• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 412
  • จำนวนผู้ชม : 495145
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 314 , 12:20:05 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

19 สิงหาคม
เมื่อพ่อค้าหนังสือจากกรุงคาบูลประเทศอัฟกานิสถานไปยังปากีสถาน เขาเลือกเมืองที่ชื่อลาฮอร์ ซึ่งมีอดีตที่น่าสนใจตรงที่เป็นเมืองซึ่งถือเป็นศูนย์กลางแห่งการถ่ายเอกสาร เข้าเล่ม และผลิตหนังสือ พ่อค้าหนังสือจากกรุงคาบูลยังหารายได้พิเศษด้วยการเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์และจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนขายให้แก่เยาวชน รวมถึงผลงานที่เขียนขึ้นเอง ส่วนใหญ่จะเป็นตำราคณิตศาสตร์ และบางครั้งเขาก็ยังติดต่อกับองค์กรยูเนสโกทำสัญญาสนับสนุนค่าจัดพิมพ์ตำรารุ่นใหม่ พ่อค้าหนังสือเก่าเดินทางมาที่ปากีสถานบ่อย ๆ เพื่อจัดพิมพ์หนังสือตำราเรียน เขาเล่าว่า ตำราคณิตศาสตร์ที่ใช้กันในอัฟกานิสถานก็ยังเป็นเรื่องของสงคราม ตาลีบันสั่งให้พิมพ์หนังสือเพื่อนักเรียนชายเท่านั้น ประเทศของเขาจะไม่เจอโจทย์ที่ว่า ต้องแบ่งแอปเปิล หั่นขนมเค้กให้ใคร แต่จะฝึกให้แบ่งกระสุนปืนอาร์ก้าแทน ตัวอย่างเช่น

“เด็กชายโอมาร์มีปืนอาการ์กับแม็กกระสุนสามชุด แม็กแต่ละชุดมีกระสุนยี่สิบนัด เขาใช้กระสุนไป 2 ใน 3 ของที่มีอยู่สังหารพวกนอกศาสนาได้ 60คน อยากทราบว่ากระสุน 1 นัด สังหารได้กี่คน”

พ่อค้าหนังสือชอบตลาดหนังสือเก่าในเมืองลาฮอร์ เขาพบหนังสือมีค่าบางเล่มที่มีราคาถูกเหมือนได้เปล่า เขาชอบหนังสือทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นตำนาน นิทาน กวีนิพนธ์ นิยาย ชีวประวัติ วรรณกรรมการเมืองสมัยใหม่ ดิกชันนารี เขาปลื้มจนหน้าบานทุกครั้งที่สามารถค้นพบหนังสือหายากบนแผงเขรอะฝุ่นในเมืองนี้

ที่กรุงคาบูล เขาโดนจับขังคุกสองครั้ง ครั้งแรกเกิดจากลูกค้าคนหนึ่งถูกจับด้วยข้อหามีหนังสือต้องห้ามที่ซื้อมาจากร้านของเขา ตำรวจศาสนาบุกเข้าไปในร้าน ตรวจพบหนังสือเป็นจำนวนมากและได้จุดไฟเผาหนังสือ เขาถูกซ้อมและถูกจำคุกนานถึงหนึ่งปี เขาถูกคุมขังในแดนของนักโทษการเมือง เขาถูกตำรวจรุมซ้อม และไม่อนุญาตให้อ่านหรือเขียนอะไรทั้งนั้น หลายเดือนก่อนพ้นโทษ เขานั่งมองฝาผนังคุกไปวัน ๆ จนกระทั่งพ้นโทษ

ทางการจับจ้องเขาอยู่ตลอดเวลา จนห้าปีผ่านไป เขาโดนจับอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาได้เพิ่มอีกหนึ่งข้อหานั่นคือเป็นชนชั้นนายทุนน้อย

แผงหนังสือของเขาโดนปล้น เช่นเดียวกับหอสมุดแห่งชาติ หนังสือหายากถูกส่งต่อไปถึงมือนักสะสม โดยแลกกับรถถัง กระสุนปืน ระเบิดมือ ตอนที่เขากลับไปดูแลร้านหนังสือ เขาได้หนังสือบางเล่มที่หลุดมาจากหอสมุดแห่งชาติในราคาพิเศษสุด เงินไม่กี่ดอลลาร์สามารถแลกกับเอกสารโบราณหลายร้อยเล่ม ในจำนวนนั้นมีต้นฉบับตัวเขียนอายุ 500 ปีจากอุซเบกิสถาน ซึ่งต่อมารัฐบาลอุซเบกิสถานติดต่อขอซื้อคืนโดยให้ราคาสูงถึง 25,000 ดอลลาร์ เขายังได้หนังสือชุดสุดโปรดจากคลังสะสมหนังสือส่วนตัวของกษัตริย์ซาเอร์ ซาห์ ซึ่งมีมหากาพย์ซานามาของเฟร์ดูซีรวมอยู่ด้วย ยังมีอีกหลายเล่มที่เขาซื้อในราคาถูก จากโจรผู้อ่านไม่ออกแม้กระทั่งชื่อหนังสือบนปก

เมื่อตาลีลันยึดครองอัฟกานิสถานได้สำเร็จพวกเขาก็สร้างกฎระเบียบใหม่ขึ้นมา ศิลปะวัฒนธรรมอัฟกันถูกทำลายย่อยยับ พวกตำรวจศาสนาไม่เพียงแต่เผาหนังสือในร้านของเขา หากยังควงขวานบุกเข้าไปในพิพิธภัณฑ์คาบูล โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมตามไปเป็นสักขีพยาน

เขาเล่าว่า ในพิพิธภัณฑ์นั้นแทบจะไม่เหลืออะไรให้เหลือทำลายแล้ว ศิลปวัตถุถูกเคลื่อนย้ายได้โดนฉกไปหมดตั้งแต่ช่วงสงคราม ทั้งชิ้นส่วนหม้อไหจากยุคอเล็กซานเดอร์มหาราชยึดครองดินแดนแถบนี้ และดาบที่เคยสันนิษฐานว่าเคยเป็นอาวุธสู้กับกองทัพมองโกลของเจ็งกิสข่านระหว่างยกไปตียุโรป หรือรูปปั้นเปอร์เซียร์และเหรียญทองโบราณต่าง ๆ วัตถุล้ำค่าเหล่านี้ได้ตกไปอยู่ในมือของนักสะสมทั่วโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีเพียงส่วนน้อยที่ถูกนำไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยก่อนการบุกปล้นครั้งใหญ่

ที่หลงเหลือคือรูปสลักหินขนาดมหึมาของกษัตริย์และเจ้าชายอัฟกันบางพระองค์ กับพระพุทธรูปและจิตกรรมฝาผนังที่มีอายยุร่วมพันปี ทหารเริ่มลงมือปฏิบัติการณ์ด้วยวิญญาณเดียวกับการบุกเข้าไปในร้านหนังสือของเขา ยามเฝ้าพิพิธภัณฑ์น้ำตาร่วงเมื่อเห็นศิลปวัตถุล้ำค่าถูกงัดแงะทุบทิ้งทำลายจนเหลือแต่เพียงแท่นฐาน ตั้งอยู่ท่ามกลางเศษชิ้นส่วนกระจัดกระจาย พวกทหารใช้เวลาครึ่งวันในการทำลายประวัติศาสตร์ที่สะสมมานานหลายพันปี สิ่งเดียวที่เหลืออยู่หลังจากการปฏิบัติทำลายครั้งนี้คือแผ่นจารึกข้อความจากอัลกุรอ่าน ซึ่งท่านรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมเห็นว่าควรยกเว้น

พ่อค้าหนังสือนั้นมีแนวความคิดว่า เขาต้องมีพร้อมทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ โดยสิ่งพิมพ์ต้องห้ามจะถูกวางซ่อนไว้ใต้แผง รอให้คนมาถามซื้อจึงค่อยหยิบออกมาอย่างระมัดระวัง

เขาจะเดินทางออกจากกรุงคาบูลมาที่ปากีสถานตามช่องทางธรรมชาติ ที่ไม่ต้องมีการตรวจสอบวีซ่า เขาบอกว่า ปากีสถานคือสวรรค์ของผู้พิมพ์หนังสือละเมิดลิขสิทธิ์ เขาลงทุนแค่หนึ่งดอลลาร์ก็สามารถพิมพ์หนังสือที่เขานำไปขายได้ถึงยี่สิบสามดอลลาร์ เขาพิมพ์หนังสือชื่อ “ตาลีบัน” โดยอาห์เมด ราซิตมาหลายครั้ง ส่วนเล่มที่พวกทหารชอบซื้อได้แก่ “สงครามลับของข้าพเจ้า” ที่นักข่าวรัสเซียเขียนถึงช่วงสหภาพโซเวียดยึดครองอัฟกานิสถานในระหว่างปี1979 ถึง 1989 พวกทหารชอบแวะมาที่ร้านหนังสือของเขาเพื่อซื้อโปสการ์ดกับหนังสือเก่าเกี่ยวกับสงคราม

ทุกครั้งที่เขาเดินทางมาที่เมือง พ่อค้าจะได้พบกับผู้จัดพิมพ์หนังสือชาวปากีสถาน ซึ่งมาสั่งพิมพ์งานละเมิดลิขสิทธิ์กัน ทักทายและสรุปข่าวแลกเปลี่ยนกัน มีชายคนหนึ่งพูดเพ้อว่า อยากให้ปากีสถานมีพวกตาลีบัน บ้านเมืองจะได้สะอาดขึ้นหน่อย พ่อค้าหนังสือของขึ้น เขามาจากประเทศที่ปกครองด้วยกลุ่มคนที่เขาหลักศาสนามาอ้างและเข่นฆ่าผู้คนเหมือนผักปลา เขาว่า

“นายไม่เคยเจอก็พูดแบบนั้นได้ แต่เมื่อไรที่พวกตาลีบันครองเมืองปากีสถาน ฉิบหายแน่” เขาพูดเสียงเข้ม “ลองนึกถาพสิ โปสเตอร์โฆษณาถูกฉีกทิ้งหมด แค่ถนนสายเดียวก็มีเป็นพัน ๆ ไปแล้ว หนังสือรูปภาพมีแต่จะถูกเผา ภาพยนตร์ทุกเรื่องของปากีสถานด้วย เครื่องดนตรีทุกชิ้นจะต้องถูกทำลาย นายจะไม่ได้ยินเสียงดนตรีอีก ร้องเพลงเต้นรำก็ไม่ได้ อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ถูกปิด เครื่องรับโทรศัพท์ถูกยึด เหลือแต่วิทยุที่วัน ๆ มีแต่รายการสอนศาสนา นักเรียนหญิงต้องเลิกเรียน ผู้หญิงที่เคยทำงานจะถูกสั่งให้กลับไปเฝ้าบ้าน คิดสิว่าปากีสถานจะตกอยู่ในสภาพไหน งานไม่มี เงินก็ไร้ค่า แล้วคนที่ตกงานจะทำอะไรได้บ้าง ปากีสถานเลิกเป็นประเทศสมัยใหม่”

คนที่เถียงกับพ่อค้าหนังสือนั้นเป็นผู้แอบจัดพิมพ์หนังสือและเอกสารต่าง ๆ ให้กลุ่มตาลีบัน เขาบอกว่าตาลีบันไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับเขา เพราะเขาเคารพต่อท่านศาสดาและพระคัมภีร์กุรอ่านเหมือนกัน เขาบอกว่าเขาจะไม่รับพิมพ์อะไรก็ตามที่ขัดต่อหลักศาสนา โดยเฉพาะหนังสือที่เขียนโดยซัลมาน รัชดี “หมอนี่สมควรโดนฆ่าไปนานแล้ว ไม่รู้ว่ารอดมาได้ยังไง คนที่พิมพ์หนังสือหรือช่วยเหลือเขาก็สมควรโดนฆ่าด้วย พวกนี้เป็นบ่อนทำลายศาสนาอิสลาม”

ชายอีกคนสนับสนุนว่า “รัชดีนั้นลอบทำร้าย ทำให้เราเจ็บและละอาย คงต้องโดนดีเข้าสักวัน”

แม้แต่พ่อค้าหนังสือจากกรุงคาบูลก็เห็นด้วยว่าซัลมาน รัชดีทำลายจิตวิญญาณของเขา “ต้องหยุดเขาให้ได้ ก่อนที่จะมีคนคล้อยตา กระทั่งคมมิวนิสต์ก็ยังไม่บังอาจถึงขนาดนี้ ยังผ่อนปรนในหลายเรื่อง และไม่เคยท้าทายศาสนาของเรา หมอนี่เลวขนาดนี้แล้วยังมีหน้าเรียกตัวเองว่ามุสลิม”

ทุกคนที่พูดถึงนักเขียนชื่อดังอย่างซัลมาน รัชดีที่หนีไปอยู่ในประเทศอังกฤษนั้นยังไม่เคยมีใครได้อ่านผลงานของเขาแม้แต่คนเดียว

เรื่องพ่อค้าหนังสือนั้นเขียนโดยนักข่าวสาวชาวสเปนคนหนึ่งที่ไปทำข่าวสงครามในอัฟกานิสถานแล้วก็เลยเข้าไปอยู่ในบ้านของพ่อค้าหนังสือเพื่อขออนุญาตเขียนเรื่องราวของเขา พ่อค้าหนังสือตอบตกลงและให้เธอสัมภาษณ์คนใกล้ชิดและอำนวยความสะดวกทุกอย่างเพื่อให้เธอได้ผลงานตามที่เธอมุ่งหวัง เป็นหนังสือที่มีคนบอกว่า “เปิดโลกที่เราแทบไม่รู้จักด้วยมุมมองและลีลาไม่เหมือนใคร”

หนังสือเล่มนี้แปลโดยจิระนันท์ พิตรปรีชา ตั้งชื่อ “ถนนหนังสือสายคาบูล” ที่มาจากภาษาอังกฤษ “The bookseller of Kabul” จัดพิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์มติชนเมื่อปี 2550

ตั้งแต่มีเหตุการณ์ทหารอเมริกันยกกองกำลังอพยพผู้คนออกจากอัฟกานิสถาน ปล่อยให้ตาลีบันเคลื่อนพลเข้ายึดทำเนียบและปกครองประเทศได้อย่างง่ายดาย หนังสือเล่มนี้จึงถูกถามหากันอีกครั้ง บางร้านก็ปล่อยขายในราคาสูงลิบ จนกลายเป็นหนังสือหายากไปในชั่วพริบตา

เรื่องราวของตาลีบันในอัฟกานิสถานนั้นน่าสนใจ แต่เรื่องราวในประเทศของเรานั้นน่าสนใจกว่า ตรงที่มีการประท้วงกับแทบทุกวัน มีการยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม มีความขัดแย้งทางความคิดกันอย่างเห็นได้ชัดระหว่างคนสองฝ่าย คนเชียร์นายกก็บอกว่าดีแล้ว สมควรแล้ว มีการออกกฎหมายห้ามแสดงความคิดเห็นที่รัฐบาลเรียกว่าเฟคนิว มีข่าวตำรวจข่มขู่จะฟ้องร้องใครก็ตามที่เขียนหรือพูดว่าตำรวจยิงประชาชน มีภาพข่าวเด็กๆ ออกไปเผชิญหน้ากับตำรวจควบคุมฝูงชนที่แยกดินแดงแล้วโดนไล่ยิงด้วยกระสุนยางอย่างไม่ยั้ง คนที่เชียร์รัฐบาลก็บอกว่าเด็กพวกนี้ถูกหลอก หรือถูกว่าจ้างมาจากคนไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง เรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อให้รัฐบาลได้ทำงานต่อไป

มีข่าวว่าโรงพยาบาลสนามที่รัฐบาลตั้งขึ้นที่เมืองทองธานีเละเทะสกปรก ขาดทั้งหมอและพยาบาลโดยไม่มีหน่วยงานหรือใครรับผิดชอบ

ในขณะที่นายกรัฐมนตรีกักตัวสั่งการต่าง ๆ อยู่ในบ้านยาวนานเป็นเดือน ก่อนจะโผล่หน้าออกมาแล้วทักทายนักข่าว "ยังจำกันได้ไหมจ๊ะ" ด้วยท่าทางสบาย ๆ มั่นใจในตัวเอง ท่ามกลางการอารักขาที่เข้มงวด เขาเดินสายตรวจเยี่ยมไปสั่งการที่นั่นที่นี่ หลายคนบอกว่า เขาชอบสั่งการด้วยท่าทางขึงขังเอาจริงแบบนายทหาร แต่ไม่เคยติดตามผลหรือลงรายละเอียดในสิ่งที่ตัวเองได้สั่งการไปแล้ว

โพลบางสำนักบอกว่าเขาเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ประชาชนเกลียดชังมากที่สุด มีข่าวเขาบริหารเรื่องวัคซีนผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น และดื้อรั้นที่จะก่อให้เกิดความผิดพลาดต่อไป อะไรที่เขาพูดมักจะเชื่อไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาโผล่ออกมาจากบ้านพักทหารแล้วพูด “ผมเจ็บปวดและเศร้าใจทุกครั้งที่ได้อ่านข่าวผู้เสียชีวิตจากโควิด..."

ทั้งหมดนี้เป็นสถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศเรา

ซึ่งยังสรุปไม่ได้ว่า อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรต่อไป
... 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน