• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 417
  • จำนวนผู้ชม : 497116
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 236 , 19:35:33 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

12 กันยายน
บ่ายสองโมง ขับรถออกจากบ้าน เตรียมตัวไปวิ่งที่สวนสาธารณะในพุทธมณฑล นัดนัดปกาศิตน้องนักวิ่งคนขยันเอาไว้ก่อนสี่โมงเย็น บอกว่าใครถึงก่อนวิ่งก่อน เขาบอกว่าได้ครับพี่ ผมบอกเขาว่าจะเอาถาดที่เขาใส่ผักกับขนมจีนไปคืนด้วย หลายวันก่อนพี่สาวเขาทำขนมจีนหม้อใหญ่ คงคิดถึงผมเลยให้พี่สาวทำมาเผื่อ ซื้อเส้นใส่ตะกร้าใบใหญ่ พร้อมน้ำยาขนมจีนปักษ์ใต้แท้ ๆ วันนั้นผมไปวิ่งที่สวนสาธารณะหน้าศาลากลางนนท์ จึงไม่ได้เจอกับเขา กลับบ้านมาก็ค่ำแล้ว ได้กินขนมจีนรสชาติปักษ์ใต้ดั้งเดิม หมดไปสองจาน จนถึงขนาดต้องเขียนไปบอกเขาว่า อร่อยมาก ฝากขอบคุณแม่ ขอบคุณพี่สาวด้วย เขาทิ้งถาดอลูมิเนียมไว้ที่บ้าน เมื่อกินทุกอย่างหมดแล้ว หน้าที่คือต้องเอาถาดไปคืนเขา และคิดว่าไหนๆ ก็ไปแถวนั้นนัดวิ่งกันดีกว่า สักสิบหรือสิบสองกิโลก็น่าจะดี

ระหว่างทางก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนชีวี หรือลุงตุ๊ที่ทุกคนรู้จัก เขาถามว่าอยู่บ้านไหม ผมบอกว่ากำลังอยู่ระหว่างทางจะออกไปวิ่ง เขาว่า เพิ่งกลับมาจากอ่างทอง จะเอาผลไม้ มะม่วง มะนาว มะเหมี่ยว ไปแขวนไว้ที่หน้าบ้านได้ไหม ผมว่าขอบคุณมาก แขวนไว้ได้เลย ลูกสาวผมทำงานอยู่ข้างบน เดี๋ยวจะโทรบอกลูกว่าลุงชีวีแวะเอาของไปฝาก พูดจบแล้วก็วางสาย

รู้สึกตื้นตันขึ้นมาที่เพื่อนคิดถึง ตั้งแต่โควิดเราสองคนไม่ได้เจอหน้าเจอตากันเลย ทั้ง ๆ ที่บ้านก็อยู่ไม่ไกลกัน ขับรถไปไม่ถึงสิบนาที ก่อนหน้านี้พอคิดถึงมีธุระหรือไม่มีธุระก็มักจะหาเรื่องโฉบไปหานั่งกินกาแฟสักแก้ว คุยกันสักหน่อยแล้วก็กลับ แต่เมื่อมีโควิดระบาดหนัก เราก็เลยต้องอยู่ประจำบ้านใครบ้านมัน

ขับรถออกไปถนนชนบทด้านหลัง ฝ่าทุ่งนาที่กำลังเจิ่งนองด้วยน้ำฝน ถนนหนทางเฉอะแฉะด้วยดินโคลนร่วงจากท้ายรถบรรทุก ขับบนถนนสายนี้ต้องระมัดระวัง ผ่านทั้งชุมชนและตลาดที่บีบถนนสองเลนให้แคบเข้ามาอีก ช่วงไหนที่เป็นหมู่บ้านก็จะเจอร้านขายของชำเล็ก ๆ เพิงขายกาแฟ เพิงขายผลไม้ พวกกล้วย มะละกอ อ้อย และพืชผักต่าง ๆ ผมเคยเอารถชิดขอบทางลงไปอุดหนุนผัก ซื้อมาสี่สิบบาทได้ผักคะน้า ผักกาดหอมมาเต็มท้ายรถ แม่ค้าเคยแถมหัวปลีให้มาลวกจิ้มกับน้ำพริกกินด้วย บางวันก็จอดซื้อกาแฟโบราณที่หวานจนแสบไส้ ส่วนร้านขายกาแฟสดก็มีอยู่เหมือนกัน แก้วละยี่สิบห้าบาท หอมเหมือนเม็ดมะขาม ขมชนิดต้องขมวดคิ้วบีบจมูกแล้วกลืน

ผมชอบขับรถบนถนนเส้นนี้ เพราะสองข้างทางนั้นเป็นทุ่งนาเสียเป็นส่วนใหญ่ ช่วงที่ข้าวออกรวงนั้นเป็นสีทองอร่าม เมื่อแดดออกตอนสาย ๆ แสงแดดส่องนาข้าวนั้นงดงามจับตา ถ้ารถโล่งก็มักจะจอดแล้วหยิบมือถือเอามาถ่ายรูปเก็บไว้ แต่ถ้าเป็นช่วงการจราจรแน่นหนาก็ขับผ่านเลย

ช่วงนี้ผมติดซีรี่ญี่ปุ่นอยู่เรื่องหนึ่งชื่อ The Road to Restaurants list แปลเป็นชื่อไทยว่า “มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม” เป็นหนังสั้น ๆ ตอนละประมาณครึ่งชั่วโมง เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งทำงานในบริษัท เขามีลูกสาวเป็นวัยรุ่นเรียนอยู่มัธยมปีที่ห้า ทุกสัปดาห์แม่ลูกมักจะชวนกันไปดูคอนเสิร์ต เขาก็ถือโอกาสขับรถแวนของตัวเองออกไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ ๆ และจะไปถึงที่หมายตอนกลางคืน จอดรถนอนอยู่ตามลานจอดที่เขามีไว้ให้แล้วก็อาศัยนอนหลับในรถ ซึ่งเขาก็มีอุปกรณ์ในการใช้ชีวิตบนรถอยู่ประมาณหนึ่งเช่นเบาะนอนยางเป่าลม โคมไฟสำหรับอ่านหนังสือ ผ้าห่มไฟฟ้า เป็นต้น ทั้งหมดเขาเก็บเอาไว้ในกล่องพลาสติก เขามีกฎในการเดินทางอยู่สามข้อว่า

1. ต้องใช้เงินเดือนของตัวเองเป็นค่ากิน ค่าน้ำมัน และค่าทางด่วน
2.ออกเดินทางหลังเลิกงานทุกวันศุกร์
3.จะไม่ชวนใครและไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร

ซูดะชังบอกกับตัวเองว่า “นี่เป็นช่วงเวลาธรรมดาที่ผมจะได้ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว”

เขายังมีนิสัยเฉพาะตัวอีกอย่างที่น่าสนใจมาก คือเขาเสพติดกับร้านอาหารที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือร้านที่จะต้องเลิกกิจการไปในอนาคต บางร้านนั้นอาหารอร่อย บรรยากาศย้อนยุค เปิดมาสามสิบหรือสี่สิบปีแล้ว เมื่อแก่ตัวลงก็ไม่มีคนสืบทอดกผ้ต้องถึงคราวเลิก บางร้านเจ้าของอยู่คนเดียวกับร้านโล่ง ๆ ที่ไม่มีลูกค้า แต่เมื่อเขาเข้าไปก็จะได้รับการต้อนรับอย่างดี รสชาติอาหารไม่ว่าจะเป็นอุด้ง ทงคัทสึ ข้าวห่อไข่ หมูทอด ข้าวแกงกะหรี่ รสชาตินั้นเลิศล้ำจนยากที่จะลืม เมื่อจากลาเขามักจะพูดว่า เขาอาจจะแวะมาใหม่ แต่เจ้าของร้านก็พูดคล้าย ๆ กันว่า ไม่แน่ร้านอาจจะปิดไปแล้วก็ได้

ร้านอาหารเก่าแก่แต่ละร้านนั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัว บางร้านขายเฉพาะอุด้ง ราเม็ง โซบะ บางร้านขายเฉพาะทงคัทสึ เทมปุระ โคร็อกเกะ บางร้านเน้นข้าวแกงกะหรี่ หรือคาราอาเกะ โอโคโมนิยากิ ทาโกยากิ ยากิโซบะ บางร้านขายซูชิ ดงบุริ ยากินิกุ บางร้านก็เน้นขายข้าวห่อไข่ แต่รสชาตินั้นไม่ต้องห่วง อร่อยตั้งแต่กินเข้าไปคำแรก

คนญี่ปุ่นนั้นมีความสุภาพมาก ก่อนกินก็จะต้องบอกก่อนว่า "กินแล้วนะ" อิ่มแล้วก็พูด "ขอบคุณนะที่ทำอาหารอร่อยให้กิน" เจ้าของร้านดั้งเดิมส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนสูงอายุ บางคนอายุ85ก็ยังประจำอยู่หลังเตาไฟ มีลูกสาวมาช่วยเสิร์ฟบ้าง บางร้านก็มีลูกชายมาช่วยเก็บโต๊ะเสิร์ฟอาหาร ลูกสาวร้านขายหมูทอดสารภาพกับซูดะว่าเธอเคยลองทำทุกอย่างตามที่พ่อทำ แต่ว่าไม่เคยอร่อยเหมือนฝีมือของพ่อ ซูดะถามว่า ไม่คิดจะสืบทอดกิจการหรือ เธอว่าไม่ พ่ออยากให้เธอทำในสิ่งที่เธอรักมากกว่า

ร้านเก่าแก่เหล่านี้จะเป็นแหล่งที่ซูดะเสาะหา แล้วก็เข้าไปสั่งอาหารและนั่งกินในร้าน เจออะไรแปลก ๆ เขาก็เล่าให้ฟัง

เป็นหนังที่ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจอย่างมาก เสาร์อาทิตย์ผมน่าจะขับรถไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ แบบเขาบ้าง เมืองไทยเรา นอนในรถไม่ได้เพราะไม่ปลอดภัยเหมือนในญี่ปุ่น ที่พอจะทำได้คือหาเช่าโรงแรมเล็กอาศัยนอนสักคืน ตื่นเช้าขึ้นมาชื่นชมกับท้องทะเล ภูเขาหรือหมู่บ้านที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ขับรถไม่เกินสามชั่วโมงถึง เช่นบางแสน ชะอำ เขาใหญ่ ลพบุรี สระแก้ว นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี นครนายก สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และฯลฯ ทุกเมืองเหล่านี้จะมีแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ ซุกซ่อนอยู่ ไปหาที่นอนคืนหนึ่ง ตอนเช้าตระเวนหาร้านกาแฟสวย ๆ นั่งมองทิวทัศน์ หาร้านเก่าแก่สั่งอาหารรสเลิศกินให้อิ่มแล้วกลับบ้านตอนเย็นวันเสาร์ ผมว่าเป็นอะไรที่น่าจะลองทำเป็นอย่างยิ่ง

ซูดะนั้นไม่ติดโซเชียล เขาชอบถ่ายรูปด้วยกล้องจากมือถือ แต่ก็ไม่เล่นอินตาแกรม ไม่ค่อยโพสต์เรื่องราวเกี่ยวการร้านอาหารหรือของกินอร่อยลงในเฟซบุ๊ค เรื่องราวที่เขาไปเจอมาก็เก็บเอาไว้กับตัวเอง

แต่ผมนั้นติดโซเชียล เล่นทุกอย่างเท่าที่โลกใบนี้มีไว้ให้ ผมว่าสัปดาห์หนึ่งได้ออกต่างจังหวัดทีหนึ่ง ตรงไหนมีที่กางเต็นท์แล้วปลอดภัยก็กางเต็นท์ ตรงไหนไม่ปลอดภัยก็หาโรงแรมหรือเกสต์เฮ้าส์ค้างคืน รุ่งขึ้นค่อยออกมาเดินชมบ้านชมเมืองหรือชมวิวทิวทัศน์ เสร็จแล้วก็เอามาเขียนลงในเฟซบุ๊คให้คนอ่าน

นึกถึงเรื่องนี้ก็ครึ้มอกครึ้มใจอย่างบอกไม่ถูก คิดว่าน่าจะลองทำดูสักสิบครั้งยี่สิบครั้ง อายุมากแล้ว อะไรที่อยากจะทำก็ควรทำเสียให้แล้วเสร็จ

ผมชอบตอนหนึ่งที่มีคนตั้งคำถามว่า จุดหมายของชีวิตคืออะไร เขาเองก็ตอบไม่ถูก แต่เมื่อได้ไปนั่งร้านอาหารแห่งหนึ่ง กินโซบะอร่อยจนหมดชามแล้วเขาก็ยกคำถามนี้ขึ้นมาคุยกับเจ้าของร้านรุ่นเดอะ ถามว่าเป้าหมาของชีวิตลุงคืออะไร เจ้าของร้านตอบโดยไม่ต้องคิดว่า อยากทำอาหารอร่อยให้ลูกค้าได้กินทุกวัน

เมื่อได้รับคำตอบง่าย ๆ เขาก็คิดออกว่า เป้าหมายของชีวิตไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นเรื่องเล็ก ๆที่สามารถทำได้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

เวลาได้กินของอร่อย เขาก็มักรำพึง “ไม่เคยคิดเลยว่าจานหนึ่งจะให้ความสุขแก่เราได้ถึงขนาดนี้”

ลูกสาวของเจ้าของร้านแห่งหนึ่งบอกว่า “ถึงจะลงมือทำเหมือนพ่อทุกอย่าง แต่รสชาติไม่เคยเหมือนกับที่พ่อทำ”

เขากินอาหารเสร็จแล้วจะต้องออกมายืนหน้าร้านแล้วโค้งให้กับบานประตูอย่างอ่อนน้อม พูดเบา ๆ ว่า "ขอบคุณนะครับสำหรับอาหารอร่อย"

ร้านบางแห่ง เจ้าของร้านเดินออกมาส่ง แล้วต่างฝ่ายต่างก็โค้งให้กันอย่างสุภาพ

ดูหนังเรื่องนี้แล้วบางทีก็ตื้นตันใจจนอยากจะร้องไห้ แต่บางครั้งดูแล้วก็รู้สึกหิวและอยากกินอาหารญี่ปุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก คิดว่าประเทศของเขาช่างปลอดภัยอย่างเหลือเชื่อ เอารถไปจอดที่ไหนก็ได้เขาแล้วนอนหลับได้เลย ไม่ต้องกลัวโจรผู้ร้ายเหมือนบ้านเรา

ผมขับรถมาถึงสวนสาธารณะตอนสามโมงเย็น ผมเอื่อยเฉื่อยทอดเวลาไปอย่างเชื่องช้า เปลี่ยนเสื้อยืดสำหรับวิ่ง เปลี่ยนกางเกง และสวมถุงเท้ารองเท้าเสร็จ ปิดประตูรถแล้วก็เดินเอื่อย ๆ ออกจากลานจอดรถ ไปยังลู่วิ่ง โทรศัพท์นั้นทิ้งเอาไว้ในรถ แต่ก่อนจะออกมาก็เขียนข้อความบอกปกาศิตว่าผมมาถึงแล้ว ขอวิ่งจ๊อกไปพลาง ๆ

วันนี้ผมวิ่งได้สิบสองกิโล ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงกับห้าสิบเอ็ดนาที ปกาศิตเขาวิ่งมาจากบ้าน ระยะทางประมาณ 6 กิโล และวิ่งในสวนอีก15 รวมแล้วเป็น21 กิโล ด้วยความเร็วเพซ6ต้น ๆ ในขณะที่ผมวิ่งอยู่ที่เพซ8หรือ9 เขาจึงวิ่งนำผมไปไกล แต่ก็นัดกันว่า วิ่งจบแล้วให้มาเจอกันที่รถ

เลิกจากวิ่งแล้ว เขาชวนผมไปสวัสดีแม่กับพี่สาวของเขาที่บ้านแถวพุทธมณฑลสายห้า ผมเห็นแต่รูปไม่เคยได้เจอตัวจริงของแม่เลยสักครั้ง แม่เคยทำข้าวเหนียวห่อกล้วยฝากผมอยู่สองสามหน ส่วนพี่สาวก็ทำน้ำยาขนมจีนให้กิน เจอหน้าสองคนนี้ผมก็กล่าวขอบคุณที่กรุณาต่อผมพร้อมกับยกมือไหว้ แม่ถามลูกชายว่า ผมเป็นใคร ปกาศิตบอกว่า เป็นนักวิ่ง มาวิ่งแถวนี้ก็เลยชวนมาเที่ยวบ้าน แม่พยักหน้าและยิ้ม

ส่วนพี่สาวนั้นยังอุตส่าห์ไปอุ่นแกงขี้เหล็กในครัวให้ผมเอากลับไปกินที่บ้านอีกหนึ่งถุง

ผมเพิ่งดูหนังญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่องการเอาใจใส่เรื่องอาหารมาหมาด ๆ จึงต้องไหว้ขอบคุณและโค้งให้อย่างจริงใจที่สุด "ขอบคุณมากนะครับ ที่ทำของอร่อยให้กิน"

ไปบ้านปกาศิตยังได้เจอลูกสาวตัวน้อยของเขาสองคนด้วย ทั้งคู่เป็นนักวิ่งเหมือนพ่อ วิ่งวันละสามสี่กิโลทุกวัน ส่วนภรรยาก็เป็นนักกีฬาเหมือนสามี ซ้อมวิ่งวันละอย่างน้อยสิบกิโล บ้านเขาจึงมีแต่คนสุขภาพแข็งแรง ผมรู้สึกซาบซึ้งและประทับใจมาก

ก่อนจากกันผมกดปุ่มเปิดกระจกรถพูดขอบคุณปกาศิตอีกหน “ขอบคุณมากนะครับที่เป็นเพื่อนวิ่งและยังชวนมาเที่ยวบ้าน ขอให้สุขภาพแข็งแรงและเจอกันในสนามวิ่งอีกนะ”
.....
http://bannangsue.lnwshop.com/category




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน