*/
  • cozy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kulawatt@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-14
  • จำนวนเรื่อง : 267
  • จำนวนผู้ชม : 633094
  • จำนวนผู้โหวต : 1186
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1186 คน
<< มีนาคม 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม 2554
Posted by cozy , ผู้อ่าน : 16742 , 10:09:59 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 11 คน apooh , Kati และอีก 9 คนโหวตเรื่องนี้

มีนักวิชาการทั้งเสื้อแดงและเสื้อขาวหลายท่านมักจะพูดถึงสถาบันกษัตริย์ของประเทศอังกฤษเสมอ ในหลายๆแง่มุม แต่โดยรวมผมเห็นว่าเนื้อหาจะคล้ายๆกันคือ มักจะบอกว่าสถาบันกษัตริย์ของอังกฤษเป็นแค่สัญลักษณ์ไม่ได้มีอิทธิพลใดใดอีกต่อไปมานานเป็นร้อยปีแล้ว

ผมก็ยังสงสัยว่ามันจะเป็นจริงขนาดนั้นหรือ เพราะเท่าที่อ่านหนังสือหลายๆเล่มก็ยังมีบางอย่างที่ผมพอจะเชื่อได้ว่าสถาบันอังกฤษยังมีความหมายกับประชาชนส่วนใหญ่ไม่น้อย

แต่จากการอ่านผมยังอธิบายอะไรไม่ถูก จนได้เห็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่แสดงภาพที่ผมเชื่อไว้ได้ค่อนข้างดี

คือหนังที่ได้รางวัลออสก้าร์เรื่องล่าสุด The King's Speech ซึ่งสร้างจากเหตุการณ์จริง

เรื่องเล่าอย่างย่อที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ ในช่วงราวๆปี 1934 การเมืองอังกฤษมีปัญหาภายในพอสมควร ในเรื่องประมุขแห่งรัฐ เนื่องจากราชวงศ์อังกฤษในขณะนั้น เจ้าชาย Albert ดยุคแห่งยอร์ค  (Colin Firth) รัชทายาทอันดับที่สองทรงพระประชวรด้วยโรคติดอ่าง พระองค์ทรงมีปัญหาในการตรัสในที่สาธารณะ สร้างความกลัดกลุ้มพระทัยให้แก่พระเจ้ายอร์จที่ 5 (ผมขอเขียนออกเสียงตามอังกฤษ จอร์จ เป็นการออกเสียงแบบอเมริกัน) พระราชบิดาไม่น้อย เหตุเพราะเจ้าชาย เดวิท  (Guy Pearce) รัชทายาทอันดับหนึ่งทรงมีพระกริยาวัตรบางอย่างไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พระองค์ทรงไปพึงพอใจผู้หญิงที่หย่าสามีอันผิดเงื่อนไขของศาสนาคริสต์นิกายอังกฤษ

ดยุคแห่งยอร์ค ก็ทรงตะหนักเรื่องนี้ นอกจากจะทรงกระตุ้นให้พระเชษฐารู้สึกถึงหน้าที่รับผิดชอบแล้ว พระองค์โดยเฉพาะอย่างพระชายา Elizabeth (Helena Bonham Carter) ยังทรงหาทางรักษาโรคนี้โดยไปหาหมอมาแล้วถึง 7 คน

หนังเปิดเรื่องด้วยซีนที่น่าสะเทือนใจ เมื่อเจ้าชาย Albert พยายามจะทรงตรัสเปิดงานแข่งม้าประจำปี แต่พระองค์ก็ไม่อาจจะตรัสได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ จนพระชายาต้องทรงพระกรรแสงด้วยความสงสาร

ในภาวะที่เกือบจะหมดหนทางพระชายาได้พบกับ ไลโอเนล (Geoffrey Rush) นักบำบัดการพูดหัวทันสมัยจากประเทศออสเตเรีย พระองค์ได้ทรงเข้ารับการรักษา ถึงแม้ว่าช่วงแรกๆพระองค์ไม่ทรงพอพระทัยในวิธีการรักษาแบบแปลกๆ (เช่น ลีโอเนลยืนยันว่าจะต้องเสด็จมารักษาที่ออฟฟิตของเขา / ให้ทรงหัดตรัสจากบทละครเชคสเปียร์ / และให้เลิกสูบพระโอสถมวน) จนแทบจะตัดเป็นตัดตายกันหลายครั้ง

สองปีต่อมาพระเจ้ายอร์จที่ 5 เสด็จสวรรคต ราชบัลลังค์ตกสู่เจ้าชายเดวิทในพระนามพระเจ้า Edward ที่ 8 แต่พระองค์ทรงยืนยันจะอภิเสกสมรสกับนางซิมสันหญิงม่ายชาวอเมริกัน ทำให้เกิดแรงต้านอย่างหนัก ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและรัฐมนตรีต่างวิตกอย่างหนัก เพราะบ้านเมืองตอนนั้นก็เข้าภาวะคับขัน

นักการเมืองหลายๆคนได้เข้าเฝ้า ดยุคแห่งยอร์คขอพระราชทานคำปรึกษา แต่รัฐมนตรีและ สส. บางคนก็ยังลังเลอยู่เพราะกังวลเรื่องที่กษัตริย์ซึ่งไม่อาจตรัสกับประชาชนได้

แต่สุดท้าย พระเจ้า Edward ที่ 8 ก็ทรงสละราชสมบัติจริงๆ ตามประเพณีและสภาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากอัญเชิญเจ้าชาย Albert ขึ้นครองราชย์ในนาม พระเจ้ายอร์จที่ 6 

ในฐานะประมุขของรัฐในภาวะวิกฤติ พระองค์ทรงตระหนักดีถึงภาระของพระองค์ที่จะเป็นขวัญและกำลังใจแก่บรรดาพสกนิกร ซึ่งกำลังสับสนมากในภาวะที่สงครามกำลังจะเกิดขึ้น ยิ่งสภาพกองกำลังของต่างชาติ (ในกรณีนั้นคือนาซีเยอรมัน) ที่รุนแรงเด็ดขาดภายใต้ผู้นำอย่าง ฮิตเลอร์ ที่มีวีธีการพูดปลุกใจอย่างเหลือเชื่อ

ในหนังเรื่องนี้ ก็มีซีนหนึ่งที่ให้พระเจ้า ยอร์จที่ 6 ทรงทอดพระเนตรโทรทัศน์เห็นฮิตเลอร์กำลังพูดปลุกใจยุวชนนาซีอย่างชัดเจน และก็ทำให้พระองค์ก็ทรงโทมนัสอย่างยิ่งที่ยังทำไม่ได้ถึงเพียงนั้น

แต่นั้นก็ยิ่งทำให้พระองค์ทรงมุ่งมั่นมีขัตติยะมานะจะเอาชนะอาการป่วยนี้ให้ได้ ถึงกับลดพระองค์กลับไปขอโทษ ลีโอเนล และเริ่มการรักษาอย่างจริงจังอีกครั้ง

พระเจ้ายอร์จที่ 6 และ พระราชินี พระองค์จริง

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ มีหลายซีนแสดงให้เห็นว่าประชาชนอังกฤษยังผูกพันกับสถาบันกษัตริย์ค่อนข้างสูง แต่ซีนที่ทรงพลังที่สุดเห็นจะเป็นซีนสุดท้ายที่แสดงบทสรุปของเรื่องราวนี้

เพราะเอาเข้าจริงๆ เป็นเรื่องของคนคนหนึ่ง ที่รู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อยบางอย่าง จนทำให้รู้สึกท้อถอยที่จะทำอะไร รวมทั้งพยายามปฎิเสธภาระหน้าที่ที่ตนเองจะต้องได้รับผิดชอบอยู่เสมอ แต่เมื่อถึงเวลา และรู้ว่าตนเองเป็นพึ่งที่หวัง และเป็นกำลังใจของคนอีกนับล้าน เขาก็ยอมต่อสู้กับอาการที่ตัวเขาก็เกือบจะยอมแพ้ไปแล้วไม่รู้จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย Tom Hooper  ภาพยนตร์ทำได้ดีครับ สมควรที่จะได้ทุกรางวัลเท่าที่ได้มา ทั้งลูกโลกทองคำและออสก้าร์ ส่วนภาคการแสดงอย่าง Colin Firth ก็แสดงเป็นพระเจ้ายอร์จที่ 6 อย่างสมบทบาท โดยเฉพาะการพูดติดอ่าง ไม่แปลกใจที่ได้ตุ๊กตาทอง ส่วนบท ไลโอเนล ก็ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง เจฟฟี่ย์ รัช มาแสดง (จริงๆ รัช คือตัวเลือกแรกสำหรับบทพระเจ้ายอร์จที่ 6 แต่เขาชอบบทไลโอเนลมากกว่า และแนะนำให้ทีมสร้างเลือก ฟิธ มาแสดงแทน)

ในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ เมื่อถึงคราววิกฤติจริงๆ ผมเชื่อค่อนข้างมากว่า เสียงที่ประชาชนต้องการได้ยินเพื่อปลอบประโลมใจนั้น ไม่ใช่เสียงของนักการเมืองคนไหน แต่เป็นพระสุรเสียงของพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น

หนังตอกย้ำความเชื่อของผมในซีนสุดท้าย ซึ่งอังกฤษต้องประกาศสงครามกับยักษ์ใหญ่อย่างเยอรมัน ที่ตอนนั้นยึดยุโรปได้ค่อนทวีป กำลังจะตีฝรั่งเศสแตก ประชาชนอังกฤษอยู่ในภาวะขวัญเสียขนาดหนัก และเป็นภาระของพระเจ้ายอร์จที่ 6 ที่จะต้องทรงตรัสกับพสกนิกรทางวิทยุไปทั่วโลกเพื่อสร้างกำลังใจ

ในห้องกระจายเสียงนั้น มีเพียงพระองค์กับไลโอเนล แต่ด้านนอก ในพระราชวังที่ทั้งพระชายาและพระราชธิดา (ควีน Elizabeth ครั้งทรงพระเยาว์ - เจ้าหญิงมากาเร็ต) / พระราชวงศ์ / คณะรัฐมนตรี / ทูต / สส. และนอกพระราชวังที่ลานที่ประชาชนนับพันมารอฟังพระราชดำรัส

และนั้นเป็น The King's Speech ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของชาติอังกฤษ พระองค์ตรัสอย่างเกือบจะหายขาด รวมทั้งเนื้อหาในนัั้น

"ถ้าเป็นไปได้ ข้าพเจ้าอยากจะไปพบพวกท่านทุกคน ข้าพเจ้าอยากเข้าไปนั่งในบ้านท่านและพูดปลอบใจพวกท่าน แต่เมื่อมันไม่อาจทำได้ ข้าพเจ้าจึงขอพูดกับพวกท่านในวิทยุนี้ และขอให้พวกท่านของมีความสามัคคี มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่ประเทศอังกฤษกำลังจะต่อสู้"

หนังย้ำซีนตรงนี้โดยแสดงให้เห็นถึงพสกนิการทั่วประเทศ คนทุกชนชั้นต่างรอฟังพระราชดำรัส ตั้งแต่พวกผู้ดีในคลับสโมสรหรูหรา / ผับบาร์เล็กๆชานเมือง / ร้านอาหาร / สนามกีฬา / ในบ้านเรือนแต่ละหลัง / บรรดาทหารที่เตรียมตัวออกรบ - เมื่อดูในแววตาแล้วทุกคนต่างมีความเชื่อมั่นเมื่อได้กำลังใจจากองค์เหนือหัว

ผมชอบนัยยะของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่บอกว่า การที่คนคนหนึ่ง ซึ่งต้องพยายามเอาชนะตัวเอง ในภาวะที่ต้องรับผิดชอบคนเป็นสิบๆล้านนั้น เมื่อมันประสบความสำเร็จ มันไม่เพียงแต่เป็นชัยชนะของเขาเท่านั้น แต่มันเสมือนชัยชนะของคนทั้งชาติ

การที่นักวิชาการหลายๆท่านออกมาพูดถึงสถาบันกษัตริย์ของอังกฤษบ่อยๆในช่วงหลังนี้ ผมก็ไม่ทราบจะมีจุดหมายอะไรแน่แท้ แต่มีประโยคหนึ่งในหนังที่ พระเจ้ายอร์จ ที่ 6 ทรงตรัสกับ ไลโอเนล เมื่อทรงท้อพระทัยในการรักษาและไม่เข้าใจว่าราษฎรจะต้องการอะไรจากพระองค์

"ฉันมีอำนาจอะไรหรือ ฉันสั่งให้ลดภาษีได้ไหม สั่งให้ลดราคาสินค้าได้ไหม แล้วจะมีใครมาหวังอะไรจากฉัน"

ไลโอเนลเอาแต่ยิ้มและมองเข้าไปในพระเนตรของพระองค์เพราะทราบว่าจริงๆแล้วพระองค์รู้ว่าประชาชนต้องการอะไรจากสถาบันกษัตริย์

 ครับ - ในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ  ผมเชื่อค่อนข้างมากว่า เมื่อถึงคราววิกฤติจริงๆ เสียงที่ประชาชนต้องการได้ยินเพื่อปลอบประโลมใจนั้น ไม่ใช่เสียงของนักการเมืองคนไหนหรอก แต่เป็นพระสุรเสียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น

สิ่งที่อยู่เหนือกว่าอำนาจใดใดคือพระบารมี ที่นักการเมืองคนไหนก็ไม่อาจทัดเทียมได้เลย .......




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 28/03/2011 เวลา : 00.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

ชอบ ''ในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แห่งรัฐ เมื่อถึงคราววิกฤติจริงๆ ผมเชื่อค่อนข้างมากว่า เสียงที่ประชาชนต้องการได้ยินเพื่อปลอบประโลมใจนั้น ไม่ใช่เสียงของนักการเมืองคนไหน แต่เป็นพระสุรเสียงของพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น หนังตอกย้ำความเชื่อของผมในซีนสุดท้าย...''

ชอบ ''...ผมชอบนัยยะของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่บอกว่า การที่คนคนหนึ่ง ซึ่งต้องพยายามเอาชนะตัวเอง ในภาวะที่ต้องรับผิดชอบคนเป็นสิบๆล้านนั้น เมื่อมันประสบความสำเร็จ มันไม่เพียงแต่เป็นชัยชนะของเขาเท่านั้น แต่มันเสมือนชัยชนะของคนทั้งชาติ...''
.................................................................

เพิ่งได้ดูเหมือนกันครับ..เเต่คิดว่าหนังยังขาดไปอีกนี๊ดนึง..นิ๊ดนึงจริงๆ..โดยฝรั่งนั้นเขารู้ๆกันว่าพระเจ้ายอร์จที่6เเละพระราชินีนั้นทรงเป็นที่รักของชาวอังกฤษอย่างมากๆ เขาจึงทำหนังเล่าที่มาที่ไปของการรักษาการพูดของพระองค์...ซึ่งนั่นคงจะพอ-ทว่า หากจะให้พอสำหรับคนเอเชียล่ะก็ควรเติมภาพเเละตัวพิมพ์ตอนท้ายเรื่องให้มากกว่าที่ทำ-โดยบอกถึงว่าท่านอยู่เคียงข้างประชาชนยามสงครามเเละสร้างเเรงใจให้เเก่ประเทศเเละประชาชนเเค่ไหน ภาพถ่ายเเละคำบรรยายอีกสักนาทีสองนาทีจะเติมเต็มครับ.

อ้อ..สำหรับ คห.20 น่ะ.. ''สมมุติเทพ''ตามคติอยุธยาซึ่งรับอิทธิพลจากอินเดียเเละเขมรมานั้นเหมาะกับสมัยนั้นๆครับ เเละเมื่อเข้าสมัยรัตนโกสินทร์นี้ระบบสมมุติเทพก็ได้ถูกพระมหากษัตริย์ไทยองค์ต่างๆทรงลดรูปเเบบเเละวิถีวิธีการลงมากๆให้เหมาะกับยุค เช่น ร.4 เลิกห้ามมองเวลาพระราชดำเนิน หรือ ทรงปรับวิธีการเข้าเฝ้า ร.5 ทรงประพาสต้นเเละทรงคบกับเพื่อนต้น พระมหากษัตริย์ไทยเราท่านไม่ได้ยึดติดนะ-เเต่ที่เราๆท่านๆนั้นถวายการเคารพทุกวันนี้ก็เพราะเราเคารพท่าน เเละเคารพสถาบัน - เหมือนคนกราบพระไม่ได้กราบที่พระองค์นั้นๆเเต่กราบเพราะ'พระ'เเละกราบ'พระสงฆ์'ด้วย เเละเรากราบพระเจ้าอยู่หัวไม่ใช่ว่ากราบเพราะท่านเป็นเทพ (เเต่ว่าไปเเล้วผมว่าท่านทรงเป็นมากกว่าเทพ) เเละกราบพระบรมวงศานุวงศ์ด้วยว่าทรงเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีคุณูปการณ์ต่อชาติไทยมาโดยตลอดเเต่โบราณกาล เเละทุกๆพระองค์ก็ทรงงานต่างๆเพื่อประชาชน.
การเขียนด้วยคำดังกล่าวของ คห.20 จึงเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเรื่องสมมุติเทพ เเละไม่สมควรตอบผู้เห็นเเย้งว่าเขาเหล่านั้นหลับหูหลับตาอยู่ ซึ่งเเสดงถึงว่าใจของคุณjoblovenukนั้นไม่เปิดกว้างพอ เเล้วมีอคติคิดไปเรื่องสร้างภาพอะไรอีก

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
joblovenuk วันที่ : 10/03/2011 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/joblovenuk
พูดคุยกันเพิ่มเติม พบกับมิตรภาพดีๆได้ที่เวปบ้านแพนด้านะครับhttp://www.pandagroup.pantown.com/

ขอโทษด้วยนะครับ ไม่ทราบว่าหลายๆท่านกำลังหลับหูหลับตากันอยู่ ก็ขออภัยที่เข้ามาเสียมารยาทครับ หลงนึกว่าที่นี่มีแต่ผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะสูงเสียอีก .... ถ้าผมตอบความเห็นอย่างนี้ แล้วยิ่งทำให้พวกท่านโกรธ ก็ขออภัย เห็นว่าคุยเรื่องหนัง นึกว่าจะแสดงความคิดเห็นส่วนตัวได้

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 09/03/2011 เวลา : 03.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

ไม่เคยดูหนังเรื่องนี้เลยฮะ แต่อ่านเอ็นทรี่นี้แล้วก็พอเข้าใจ
บทสรุปตอนท้ายถูกใจมากฮะ......สำหรับ คห.๒๐ ผมเองก็ไม่มีความรู้เรื่องสมมุติเทพ
เท่าใดนัก แต่เท่าที่อ่านความเห็นของคุณ ผมว่าคุณไม่ได้รักและเคารพพระองค์เลย

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
Payont วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 18.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

สรุปได้ถูกต้องครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
Jui วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 16.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

ผมพึ่งดู ดีวีดีของภาพยนตร์เรื่องนี้จบเมื่อวันอาทิตย์นี้
ชอบมากเลยครับ...เป็นการเสนอเรื่องราวที่จับต้องได้
และให้ความรู้สึกว่า ประเทศที่มีสถาบันกษัตริย์
ประชาชนก็คาดหวังตามที่คุณร่ายยาว
ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ญี่ปุ่น หรือ ไทย

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

ถูกใจที่ The King's Speech ได้รับรางวัลใหญ่ๆของออสการ์ หลายรางวัล เสียดายที่ยังไม่ได้ดู แต่คงไม่พลาดแน่ค่ะ
ชอบที่คุณ cozy เขียนมากค่ะ เป็นบทสรุปที่คมคาย ทำให้อยากดูหรนังเพิ่มขึ้นมากๆ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
pukpik วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 11.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

ตอน The King's Speech เค้าไม่น่าป่วยเล้ย

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
apooh วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle

โอ้ว นับเปนเอนทรี่ที่รอคอย และมีของแถมด้วย แถมชิ้นใหญ่อย่างหรูทีเดียว
เจ๊ชอบโคซี่เสมอ กับมุมมองที่สามารถสะท้อนเรื่องของคนอื่นในมุมของเรา ในมุมที่เราควรจะมอง
รู้สึกว่าตัวเองได้ยกระดับสติปัญญาทุกครั้งที่ได้อ่านเอนทรี่ของโคซี่
วันนี้ได้ยกระดับจิตใจเปนของแถมอีกต่างหาก มัีนช่างคุ้มค่าจริงๆ

หนังออสการ์ปีนี้จัดหนักมาก ดู บิวติฟุล ต่อด้วย ไฟท์เตอร์ และ คิงสปีส แล้วก็แบล็ค สวอน เพิ่งดู แร็บบิท โฮล กับ ทรู กริท ไป
ต้องบอกว่า ไม่ผิดหวังกับทุกเรื่องนะ แต่พีคสุดๆ ก็คือ สามเรื่องแรก
ภาคการแสดงพี่ว่า ดารานำชายโดดเด่นกว่าคงเปนเพราะ บทโดนมาก บทส่งให้ฉายแสง ส่วนตัวพี่เชียร์ คริสเตียน เบล นะ ถ้าโคซี่ฮะยังไม่ได้ดูไฟทเตอร์ ต้องหามาดูนะ ดูแล้วก็เขียนเล่นความรู้สึกด้วย เจ๊ขอ

พูดแต่เรื่องหนังนะ เพราะเรื่องที่ได้จากหนังโคซี่ฮะเขียนได้ตรงใจหาที่ขัดไม่ได้เลยจ้า

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ต้นฝ้าย วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/123shoot
“If we are to teach real peace in this world, and if we are to carry on a real war against war, we shall have to begin with the children.” Mahatma Gandhi

บุคคลใดๆ จะน่านับถือได้ก็ด้วย ความดี และ ความมานะพยายาม เจ้าชาย Albert ในเรื่องนี้ก็ทรงเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องความมานะพยายามครับ ... พระองค์ทรงลบปมด้อยด้วยความมานะ แต่ไม่ใช่เพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว ในเรื่องทรงทำเพื่อคนทั้งประเทศครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
sunami วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 09.25 น.

vote ครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
BlueHill วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 09.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 20 joblovenu
แสดงความคิดเห็นได้แบบคนไม่รู้แต่ชอบพูดอีกแล้่ว
กลับไปอ่านประวัติศาสตร์กาีรสร้างชาติในอินโดจีนดูใหม่
ว่าความเป็นมาของสมมุติเทพนั้นเกิดขึ้นได้อย่่างไร

รู้น้อย ไม่ว่ากัน กลับไปศึกษาใหม่ได้ ประวัติศาสตร์มีไว้่ให้่เรียนรู้ปัจจุบัน และอนาคต

แต่ถ้าตั้งใจ จงใจ เจตนา กระทบกระเทียบ
ผมว่าคุณเดินไำปส่องกระจกแล้วมองดูกะโหลกกะลาของตัวเองใหม่อีกครั้งดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
cozy วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 08.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

-ขอบคุณทุกความเห็นครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่ชัย ที่ให้สามโหวตรวด !!!! (ล้อเล่นนะฮะ )

คุณภาษาไทย ผมพิมพ์ผิดจริงๆครับ มือจะพิมพ์ ท.ทหารนะ ไปใส่ ส.เสือ เพิ่งเห็น เพราะไม่ได้อ่านทวน ขอบคุณมากครับ

คุณ joblovenuk ผมจำชื่อหนังสับกัน เดี่ยวจะแก้ให้ถูก ขอบคุณที่เตือนนะครับ

แต่เรื่องความเห็นคุณเรื่อง สมมุติเทพ นี่ ผมขอแย้งหน่อยว่าจริงๆความเชื่อทางยุโรปเขาไม่เหมือนกับเราอยู่แล้วนะครับ เพราะทางโน้นเขานับถือศาสนาคริสต์ ตั้งแต่สมัยก่อน king ของเขาก็ไม่ใช่สมมุติเทพอยู่แล้ว แต่เป็นผู้ที่รับคำสั่งจากพระเจ้าให้มาปกครอง

กษัตริย์อังกฤษยังต้องขึ้นกับโรมจนถึงยุคราชวงศ์ Tudor นั่นแหละจึงแยกออกมาตั้งนิกายเองได้ ความนับถือเหล่านี้จึงมีในฐานะอีกแบบ ไม่ใช่สมมุติเทพ

ความเชื่อและศรัทธาเหล่านี้ ผมอยากให้คุณใช้มารยาทเดียวกันกับความเชื่อในศาสนาของผู้อื่น วิธีการคิดหรือพูดของคุณเป็นสิทธิก็จริง

แต่คุณลองคิดดูดีๆ (ผมคิดว่าคุณน่าจะนับถือศาสนาพุทธ) ผมจึงขอยกตัวอย่างหยาบๆ ว่าถ้ามีพวกบ้าๆไม่มีศาสนาสักคน อยู่ดีๆมาให้ความเห็นในหัวเรื่องที่เขากำลังยกย่องพระพุทธเจ้ากันอยู่ว่า "เป็นเรื่องสร้างภาพ เชื่อได้ไงว่าเด็กเกิดมาก็เดินได้ 7 ก้าว" คุณจะรู้สึกอย่างไร แล้วคิดว่ามันเป็นมารยาทที่ดีหรือมารยาทที่เลว

ผมขอแนะนำคุณเพียงเท่านี้ ในกรณีที่คุณจะไปให้ความเห็นในที่อื่นๆต่อไป

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
น.ส.คะน้า วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 07.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chatsha
" May the force be with you. "

คห. 20

... งั้นไม่ไสหัวไปอยู่อังกฤษเลยล่ะ อย่ามากระแนะกระแหนนรกๆแบบนี้เลย ทุเรศลูกกะตาว่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
น.ส.คะน้า วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 07.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chatsha
" May the force be with you. "

คห. 20

... งั้นไม่ไสหัวไปอยู่อังกฤษเลยล่ะ อย่ามากระแนะกระแหนนรกๆแบบนี้เลย ทุเรศลูกกะตาว่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ChaiManU วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 06.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

อยู่ใกล้ๆ คงได้กระทืบให้จมดิน

v
v
v

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
เสฐียนพงษ์_แซ่ตั้ง วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 01.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bengnaja
 อันอริพระราชา  ข้าจักฟันให้บรรลัย

คอมเม้นนี้ผมรู้คุณคิดอะไรอยู่นะ
v
v
v
v

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
joblovenuk วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 00.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/joblovenuk
พูดคุยกันเพิ่มเติม พบกับมิตรภาพดีๆได้ที่เวปบ้านแพนด้านะครับhttp://www.pandagroup.pantown.com/

ผิดแล้วนะครับ ผกก. The queen คือ สตีเฟน เฟรียส์ คนละคนกับผู้กำกับ King's speech แน่นอน และสถาบันกษัตรยิ์ของอังกฤษ ก็ไม่ใช่แค่สัญลักษณ์แน่นอน ถ้าใครติดตามประวัติศาสตร์ ความเป็นมาเป็นไปทั้งหมดของราชวงศ์อังกฤษ ผ่านช่วงยุคสมัยต่างๆมาก็คงจะทราบดี แต่ที่แน่ๆ เค้ามีบริษัทที่วางแผนจัดการภาพลักษณ์ได้เก่ง และที่สำคัญเขาวางตัวได้ดี ทำให้ประชาชนรักได้ โดยไม่ต้องสร้างภาพสมมุติเทพแต่อย่างใด

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy


สวัสดีค่ะคุณ cozy

แม้เป็นเพียงคำพูดในระยะเวลาสั้น ๆ ของพระมหากษัตริย์
แต่จะตรึงใจประชาชนไปนานเท่านาน โดยเฉพาะในยามที่ประชาชนทุกข์ยาก และไม่มีที่พึ่งทางใจ

หนังเรื่องนี้ได้รางวัลด้วย น่าดูจริง ๆ ค่ะ
ขอบคุณที่เล่าให้ฟังนะคะ ... ไว้จะต้องไปดูซะหน่อย

**ปล. เหนือภาพพระเจ้ายอร์จที่ 6 และ พระราชินี พระองค์จริง นั้นกล่าวว่า...

...พระเจ้า ยอร์จที่ 6 ทรงทอดพระเนตรโทรทัศน์เห็นฮิตเลอร์กำลังพูดปลุกใจยุวชนนาซีอย่างชัดเจน และก็ทำให้พระองค์ก็ทรง **โสมนัส ** อย่างยิ่ง...

คุณ cozy อาจบังเอิญพิมพ์ผิดนะคะ
" โสมนัส " หรือ " โทมนัส "
(บังเอิญเห็นค่ะ)


ขอบคุณที่เล่าเนื้อหา และสรุปได้อย่างดียิ่งค่ะ Vote++

http://www.oknation.net/blog/snowdrop/2011/03/07/entry-1

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ChaiManU วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 21.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

ปกติผมค่อนข้างที่จะขี้เหนียวโหวต แต่อ่านเอนทรีนี้แล้วไม่มีจุดไหนให้แสดงความเห็นเพิ่มเติมได้เลย งั้นขอโหวตแล้วกันครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ChaiManU วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 21.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

ปกติผมค่อนข้างที่จะขี้เหนียวโหวต แต่อ่านเอนทรีนี้แล้วไม่มีจุดไหนให้แสดงความเห็นเพิ่มเติมได้เลย งั้นขอโหวตแล้วกันครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ChaiManU วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

ปกติผมค่อนข้างที่จะขี้เหนียวโหวต แต่อ่านเอนทรีนี้แล้วไม่มีจุดไหนให้แสดงความเห็นเพิ่มเติมได้เลยครับ งั้นขอโหวตแล้วกัน

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
จินตกาล วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JINTAKARN

สิ่งที่อยู่เหนือกว่าอำนาจใดใดคือพระบารมี ที่นักการเมืองคนไหนก็ไม่อาจทัดเทียมได้เลย .......
หนังออสการ์ปีนี้ไม่มีโอกาสได้ดูในโรงหนังซักเรื่องเลย ต้องรอแผ่นสถานเดียว

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 20.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

อ่านแล้ว เคลิ้มตามเลยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
pukpik วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

อยากดูล่ะ..

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 18.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

ในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ เมื่อถึงคราววิกฤติจริงๆ ผมเชื่อค่อนข้างมากว่า เสียงที่ประชาชนต้องการได้ยินเพื่อปลอบประโลมใจนั้น ไม่ใช่เสียงของนักการเมืองคนไหน แต่เป็นพระสุรเสียงของพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น
........
ปรบมือให้กับประโยคนี้ค่ะคุณ cozy รู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ครูแดง วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 18.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

"ในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ เมื่อถึงคราววิกฤติจริงๆ ผมเชื่อค่อนข้างมากว่า เสียงที่ประชาชนต้องการได้ยินเพื่อปลอบประโลมใจนั้น ไม่ใช่เสียงของนักการเมืองคนไหน แต่เป็นพระสุรเสียงของพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น"

-โหวตๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 17.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

เมื่อถึงคราววิกฤติจริงๆ เสียงที่ประชาชนต้องการได้ยินเพื่อปลอบประโลมใจนั้น ไม่ใช่เสียงของนักการเมืองคนไหนหรอก แต่เป็นพระสุรเสียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น

ก็อปปี้มาลงเพียงเท่านี้
เพราะบรรทัดสุดท้ายนั้นมิอาจนำมาเปรียบด้วยประการทั้งปวง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

ขอพระบารมีปกเกล้า ปกกระหม่อม คุ้มครองประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์ทั้งปวงด้วยเทอญ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
vii๖ วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 15.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gutswallow

อยากดูหนังเรื่องนี้มากค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ดู แต่เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องหนึ่งที่น่าประทับใจพอสมควร เหมือนการที่คนเราได้ก้าวพ้นข้ามผ่านปมด้อยของตัวเอง คิดว่าถ้าได้ดูแล้ว คงเป็นหนังที่สร้างความรู้สึกดีมากขึ้นเป็นโข

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
SW19 วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

(ผมขอเขียนออกเสียงตามอังกฤษ จอร์จ เป็นการออกเสียงแบบอเมริกัน)

ต้องขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องโดยรวมว่าใน UK ก็อ่าน George ด้วย 'จ' เช่นกัน อ่านกันทั่วไปในสำเนียงอะไรก็ตาม ว่า จอร์จ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Joseph วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Joseph
God Bless You, Michael Joseph

ภาพยนตร์ที่น่าดูอีกเรื่องครับ

มีนัยยะสำคัญหลายประการจริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 13.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

แง่คิดในภาพยนต์เรื่องนี้น่าสนใจมากครับ อันที่จริงคนส่วนใหญ่ก็มีปัญหาในการพูดต่อสาธารณะ เพราะจะเกิดความประหม่าจนพูดไม่ออก แต่เนื่องจากไม่มีภาระที่จะต้องพูด จึงไม่เป็นปัญหามากนัก ส่วนคนที่มีภาระที่จะต้องพูดก็ลำบากมากทีเดียว ไม่เหมือนคนพูดเก่งๆอย่างเฉลิม อยู่บำรุงครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เขียนได้โดนใจมากครับ..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
cozy วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

คุณ Janni_Lee สงสัยตัวอย่างหนังมันใหญ่ไปครับ เดี๋ยวขอแก้ไขก่อน ขอบคุณตำแนะนำและโหวตครับ

จ้า น้องริน ....

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinn

เห็นด้วยน่ะคุณโคซี่ "ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเมื่อถึงคราววิกฤติจริงๆ เสียงที่ประชาชนต้องการได้ยินเพื่อปลอบประโลมใจนั้น ไม่ใช่เสียงของนักการเมืองคนไหน แต่เป็นพระสุรเสียงของพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น"

ปล. เป็นหนังอีกเรื่องที่ต้องดูจ้า

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Janni_Lee วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 10.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mylifeanddogs
Hope, Love, and Joyfulness... It is here on earth and has four legs !

เยี่ยมมากเลยค่ะ
โดยเฉพาะสองย่อหน้าสุดท้าย
โหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

ป.ล. เสียดายตัวหนังสือที่ล้นกรอบหายไปทางด้านขวามือค่ะ
พยายามเปิดจากทุก browser แล้วก็หายเหมือนกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน