• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 421
  • จำนวนผู้ชม : 507569
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 322 , 09:06:05 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

7 กันยายน
กำลังอ่าน “วอลเดน”อย่างเอาจริงเอาจัง อ่านด้วยความลุ่มหลง และรู้สึกยกย่องกับความสามารถในเล่าเรื่องของนักเขียนคนนี้ และก็ยังระลึกคุณงามความดีของสุริยะฉัตร ชัยมงคลผู้แปลที่ได้ใช้ภาษาไทยยังไพเราะเพราะพริ้งงดงามตลอดทั้งเล่ม อ่านไปก็ขีดเส้นใต้ไป จนหนังสือนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยของการอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก คิดว่าในภายภาคหน้าห่างไกลจากวันนี้ไปอีกสี่สิบสิบหรือห้าสิบปี หนังสือเล่มนี้อาจตกไปในมือของใครสักคน และได้เห็นร่องรอยดังกล่าว ก็อาจจะคิดว่า เป็นหนังสือที่ผู้อ่านคนก่อนได้หลงรักและจริงจังกับการอ่านมาก่อนแล้ว บางทีอาจจะมีการสืบค้นประวัติว่า คนที่ขีดเส้นใต้ในแต่ละบรรทัดเอาไว้นี้ เขากำลังสื่อหรือบอกเล่าอะไรภายใต้รหัสของการจดโน้ตตัวเล็กๆเอาไว้ริมขอบหนังสือ

เฮนรี เดวิด ธอโรเขียนบันทึกเอาไว้ตอนหนึ่งว่า

“ขอเรียกร้องให้นักเขียนทั้งหลาย,เสนอเรื่องราวที่เรียบง่ายและจริงใจแห่งชีวิตของตนออกมา,มิใช่เสนอแต่เพียงเรื่องที่ได้ยินหรือได้ฟังมาแห่งชีวิตของผู้อื่นเท่านั้น,จงเสนอเรื่องราวอย่างที่เขียนส่งมาให้ญาติมิตรจากแดนไกล,เพราะหากคนเราใช้ชีวิตอย่างจริงใจแล้ว,มันก็เปรียบเสมือนเขาใช้ชีวิตอยู่ในแดนไกลนั่นเอง”

อ่านจบประโยคนี้แล้ว พยายามทบทวนว่าอ่านหนังสือเล่มไหนที่รู้สึกว่านักเขียนได้เขียนถึงชีวิตออกมาอย่างเรียบง่ายและจริงใจ และก็พบว่าวรรณกรรมทั้งหลายนั้นส่วนใหญ่จะมีน้ำเสียงจริงใจอย่างที่ธอโรเรียกร้อง เรื่องเล่าที่ยิ่งใหญ่นั้นจะตราตรึงปรากฎชัดอยู่ในหัวใจของคนอ่านส่วนใหญ่ก็มักจะเล่าเรื่องออกมาอย่างเรียบง่าย เมื่ออ่านแล้วก็จะทำให้หัวใจของผู้อ่านหวั่นไหว บางครั้งทำให้ต้องเสียน้ำตา หรือหัวเราะขึ้นมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว นักเขียนที่เก่งกาจนำเรื่องเล่าต่าง ๆ มาบรรยายไว้เป็นตัวหนังสืออย่างเป็นธรรมชาติและทำให้อ่านนั้นเปลี่ยนความคิดหรือความรู้สึกได้อย่างมีพลัง

ปัญหานั้นมีอยู่แค่เพียงประการเดียวเท่านั้น คือไม่มีคนอ่าน หรือไม่อยากอ่าน เมื่อปฏิเสธว่า “ไม่อ่าน”ด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ หนังสือก็ไม่อาจแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้ แม้ว่าการอ่านจะเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ แต่คนที่ไม่อ่าน ไม่ชอบอ่าน เขาก็อาจจะคิดว่า เหตุผลของการเปลี่ยนแปลงชีวิตนั้นมีตั้งมากมาย หนังสือเป็นแค่หนึ่งในทางเลือก ซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องเลือกก็ได้ บางคนพูดได้อย่างไพเราะว่า อ่านแต่ชีวิต ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือ

ในบทที่สามของหนังสือ “วอลเดน” ผู้เขียนได้พูดถึงการอ่านเอาไว้ทั้งบท เขาบอกว่า

“แหล่งพำนักของฉันน่าพอใจกว่ามหาวิทยาลัยแห่งใด มีเพียงแต่ในเรื่องการครุ่นคำนึงเท่านั้น,แต่ในการอ่านอย่างจริงจังด้วย,และแม้ว่าฉันจะอยู่พ้นไปจากแวดวงของห้องสมุดสามัญ,ฉันก็ได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ในอิทธิพลของเหล่าหนังสือที่เผยแพร่ไปยังทั่วโลกยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา,ฉันเก็บมหากาพย์อีเลียดของโฮเมอร์ไว้บนโต๊ะตลอดฤดูร้อน,ฉันอ่านหนังสือตื้นเขินเกี่ยวกับการท่องเที่ยวหนึ่งหรือสองเล่มระหว่างพักงาน,

“คนเราบางครั้งพูดประหนึ่งว่าการศึกษาวรรณกรรมคลาสสิคนั้นในที่สุดแล้วก็ต้องเปิดทางให้แก่การศึกษาที่ทันสมัยและสอดคล้องกับยุคสมัยมากขึ้น,แต่นักศึกษาผู้ห้าวหาญจะศึกษาวรรณกรรมคลาสสิคเสมอไป, ไม่ว่ามันจะถูกเขียนด้วยภาษาใดและโบราณแค่ไหน,เพราะวรรณกรรมคลาสสิคคืออะไรเล่า หากมิใช่บันทึกแห่งความคิดอันประเสริฐสุดของมนุษย์, มันเป็นเพียงเทพยากรเพียงอย่างเดียวที่ไม่เปื่อยผุพังไป และมีคำตอบต่อการไต่ถามที่สมัยใหม่ที่สุดอยู่ในนั้นด้วย,

“การอ่านที่ดี นั่นคืออ่านหนังสือที่แท้จริง ด้วยจิตวิญญาณที่แท้จริง เป็นการฝึกฝนตัวเองอันประเสริฐ,ที่จะหนักหน่วงสำหรับผู้อ่านยิ่งกว่าการฝึกฝนใด ๆ ที่ประเพณีตามยุคสมัยยกย่องสรรเสริญกัน,มันต้องอาศัยการฝึกดังเช่นเหล่านักกีฬาดุจกัน,ต้องการความตั้งใจอันแน่วแน่เกือบตลอดชีวิตต่อเรื่องนี้,หนังสือต้องอ่านอย่างสุขุมและระแวดะ
ระวัง พอๆ กับที่มันถูกเขียนขึ้นมา”

“นักพูดยอมตนต่อแรงบันดาลใจของโอกาสชั่วคราว และพูดกับกลุ่มชนเบื้องหน้า,พูดกับเหล่าผู้ที่สามารถได้ยินเขา ,แต่นักเขียนผู้ซึ่งชีวิตที่ราบรื่นยิ่งขึ้นคือโอกาสของเขา”

“ไม่ต้องสงสัยเลยที่อเล็กซานเดอร์มหาราชจะเอามหากาพย์อีเลียตบรรจุหีบล้ำค่าไปด้วยในระหว่างการรอนแรมสัประยุทธ์ของพระองค์”

“หนังสือคือขุมสมบัติมั่งคั่งของโลก และมรดกอันเหมาะสมยิ่งของชั้นชนหลากรุ่นและนานาชาติ, หนังสือที่เก่าแก่สุดเลิศสุด ยืนยงอยู่อย่างเป็นธรรมชาติและชอบธรรมยิ่งบนหิ้งของบ้านทุกหลัง,พวกมันไม่เคยอุธรณ์ร้องขอสิ่งใด, แต่ขณะที่เอื้อความสว่างและเกื้อหนุนผู้อ่านนั้น, สามัญสำนึกของเขาจะไม่ปฏิเสธมัน,”

“คนส่วนใหญ่เรียนอ่านเพื่อสนองความสะดวกเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนกับที่เรียนรู้การทำเลขเพื่อทำบัญชีและจะไม่ถูกโกงในการค้า,แต่กับการอ่านในฐานะที่เป็นการฝึกหัดเชิงปัญญาอันสูงส่ง,พวกเขากลับรู้น้อยหรือไม่รู้เลย, กระนั้นก็มีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นที่เป็นการอ่านในสำนึกระดับสูง,ไม่ใช่ที่กล่อมเราในฐานที่เป็นของฟุ่มเฟือยและข่มประดาความสามารถอันประเสริฐให้หลับใหลไปในขณะเดียวกัน, แต่เป็นสิ่งที่เราต้องยืนเขย่งเพื่อที่จะอ่าน และอุทิศโมงยามที่ตื่นตัวตื่นใจที่สุดของเราแก่มัน

“ฉันคิดว่าเมื่อได้เรียนรู้อักขระของเราแล้ว เราควรจะอ่านสิ่งที่ดีที่สุดที่อยู่ในวรรณคดี มิใช่เอาแต่ย้ำอยู่ที่ระดับเอ-บี-แอบส์และคำพยางค์เดียว”

“ฉันรู้จักคนตัดไม้วัยกลางคนผู้หนึ่ง,แกรับหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศส,มิใช่เพื่อข่าวสาร, เพราะว่าแกอยู่เหนือเรื่องนั้น, แต่เพื่อให้ตัวเองได้ฝึกฝนอยู่เสมอ ,แกเป็นชาวแคนาดาโดยกำเนิด,และเมื่อฉันถามว่า,แกคิดว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในโลกนี้ที่แกสามารถทำได้, แกบอกว่า,นอกจากเรื่องนี้แล้ว,ก็คือการกวดขันและเพิ่มพูนความรู้ภาษาอังกฤษอยู่เสมอ”

“ใช่ว่าหนังสือทุกเล่มจะทึบทึมพอๆ กับคนอ่าน, เป็นไปได้ว่าจะมีถ้อยวาทะที่ต้องตรงกับเงื่อนไขชีวิตของเราอย่างแม่นยำ,ถ้อยวาทะซึ่ง หากเราสามารถสดับและเข้าใจอย่างจริงจัง จะเป็นที่น่านบไหว้ยิ่งกว่ายามอรุณหรือฤดูใบไม้ผลิแห่งชีวิตเรา และเป็นไปได้ว่ามันจะฉาบแง่มุมใหม่ลงเหนือสรรพสิ่งให้เรา มีมนุษย์กี่คนแล้วที่เริ่มศักราชใหม่ในชีวิตของตนจากการอ่านหนังสือเพียงเล่มหนึ่ง, หนังสือเล่มที่ดำรงอยู่เพื่อเรา, บางทีเป็นเล่มที่อธิบายถึงปาฎิหาริย์ต่าง ๆ ของตัวเรา, และเผยให้เห็นปาฏิหาริย์ใหม่ ๆ อีก, สิ่งซึ่งในปัจจุบันมิอาจเอ่ยเอื้อนออกมาได้ เราจะพบที่ไหนสักแห่งที่สามารถเอ่ยเอื้อนมันออกมาได้,”

“ถึงเวลาแล้วทิ่เราจะมีโรงเรียนวิสามัญที่เราจะไม่ละทิ้งการศึกษาของเราไปเมื่อเรากลายเป็นชายและหญิงเต็มตัว, ถึงเวลาแล้วที่หมู่บ้านจะกลายเป็นมหาวิทยาลัย ,และเหล่าผู้อยู่อาศัยอาวุโสจะกลายเป็นชาวมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยเวลาว่างที่จะศึกษาศิลปศาสตร์นานาไปตลอดเวลาที่เหลืออยู่ของชีวิต”

ธอโรได้บันทึกถึงการอ่านและเอ่ยถึงแนวความคิดเกี่ยวกับการอ่านเอาให้ในหนังสืออย่างจริงจัง เขาบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะเลือกอ่านหนังสือคลาสสิคด้วยตัวของเราเองโดยไม่ต้องมีใครมาแนะนำ ทำตัวให้เป็นเหมือนนักศึกษาที่ต้องการแสวงหาการอ่านและการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา การอ่านนั้นทำให้เกิดความสุขสงบสุขอย่างที่คาดเดาไม่ถึง

ผมถือหนังสือเล่มนี้ติดมืออยู่ตลอดเวลา แค่ไปส่งของที่ไปรษณีย์ก็ยังหอบหิ้วติดรถไปด้วย พร้อมกับหวังใจว่า จะหาร้านกาแฟที่โอ่โถงกว้างขวาง ไม่แออัดยัดเยียดด้วยผู้คนจนล้นเกิน เลือกหาโต๊ะเก้าอี้ที่หลบซ่อนอยู่ในมุมเงียบ ๆ แล้วนั่งอ่านหนังสืออย่างจริงจัง ภายใต้กลิ่นอันหอมกรุ่นของกาแฟที่ลอยเป็นควันบางเบาออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ท่ามกลางสายลมที่เย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศ บรรยากาศที่สงบร่มเย็นในร้านกาแฟนั้นเหมาะสำหรับอ่านหนังสืออย่างแท้จริง...




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน