นั้นตกหลุมรัก เขาเข้าทางแม่ ให้แม่ของเธอคอยแนะนำว่าจะต้องจีบจินนี่อย่างไร เกือบจะสำเร็จ แฟนเก่าก็หานกลับมาอีก คราวนี้พาพ่อแม่มาสู่ขอ ซันนี่ก็ไม่ยอม บุกเดี่ยวเข้าไปในบ้าน พวกเขาทั้งสามต่างแตกกระเจิงไปคนละทิศ พ่อแม่ของแฟนเก่าบอกว่าจินนี่ไม่ให้เกียรติ ฝ่ายแม่ของจินนี่ก็บอกว่าแฟนเก่านั้นไม่เคยโทรมานัดจู่ ๆ ก็โผล่หน้ามาในวันเดียวกับที่เธอนัดกับซันนี่

หนังรัก ๆ ใคร่ ๆ แบบน่าเอ็นดูของอินเดียก็ดูเพลิน มีเพลงประกอบเรื่อง ฉากเต้นอันงดงามตระการตา จบลงด้วยความสุข

แต่หนังอินเดียเรื่อง pink นั้นกลับเป็นที่น่าจดจำ เป็นหนังที่สะท้อนสังคม ให้สาระและข้อคิด เปิดให้เราในฐานะผู้ชมได้ตระหนักถึงความสำคัญของเพศหญิงว่าอะไรที่ควรหรือไม่ควร การที่ผู้หญิงดื่มไม่ได้หมายความว่าเธอรักสนุกหรือใจง่าย การที่ผู้หญิงยิ้มไม่ได้หมายความว่าทอดสะพานหรือให้ท่า เมื่อผู้หญิงพูดว่าไม่ก็คือไม่ อย่าไปล่วงละเมิดใด ๆ อีก ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นแฟน ภรรยาหรือแม้แต่โสเภณี

"ไม่ก็คือไม่"

"จงหยุดทันที่ที่ผู้หญิงพูดว่าไม่"

"เรื่องราวของเพื่อนผู้หญิงสมัยใหม่สามคน ที่มาจากต่างที่ต่างถิ่น และมาเช่าห้องอยู่ด้วยกันในเดลลี วันหนึ่งออกไปเที่ยวกันตามปกติ เมามากจนโดนลวนลวมและเกือบโดนข่มขืน เลยมีเหตุให้เอาขวดเหล้าฟาดหัวลูกหลานนักการเมืองชื่อดังจนเป็นเรื่อง พอมันเป็นเรื่องขึ้นมา ผู้หญิงทั้งสามก็อยู่ไม่เป็นสุข โดนข่มขู่ทางโทรศัพท์ โดนใส่ความจนต้องเด้งออกจากงาน จนถึงขั้นโดนลักพาตัวไปลวนลาม ซึ่งเหตุการณ์มันเริ่มหนักขึ้นจนถึงขั้นว่านางเอกถูกใส่ความโดนจับเข้าห้องขังในข้อหา "ค้าประเวณี" จนอดีตทนายเกษียณอายุตรงข้ามบ้านที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างยื่นมือเข้ามาช่วย"

คนที่เล่นเป็นทนายคืออามิตา บาจันทร์ อดีตพระเอกหนังอินเดียสมัยที่ผมเคยดูกับย่าตอนเป็นเด็ก ทุกวันนี้เขายังรักษาทรวดทรงและรักษาหุ่นให้ผอมบางและเล่นหนังได้อย่างเฉียบขาดมาก

ข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดของเขาคือ "นักแสดงบอลลีวูดระดับตำนานและผู้ยิ่งใหญ่ในวงการภาพยนต์ของอินเดีย อมิตาภ พัจจัน (Amitabh Bachchan) ถูกส่งตัวเพื่อรับการรักษาในโรงพยาบาลหลังจากคิดเชื้อโควิด-19

อมิตาภ พัจจัน วัย 77 ปีมีผลตรวจเชื้อเป็นบวกเมื่อวันเสาร์และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในมุมไบกับลูกชายของเขาคือ อภิเษก พัจจัน ซึ่งเป็นนักแสดงเช่นกันและติดเชื้อโควิดเหมือนพ่อ แต่เขาบอกว่าไม่มีมีอาการรุนแรง"

ย่าผมเสียไปกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่พระเอกในดวงใจของย่ายังมีชีวิตอยู่และเล่นหนังให้เราได้ดูอีก

บทบาทของทนายความเสียสละฝ่ายดีที่มีปัญหาชีวิตเช่นเดียวกัน เล่นได้อย่างสมบทบาท ดูแล้วคิดถึงย่าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ​

"เมื่อลูกความผมพูดว่า ไม่ ""ไม่"" หมายถึงว่า "ไม่" ชายหนุ่มเหล่านี้ต้องรู้ว่า ไม่ว่าผู้หญิงเหล่านั้นจะเป็นแค่คนรู้จัก เพื่อน แฟน หรือหญิงขายบริการ หรือแม้แต่ภรรยาของตัวเอง ไม่ก็แปลว่าไม่ เมื่อมีคำพูดแบบนี้คุณต้องหยุด"

Pink เป็นหนังที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมของผู้หญิงในอินเดียที่พวกเธอต่างต้องเจอในชีวิตประจำวัน

นอกจากดูหนังแล้ว ผมยังหยิบหนังสือเก่าเล่มหนึ่งมาเปิดอ่านเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ มีอยู่หัวข้อหนึ่งเป็นบทเรียนสำหรับการเขียนในแต่ละวัน นาตาลี โกลด์เบิร์กบอกว่า

"เมื่อนั่งลงเขียน ถ้าเรามัวแต่ปล่อยให้ใจพินิจพิจารณาอยู่กับการเริ่มต้นมากเกินไป ใจที่ซุกซนเป็นลิงก็เอาแต่จะวนเวียนเลือกหัวข้อแล้วหัวข้อเล่าโดยไม่เขียนอะไรเสียที การมีบัญชีหัวข้อเอาไว้จะช่วยกระตุ้นให้เราเขียนอย่างรวดเร็ว และตัดอาการต่อต้านออกไป โดยธรรมชาติแล้ว พอเราเริ่มเขียน เราอาจแปลกใจว่าเรากำลังก้าวไปอย่างอิสระ จงปล่อยมือให้เขียนต่อไป"

วันนี้งดพูดเรื่อง "ลุงใจร้าย" หนึ่งวัน รู้สึกร่มรื่นในใจขึ้นมาทันที 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน