• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kajohnrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 421
  • จำนวนผู้ชม : 506058
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
วันอังคาร ที่ 19 ตุลาคม 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 338 , 15:22:57 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

17 กันยายน
อาการปวดหลังค่อย ๆ ดีขึ้น สามารถเดินตัวตรงได้แล้ว ตอนเช้าหลังจากตื่นนอนก็ทำท่ายืดเหยียดอยู่บนเสื่อโยคะสามสี่ท่าละสิบครั้ง พยายามยืดเหยียดให้หลังตรงที่สุด แรก ๆ เจ็บ ๆ แต่สักพักเมื่อทำได้ห้าเซ็ท ความเจ็บปวดจากการยืดกระดูกและกล้ามเนื้อนั้นก็ค่อย ๆ หายไปทีละนิด และเมื่อทำต่อไปก็รู้สึกสบายขึ้น ทดลองยืนดูก็สามารถยืนตัวตรง เดินได้เกือบเป็นปกติ ไม่มีลักษณะของคนเอวคดอีก พอเดินขึ้นลงบันไดสองสามรอบก็รู้สึกดีและมีความสุขขึ้นมาทันที อยากร้องตะโกนด้วยความดีใจว่าเดินได้เป็นปกติแล้ว แต่ก็ไม่ได้ตะโกนหรือพูดออกไป กลัวลูกจะตกใจหาว่าบ้าหรือเป็นโรคประสาทอ่อนๆ เพิ่มขึ้นอีกโรคหนึ่ง

ผมเรียนวิธีการบริหารจากยูทูปที่เพื่อนในเฟซบุ๊คส่งมาให้ทดลองทำดู และก็อ่านหนังสือ “ปวดหลัง รักษาได้ด้วยตนเอง” ประกอบไปด้วย หนังสือเล่มนี้ซื้อไว้นานหลายปีแล้ว เก็บไว้บนชั้นที่อยู่ใกล้มือ วันไหนปวดหลังก็เอามานอนอ่านและดูท่าบริหารง่าย ๆ ที่เขาเขียนและวาดภาพประกอบไว้ ผมอ่านจนแทบจะท่องได้แล้ว ส่วนเรื่องการบริหารร่างกายในตอนเช้าก็มักจะลืมหรือทำเป็นลืมเสีย หายแล้วก็ไม่อยากจะทำอีก เบื่อ สู้ลืมตาตื่นแล้วลุกขึ้นเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟันเลยดีกว่า

หนังสือเล่มนี้เขียนสุรัตน์ ธนานุภาพไพศาลซึ่งเป็นอาจารย์วิชากายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับวิยะดา ศักดิ์ศรีซึ่งเป็นนักกายภาพบำบัดโรงพยาบาลประสาท เคยเป็นอาจารย์สอนนักศึกษากายภาพบำบัดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยไปทำงานเป็นนักกายภาพที่อเมริกาถึง16 ปี

หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์โดยโพสต์บุ๊คส์เมื่อปี 2553 แบ่งออกเป็น 12 บท คือ

1. การรักษาอาการปวดหลังด้วยวิธีการต่าง ๆ
2. กระดูกสันหลัง
3.กลไกที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง
4. สาเหตุของอาการปวดหลัง
5.สาเหตุของอาการปวดหลังที่เกิดจากท่านทางที่ไม่ถูกต้อง
6. การดูแลรักษาตัวเองเบื้องต้นเมื่อมีอาการปวดหลัง
7. การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของผู้ที่มีอาการปวดหลัง
8.การรักษาอาการปวดหลังที่เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ
9.การบริหารเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัวและยืดกล้ามเนื้อ
10.เมื่อไม่สามารถรักษาอาการปวดหลังด้วยตัวเอง
11. การรักษาและปฏิบัติตนภายหลังการผ่าตัดกระดูกสันหลัง
12.ประสบการณ์การรักษาโรคปวดหลัง

ปวดหลังครั้งนี้ ผมก็หยิบมาอ่านทวน โดยเฉพาะบทที่ 6 “การดูแลรักษาตนเองเบื้องต้นเมื่อมีอาการปวดหลัง” เช่น

“ท่านที่เคยมีอาการปวดหลังมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นแบบเฉียบพลันหรือปวดหลังอย่างรุนแรงมาหลาย ๆ ครั้งนั้น ท่านคงจำได้ว่า เมื่อเวลาผ่านไปในที่สุด อาการปวดจะค่อย ๆ หายไปเอง แต่บางครั้งอาจใช้เวลานาน เมื่อหายจากอาการปวดหลังแล้วก็สามารถมีอาการปวดเกิดขึ้นได้อีกเนื่องจากผู้ที่มีอาการปวดหลังนั้น เมื่อมีอาการดีขึ้น ก็จะเริ่มละเลยการปฏิบัติตนและการรักษาให้ถูกต้อง และลืมข้อควรระมัดระวังต่าง ๆ การรักษาตัวเองเบื้องต้น เมื่อมีอาการปวดหลังอย่างเฉียบพลัน สามารถทำได้โดย

1.จัดท่าทางในท่านั่ง ท่านอน และท่ายืน เพื่อไม่ให้มีการขัดขวางการซ่อมแซมของร่างกาย ต้องเป็นท่าที่ช่วยลดอาการปวดหลังได้อย่างรวดเร็วและมีผลคงอยู่นานสามารถทำได้ง่าย

2.การพักมิได้หมายความว่าหยุดทำงานและนอนพักอยู่บนเตียง แต่ควรพักจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดการปวดมากขึ้น เพราะการพักจะมีความสำคัญในการซ่อมแซมฟื้นฟูร่างกาย

3.การใช้ยาแก้ปวด ควรใช้เมื่อมีอาการปวดอย่างรุนแรงเท่านั้น และควรพยายามลดหรืองดยาแก้ปวดโดยเร็วที่สุด

4.การใช้ความร้อนหรือเย็น ในกรณีที่มีอาการปวดหลังอย่างรุนแรงและเฉียบพลัน การทาถูด้วยน้ำแข็งบริเวณที่ปวด จะช่วยลดอาการปวดหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ผู้ที่มีอาการปวดหลังไม่สามารถทำเองได้ จะต้องมีคนช่วยทำให้ ให้เอาถ้วยกระดาษใส่น้ำวางไว้ในช่องทำน้ำแข็ง เมื่อน้ำกลายเป็นน้ำแข็งแล้วให้ฉีกก้นถ้วยออก ผู้ช่วยใช้มือจับที่ขอบถ้วยกระดาษด้านบนให้ผู้ที่มีอาการปวดหลังนอนคว่ำ หากมีอาการปวดมาก ให้ใส่หมอนรองไว้บริเวณท้อง หรือให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านอนตะแคงมีหมอนอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้าง วางผ้าขนหนูบริเวณหลังเพื่อรองรับน้ำที่ละลายจากก้อนน้ำแข็ง ให้ผู้ช่วยทาถูน้ำแข็งบริเวณกล้ามเนื้อหลังบริเวณเอวและส่วนบนของสะโพกโดยห้ามวางน้ำแข็งอยู่กับที่ ในช่วงแรกจะมีอาการปวดจากน้ำแข็งให้หยุดพัก3-4วินาที และทำต่อไป รวมเวลาที่ทาถูด้วยน้ำแข็งประมาณ3-5นาที ทำวันละ3-4ครั้งในช่วง2-3วันแรก

5.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น

6.การบริหารร่างกายเพื่อลดอาการเจ็บ และฟื้นฟูการเคลื่อนไหว

ผมขีดเส้นใต้ไว้ที่หัวข้อ "การบริหารร่างกายเมื่อมีอาการปวดหลังเฉียบพลัน"

“ผู้ที่มีอาการปวดหลังเฉียบพลัน บางครั้งจะมีอาการปวดหลังตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในท่าใด อาการปวดหลังจะเพิ่มขึ้นในท่านั่งหรือท่าลุกขึ้นยืน หรือท่าก้มหลัง ในกรณีที่อาการรุนแรงมาก อาจทำให้ไม่สามารถยืนยืดตัวตรงได้ ทำให้ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ ในกรณีอาการรุนแรงเช่นนี้ ผู้ที่มีอาการปวดหลังควรจะต้องนอนพักจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ และให้เริ่มทำการบริหารร่างกายให้เร็วที่สุด

“จากการวิจัยพบว่า การนอนพักอย่างเดียว โดยไม่ทำการบริหารร่างกายร่วมด้วยไม่ใช่วิธีการรักษาอาการปวดหลังที่ดีที่สุด ควรกระตุ้นให้ผู้มีอาการปวดหลัง เริ่มทำการเคลื่อนไหวร่างกาย และบริหารร่างกายเพื่อการรักษาให้เร็วที่สุด และพยายามลุกขึ้นยืนตรงหรือเดินให้มากที่สุด ผู้ที่ปวดหลังอย่างรุนแรงบางท่านอาจต้องนอนพักนานเกิน 2 วันจึงสามารถลุกขึ้นมายืนหรือเดินได้ และแม้ว่าอาการปวดหลังจะรุนแรง ท่านก็ควรจะลุกขึ้นมาเดินหรือยืนอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง

ในระหว่างที่มีอาการปวดหลังอย่างรุนแรง และท่านยังอยู่ในระหว่างการนอนพักนั้น ท่านสามารถเริ่มบริหารร่างกายเพื่อรักษาอาการได้ ในระยะแรกท่านสามารถนอนคว่ำได้ ให้เริ่มทำท่าบริหารที่ 1 คือท่านอนคว่ำ มีทั้งคำบรรยายและภาพประกอบ

ผมอ่านแล้วก็ทำตามไปทีละท่า ทำประมาณ6-8ครั้ง หรือทุกสองชั่วโมง

ท่าที่สองนั้นให้แอ่นหลังบนข้อศอก ผมก็ทำได้ และก็ทำทุกสองชั่วโมงเหมือนกัน มันช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น และด้วยท่านี้นี่เอง ทำให้ผมสามารถลุกขึ้นมายืนตัวตรงและเดินเหินได้เกือบเป็นปกติในวันนี้

หนังสือ“ปวดหลัง รักษาได้ด้วยตนเอง” พูดตรงใจมากว่า เมื่อเราหายดีและรู้สึกทุกอย่างเป็นปกติแล้ว เราก็ลืมที่จะบริหารร่างกายอีก ตื่นเช้าขึ้นมาก็พรวดพราดทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่นไปวิ่ง ไปนั่งที่โต๊ะทำงานและเริ่มงานทันที หรือไม่ก็ออกกำลังกายอยากหนักโดยไม่เคยคิดที่จะบริหารร่างกายกระตุ้นกล้ามเนื้อก่อน ไม่นานโรคปวดหลังเฉียบพลันก็กลับมากำเริบ จนต้องนอนนิ่งอยู่กับที่ และก็หยิบหนังสือมาอ่านใหม่ อ่านวนอยู่ตรงที่เดิม แล้วก็ทำท่าบริการร่างกายเหมือนเดิมอีก วน ๆ เวียน ๆ อยู่อย่างนี้มายาวนาน

ตอนปวดหลังอย่างรุนแรงนั้น เคยตั้งจิตแน่วแน่ว่า ต่อไป ตื่นนอนทุกเช้าจะต้องปูเสื่อโยคะและบริหารร่างกายทุกวัน วันละอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ขอให้หาย ๆ แล้วจะทำตามที่สัญญากับตัวเองไว้ แต่พอหายเข้าจริง ก็ลืมเสียทุกที บางทีก็แกล้งลืม เสื่อโยคะวางอยู่ใต้เตียง เห็นสีน้ำเงินโผล่มาทักทายทุกเช้า แต่ก็แกล้งเบือนหน้าไปทางอื่น ทำเป็นมองไม่เห็น เหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกันอย่างไรก็อย่างนั้น

วันนี้ถือเป็นวันที่ดีเยี่ยม ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งออกจากโรงพยาบาลใหม่ ๆ ร่างกายกลับมาแข็งแรงสดชื่น ตื่นเช้าผมบริหารร่างกายจนครบครึ่งชั่วโมง แล้วก็ลงมาข้างล่าง อุ้มหมาขึ้นมาพาดบ่าได้สบายมาก ได้ยินเสียงหายใจแฮ่ก ๆ ของบัตเตอร์แล้วรู้สึกดี มันชอบทุกครั้งที่ผมอุ้มพาเดินไปรอบ ๆ บ้าน ชี้ชวนกันดูต้นไม้ ดอกไม้ที่เราสองคนช่วยกันปลูก ช่วยกันรดน้ำพรวนดิน บางช่วงเราอยู่กับต้นไม้กันค่อนวัน บัตเตอร์ชอบมากกับการพรวนดินให้ปุ๋ย และชอบยิ่งขึ้นถ้าเห็นผมหยิบกล้องออกมานอกบ้านแล้วถ่ายรูป เขาจะส่งเสียงเห่าร้องเรียกให้หันกล้องไปทางเขา ผมบอกว่า บัตเตอร์หันมา เขาก็จะหันหน้าให้กล้องและยิ้มจนเห็นลิ้นห้อยเป็นสีชมพู

เวลาเราไม่เจ็บไม่ป่วย รู้สึกว่าชีวิตนี้มันช่างงดงามอย่างน่ามหัศจรรย์ โลกมันก็สดใสสวยงามขึ้น เสียงนกร้องก็ฟังไพเราะกว่าเดิม ฟ้าก็เป็นสีฟ้ากระจ่างแจ้ง แสงแดดที่ส่องลงมากระทบผืนหญ้าก็ดูเหมือนงานศิลปะชั้นเลิศ ดอกไม้ก็เปล่งรัศมีโดยรอบให้สังเกตเห็น หมาน้อยก็ทำท่าเหมือนจะพูดได้ขึ้นมาอย่างที่ไม่คาดฝัน

เพราะเหตุผลอันน่าพิศวงเหล่านี้ จึงทำให้เราอยากมีอายุยืนยาว
...
https://shopee.co.th/bannangsue?categoryId=100643... 
 
 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน