• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 421
  • จำนวนผู้ชม : 506579
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 294 , 11:53:27 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

13 กันยายน
ตื่นเช้าขึ้นมา รู้สึกปวดหลัง ร้าวจากบั้นเอวไปถึงสะโพก ตอนลุกต้องค่อย ๆ จะดีดตัวขึ้นมาเหมือนหนุ่มไม่ได้อีกแล้ว วิธีการลุกคือต้องนอนคว่ำหน้าก่อน แล้วดันตัวไปทางหลัง ยกก้นให้โด่งขึ้น จากนั้นก็ค่อย ๆ ชันเข่าลุกขึ้นยืน ตอนลุกก็ยิ่งเจ็บ แสดงว่าเมื่อวานวิ่งมากไป วันนี้ก็เลยมีปัญหาเรื่องปวดหลังอีก จะว่าวิ่งมากไปก็คงไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ผมก็เคยวิ่งอยู่ทุกวัน ซ้อมวันละยี่สิบกิโลก็ทำบ่อย เรื่องปวดหลังอย่างที่ว่า นึกจะมาก็มา มันเป็นโรคประจำตัวเหมือนกับโรคอาหารไม่ย่อย บางมื้อระมัดระวังตัวแทบตาย กินแต่ของย่อยง่ายเช่นผักหรือปลา แต่เวลาอาหารไม่ย่อยขึ้นมาก็ทำให้ปวดท้อง แน่นไปถึงยอดอก หายใจไม่ออก และปวดมากจนน้ำตาร่วง กว่ายาช่วยย่อยที่กินไปจะออกฤทธิ์ก็ใช้เวลาค่อนชั่วโมง ถ้าปวดมาก ๆ ก็ทำให้ไข้ขึ้นในตอนกลางคืน ช่วงหลัง ๆ นี่ถ้าอาหารไม่ย่อยทีไร ก็จะมีอาการไข้ขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เวลาไข้ขึ้นตอนดึก รู้สึกหนาวสั่นจนต้องลุกขึ้นปิดแอร์และเอาผ้าห่มคลุมจนมิดหัว กินยาพาราไปสองเม็ด รอให้อาการไข้ลดลง ตอนเช้าตื่นมาก็อ่อนเพลียทำท่าเหมือนคนหมดแรงต่อไปอีกหนึ่งหรือสองวัน

ทั้งหมดนี้เป็นโรคประจำตัวที่เลี่ยงหนีไม่พ้น ทุกครั้งที่ปวดหลังก็จะทุกข์ทรมาน เดินตัวเอียงเหมือนคนเอวคด ก้มลงอุ้มหมาหรือหยิบขยะไปทิ้งลงถังหน้าบ้านก็ไม่ไหว ทำได้อย่างเดียวก็คือนอนราบ ๆ ไปบนพื้น รอให้ร่างกายปรับสมดุลสักพักแล้วค่อยลุกขึ้นมาเดินมานั่งได้อย่างคนปกติ

ดูเหมือนว่ายิ่งอายุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาการของโรคประจำตัวทั้งปวดท้องที่เกิดจากอาหารไม่ย่อยกับปวดหลังเรื้อรังจะเป็นบ่อยขึ้นกว่าที่แล้วมา ที่เคยวิ่งได้วันละยี่สิบกิโลก็ทำท่าจะไม่ไหวอีก เมื่อวานวิ่งได้แค่สิบสองกิโล กลับมาก็ไม่เป็นอะไร แต่พอนอนหลับไปตื่นหนึ่ง ตื่นเช้าขึ้นมาปวดหลังจนแทบลุกไม่ไหว มานั่งคิดทบทวน ร่างกายกับจิตใจนั้นไม่ค่อยสอดคล้องกันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

พอปวดเอวก็คิดถึงเรื่องงานแข่งอัลตร้ามาราธอน100กิโลที่เขาใหญ่ซึ่งจะต้องลงวิ่งในเดือนธันวาคมนี้ เวลาเหลือแค่สองเดือนกว่ากับสภาพร่างกายที่เป็นแบบนี้ ผมเริ่มตัดใจแล้วว่า สงสัยลงแข่งไม่ได้ งานวิ่งอัลตร้านั้นเขากำหนดตัวนักวิ่งชัดเจน ห้ามเปลี่ยนแปลง ขายบิ๊บก็ไม่ได้ เพราะเป็นงานวิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องการทำประกันอุบัติเหตุให้กับนักวิ่ง ต้องสอบประวัติก่อนจะลงวิ่งว่าเคยจบมาราธอนมาอย่างน้อยสามครั้ง ต้องมีใบรับรองแพทย์ ต้องแจ้งผลกรุ๊ฟเลือดให้ชัดเจน นักวิ่งแต่ละคนเมื่อสมัครแล้วก็ต้องเตรียมตัวซ้อมมาให้ดี จะเอาบิ๊บหรือหมายเลขวิ่งไปขายต่อเหมือนงานวิ่งธรรมดาไม่ได้ วิ่งไม่ได้ก็ต้องยกเลิก ปีหน้าถ้าอยากจะแก้ตัวก็ให้สมัครใหม่

ปีที่แล้วผมก็ลงวิ่ง แต่ด้วยความที่ซ้อมน้อยอันเกิดมาจากการปวดหลังก็เลยวิ่งไม่จบเหมือนคนอื่นเขา เห็นเพื่อนนักวิ่งที่ลงแข่งด้วยกันสวมเสื้อฟินิชเชอร์พร้อมกับชูเหรียญร้อยกิโลโพสต์ลงโซเชียลแล้วอยากจะแก้มือ สมัครแล้วรอมาหนึ่งปี พอใกล้ถึงวันงานก็ดันมาปวดหลังอีก ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไรนอกจากยกมือยอมแพ้แต่เนิ่น ๆ หรือไม่ก็ไปลงวิ่งเล่น ๆ หมดแรงเมื่อไรก็เลิกเมื่อนั้น จะได้ดูบรรยากาศของงานวิ่งระดับโลกที่มีทิวทัศน์งดงามตลอดเส้นทาง ใกล้ ๆ จะถึงวันแข่งแล้วจึงค่อยตัดสินใจอีกที

ปวดหลังก็ไม่รู้จะทำอะไร นอกจากนอนอ่านหนังสือ และอุ้มหมามานอนกอดเล่น ช่วงหลัง ๆ นี่คุยกับหมาบ่อยขึ้นด้วย นี่อาจจะเป็นโรคของคนแก่อย่างหนึ่ง คือไม่ค่อยจะคุยกับคนแต่หันหน้าไปคุยกับหมาแมวอย่างเป็นจริงเป็นจัง ผมเคยเห็นคนสูงอายุหลายคนนั่งคุยกับแมวได้เป็นเรื่องเป็นราว

วันก่อนก็เคยได้ดูคลิปคุณยายอาบน้ำหมา แล้วนั่งพูดให้หมาฟังได้แทบไม่หยุดปาก อาบน้ำให้ทุกวัน ไม่เห็นจะช่วยงานอะไรยายบ้างเลย ข้าวก็หากินเองไม่เป็น ยายก็ต้องหามาป้อนให้ อาบน้ำเองก็ไม่เป็นนี่ยายก็ต้องมานั่งอาบให้อีก เมื่อไรจะหัดทำเองเสียบ้าง ยายก็แก่ขึ้นทุกวัน ไม่รู้จะอาบน้ำให้เอ็งไปได้อีกนานแค่ไหน เองต้องช่วยงานยายบ้างสิ นอนหลับตาพริ้มอย่างเดียวไม่ได้นะ ยายเหนื่อยและก็แก่ขึ้นทุกวันเอ็งรู้ใช่ไหม ... ขณะที่ยายพูด หมาก็นอนแช่น้ำหลับตาพริ้มอยู่ในกะละมังอย่างมีความสุข เป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก

บางวันผมก็พูดกับหมาของผม คล้าย ๆ กับที่ยายพูด เช่น แกรู้ไหมความรักคืออะไร ความรักก็คือความห่วงใย รักแกมากก็เลยห่วงแกมาก อยากให้แกอยู่ไปนาน ๆ อย่าเจ็บอย่าป่วย ถ้าเกิดแกไม่อยู่หรือตายไปตอนนี้ แล้วฉันจะนอนกับใคร คืนไหนที่ไม่มีแกมานอนเบียด รู้ไหมว่านอนไม่ค่อยจะหลับ บางคืนตอนแกไม่อยู่ ตื่นขึ้นมาดึก ๆ ก็ควานหาแกด้วยความเคยชินว่าแกไปนอนอยู่ตรงไหน กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าแกแอบไปนอนบนเตียงของพี่สาวก็ตกใจแล้ว นึกว่าแกโดนทับจนแบนเป็นกล้วยปิ้ง ทีหลังจะไปนอนห้องไหนก็บอกกันก่อนก็ดีนะ จะได้เตรียมตัวเตรียมใจ นี่ตัวก็เหม็นมากเลย พรุ่งนี้คงได้ฤกษ์อาบน้ำแล้ว อาบน้ำเสร็จแปรงขน จะได้ตัวหอม ๆ รู้ไหมว่าเวลาตัวหอม จะมีคนแย่งกันอุ้มไม่หยุดเลย ปีนี้ก็11ขวบแล้ว แก่เท่ากับคนอายุ77 แล้ว รู้ไหม คน77 สมัยนี้สุขภาพแข็งแรงก็มีเยอะไป แกต้องอยู่ไปให้ถึง15ขวบนะ ถ้าเป็นคนก็ 105 ปีเชียวนะ คนเรามีอายุเกิน100 ปี หายากขึ้นทุกวัน พอคิดถึงเรื่องหมาจะตายนี่ก็รู้สึกเศร้าแปลก ๆ แต่ครั้นคิดว่า ถ้าเราต้องตายก่อนหมาก็เศร้าไปอีกแบบ ใครจะอยู่ดูแลหรือใครจะนอนกอดมันทุกคืนเหมือนที่เราทำ

ด็อกเตอร์เปเรย์ราตัวละครในนิยายของอันตอนิโอ คาบุดคีคุยกับรูปถ่ายภรรยาซึ่งล่วงลับแล้วเป็นประจำทุกวัน เล่าให้รูปถ่ายฟังว่าวันนี้ไปทำอะไรมาบ้าง บางวันก็บ่นเสียดายที่ไม่มีลูกด้วยกัน บางวันก็เล่าให้ฟังว่าได้ไปเจอใครมาบ้าง บางวันก็ย้อนนึกถึงเรื่องเก่า ๆ เช่นว่าตัวเองเคยเป็นหนุ่มหล่อที่สาว ๆ พากันหันมามองตลอดแต่เขากลับหลงรักสาวที่หน้าตาธรรมดาแถมยังจะป่วยออดแอดและเป็นคนขี้โรคมาแต่ไหนแต่ไร เขาพูดกับรูปถ่ายทั้งตอนที่ตื่นขึ้นมาและก่อนที่จะล้มตัวลงนอนในแต่ละคืน

“เปเรย์รายืนยันว่าเขาติดนิสัยพูดกับภาพถ่ายของภรรยามาระยะหนึ่งแล้ว เล่าให้ภาพฟังว่า วัน ๆ ทำอะไรบ้าง คิดอะไรบ้าง และขอคำปรึกษาจากภาพ ผมไม่รู้ว่าผมมีชีวิตอยู่บนโลกไปไหน เปเรย์รา กล่าวกับภาพถ่าย คุณพ่ออันตอนิโอก็พูดกับผมแบบนี้ เรื่องของเรื่องคือวัน ๆ ผมเอาแต่คิดถึงความตาย ผมรู้สึกว่าคนทั้งโลกตายกันหมดแล้ว ไม่ก็จวนเจียนจะตาย แล้วเปเรย์ราก็คิดถึงลูกซึ่งทั้งสองไม่มี เขาน่ะอยากมี แต่จะไปเรียกร้องเอาจากเธอไม่ได้ เธอร่างกายไม่แข็งแรง น่าสงสาร กลางคืนไม่ได้หลับไม่ได้นอน และไหนยังต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลวัณโรคเป็นเวลานานอีกด้วย เขานึกเสียใจและเสียดาย เพราะถ้าหากตอนนี้เขามีลูก ลูกที่โตเป็นผู้ใหญ่มานั่งร่วมโต๊ะคุยกัน ก็คงจะไม่จำเป็นต้องคุยกับรูปถ่ายบันทึกการเดินทางเนิ่นนานมาแล้วจนเขาเกือบจำไม่ได้ เขาพูดว่า เอาเถอะ ไม่เป็นไร อันเป็นคำกล่าวขอตัวจากภาพถ่ายของภรรยา จากนั้นเขากลับเข้าไปนั่งในครัว นั่งลงที่โต๊ะ”

“ก่อนออกจากบ้านเขาหยุดอยู่หน้าภาพถ่ายภรรยา พูดกับภาพว่า ผมได้รู้จักกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อมอนเตย์โร โรสซี ผมตัดสินใจรับเขาเป็นนักเขียนรับเชิญ ให้เขาเขียนข่าวมรณกรรมไว้ล่วงหน้า ทีแรกผมนึกว่าเขาฉลาดปราดเปรื่องมาก ที่ไหนได้รู้สึกออกจะซื่อ ๆ ทึ่ม ๆ เสียด้วยซ้ำ นี่ถ้าเรามีลูกก็คงอยู่ในวัยเดียวกันกับเขา เขาคล้าย ๆ ผมนะ ปอยผมตกมาปรกที่หน้าผาก คุณจำตอนที่ปอยผมตกลงมาปรกหน้าผากผมได้ไหม สมัยอยู่คูอิมบราน่ะ เหมือนกันเลย แต่ตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้นะ ต้องคอยดูกันต่อไป วันนี้เขาจะมาหาผมที่สำนักข่าว เห็นว่าจะนำข่าวมรณกรรมมาให้ เขามีแฟนสวยชื่อมาร์ตา ผมเธอสีทองแดง แต่ท่าทางมั่นใจในตัวเองมากเกินไปหน่อย และยังคุยเรื่องการเมืองด้วย เอาเถอะนะ คอยดูกันไป”

นิยายอิตาลีเรื่องนี้ให้ตัวละครอย่างดร.เปเรย์ราผู้โดดเดี่ยวต้องคุยกับภาพถ่ายวันละหลายครั้ง เขากลับมาจากสำนักงานหนังสือพิมพ์ก็จะต้องหันไปคุยกับภาพ และเล่าให้ภาพฟังทุกเรื่องที่เขาคิด ที่เขาเห็น หรือที่เขาอยากจะเล่าอย่างละเอียด ผมคิดว่า คนแก่ส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างนี้ พอถึงช่วงเวลาหนึ่งก็ไม่รู้สึกอยากคุยกับคนด้วยกัน แต่หันไปคุยกับหมากับแมว และคุยกับสิ่งไม่มีชีวิตเช่นภาพถ่ายของคนที่ล่วงลับไปแล้วเป็นต้น

บางครั้งผมก็ตั้งคำถามกับตัวเองเหมือนกันว่า อายุเท่าไรจึงจะเรียกว่าแก่ เคยถามบุญส่งเพื่อนสนิทของผมว่า คุณรู้สึกว่าแก่แล้วหรือยัง เขาส่ายหน้าและพูดอย่างจริงจังว่าไม่รู้สึกอะไรกับตัวเลขที่สูงขึ้น และมีความสุขกับช่วงวัยที่เป็นอยู่นี้เหลือเกิน แถมยังรู้สึกว่าทุกเรื่องราวที่ผ่านมานั้นทั้งงดงามและวิเศษสุด หวนกลับไปคิดแล้วก็มีความสุข เขาย้อนถามว่า ผมรู้สึกอย่างไร

ผมนึกหาคำตอบไม่ออก และก็ไม่ได้ตอบอะไรเป็นที่ชัดเจน ผมแค่คิดว่า ปัญหาอยู่ที่สุขภาพที่ปวดหลังป่วย ปวดท้องบ่อย นอกนั้นแล้วไม่รู้สึกอะไรกับตัวเลขของอายุเหมือนกัน ผมมีความคิดอยากจะทำอะไรอีกมากมาย เช่นเดินทางท่องเที่ยวตามลำพัง ไปตามสถานที่แปลกใหม่ ไปกางเต็นท์ตามอุทยาน หาร้านกาแฟสวย ๆ ริมทะเลสาบแล้วนั่งอ่านหนังสือ อยากเขียนบันทึกทุกวัน อยากไปปืนเขาสูง ๆ อยากวิ่งเทรลปีละสองครั้ง อยากวิ่งให้จบ100 กิโลสักครั้งก่อนตาย อยากหาของกินอร่อยตามร้านเก่าแก่ที่เปิดมาสามสิบหรือสี่สิบปี (ผมกำลังติดซีรีหนังสือญี่ปุ่น The Road to Restaurants list เรื่องราวของชายหนุ่มปลีกวิเวกสัปดาห์ละหน ขับรถแวนไปนอนค้างตามแหล่งท่องเที่ยว) ผมอยากตื่นมาเช้าวันเสาร์ด้วยความสดชื่น แล้วก็ออกเดินเล่นไปตามห้วยหนองคลองบึง หาดทราย หรือสันเขาก่อนที่จะไปหาของกินตามร้านเก่าแก่ในหมู่บ้านเป็นมื้อเที่ยง นำเรื่องราวของร้านนั้นมาเขียนหรือมาพูดถึง

ทั้งหมดนี้เป็นความฝันของผม

ไม่รู้คนแก่ที่แท้จริงเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง ส่วนผมนั้นรู้สึกว่า ตัวเองยังไม่แก่ มีอะไรที่อยากทำให้หายอยากอีกตั้งมากมาย

แต่ตอนนี้อยากหายปวดหลังก่อน แล้วค่อยว่ากันถึงเรื่องอื่น ๆ ต่อไป
.....
http://bannangsue.lnwshop.com/category




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน