• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 419
  • จำนวนผู้ชม : 498024
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันพุธ ที่ 29 กันยายน 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 250 , 07:43:54 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

29 สิงหาคม
แทบจะเรียกว่าทุกคืนก่อนนอน นอกจากอ่านหนังสือ ฟังเพลงจากยูทูปแล้ว ยังฟังรายการ “ทนายคลายทุกข์” ของทนายเดชาเป็นประจำ ก่อนหน้านี้ฟังรายการ “สนธิทอร์ค” แต่ตอนหลังก็เลิกฟังเด็ดขาด คุณสนธิมักจะชี้นิ้วสั่งสอนคน ใครเข้ามาด่าคุณสนธิให้ทีมนักกฎหมายฟ้องทันที แต่ทนายเดชาว่า ใครด่าแกในเฟซบุ๊ค หรือยูทูป เขาก็จะบล็อก ไม่ให้มีโอกาสเข้ามาป่วนอีก เรื่องฟ้องร้องในฐานะที่เป็นทนายความเขาว่าเป็นเรื่องรกศาลเปล่า ๆ คนเรามีสิทธิ์ที่จะไม่รักไม่ชอบกันได้ ไม่ชอบก็อย่าเข้ามาฟัง ง่ายนิดเดียว

ทนายเดชานั้นเป็นคนพูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมา ชอบแซะลุงตู่และลุงป้อมข้างบ้าน เขาสอนว่า ถ้าเลี่ยงไม่ให้ถูกดำเนินคดีฟ้องร้องจากหน่วยงานของรัฐให้เติมคำว่า “จริงหรือไม่” กับ “ใช่หรือเปล่า” ลงไปด้วย เช่น "จริงหรือไม่ที่ลุงตู่ข้างบ้านไม่ยอมเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินเพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกจับได้ว่าร่ำรวยผิดปกติ” “ลุงป้อมข้างบ้านเป็นมาเฟียใช่หรือเปล่า” “จริงหรือไม่ที่ธรรมนัสไม่เคยค้ายาแต่ทำไมต้องติดคุก” อย่างนี้เป็นต้น

ฟังทนายเดชาแล้วหัวเราะเอาขำมากกว่า บางครั้งก็มีเรื่องกฎหมายมาตรานั้นมาตรานี้แทรกเข้ามาเป็นความรู้เล็ก ๆน้อย ๆ ด้วย บางที่เขาก็เหมือนคนขี้คุยอยู่หน่อย ๆ เช่นชอบอวดตัวว่า เป็นทนายที่ให้ความรู้แก่ประชาชาชนมีประสบการณ์ว่าความมาสามสิบปี รู้จักคนใหญ่ ๆ โตที่เป็นนักการเมืองและนายตำรวจหลายคน เรียกนายตำรวจคนดัง ๆว่าพี่นั้นพี่นี้ และชอบบอกว่านายสิระนั้นเป็นแหล่งข่าวคนสำคัญ แต่โดยรวม ๆ แล้ว เขาเป็นคนที่คุยสนุก บางครั้งก็หลุดคำว่า”ไอ้เหี้ยไอ้ห่า" "ไอ้หอกหักสากกะเบือ”มาให้ได้ยินบ่อย ๆ

เขามีคู่แค้นที่เป็นทนายความอยู่สองคน เคยถูกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท และก็หยุดเอ่ยชื่อทนายคนนั้นไปพักใหญ่ แต่ก็ยังแซะอยู่ทุกคืน เช่นเรียกว่าเขาว่า “ทนายหิวแสง” “ทนายคดียาเสพติด” “ทนายปลอมเอกสาร” “ทนายเทพ” และก็เหน็บเขาทุกคืนแทบไม่มีวันหยุด คดีที่ทนายเดชานำมาพูดบ่อยคือคดีของน้องชมพู่ ที่ “ทนายคดียาเสพติดไปทำคดีให้” บางคนฟังแล้วก็หัวเราะ เหมือนว่าได้ฟังเรื่องขำ ๆ ก่อนนอน

ผมชอบที่เขาเหน็บลุงป้อมลุงตู่ได้แทบทุกระยะ ไม่เว้นช่องว่าง เหน็บแล้วก็มักจะออกตัวว่าเป็นลุงป้อมข้างบ้านนะ “อย่าส่งใครมาจับกูล่ะ ไม่ได้กินกูหร็อก จุ๊กกรู๊"

"กูไม่ได้ว่าใคร กูพูดถึงลุงป้อมข้างบ้าน ยืมนาฬิกาเพื่อน จนเพื่อนตายห่าหมดแล้วยังไม่ได้คืนใครสักเรือน จุ๊กกรู๊”

ทนายเดชาไม่ได้มีแต่คู่อาฆาต แต่เขายังมีอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ มิตรที่คอยปกป้องช่วยเหลือเคียงข้างเขาอยู่ตลอด อัจฉริยะก็เป็นคนดังในโลกโซเชียล เป็น “นักร้อง” ในคดีต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จ และเป็นที่รู้จักกันในนาม “ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” สองคนนี้เข้าขากันดี ทนายเดชาเมื่อได้คุยกับอัจฉริยะก็มักจะนิ่งฟังและตั้งคำถามเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนอัจฉริยะนั้นก็ทั้งให้เกียรติและนับถือทนายเดชา เรียกว่า “อาจารย์” อย่างอ่อนน้อมถ่อมตัว ยามใดก็ตามที่สองคนนี้มาจัดรายการร่วมกัน คนฟังก็จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ลึกลับซับซ้อนอย่างที่คาดไม่ถึง คุณอัจฉริยะ เขาชอบเปิดโปงผู้มีอิทธิพล นักการเมืองชั่ว ตำรวจเลว ทุกอย่างที่เขาพูดนั้นมีหลักฐานที่นำมากล่าวอ้างได้อย่างน่าเชื่อถือ และเมื่อเขาประกาศว่าจะไปทำการฟ้องร้อง หรือจะไปแจ้งความที่นั่นที่นี่ เขาก็ลงมือทำจริงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งแตกต่างกับทนายเดชาที่มักจะอ้างว่า “ให้ความรู้” แต่เพียงอย่างเดียว แต่จะให้ออกแรงไปยื่นเรื่องฟ้องใครต่อใครเขาไม่ถนัด ส่วนใหญ่จะบอกว่า เขาต้องบรรยายที่นั่นที่นี่ เช่นมหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการ หรือบริษัทห้างร้านต่าง ๆ และทุกครั้งจะมีคนเข้าฟังเป็นจำนวนมาก

เรื่องที่เขาคุยว่าตัวเองมีประสบการณ์เยอะที่สุดคือเรื่อง “การทวงหนี้” ซึ่งพร้อมที่จะสอนถึงวิธีทวงหนี้ได้ได้ประสิทธิ์ภาพสูงสุด และอีกเรื่องก็คือการหลบหนี้ หรือทำให้ตัวเอง”รอดพ้นจากการทวงหนี้” ซึ่งเขาก็มักจะหัวเราะก่อนแล้วบอกว่า หลักการง่าย ๆ คือ “คนเราเมื่อเป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้” ไม่มีทางเลือกอื่น แต่จะใช้หนี้อย่างไรถึงจะไม่ให้ตัวเองเดือดร้อนจนหมดเนื้อหมดตัว

ทนายเดชามักจะไปออกรายการ “โหนกระแส”ของหนุ่ม กรรชัยอยู่เป็นประจำ เวลามีข้อกฎหมายที่ต้องตีความหรือถกเถียงกัน หนุ่ม กรรชัยก็จะให้ทีมงานติดต่อทนายเดชามาให้ไปเป็นผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นในข้อกฎหมาย และที่ทำให้เขาโด่งดังเป็นที่รู้จักก็คือช่วงที่ได้ไปนั่งให้สัมภาษณ์คู่กับ “จอมกราบเรียน” ที่ชอบฟ้องร้องผู้คนไปทั่ว หลังจากรายการออกอากาศ จอมกราบเรียนก็แทบไม่มีที่ยืน สิระ เจนจาคะบอกไม่รู้จัก คนในพรรคพลังประชารัฐก็บอกว่านายคนนี้ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ส่วนทนายเดชาก็บอกว่า จอมกราบเรียนคนนี้มีแบ็คอัพเป็นผู้ใหญ่ในรัฐบาล เวลาไปไหนมาไหนตำรวจมักจะให้การต้อนรับพิเศษและดูแลอย่างดีเสมอ

ทนายเดชากลับมาโด่งดังอีกทีก็ตรงที่ไปออกรายการของหนุ่มกรรชัยอีกเหมือนเดิม คดีผู้กำกับโจ้ ทนายเดชาโดนกล่าวหาจากคู่ปรับว่า ได้รับคลิปทำร้ายผู้ต้องหาแล้ว แต่ไม่ยอมเปิดเผย แล้วยังนำคลิปนั้นย้อนรอยกลับไป “ตบทรัพย์” จากนายตำรวจที่ถูกกล่าวหาอีก “ยี่สิบล้าน”

ตอนได้ข่าวนี้ใหม่ ๆ ผมก็ตกใจเหมือนกัน ในฐานะที่เป็นแฟนคลับฟังเขาอยู่เงียบ ๆ เป็นเวลานาน ฟังบ่อย ๆ ก็รู้ว่าทนายเดชาเป็นคนบ้าน ๆ อายุมากเท่า ๆ กับผม ไม่ค่อยรู้เรื่องเทคโนโลยีเหมือนกัน พยายามเล่นติ๊กต๊อก แต่ก็ทำผิด ๆ ถูก ๆ ให้เด็ก ๆ มาต่อสัญญาณหรือมาจัดการให้บ้าง จัดรายการก็แบบลูกทุ่ง นึกจะรับโทรศัพท์ก็รับ นึกจะลุกขึ้นก็ลุก พูดเรื่องธรรมดา ๆ เช่นเรื่องทรงผม เรื่องผมหงอก เรื่องย้อมผม แล้วหัวเราะฮา ๆ เป็นสัญลักษณ์ที่แฟนคลับเรียกร้องเสมอว่า “หัวเราะให้ฟังหน่อยอาจารย์” แล้วเขาก็จะเอาใจเอฟซีด้วยการหัวเราะเสียงดังลั่น บางครั้งพูดไปพูดมาชักเหนื่อยก็ร้อง “จู๊กกรู๊” ขึ้นมาแก้เครียด

ฟังทนายเดชานั้นเอาสนุกเป็นที่ตั้ง ความรู้ต่าง ๆ นั้นก็รองลงมา ข่าวสารก็มีให้ฟังทุกวันเป็นไปตามสถานการณ์ทั้งเรื่องวัคซีนด่านหน้า เรื่องความผิดพลาดในการบริหารจัดการเรื่องวัคซีน เรื่องรัฐมนตรีค้ายา เรื่องรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณะสุข เรื่องม๊อบไล่ลุงตู่ น้ำเสียงนั้นเอนเอียงไปทางเด็กซึ่งเป็นอนาคตของชาติ บางครั้งก็ถามตรง ๆ ว่าเมื่อไรลุงตู่จะลาออกเสียที

ทุกค่ำคืนผมก็จะฟังรายการของเขาจนจบ ซึ่งเขาก็พูดไปตามเหตุตามผล ตามหลักกฎหมาย และเซฟตัวเองไม่ให้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีด้วยการไม่เอ่ยชื่อใคร ไม่พาดพิงใครอย่างตรงไปตรงมา และเขาก็บอกว่า อารมณ์ความรู้สึกของคน รัฐบาลไม่สามารถจะมาสั่งห้ามได้ เช่นชอบ หรือไม่ชอบ รักหรือไม่รัก เวลาเด็กโพสต์ว่าเกลียดลุงตู่ก็ไม่ควรจะไปฟ้องร้องเขา หรือเด็กด่าเอาบ้างก็ถือว่าเป็นธรรมดา ไม่ใช่เที่ยวส่งทีมนักกฎหมายเดินสายฟ้องไปเสียทุกเรื่อง เป็นนายกต้องหัดมีใจกว้าง ยอมรับการถูกตำหนิ และถ้าเห็นว่าไม่ไหว คนเกลียดกันเยอะแล้วก็ควรจะพิจารณาลาออกและให้คนอื่นเข้ามาบริหารต่อ

เวลาที่แขกเข้ามาร่วมออกรายการ เขาก็จะให้เกียรติด้วยการซักถามและตั้งใจฟังอย่างดี ไม่พูดแทรก ไม่พูดมาก แขกที่มีร่วมออกรายการบ่อยก็มีเต้ พระรามเก้า หรือสส.เต้ มาทีไรก็พูดเอามันเป็นหลัก ไม่ค่อยจะได้น้ำได้เนื้ออะไรสักเท่าไร ไม่เหมือนกับเพื่อนของเขา เวลาที่อัจฉริยะมาออกรายการนั่นเป็นอีกความรู้สึกหนึ่ง อัจฉริยะมีข้อมูลอยู่ในมือเยอะ ใครคดใครโกง ใครชั่ว ใครเลว อัจฉริยะรู้หมด และก็มักจะพูดด้วยคำขึ้นต้องว่า “เรียนพี่น้องประชาชน” แล้วก็เล่าเรื่องราวที่ตัวเองมีอยู่ในมืออย่างเป็นจริงเป็นจัง

ฟังทนายเดชาบ่อยก็คิดว่า คนแบบเขาไม่น่าจะทำเรื่องแบบนั้นได้ เรื่องที่จะเอาคลิปตำรวจคลุมหัวฆ่าผู้ต้องหาไปเรียกเงินกับตำรวจยี่สิบล้าน เงินจำนวนนี้เยอะเกินไป อันตรายเกินไป สมมุติว่าได้มาก็ใช่ว่าอยู่เย็นเป็นสุข และคนบ้าน ๆ อย่างทนายเดชาซึ่งมีฐานะพอสมควร มีบ้านมีช่อง มีครอบครัวมั่นคง มีแม่แก่ชราคนหนึ่งที่ต้องดูแล เขาจะทำเรื่องแบบนี้ไปทำไม เงินยี่สิบล้าน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้มา สมมุติว่าไปเรียกร้องตบทรัพย์เขาจริง คนหนุ่มที่ห้าวเป้งอย่างผู้กำกับโจ้จะยอมง่าย ๆ หรือ เขาไม่ให้ลูกน้องเอาปืนมาเป่าหัวเอาก็ดีเท่าไรแล้ว

แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็ไม่เป็นความจริง เมื่อโจ้ออกมามอบตัวแล้วยืนยันว่า ไม่มีเรื่องการตบทรัพย์เรียกเงิน ทนายเดชากับเพื่อนรักจึงพากันแจ้งความเอาผิดกับทนายคู่ปรับ ส่วนคดีจะดำเนินต่อไปอย่างไรก็ค่อยติดตามกัน อัจฉริยะบอกว่า "คนอย่างเขา ถ้าไม่มีภาพประกอบไม่กล้าพูด ไม่มีของไม่กล้าพูด ยิ่งไม่มีหลักฐานยิ่งไม่กล้าพูด"

เมื่อคืนผมก็ฟังสองท่านนี้มาออกรายการคู่กันอีก พูดกันถึงเรื่องคดีของผู้กำกับโจ้ว่ามีเงื่อนงำอย่างไร ใครอยู่เบื้องหลัง ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมา ฟังแล้วก็ขนลุกขนพองว่ารู้สึกว่า ตำรวจนั้นน่ากลัวจริง คุณอัจฉริยะบอกว่า เขาเคยฟ้องตำรวจที่ซ้อมผู้ต้องหาอยู่บ่อย ๆ เช่นจับมาแล้วรีดทรัพย์ รีดความจริง โดยใช้วิธีการที่โหดร้ายทารุณผิดปกติ ซึ่งมีอยู่ประมาณ3-4อย่างคือ

หนึ่ง คลุมถุงดำให้ขาดอากาศหายใจ
สอง จับกดน้ำ
สาม ดีดไข่
สี่ ไฟช็อต

ตำรวจเหล่านี้ทำกันมายาวนานจนเป็นเรื่องปกติ เพื่อจะรีดหาความจริง เค้นให้ผู้ต้องหารับสารภาพ บางคนแม้ว่าจะไม่ได้ทำผิดอย่างที่ถูกกล่าวหา เมื่อโดนตำรวจทรมานอย่างนี้เข้าไม่นานก็เจ็บจนทนทุกข์ไม่ไหวก็เลยต้องเขียนสารภาพตามที่ตำรวจสั่งให้เขียน เมื่อขึ้นศาลดำเนินคดีก็ต้องติดคุกไปตามพยานหลักฐาน

ฟังถึงตอนนี้ก็ใจหายอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ฟังไปจนจบรายการ

ก่อนจะปิดไฟนอน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูที่หน้าเฟซบุ๊คอีกรอบ แล้วเห็นโพสต์ของอาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรโผล่ขึ้นมาที่หน้าจอ ก็เลยต้องอ่านต่ออีกหน่อย จึงค่อยปิดไฟนอน อาจารย์เขียนว่า

“ผู้กำกับโจ้แก้ตัวผ่านมือถือกับ ผบ.ตร. ให้สื่อมวลชนฟังว่า ที่เอาถุงคลุมหัวผู้ต้องหาในคลิปไม่ใช่เป็นการรีดเงิน 2 ล้านอย่างที่เป็นข่าว แต่ต้องการรีดข้อมูลที่ซ่อนยาและไม่ต้องการให้ผู้ต้องหาเห็นหน้า

เรื่องคลุมหัวเพราะไม่ให้ผู้ต้องหาเห็นหน้านั้นฟังไม่ขึ้นอยู่แล้ว แต่สำหรับเหตุผลว่าทำไปเพื่อรีดข้อมูลที่ซ่อนยาเพื่อปกป้องสังคมจากยาเสพติดนั้นเราจะยอมรับได้หรือ?

ผมเรียนว่าเราต้องไม่หลงประเด็นไปตามทางที่เขากำลังพาเราออกไป คือต่อให้เป็นการรีดข้อมูลที่ซ่อนยาเสพติด และไม่มีการรีดเงินจริงๆ ตำรวจก็จะเอาถุงไปคลุมหัวหรือทรมานผู้ต้องหาไม่ได้ และผู้ต้องหาไม่ว่าจะเป็นพ่อค้ายาหรือจะเป็นใครก็ทำแบบนี้กับเขาไม่ได้ครับ

เพราะเราถ้าเรายอมรับให้ใช้วิธีการแบบนี้กับพ่อค้ายาเสพติด หรือยอมรับวิธีทรมานผู้ต้องหาในการแก้ปัญหายาเสพติดได้ ก็แปลว่าถ้าตำรวจอยากทำเช่นนี้กับใครก็ตั้งข้อหายาหรือยัดยาให้ หรือตั้งข้อหาร้ายแรงให้ แล้วก็เอาถุงคลุมหัวหรือทรมานได้ อย่างนั้นหรือ?

ความยุติธรรมเป็นเรื่องส่วนรวมครับ เพราะถ้าความโหดร้ายเช่นนี้มันเกิดกับใครสักคนได้ มันก็เกิดกับทุกคนได้ สังคมได้เห็นคลิปนี้กันหมดแล้ว ท่าน ผบ.ตร.จะฟื้นฟูความเชื่อมั่นกลับมาได้ มีทางเดียวคือต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาให้สังคมเห็นว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ยอมรับวิธีการแบบนี้ และจะจัดการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำแบบนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตำรวจชั้นผู้น้อยที่ส่งคลิปนี้ให้ และให้ข้อมูลว่าคลุมหัวเพื่อเรียกเงิน 2 ล้านบาท ไม่มีการพูดถึงแม้แต่น้อยว่าจะคุ้มครองเขาอย่างไร แค่ผู้กำกับโจ้แค่พูดผ่านมือถือว่า ไม่ใช่การรีดเงิน เป็นแค่การรีดข้อมูลที่ซ่อนยา จากที่ทำท่าขึงขังจริงจังในตอนแรกว่าจะ ‘กำจัดนิ้วร้าย’ ตอนนี้ดูท่าความผิดอาจจะเหลือแค่ ‘สอบผู้ต้องหายาเสพติดหนักมือไป’ เท่านั้นเสียแล้ว

ที่สังคมคาดหวังว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะทำให้เรื่องแบบนี้ไม่เกิดอีก สงสัยคงจะยากที่จะคาดหวังว่าจะเกิดได้เองโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเอาแค่ที่เกิดไปแล้ว คนก็ชักสงสัยว่าก็อาจจะไม่มีการกำจัดนิ้วร้ายกันแล้ว เพราะเท่าที่ฟังดูนิ้วชักจะไม่ร้ายเท่าไหร่แล้ว

แต่สังคมต้องไม่ยอมเรื่องนี้ครับ เพราะดังที่ผมได้เขียนไปข้างต้น ถ้าเรื่องแบบนี้มันเกิดกับใครบางคนได้ มันก็จะเกิดกับทุกคนและเกิดกับเราได้

เรื่องนี้จะต้องมีคนรับผิดชอบ ทั้ง ผบ.ตร. และนายกรัฐมนตรีทั้งในฐานะผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และในฐานะที่ปล่อยให้เวลาผ่านไป 7 ปีโดยไม่ดำเนินการใดที่เป็นการปฏิรูปตำรวจเลย

เริ่มปฏิรูปตำรวจด้วยการไม่ยอมเรื่องนี้ อย่าให้ถุงดำใบต่อไปมาคลุมหัวเราหรือไปคลุมหัวใครอีกครับ”

อ่านจบแล้วก็คิดถึงพลเอกประยุทธ์ สี่ทุ่มกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าท่านนอนหลับแล้วหรือยัง ในฐานะนายกรัฐมนตรีท่านมีความทุกข์ร้อนหรือกังวลกับเรื่องใดมากที่สุด เรื่องม็อบเด็กที่ออกมาขับไล่ทุกวัน เรื่องกลัวว่าจะไม่ได้นั่งเก้าอี้ต่อ เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรื่องการส่งทีมงานไปเจรจากับพรรคเล็กพรรคน้อยให้อยู่ในระเบียบไม่แตกแถว เรื่องความมั่นคงในอำนาจ เรื่องการสั่งการที่มากมายจนนับไม่ไหว เรื่องการเลือกตั้งในสมัยหน้า เรื่องที่ว่าจะได้เป็นนายกต่ออีกสมัยหนึ่ง

ตอนนี้อายุก็หกสิบเจ็ดแล้ว ถ้าสามารถนั่งเก้าอี้ตัวนี้ต่ออีกสมัย นับไปอีกสี่ปีก็เท่ากับ71 หรืออยู่ต่อไปอีกสมัยหน้าโน้น บวกไปอีก 4 ปี ก็เท่ากับ75 คนอายุ75 ถ้าดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี หมั่นออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย ย้อมผมให้ดำสนิท 75 ก็ยังดูดี สมาร์ท แข็งแรง สามารถเป็นนายกต่อได้อีกอย่างน้อยสองหรือสามสมัย คิดแล้วรอยยิ้มก็ผุดขึ้นที่มุมปาก รู้สึกสบายใจ ส่วนเรื่องอื่น อะไรจะเกิดก็ต้องให้มันเกิด พระเจ้าย่อมคุ้มครองคนดีเสมอ ยกมือไหว้เพดานแล้วก็หลับลึกอย่างสบายใจ

ผมนึกภาพที่ท่านนายกนอนยิ้มกริ่มแล้วรู้สึกเหมือนกำลังถูกคลุมหัวด้วยถุงดำ ทำท่าเหมือนจะขาดอากาศหายใจขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ต้องรีบหายใจลึก ๆ แล้วก็ปิดไฟ ล้มตัวนอน

พรุ่งนี้ถ้าตื่นขึ้นมาได้ ไม่ตายเสียตอนที่กำลังหลับ คงได้ฟังรายการ “ทนายคลายทุกข์” อีก ฟังแล้วรู้สึกสนุกดี ชอบความ “บ้าน ๆ” ของเขามายาวนาน
... 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน