• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 412
  • จำนวนผู้ชม : 495407
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 188 , 09:29:26 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Chaoying , อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

11กันยายน
ตั้งแต่รัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์ให้สวนสาธารณะเปิดให้บริการได้ ก็รู้สึกมีความสุขขึ้นบ้างนิดหน่อย อยู่บ้านมากไปก็กลายเป็นมนุษย์ถ้ำไม่ค่อยได้เจอผู้คน ตอนเย็นหลังจากเลิกงานที่ทำอยู่ในบ้านแล้วก็ได้ขับรถออกจากรั้วบ้านไปวิ่งตามสวนสาธารณะ แม้ว่าจะต้องวิ่งด้วยการเอาผ้าบัฟปิดปากปิดจมูกไว้ก็ไม่เป็นไร ช่วงไหนที่ทางวิ่งโล่งไม่มีคนทั้งหน้าและหลังก็ถอดผ้าออกจากจมูกให้หายใจได้โล่งขึ้น พอวิ่งเข้าไปใกล้คนระยะสองสามเมตรก็ดึงผ้าจากใต้คางขึ้นปิดปากปิดจมูกอีก ทำบ่อย ๆ เราก็ชินไปเอง อย่างน้อยก็เป็นการป้องตัวเอให้ปลอดภัย หรือป้องกันคนอื่นไม้ให้รับเชื้อจากเรา (ถ้าเผื่อว่าเราติด) แต่ผมก็ออกจะสบายใจอยู่ไม่น้อยได้รับวัคซีนครบสองเข็มแล้ว แม้ว่าโอกาสติดโควิดนั้นมี แต่ทางการแพทย์เขายืนยันแล้วว่าจะไม่เสียชีวิต

จากวิ่งอยู่วันละห้าหรือหกกิโล ผมสามารถขยับขึ้นมาเป็นสิบและสิบเอ็ดกิโลได้แล้ว พอวิ่งครบระยะที่วางไว้ก็คิดการณ์ไกลอีกเหมือนเดิมว่าสัปดาห์หน้าค่อยขยับไปที่สิบห้ากิโล อาทิตย์ต่อไปยี่สิบเอ็ดกิโล แต่ทั้งหมดนั้นเป็นความหวังอย่างหนึ่งซึ่งพอถึงวันจริงก็อาจจะมีปัญหาเรื่องปวดหลังขึ้นมาอีก

อาการปวดหลังบ่อยนั้นกลายเป็นเรื่องที่ผมระแวงและวิตกกังวลมาตลอดชีวิต บางทีวิ่งอยู่ดีๆมีความสุขอยู่ได้ไม่ทันข้ามคืน ตื่นเช้ามาปวดหลังชนิดที่ต้องเดินเอียงและขยับตัวทำอะไรแทบไม่ได้ อยากเล่นกอล์ฟก็ไม่ได้เล่น ไม่ต้องพูดถึงการออกไปวิ่ง บางครั้งก็ต้องนอนแช่อยู่นิ่งเป็นระยะเวลายาวนาน ลุกขึ้นได้ เดินได้แต่ต้องเอียงเอวคดไปทางขวา ยกไม้กวาดก็ยังไม่ได้

อาการนี้รักษากันมาหลายปีดีดัก ว่ายน้ำก็แล้ว สควอชก็ทำ แพลงค์ไม่ขาด หายไปเป็นพัก ๆ แล้วก็กลับมาอีก มีรายการวิ่งบางรายการที่ผมไม่ได้ลงแข่งทั้งที่สมัครเสียเงินไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะเกิดอาการปวดหลังขึ้นมาอย่างกะทันหัน

บางรายการก็ซ้อมไม่พอ พอลงแข่งกว่าจะวิ่งจบได้เล่นเอาต้องลุ้นกันตลอดทางว่าไหวไหม ไปต่อได้ไหม แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะจบลงด้วยดี รับเหรียญอะไรเสร็จก็ต้องมายืดเหยียดที่ริมสนามกันนานสองนานเพื่อให้ร่างกายยืดหยุ่นไม่ให้มีอาการปวดหลังกำเริบอีก

มีอยู่บางครั้งที่เดินทางไปกับพี่ ๆ เพื่อจะไปเล่นกอล์ฟต่างจังหวัด ขาไปก็เฮฮาปาร์ตี้คุยวางแผนเรื่องการเล่นกันอย่างออกรส แต่พอถึงวันลงสนามกลับปวดหลังเฉย ต้องนั่งรออยู่ในคลับเฮ้าส์ด้วยความเซ็ง นั่งดูอยู่ริมขอบสนามเห็นพี่ ๆ เขาพัดต์กันอยู่บนกรีนแล้วเสียดายอย่างบอกไม่ถูก เรื่องปวดหลังนี่กำหนดไม่ได้ว่าให้มาวันไหนหรือไม่ให้มาวันไหน นึกจะเป็นมันก็เป็นของมันขึ้นมาเอง

เพื่อนที่เป็นนักกีฬาบางคนหวังดีว่า ปวดหลังอย่างนี้ต้องหยุดเล่นกีฬาทุกชนิดโดยเด็ดขาด ผมเคยหยุดมาแล้ว ไม่ทำอะไร เอาแต่กินกับนอน แต่วันดีคืนดี นอนแล้วลุกไม่ไหวเพราะปวดหลังก็เคย บางวันนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะ บังเอิญดินสอหล่นลงพื้น ก้มลงเก็บ ได้ยินเสียงกระดูกลั่นดัง “เป๊าะ” แล้วก็ปวดร้าวไปทั้งตัว ไม่สามารถขยับตัวได้อีก ต้องคลานสีขาไปนอนพักและพ่นยา กว่าจะหายแต่ละทีก็ต้องใช้เวลานานเหมอ หลายครั้งที่ปวดมากทนไม่ไหวก็ต้องให้ลูกสาวช่วยขับรถไปส่งที่โรงพยาบาลวิภาวดี หมอเขารู้ว่าเราเป็นโรคเดิม ฉีดยาเข็มหนึ่ง แล้วก็นอนพัก จากนั้นก็ปล่อยให้กลับบ้าน

ที่จริงผมควรจะว่ายน้ำบ่อย ๆ ช่วงไหนที่ลงสระวันเว้นวันอาการปวดหลังก็แทบจะไม่มาเยือน แต่ช่วงโควิดที่รัฐบาลประกาศให้ปิดสถานบริการทุกแห่ง สระว่ายน้ำที่ไปใช้บริการเป็นประจำก็ปิดไปด้วย เกือบสามเดือนที่ผมไม่ได้เอาตัวลงไปแช่น้ำในสระอีกเลย

แต่ช่วงนี้คิดว่า ถ้าสระว่ายน้ำเปิดก็จะกลับไปใช้บริการอีก ว่ายน้ำวันหนึ่ง วิ่งวันหนึ่ง แล้วก็กลับมาว่ายน้ำ ร่างกายก็อาจจะปรับสภาพดีขึ้น ซึ่งก็เป็นความหวังของชีวิตอย่างหนึ่ง

ย้อนคิดไปถึงตอนหนุ่ม ๆ เรื่องปวดหลัง ปวดไหล่นี่ไม่เคยมีให้ปรากฏ แต่พอย่างเข้าสู่วัยกลางคน ยกหนังสือขึ้นรถลงรถบ่อย ๆ บางวันขนหนังสือจากรถบรรทุกเข้าไปเก็บในโกดังทั้งวัน ทำต่อเนื่องกันเป็นสัปดาห์ ไม่นานโรคปวดหลังก็มาเยือน ตอนนั้นคิดว่า ถ้าเลิกยกหนังสือก็คงจะหาย แต่ปรากฏว่า โรคนี้เป็นแล้วก็เป็นเลย ไม่มีวันหายขาด

ปีที่แล้ว ผมหยุดวิ่งเกือบเดือน ทั้งที่มีรายการแข่งร้อยกิโลที่เขาใหญ่ วันนั้นจำได้ว่าไปซ้อมกันที่สวนศรีนครินทร์กับน้องนักวิ่งคนหนึ่งซ้อมไปได้สิบแปดกิโลก็รู้สึกปวดหน่วง ๆ ที่บั้นเอว รู้ตัวแล้วก็หยุดยืดเหยียด และวิ่งต่อไปอีกสามกิโลก็รู้แล้วว่ามันไม่หายและทำท่าจะเป็นหนักกว่าเดิน สุดท้ายก็ยอมแพ้ แยกกับน้องนักวิ่งบอกว่าขอกลับบ้านก่อน ถึงบ้านก็เดี้ยงลุกแทบไม่ไหว ไปหาหมอแล้วก็หยุดซ้อมไปเดือนหนึ่ง พอถึงวันแข่งก็ลงแข่งเล่น ๆ ดูว่าจะวิ่งได้สักกี่โล เจอหน้าพี่ป๊อกในงาน เขาถามว่า เป็นไงวันนี้จะเอาสักกี่กิโล เขาพูดเหมือนจะรู้ว่าผมซ้อมมาไม่ถึง ผมก็ได้แต่ยิ้ม คิดว่าได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น แต่พอวิ่งไปวิ่งไปกลับคิดอย่างฮึกเหิมตอนที่มาที่จุดคัทออฟระยะ49กิโล เวลายังเหลืออีกเยอะ คำนวณดูเหลืออีกแค่ 51 กิโล คงไม่เป็นไร ก็ตัดสินใจวิ่งต่อ ในที่สุดก็หมดสภาพเอาที่กิโลที่56 ขึ้นรถกลับด้วยความช้ำชอกใจ

ปีนี้ก็คิดว่าจะแก้ตัวอีก แต่ดูท่าจากฝึกซ้อมและยังไม่เข้าตารางซ้อมอย่างจริงจังเลย คิดว่าคงไม่มีทางจบ แต่ไหน ๆ ก็สมัครเสียเงินไปหลายพันบาทแล้ว ไปนอนเล่น ไปดูบรรยากาศ และไปวิ่งสักหนึ่งมาราธอน42กิโลแล้วก็กลับบ้าน ปีหน้าโน้น ค่อยแก้ตัวใหม่อีก

คิดวนอยู่แต่เรื่องการซ้อม บางทีก็ฮึดสู้ บางวันก็ปล่อยวาง คิดสองจิตสองใจว่าจะเอายังไงดีหนอ จะสู้หรือไม่สู้ แต่การวิ่งนั้นต้องรักษาความสนุกสนานเอาไว้ให้ได้ ถ้าวิ่งแล้วไม่สนุกกลายเป็นเรื่องทุกข์ทรมาน บั่นทอนสุขภาพตัวเองก็อย่างฝืนทำเพื่อให้เกิดความรู้สึกอย่างนั้น คิดง่าย ๆ ว่าถ้าวิ่งร้อยโลไม่จบ ก็มาวิ่งหกสิบโล ถ้าหกสิบโลไม่ไหว ก็วิ่งแค่มาราธอน หรือถ้าไม่ไหวอีกก็ลดลงมาเรื่อย ๆ ต่อไปอายุมากขึ้นก็วิ่งแค่สิบกิโลเอาสนุก ๆ รักษาความสุขและความสนุกสนานกับการวิ่งเอาไว้ให้ได้ เห็นรุ่นพี่ ๆ อายุหกสิบเจ็ดสิบ วิ่งกันด้วยความเบิกบาน ร่าเริง ก็คิดว่าเราก็น่าจะต้องทำอย่างนั้น วิ่งให้ได้ ดีกว่าไม่ได้วิ่ง

การเขียนก็เช่นเดียวกัน

เขียนนิยายไม่ได้ก็เขียนเรื่องสั้น เขียนเรื่องสั้นไม่ได้ก็เขียนบันทึก เขียนบันทึกไม่ได้ก็เขียนเรื่องดอกไม้ต้นไม้เรื่องหมาเรื่องแมวไปตามที่อยากจะเขียน รักษาความสุขจากการเขียนเอาไว้ให้ได้เหมือนกับการวิ่ง

วันนี้วิ่งได้สิบกิโล เหงื่อไหลจนเสื้อเปียก วิ่งจบก็ยืดเหยียดอยู่พักใหญ่ แล้วก็ขึ้นรถกลับบ้าน รู้สึกดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูก นึกถึงคำพี่จรัญที่บอกว่า “มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราต้องได้เจอกับคนแปลกหน้าบ้าง ชีวิตจึงจะเกิดความสมดุล”




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
johnrit วันที่ : 13/10/2021 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
kajohnrit

ขอบคุณมากครับคุณอดุล

ความคิดเห็นที่ 2 johnrit ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 13/10/2021 เวลา : 05.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

เก่งจังเลยค่ะ วิ่งได้ตั้ง สิบกิโลเมตร
ขอบคุณนะคะ ที่ให้ข้อคิดสำหรับการเขียน
ใช่ค่ะ เขียนเพื่อความสุข สุขที่ได้เขียน
ไม่มีอะไรจะเขียน ก็เขียนเรื่องดอกไม้ หมาแมว ไปตามที่อยากจะเขียน
แต่..ตอนนี้มาเจอปัญหา ปวดคอ บ่า ไหล่ ฮิๆ ทำให้เขียนไม่ได้มากดังใจ มีวิธีแก้ไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 1 johnrit ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อดุลย์ วันที่ : 12/10/2021 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

เห็นคุณ kajohnrit บ่นเรื่องปวดหลัง
"...บางครั้งก็ต้องนอนแช่อยู่นิ่งเป็นระยะเวลายาวนาน ลุกขึ้นได้ เดินได้แต่ต้องเอียงเอวคดไปทางขวา ยกไม้กวาดก็ยังไม่ได้..."

อ่านดูแล้วอาการน่าจะคล้ายๆแบบที่ผมเคยเป็นครับ
บางครั้งถึงขนาดต้องไปหาหมอ
หมอจ่ายยาคลายกล้ามเนื้อมากิน หรือกระทั่งทำกายภาพบำบัดที่โรงบาล
ถึงจะทุเลาลง
แต่ก็ยังไม่หายขาด
โดยเฉพาะเมื่อต้องนั่งคุกเข่านานๆ หรือนั่งขัดสมาธินานๆ อาการปวดหลังก็จะกลับมาเป็นซ้ำ

แต่เมื่อราวปีนึงได้แล้วมั้ง
เพื่อนได้ส่งคลิปกายบริหาร
ทำแค่ตอนก่อนนอนกับตอนตื่นนอน (ทำบนที่นอนนั่นแหละครับ)
ครั้งนึงใช้เวลาแค่ 2-3 นาที
อาการปวดหลังของผมหายเป็นปลิดทิ้งเชียวครับ
แล้วจะส่งคลิปนั้นมาให้ทางอีเมล์ kajohnrit@gmail.com
ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน