*/
  • กนิษฐ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kanis1@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 829
  • จำนวนผู้ชม : 2059564
  • จำนวนผู้โหวต : 2346
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2346 คน
<< มกราคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม 2556
Posted by กนิษฐ์ , ผู้อ่าน : 2881 , 09:00:06 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน BugGOLF , BlueHill โหวตเรื่องนี้

.

การยกเลิกการออกอากาศละครโทรทัศน์ของช่อง 3 เรื่อง “เหนือเมฆ 2” โดยที่ละครยังไม่จบเรื่อง แต่ถูกเลิกเอาดื้อๆ เลยนั้น เป็นการกระทำที่อุกอาจมาก

คือ จงใจทำให้สังคมรู้กันอย่างเปิดเผยไปเลยว่า “กูปิดมึง”

เหมือนเป็นการ “ฆ่าตัดตอน” หรือ“ปลดกลางอากาศ” เอาเสียดื้อๆ 

1) สังคมประชาธิปไตย เป็นสังคมที่ต้องเคารพในสิทธิและเสรีภาพแห่งการแสดงความคิดเห็นของประชาชนในสังคม ทั้งคนที่คิดเห็นเหมือนรัฐบาลและคิดเห็นต่างจากรัฐบาล ทั้งที่มีรสนิยมเหมือนและต่าง

ไม่ใช่ว่า ใครชนะเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาลแล้ว จะสามารถบีบบังคับให้มนุษย์ทุกคนในประเทศนี้คิดเห็นเหมือนกันกับรัฐบาลเท่านั้น หรือเชลียร์ผู้มีอำนาจในรัฐบาลเท่านั้น

เพราะถ้าปล่อยให้ผู้มีอำนาจการเมืองแทรกแซงสื่อ ครอบงำสื่อแบบเบ็ดเสร็จ ก็จะนำไปสู่การใช้สื่อเป็นเครื่องมือมอมเมา ครอบงำความคิดเห็นของประชาชนในสังคม โดยไม่สนใจ “ความจริง” หรือ “ความดี” กระทั่งตกเป็น “ทาสความคิด” ของนักการเมืองไปในที่สุด

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 (ฉบับปัจจุบัน) ในฐานะกฎหมายสูงสุดของประเทศ จึงได้วางบทบัญญัติปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชนไว้อย่างชัดเจน แน่นหนา 

(1) เจตนาหลัก คือ ต้องการให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยไม่ถูกปิดปาก ปิดกั้น หรือเซ็นเซอร์ แต่จะต้องพร้อมรับผิดชอบต่อการแสดงออกของตนเอง หากกระทำผิดกฎหมาย ละเมิดบุคคลใด ก็จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

มาตรา 45 “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น

การกำจัดสิทธิเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตหรือสุขภาพของประชาชน

การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรนี้ จะกระทำมิได้

การห้ามหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเสนอข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือการแทรกแซงด้วยวิธีการใดๆเพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรนี้ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่นซึ่งได้ตราขึ้นตามวรรคสอง

การให้นำข่าวหรือบทความไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนำไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่น จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะกระทำในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม แต่ทั้งนี้จะต้องกระทำโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นตามวรรคสอง

เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนอื่นต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย

การให้เงินหรือทรัพย์สินอื่นเพื่ออุดหนุนกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชน รัฐจะกระทำมิได้”

เจตนารมณ์ที่ปรากฏชัดเจนในรัฐธรรมนูญดังกล่าว คือ ไม่ต้องการให้อำนาจรัฐเซ็นเซอร์ หรือตรวจก่อนนำออกอากาศ แต่ต้องการให้มีระบบเฝ้าติดตามตรวจสอบหลังการออกอากาศ หลังจากที่มีการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นไปแล้ว โดยหากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิคนอื่น ก็จะต้องให้รับผิดชอบตามกฎหมายต่อไป

อีกทั้ง ยังมีเจตนาห้ามใช้เงินทุนจากอำนาจรัฐเข้าไปมีอิทธิพลเหนือการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ก็เพื่อป้องกันมิให้สื่อมวลชนตกอยู่ใต้อิทธิพลอำนาจของนักการเมือง ไม่ว่าจะผ่านการให้ค่าสปอนเซอร์ หรือเงินอุดหนุน หรือการช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ ซึ่งนักการเมืองนิยมเอาเงินของรัฐไปสร้างอิทธิพลเหนือสื่อ ไม่ว่าจะเป็นงบโฆษณาของรัฐวิสาหกิจ งบประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานของรัฐ เป็นต้น

 กรณีละครโทรทัศน์ “เหนือเมฆ 2” รัฐจึงไม่มีอำนาจที่จะตรวจสอบหรือเซ็นเซอร์ก่อนออกอากาศ ยิ่งจะยุติการออกอากาศ ฆ่าตัดตอนละครไปเสียเฉยๆ แบบนี้ ยิ่งไม่อาจกระทำได้

หากเห็นว่าละครตอนใดมีเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ไม่ถูกต้องเหมาะสมประการใด ก็สามารถจะดำเนินคดีกับผู้จัดละครให้รับผิดชอบตามกฎหมาย

มาตรฐานนี้ ควรใช้กับละครน้ำเน่า ประเภทตบตี ฆ่า ข่มขืน โป๊เปลือย อนาจาร ด้วยเช่นกัน 

(2) รัฐธรรมนูญยังได้คุ้มครองคนทำงานสื่อมวลชน มิให้ถูกอำนาจรัฐและอำนาจนายทุนเจ้าของกิจการแทรกแซงการทำหน้าที่

มาตรา 46 “พนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นภายใต้ข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าของกิจการนั้น แต่ต้องไม่ขัดต่อจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ และมีสิทธิจัดตั้งองค์กรเพื่อปกป้องสิทธิ เสรีภาพและความเป็นธรรม รวมทั้งมีกลไกควบคุมกันเองขององค์กรวิชาชีพ

ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ในกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพเช่นเดียวกับพนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนตามวรรคหนึ่ง

การกระทำใดๆไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าของกิจการ อันเป็นการขัดขวางหรือแทรกแซงการเสนอข่าวหรือแสดงความคิดเห็นในประเด็นสาธารณะของบุคคลตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ถือว่าเป็นการจงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและไม่มีผลใช้บังคับ เว้นแต่เป็นการกระทำเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายหรือจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ”

น่าแปลกใจ ทั้งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติห้ามไว้ชัดเจนว่าการกระทำไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จะเข้าไปขัดขวางแทรกแซงสื่อนั้นจะกระทำมิได้ แต่นักการเมืองก็ยังมีการตั้งรัฐมนตรีผู้ควบคุมดูแลสื่ออยู่ทุกยุค

ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็มีรัฐมนตรีดูแลทั้งสื่อในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 11 และสื่อในสังกัด อสมท. ช่อง 9 ช่อง 3 รวมทีวีดาวเทียมและวิทยุในสังกัดอีกจำนวนมาก

ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง นักการเมืองจึงมีคำตอบสำเร็จรูป คือ “หนูไม่รู้” – “ไม่ทราบเรื่อง” ซึ่งถ้าจริง ก็แสดงว่าเขาบกพร่องละเลยต่อหน้าที่ ซึ่งเขาได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้ไปควบคุมสื่อ

กรณีละครช่อง 3 เรื่อง “เหนือเมฆ 2” หากปรากฏว่า ผู้ใดกระทำการขัดขวางแทรกแซงการออกอากาศ ย่อมจะเข้าข่ายจงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ

ยิ่งกรณีนี้ หากมีการรับสนองบงการจากนายใหญ่ เมื่อคราวร่วมบินไปฮ่องกงกับลูกชายนายใหญ่ ซึ่งฟ้องพ่อทำนองว่านักการเมืองชั่วช้าในละครเรื่องนี้มันหมายถึงตระกูลเรา นำมาสู่บัญชาการฆ่าตัดตอนละคร “เหนือเมฆ 2” ด้วยหญิงผู้มีอิทธิพลต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจไม่อาจฝืนบัญชาแห่งจอมมารผู้นั้นได้ 

(3) ห้ามมิให้นักการเมืองเข้าไปยึดครอง เป็นเจ้าของ หรือมีอิทธิพลอำนาจเหนือสื่อมวลชน

รัฐธรรมนูญ มาตรา 58 “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะเป็นเจ้าของกิจการ หรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคมมิได้ ไม่ว่าในนามของตนเองหรือให้ผู้อื่นเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นแทน หรือจะดำเนินการโดยวิธีการอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมที่สามารถบริหารกิจการดังกล่าวในทำนองเดียวกับการเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการดังกล่าว”

นักการเมืองที่พยายามจะเข้าซื้อหุ้นสื่อมวลชน ไม่ว่าจะหนังสือพิมพ์หรือทีวี ไม่ว่าจะสำเร็จแล้วหรืออยู่ระหว่างบีบบังคับต่อรอง พึงตระหนักว่า กำลังกระทำผิดรัฐธรรมนูญ 

2) กรณีฆ่าตัดตอนละครช่อง 3 “เหนือเมฆ 2”

ช่อง 3 ขึ้นตัววิ่งประกาศยกเลิกการออกอากาศละคร “เหนือเมฆ 2” ใจความสำคัญว่า

“สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ขออภัยท่านผู้ชมที่ต้องงดออกอากาศละครเรื่อง 'เหนือเมฆ 2 มือปราบจอมขมังเวทย์' เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเนื้อหาบางช่วงบางตอนไม่เหมาะสมกับการออกอากาศ...”

ก็แน่นอนว่า ช่อง 3 คงไม่มีทางขึ้นตัววิ่งว่าถูกผู้อำนาจเหนือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกคำสั่งแบนละครแบบ “เหนือเมฆ”

แม้แต่ที่มีการกล่าวอ้างว่า ผู้บริหารช่อง 3 ได้ชี้แจงทางวาจาต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าละคร “เหนือเมฆ 2” เข้าข่ายผิด มาตรา 37 พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ที่ระบุว่า ห้ามไม่ให้ออกอากาศเนื้อหารายการที่มีลักษณะล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง

โดยไม่ปรากฏชัดเจนว่าเนื้อหาตอนใด ส่วนใด ฉากใด คำพูดประโยคใด เข้าข่ายข้ออ้างดังกล่าว

ที่ปรากฏในเวลานี้ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ก็มีแต่บทละครที่มุ่งปลุกสำนึกคนดูให้มีความเชื่อมั่นต่อความดีและความถูกต้อง ไม่ยอมให้จอมมารอาศัยร่างนักการเมืองชั่วในตำแหน่งที่มีอำนาจรัฐกระทำการเพื่อบิดเบือนผลประโยชน์ของประเทศชาติส่วนรวม

กสทช. จึงไม่ควรด่วนออกมาฟอกผิด ตัดตอนความรับผิดชอบแทนฝ่ายการเมือง โดยที่ยังไม่ทันได้สอบสวนเชิงลึกใดๆ เลย

อย่าลืมว่า กสทช.เป็นองค์กรที่ควรจะเป็นอิสระจากอำนาจรัฐบาล ไม่ใช่องค์กรใต้อำนาจนักการเมืองหรือรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสื่อของรัฐ 

3) การฆาตกรรมสื่อแบบ “เหนือเมฆ” ในยุค “ร่างทรงจอมมาร”

แม้รัฐธรรมนูญจะปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนไว้แน่นหนาเพียงใดก็ตาม แต่ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ได้มีการเข้าไปแทรกแซงสื่อ กระทั่งเกิดการฆาตกรรมสื่อ ถอดรายการออกจากผัง กำจัดสื่อมวลชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากฝ่ายรัฐบาลแบบล้างบาง

ด้วยวิธีการแทรกแซงสื่อแบบ “เหนือเมฆ”

ไม่ว่าจะเป็น รายการคลายปม เจาะข่าวร้อนล้วงข่าวลึก เกาที่คัน คนวงใน ข่าวข้นคนข่าว รวมถึงรายการวิทยุในเครือกรมประชาสัมพันธ์และ อสมท.

รัฐมนตรีที่ดูแลสื่อของรัฐในยุคนี้ ไม่อายที่จะแทรกแซงสื่อ แต่กลัวที่จะสั่งการด้วยลายลักษณ์อักษร เขียน และไม่กล้าแม้แต่จะสั่งการด้วยวาจา กลัวจะมีหลักฐาน ถูกบันทึกเทป แต่ใช้วิธีใช้มือชี้รายการที่ตนต้องการกำจัดออกไป และใช้สายตามอง บอกเป็นนัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดูแลคิดได้ รู้ได้ เข้าใจได้ถึงความต้องการ กระทั่งมีการปลดรายการเหล่านั้นออกจากการออกอากาศในที่สุด

เรียกว่า ทำผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญแบบ “เหนือเมฆ” 

4) การแทรกแซงสื่อแบบ “เหนือเมฆ” เกิดขึ้นภายใต้ยุค “ระบอบทักษิณ”

กรณีล่าสุด คือ ฆ่าตัดตอนละคร “เหนือเมฆ” จะต้องมีคนรับผิดชอบ

กสทช. ในฐานะองค์กรที่ถูกคาดหวังจะมีความอิสระจากอำนาจการเมืองของรัฐบาล ควรจะมีบทบาทในการตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง มิใช่แค่สอบถามด้วยวาจา แล้วรีบออกมาตัดตอนความรับผิดชอบของนักการเมือง

รัฐมนตรีที่กำกับดูแลสื่อของรัฐ แม้อ้างว่าไม่รู้ไม่เห็น แต่จะมีใครเชื่อบ้าง

กรณีที่เกิดขึ้น ชัดเจนว่าน่าจะต้องมีการสั่งการจากผู้ที่มีอำนาจเหนือช่อง 3 ให้ยุติการออกอากาศละคร “เหนือเมฆ 2” อย่างกะทันหัน เพราะถ้าไม่มีใครสั่ง ผู้จัดละครย่อมจะไม่ยุติเอง ช่อง 3 เองก็คงจะไม่ยุติละครที่ตัวเองดำเนินการผลิตไปแล้ว อนุมัติบทละครทั้งหมดแล้ว ถ่ายทำไปหมดแล้ว รายได้ค่าโฆษณาที่หายไปจากการยุติละครลงดื้อๆ ย่อมไม่ใช่น้อย

ภาคประชาสังคม คนทำงานสื่อสารมวลชน รวมทั้งคนทำงานศิลปะ ละคร และงานที่ต้องสื่อสารความคิดกับสังคม ควรจะร่วมกันแสดงท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ฝ่ายค้าน ในฐานะมีหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ควรดำเนินการเพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย โดยตรวจสอบเพื่อเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งน่าจะกระทำผิดรัฐธรรมนูญ ดำเนินการยื่นฟ้อง ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้บงการ ผู้สั่งการ ฐานกระทำผิดอาญา มาตรา 157 และยื่นถอดถอนในฐานกระทำการขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญผ่านทางวุฒิสภา

หากสังคมปล่อยกรณีให้ “หายเข้ากลีบเมฆ” ก็น่าเชื่อว่าจะเกิดกรณีฆ่าตัดตอนสื่อแบบ “เหนือเมฆ” ในลักษณะนี้ โดยอุกอาจ ป่าเถื่อน มากขึ้นเรื่อยๆ

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

ศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยรังสิต



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 08/01/2013 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เสี้ยนใผ่ในมัดตอก วันที่ : 07/01/2013 เวลา : 13.22 น.
http://www.oknation.net/blog/linlawun
ip : 125.27.147.156/192.168.52.83
**************************************************************************
- คุณเสี้ยนใผ่ในมัดตอก...ขอให้ทบทวนตัวคุณเองด้วย ว่าหูตาสว่าง พอที่จะหลุดพ้นออกมาจากความเข้าใจอะไรที่ผิดๆมาตลอดหรือเปล่า.....

เราเจ้าของบล็อกใจกว้างพอที่จะไม่ไปลบความคิดเห็นคุณหรอก เหตุและผลมีอยู่ในตัวหนังสือคอลัมน์อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ที่คนไทยคงแยกกันออกว่า เนื้อหามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ อย่างไร

เนื้อหาการเมนท์ใส่เจ้าของคอลัมน์อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ชัดในเชิงวิจารณ์อย่างไร้เหตุผล ของคุณเสี้ยนใผ่ในมัดตอก นั่นแหละที่คุณต้องทบทวนตัวคุณเอง.........?

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เสี้ยนใผ่ในมัดตอก วันที่ : 07/01/2013 เวลา : 13.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/linlawun
aananda

รัฐธรรมนูญ มาตรา 58 “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะเป็นเจ้าของกิจการ หรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคมมิได้ ไม่ว่าในนามของตนเองหรือให้ผู้อื่นเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นแทน

รัฐธรรมนูญมาตรานี้ มันก็เป็นเรื่องเท่ ๆ อีกเรื่องหนึ่งที่นักวิชาการมักอาศัยบทบัญญัติ หรืองานวิจัยที่อาจารย์เจิมศักดิ์ชอบใช้วิธีนี้ในการสนับสนุนความคิดเห็นของตน ถ้าใครติดตามรายการของอาจารย์เจิมศักดิ์ก็จะเห็นวิธีการนี้ตลอด ทำเหมือนการทำวิทยานิพนธ์เรื่องหนึ่งตัวเองจะเขียนอะไรหรือวิเคราะห์อะไรสักเรื่องหนึ่งเสร็จแล้วก็อ้างงานวิจัยบ้าง อ้างตำรา อ้างข้อคิดหรือปรัญญาโบราณมาสนับสนุนความคิดของตน
ในสังคมไทยมีหลายเรื่องที่เขียนไว้เป็นกฏหมายแม้แต่เขียนเป็นรัฐธรรมนูญ ดังที่ยกมาเป็นตัวอย่าง อาจารย์เจิมบอกได้ไหมว่าหนังสือพิมพ์ รายการทีวี รายการวิทยุไม่มีนายทุนเป็นผู้สนับสนุน คนที่จัดรายการจะกล้าคัดใจนายทุนหรือไม่ ตัวอย่างรายการที่อาจารย์เจิมศักดิ์จัดที่บลูสกายทีวีซึ่งใคร ๆ ก็รุ้ว่านายทุนของพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนอยู่ และใคร ๆ ก็รู้ว่าอาจารย์เจิมศักดิ์ฝักใฝ่พรรคประชาธิปัตย์ ใคร ๆ เขาก็รู้แก่นใจของอาจารย์เจิมศักดิ์เป็นอย่างไร พูดไปก็เหม็นขี้นฟันเปล่า มันก็แค่อ้างความเป็นนักวิชาการเพื่อจะพูดอะไรก็ได้ นึกจะด่าจะว่าอะไรก็บอกว่าวิจารณ์ไปตามหลักวิชา เดี่ยวนี้เขารู้ทันกันหมดแล้วพวกนักวิชาเกินทั้งหลาย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
su วันที่ : 07/01/2013 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ก็โดนมาแล้วรายรอบไม่ใช่เหรอ

ความคิดเห็นที่ 4 กนิษฐ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
tamponling วันที่ : 07/01/2013 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tamponling
สวรรค์ทางรก นรกทางโล่ง กรรม คือไพ่ที่ถูกแจกจ่ายให้เราแล้ว อยู่ที่เราจะเล่น 

คนบัดซบ ยอมรับผลการเทียบเทียบของพ่อมันลูกทาสทั้งหลายรับไม่ได้ แต่ประชาชนไม่ใช่ควายเสมอไป งานนี้วราเทพ ทำงานเข้าทางตีนพ่อ

ความคิดเห็นที่ 3 กนิษฐ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BugGOLF วันที่ : 07/01/2013 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/DoSEM
Do SEM กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคบ SEM, EDS, EDX, SemAfore,Sputter Coater ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ 

เลิกดูช่องนี้มา เกือบสองปีแล้วค่ะ
ส่วนตัวชอบ รายการคนค้นฅน กบนอกกะลา ภัตตาคารบ้านทุ่ง ท่องโลกกว้าง และรายการกีฬา ส่วนละครดูเรื่องเดียวคือเซน

ความคิดเห็นที่ 2 กนิษฐ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ปันนา วันที่ : 07/01/2013 เวลา : 09.17 น.

สื่อ โดยเฉพาะช่อง 3 อ่อนแอเกินไป ไม่สมควรเป็น.. อย่างยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 1 กนิษฐ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 07/01/2013 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สงสัยจะหายเข้ากลีบเมฆแน่ๆ
หากภาคประชาชนไม่ออกมาเคลื่อนไหว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน